แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กพผ. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กพผ. แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

1.หลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน กศน. ยึดติดในระบบมากแค่ไหน ทำไม ?, 2.”กระบวนการ กศน.” ถ้าได้ตามภาพนี้ก็วิเศษ, 3.จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวันพบกลุ่ม เบิกได้หรือไม่, 4.การลงตำแหน่ง ผอ.ในใบ รบ. ใช้คำย่อได้ไหม, 5.ต้องทำ กพช.คุณธรรม 50 ชั่วโมง ไหม ( การเข้ากลุ่มไลน์สแควร์ กศน.), 6.อบรมประชาชน พาไปศึกษาดูงานที่ กศน.อำเภออื่นโดยเขาให้ครู กศน.เป็นวิทยากร จะจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไหม, 7.มีแผนการจัดการเรียนรู้วิชาบังคับไหมคับ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 19 พ.ย.61 มี ผอ.กศน.อำเภอ ซึ่งเป็นผู้ร่วมออกข้อสอบปลายภาค กศน.คนหนึ่ง โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า  เทอมที่ผ่านมาบางวิชานักศึกษาได้คะแนนเฉลี่ย ต่ำกว่าครึ่ง คณะทำงานสร้างข้อสอบเลยคุยกันว่า
             “จะแก้ที่จุดไหน ?”
             ผอ.ผู้โพสต์ แสดงความคิดเห็นพร้อมตั้งคำถามต่อไปเองว่า “คนออกข้อสอบ ก็กางหนังสือแบบเรียน(ของ กองพัฒฯ) ออกข้อสอบนี่แหละ แทบจะลอกข้อความตามหนังสือมาเลยทีเดียว
             ปัญหาอยู่ที่ ???
             ก.คนออกข้อสอบ ยาก
             ข.นักศึกษาไม่เคยอ่านหนังสือสอบ
             ค.ครูได้สอนมากน้อยแค่ไหน
             ง.นักศึกษาอ่านข้อสอบตอนสอบไม๊ ใช้เวลาสอบเท่าไร”

             เรื่องนี้  ผมร่วมแสดงความคิดเห็นว่า
             “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้อสอบ แต่อยู่ที่นักศึกษาและครู “รู้แกว” แล้วว่า ยังไง ๆ ก็จบ ( เพราะคะแนนเก็บมากแล้ว ) เลยไม่สนใจการเรียนการสอนการสอบ
             การจะแก้ที่ข้อสอบ ที่ทำได้คือ ออกข้อสอบง่าย ๆ เพื่อให้นักศึกษามีกำลังใจอ่านข้อสอบ”

             แต่ก็มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นคนหนึ่ง บอกว่า
             คนออกข้อสอบหาทางออกจุดคิดได้หรือยัง...เขาอยากให้ “ใส่เสื้อเบอร์อะไรก็จัดการให้ใส่ได้”...เรียกว่าการพัฒนาตามจุดประสงค์...งงเดะ คริ คริ”
             ผมจึงร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ว่า
             การสอนและการสอบต้องยึดสิ่งเดียวกัน จึงจะออกมาตรงกัน คือยึด "ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง" ของหลักสูตรนั้น ๆ ซึ่งจะกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังกระจายไว้แต่ละเนื้อหาตลอดหลักสูตรวิชานั้น ๆ อย่างเหมาะสม
             ถ้าทั้งผู้เรียนผู้สอนและผู้ออกข้อสอบยึดสิ่งเดียวกัน ก็จะออกมาตรงกัน
             ส่วนกลางทำข้อสอบเฉพาะปลายภาค และเฉพาะ “วิชาบังคับ” เท่านั้น ในส่วนของ วิชาบังคับ ที่เป็นวิชาแกนกลางให้ หลักสูตรในระดับเดียวกัน "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ์ เหมือนกัน" ข้อสอบก็เหมือนกัน แต่บางแห่งเกรดเฉลี่ยอาจเป็น 3-4 บางแห่งอาจแค่ 1-2 ก็ไม่เป็นไร เกณฑ์ขั้นต่ำได้ถึง 50 % ก็ผ่าน
             แต่ในส่วน "วิชาเลือกเสรี" ผู้กำหนดหลักสูตรวิชานั้น ๆ ก็กำหนด "ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง" เอง กำหนดให้เหมาะสมกับปัญหาและสภาพของชุมชน ส่วนกลางไม่ได้ทำข้อสอบวิชาเลือกเสรี
             แม้หลักสูตรจะ "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ์ เหมือนกัน" แต่วิชาบังคับของหลักสูตร กศน. ก็ไม่ได้ลอกวิชาบังคับของในระบบมาทั้งหมด ( ลองเทียบกันดู )
             นอกจากนี้ หลักสูตร กศน.กำหนดให้เรียนวิชาบังคับไม่มากนัก โดยเฉพาะระดับ ม.ปลาย มีวิชาบังคับเพียง 58 % เกินครึ่งนิดหน่อย ที่เหลือ 42 % เป็นหน่วยกิตของวิชาเลือก
             จึงสรุปได้ว่า แม้จะ "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ เหมือนกัน" ผู้เรียนมีสิทธิไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นเหมือนกัน แต่หลักสูตร กศน. โดยเฉพาะ ม.ปลาย ก็แตกต่างจากหลักสูตรในระบบมากกว่า 42 %

