แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชำนาญการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชำนาญการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

1.ครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ ขอย้ายกรณีพิเศษได้มั้ย, 2.ครูของนายกฯ บอก, 3.พนักงานราชการขอย้าย ไม่เกี่ยวกับอาคาร, 4.ไม่มีชื่อสอบ N-NET จะขอสอบ E-Exam แทนในภาคเรียนนี้ได้ไหม, 5.การประเมินบรรณารักษ์ เป็นระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ, 6.นศ.กศน.ขอให้รับรองวุฒิเป็นภาษาอังกฤษ, 7.โครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ค่าวัสดุเท่าไร ไม่มีในคู่มือ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันเสาร์ที่ 12 ม.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การขอย้ายในกรณีพิเศษ ครูผู้ช่วยที่บรรจุใหม่สามารถเขียนขอย้ายได้มั้ย

             ผมตอบว่า   การขอย้ายกรณีพิเศษของ ขรก.ครูฯ มี 4 กรณีย่อย แต่ละกรณีย่อยกำหนดคุณสมบัติต่างกัน เช่นกรณีขอย้ายติดตามคู่สมรส ต้องผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มก่อน
             ดูคุณสมบัติแต่ละกรณีในข้อ 5.2.1.-5.2.4 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ที่
             http://bit.ly/2RskHbp

         2. ครูของนายกฯ บอก..

             (จากเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha )
             “เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันครูแห่งชาติ ผมมีโอกาสได้คารวะคุณครูที่เคยสอนผมสมัยเรียนโรงเรียนนายร้อย ท่านฝากถึงคุณครูทุกคนว่า การสอนไม่ควรเน้นแค่วิชาการ แต่ต้องปลูกฝังคุณธรรมและระเบียบวินัยให้นักเรียนด้วย เพราะมันจะติดตัวเขาไปตลอดชีวิตครับ”

         3. คืนวันที่ 31 ม.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  หนูเป็นครู กศน. ตำบล a มีความประสงค์จะขอย้ายไป ตำบลb ซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกัน ปัจจุบันได้มีคำสั่งไปช่วยราชการที่ตำบลb แต่ขณะนี้ ตำบลb ยังไม่มีตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล
             คำถาม
             1) หากมีตำแหน่งครู กศน. ตำบล b มา สามารถย้าย จากตำบลa มาตำบลb ได้หรือไม่คะ
             2)  ผอ.ให้เหตุผลว่า เลขตำแหน่งครู กศน.ตำบลa ไม่สามารถย้ายได้ เนื่องจากตำบลa มีอาคารที่ได้รับงบประมาณจากกรมมาก่อสร้าง เลยไม่สามารถย้ายไปตำบลอื่นได้ จริงหรือไม่คะ

             ผมตอบว่า   ยึด "เลขที่ตำแหน่ง" เป็นสำคัญ  ไม่เกี่ยวกับอาคาร
             หลายอำเภอหลายจังหวัด มีเลขที่ตำแหน่งครู กศน.ตำบล ยังไม่ครบทุกตำบล ถ้าตำบลไหนไม่มีเลขที่ตำแหน่งว่างก็ย้ายไปไม่ได้ ถ้าตำบลไหน(ในจังหวัดเดียวกัน)มีเลขที่ตำแหน่งว่าง หรือมีเลขที่ตำแหน่งใหม่มา ก็ย้ายไปได้ เป็นอำนาจของจังหวัด
             สนง.กศน.จังหวัดทุกจังหวัดจะรู้ข้อมูลของเขาว่า มีเลขที่ตำแหน่งอยู่ที่ตำบลใด ถามจังหวัดดูได้
             ไม่เกี่ยวกับอาคาร แต่อยู่ที่มีเลขที่ตำแหน่งครู กศน.ตำบลว่างอยู่ที่ตำบลนั้นหรือไม่ แต่.. ผู้บริหารจังหวัดเขาก็อาจจะนำอาคารมาคิดด้วยหรือไม่ก็ได้ เป็นดุลยพินิจของเขา
             จังหวัดมีอำนาจ "ย้ายคน" ไปลงเลขที่ตำแหน่งว่างตามคำขอ แต่จังหวัดไม่มีอำนาจ "ย้ายเลขที่ตำแหน่ง" จากตำบลหนึ่งไปไว้ตำบลอื่น ถ้าจังหวัดอยากย้ายเลขที่ตำแหน่งต้องแจ้งให้ส่วนกลางย้าย
             การย้ายเลขที่ตำแหน่งเรียกว่าการเกลี่ยอัตรา ส่วนกลางจะเกลี่ยอัตราจากตำบลที่มีหลายเลขไปยังตำบลที่ไม่มีเลย แต่ส่วนกลางจะไม่ยอมเกลี่ยจากตำบลที่มีเลขเดียวไปยังตำบลที่มีอยู่แล้ว
             สมมุติว่า เลขที่ตำแหน่งครู กศน.ตำบล ของอำเภอ a ของคุณคือเลขที่ 1233 ส่วนตำบล b มีเลขที่ตำแหน่งครู กศน.ตำบลเกลี่ยมาใหม่จากจังหวัดทางภาคเหนือ-อิสาน คือเลขที่ 7775 โดยตำบล b ยังไม่มีครู กศน.ตำบล คุณก็ขอย้ายไปตำบล b ได้ เลขที่ตำแหน่งของคุณก็จะเปลี่ยนจาก 1233 เป็น 7775 คายเลขที่ 1233 ไว้เป็นตำแหน่งว่างที่ตำบล a
             แต่ถ้าตำบล b ยังไม่มีเลขที่ตำแหน่ง ก็ย้ายไปไม่ได้ ( ถามจังหวัดดูว่า ตำบล b มีเลขที่ตำแหน่งว่างมาหรือยัง เลขอะไร )  จะขอให้จังหวัดย้ายเลขที่ 1233 ไปไว้ที่ตำบล b ไม่ได้ จังหวัดไม่มีอำนาจ

