แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อากร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อากร แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1.การขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพาย และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ, 2.ขออนุญาตไปราชการงานกฐินได้ไหม, 3.ขรก.38 ค.(2) ที่มีสิทธิ์สอบเป็น ผอ.สถานศึกษา ต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มใน สนง.กศน.จังหวัดหรือสถานศึกษา, 4.ทำสัญญาจ้างพนักงานราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์, 5.การเรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน แบบออนไลน์ ถือว่าเป็นส่วนย่อยของแบบ ทางไกล (ขึ้นทะเบียนในโปรแกรม ITw เป็นวิธีเรียนทางไกล), 6.เครื่องตรวจกระดาษคำตอบปลายภาค คะแนนบางคนหาย นายทะเบียนไม่ให้สอบซ่อม ต้องเรียนใหม่, 7.ใบวุฒิลูกเสือหาย ทำอย่างไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า
             1) น้องข้าราชการเขาส่งเรื่องขอเครื่องราชฯไปนานแล้ว ยังไม่ได้ ติดตามที่สำนัก จะต้องติดต่อใครคะ
             2) ผู้เกษียณที่มีคุณสมบัติได้รับชั้นสายสะพาย(ภาษาบ้านๆ)ต้องดำเนินการอย่างไรคะ บุคลากรที่จังหวัดบอกว่าเขาส่งมาให้เอง
             3) ขรก.ครูจะเกษียณ ในตำแหน่ง ผอ.อำเภอ แต่เป็นครูไม่ครบ 30 ปี จะขอเครื่องหมายเชิดชูเกียรติได้หรือไม่คะ ในหนัวสือ สพฐ.ผู้บริหารการศึกษา ต้องเป็นครูมาไม่น้อยกว่า 10 ปีค่ะ

             ผมตอบว่า
             1) ถ้าจังหวัดตรวจสอบว่าเคยขอให้แล้ว ก็ลองเข้าไปเช็คที่ http://thanundon.soc.go.th/Home/FrmloginUser ( เช็คที่นี่ได้ทุกสังกัด คลิกที่ “สำหรับผู้ใช้ทั่วไป” แล้วกรอกข้อมูล ) ดูว่าได้หรือยัง
                ถ้ายังไม่ได้ คนสังกัด กศน.ถาม กจ.กศน. กลุ่มงานทะเบียนประวัติและบำเหน็จความชอบ ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันใครเป็นเจ้าหน้าที่ โทร.ถามที่ 02-2800299
             2) ถาม กจ.เช่นกัน..
                แน่ใจหรือว่าคุณสมบัติครบที่จะได้ชั้นสายสะพาย
                ที่ผ่านมา ครูที่ไม่ใช่ผู้บริหาร ถ้าไม่ได้ คศ.4 ขอชั้นสายสะพายไม่ได้นะ แม้จะเกษียณ
                ถ้าเป็นผู้บริหารหรือเป็น ขรก.พลเรือน/38 ค.(2) ชำนาญการพิเศษก็ขอได้
                ที่ผ่านมา ขรก.ครูที่ไม่ได้ คศ.4 ขอไม่ได้ ขอได้เฉพาะผู้บริหาร คศ.3 ที่เงินเดือนเต็มขั้น และได้ ท.ช.มาแล้ว 5 ปี นับถึง 28 ก.ค.  ขอในปีที่เกษียณหรือจะเกษียณ
             ( ปีนี้ครูเปลี่ยนเป็น เลื่อนขั้นเป็นร้อยละแล้ว ไม่รู้ว่าจะขอได้เหมือน ขรก.พลเรือน/38 ค.(2) หรือยัง )
             3) ตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอ ไม่ใช่ผู้บริหาร การ ศึกษานะครับ แต่เป็นผู้บริหาร สถาน ศึกษา ซึ่งถ้าเป็นครู+ผู้บริหารสถานศึกษา(ผอ.กศน.อ.) ครบ 30 ปี ก็ขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโสได้
             ( ผู้ยื่นขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส จะต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 4 ข้อ ดังนี้
             ก. เป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน ปีนั้น
             ข. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู หรือผู้บริหาร สถาน ศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่ได้รับเงินเดือนประจำ และมีระยะเวลาประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี กรณีเป็นผู้บริหาร การ ศึกษา ต้องเคยเป็นครู หรือผู้บริหาร หรือศึกษานิเทศก์ มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี และระยะเวลาในการประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี
             ค. เป็นครูหรือดำรงตำแหน่งอื่นเกี่ยวกับการให้การศึกษา จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ( ไม่นับรวมเวลาราชการทวีคูณ ) และ
             ง. มีประวัติชีวิตการงานดีตลอดมา มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีตามจารีตของครู )

         2. เย็นวันที่ 4 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์กลุ่ม ว่า  ขออนุญาตไปราชการ ( งานกฐินพระราชทานของกรม ) ได้ป่าวคะ ถามเผื่อคนอยู่ในราชการ เพราะเคยเห็นพี่เอกโพสต์ว่าไปงานกฐินด้วยศรัทธา มิใช่ไปปฏิบัติราชการ

             ผมตอบว่า   ขออนุญาตไปราชการงานกฐินไม่ได้
             แต่ เขามักจะจัดประชุมในช่วงใกล้วันถวายผ้าพระกฐิน ณ สถานที่ใกล้งานกฐิน นั้น โดยมีการประชุมจริง ๆ
             ขออนุญาตไปราชการงานประชุมนั้นได้ ถ้าเป็นการประชุมหรือปฏิบัติราชการจริงจังในเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสม ( ปีนี้ท่าน รมว.ศธ.มีนโยบายให้ลดการประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต แต่ให้ทดแทนด้วยเทคโนโลยี ยกเลิกการจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง/การจัดงานแบบอีเว้นท์ )

         3. วันที่ 3 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ที่มีสิทธิ์สอบ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องมีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หมายถึงหัวหน้ากลุ่มงานในสำนักงาน กศน.จังหวัดหรือสถานศึกษาคะ

             ผมตอบว่า   หัวหน้ากลุ่มใน สนง.กศน.จังหวัดครับ และต้องเป็นตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มตามโครงสร้างทางกฎหมายด้วยนะ ถ้า ผอ.จังหวัดตั้งกลุ่มเกินโครงสร้างที่กำหนดก็ไม่ใช่

         4. วันเสาร์ที่ 5 ต.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้เพิ่งถามต่อท้ายโพสต์เก่าเมื่อสี่ปีก่อนของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊กเรื่องการทำสัญญาจ้าง ว่า ขอหนังสือสั่งการเกี่ยวกับการจ้างพนักงานราชการของส่วนราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์ด้วยครับอาจารย์..จะนำไปยืนยันกับหน่วยงานบางแห่ง...ที่ให้ติดอากร

             ผมตอบว่า ผมเบื่อมากที่จะตอบคำถามที่แสดงถึงความไม่รู้พื้นฐานทางระเบียบกฎหมายเลย ลักษณะเดียวกับถามว่า
             - “ขอดูหลักฐานที่ว่าการไถ่ชีวิตโคกระบือไม่บาป”
             - “ขอดูหนังสือสั่งการว่ายังไม่ยกเลิกใบ รบ.หลักสูตร 44”
             - “ผอ.บอกว่า ขอระเบียบที่ ผอ.จังหวัดไม่มีอำนาจในการเอาครูไปช่วยราชการที่ สนง.จังหวัด ลงนามโดยเลขาการุณ มีไหม”
             - “ให้หาระเบียบว่า กพช. 200 ชม. ครอบคลุม นศ.เทียบโอนด้วย หรือผู้หญิงต้องทำเท่าผู้ชาย”
             - “ขอหนังสือสั่งการว่าทำสัญญาจ้างพนักงานราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์”
             คนที่มีพื้นฐานทางระเบียบกฎหมายอยู่บ้าง จะถามตรงข้ามกับคำถามเหล่านี้ ผู้ที่ต้องเป็นฝ่ายหาระเบียบหลักฐานคือฝ่ายตรงข้ามครับ คือต้องถามผู้นั้นกลับ ว่า
             - “ขอดูหลักฐานที่ว่าการไถ่ชีวิตโคกระบือเป็นบาป”
             - “ขอดูหนังสือสั่งการยกเลิกใบ รบ.หลักสูตร 44”
             - “ขอดูระเบียบ/คำสั่งมอบอำนาจ ให้ ผอ.จังหวัดเอาครูไปช่วยราชการที่จังหวัด”
             - “ขอดูระเบียบที่ว่า กพช.200 ชม.ไม่ครอบคลุม นศ.เทียบโอน หรือผู้หญิงทำน้อยกว่าผู้ชาย”
             - “ขอหนังสือสั่งการว่าทำสัญญาจ้างพนักงานราชการต้องติดอากรแสตมป์”