 

         2. “กระบวนการ กศน.” ถ้าเปลี่ยน INPUT เป็น OUTPUT ตามภาพนี้ได้ ก็วิเศษ..
             ( ภาพกระบวนการในการพัฒนา ตามทฤษฎี "เตาหลอม" ของ “อ.ยักษ์” : ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร )







         3. วันที่ 28 พ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน.. กิจกรรมกีฬา กศน.อำเภอ ในวันอาทิตย์วันเดียว สามารถเบิกค่าอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ให้กับนักกีฬา กรรมการ เจ้าหน้าที่ในวันนั้น ได้หรือไม่.. (ดูรายละเอียดจากหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนฯ ล่าสุด ลว 20 มี.ค.61.. แต่ไม่แน่ใจว่าจะเบิกได้หรือไม่ เพราะจัดในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพบกลุ่ม)

             ผมตอบว่า
             1)  เบิกได้ตามอัตราของกิจกรรมการการแข่งขันกีฬาในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายข้อ 1.1 และ 1.2 ซึ่งค่าอาหาร/อาหารว่าง-เครื่องดื่ม อัตราจะต่ำกว่ากิจกรรมเข้าค่าย-อบรม
             2)  จัดแข่งขันในวันอาทิตย์ก็เบิกได้ โดยถ้าซ้ำซ้อนกับการพบกลุ่ม ก็อาจเลื่อนการพบกลุ่มไปวันอื่นให้ครบตามเกณฑ์การพบกลุ่ม
             ( บางคนอาจพูดว่า
             - การแข่งขันกีฬาก็ถือเป็นการพบกลุ่มอย่างหนึ่ง หรือ
             - การเรียน “วิธีพบกลุ่ม” สมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่เห็นประโยชน์ของการมาพบกลุ่มให้ครบตามเกณฑ์ บางแห่งเหลือพบกลุ่มจริงไม่ถึง 9 ครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร
             การพูด 2 ลักษณะนี้ เป็นการพูดแบบ กศน.ที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ถูกต้องตามระเบียบหลักเกณฑ์  แต่ละคนคิดต่างกันมีเหตุผลต่างกัน ผู้ที่ออกระเบียบก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ถ้าคิดว่าระเบียบที่กำหนดเกณฑ์การพบกลุ่มล้าสมัยแล้วก็ต้องเสนอให้ผู้ออกระเบียบเห็นด้วยและแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหลักเกณฑ์ก่อน )

 

         4. วันที่ 6 ธ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  "การลงตำแหน่งของ ผอ. ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน สามารถใช้เป็นตัวย่อได้รึเปล่า(เช่น ผอ.กศน.....)"

