แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช่า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช่า แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

1.พบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง, 2.เรื่องเครียด ( ครูลงทะเบียนให้ นศ.ซ้ำ แล้วไม่ให้ถอน จะฟ้อง สตง. !? ), 3.บ้านพักข้าราชการว่าง จะเบิกค่าเช่าบ้านได้กรณีใด, 4.ราคากลางหนังสือเรียน อาจไม่ใช้ราคาที่เคยซื้อต่ำสุด แต่ต้องมีเหตุผลเพียงพอ, 5.เกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท, 6.เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย, 7.ข้อ 1-9 ข้อไหนถูก ( การรักษาการในตำแหน่ง )



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. แจ้งใหม่ให้จัดการเรียนรู้แบบพบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น
             - จัดกระบวนการเรียนรู้ในรายวิชาที่ลงทะเบียน ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
             - จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน การคิดเป็น การอ่านการเขียน และทักษะการสื่อสารถ่ายทอดกระบวนการคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ 3 ชั่วโมง
             https://db.tt/RsGZG7SW

         2. มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ครูที่อำเภอ ... ... ถามหนูว่าจะเรียนที่ไหนแน่ทำไมลงทะเบียน 2 ที่  หนูบอกว่าเทอมนี้หนูไม่ได้ลงทะเบียนที่อำเภอ ... ... ครูให้หนูไปถอนการลงทะเบียน แต่ครูที่อำเภอ ... ... บอกว่าเขาไม่มีนโยบายให้ถอนการลงทะเบียน ส่วนครูที่อำเภอ ... ก็บอกว่าเรียน 2 แห่งไม่ได้   ทำไมครู 2 แห่งไม่คุยกันเองคะ หนูจะต้องฟ้องไปที่ ปปช. สตง. หรือที่ไหนคะ

             ผมตอบว่า   เรื่องที่ นศ.ไม่ได้ลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียนด้วยตนเอง แต่สถานศึกษาไม่ยอมถอนใบลงทะเบียนนี้ออก ไม่น่าจะเกิดขึ้น หน่วยงานภายนอกคงไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าจะแจ้ง สตง. ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนะ   ควรเขียนจดหมายแจ้งไปที่หน่วยงานภายใน กศน. เช่น สนง.กศน.จังหวัดก่อน ถ้าไม่ได้ผลจึงแจ้งไปที่หน่วยงานภายนอก ( เพื่อเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานภายในเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริต ต่อไปครู 2 แห่งจะได้คุยกันเองได้ )

         3. เช้าวันที่ 1 ธ.ค.58 รอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด ท่านหนึ่ง ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ระเบียบเกี่ยวกับบ้านพักข้าราชการ ยังแบ่งประเภทเหมือนเดิมหรือเปล่า เช่น บ้านพักข้าราชการระดับ 7-8 และ กศน. จังหวัดต่างๆที่มีบ้านพัก เป็นบ้านพักผู้อำนวยการ หรือบ้านพักข้าราชการ ระดับ 7-8

             ผมตอบว่า   ในการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการ จะแบ่งเพียง 2 ประเภท คือบ้านพัก ผอ. กับ บ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  โดยทั่วไป บ้านพักข้าราชการของ กศน.จังหวัด ที่มีหลายหลัง จะมี 1 หลังที่เป็นบ้านพัก ผอ.  หลังอื่น ๆ เป็นบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  แต่ถ้า กศน.จังหวัดใดมีบ้านพักข้าราชการหลังเดียว ก็คงเป็นบ้านพัก ผอ.
             ผมถามกลับว่า  จะถามว่า ถ้ามีบ้านพักว่างอยู่ แต่เป็นบ้านพักคนละประเภท จะไม่อยู่ แต่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ไหม ใช่หรือเปล่า
             ท่านรองฯ บอกว่า ใช่

