แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขรก.ครู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขรก.ครู แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

1.เกณฑ์ข้าราชการครูขอย้าย เหลือ 2 ปีแล้วใช่ไหม, 2.การพิมพ์ตำแหน่งของครูที่รักษาการ ผอ. ลงในใบ รบ. พิมพ์ย่อหรือเต็ม, 3.ใช้เงินอุดหนุนจัดอบรมลูกเสือ ซื้อลำโพงได้ไหม, 4.การจ้างครู ติดอากรแสตมป์หรือตีตราสาร, 5.มีอัตราตำแหน่งรอง ผอ.สถานศึกษา กศน.ไหม, 6.หลักสูตร 2544, 2551 ออกเลขที่ประกาศนียบัตรอย่างไร, 7.จบเปรียญธรรม 5 ประโยค เรียนมหาจุฬาฯจนจบ เขาบอกให้หาวุฒิ ม.6 มาแจ้งจบ

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 8 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เนื่องด้วยเกณฑ์การย้ายของข้าราชการครู ที่กคศ.กำหนดใหม่ ให้ยกเลิกเกณฑ์4ปี เหลือ2ปี  ครูที่สอบบรรจุ กรณีพิเศษ ของสำนักงานกศน. ปี63 พ้นการพัฒนาอย่างเข้มแล้ว สามารถเขียนย้านในเดือน ม.ค.66 นี้ได้มั้ย

             ผมตอบว่า   ว18/2565 นี้ ครูที่สอบบรรจุกรณีพิเศษ ( สอบคัดเลือกจากบุคลากรภายในสังกัดที่สอนครบ 3 ปี ) ไม่ได้ลดอายุงานเหลือ 2 ปีนะ กลุ่มกรณีนี้ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบบรรจุนั้น  แต่ถ้าเป็นสอบบรรจุที่รับบุคลลทั่วไปทั้งบุคลากรภายในและคนทั่วไปสมัครสอบบรรจุได้ จึงลดอายุงานเหลือ 2 ปียื่นขอย้ายได้ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ให้ขอย้ายตั้งแต่ ม.ค.2566

         2. วันเสาร์ที่ 12 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในกรณีไม่มีผู้บริหาร และมี ขรก.ครูรักษาการฯ  ในใบ รบ.ตำแหน่งผู้บริหารต้องพิมม์ว่า  ครู  รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ......หรือใส่คำว่าผู้บริหารสถานศึกษา  (ใส่รักษาการจะยาวมาก)

             ผมตอบว่า   ถ้าจะให้ถูกต้อง พิมพ์ว่า "ครู รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ....." ( คำว่า "กศน." พิมพ์คำย่อก็ได้ คำเต็มก็ได้ ส่วนวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการพิเศษ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ )
             การพิมพ์ชื่อตำแหน่งในใบ รบ. ด้วยโปรแกรม ITw สามารถพิมพ์ตำแหน่งได้ยาว 2 บรรทัด ตามตัวอย่างใน 2 ภาพประกอบนี้



 

         3. เช้าวันที่ 24 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เราจัดกิจกรรมอบรมลูกเสือระดับชั้นbtc.ให้คุณครู แต่เราขาดพวกลำโพง เคลื่อนที่ หรือแบบสะพาย เราสามารถ ซื้อผ่านโครงการได้มั้ย เนื่องจากการเช่า ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม การอบรมลูกเสือ มีฐานการเรียนรู้หลายฐาน ถ้าเช่าทุกฐานคงไม่ไหว และมีกิจกรรมเดินทางไกล ซึ่งแบ่งและแยกเดินเป็นหมู่ๆ คงไม่มีใครลากล้อลำโพง หรือเช่ารถลำโพงขับตามได้ เลยมีข้อสงสัยว่าเราสามารถจัดซื้อได้ตามหนังสือ ว119ของคณะกรรมการวินัจฉัย กระทรวงการคลัง /และกรอบการใช้เงินอุดหนุนปี63 ได้มั้ย