             เรื่องนี้  คำว่า กศน. นั้น ย่อได้อยู่แล้วเพราะมีกำหนดคำย่อนี้ไว้ในกฎหมาย ส่วนคำอื่น ( เช่น "รักษาการในตำแหน่ง", "ผู้อำนวยการ", "อำเภอ" ) ผมก็ไม่แน่ใจว่าย่อได้หรือไม่ ผมจึงนำคำถามนี้ไปถามในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ
            ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.น่าน ให้ความเห็นว่า “ถ้ายังไม่มีประกาศจากส่วนกลางให้ใช้คำย่อใด ก็ให้ใช้คำเต็ม” ( คำว่า “ผู้อำนวยการ”, “อำเภอ”, “รักษาการในตำแหน่ง” ยังต้องพิมพ์เต็ม ส่วนคำว่า “กศน.” ใช้ได้ )

         5. เช้าวันนี้ 27 พ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์สแควร์ กศน. ว่า  นักศึกษาต้องทำ กพช.คุณธรรม 50 ชั่วโมง จึงจะจบหลักสูตรไหม

             ( กลุ่มไลน์สแควร์ กศน. นี้ รับสมาชิกกลุ่มเฉพาะบุคลากร กศน. ไม่รวมนักศึกษา ปัจจุบันมีสมาชิกพันกว่าคน สื่อสารถามตอบกันในเรื่องวงใน กศน.
              ใครสนใจจะเข้ากลุ่มนี้ ขอให้แจ้งขอเข้ากลุ่มโดยบอกทั้ง ตำแหน่ง และ สังกัด “ที่ชัดเจน” เช่น “ครูอาสาสมัคร กศน.อ.หนองหูลิง” ไปที่ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มอยู่แล้ว หรือที่อินบ็อกซ์กล่องข้อความผมก็ได้ จะส่งลิ้งค์หรือ QR-code สำหรับเข้ากลุ่มให้ )

             ผมตอบว่า   กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช.) ส่งตามหนังสือที่ ศธ 0210.04/5242 ลงวันที่ 21 พ.ย.55  ( กำหนดโดย กป.กศน. ตั้งแต่ กพช.ยังเป็น ไม่น้อยกว่า 100 ชม.)
             ถ้าอ่านและตีความหนังสือนำส่งฉบับนี้ จะสรุปได้ว่า ใน 100 ชม. นศ.ต้องทำกิจกรรมศีลธรรม 50 ชั่วโมง และกิจกรรมตามนโยบาย กศน. 50 ชั่วโมง
             ต่อมามีการเพิ่ม กพช.เป็นไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง ( บังคับใช้เป็นเงื่อนไขการจบหลักสูตรสำหรับนักศึกษารหัส 562... เป็นต้นมา )  แต่ กป.กศน.ยังไม่ได้กำหนดกรอบใหม่
             จึงยังต้องทำทั้ง 2 ส่วน ๆ ละ ไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่รวมไม่น้อยกว่า 200 ชม.
             ( กิจกรรมศีลธรรม ไม่จำเป็นต้องเข้าค่ายคุณธรรมเท่านั้น นักศึกษาอาจทำด้วยตนเองก็ได้ เช่น กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมทางศาสนา ฯลฯ  ดูรายละเอียดในหนังสือแจ้งกรอบ กพช.ที่
             https://drive.google.com/file/d/1kLatNTL4vYuFhL7QJt3kS85evhJ7uei_/view?usp=sharing )

 

         6. วันที่ 12 ธ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์สแควร์ “กศน.” ว่า งบต่อเนื่อง การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บุคลากรภายในองค์กรเป็นวิทยากรได้หรือไม่ เช่นครู ศรช./ครูกศน.