             คุณจะต้องเป็นฝ่ายขอดูหลักฐานจากเขาที่ว่า การทำสัญญาจ้างพนักงานราชการต้องติดอากรแสตมป์
             ผมก็โพสต์ในข้อ 3 ชัดแล้วว่า “ถ้าไม่เข้าตาม http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html นี้ ไม่ต้องติดอากร ( การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เข้าข้อ 4.จ้างทำของ )”

             ถ้าคุณคลิกเข้าไปดูที่ http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html จะเห็นว่า ประเทศไทยให้ติดอากรสแตมป์ใน 28 ลักษณะเท่านั้น ขอย้ำคำว่า เท่านั้น อะไรที่ไม่อยู่ใน 28 ลักษณะนี้ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
             ตามเอกสาร “108 คำถาม กับ พนักงานราชการ” ซึ่งเป็นเอกสารของสำนักงาน ก.พ.(กลุ่มบริหารพนักงานราชการ) ระบุในข้อ 81 ว่า “สัญญาจ้าง(พนักงานราชการ)ไม่ต้องติดอากรแสตมป์” ( ดูได้ที่ http://bit.ly/358f1q9 )
             และกรมสรรพากรก็ตอบเหมือนกัน ที่
             http://interapp3.rd.go.th/call_center_inter/show/faq1.php?id=401489

         5. วันที่ 4 ต.ค.62 ประชาสัมพันธ์ กศน. โพสต์แบนเนอร์ประชาสัมพันธ์รับสมัคร กศน.ขั้นพื้นฐาน ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ลงในไลน์กลุ่ม “ส.การศึกษาตลอดชีวิต

             ผมถามว่า  การเรียนยังมีแค่ 3 รูปแบบ ยังไม่มีแบบออนไลน์หรือครับ หรือว่าแบบออนไลน์เป็นส่วนย่อยของแบบทางไกล
             ประชาสัมพันธ์ กศน. ตอบว่า ใช่ค่ะ อยู่ในแบบทางไกล
             ผมถามต่อ ว่า  Ok ครับ ถ้าการเรียนออนไลน์อยู่ในแบบทางไกล.. ของ กศน.อำเภอ/เขต แบบทางไกลจะมีคะแนนระหว่างภาคเพียง 20 % ใช่ไหมครับ ถามเพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติ
             คำถามนี้ ยังไม่มีคำตอบ

         6. วันที่ 10 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ทำไมข้อสอบวิชาเลือกพอตรวจออกมาแล้วไม่มีคะแนน วิชาบังคับทำไมไม่มีคะแนนที่เครื่องตรวจนะคะ เป็นแบบนี้ทุกเทอมครูกะหากันจนหัวฟู ถ้าหาไม่เจอเด็กก็ลงใหม่ เสียเวลาเด็ก

             ผมตอบว่า  คำถามไม่ชัดเจนเลย ตรวจที่ไหน ใครตรวจ ครูหาที่ไหน อย่างไร ฯลฯ
             ผู้ถามบอกว่า  หายุกศน.อำเภอคะ ถ้าหาไม่เจอเด็กก็จะขส.คะ เพราะไม่มีคะแนนแล้วก็ไม่ได้สอบซ่อม เป็นแบบนี้จน...เบื่อๆๆๆคะ เพราะเวลานำข้อสอบที่ไปตรวจมาส่งยุอำเภอ.กระดาษคำตอบปนกันหมดแล้วทีนี้ก็หาไม่เจอคะ ที่ว่างๆๆนะคะไม่มีคะแนนผลการตรวจปลายภาคค่ะ แต่ไม่ใช่ขาดสอบนะคะเด็กมาสอบคะ ทีนี้ครูแต่ละตำบลก็ไปหาไปรื้อไปค้นถ้าไม่เจอนายทะเบียนก็ไม่ให้คะ