         4. คืนวันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ.62 มีผู้ถามผมในเว็บบล็อก ว่า  มีนานี้หนูสอบครั้งที่4ครั้งสุดท้ายแต่มันไม่มีชื่อหนูในการสอบ N-Net หนูสามารถขอสอบกับคอมได้หรือไม่คะ คือถ้ารอสอบรอบน่า มันก็กายเป็น3ปีที่จะจบ ที่ๆจะไปเรียนต่อเปิด พฤษภาคมนี้ หนูกลัวจบไม่ทันอ่ะค่ะ

             ผมตอบว่า   ต้องดูว่า กศน.อำเภอ/เขต เคยส่งรายชื่อเราเข้าสอบ N-NET ให้ สทศ. แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เคยส่ง ต้องคอยส่งให้เข้าสอบ N-NET ในภาคเรียนหน้า
             แต่ถึงแม้ยังไม่เคยส่ง แต่นักศึกษามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจบในภาคเรียนนี้ ให้ นศ.ยื่นคำร้องต่อ กศน.อำเภอ/เขต ตามแบบคำร้องของ กศน.อำเภอ/เขต โดยชี้แจงรายละเอียดเหตุผลความจำเป็น แล้ว กศน.อำเภอ/เขต ทำเรื่องแจ้งเหตุผลความจำเป็นขออนุมัติให้เข้าสอบ E-Exam ต่อสำนักงาน กศน.
             อนึ่ง การสอบ E-Exam ปลายภาคเรียนที่ 2/61 นี้ กศน.อำเภอ/เขต ต้องลงทะเบียนเข้าสอบให้ นศ.ภายในวันที่ 11 ก.พ.62 ฉะนั้นต้องรีบติดต่อ กศน.อำเภอ/เขตโดยด่วนที่สุด
             ( ดาวน์โหลดแนวปฏิบัติในการสอบ E-Exam ได้ที่ http://bit.ly/2E4Ay7X )

         5. เงื่อนไข-ขอบเขต-มาตรฐานผลงาน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ กศน. เป็นระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ใหม่ ( ฉบับ 8 ก.พ.62 )

             ดาวน์โหลดได้ที่  http://bit.ly/2SkpjRw

         6. ดึกวันที่ 20 ก.พ.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีญาติของ นศ.กศน.ที่จบไปแล้ว นำวุฒิการศึกษาที่จบแล้วมาขอให้ สำนักงาน กศน.จังหวัด รับรองเป็นภาษาอังกฤษ สำนักงาน กศน.จังหวัดต้องทำอย่างไร

             ผมตอบว่า   เข้าใจว่า เขาต้องการ “หนังสือรับรองการจบหลักสูตร” เพื่อไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ต้องการ “ใบ รบ.ภาษาอังกฤษ”
             ถ้าเป็นใบ รบ.ภาษาอังกฤษ สถานศึกษา กศน.อำเภอ/เขต ออกให้ด้วยโปรแกรม ITw ได้เลย  แต่ถ้าเป็น หนังสือรับรองการจบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ต้องลงนามโดยเลขาธิการ กศน. จังหวัดต้องส่งเรื่องไปส่วนกลางพร้อมสำเนาใบ รบ.ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปด้วย
             - การออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ ดูในข้อ 1 (8) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/11/ep.html
             - การออกหนังสือรับรองการจบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ดูที่หน้า 149-153 ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู
             หรือดูที่  http://bit.ly/2XckGrm ( หน้า 41, 56-59 )