             เรื่องนี้  อ.สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า
             การศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบการอบรมประชาชน นั้น บุคลากรของหน่วยงานอื่นที่เป็นแหล่งศึกษาดูงาน เบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้ ถ้า “ระบุในตารางการอบรมว่าเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อใดช่วงเวลาใด”
             แต่ ถ้าวิทยากรคนนั้นเป็นบุคลากรในสังกัด กศน.ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นวิทยากรช่วงในหรือนอกเวลาราชการ ก็ไม่เหมาะสมที่จะรับค่าตอบแทนวิทยากร  โดย วิทยากรสังกัดเดียวกับส่วนราชการผู้จัด อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการผู้จัด ( อธิบดี/ปลัดกระทรวง )

         7. วันที่ 14 ธ.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีแผนการจัดการเรียนรู้วิชาบังคับไหมคับ

             ผมตอบว่า
             1)  กลุ่มพัฒนา กศน. ได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาบังคับในหลักสูตร 2551 มีทั้งแผนฯแบบรายวิชา ( วิชาบังคับ ม.ต้น – ปลาย ครบหมดทั้ง 14 รายวิชา แต่ไม่มีระดับประถม ) และแผนฯแบบบูรณาการ ( มีไม่มาก )  ใครสนใจดาวน์โหลดได้ที่  http://bit.ly/2UK5alm
                  ( ไฟล์ใหญ่มาก 46 MB ใช้เวลาดาวน์โหลดนานมาก ใครดาวน์โหลดไม่เป็นก็แล้วแต่นะ )
             2) ชาว กศน. หลายคน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ต่าง ๆ ขึ้นเว็บเผยแพร่ไว้ ลองเสิร์ชหาดู จะพบไม่น้อย
                  เช่น ของคุณอาคม จันตะนี ที่  https://goo.gl/gkwYR6 เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

1.กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ใหม่ ( ระบุชัดว่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ไม่นับเป็นชั่วโมง กพช.), 2.ตัวบ่งชี้ 1.3 “ค่าเฉลียคะแนนผลการสอบปลายภาคเรียนของกลุ่มทดสอบฯ” นั้น คืออะไร ดูได้จากไหน, 3.วิทยฐานะ, 4.รวม คู่มือ+หลักเกณฑ์ การประเมินวิทยฐานะ ว.21-22 ตำแหน่งครู, 5.ถามว่า ใบวุฒินี้ จบในระบบหรือนอกระบบ, 6.เรื่องที่บางคนยังเข้าใจผิด, 7.จัด กศน.ให้ได้ผลดี ยาก.. เพราะ..


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ใหม่ ปี 61 ให้ใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/61 เป็นต้นไป ( ยกเลิกกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณผู้เรียนปี 58 )

             ดาวน์โหลดได้ที่  https://www.dropbox.com/s/ioqx8jxvmzw4ckq/fameqoalitystudent61.pdf?dl=0
             1)  เปลี่ยนกิจกรรม จาก 9 กิจกรรม เป็น 14 กิจกรรม โดยตัด กิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซี่ยน ออกไป และเพิ่มใหม่ 6 กิจกรรมคือ
                  - กิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้สู่ประชาคมโลก
                  - กิจกรรมจิตอาสา กศน. “เราทำความดีด้วยหัวใจ”
                  - กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและพัฒนาทักษะการเรียนรู้
                  - กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ
                  - กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
                  - กิจกรรมการเรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน
                  ( ในส่วนของ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต เพิ่มตัวอย่างเรื่อง ภัยพิบัติ )
             2)  รูปแบบของกิจกรรม แบบศึกษาดูงาน ตัดคำว่า “ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือภายในจังหวัด/ภาคเดียวกัน” ออก แต่ยังคงให้พิจารณารูปแบบอื่น ๆ ก่อนดำเนินการรูปแบบศึกษาดูงาน
             3)  งบประมาณ ตัดคำว่า “ภายในวงเงินรายหัวผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในภาคเรียนนั้น ๆ – ไม่ให้สถานศึกษาเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้เรียนอีก” ออก
             4)  เงื่อนไขของการดำเนินงาน
                  - ในการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมฯ ตัดคำว่า “ทำแผนเป็นรายภาค - ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ฯลฯ” ออก  เปลี่ยนเป็น ขอความเห็นชอบจาก สนง.กศน.จังหวัด/กทม. แต่ยังให้เบิกจ่ายเงินให้เสร็จภายในแต่ละภาคเรียน
                  - การนิเทศกิจกรรมฯของจังหวัด ตัดคำว่า “ให้ สนง.กศน.จังหวัด/กทม. รายงานการนิเทศตรวจสอบประเมินฯส่งสำนักงาน กศน.” ออก
                  - ที่สำคัญ ระบุชัดตอนท้าย ว่า กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ไม่นับเป็นชั่วโมง กพช.