             ผมตอบว่า  
             1)  พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และเมื่อชำรุดเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้หรือไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม จะไม่ถือเป็นครุภัณฑ์ แต่ เครื่องขยายเสียงและลำโพงมีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ และเมื่อชำรุดเสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้เพราะมีร้านรับซ่อมลำโพง ลำโพงจึงเป็นครุภัณฑ์
             2)  หนังสือ ว119 นั้น คือ ซื้อก่อนแล้วทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างตามหลัง ใช้ในกรณีวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท แต่ดูรายการตามตาราง 1-2 ที่แนบหนังสือ ว119 ก็ไม่เห็นมีรายการครุภัณฑ์
             3)  จะใช้เงินอุดหนุนรายหัว จัดอบรมลูกเสือให้ครูใช่ไหม ในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศน.ปี 63
                  - ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ไม่รวมค่าครุภัณฑ์
                  - ข้อ 12.2 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. ก็มีแต่ค่าเช่าอุกรณ์เครื่องเสียง ไม่มีค่าซื้อ
                  - ข้อ 12.3 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมลูกเสือ อาสายุวกาชาด ( หมายถึงจัดกิจกรรมให้นักศึกษา ไม่ใช่จัดกิจกรรมให้ครู ) ก็มีแต่ค่าเครื่องแบบ
             4)  ลองเสนอจัดซื้อจัดจ้างไปยัง สนง.กศน.จังหวัดก็ได้ ถ้าจังหวัดอนุมัติ จังหวัดก็จะร่วมรับผิดชอบ

         4. คืนวันที่ 7 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การจ้างครูต่างประเทศ หนูดูในเพจของอาจารย์บอกว่าติดอากรแสตมป์ แต่ในเพจกฎหมายให้ตีตราสาร หนูรบกวนขอความรู้อาจารย์ค่ะเพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูก

             ผมตอบว่า   "สัญญาจ้าง" เป็น "ตราสาร" ชนิดหนึ่ง
             ส่วนคำว่า "ตีตราสาร หรือ การตราสาร" คือ
ชำระเป็นเงินที่สำนักงานสรรพากร แทนการซื้ออากรสแตมป์มาติด ซึ่งสำนักงานสรรพากรจะ "สลักหลังตราสาร" ( สลักหลังสัญญาจ้าง ) เป็นหลักฐานว่าชำระค่าภาษีอากรแทนการซื้ออากรแสตมป์แล้ว

             กรณีค่าจ้างตลอดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง รวมตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ให้นำสัญญาไปสลักหลังตราสารเพื่อชำระค่าอากรแทนการปิดอากรแสตมป์ ที่สำนักงานสรรพากร

              ( ในเพจผม ไม่ได้กล่าวถึงการจ้างถึง 2 แสนบาท เพราะ กศน.จ้างเดือนละ 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน รวมไม่ถึง 2 แสนบาท )

         5. เช้าวันที่ 29 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สนง กศน มีอัตรา ต่ำแหน่งไหม ถ้ามี อยู่ในส่วนไหน

             ผมตอบว่า   มีตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่ สถานศึกษาขึ้นตรง เช่น สถาบัน กศน.ภาค, สทก., สธ., ศฝช., ศว.,
              ( เคยมีการกำหนดไว้ในโครงสร้างกรอบอัตรากำลังของ กศน.เขต/อำเภอ ขนาดเล็กถึงใหญ่พิเศษ แต่ยังไม่มีอัตราเงินเดือน)

         6. คืนวันที่ 10 ม.ค.66 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ใบประกาศนียบัตร หลักสูตร 51 ในส่วนของเลขที่ ให้ระบุเป็นลำดับที่ หรือรหัสนักศึกษาค่ะ ในคู่มือบอกให้ระบุเป็นลำดับที่ แต่ในหนังสือ หน้าที่ 181 ให้ระบุเป็นรหัสนักศึกษาหลักสูตร 2531 2530 2533 แล้วหลักสูตร 51 ละค่ะ ออกได้ทั้งที่เป็นเลขลำดับที่ใบประกาศที่จองไว้ในระบบ /รหัสนักศึกษาใช่ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   เลขที่ประกาศนียบัตร