         7. วันที่ 22 ก.พ.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่อง 1 อำเภอ 1 อาชีพ โครงการนี้ซื้อวัสดุได้ไม่เกินกี่บาทค่ะ หนูดูในคู่มือต่อเนื่องไม่มีคำนี้

             ผมตอบว่า   “1 อำเภอ 1 อาชีพ” เป็นโครงการ ซึ่งการศึกษาต่อเนื่องมีโครงการได้มากมาย ในคู่มือการศึกษาต่อเนื่องจึงไม่กำหนดชื่อโครงการ
             การจัดอาชีพโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ เป็นการจัดการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ( 31 ชั่วโมงขึ้นไป ) ฉะนั้น ค่าวัสดุฝึกกลุ่มละไม่เกิน 5,000 บาท ( กลุ่มละ 11 คนขึ้นไป )
             ปี งปม.62 จัดสรรให้อำเภอละ 32 คน ๆ ละ 900 บาท


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

1.ย้ายสถานศึกษา หลักสูตรเดียวกัน โอนได้หมดทุกวิชา, 2.บิลน้ำมันที่เติมในการเดินทางไปราชการให้เขียนว่ารับเงินจากหน่วยงานหรือรับเงินจากชื่อบุคคล, 3.จะสอบเป็นครู กศน. ไม่จบ 3 สาขาก็สอบได้ถ้าจบ ป.บัณฑิต, 4.ใบสำคัญวิชาชีพ, 5.การขอโอนเป็นครู และจะทำครูชำนาญการ, 6.การศึกษาต่อเนื่อง(4 อย่าง) เบิกจ่ายได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากรกับค่าวัสดุฝึก, 7.คุณสมบัติ-เกณฑ์-วิชา สอบรอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 พ.ค.58  นางจุไรรัตน์ เจริญสุข ขรก.ครู กศน.อ.ศรีสมเด็จ โทร.มาถามผม ว่า  จัด กศ.ขั้นพื้นฐานในค่ายทหาร ให้แก่ทหารกองประจำการ ( ทหารเกณฑ์ )  แต่ทหารเกณฑ์บางรายจะปลดประจำการโดยที่ยังเรียนไม่จบ ( ใกล้จะจบแล้วมีเพียงบางรายวิชาไม่ผ่าน )  จึงออกใบ รบ.ให้ ว่า “ศึกษาต่อที่อื่น”  ถามว่า ถ้านำใบ รบ.นี้ ไปเทียบโอนเข้าเรียนที่สถานศึกษาอื่น จะเทียบโอนได้หมด หรือเป็นไปตามระเบียบการเทียบโอนคือเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น

             ผมตอบว่า  ถ้าเป็นหลักสูตรเดียวกัน เช่น หลักสูตร กศน.2551 เหมือนกัน จะโอนได้หมดทุกวิชา รวมทั้ง กพช.ด้วย ยกเว้นเฉพาะวิชาเลือกที่ไม่มีในสถานศึกษาแห่งใหม่  ( จริง ๆ แล้ว หลักสูตรเดียวกัน ไม่ถือเป็นการ “เทียบโอน” แต่เป็นการ “โอน” ผลการเรียน ซึ่งนายทะเบียนสามารถดำเนินการโอนได้โดยไม่ต้องให้คณะกรรมการเทียบโอนฯพิจารณา  แต่ในโปรแกรม ITw เรื่องการโอนนี้ยังรวมอยู่ในเรื่อง การเทียบโอน )   ถ้าต่างหลักสูตร เช่นจากหลักสูตร 51 ในระบบ มาหลักสูตร กศน.51 หรือ จากสูตร กศน.44 มาหลักสูตร กศน.51 จึงจะเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น และเทียบโอน กพช.ไม่ได้เลย

         2. วันเดียวกัน ( 11 พ.ค.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีที่เดินทางไปราชการ ทำไมการเงินถึงให้เขียนบิลน้ำมันเป็นชื่อคนที่เป็นเจ้าของโครงการด้วยล่ะ เดิมเขียนชื่อที่อยู่สำนักงาน ถามแทบจะทุกจังหวัดไม่มีการเขียนชื่อคน เค้าเขียนกันแบบเดิมทั้งนั้น