         2. วันที่ 3 ก.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ตัวบ่งชี้ที่ 1.3 การประเมินภายในฯ ปี 2561 ให้ใช้ “ค่าเฉลียคะแนนผลการสอบปลายภาคเรียนของกลุ่มทดสอบฯ” นั้น คืออะไร ดูได้จากไหน

             ผมตอบว่า   ช่วงหลังจากการสอบปลายภาค กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ จะออกตารางแจ้งค่า Y ( ค่าขีดจำกัดล่าง ) ซึ่งที่ผ่านมาการประเมินคุณภาพภายในใช้ค่า Y  แต่ ปีนี้ การประเมินคุณภาพภายใน เปลี่ยนจากใช้ค่า Y เป็นค่าเฉลี่ย ซึ่ง ในตารางค่า Y จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ด้วยแล้ว ฉะนั้น ก็ดูจากตารางค่า Y เดิมของกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบนั่นแหละ แต่แทนที่จะดูตรงค่า Y ก็ให้ดูที่ค่าเฉลี่ยแทน ซึ่ีงในตารางนี้มีทุกค่าอยู่แล้ว

         3. สำนักงาน กศน. แจ้งหลักสูตรการพัฒนา ขรก.ครู สายการสอน ของ กศน. ( ส.สิริธร, กศน.ภาค, ศว., หน่วย ศน., กลุ่มพัฒนา กศน.) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา รวม 20 หลักสูตร
             ( สามารถเข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรอื่น ๆ ของหน่วยงานภายนอก ที่ ส.คุรุพัฒนารับรอง ได้ )
             ทั้งนี้ ขรก.ครูที่จะขอวิทยฐานะตาม ว 21/60 ต้องผ่านการพัฒนาในหลักสูตรที่ ส.คุรุพัฒนารับรอง ตาม ว 22/60 ปีละ 12-20 ชม. รวม 5 ปี 100 ชม.  ถ้าปีใดพัฒนาไม่ถึง 12 ชม. ปีต่อไปเริ่มนับ 1 ใหม่ ให้ครบ 5 ปี
             ดูรายละเอียดที่  https://www.dropbox.com/s/c6ybnitabjlzyph/V22NFE.pdf?dl=0

         4. รวม คู่มือ+หลักเกณฑ์ การประเมินวิทยฐานะ ว.21-22 ตำแหน่งครู
             ใครสนใจ ดูที่  https://logbook-teacher.otepc.go.th/

         5. วันที่ 19 ก.ค.61 มีผู้หนึ่งโพสต์ภาพใบวุฒิ ไปถามผมในไลน์ส่วนตัวและกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ฉันรับผิดชอบงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอรบกวนขอความรู้เกี่ยวกับวุฒิการศึกษาอ่ะ วุฒิการศึกษาที่ส่งมานี้ไม่ทราบว่า เป็นวุฒิการศึกษาในระบบหรือนอกระบบ (ฉันคิดว่าเป็นวุฒิการศึกษาในระบบแต่สาเหตุที่ออกจากโรงเรียน เป็นจบมัธยมศึกษาตอนต้น เลยไม่มั่นใจ)

             ผมตอบว่า   เป็นวุฒิของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันสังกัด สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ( เดิมสังกัดกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ )
             หลักสูตรนี้ก็ใช้คำว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เหมือนเรานะ ( ดูที่หัวกระดาษ )
             จะถามว่า ในระบบ หรือ นอกระบบ ไปเพื่ออะไรหรือ
             ถ้าจะให้สรุปว่าเป็นในหรือนอกระบบ ก็สรุปว่า นอกระบบ เหมือน กศน.

