แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทียบวุฒิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทียบวุฒิ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

1.ช่วงเวลาอยู่เวร กี่โมงถึงกี่โมง, 2.เทียบวุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค, 3.ออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษได้ฉบับเดียวหรือ?, 4.เด็กวัยเรียน จะจบ ม.ต้น กศน.ต้องอายุ 16 ปีหรือฯ, 5.จะเอาข้อมูล GPAX 5 ตรงไหน, 6.การใช้ประกาศนียบัตรสมัครเรียน-การขอจบ, 7.คุณสมบัติกรรมการคุมสอบ

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันที่ 4 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากทราบว่า ช่วงเวลา การอยู่เวร-ยาม สถานที่ราชการ  กลางวัน 06.00 - 18.00 น. หรือ 08.30 - 16.30 น.  กลางคืน 18.00 - 06.00 น. หรือ 16.30 - 08.30 น.

ผมตอบว่า   ตาม หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ แต่กำหนดว่า “ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน” ฉะนั้น ในความรับผิดชอบของผู้บริหาร กรณีที่หน่วยงานไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย  ผู้บริหารต้อง “ออกคำสั่ง” ให้มีผู้อยูเวรรักษาการณ์รวมทุกผลัดแล้วให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้ามี 2 ผลัดคือผลัดกลางคืนกับผลัดกลางวัน เพื่อความยุติธรรมอาจกำหนดผลัดละ 12 ชั่วโมงเท่ากัน ( เมื่อผลัดเวร จะ รับ-มอบ เวรกัน )

ถ้าแต่งตั้งไม่ตลอดเวลา แล้วเกิดปัญหาขึ้น ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถือว่าผู้บริหารบกพร่อง

(ในทางปฏิบัติจริง อาจมีการยืดหยุ่นจาก “คำสั่ง” ที่สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบของแต่ละแห่งแต่ละราย)

         2. คืนวันที่ 11 พ.ย.64 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเว็บบล็อก ว่า  เดิมทีสอบได้เปรียญธรรม3ประโยคเมื่อปีพ.ศ.2534จะสามารถขอใบเทียบวุฒิการศึกษาได้มั้ยครับ ติดต่อได้ที่ใหน

             ผมตอบว่า   ไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิที่ไหน เปรียญธรรม 3 ประโยค ปกติเทียบเท่าวุฒิ ม.ต้น ใช้สมัครเข้าเรียน กศน.ระดับ ม.ปลายได้เลย
             แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่อื่นที่เขาไม่รับ ก็ลองนำประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้เปรียญธรรม ลงวันที่ 22 ส.ค.2526 แนบไปให้เขาดูด้วย
             และถ้าจะเทียบเท่าวุฒิ ม.ปลาย ตาม พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ตอนเรียนเปรียญธรรมนั้น ต้องจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 แล้ว ( ถ้าตอนที่เรียนเปรียญธรรมนั้นภาคบังคับเป็น ม.ต้น ก็ต้องจบ ม.ต้น แล้ว ) ต้องแนบใบวุฒิการศึกษาภาคบังคับให้ดูปีที่จบเป็นหลักฐานว่า "ตอนที่เรียน" เปรียญธรรมนั้น จบการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์แล้ว โดยถ้าจะนำไปใช้ในบางหน่วยงาน ให้แนบ พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ด้วย

             หมายเหตุ: ระดับการศึกษาภาคบังคับ

             การจะดูว่าผู้ใดจบการศึกษาภาคบังคับหรือไม่ ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด และบางช่วงต้องดูว่าจบในท้องที่ใดด้วย ดูรายละเอียดในข้อ 10 ที่
             http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html

         3. คืนวันที่ 17 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตามคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุงปี 55 หน้า 78 ส่วนที่ระบุว่า หากรับหลักฐาน กศน.1-ป ไปแล้วเกิดสูญหายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ ต้องขอรับฉบับใหม่ (โดยแจ้งความก่อน)  ใช้กับระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษด้วยไหมคะ ระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถขอได้มากกว่า 1 ฉบับ (หรือขอฉบับรับรองสำเนาโดย กศน. มากกว่า 1 ฉบับ) ได้ไหมคะ เนื่องจากจะใช้สมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ต้องส่ง ระเบียนฯ ภาษาอังกฤษ ออกโดย กศน. (ไม่อาจถ่ายสำเนาฉบับที่ครอบครองอยู่แล้วรับรองสำเนาเอง) น่ะค่ะ จะสมัคร 3 แห่งค่ะอาจารย์ ตามคู่มือดังกล่าว หน้า 80-81 ที่อธิบายถึงการออกหลักฐานระเบียนฯภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้กล่าวถึงว่าออกได้กี่ฉบับน่ะค่ะ
             พอดีสอบถามไปศูนย์ กศน.ที่เรียนจบมา อาจารย์ท่านบอกว่าออกให้ได้แค่ฉบับเดียวเพราะต้องมีเลขกำกับน่ะค่ะ
             เคยขอแต่ของระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยก็ออกให้หลายฉบับได้ สมมติ หาก กศน.มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ฉบับจริงๆ จะเท่ากับนักเรียนที่จบ กศน. มีโอกาสสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้เพียงแห่งเดียว
             ไม่ทราบว่าพอจะมีระเบียบหรือกฎอะไรที่สามารถอ้างอิงเป็นคำแนะนำให้หนูได้ไหมคะอาจารย์
             หนูพยายามเรียนขอความกรุณาจากท่านอาจารย์ท่านนั้นว่า หากจะออกเป็นสำเนารับรองให้โดย กศน.ก็ได้ค่ะ ท่านบอกให้หนูเอาฉบับที่มีถ่ายสำเนาแล้วรับรองเองแบบสำเนาบัตรประชาชน แต่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศระบุในเว็บไซต์ชัดเจนว่าเอกสารต้องออกโดยสถาบันการศึกษา หากหนูถ่ายสำเนาส่งไป มหาลัยย่อมไม่รับหนูเข้าศึกษาแน่นอนค่ะ เหตุผลที่หนูสมัครเรียนหลายแห่ง ก็เพราะสมัครเผื่อน่ะค่ะ (เหมือนคนสอบเอนทรานซ์ ก็คงต้องเลือกเผื่อไว้หลายแห่ง)