             เรื่องนี้  ผมถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ได้รับคำตอบจาก อ.สกุลนา และ อ.สุณีย์ ว่า  ต้องมีรายละเอียดอื่น ๆ ประกอบการพิจารณา จึงจะตอบได้ถูกต้องเป็นกรณี ๆ ไป  แต่โดยทั่วไปคือ
             1)  ถ้าบ้านพัก ผอ.มีอยู่ ผอ.จังหวัดจะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ แม้แต่จะเคยเบิกค่าเช่าซื้ออยู่ก็ต้องหยุดเบิก
             2)  กรณีข้าราชการ กศน.จังหวัด ที่ไม่ใช่ ผอ. จะเบิกค่าเช่าบ้าน ( คำว่าข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.นี้ รวมถึง รอง ผอ.ด้วย โดยบ้านพัก ผอ. ไม่ใช่บ้านพักรอง ผอ. )  ให้ ผอ. หรือ “กรรมการจัดบ้านพัก” พิจารณากำหนดดังต่อไปนี้ ( ผอ.มีอำนาจในการพิจารณากำหนดตามหลักเกณฑ์ แต่ ผอ.จะตั้ง “กรรมการจัดบ้านพัก” ขึ้นมากำหนดแทนตนหรือไม่ก็ได้ )
                  - ถ้าบ้านพัก ผอ. ว่างอยู่ แต่ผู้ที่จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ใช่ ผอ. จะกำหนดให้ข้าราชการผู้นั้นเข้าอยู่บ้านพัก ผอ. หรือไม่ก็ได้ จะให้ข้าราชการเบิกค่าเช่าบ้านโดยปล่อยให้บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ก็ได้  แต่ถ้ากำหนดให้เข้าอยู่บ้านพัก ผอ. ข้าราชการอื่นนั้นก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้
                  - กรณีมีบ้านพักว่าง แต่ข้าราชการเคยเบิกค่าเช่าซื้อบ้านอยู่ก่อนย้ายมา สามารถกำหนดว่าไม่ต้องเข้าอยู่บ้านพัก แต่ให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้  แต่จะให้เบิกค่า “เช่าบ้าน” โดยมีบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.ว่างอยู่ ไม่ได้  ( ถ้าเป็นตัว ผอ.จะเบิก แต่บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ แม้ ผอ.จะเคยเบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” อยู่ก่อน ก็ต้องหยุดเบิก จะกำหนดให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้เฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ ผอ. )
                     กรณีบ้านพักไม่ว่างเพราะมีคนที่ไม่ตรงประเภทเข้าไปอยู่ เช่น ให้ลูกจ้างเข้าไปอยู่ ผู้มีสิทธิ์ก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้เช่นกัน
                  - กรณีจะอ้างว่า บ้านพักชำรุด ต้องชำรุดมากจนอยู่ไม่ได้จริง


         4. วันที่ 3 ธ.ค.58 ผมเรียนถาม อ.พัฒน์ฌามนท์ กจ.กศน. ( จนท.เจ้าของเรื่อง “ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหาหนังสือแบบเรียนหรือพัสดุอื่น” ) ว่า  ตามหนังสือซักซ้อมความเข้าใจดังกล่าว กำหนดให้การจัดหาหนังสือเรียน จะต้องกำหนดราคากลาง โดย สืบค้นจากราคาในท้องตลาด หรือ ราคาซื้อขายย้อนหลังสองปีงบประมาณ และให้นำราคาต่ำสุดมาเป็นราคา กลาง นั้น   เนื่องจาก ราคาที่บางอำเภอในจังหวัด และอีกหลายจังหวัด ซื้อในปีงบประมาณที่ผ่านมา ต่ำผิดปกติ เพราะ ผู้ขายต่อสู้เอาชนะกัน โดยนำหนังสือที่ค้างสต๊อกอยู่จำนวนมากมาขายให้ในราคาต่ำผิดปกติ เล่มละเพียง 7 บาท หรือน้อยกว่า  ถ้านำราคา 7 บาทนี้มาเป็นราคากลางจะมีปัญหา   ขอถามว่าจะไม่ใช้ราคาต่ำสุดที่เคยซื้อผิดปกตินี้มาเป็นราคากลางได้หรือไม่
             อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า  ถ้ามีเหตุผลเพียงพอว่าราคาต่ำกว่าต้นทุนผิดปกติจริง เพื่อไม่ให้เสียเวลาล่าช้าในการจัดหา ก็ไม่ใช้ราคาที่ต่ำสุดผิดปกตินี้เป็นราคากลางได้ แต่ใช้การสืบจากราคาในท้องตลาด จากผู้ขาย/ผู้พิมพ์แต่ละราย และนำราคาของรายต่ำสุด สเป็คเดียวกัน ( ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ) มาเป็นราคากลางได้

             ผมถามต่อ ว่า  ถ้าจังหวัดเป็นผู้พิจารณากำหนดราคากลางตามเกณฑ์นี้ แล้วใช้เป็นราคากลางเท่ากันของทุกอำเภอในจังหวัด ได้หรือไม่   อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า ถ้าคุยกันแล้วจังหวัดยอมทำให้ ก็ได้