             เรื่องนี้  อ.ชลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ตอบว่า  ต้องเขียนชื่อสำนักงาน ไม่ว่าจะซื้อระหว่างไปราชการ หรือซื้อในโครงการ หรือซื้อแบบใด  ถ้าเป็นการขอใช้รถส่วนตัวไปราชการ ก็ไม่ต้องใช้ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
             ( การเขียนชื่อคน อาจจะทำให้ส่อไปในทางที่ นำใบเสร็จค่าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนตัว มาเขียนชื่อหน่วยงานเพิ่มเติมแล้วนำมาเบิกเงินจากทางราชการ )

             ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้
             - วัน เดือน ปี
             - สถานที่ออกใบเสร็จรับเงิน ถ้าเป็นใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานใหญ่ ต้องระบุสาขาหรือสถานที่ประกอบการนั้น ๆ
             - ชื่อหน่วยงานที่จ่ายเงิน
             - ทะเบียนรถ  ต้องถูกต้องตรงกันกับใบขออนุมัติการเดินทาง
             - ต้องระบุปริมาณน้ำมัน ราคาต่อหน่วย และจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น (ทั้งตัวเลข ตัวอักษร)
             - มีผู้เซ็นชื่อรับเงิน

         3. เพิ่มเติมคุณสมบัติการสมัครสอบพนักงานราชการ กศน. ตำแหน่งครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล เป็น มีวุฒิ ครุศาสตร์บัณฑิต หรือศึกษาศาสตร์บัณฑิต หรือการศึกษาบัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง หรือ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่คุรุสภารับรอง

             ( ถ้าที่ใดประกาศรับสมัครตามคุณสมบัติเดิมไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเลือกสรร ก็ให้ปรับเพิ่มคุณสมบัติตามนี้และขยายเวลารับสมัครด้วย )
             หมายรวมถึงตำแหน่งครู ศรช.ชายแดนใต้ที่เป็นพนักงานราชการ ด้วย


         4. วันที่ 11 พ.ค.58 พิศนภา แซนดี้ ลาวิลัย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การสั่งซื้อใบสำคัญวิชาชีพ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อใช่ไหม อยากได้คำสั่งมอบอำนาจนี้

             ผมตอบว่า   ใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ไม่ใช่วุฒิการศึกษา ไม่ต้องให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อ  และปัจจุบัน ระเบียบเกี่ยวกับใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ก็ได้ยกเลิกไปแล้ว ระเบียบปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 13 แต่เพียงว่า "ให้สถานศึกษาออกวุฒิบัตรที่แสดงการจบหลักสูตร โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม"
             ( สถานศึกษาสามารถจัดพิมพ์วุฒิบัตรเองได้ )

         5. คืนวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.58 กศน.ตำบลนาข่า ท่าบ่อ หนองคาย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีบรรณารักษ์ได้รับคำสั่งให้เป็นครูประจำกลุ่มโดยไม่มีค่าตอบแทน จะต้องรับผิดชอบ นศ.กี่คน/เทอม ถึงจะมีสิทธิ์โอนเป็นครู เมื่อสอนครบ 2 ปี

             ผมตอบว่า   ก็สอนอย่างน้อย 1 กลุ่มนั่นแหละ ไม่ได้กำหนดจำนวน นศ. แต่ก็พิจารณาจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ด้วย
              ( สอดคล้องกับการจะทำชำนาญการหลังจากโอนเป็นครูแล้ว คือก่อนโอนถ้าสอนไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงหรือคาบ จะนำประสบการณ์การสอนนี้มาลดเวลาในคุณสมบัติการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการได้เต็มเวลา เช่นก่อนโอนเคยสอนสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 2 ปี ถ้าสอนไม่ถึงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง ต้องสอนมากกว่า 2 ปี จึงจะขอโอนได้ )

             คุณสมบัติของข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น ข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ข้าราชการใน สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ที่มีสิทธิ์ขอโอนเป็นข้าราชการครู คือ
             1)  จบปริญญาสาขาวิชาที่ ก.ค.ศ.รับรองและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครู ( ปกติข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ จะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่แล้ว )
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
             3)  มีประสบการณ์การสอน 2 ปี
             ยื่นคำร้องขอโอนเป็นข้าราชการครู โดยใช้แบบฟอร์มคำร้องขอโอนแบบเดียวกับคำร้องขอย้าย  ส่วนใหญ่จะยื่นคำร้องขอโอนในช่วงการขอย้าย/โอนกรณีปกติ ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันที่ 1-15 ก.พ. กับ 1-15 ส.ค.  หรือยื่นในช่วงที่ส่วนกลางแจ้งเรื่องนี้มา คือ 3-4 ปีหลัง ส่วนกลางจะกันอัตราข้าราชการครูไว้รับโอนกรณีนี้ปีละ 10 อัตรา ซึ่งจะแจ้งอัตรามาให้ขอโอนกัน

             เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอโอนเป็นข้าราชการครู ก็เป็นเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 1.- 3.
             โดยเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 3. ( ประสบการณ์การสอน ) ค่อนข้างจะจัดหา/จัดทำยากสักหน่อย เท่าที่ทราบ ก.ค.ศ.เคยขอเอกสารหลักฐานตามข้อ 3. คือ
             - หนังสือรับรองประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ในการสอน ระบุช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ และรายงานว่าทำการสอนวิชาใดบ้าง จำนวนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงหรือกี่คาบ รวมทั้งรายชื่อนักเรียน/นักศึกษาที่ทำการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
             - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน/นักศึกษา จากการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
              ( เคยเขียนเรื่องนี้ ในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/11/asean.html )

             ส่วนเมื่อโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว จะยื่นขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ได้ ต้องเป็นครูแล้ว 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิ ป.ตรี, 4 ปีสำหรับ ป.โท, 2 ปีสำหรับ ป.เอก ( ชายแดนใต้ ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง )  แต่ถ้ามีประสบการณ์การสอนก่อนโอน จะลดเวลาลงได้อีก แต่ถึงลดได้ ก็ลดได้ไม่หมด ต้องมาเป็นครูอย่างน้อย 2 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้   ประสบการณ์การสอนนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
             1)  ประสบการณ์ในการสอนโดยตรง
                  จำนวนชั่วโมงสอนอย่างต่ำ กำหนดในแต่ละสังกัดไม่เท่ากัน เช่น อาชีวศึกษาจะกำหนดไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนการสอนในสถานศึกษา กศน. กำหนดไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
                  ถ้าเคยสอนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กีปี ก็ลดได้เท่านั้นปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึง 10 ชั่วโมง แต่ถึงครึ่ง คือสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ก็ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่ง เช่นเคยสอนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 1 ปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึงครึ่ง เช่นสอนสัปดาหล์ละ 4 ชั่วโมง จะลดเวลาได้ 1 ใน 4   เช่น นาย ก. วุฒิ ป.ตรี อยู่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ชายแดนใต้ โอนมาเป็น ขรก.ครู โดยก่อนโอน เป็น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ ซึ่งในช่วงที่เป็นบรรณารักษ์นั้นได้เป็นครูประจำกลุ่มด้วย สอนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง อยู่ 4 ปี กรณีนี้จะลดเวลาได้เพียง 1 ปี คือต้องโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว 5 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้

             2)  เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ใช่การสอนโดยตรง เช่น งานบริหารจัดการศึกษา กรณีนี้ถ้าเคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในกระทรวงศึกษาธิการ ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

             ดูรายละเอียดเรื่องการใช้ประสบการณ์สอน ลดเวลาขอชำนาญการ ในระเบียบหลักเกณฑ์ได้ที่
             https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/experience.pdf



         6. วันที่ 18 พ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน และเศรษฐกิจพอเพียง สามารถไปดูงานได้หรือไม่ ถ้าไปได้ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง   รับผิดชอบงานการศึกษาต่อเนื่องอยู่ที่ กศน.จังหวัด หลายๆ อำเภอเขียนโครงการจะไปศึกษาดูงานกันมาก พยายามหาระเบียบแล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงการไปดูงานเลย

             ผมตอบว่า   การศึกษาต่อเนื่อง ที่ใช้งบดำเนินงาน ( จัดการศึกษาฯ ) ซึ่งเป็นงบปกติ จะเบิกจ่ายเป็นค่าฝึกอบรมและค่าเดินทางไปศึกษาดูงานไม่ได้ แต่มีบางปีได้รับงบศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนมาเป็นเงินหมวดรายจ่ายอื่น จึงจะเบิกจ่ายเป็นค่าไปราชการศึกษาดูงานได้
             ผมเคยตอบเรื่องนี้ เช่นในข้อ 4 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/497236
             การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) ที่ใช้งบดำเนินงานปกติ จ่ายได้เฉพาะตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55 เรื่องการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น ( ดูหนังสือฉบับนี้ได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/costs_study.pdf ) ซึ่งระบุว่าเบิกได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากร กับค่าวัสดุฝึก  หนังสือฉบับนี้ระบุในย่อหน้าสุดท้ายว่า ถ้าเป็นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนภายในองค์กร จึงจะเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ-ค่าวิทยากร ได้ตามระเบียบการฝึกอบรม
             อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) สามารถไปศึกษาดูงานในแหล่งประกอบการได้โดยไม่เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ เช่นไปศึกษาดูงานที่แหล่งประกอบการในพื้นที่ โดยจ่ายค่าตอบแทนผู้ให้ความรู้ในแหล่งประกอบการได้
              ( ไม่เชื่อก็ถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. )

         7. ดึกวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.58 นาย บิ๊ก ถามในไทม์ไลน์เฟซบุ๊คผม ว่า ขอความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและเกณฑ์การสอบและวิชาที่จะสอบรองผอ.กศน.จังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในประกาศรับสมัครครั้งล่าสุดเลย จะมีข้อมูลเหล่านี้  ( ดูประกาศที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/rongPOj.pdf )


วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

1.ลองภูมิเรื่องการเทียบโอนฯ, 2.ทำชำนาญการ, 3.พนักงานราชการจะลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตร, 4.นายทะเบียนขั้นพื้นฐาน กับเทียบระดับ ต้องเป็นคนเดียวกันไหม, 5.นักศึกษาขาดสอบเกินครึ่ง ผอ.ให้บันทึกไปจังหวัด จะมีผลอย่างไร, 6.เลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำปี, 7.ไปรับเข็มไม่ได้ จะได้รับเข็มหรือไม่ อย่างไร



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

        
1. วันที่ 21 ส.ค.57 ผมเผยแพร่เรื่องการเทียบโอนฯ ในเฟซบุ๊ค ว่า  เมื่อวันที่ 19 ส.ค.57 ผมไปเป็นวิทยากรเรื่องการเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน 51 ที่ กศน.อ.เสนา ( 09:00 - 15:00 น.)  โดยมีการทดสอบทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี   ข้อสอบภาคทฤษฎีมี 16 ข้อ ตามตัวอย่างข้างล่างนี้  ( ใครสนใจ PowerPoint ที่ผมทำไปประกอบการบรรยาย  เนื้อหาครอบคลุมคำตอบทั้ง 16 ข้อ  ดาวน์โหลดได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/Compressrd/tiebOon.rar )
             3)  ทำไมครู กศน. ต้องรู้เรื่องการเทียบโอนฯ ?
                  ก. เป็นกรรมการเทียบโอน
                  ข. เป็นผู้ดำเนินการเทียบโอน
                  ค. เป็นผู้ตรวจสอบรักษาสิทธิ์ให้นักศึกษา
                  ง. เป็นผู้ แนะนำ/แนะแนว/ตอบคำถาม นักศึกษา
             5)  เทียบโอนผลการเรียนเพื่ออะไร ?
                  ก. เรียนน้อย ๆ จบเร็ว ๆ
                  ข. ส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย
                  ค. ส่งเสริมการเรียนหลักสูตรอื่น ๆ
                  ง. ไม่ต้องเรียนซ้ำในวิชาที่มีความรู้แล้ว
             7)  เทียบโอนแบบใด ให้ผลการเทียบโอนเป็นเกรด ?
                  ก. ป.
4
                  ข. การศึกษาต่อเนื่อง
                  ค. หลักสูตรต่างประเทศ
                  ง. ประเมินความรู้และประสบการณ์
            13)  เรียน ปวช. มา
                  - วิชาภูมิเศรษฐศาสตร์ 2 นก. ได้เกรด 2
                  - วิชาเหตุการณ์ปัจจุบัน 2 นก. ได้เกรด 2
                  - วิชาวิถีธรรมวิถีไทย 2 นก. ได้เกรด 2.5
                  เทียบโอนเป็นวิชาสังคมศึกษา (
3 นก.) กับ ศาสนาและหน้าที่พลเมือง (2 นก.) ได้เกรดเท่าไร?
                  ก. ได้เกรด
2 ทั้งสองวิชา
                  ข. ได้เกรด
2.17 ทั้งสองวิชา
                  ค. ได้เกรด
2.5 ทั้งสองวิชา
                  ง. สังคมฯได้
2 ศาสนาและหน้าที่พลเมืองได้ 2.5
             16)  กศน.อำเภอ จัดสอนทักษะอาชีพ ดนตรีไทย 50 ชม. ดนตรีสากล 50 ชม. ผู้ผ่านทั้งสองวิชาจะเทียบโอนเป็นรายวิชาศิลปศึกษา ได้หรือไม่ ?
                  ก. ไม่ได้
                  ข. ได้ระดับเดียว
                  ค. ได้ไม่เกินระดับ ม.ต้น
                  ง. ได้เฉพาะระดับประถม