             ผมตอบว่า   ระเบียนฯฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใช้แบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. แต่ใช้กระดาษเปล่า จึงออกได้หลายฉบับโดยไม่ต้องใช้ระเบียบเรื่องการสูญหาย/เสียหายแบบระเบียนฯฉบับภาษาไทย ( มีศักดิ์เป็นเพียง "เอกสารฉบับแปล" เท่านั้น เลขที่ต้องเหมือนกับฉบับภาษาไทย โดยแทนที่จะไปให้สถาบันแปล แปลให้ สถานศึกษาก็แปลและรับรองให้เอง จะแปลกี่ครั้งเลขที่ก็ต้องเหมือนต้นฉบับ ถ้าไม่เหมือนก็คือแปลผิด )
             การออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ ถ้ากรอกข้อมูลจนสามารถออกได้ 1 ใบ ก็ไม่ยากที่จะออกอีกหลายใบ เพราะข้อมูลเหมือนเดิม จะสั่งปริ้นท์กี่ใบก็ได้ ไม่มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ใบ ลองคุยกับเขาใหม่  ผู้ที่บอกว่าออกได้ใบเดียว เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเหมือน รบ.ภาษาไทย ที่เป็นแบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. บอกเขาว่าใบ รบ.ภาษาอังกฤษใช้กระดาษเปล่า

         4. คืนวันที่ 26 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้หนูเรียนกศน.(เทียบโอนเมื่อปีที่แล้วมาเรียนกศน.ม.3) หนูอายุ14ค่ะและหนูจะเรียนจบม.3ที่กศนปีนี้ หนูเทียบโอนจากโรงเรียนปกติมาเมื่อต้นปี คุณครูที่หนูไปสมัครด้วยแจ้งว่าสามารถเรียนปีเดียวแล้วหลังจากนั้นเอาวุฒิไปสมัครโรงเรียนปกติได้เลย แต่พอหนูสมัครเรียนเรียนจนจะจบแล้วเค้ากลับบอกหนูว่าหนูต้องอายุ 16 ก่อนถึงจะได้วุฒิมอสามและเรียนต่อมอปลายไม่ได้ด้วยเพราะยังไม่ได้วุฒิ หนูถามเขาว่าแล้วหนูเรียนมอปลายต่อที่กศน.เลยได้ไหม เค้าก็ไม่รับเพราะไม่มีวุฒิ ขอใบรับรองจบก็ไม่ได้ค่ะต้องอายุ16 เท่ากับว่าหนูต้องเรียนช้ากว่าเพื่อนเพื่อนไปสองปีเลยค่ะ หนูขอคําแนะนําหน่อยนะคะ ครูเค้าบอกว่าเป็นกฎใหม่เพิ่งออกมาเมื่อตุลาหลังจากหนูสมัครแล้ว หนูเลยอยากขอคําแนะนําว่าแบบนี้หนูทําอะไรได้บ้างมั้ยคะ เค้าพูดกับหนูตอนสมัคร แต่ตอนนี้หนูลาออกจากโรงเรียนมาเรียนจนจะจบแล้วเค้ามาบอกกับหนูแบบนี้ พอดีว่าหนูไปโทถามหัวหน้ากศน. เขตลาดกระบัง เค้าบอกว่าเป็นกฎตามกระทรวงการศึกษาทำอะไรไม่ได้

             ผมตอบว่า   อายุ 15 ปีบริบูรณ์ ก็จบ ม.ต้น กศน.ได้แล้วนะ ขอดูระเบียบจากเขาซิว่าทำไมต้องอายุ 16 ปี
             ระเบียบคือ “กรณีเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับหรืออายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนสถานศึกษา กศน. ... ต้องใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ”
             คำว่า “ใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ” นี้ มีการตีความกันใหม่ตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่า ให้ยึดอายุเป็นหลัก เช่นจะจบ ม.ต้น ต้องอายุ 15 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องจัดแผนการเรียนให้เขาทยอยเรียนทยอยทำ กพช.ให้ครบเมื่ออายุ 15 ปี ไม่ใช่รีบเรียนจนจบก่อนอายุ 15 ปี แล้วให้รออยู่เฉยๆ เมื่อมีการฟ้องร้อง ศาลปกครองขอดูเงื่อนไขการจบหลักสูตร ซึ่งเงื่อนไขไม่มีเรื่องอายุ ศาลจะให้สถานศึกษา กศน.แพ้คดี เพราะนักเรียนในระบบบางคนก็จบ ม.3 ก่อนอายุ 15 ปีได้
             บอกให้ครูเขาโทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้เลยนะ และนำหนังสือตามภาพประกอบนี้ไปให้ครู และ ผอ. ดู