             1) ในหนังสือ(คู่มือการดำเนินงาน) หน้าที่ 181 ให้ออกเลขที่ประกาศนียบัตรสำหรับหลักสูตร 2530 2533 ด้วยเลขรหัสประจำตัวนักศึกษา ซึ่งเป็นไปตาม คำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2524
             2) ต่อมา พ.ศ. 2539 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ได้ยกเลิกระเบียบปี พ.ศ.2524 โดยคำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบปี 2539 กำหนดว่า "เลขที่ ให้เขียนเฉพาะเลขลำดับที่ โดยไม่ต้องใส่เลข 0 นำหน้า และไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ เช่น ๑ ๒ ๓ ..."
             3) ฉะนั้น หลักสูตร 2544 (ประกาศนียบัตรคือ ปพ.2) และหลักสูตร 2551 ( ประกาศนียบัตรคือ กศน.2 ) ที่ถูกต้อง เลขที่ก็เป็นเลขลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ...
             4) สำหรับหลักสูตร กศน.2551 ให้ดูในคู่มือการดำเนินงาน หน้า 179 ข้อ 4.8 ระบุว่า "เลขที่ประกาศนียบัตร ... ... ให้ระบุเลข ๑ ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการอนุมัติการสอบ
                 และหน้า 171 เป็นคำอธิบายท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ข้อ 2.4.1 ระบุว่า เขียนหรือพิมพ์เฉพาะเลขลำดับ ไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ)
                 ( การออกเลขที่ประกาศนียบัตรหลักสูตร 2551 ในโปรแกรม ITw คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า ให้คีย์เลขที่ประกาศนียบัตรในเมนู 1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )

         7. คืนวันที่ 12 ม.ค.66 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อาตมาจบเอาประโยค5ไปสมัครเรียนมหาจุฬา ตอนนี้กำลังแจ้งจบ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าแจ้งจบไม่ได้ ต้องไปหาวุฒิม.6มาแจ้งจบ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางมหาลัยไม่ได้สอนวิชาสามัญเพิ่มให้ จึงสอบถามว่าเราจะสามารถเทียบโอนวุฒิได้ไหมครับ

             ผมตอบว่า   การเทียบวุฒิทางธรรม กับวุฒิ ม.ปลาย(ม.6) นั้น
             ถ้าเป็น พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่ 2562 แค่เปรียญธรรม 3 ประโยค ก็เทียบเท่า ม.ปลาย(ม.6) แล้ว แต่ต้องเรียนตาม พรบ.ใหม่นี้ คือจะต้องเรียนวิชาสามัญเพิ่มเติม
             เมื่อท่านไม่ได้เรียนตาม พรบ.ใหม่ ท่านต้องเทียบวุฒิแบบเดิมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับลงวันที่ 22 ส.ค.2526 ( ตามภาพประกอบ ) คือ ปธ.5 จะเทียบเท่า ม.ปลาย ต้องได้รับแต่งตั้งให้สอนวิชาพระปริยัติธรรมในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำการสอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง  และไปขอเทียบเป็นวุฒิ ม.ปลาย ที่ สำนักทดสอบทางการศึกษา อาคาร สพฐ.4 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ  ( ตอนช่วงโควิดระบาดหนักเขาให้ขอเทียบฯทางไปรษณีย์ได้ แต่ตอนนี้คงต้องไปเอง ถ้าจะให้แน่ใจ โทร.ถามที่ 02 288 5789-92 )
             ถ้าท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์และ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ไม่เทียบวุฒิ ม.ปลายให้ ก็ไม่ถือว่าท่านจบ ม.ปลาย ท่านก็ไม่มีวุฒิ ม.6 ไปแจ้งจบครับ


 

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

1.ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว แต่เรายังจ้างไม่ถูกต้อง, 2.กำหนดจำนวนชั่วโมงสอนของ ขรก.ครู กศน., 3.ผอ.กศน.อำเภอ ย้ายครู กศน.ตำบล, 4.จังหวัดขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่าง ไปเป็นนักจัดการงานทั่วไปที่จังหวัดได้หรอ, 5.เครื่องแบบ นศ.กศน. เอกชนเอาตรา กศน.ไปทำขายได้เหรอ, 6.งานบุคลากร กศน.อำเภอบ้านโพธิ์บอกว่าไม่มีสิทธิ์ลา, 7.คำถามซ้ำซากเรื่องครูอาสาฯ



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. หลังจากที่ผมโพสต์เรื่อง “อยากให้ปรับปรุงสิทธิของ ครู ศรช.” ปรากฏว่ามีผู้เขียนความคิดเห็นต่อท้ายโพสต์ของผม เช่น