         2. เย็นวันที่ 22 ส.ค.57 Rossiri Thong-am เขียนในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ขอแบบประเมินเพื่อปรับระดับจากปฏิบัติการเป็นชำนาญการ ของบุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2)  รวมถึงขั้นตอนกระบวนการที่จะปรับระดับด้วย
             ผมตอบว่า   บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ไม่ว่าจะเป็นบรรณารักษ์ นักวิชาการศึกษา หรืออื่น ๆ ก็เหมือนกัน  ถ้าบรรจุใหม่ รับเงินเดือนในระดับปฏิบัติการ จะทำชำนาญการ ( บุคลากรทางการศึกษาอื่น จะไม่ใช้คำว่า วิทยฐานะ ) ได้เมื่อครบ 6 ปี (สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี ), หรือครบ 4 ปี ( สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาโททางสาขาที่กำหนด ), หรือครบ 2 ปี ( สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอกทางสาขาที่กำหนด )
             ปัจจุบันไม่มีการกำหนดคุณสมบัติเรื่องเงินเดือนขั้นต่ำ  ส่วนผู้ที่ปฏิบัติงานในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และเฉพาะ อ.นาทวี อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย ใน จ.สงขลา ) นับระยะเวลาเป็นทวีคูณ จึงลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง เช่น ทำชำนาญการได้เมื่อเป็นบรรณารักษ์ครบ 3 ปี ( สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี )
             การทำ  ให้ยื่นแบบ ปส. ลักษณะเดียวกับการทำชำนาญการพิเศษ แต่เปลี่ยนคำว่าชำนาญการพิเศษในแบบฟอร์ม เป็นชำนาญการเฉย ๆ  ( ดูลักษณะแบบฟอร์ม ปส. ในหนังสือที่
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/library.pdf )

             รายละเอียดและตัวอย่างการทำ ลองสมัครเข้ากลุ่มในเฟซบุ๊คเช่น "กลุ่มบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน..คนขยัน" แล้วถามสมาชิกในกลุ่ม
             อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดปลีกย่อยอีก  ติดต่อสอบถามโดยตรงที่ สนง.กศน.จ. หรือ กจ.กศน.


         3. เย็นวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค.57 ดอกหญ้า ไกลบ้าน ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  พนักงานราชการ กศน.มีสิทธิ์ลาดูแลภรรยาคลอดบุตรได้ไหม
             ผมตอบว่า   พนักงานราชการทุกตำแหน่ง ทุกกระทรวง ยังไม่ได้ปรับแก้ระเบียบให้ลาประเภทนี้ได้ ฉะนั้นจึงยังไม่มีสิทธิ์ลาประเภทนี้  ( ดูคำตอบเก่า ในข้อ 5 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/533649 )

         4. วันที่ 3 ก.ย.57 กี้ เปรี้ยวซ่อนหวาน ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  นายทะเบียนขั้นพื้นฐาน กับเทียบระดับ ต้องเป็นคนๆเดียวกันมั้ย สถานศึกษาหนึ่งๆนายทะเบียนมีคนเดียวใช่มั้ย
             ผมตอบว่า  ถ้าเป็นการจัดการศึกษาคนละประเภท/คนละหลักสูตร นายทะเบียนจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่ก็ได้ เช่น กศ.ขั้นพื้นฐาน – การเทียบระดับฯแบบเดิม – การเทียบระดับฯสูงสุด – กศ.ต่อเนื่อง อาจมีนายทะเบียนเป็น 1-4 คน ก็ได้

         5. เย็นวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย.57 Kanokwan Khuawara ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  ถ้านักศึกษาขาดสอบเกิน 50 % จะมีผลอย่างไร แก้ปัญหายังไง   ผอ.ให้บันทึกข้อความไปจังหวัด ไม่รู้จะโดนอะไรอีก
             ผมตอบว่า   อยู่ที่ผู้บริหารแต่ละอำเภอแต่ละจังหวัด  ต้องดูพฤติกรรมอื่น ๆ ของครูด้วย  ( คนส่วนใหญ่รู้วิธีแก้ปัญหา แต่.. ถ้า กศน.จัดการศึกษาเพื่อปริมาณ เพื่อให้ครูมีงานทำ ก็แก้ยาก )