         5. แนวปฏิบัติในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ และเกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท ( ครู กศน.ตำบลต้องไม่เกิน 2 กลุ่ม ฯลฯ )
            
https://db.tt/hi6OAecR

         6. วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค.58 ผมเผยแพร่เรื่องการแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ลงในเฟซบุ๊ค ว่า  เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย

             การแต่งเครื่องแบบพิธีการไว้ทุกข์ ถ้าเป็นชุดปกติขาว หรือชุดครึ่งยศ เต็มยศ ( เสื้อขาว กางเกงประโปรงดำ ) ให้ใส่ปลอกแขนดำไว้ทุกข์ข้างซ้ายเหนือข้อศอก
             แต่ถ้าแต่งเครื่องแบบปกติสีกากี ก็แต่งตามปกติ สีกากีไม่มีปลอกแขน ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย
             เครื่องแบบองค์กรของแต่ละหน่วยงาน (
UNIFORM) ก็ถือเป็นการใส่ไว้ทุกข์ได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน
             กรณีแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ ควรงดเครื่องหมายเฉลิมพระเกียรติงานมงคลพระมหากษัตริย์  ( ส่วนเข็มเครื่องหมายที่ประดับได้ เช่น เข็มที่ระลึกของสมเด็จพระสังฆราช
, เข็มที่ระลึกงานพระศพสมเด็จย่า, พระพี่นาง ฯลฯ )






         7. วันที่ 18 ธ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  คำว่า ปฏิบัติราชการแทน / รักษาราชการแทน / รักษาการในตำแหน่ง ตามตัวอย่างที่ส่งให้ดู ตั้งแต่ข้อที่ 1-9 ข้อใดถูกต้อง

             ผมตอบว่า
             1)  ถ้าผู้รักษาการ อยู่ในหน่วยงานที่รักษาการ ก็ไม่ต้องระบุหน่วยงานของผู้รักษาการ คือ ใช้คำว่า "รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"  ไม่ต้องใช้ว่า  "รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"
             2)  คำว่า "รักษาราชการแทน" เป็นคำในกฏหมาย กพ. และมหาดไทย  ส่วน กศน.เราใช้ พรบ.ขรก.ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งให้ใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง" ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
             3)  ส่วนการ
“ปฏิบัติราชการแทน” นั้น เป็นอีกกรณีหนึ่ง คือกรณีผู้มีอำนาจออกคำสั่งมอบอำนาจบางเรื่องให้ผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการแทน/พิจารณาอนุมัติแทน ในเรื่องนั้น ๆ  เป็นการกระจายอำนาจเพื่อความคล่องตัว  โดยให้ปฏิบัติราชการแทนแม้ผู้มอบอำนาจจะอยู่/ไม่ได้ไปไหน  เรื่องที่จะออกคำสั่งมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนได้นี้ ต้องเป็นเรื่องในอำนาจโดยตรงของผู้มอบ  ถ้าเป็นเรื่องที่ ผอ.รับมอบอำนาจมาจากปลัดกระทรวงฯ จะมามอบอำนาจต่อให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนอีกช่วงหนึ่งไม่ได้
             4)  สำหรับวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ของผู้รักษาการ นั้น ท่านวรวิทย์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติการ กจ.กศน. บอกว่า จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ




วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

1.การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57, 2.การออกรหัสประจำตัวผู้เทียบระดับ กศ., 3.คลังหลักสูตรวิชาอาชีพ, 4.ตั้งพนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ-ราคากลาง, 5.การเช่า, 6.อำเภอ/จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย, 7.ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 ธ.ค.57 Jongluk Budsadee ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  พอจะแนะนำไฟล์จำนวนผู้เรียนที่ได้คะแนนผลการทดสอบ (N-Net) มากกว่าขีดจำกัดล่างของค่าเฉลี่ย ปี 56-57 ได้ไหม

             ผมตอบว่า   การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57
             ใครอยากรู้คะแนนตัวบ่งชี้ที่ 5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนการศึกษาพื้นฐาน ( ประเมินภายนอก ) เดี๋ยวนี้คำนวณง่าย ได้ผลคะแนนตรงกับการประเมินของ สมศ.