 

         5. คืนวันที่ 21 ม.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสมัครสอบทีแคส ของนักศึกษา กศน.ระดับม.ปลาย ซึ่งน้องนักศึกษา กำลังจะจบในภาคเรียนที่ 2/2564. โดยในระบบการสมัครสอบเปิดรับสมัครถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์. 2565.นั้น. หนูมีเรื่องสอบถามการกรอกข้อมูล GPAX 5 เราจะเอาข้อมูลตรงไหนกรอก. พอดีหนูไม่ค่อยเข้าใจระบบ ทีแคส. นะคะ

            ผมตอบว่า   GPAX ต่างจาก GPA โดย GPA อาจจะหมายถึง เกรดเฉลี่ยของทุกรายวิชาในแต่ละภาคเรียน ( เฉลี่ยภาคเรียนเดียว ) ก็ได้ แต่ GPAX หมายถึง เกรดเฉลี่ยสะสมของทุกรายวิชาตลอดการเรียนในระดับชั้นนั้น ( เฉลี่ยรวมทุกภาคเรียน )
            ซึ่ง “ระดับผลการเรียนเฉลี่ย” ที่มุมซ้ายล่างในใบ รบ. ( ระเบียนแสดงผลการเรียน ) ของ กศน. ก็คือ GPAX อยู่แล้วนะ
            ต้องดูด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้น ๆ รับเด็กที่จบ กศน. ( เขาเรียกว่านักเรียนเทียบเท่า ) หรือไม่ และถ้ายังไม่จบ กำลังเรียนภาคเรียนที่ 4 เป็นภาคเรียนสุดท้าย จะใช้ GPAX 3 ภาคเรียนได้หรือไม่ หรือต้องรอให้จบก่อน ( ถ้าจบแล้ว ใช้เกรดเฉลี่ยเป็น GPAX 5 ได้แน่ )

            โรงเรียนในระบบเรียกว่า ใบ ปพ. ส่วน กศน.เรียกใบนี้ว่าใบ รบ. การออกใบ รบ.ในขณะที่ยังเรียนไม่จบและไม่ได้ลาออก ให้ออกเป็น “ใบแสดงผลการเรียน” โดย
            ถ้าเราเข้าโปรแกรม ITw โดยเปลี่ยนปีการศึกษาในโปรแกรมให้เป็นภาคเรียนที่ผ่านการเรียนมีผลการเรียน 3 ภาคแล้ว เพื่อดูใบแสดงผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละราย จากเมนู 1-A-1-6 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-รายงาน-รายงานผลการเรียน-พิมพ์ใบแสดงผลการเรียน ) ก็จะเห็น GPAX 3 ภาค ที่มุมซ้ายล่างของใบแสดงผลการเรียน
            อนึ่ง การสมัคร TCAS ของเด็กที่เรียนมากกว่า 5 ภาค หรือจบแล้ว และเด็กซิ่ว ( เด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว ต้องการสมัครเริ่มต้นเรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนสาขา-มหาวิทยาลัย ) บางมหาวิทยาลัยใช้ GPAX ในใบแสดงผลการเรียนที่เรียนมาแล้วมากกว่า 5 ภาค หรือเรียนจบแล้ว แทน GPAX 5 ภาค ก็ได้
            ( TCAS หรือ Thai University Center Admission System คือระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนำมาใช้แทนระบบเดิมที่เรียกว่าแอดมิชชัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 )

         6. เย็นวันที่ 10 ก.พ.65 มีผู้ถามในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ใบประกาศใช้ขอจบเพื่อออกวุฒิการศึกษาได้ไหมค่ะ!!พอดีเจ้าหน้าที่ทะเบียนเขาไม่ให้ค่ะ...เขาต้องการระเบียนแสดงผลการเรียนค่ะ