         6. คืนวันที่ 2 ถึงดึกวันที่ 4 ก.ย.57 ปรเมศวร์ อ่อนสกุล ครู กศน.ตำบล กศน.อ.จัตุรัส ถามผมทางข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ถามทางแฟนเพจ และทางอีเมล์  ว่า  การประเมินพนักงานราชการจะทำปีละ 2 ครั้งคือช่วงเดือนเมษายนกับตุลาคมใช่หรือไม่ เดือนเมษายนต้องมีการประเมินเพื่อปรับเงินเดือนอีกหรือไม่ การที่ กศน.จังหวัดไม่มีการประเมินหรือปรับเงินเดือนพนักงานราชการตอนเดือนเมษายนจะมีผลอย่างไรบ้างหรือสามารถประเมินแล้วปรับรวบตอนเดือนตุลาคมได้ ถ้าเดือนตุลาคมมีการประเมินปรับเงินเดือนโดยไม่เอาของเดือนเมษายนมารวมจะถือว่าเราเสียสิทธิ์หรือไม่
             ผมตอบว่า   การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการมีมากกว่า 1 กรณี เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในเรื่องต่าง ๆ แล้วแต่กรณี คือ การเลื่อนค่าตอบแทน การเลิกจ้าง การต่อสัญญาจ้าง และอื่น ๆ
             ในส่วนของการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีเพื่อการเลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการทั่วไป ใช้ผลการประเมินปีละ 2 รอบหรือ 2 ครั้ง แต่เลื่อนค่าตอบแทนปีละครั้งเดียว
             - รอบที่ 1  ประเมินผลการปฏิบัติงานระหว่าง 1 ต.ค.- 31 มี.ค.
             - รอบที่ 2  ประเมินผลการปฏิบัติงานระหว่าง 1 เม.ย.- 30 ก.ย.
             ผู้ที่จะได้เลื่อนค่าตอบแทน จะต้องได้คะแนนประเมินเฉลี่ย 2 รอบ ( นำคะแนนรอบที่ 1 กับรอบที่ 2 มาบวกกัน แล้วหารด้วย 2 ) ไม่ต่ำกว่าระดับ ดี  คือได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 75 %
             ดูรายละเอียดในระเบียบหลักเกณฑ์ที่  
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/evalPRG.pdf  


         7. วันที่ 5 ก.ย.57 ผมเผยแพร่เรื่องไปรับเข็มไม่ได้ จะได้รับเข็มหรือไม่ อย่างไร  ลงในเฟซบุ๊ค ว่า 
             ถ้าเป็นเข็มเชิดชูเกียรติ ( 10 ปี, 15 ปี, 20 ปี ) เป็นเรื่องของ กป.
             อ.สร้อยทิพย์ กป. บอกว่า เหมือนปีก่อน ๆ คือ จะส่งเข็มพร้อมประกาศนียบัตรไปที่จังหวัด โดย
             - กรณีไม่ได้ตอบรับว่าจะไปรับ ก็ไม่ต้องทำอะไรอีก หลังงาน กป.จะส่งไปให้ที่จังหวัด
             - กรณีตอบรับว่าจะไปรับ แล้วพอถึงเวลาไปไม่ได้ จะติดเชียร์/แข่งกีฬา ฯลฯ  ต้องรีบแจ้ง อ.สร้อยทิพย์ ทางโทรศัพท์ 086-9713168 ด่วน  จะได้รีบจัดคิวใหม่และแจ้งลดอาหารทัน ( ค่าอาหารหัวละ 300 บาท )  กรณีนี้ถ้าจะให้คนอื่นรับแทนก็ได้ แต่ก็ต้องรีบแจ้งอย่างเป็นทางการเช่นกัน โดยผู้ขึ้นรับแทนแต่ละคนจะรับได้ชุดเดียวเท่านั้น ( แต่งเครื่องแบบเช่นกัน ) คนเดียวจะขึ้นรับของตนเองและขึ้นรับแทนคนอื่นอีกไม่ได้
             ส่วนเข็มวิทยพัฒน์ ( ผู้ผ่านการอบรมพัฒนาฯ ) เป็นเรื่องของ กจ.
             ลักษณะเดียวกับ กป. ให้ติดต่อ อ.อุบลวรรณ กจ. 089-444-7196