             เฉพาะตัวบ่งชี้ที่ 5.1 นี้ สมศ.ใช้คะแนน N-NET เพียง 2 ปีการศึกษาเท่านั้น ถ้าเข้าประเมินในปี กศ.57 ( ยังไม่สิ้นสุดภาคเรียนที่ 2/57 เช่นเข้าประเมินในเดือน ม.ค.58 ) จะใช้คะแนน N-NET ของปีการศึกษา 55 กับ 56

             คำนวณโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/OTHER/indicator5-1.xls
             โปรแกรมนี้ใช้ไม่ยาก เพียงแค่นำตัวเลข “จำนวนผู้เข้าสอบ” กับ “จำนวนผู้ที่ได้คะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง” ระดับละ 4 ตัว/สาระ ( ปีละ 2 ตัว ) ไปใส่ในช่องสีเขียวเท่านั้น ค่าคะแนนต่าง ๆ ของ ตบช.ที่ 5.1 ก็จะปรากฏขึ้นมา   โดย
             1)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูลปีปัจจุบัน” ให้นำจำนวนในปี กศ.2556 มากรอกในช่องจำนวนผู้เข้าสอบ ปีปัจจุบัน  ( จำนวนผู้เข้าสอบนี้ เป็นจำนวนเฉพาะอำเภอ ไม่ใช่จำนวนทั้งประเทศ )
             2)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูล 1 ปีย้อนหลัง” ให้นำจำนวนในปี กศ.2555 มากรอก
             3)  “จำนวนผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับดี” หมายถึง จำนวนผู้เรียนที่มีคะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง
             เดี๋ยวนี้ มีตัวเลขที่ว่านี้ไว้ให้แล้วทุกอำเภอ ไม่ต้องนับเองไม่ต้องรวมเอง ทุกอำเภอดูตัวเลขเหล่านี้ได้ที่
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-1.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-2.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-3.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-plai.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-ton.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55Pratom.pdf
             ลองทำดูครับ ... จะเห็นว่าง่าย..

 
         2. วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.57 ผมเผยแพร่เรื่องรหัสประจำตัวผู้เข้ารับการเทียบระดับการศึกษาฯ  ( ถ้าสมัครในช่วงที่วันปฐมนิเทศอยู่ในช่วงปีการศึกษา/ภาคเรียนใดของ กศ.ขั้นพื้นฐาน ให้ใช้ปีการศึกษา/ภาคเรียนนั้นเป็นรหัสประจำตัว  เช่น สมัครในช่วง ต.ค.-พ.ย.57 ปฐมนิเทศ ธ.ค.57 รหัสประจำตัวคือ 572... ถึงแม้จะเป็นปีงบประมาณ 58 แล้วก็ตาม )  ว่า
             ด่วน..
ฝนทอง ทอสายศิลป์ ( อ.ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ กลุ่มพัฒนา กศน. ) บอกว่า  ผู้เข้าเทียบระดับฯสูงสุดฯ รุ่น 4 ที่เพิ่งปิดรับสมัครไปนี้ ให้ออกรหัสประจำตัวเป็น 572...... ( ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2557 )  ไม่ใช่ 581......

             ถ้าอำเภอไหนขึ้นทะเบียน/ลงทะเบียนในโปรแกรม KSM ผิดไปแล้ว วิธีแก้ไข ต้องลงทะเบียนรายวิชาใหม่หมด
             แต่ ข้อมูลขึ้นทะเบียนประวัตินักศึกษาไม่ต้องลงใหม่ ให้ใช้เมนูเปลี่ยนรหัสประจำตัวผู้เข้าเทียบระดับทุกคน จาก 581...... เป็น 572......
             แล้วถอนการลงทะเบียนรายวิชาในภาค 1/58 ออก
             จากนั้นลงทะเบียนรายวิชาใหม่ในภาค 2/57

             ( เมื่อเราเพิ่ม "ครั้งที่" ใหม่ โปรแกรมจะขึ้นครั้งที่ 1 ไว้เป็นค่าเริ่มต้น เราแก้ให้เป็น 2 ปี 2557 ได้ ลักษณะเดียวกับการบันทึกประวัติ โปรแกรมจะขึ้นว่านับถือศาสนาพุทธไว้เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้ )