            ผมตอบว่า  หมายถึงใช้ประกาศนียบัตรเป็น "ใบวุฒิเดิม" เพื่อมาสมัครเรียนใช่ไหม
            1)  ในคู่มือฯฉบับปรับปรุง ปกสีเลือดหมู หน้า 65 ระบุ หลักฐานการสมัคร ไว้ว่า
                 "5) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ เช่น ประกาศนียบัตร ระเบียนแสดงผลการเรียน พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
                 ฉะนั้น ใช้ประกาศนียบัตร สมัครได้ แต่หลักฐานต้องมีฉบับจริงมาแสดงด้วย ( ฉบับถ่ายเอกสาร ปลอมง่ายมาก )
            2)  เราจะปล่อยให้เขาเรียนมาจนใกล้จบแล้ว จึงค่อยมาตรวจหลักฐานที่ต้องใช้ตอนสมัครเรียนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องตรวจหลักฐานตั้งแต่ตอนมาสมัครเรียน ถ้าตรวจตอนนี้พบว่าหลักฐานเขาไม่มีสิทธิเรียน แล้วเราจะไม่ให้เขาจบ เขาฟ้องร้องศาลปกครองได้ เพราะถือว่าเราทำผิดขั้นตอนทำให้เขาเสียเวลา เสียหายต่างๆ
            จริงๆแล้ว ตอนขอจบไม่ต้องขอใบวุฒิเดิมอีก ( ไม่มีระเบียบกำหนดว่าการขอจบต้องยื่นใบวุฒิเดิมอีก ) เพราะใบวุฒิเดิมนั้นนายทะเบียนต้องมีเก็บไว้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนสมัครเรียน ซึ่งใบวุฒิเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากรูปถ่ายที่ต้องยื่นใหม่เพราะต้องใช้รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน คนที่ใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน รูปตอนสมัครกับรูปตอนจบจะถ่ายคนละครั้งกัน

            แต่นายทะเบียนบางแห่งอาจขี้เกียจค้นหาหลักฐานเดิมมาแนบ จึงขอใหม่หมด

            จากนั้น มีผู้โพสต์ต่อ ว่า ขึ้นกับนายทะเบียนและผอ.ว่าจะให้ไหมขอเป็นตัวจริงนะคะ
            ผมตอบว่า  คู่มือการดำเนินงานฯ เป็นเอกสารแนบประกาศ สป.ศธ.ทั้งเล่ม จึงเป็นระเบียบหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ เมื่อระเบียบหลักเกณฑ์ สป.ศธ.นี้ให้ใช้ใบประกาศนียบัตรได้ นายทะเบียนและ ผอ.จะมีอำนาจแย้ง สป.ศธ.ได้หรือ
            เรื่องขอตรวจทานจากฉบับจริงนั้น ที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรหรือใบ รบ./ใบ ปพ.ก็ต้องขอตรวจทานจากฉบับจริงแล้วเก็บฉบับสำเนาไว้ คืนฉบับจริงไป
            และต้องขอ+ตรวจตั้งแต่ตอนสมัครเรียน หลักฐานเหล่านี้นายทะเบียนต้องเก็บไว้ที่ กศน.อำเภอ ไม่ใช่ให้ครูประจำกลุ่มเก็บไว้ที่ กศน.ตำบล เพราะ กศน.ตำบลยังไม่ใช่สถานศึกษาเอกเทศ
            และไม่ขอใหม่เรื่อยๆ แม้แต่สำเนาบัตรประชาชนตอนนี้รัฐก็ไม่ให้ขอ ถ้าสถานศึกษาไม่มีเครื่องอ่านบัตรที่จะดึงขอมูลจากบัตรเข้าโปรแกรมได้ สถานศึกษาต้องเป็นผู้ถ่ายเอกสารไว้เอง

         7. วันที่ 14 ก.พ.65 มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  อาจารย์มีระเบียบ หรือหนังสือ/นโยบาย เรื่อง กรรมการควบคุมห้องสอบ ต้องมีคูณสมบัติอย่างไร เป็นข้าราชการปลดเกษียณ หรือลูกจ้างชั่วคราว(ครูอัตราจ้าง)ของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รึป่าว

            ผมตอบว่า  ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้วนะ เช่นใน
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/08/
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2020/02/pws.html
            - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/03/kuk.html
            คือ กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ ) ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
            อนึ่ง ถ้าครู กศน.คุมสอบใน "วันราชการของเขา" ก็เบิกไม่ได้

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

1.ส่งตรวจสอบวุฒิทางธรรม ที่ไหน, 2.การนับเวลาขอเครื่องราชฯกรณีลาออกมาบรรจุใหม่, 3.โอนย้ายจากท้องถิ่น มา กศน.ได้ไหม, 4.ส่ง GPA แล้ว นศ.มาขอจบโดยใช้ชื่อใหม่ สามารถแก้ไขได้ไหม, 5.สอบ N-NET แล้วยังไม่จบ แล้วลาออก แล้วสมัครใหม่ ต้องสอบใหม่ไหม, 6.เปรียญธรรม 6 ประโยค ไปเทียบที่ไหน, 7.จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวันพบกลุ่มได้หรือไม่


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 24 มิ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้า นศ.นำเอกสาร 3 ประโยคมาสมัคร เราจะต้องตรวจสอบวุฒิกลับไปที่ไหน

           ผมตอบว่า   ส่งไปตรวจสอบที่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำ พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
            ( ถ้าเป็นการเทียบวุฒิว่าเทียบเท่าระดับชั้นใด เทียบที่ สพฐ. แต่เปรียญธรรม 3 ประโยค ใช้ได้เลยไม่ต้องเทียบวุฒิ ส่วนเปรียญธรรม 5 ประโยคต้องไปขอเทียบวุฒิที่ สพฐ.
           ต่างจากการตรวจสอบวุฒิว่าเป็นใบวุฒิปลอมหรือไม่ ปกติต้องตรวจสอบทุกใบ ถ้าเป็นวุฒิทางธรรมตรวจสอบไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
           ส่วนการเทียบวุฒิตาม พรบ.ใหม่ปี 62 ที่ว่า เปรียญธรรม 3 ประโยคเทียบ ม.ปลาย นักธรรมเอกเทียบ ม.ต้นนั้น จะเทียบแบบนี้ได้ต้องจบการศึกษาภาคบังคับ )