             ผมตอบว่า  ถามว่าตรวจที่ไหนก็ไม่ตอบ  เข้าใจว่าตรวจที่ศูนย์ภาค ใช่ไหม
             ปัญหาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
             - นักศึกษาฝนในกระดาษคำตอบไม่ถูกต้อง/ครบถ้วน/ชัดเจน ฝนรหัสประจำตัวนักศึกษา และ/หรือ รหัสวิชา ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจน ใช้ดินสอ 2B ปลอม หรือฝนเบาไม่เต็มช่อง ฯลฯ ทำให้เครื่องตรวจฯอ่านได้ไม่ครบถ้วน ( คนตรวจก็ไม่ควรทำให้กระดาษคำตอบที่ตรวจแล้วปะปนสับสนกัน )
             - ตอนที่ลงข้อมมูลต่าง ๆ ของนักศึกษาในโปรแกรม ITw อาจลงข้อมูลไม่ละเอียดครบถ้วนในจุดใดจุดหนึ่ง รหัสบางอย่างไม่ตรงกับรหัสที่เครื่องตรวจฯบันทึกมา ระบบจึงกรอกคะแนนให้ใครไม่ได้

             วิธีแก้ที่สำคัญคือ
             1) ชี้แจงให้คนคุมสอบช่วยตรวจการฝนในกระดาษคำตอบให้ชัดเจนครบถ้วนและถูกต้อง
             2) แจ้งจังหวัดให้แจ้งคณะกรรมการที่นำกระดาษคำตอบไปตรวจที่ศูนย์ภาค ไม่ให้ทำกระดาษคำตอบที่ตรวจแล้ว ปะปนสับสนกัน
             ( นอกจากเครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตีพิมพ์คะแนนลงในกระดาษคำตอบแต่ละแผ่นแล้ว ยังตีพิมพ์เลขลำดับแผ่นกระดาษคำตอบที่ตรวจ ลงในกระดาษคำตอบแต่ละแผ่นด้วย และเมื่อนำไฟล์คะแนนไปลงโปรแกรม ITw ก็สามารถให้โปรแกรมรายงานออกมาได้ว่า "กระดาษคำตอบแผ่นลำดับเลขที่เท่าไรมีปัญหากรอกคะแนนไม่ได้" เมื่อรู้เลขที่แผ่นกระดาษคำตอบที่มีปัญหา และกระดาษคำตอบทุกแผ่นยังเรียงลำดับไว้ ก็จะสามารถหากระดาษคำตอบแผ่นที่มีปัญหามาดูได้ง่าย ถ้าดูแล้วกระดาษคำตอบไม่มีปัญหา ก็แสดงว่าข้อมูลในโปรแกรม ITw ที่ลงไว้ตอนขึ้นทะเบียน/ลงทะเบียนไม่ถูกต้องครบถ้วนบางจุด มีหลายอำเภอที่กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนถูกต้องทุกจุด จุดไหนขี้เกียจกรอกก็ไม่กรอกกัน )

             3) เมื่อนำไฟล์คะแนนมาลงโปรแกรม ถ้าคะแนนของรายใดหายไป ให้ตรวจจนพบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ( ในกรณีที่ไม่ได้เกิดจากการฝนกระดาษคำตอบ แต่เกิดจากโปรแกรม ITw เช่นลงรหัสวิชาในโปรแกรมผิด ระบุตำแหน่งการอ่านตัวเลขในไฟล์คะแนนผิด อาจต้องส่งไฟล์แบ็คอัพและไฟล์คะแนนไปถามผู้รู้ เช่น คุณสุขุมผู้พัฒนาโปรแกรม ITw ) เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเทอมต่อไปอีก
                อนึ่ง การที่ผู้ขาดสอบไม่มีสิทธิสอบซ่อม นั้น จะดูว่าใครขาดสอบต้องดูที่ลายเซ็นนักศึกษาเข้าสอบด้วย

         7. วันที่ 8 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าทำใบประกาศวุฒิBTC หาย สามารถทำอย่างไรได้บ้าง

             เรื่องนี้  ท่านสมปอง วิมาโร ผอ.ส่วนฯใน สนง.ลูกเสือแห่งชาติ แจ้งว่า การอบรม BTC และ ATC เป็นหลักสูตรที่จัดโดยลูกเสือจังหวัด โดยผู้อำนวยการฝึกเป็นผู้ลงนามในวุฒิบัตร ขณะนี้ยังไม่มีระเบียบการออกใบแทน จึงให้ผู้อำนวยการฝึกออกใบรับรองไปก่อน
             ( แต่หากเป็นนักศึกษาที่เรียน ค.บ. กศ.บ. ศษ.บ. ถ้ามีการอบรมลูกเสือเขาจะบันทึกไว้ในทรานสคริป สามารถใช้ทรานสคริปยืนยันแทนวุฒิบัติที่สูญหายได้ )
             ขณะนี้ สนง.ลูกเสือกำลังทำระเบียบการออกใบแทน


วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1.คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเป็นข้าราชการครู กับข้าราชการบรรณารักษ์, 2.การทำ SAR กับค่าขีดจำกัดล่าง, 3.กรอบโครงสร้างการบริหารงาน กศน.อ., 4.การทำสัญญาจ้าง-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์, 5.วิธีแก้ปัญหาการจ้างทำการบ้าน, 6.ครู คศ.1 ค้ำประกันครู ศรช.ได้ไหม, 7.ครู ศรช.มี นศ.ไม่ถึง 60 คน เบิกจ่ายอย่างไร



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเป็นข้าราชการครู กับ ข้าราชการบรรณารักษ์  ดังนี้

             ถ้าจะสอบเป็นข้าราชการครูต้องมีคุณสมบัติหลัก 2 ข้อ คือ
             1)  มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้ว
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน(ไม่ใช่หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู)
                  เชื่อหรือไม่ คุณวุฒิทางการศึกษาที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้ว ปัจจุบันมีมากกว่า 19,000 คุณวุฒิ !

             ในขณะที่ ถ้าจะสอบเป็นข้าราชการบรรณารักษ์ ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทาง บรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ เท่านั้น
             ที่ผ่านมา ผู้จะสอบเป็นข้าราชการบรรณารักษ์ มีเพียงวิธีเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยให้จบหลักสูตรปริญญาตรีทางบรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ หรือ ให้ได้หน่วยกิตวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ตามที่กำหนด เท่านั้น

             แต่.. ตอนนี้ เรากำลังหาวิธีอื่น แทนการต้องเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยหลักสูตรทางบรรณารักษศาสตร์สารนิเทศศาสตร์หรือสารสนเทศศาสตร์
             คือ สพร.กศน.จะทำหลักสูตรให้บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการที่ไม่จบวุฒิบรรณรักษศาสตรฯ และมีอายุงานครบ 3 ปี เข้าอบรม 300 ชัวโมง และฝึกงาน 100 ชัวโมง เสนอให้ ก.พ.พิจารณา
             ถ้า ก.พ.อนุมัติ ก็จะง่ายกว่าเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยให้จบหลักสูตรปริญญาตรีทางบรรณารักษศาสตร์ฯ

            
( สำหรับคุณวุฒิทางการศึกษาซึ่งเป็นคุณสมบัติการสอบเป็นข้าราชการครู ที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้วมากกว่า 19,000 คุณวุฒินั้น มีวุฒิอะไรบ้าง ตรวจสอบได้ในเว็บ ก.ค.ศ. ที่ http://qualification.otepc.go.th/menu.php โดย
             - ชี้ที่ "คุณวุฒิ”  คลิกที่ “รับรองก่อน 6 ก.ย.54"
             - ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยในช่อง ค้นหา
             - คลิกที่ปุ่มค้นหา (รูปแว่นขยาย)  ก็จะโชว์วุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง ( อาจมีหลายหน้า ให้คลิกดูทีละหน้า )  ถ้าดูทุกหน้าแล้วไม่มีวุฒิที่หา ให้กลับออกมาแล้วคลิกเข้าไปหาที่ "คุณวุฒิ รับรองหลัง 6 ก.ย.54" ด้วย  ถ้าไม่มีอีก แสดงว่าวุฒินั้นไม่ได้รับการรับรอง  ถ้าไม่แน่ใจให้ติดต่อสอบถาม ก.ค.ศ.


         2. เช้าวันที่ 30 ก.ย.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องการทำ SAR กับค่าขีดจำกัดล่าง ว่า
             ทุก กศน.อำเภอ/เขต ต้องทำ SAR ( รายงานการประเมินตนเอง ) ทุกปี  ตอนนี้ถึงเวลาส่ง SAR ปี งปม.57 แล้ว
             วิธีการคำนวณ ตัวบ่งชี้ที่ 1.5 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อทำ SAR
             - ให้โปรแกรม ITw คำนวณให้ ง่ายนิดเดียว
             - SAR เป็นการประเมินภายใน ใช้ค่าขีดจำกัดล่างของการสอบปลายภาค และเปรียบเทียบ 2 ปีงบประมาณ ( ถ้าเป็นการประเมินภายนอกโดย สมศ. จะใช้ค่าขีดจำกัดล่างของ N-NET และเปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษา )
             - ทำ SAR ปีงบประมาณ 2557 ต้องเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างปีงบประมาณ 2557 (ภาค 2/56 และ 1/57 ) กับ ปีงบประมาณ 2556 ( ภาค 2/55 และ 1/56 )
             - เข้าโปรแกรม ITw ไปที่เมนู 1 - A - 1 - 4 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - รายงาน - รายงานผลการเรียน... - รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน )

             - จะเห็นว่าโปรแกรมกรอกค่าขีดจำกีดล่างของภาค 2/55 กับ 1/56 ไว้ให้แล้ว ให้เราเลือกปีงบประมาณ 2557 แล้วกรอกค่าขีดจำกัดล่างภาค 2/56, 1/57 เอง โดยใช้ข้อมูลที่ http://www.pattanadownload.com/download/g.2/g2.23.rar
              (ค่าขีดจำกัดล่างคือค่า Y ใน Sheet1 ทศนิยมกรอกเพียง 2 ตำแหน่ง ตัดตำแหน่งที่ 3 ทิ้งไป ไม่ต้องปัด  กรอกเสร็จแล้วอย่าลืมคลิกที่ "บันทึกค่าขีดจำกัดล่าง")
             แค่ เพียงเราคลิกที่ "ตัวอย่างก่อนพิมพ์" หรือ "พิมพ์" เท่านั้น โปรแกรมก็จะคำนวณให้เสร็จเรียบร้อยเลย ในชั่วพริบตา ( ถ้าลงคะแนนสอบปลายภาคไว้ครบถ้วนแล้ว โปรแกรมบวกลบคูณหารให้เอง )
             - ในกรณีที่ค่าขีดจำกัดล่างบางภาคเรียนยังไม่ออก ( เช่น ของภาค 1/57 คงจะออกภายในเดือน ต.ค.57 ) ถ้าต้องรีบส่ง SAR ให้ปล่อยว่างภาคเรียนนี้ไว้ก่อน คำนวณเท่าที่มีไปก่อน แต่เมื่อภายหลังได้ค่าขีดจำกัดล่างแล้ว ต้องเข้ามากรอกในโปรแกรม คำนวณใหม่ ปรับแก้ SAR ในส่วนนี้ใหม่


         3. คืนวันเดียวกัน ( 30 ก.ย.) Yangpara Nara ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ถามอาจารย์เรื่องกรอบโครงสร้างการบริหารงานของ กศน.อำเภอที่ถูกต้อง  พอดีโครงสร้างฯที่ทำและแนบไว้ในแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณนั้น หลายคนที่ทำงานบอกว่ายังไม่ถูกต้อง

         ผมตอบว่า   มีแต่การกำหนด “กรอบอัตรากำลัง” ขรก.ครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ซึ่ง กำหนดเพียงว่า อัตรากำลังแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ และ กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ  ( บรรณารักษ์อยู่ในกลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ )  ดูได้ที่

             - จังหวัด-อำเภอเล็กมาก-เล็ก  ( แผนภูมิกรอบทุกขนาดอยู่ในไฟล์แรกนี้ )  http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/815/502/original_framework1.PDF

             - อำเภอกลาง-ใหญ่-ใหญ่พิเศษ  http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/815/503/original_framework2.PDF

             ส่วน “กรอบโครงสร้างการบริหาร” ที่ว่าแต่ละกลุ่มมีภาระงานและบทบาทหน้าที่อะไรบ้าง นั้น สามารถปรับโครงสร้างได้ตามบริบทของแต่ละแห่งและปรับตามบทบาทภาระหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบาย

         4. วันที่ 2 ต.ค.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง การทำสัญญาจ้าง-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์ ว่า
            
( สำนักงาน กพ. ตอบว่า ถ้าส่วนราชการทำสัญญาจ้างกรณีไม่ต้องติดอากรแสตมป์ หากให้ปิดอากรแสตมป์ไปแล้ว ส่วนราชการจะต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์คืนให้ )

             การจ้างแต่ละประเภท มีระเบียบต่างกันในเรื่องการทำสัญญา-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์ ต้องรู้ก่อนว่า การจ้างนั้นเป็นประเภทใด เช่น
             ก.  การจ้างบุคลากรของส่วนราชการ เช่น ครู ศรช., พนักงานราชการ
             ข.  การจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย

             1)  การจ้างพนักงานราชการ ไม่ต้องมีการค้ำประกัน เพราะมี "วินัย" ควบคุม ลักษณะเดียวกับข้าราชการ/ลูกจ้างประจำที่ไม่ต้องมีการค้ำประกัน
                  - การจ้างครู ศรช. มีการ "ค้ำประกันการกระทำให้เกิดความเสียหาย" โดยจะใช้บุคคล(ตำแหน่ง) หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้
                  - การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้ามีการทำสัญญาจ้าง ต้องมีหลักประกันสัญญา 5 % ตามระเบียบพัสดุกำหนดให้ใช้หลักทรัพย์เป็น "หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา" ไม่มีระเบียบให้ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน

             2)  การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย  ถ้าวงเงินเกิน 100,000 บาท ต้องใช้วิธีสอบราคา หรือวิธีพิเศษ ตามแต่เหตุผล   ถ้าใช้วิธีสอบราคาต้องทำสัญญาจ้าง  แต่ถ้าใช้วิธีพิเศษจะทำสัญญาหรือใช้ใบสั่งจ้าง ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จ้าง ( ถ้าเป็นการจ้างที่อาจเกิดความเสียหาย เช่นจ้างพนักงานขับรถ พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการเงิน ควรทำสัญญาเพื่อให้มีหลักประกัน  ถ้าไม่ทำสัญญาและเกิดความเสียหายขึ้น หักเงินประกันไม่ได้และถ้าไม่สามารถเรียกชดใช้ค่าเสียหายได้สำเร็จ  ผู้จ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายนั้นเอง )   ถ้าทำสัญญาต้องมีหลักประกันสัญญา ถ้าใช้ใบสั่งจ้างก็ไม่ต้องมีหลักประกันสัญญา แต่ก็ยังต้องติดอากรแสตมป์  สามารถทำสัญญา 12 เดือนเลยเพราะปีนี้คงไม่ได้ปรับเปลี่ยนค่าจ้างอีก

             3)  กรณีที่มีการประกันสัญญา เช่น ครู ศรช. และการจ้างตามระเบียบพัสดุ ต้องระบุเรื่องการประกันนั้นไว้ในตัวสัญญาด้วย การประกันจึงจะมีผล ( ทุกอย่างที่แนบท้ายสัญญาต้องระบุไว้ในตัวสัญญา ) เช่น สัญญาจ้างครู ศรช. ระบุไว้ในตัวสัญญาว่า
                  "ข้อ 10 เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญานี้ ลูกจ้างได้จัดให้มีผู้ค้ำประกันการชดใช้ค่าเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากการกระทำของลูกจ้างตามที่ระบุไว้ในข้อ 4. และ ข้อ 9. ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันที่แนบท้ายสัญญานี้"
                   ( สัญญาพนักงานราชการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกำหนดตามประกาศที่ https://dl.dropbox.com/u/109014048/Contract.pdf ไม่มีข้อนี้  ซึ่งส่วนราชการต่าง ๆ ต้องใช้แบบสัญญาตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกำหนด  นั่นคือ พนักงานราชการไม่ต้องมีการค้ำประกันสัญญา )

             4)  การจ้างบุคลากรของส่วนราชการ เช่น ครู ศรช., พนักงานราชการ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์  แต่การจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ต้องปิดอากรแสตมป์ในสัญญจ้างหรือใบสั่งจ้าง
                   ( การ “ซื้อ” ตามระเบียบพัสดุ ก็ไม่ต้องติดอากรแสตมป์  มีแต่การจ้างตามระเบียบพัสดุที่ต้องติดอากรแสตมป์ เช่นเรื่องหนังสือเรียน ต้องดูว่าเป็นการซื้อหนังสือเรียน หรือจ้างพิมพ์หนังสือเรียน  บางอำเภอทำสัญญาซื้อหนังสือที่เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอกชนก็ไม่ต้องติดอากรฯ บางอำเภอทำสัญญาจ้างพิมพ์ตามต้นฉบับของที่กำหนดก็ต้องติดอากรแสตมป์ )
                  ถ้าไม่เข้าตาม http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html นี้ ไม่ต้องติดอากร  ( การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เข้าข้อ 4. จ้างทำของ )