             ผู้ถาม บอกว่า  ถ้าในระบบเวลากรอกข้อมูลจะใช้ว่าจบม.3 แต่ถ้านอกระบบจะใช้ว่าจบม.ต้นอ่ะ เลนเป็นสาเหตุให้ถามว่าในระบบหรือนอกระบบ
             ผมตอบว่า  ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้แล้วว่า ที่มี ผอ.บางท่านบอกว่า ถ้าจบในระบบมา ให้พิมพ์วุฒิเดิมว่า ม.3 หมด ถ้าจบ กศน.ใช้คำว่า ม.ต้น หมด นั้น ไม่ถูกต้อง
             ที่ถูก ต้องดูตามใบระเบียนของเขา
             แต่ละสังกัดก็มีหลักสูตรหลายปี หลายยุคสมัย หลายหลักสูตร แต่ละหลักสูตรก็เรียกแต่ละระดับต่างกัน
             ( ผมเองจบในระบบ แต่หลักสูตรที่ผมจบ เรียกว่า ม.ศ.3 )

         6. จากการพูดคุยหลังการสอบครูผู้ช่วย กศน.ภาค ก ข ผมเห็นว่ามีบางคนยังเข้าใจผิด/เฉลยผิด
             ที่ถูกต้อง คือ

             การรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าเรียน กศน.
             ตามหนังสือสำนักงาน กศน. ที่ ศธ 0210.04/5719 เรื่องการรับนักเรียนในระบบเข้าศึกษาในสถานศึกษา กศน. ลงวันที่ 11 ธ.ค.51 ระบุว่า กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนภาคบังคับในสถานศึกษา กศน. ให้ สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ส่งมา และต้องมาใช้เวลาเรียน กศน.ไม่น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ
             ( - คำว่า “ต้องมาใช้เวลาเรียน กศน.ไม่น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน” นั้น ให้ยึดอายุเป็นหลัก ไม่ยึดจำนวนปีที่เรียน
                - ถ้าเป็นเด็กไร้สัญชาติ เด็กเร่ร่อน ที่ไม่มีทะเบียนบ้าน มาเรียน กศน.ได้โดยไม่ต้องผ่าน สพฐ. เพราะเขตพื้นที่ สพฐ.ดูแลเฉพาะเด็กตามทะเบียนบ้านในเขตเขา )
             ส่วนที่ว่า “รับสมัครเลย แล้วติดต่อเขตพื้นที่ให้ภายหลัง” นั้น เป็นหลักเกณฑ์เก่า เลิกใช้แล้ว

         7. ท่านนายกรัฐมนตรี พูดกับชาว กศน.เมื่อ 23 ก.ค.61 ว่า “กศน.เหรอ ฝึกอาชีพให้ชาวบ้าน ต้องให้เขาเป็นนะ”
             หมายความว่า ฝึกอาชีพให้ชาวบ้านต้องฝึกให้เขาสามารถนำไปประกอบอาชีพได้

             ระยะหลัง ๆ ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา การจัด กศน.เราเปลี่ยนไป จนมีคำพูดว่า “จัดแบบโปรยหว่าน” เน้น “ปริมาณ” ให้ได้กลุ่มเป้าหมายตามเป้า แล้วก็ “รายงานผลการดำเนินงานถ่ายภาพประกอบสวยงาม”
             เป็นอย่างนี้ทั้ง กศ.ขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย
             รายงานผลว่า ดี แต่ผลที่เกิดขึ้นจริง
             - คุณภาพของผู้จบ กศ.ขั้นพื้นฐาน เป็นอย่างไร
             - ฝึกอาชีพแล้ว มีผู้นำไปประกอบอาชีพถึง 20 % ไหม
             - ประชาชน รักการอ่าน อ่านหนังสือเพิ่มขึ้น แค่ไหน