             1)  เย็นวันที่ 10 พ.ย.60 มีผู้เขียนต่อท้ายโพสต์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  สัญญาจ้างเหมาบริการ เป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ เมื่อเป็นสัญญาจ้างแรงงาน นิติสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้างกับ ส่วนราชการ (ผู้ว่าจ้างตามสัญญา) จึงเป็น นิติสัมพันธ์ในฐานะลูกจ์างกับนายจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ดังนั้น การที่ส่วนราชการไม่ได้ขึ้นทะเบียนลูกจ์างเพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.๒๕๓๓ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ
                  
( คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๓๔๙/๒๕๕๖  http://www.admincourt.go.th/admincourt//upload//webcms//Academic//Academic_031017_091242.pdf )







                  ผมตอบว่า  เราทำผิด เราให้ทำงานเหมือนจ้างแรงงาน ( เหมือนจ้างลูกจ้างชั่วคราว ) ซึ่งศาลพิพากษาว่าถ้าจ้างให้ทำงานลักษณะนี้จะเป็นการจ้างแรงงาน ต้องได้สิทธิเหมือนลูกจ้างชั่วคราว
                  ซึ่งกระทรวงการคลังก็เคยย้ำมายังทุกส่วนราชการ ( ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนมาก ที่ กค
0406.4/ว67 ลงวันที่ 14 ก.ค.53 ) ว่า การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุต้องไม่จ้างในลักษณะจ้างแรงงาน เช่น ต้องไม่จ้างต่อเนื่อง แต่ให้จ้างเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ ต้องมีการตรวจรับชิ้นงานที่จ้างจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีใบตรวจรับงานจ้างเป็นหลักฐาน แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจรับงานจ้าง
                  
( หนังสือกระทรวงการคลังฉบับนี้ สรุปได้ว่า
                     
" ปัจจุบัน ส่วนราชการหลายแห่งได้ดำเนินการจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกับการจ้างแรงงาน ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าเป็นบุคลากรของรัฐ และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมือนบุคลากรของรัฐ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาข้อโต้แย้ง จึงให้ส่วนราชการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด ดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ระเบียบลูกจ้าง
                        
- จ้างดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริมการปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติของส่วนราชการ ไม่จำเป็นต้องจ้างเต็มปีงบประมาณ และ มิให้ทำสัญญาจ้างในลักษณะต่อเนื่อง
                        
- อัตราค่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายตามวุฒิการศึกษา แต่ให้เป็นอัตราค่าจ้างปกติทั่วไปที่เป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมกับงานนั้น โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย
                        
- ไม่ถือเป็นบุคลากรของรัฐที่จะมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ จากทางราชการ แต่เป็น "ผู้รับจ้างทำของ" ผู้ว่าจ้างไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แต่ผู้รับจ้างสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ตามมาตรา 40 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ” )

                  ทั้งศาล และกระทรวงการคลัง สอดคล้องกัน ความผิดอยู่ที่เรา พฤตินัยของเราจ้างให้ทำงานเหมือนลูกจ้างชั่วคราว แต่นิตินัยทำหลักฐานว่าจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ ซึ่งศาลบอกว่า เป็นสัญญาจ้างอำพราง ศาลให้พิจารณาจากพฤตินัยเป็นหลัก ถ้าให้ทำงานเป็น “ลูกจ้าง” ไม่ใช่ “ผู้รับจ้าง” ส่วนราชการก็ต้องให้สิทธิประโยชน์แบบลูกจ้าง

                  ปัญหาของเราคือ เราไม่ได้งบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราวเลย ( ถ้าได้งบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราว งบจะมาพร้อมเลขที่อัตราและเงินประกันสังคม+ค่าครองชีพตามเกณฑ์ )
                  เราจึงต้องใช้งบดำเนินงานและเงินอุดหนุนในการจ้าง ซึ่งงบนี้จะจ้างต่อเนื่องเป็นลูกจ้างและจ่ายค่าประกันสังคมไม่ได้ ต้องจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ)

                  ถ้าไม่ได้งบบุคลากรและจะทำให้ถูก ก็ต้องเลิกจ้างต่อเนื่อง แต่ใช้งบดำเนินงานหรือเงินอุดหนุนจ้างเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ ซึ่งจะเดือดร้อนกันทุกฝ่าย ข้าราชการและพนักงานราชการจะทำงานไม่ไหว เช่นต้องสอน/พบกลุ่มแทนครู ศรช.