         2. คืนวันที่ 25 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  นับระยะเวลาเครื่องราช กรณี ข้าราชการพลเรือน รับราชการมาได้ 1 ปี 5 เดือน แล้วลาออกจากราชการ เพื่อไปบรรจุเป็นข้าราชการครู ในกรณีนี้จะสามารถนับระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน ช่วงที่เป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ไหม

           ผมตอบว่า   ต้องมีระยะเวลารับราชการ "ติดต่อกัน"
           การ “ลาออก” จากราชการไปแล้ว บรรจุใหม่ ในเรื่องของการขอเครื่องราชฯจะถือว่า ไม่ติดต่อกัน ต้องเริ่มนับระยะเวลารับราชการใหม่ แม้จะเป็นตำแหน่งในสายงานเดิมและไม่ได้เว้นระยะการรับราชการก็ตาม
           ( ถ้าเดิมเคยได้รับเครื่องราชฯแล้ว ยังไม่ต้องส่งคืน ยังนำมาใช้ประดับต่อไปได้ โดยแจ้งงานบุคลากรที่ใหม่ว่าเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชฯใดแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ที่ใหม่จะขอเครื่องราชฯเดิมนั้น ก็ข้ามไป ไม่ต้องขอใหม่อีก
              ส่วนถ้าเป็นการ “สอบโอนอายุราชการในสายงานที่เริ่มต้นในระดับเดียวกัน” จะถือว่ารับราชการติดต่อกัน นับระยะเวลาราชการเดิมรวมด้วย )

         3. วันที่ 2 ก.ค.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  โอนย้ายจากท้องถิ่น. มากกศน.ได้ไหม

           ผมตอบว่า   จะโอนจากตำแหน่งอะไรมาดำรงตำแหน่งอะไร ?
           กศน.มีหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติในการรับโอนข้าราชการประเภทอื่น ( ข้าราชการพลเรือนสามัญ พนักงานส่วนท้องถิ่น กทม. ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษาอื่น ฯลฯ ) มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ดูได้ที่
           https://www.dropbox.com/s/t0mhwwjq32agqpi/OOn-Move.pdf?dl=1




         4. เย็นวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.63 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าส่ง Gpa-Gpr แล้ว นศ มาขอจบโดยใช้ชื่อใหม่เราสามารถแก้ไขได้หรือไม่ค่ะ

           ผมตอบว่า   ถ้าผิดก็แก้ไขได้ แล้วทำหนังสือราชการแจ้งข้อมูลการแก้ไขไปพร้อมกับ รายงาน GPA/PR, รายงานผู้สำเร็จการศึกษา ชุดใหม่
           แต่ต้องดูหลักฐานการเปลี่ยนชื่อด้วยว่า เปลี่ยนชื่อวันไหน ถ้าวันเปลี่ยนชื่อเป็นวันหลังจากวันออกใบ รบ. เราจะแก้ไขเปลี่ยนชื่อให้เขาไม่ได้ เวลาเขานำใบ รบ.ไปใช้ เขาต้องนำใบเปลี่ยนชื่อไปแสดงควบคู่กับใบ รบ.เอง

         5. วันเข้าพรรษา 6 ก.ค.63 มีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า กรณีที่นักศึกษาเคยเรียนแบะสอบ n-net แล้ว แต่ยังไม่จบการศึกษา มาลาออกไปแล้วมาสมัครใหม่โดยนำผลการเรียนมาเทียบโอนในภาคเรียนนี้ และนักศึกษาจบในภาคเรียนนี้ด้วย ต้องให้นักศึกษาสอบ n-net อีกไหมคะ

            ผมตอบว่า   ถ้าหลักสูตรเดียวกัน เช่นหลักสูตร กศน.51 เหมือนกัน ไม่ต้องสอบใหม่อีก
           ( ดูคำตอบเดิม ๆ ในเรื่องนี้เช่นในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/07/3-n-net.html )

         6. เช้าวันหยุดชดเชย 7 ก.ค.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เรียนแต่บาลีอย่างเดียวแล้วคือจบปธ6แล้วมันเทียบวุฒิอะไรได้ ต้องไปเอาวุฒิที่ไหน

           ผมตอบว่า   เปรียญธรรม 6 ประโยค เทียบเท่า ม.ปลาย ไม่ต้องไปเทียบที่ไหน ใช้ใบเปรียญธรรม 6 ประโยคนี่แหละ โดยใช้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้ ณ 23 ม.ค.18 เป็นเอกสารอ้างอิง

         7. เย็นวันที่ 8 ก.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมในวันพบกลุ่มได้หรือไม่คะ