             ปัญหาที่สำคัญมี 2 ประการ คือ
             1)  ประชาชนคนไทยปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้แล้ว มาเรียน/มาร่วมกิจกรรมเพราะถูกขอร้อง ต่างจากสมัยก่อนที่มาเรียนแม้ไม่ได้เรียนฟรี
                  ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.อุบลฯ ไป สปป.ลาวมา นำถุงยังชีพแซบอีหลีเด้อ และสิ่งของบริจาค ไปมอบผ่านรองเจ้าเมืองเซกอง และท่าน ผอ.ได้ไปเยี่ยมห้องเรียนวิชาชีพของ กศน.ลาวด้วย ( ภาพประกอบนี้ เป็นภาพที่ท่าน ผอ.เพิ่งนำมาโพสต์ ) ท่านบอกว่า
                  “กศน.ลาวปัจจุบัน เหมือน กศน.ไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว วันนี้มีเรียนหลักสูตรอาชีพระยะสั้น 3 เดือน นศ.เสียเงินเรียนคนละ 1,100 บาท เรียนวันละ 6 ชม.”
             เมื่อก่อน กศน.จังหวัดของไทย เปิดหลักสูตรอาชีพ ก็เป็นหลักสูตร 100-300 ชั่วโมง มีห้องเรียนมีอุปกรณ์ครุภัณฑ์พร้อม ผู้เรียนต้องชำระเงินค่าเรียน บางวิชามีผู้สนใจสมัครเรียนเกินโควตาต้องคอยคิวเรียนรุ่นต่อ ๆ ไป
             แต่สภาพสังคมไทยปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่อ่านหนังสือน้อยลง คนต้องการเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานน้อยลง ต้องการฝึกอาชีพน้อยลง แม้แต่รัฐบาลจะบอกว่าคนยากจนที่ถือบัตรคนจน ถ้ายอมเข้าโครงการฝึกอาชีพจะได้เงินเข้าบัตรคนจนรายเดือนเพิ่มขึ้น ก็มีคนจนจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการเข้าโครงการฝึกอาชีพ !?
             2)  เราเน้นปริมาณ ชัดเจนกว่าเน้นคุณภาพ มีการให้สำรวจและติดตามทวงรายงานผลการดำเนินงานเชิงปริมาณอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดเกณฑ์ให้บุคลากรแต่ละประเภทต้องมีกลุ่มเป้าหมาย ( ปริมาณ ) เท่านั้นเท่านี้
                  วิธีที่จะเพิ่มปริมาณในงบประมาณเท่าเดิม ได้งบแล้วต้องจัดให้หมด เช่น
                  - จากหลักสูตร 100 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 หลักสูตร ๆ ละ 30-40 ชม. เพื่อนับปริมาณผู้เรียนรวม 3 รอบ ( แม้แบ่งเป็นหลักสูตรสั้น ๆ แล้วก็ยังเรียนจริงไม่ครบ ผู้เรียนมาครบในวันแรก ๆ ยากที่จะนำไปประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้ทักษะมาก )
                  - นศ.ลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่าง ๆ ในภาคเรียนเดียวกันซ้ำซ้อน 2 สถานศึกษา เพื่อให้ครูแต่ละสถานศึกษามี นศ.ในภาคเรียนนั้นครบตามที่ผู้บริหารกำหนด
                  - ฯลฯ

             เราจึงพอใจที่
             - ผู้เรียนนำผลการเรียนวิชาชีพไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็ดีแล้ว จะให้นำไปประกอบอาชีพจริงมันยาก.. ต้องมีอีกหลายปัจจัย
             - ผู้เรียน กศน.เขามีอาชีพมีประสบการณ์ชีวิตมากแล้ว เป็นเจ้าของกิจการแล้ว ควรให้วุฒิ ม.ปลาย ป.ตรี ตั้งแต่วันสมัครเรียนแล้ว
             - ประชาสัมพันธ์/จัดกิจกรรม ให้มาก ๆ ถ่ายรูปรายงานผล ..
             จะแก้ปัญหา 2 ประการนี้กันได้ไหม ..


NFElaw-thaiB.jpg