                  สรุป  ถ้าจะทำให้ถูกต้อง คือ ใช้งบบุคลากรจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวซึ่งต้องทำประกันสังคมให้และมีค่าครองชีพชั่วคราวตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ปัญหาของเราคือ ไม่ได้รับงบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราวเลย เมื่อนำงบดำเนินงานและเงินอุดหนุนมาจ้างแทน ก็ต้องจ้างแบบจ้างเหมาบริการและทำประกันสังคมไม่ได้
                  เราทำผิด ที่ จ้างต่อเนื่องให้ทำงานเหมือนลูกจ้าง ไม่จ้างเป็นจ๊อบ ๆ

             2)  วันเสาร์ที่ 11 พ.ย.60 มีผู้เขียนต่อท้ายโพสต์เรื่องเดียวกันของผมในเฟซบุ๊ก ว่า “พนักงานราชการทำงานในพิ้นที่ ข้าราชการรับงานอยู่ข้างบน แปลกนะพอปรับเงินเดือนต้องนึกถึงข้าราชการก่อนทุกครั้ง”

                  ผมตอบว่า  จริงหรือ... แต่ที่ผ่านมา เช่น ครั้งล่าสุด 1 ธ.ค.57 ปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ 4 % กฎหมายหลักฉบับเดียวกันครอบคลุมทั้งข้าราชการและพนักงานราชการ โดยพนักงานราชการได้ปรับ 4 % ทุกคน แต่ข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไปไม่ได้ปรับเลย
                  และ ข้าราชการครูระดับต่ำกว่าชำนาญการพิเศษได้ปรับช้ากว่าพนักงานราชการเกือบ
2 ปี เพราะข้าราชการครูต้องออกกฎหมายเงินเดือนตามหลังข้าราชการพลเรือนและต้องทยอยแก้ไขคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนก่อน ( ได้ปรับช้ากว่าก็ดีที่ได้ตกเบิกย้อนหลังเป็นเงินก้อน )
                  จะเขียนอะไรก็ขอให้ใช้ข้อมูล/ข้อเท็จจริงด้วย อย่าใช้แต่ความคิด/อารมณ์
                  พนักงานราชการวุฒิ ป.ตรี หลักสูตร
4 ปี บรรจุใหม่ได้เงินเดือน 18,000 บาท แต่ข้าราชการพลเรือนวุฒิ ป.ตรี หลักสูตร 4 ปี บรรจุใหม่ได้เงินเดือน 15,000 บาท

                  หลังจากที่ผมตอบไป ผู้เขียนมาเขียนต่ออีกว่า “สามปีแล้วคับ”

                  ผมตอบว่า  หลังจาก "ครั้งล่าสุด" แล้ว ก็ยังไม่มีการปรับเงินเดือนอีก ทั้งข้าราชการและพนักงานราชการ ( เข้าใจคำว่า ครั้งล่าสุด ไหม )
                  หรือว่าที่เขียนนี่หมายถึง "การเลื่อนเงินเดือนประจำปี" ถ้าเป็นการเลื่อนเงินเดือนประจำปี ข้าราชการยิ่งช้ากว่า เพราะข้าราชการต้องออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนโดยส่วนกลางซึ่งออกช้ากว่า และได้เงินตกเบิกช้ากว่าพนักงานราชการเป็นปกติ เช่นปีนี้ถึงวันนี้ (
12 พ.ย.60 ) ข้าราชการแต่ละคนยังไม่รู้เลยว่าคำสั่งเลื่อนเงินเดือนจะออกเมื่อไร จะได้เลื่อนเงินเดือนเท่าไร จะได้ตกเบิกย้อนหลังเมื่อไร แต่ก็ยังไม่มีใครถามเพราะช้าอย่างนี้เป็นปกติ ไม่ควรจะคิดถึงแต่เรื่องของตนเอง

         2. ก.ค.ศ.กำหนดจำนวนชั่วโมงสอนตามตารางสอน ของข้าราชการครู กศน.