           ผมตอบว่า   ถ้าซ้ำซ้อนกับการพบกลุ่ม ก็อาจเลื่อนการพบกลุ่มไปวันอื่นให้ครบตามเกณฑ์การพบกลุ่ม
           ( กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นกิจกรรมสำหรับเสริมเพิ่มคุณภาพจากกิจกรรมพบกลุ่ม เป็นคนละกิจกรรมกัน บางคนอาจพูดว่าการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนก็เป็นการพบกลุ่มอย่างหนึ่ง หรือการเรียน “วิธีพบกลุ่ม” สมัยนี้ไม่ครบตามเกณฑ์ก็ไม่เห็นเป็นไร การพูดลักษณะนี้ เป็นการพูดแบบ กศน.ที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ถูกต้องตามระเบียบหลักเกณฑ์ แต่ละคนคิดต่างกันมีเหตุผลต่างกัน ผู้ที่ออกระเบียบก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ถ้าระเบียบที่กำหนดเกณฑ์การพบกลุ่มล้าสมัยแล้วก็ต้องเสนอและรอให้ผู้ออกระเบียบแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหลักเกณฑ์ก่อน )

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563

1.ยื่นเรื่องผ่อนผันการเกณฑ์ทหารแล้ว วันคัดเลือกทหารมีเอกสารอะไรไปบ้าง, 2.สพฐ.รับเทียบวุฒิออนไลน์ รับเทียบวุฒิเปรียญธรรมด้วย, 3.พนักงานราชการส่งเรื่องย้ายข้ามจังหวัด เมื่อไรสำนักจะพิจารณา, 4.การนำหนังสือห้องสมุดขึ้นออนไลน์มี 3 ระดับ, 5.รับสมัครทางออนไลน์, 6.เงินเดือนเต็มขั้น เงินเดือนจะขึ้นมั้ย, 7.เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก เป็นวัสดุหรือครุภัณฑ์


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. ดึกวันที่ 13 มี.ค.63 มีนักศึกษาถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ค ว่า  ยื่นเรื่องผ่อนผันกศนส่งไปเรียบร้อยแล้ว อยากทราบว่าต้องทำไรต่อบ้างแล้ววันคัดเลือกทหารมีเอกสารอะไรไปผ่อนผันบ้าง

             ผมตอบว่า   ปกติ กศน.อำเภอต้องยื่นเรื่องต่อไปที่ กศน.จังหวัดในเดือนธันวาคม กศน.จังหวัดส่งต่อไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหาร หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดตอบกลับมาที่ กศน.จังหวัด และ กศน.จังหวัดแจ้ง กศน.อำเภอ
             ถ้าเรื่องเรียบร้อยดี ป่านนี้คงแจ้งมาแล้ว ไปถามที่ กศน.อำเภอนะว่าต้องเตรียมอะไรไปในวันคัดเลือกหรือไม่
             ดูตัวอย่างหนังสือตอบของ กศน.จังหวัด คงให้นำบัตรประจำตัวประชาชนและ สด.35 ไปแสดงตัวตามวันเวลาสถานที่ที่กำหนดใน สด.35
             ( เฉพาะปี 63 มีโรค COVID-19 ระบาด ผู้ผ่อนผันอาจไม่ต้องไปแสดงตัว เพื่อลดการแออัด แต่ต้องไปพบสัสดีอำเภอ ในเวลาทำการหลังวันตรวจเลือกฯวันใดก็ได้ เพื่อรับหมายเกณฑ์ปีต่อไป

และอาจเลื่อนวันตรวจเลือกเกณฑ์ทหาร

                แต่คุณต้องไปตรวจสอบที่ กศน.อำเภอให้ชัดเจนนะว่าคุณได้รับการผ่อนผันแน่ๆ มิฉะนั้นอาจมีปัญหามาก )

หนังสือตอบผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร1.jpg,



         2. เคยมีคนใน กศน.บอกผมว่า สพฐ.รับเทียบวุฒิระดับ กศ.ขั้นพื้นฐาน เฉพาะวุฒิจากต่างประเทศ ไม่รับเทียบวุฒิในประเทศและวุฒิเปรียญธรรม ทำให้ผมเข้าใจผิดและตอบคำถามผิด

             วันที่ 26 มี.ค.63 ผมเห็น สพฐ.ประชาสัมพันธ์ว่า
             เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 สพฐ.ในกระทรวง ศธ.ที่ กทม.จึงให้ขอใบเทียบวุฒิออนไลน์
             - ใบเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ
             - ใบเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศ ( เปรียญธรรม 5 ประโยค )
             - ใบแทนใบเทียบวุฒิการศึกษา
             - หนังสือรับรองวุฒิการศึกษาเปรียญธรรม 5/เปรียญธรรม 6 ประโยค เป็นภาษาอังกฤษ
             - ใบแทนประกาศนียบัตร ( เฉพาะส่วนกลาง )
             โดยให้ดำเนินการ ดังนี้
             1)  ยื่นคำร้อง โดยบันทึกข้อมูลลงในเว็บไซต์สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.  https://srei.obec.go.th  พร้อมสแกนเอกสารหลักฐานแนบในระบบ หรือ
             2)  ดาวน์โหลดแบบคำร้องจากเว็บไซต์สำนักทดสอบทางการศึกษา  https://srei.obec.go.th  แล้วกรอกข้อมูลในแบบคำร้อง พร้อมสแกนเอกสารหลักฐาน แนบส่งทางอีเมล์ srei.bet@gmail.com
             หรือส่งทางไปรษณีย์ มาที่ สำนักทดสอบทางการศึกษา อาคาร สพฐ.4 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
             3)  ชำระเงินค่าธรรมเนียม โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มการชำระเงินจากเว็บไซต์สำนักทดสอบทางการศึกษา  https://srei.obec.go.th  เมื่อชำระเงินแล้วส่งหลักฐานการชำระเงินลงในระบบ หรือส่งทางอีเมล์ srei.bet@gmail.com
             4)  กรณีที่หลักฐานไม่ครบถ้วน จะไม่สามารถพิจารณาได้ว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ขอต้องให้หมายเลขโทรศัพท์ และ E-mail ที่สามารถติดต่อได้สะดวก หากข้อมูลไม่ครบถ้วน-ชัดเจน จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ขอ
             ทั้งนี้ หากผู้ขอต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร. 0 2288 5789-92
             เว็บไซต์  https://srei.obec.go.th