             5)  ในกรณีที่ส่วนราชการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการ โดยเรียกให้ปิดอากรแสตมป์ (ซึ่งไม่ต้องปิดอากรแสตมป์) ส่วนราชการจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเสียหาย ให้แก่พนักงานราชการผู้นั้น"   คำตอบจากสำนักงาน กพ. ที่ http://www.ocsc.go.th/ocsc/th/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=11&id=976&Itemid=228 คือ
                  "กรณีดังกล่าวไม่ต้องติดอากรแสตมป์ หากดำเนินการไปแล้ว ส่วนราชการจะต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ดังกล่าวคืนให้"

             6)  การติดอากรแสตมป์ ติดเฉพาะการจ้างตามระเบียบพัสดุ โดย
                  - ต้นฉบับสัญญาจ้างหรือใบสั่งจ้าง ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งสินจ้าง ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ติดอากรแสตมป์ 1 บาท ( และให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า อากรแสตมป์ )   เช่น จ้างเดือนละ 10,000 บาท ถ้าทำสัญญาจ้างครั้งเดียวตลอดปี 12 เดือน สินจ้างก็คือ 120,000 บาท แต่ถ้าทำสัญญาแค่ 6 เดือน สินจ้างก็คือ 60,000 บาท  ( เช่น ค่าจ้าง 7,940 บาท ทำสัญญา 4 เดือน รวมค่าจ้าง 31,760 บาท ให้ติดอากร 32 บาท เป็นต้น )   ยกเว้นถ้าสินจ้างรวม 200,000 บาทขึ้นไป ให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดอากรแสตม์ป์
                  - คู่ฉบับสัญญาจ้างหรือคู่ฉบับใบสั่งจ้าง  ถ้าต้นฉบับติดอากรแสตมป์ไม่เกิน 5 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ที่คู่ฉบับ 1 บาท  ถ้าต้นฉบับติดอากรแสตมป์เกิน 5 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ที่คู่ฉบับ 5
บาท

         5. วันที่ 3 ต.ค.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องวิธีแก้ปัญหาการรับจ้างทำการบ้านผ่านเว็บไซต์  ( กศน. แจ้ง หน่วยงาน/สถานศึกษา สังกัด กศน.ทุกแห่ง ตั้งแต่ 3 ก.ย. ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/homeexercy.pdf )   ว่า

             1)  ให้การบ้านอย่างเหมาะสม และพิถีพิถันตรวจการบ้าน/รายงาน ว่า เป็นงานที่เกิดจากความรู้ความสามารถของผู้เรียนจริงหรือไม่ ( ครูต้องทราบความรู้ความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน )  อาจให้ใช้การเขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์
             2)  ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ( ประชาชน ผู้ปกครอง ) ทราบถึงผลเสียของการจ้างทำการบ้าน อันส่งผลต่อ ผู้เรียน ครอบครัว สังคม และประเทศชาติในอนาคต


         6. วันที่ 9 ต.ค.57 สุวิจักขณ์ ใสศรัทธาวงษ์ ครู ศรช. กศน.อ.วังสามหมอ ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  สัญาจ้างครู ศรช. ให้ ครู คศ. 1 ค้ำประกันได้ไหม เป็นข้อกำหนดเหมือนกันหมดไหม หรือแล้วแต่ กศน.นั้นๆ

             ผมตอบว่า   ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็น ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู พนักงานเทศบาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่อยู่ในระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าระดับปฏิบัติการ ขึ้นไป  ( ดูคำตอบเก่าในข้อ 5 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/538893 )  ครู คศ.1 ก็เป็นข้าราชการครูระดับปฏิบัติการ
             แต่บางจังหวัด อาจมีนโยบายกำหนดเป็นอย่างอื่น เช่น ให้ ผอ.อำเภอ เป็นผู้ค้ำประกัน หรือให้คนค้ำประกันคนหนึ่งสามารถค้ำประกันครู ศรช.ได้เพียงคนเดียว เป็นต้น   ผมคิดว่านโยบายการกำหนดเป็นอย่างอื่นนี้ น่าจะกำหนดได้ถ้ามีเหตุผลที่ดี และไม่กำหนดในลักษณะกลั่นแกล้งคนส่วนหนึ่งให้ยาก จนทำไม่ได้

         7. วันเดียวกัน ( 9 ต.ค.) Montian Nunin ถามในกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ถ้าครู ศรช.มีนักศึกษาไม่ถึง 60 คน ต้องเบิกจ่ายอย่างไร

             ผมตอบว่า   ตอบบ่อยแล้ว  ดูในหนังสือแจ้งที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/moneyteacher571.pdf  ( ดูที่ข้อ 1.3 ในหนังสือฉบับที่ 2 )