             https://www.dropbox.com/s/drne27s7gc3jyk9/hourTeacherNFE.pdf?dl=1

         3. คืนวันที่ 13 พ.ย.60 มีบุคคลจาก กศน.อ.กร..... จ.สม..... ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า
             1)  ผอ.กศนอำเภอมีอำนาจย้ายครูกศนตำบลไปทำงานกศนจังหวัดได้มั้ย ในกรณีหาว่ากระดางกระเดื่อง
             2)  หัวหน้ากศนตำบลโดนผอให้ลดชั่นจากหัวหน้ามาเป็นทำงานสำนักงานกศนอำเภอเป็นหลัก ช่วยงานพัสดุและสารบัญ แล้วให้คนอื่นมาทำแทนตำแหน่งคนนั้นได้มั้ย

             ผมตอบว่า  ประเด็นเหล่านี้ผมตอบบ่อยแล้ว เสิร์ชหาอ่านรายละเอียดดูนะ เช่นใน
             - ข้อ 5 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/517220
             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/01/n-net.html
             - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/04/60.html
             ตำแหน่ง “ครู กศน.ตำบล” กับตำแหน่ง “หัวหน้า กศน.ตำบล” นี้ เป็นคนละเรื่องกัน โดยตำแหน่งครู กศน.ตำบล เป็นพนักงานราชการตำแหน่งหนึ่ง ส่วนหัวหน้า กศน.ตำบล เป็นหัวหน้าทีมบุคลากรที่ดำเนินงาน กศน.ตำบล ซึ่งมีตำบลละ 1 คน
             หัวหน้า กศน.ตำบล ไม่จำเป็นต้องเป็นครู กศน.ตำบล เช่นในภาคกลาง ( ยกเว้น กทม.) ภาคตะวันออก ภาคใต้ ยังมีจำนวนครู กศน.ตำบล น้อยกว่าจำนวนตำบล จึงมีหลายตำบลที่ต้องแต่งตั้งบุคลากรอื่นเช่นครูอาสาฯเป็นหัวหน้า กศน.ตำบล
             ผู้แต่งตั้งหัวหน้า กศน.ตำบล คือ ผอ.กศน.จังหวัด ถ้า ผอ.กศน.อำเภอต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเสนอให้จังหวัดออกคำสั่งเปลี่ยนแปลง

             ส่วนการเปลี่ยนพื้นที่ครู กศน.ตำบล ( พนักงานราชการ ) นั้น ส่วนกลางมอบให้จังหวัดเปลี่ยนพื้นที่ตามคำร้องขอ/ความจำนงของพนักงานราชการ ได้เฉพาะตอนเปลี่ยนสัญญาจ้าง
             โดยถ้าเป็นตำแหน่งครู กศน.ตำบล เลขที่ตำแหน่งจะระบุพื้นที่ถึงระดับตำบล ฉะนั้นการเปลี่ยนตำบลก็เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ จังหวัดเปลี่ยนได้เฉพาะตอนต่อสัญญาและต้องเป็นไปตามคำร้องขอ/ความจำนงของพนักงานราชการ
             การเปลี่ยนพื้นที่นี้ต้องเปลี่ยนไปยังที่ ๆ มีเลขอัตราว่างในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งที่จังหวัดไม่มีอัตราตำแหน่งครู กศน.ตำบล เพราะไม่ใช่สถานศึกษา อำเภอและจังหวัดไม่มีอำนาจสั่งให้พนักงานราชการไปช่วยราชการที่อื่น ถ้าพนักงานราชการทำความผิดก็ต้องดำเนินการพิจารณาและลงโทษไปตามขั้นตอน/หลักเกณฑ์ ซึ่งไม่มีขั้นตอน/หลักเกณฑ์ให้ส่งไปช่วยราชการที่อื่น

         4. ดึกวันที่ 13 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน เมื่อว่างลงแล้ว สำนักงาน กศน.จังหวัดสามารถขอเปลี่ยนเป็นตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปที่ กจ. เพื่อเรียกมาบรรจุที่สำนักงาน กศน.จังหวัด ได้เหรอ

             ผมตอบว่า   การขอเปลี่ยนตำแหน่ง และ/หรือ เปลี่ยนพื้นที่ ของตำแหน่งว่าง ให้จังหวัดกับอำเภอหารือกัน แล้วเสนอเหตุผลความจำเป็นให้ส่วนกลางพิจารณาอนุมัติ