         3. เย็นวันที่ 30 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนนี้สำนักงาน กศน.จังหวัดได้ส่งเรื่องการย้ายพนักงานราช ครู กศน.ตำบล กรณีย้ามข้ามจังหวัดซึ่ง สำนักงาน กศน.ปลายทางมีเลขที่ตำแหน่งให้ย้ายไป ตอบรับ การย้ายมาว่า รับย้าย ไปที่สำนักงาน กศน. ไม่ทราบว่าสำนักจะพิจารณาเมื่อไหร่ เรื่องส่งไป 12 มีนาคม 63

             ผมตอบว่า   ย้ายข้ามจังหวัดกรณีปกติหรือกรณีมีเหตุพิเศษ ( เหตุพิเศษอะไร ? ) ถ้าเป็นกรณีปกติเขาจะพิจารณาตอนช่วงต่อสัญญาจ้าง ถ้าเป็นกรณีมีเหตุพิเศษบิดามารดาเจ็บป่วยร้ายแรง ได้ส่งหลักฐานการเจ็บป่วยร้ายแรงของบิดามารดาไปด้วยหรือเปล่า
             เลขที่ตำแหน่งว่าง/การตอบรับย้าย เป็นคนละเรื่อง แม้แต่ข้าราชการขอย้ายไปดูแลบิดามารดา เขายังขอหลักฐานเพิ่มเติมว่า มีพี่น้องกี่คนประกอบอาชีพอะไรอยู่ที่ไหน (ทำไมพี่น้องคนอื่นไม่ดูแลบิดามารดา)
             โทร.ถาม กจ.กศน.นะ ลองโทร.ไปถามที่ 02-2822159 ช่วงโควิด-19 นี้ เขาสลับกันมาทำงานนะ

             หลังจากที่ผมนำคำถามคำตอบนี้ไปลงในกลุ่มไลน์ “ภาคีเครือข่ายคนดี” ปรากฏว่า อ.ณัฐพนธ์ กจ.กศน. บอกผมทางไลน์ว่า "ให้โทร.มาหาผมได้ครับ 095 6936147"

         4. การนำหนังสือขึ้นออนไลน์ในเว็บของห้องสมุดประชาชน อาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้

             ระดับที่ 1  ห้องสมุดประชาชนฯส่วนใหญ่ ทำในระดับนี้ คือ นำลิ้งค์ของไฟล์หนังสือที่ผู้อื่นทำขึ้นออนไลน์ไว้แล้ว ลิ้งค์มาไว้ในหน้าเว็บของห้องสมุดฯตน
             ระดับที่ 2  นำหนังสือของห้องสมุดตนเองขึ้นออนไลน์ แต่ยังเป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นเองโดยพิมพ์เป็นไฟล์คอมพิวเตอร์  ขณะนี้หลายแห่งทำได้ถึงระดับนี้ เช่น ห้องสมุดประชาชนอำเภอท่าบ่อ หนองคาย ตอนนี้ ( เม.ย.63 ) นำหนังสือของตนเองขึ้นออนไลน์ 2 เล่มแล้ว ได้แก่หนังสือ “ตามรอยพระศักดิ์สิทธิ์ 9 วัด อำเภอท่าบ่อ” กับ “เล่าเรื่อง...เมืองท่าบ่อ” ใครสนใจเข้าไปอ่านได้ที่
             https://pubhtml5.com/bookcase/bcfy
             อ่านเสร็จแล้ว ห้องสมุดฯท่าบ่อ ยังมีแบบทดสอบไว้ให้ผู้อ่านวัดความรู้เกี่ยวกับเรื่องเมืองท่าบ่อด้วย ลองทดสอบหลังอ่านได้ที่ https://forms.gle/uhx6WnJoC55tDLmF6
             ใครผ่านเกณฑ์ 80% จะได้ใบสำคัญทาง e-mail ยืนยันความเป็นนักอ่านออนไลน์
             ที่มา: A’o’m
             ใครที่จะทำระดับที่ 2 แต่ยังทำไม่ได้ สามารถศึกษาจากห้องสมุดฯท่าบ่อ หรือกลุ่มพัฒนา กศน. ( กลุ่มพัฒนา กศน.ก็นำหนังสือต่าง ๆ ของกลุ่มพัฒนา กศน.ขึ้นออนไลน์ไว้ในลักษณะนี้ )
             ระดับที่ 3  นำหนังสือเก่าในห้องสมุดที่มีแต่เล่มหนังสือ ไม่มีไฟล์คอมพิวเตอร์ ขึ้นออนไลน์  ไม่ทราบว่ามีห้องสมุดประชาชนใดทำในระดับนี้แล้วบ้าง แต่ทราบว่าหอสมุดคุรุสภาในกระทรวง ศธ. นำหนังสือเก่าแก่ขึ้นออนไลน์ในลักษณะ e-Library ใครสนใจศึกษาดูได้ที่  http://site.ksp.or.th/content.php?site=library&SiteMenuID=1256
             ทั้งนี้ ควรนำหนังสือในห้องสมุดฯที่เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องภายในอำเภอขึ้นออนไลน์  ถ้าจะนำหนังสือที่มีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นขึ้นออนไลน์ แม้หนังสือเล่มนั้นจะมีอยู่ในห้องสมุดก็ตาม ควรตรวจสอบ/ติดต่อสอบถามเรื่องลิขสิทธิ์ก่อน.