             5. วันที่ 14 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เคื่องแบบที่ขายในเพจต่างๆ (ตามภาพ) ออกมาจากกรมไหม ถูกระเบียบไหม มีในระเบียบกศน.ไหม อยากทราบข้อเท็จจริง

             ผมตอบว่า   เครื่องแบบนักศึกษาใช่ไหม ส่วนกลางไม่ได้กำหนดบังคับเรื่องเครื่องแบบนักศึกษา กศน. โดย นศ.จะใช้แบบที่เอกชนเขาทำขายกันเองก็ได้ แต่จะบังคับหรือกำหนดให้ นศ.ซื้อไม่ได้ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
              ( ดูรายละเอียดในคำตอบเดิม เช่นในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/05/prgaccout.html )

             ผู้ถาม ถามต่อ ว่า  เอกชนเอาตราสัญลักษณ์กศน.มาใช้ในการพาณิชย์ได้เหรอ
             ผมตอบว่า  เครื่องแบบข้าราชการสังกัดต่าง ๆ เอกชนเขาก็ทำขายกันนะ เช่นตราเสมาธรรมจักร
             ตรา "เพื่อนเรียนรู้" นี้ ไม่ใช่ตราหน่วยงาน กศน. ตรานี้เราอาจไม่ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ แต่ถ้าเราจะฟ้องจริง ๆ ก็คงจะฟ้องได้ และคงชนะ ( ไม่ 100 % ) แต่จะคุ้มไหม
              ( ไม่ได้ทำให้เราเสียหาย ไม่ได้ทำขายแข่งกับเรา ไม่ได้ทำให้เราขายได้น้อยลง เพราะเราไม่ได้ทำขาย )






         6. วันที่ 15 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีพนก.ยังทำงานไม่ครบ6 เดือนแล้วป่วยเข้ารพ.จะต้องทำยังงัยในเมื่องานบุคลากร กศน.อำเภอบ้านโพธิ์บอกว่าทำงานไม่ครบ 6 เดือนไม่มีสิทธิ์ลาป่วย

             ผมตอบว่า   ถ้า “พนก.” ของคุณ ย่อมาจากพนักงานราชการ ผมโพสต์ระเบียบการลาของพนักงานราชการประมาณ 10 ครั้งแล้ว ดูระเบียบฉบับเต็มกับฉบับปรับปรุงเฉพาะเรื่องการลาพักผ่อนได้ที่
             -
https://www.dropbox.com/s/45lvflyejrgfqp0/benefit54.pdf?dl=1
             -
https://www.dropbox.com/s/rpz0d2zxfjw532l/PRGrelaxP.pdf?dl=1
             การลาพักผ่อน  ปีแรกที่ได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการยังไม่ครบ 6 เดือน ไม่มีสิทธิลาพักผ่อน
             การลาอุปสมบท/ลาไปประกอบพิธีฮัจย์  ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 4 ปีแล้วจึงจะมีสิทธิลา
             ส่วนการลาอื่น ๆ เช่นลาป่วย ลากิจ  มีสิทธิยื่นขอลาตั้งแต่วันแรกที่บรรจุ

         7. คืนวันเดียวกัน ( 15 พ.ย.) นันทินี แก้วใส ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนถ้าตำแหน่งว่างลง สามารถสอบทดแทนตำแหน่งที่ว่างได้ไหม เจ้านายตอบว่าครูอาสาโดนทำหมัน

             ผมตอบว่า   ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้ว เช่นใน
             - ข้อ 2 ที่  
http://nfeph.blogspot.com/2014/05/70.html
             - ข้อ 5 ที่  
http://nfeph.blogspot.com/2014/11/2.html
             คือ  สอบ/เรียกบรรจุครูอาสาฯคนใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง
             เพียงแต่ บทบาทหน้าที่ที่ถูกต้อง ตามที่ตกลงไว้กับ กพร.นั้น ครูอาสาฯต้องสอนเป็นหลัก ถ้าไม่สามารถทำให้ถูกต้องได้ เช่นจะสอนเป็นรอง ก็ควรเสนอขอเปลี่ยนตำแหน่งว่างเป็นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่ง "ครู"
             ( ถ้าไม่สนใจกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์ จะเป็นสิ่งที่ผิดมากสำหรับหน่วยงานราชการและผู้จัดการศึกษา คล้ายกับหมอเมาแล้วขับเสียเอง จะสอนคนอื่นแบบไหน )