         5. สถาบันการศึกษาทางไกล กศน. เปิดรับสมัครเรียน ม.ต้น-ม.ปลาย  แบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ไม่ต้องไปพบกลุ่ม  อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ทั่วประเทศ  จบแล้วมีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเรียนในโรงเรียน

             สมัครได้ที่  www.dei.ac.th
             ( ในส่วนของรูปถ่ายและเอกสารหลักฐานการสมัคร  นอกจากจะอัพโหลดในระบบรับสมัครออนไลน์แล้ว  ขอให้ผู้สมัครลงลายมือชื่อกำกับสำเนาถูกต้อง  ส่งทางไปรษณีย์ไปที่สถาบันการศึกษาทางไกล กศน.อีกด้วย  โดยเอกสารที่ผู้สมัครอัพโหลดในระบบรับสมัครออนไลน์นั้น  เจ้าหน้าที่จะรีบปริ้นเอ้าท์ไปทำการตรวจสอบวุฒิเดิมก่อน เพื่อให้ทันการ )
             ที่มา: Mongkolchai Khaosaard 





         6. เย็นวันเสาร์ที่ 4 เม.ย.63 มีผู้ถามในไลน์กลุ่มภาคีเครือข่ายคนดี ว่า   ในกรณีที่เงินเดือนเต็มขั้นแล้ว เราไม่ได้ทำ คศ 3 เงินเดือนจะขึ้นมั้ย  หรือได้แค่เงินเดือนเต็มขั้นไปจนเกษียณ

             ผมตอบว่า   แม้จะเปลี่ยนเป็นการเลื่อนเงินเดือนเป็นร้อยละ แทนเลื่อนเป็นขั้น  ก็ลักษณะเดียวกัน คือ เฉพาะอันดับ คศ.2-4 สามารถเลื่อนไหลข้ามอันดับไปได้ 1 อันดับ (ครูผู้ช่วยและ คศ.1 ไหลไม่ได้)
             เช่น วิทยฐานะชำนาญการ สามารถเลื่อนเงินเดือนข้ามอันดับ คศ.2 ไปรับในอันดับ คศ.3 ได้เรื่อย ๆ ( วิทยฐานะยังเป็นชำนาญการเหมือนเดิม ไม่ได้เป็นชำนาญการพิเศษตามเงินเดือน ) จะตันที่ขั้นสูงของอันดับ คศ.3 ( ไหลได้อันดับเดียว )

             ถ้าทำวิทยฐานะชำนาญการพิเศษได้เมื่อไรจึงจะเลื่อนไหลต่อไปที่เงินเดือนอันดับ คศ.4 ได้อีก
             แต่เฉพาะปีที่เลื่อนข้ามอันดับปีเดียว  เงินส่วนที่เกินขั้นสูงของอันดับเดิม จะได้รับเป็นค่าตอบแทน  ปีต่อไปจึงจะเลื่อนในอันดับถัดไปตามปกติ
             ดูรายละเอียดที่  https://www.kruupdate.com/คุณครู-เงินเดือนจะเต็มข/

         7. เย็นวันที่ 10 เม.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เครื่องวัดอุณหภูมิ อินฟาเรท เป็นวัสดุ หรือ ครุภัณฑ์

             ผมตอบว่า   เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบสแกนหน้าผากด้วยคลื่นอินฟราเรด เป็นครุภัณฑ์
             1)  ปรอทวัดไข้ แบบเป็นแท่งแก้วเล็ก ๆ พังแล้วซ่อมไม่ได้ ถึงซ่อมได้ก็ไม่คุ้มค่าซ่อม จัดเป็นวัสดุวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์
             2)  ถ้ามีลักษณะเป็นเครื่อง เช่น เครื่องเทอร์โมสแกน เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบสแกนหน้าผากด้วยคลื่นอินฟราเรด เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล เครื่องวัดอุณหภูมิทางช่องหู  เมื่อชำรุดแล้วสามารถซ่อมได้และคุ้มค่าเงินที่ซ่อม จะจัดเป็นครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์หรือการแพทย์