         3. วันที่ 15 ธ.ค.57 กศน.ตำบลวังไทร อำเภอคลองขลุง กำแพงเพชร ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  อยากได้หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกเบื้องต้น พอจะมีบ้างไหม
             ผมตอบว่า   ผมไม่มีเวลาหาให้ โปรดหาเอง เช่น ในคลังหลักสูตรวิชาอาชีพ ที่
http://www.4shared.com/rar/6AzIdRVIce/Jobcourses.html
             ( ใช้เวลาดาวน์โหลดนาน เพราะไฟล์ขนาดใหญ่ 32 MB )

         4. วันที่ 18 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  กรณี กศน.อำเภอที่มีข้าราชการเพียงคนเดียวคือ ผอ.กศน.อำเภอ ถ้าจะแต่งตั้ง จนท.สำหรับตรวจรับพัสดุ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ เป็นพนักงานราชการได้มั้ย หรือว่าต้องยืมข้าราชการจากอำเภอใกล้เคียง
             ผมตอบว่า   ดูในคำตอบที่เคยตอบ เช่น ในข้อ
4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html

             ผู้ถาม ถามต่ออีกว่า  ทำไม จนท.พัสดุของสำนักงาน กศน.จังหวัดบอกว่า ไม่ได้ ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้นเป็นประธานกรรมการตรวจรับ
             อีกคำถามหนึ่ง ปัจจุบันการซื้อกระดาษถ่ายเอกสารยังต้องยึดราคากลางของกรมบัญชีกลางหรือป่าว เพราะแต่ก่อนเคยเบิกรีมละ 108 บาท ปัจจุบัน จนท.พัสดุของจังหวัดบอกว่าเบิกได้ตามที่ซื้อจริงในร้านค้า

             ผมตอบว่า
             1)  ลองปริ้นท์เอกสารที่ผมตอบ ให้เขาศึกษาดู ถ้าเขายังไม่เชื่อยังไม่ยอม และเราก็จำเป็นต้องให้เขายอมด้วย ก็ปรึกษาผู้บริหาร ให้ผู้บริหารหารือกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มงานคลัง กศน. ดู
             2)  การกำหนดราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กย. 2530 ที่ให้สิทธิพิเศษในการจำหน่ายกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษแก่บริษัทโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษบางปะอินจำกัด   แต่เนื่องจากปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกการให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทฯไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เมย.2550 ตามนัยมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 พค.2550  ดังนั้นราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย   ในการจัดหาพัสดุของส่วนราชการให้ถือปฏิบัติตามนัยระเบียบสำนักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ คือ การซื้อจำนวนน้อยจะกำหนดราคากลางหรือไม่ก็ได้
             ( ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2556 เป็นต้นมา การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีวงเงินเกินกว่า 100,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐประกาศการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง และการคำนวณราคากลาง )

         5. วันที่ 19 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ถ้าศูนย์อำเภอเช่าเครื่องถ่ายเอกสารไว้ใช้ในสำนักงาน สามารถทำได้หรือปล่าว เพราะดำเนินการมาแล้ว 2 ปี แต่เปลี่ยนผู้บริหารจังหวัดใหม่ แล้วบอกว่าศูนย์อำเภอไม่มีอำนาจในการเช่า ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
             ผมตอบเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่
21 ธ.ค. ว่า   ตามคำสั่ง สป.ศธ. ที่ 489/51 เรื่องมอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต ปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ 21 เม.ย.51  ระบุการมอบอำนาจ “การเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเช่าทั้งหมด ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นๆที่เกี่ยวกับการเช่า ครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท หรือไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท” ไว้ในข้อ 4.2

         6. วันที่ 26 ธ.ค.57 มีผู้แจ้งในอินบ็อกซ์ผมว่า “... โดน ผอ.กศน.อำเภอ สั่งย้าย ให้เดินทาง 30 ธันวาคม 2557 นี้ โดยไม่เคยแจ้งหรือพูดจากับ...เลย ...ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เขาเรียกกรรมการตรวจรับพัสดุคนหนึ่งเข้าไปคุยในห้องทำงาน บอกว่าให้เซ็นตรวจรับพัสดุ บอกว่าเบื้องบนสั่งมา กรรมการคนนั้นถามกลับไปว่า เบื้องบนไหน..? ... ... ( ผอ.คนนี้คือคนที่เคยพูดว่า ใครจะกล้ามาตรวจสอบกู อยู่จังหวัดที่มีการซื้อหนังสือแบบเรียน แต่ยังไม่ทันได้เปิดซองสอบราคากันเลย แต่หนังสือแบบเรียนของบริษัทที่มายื่นซอง 1 บริษัท มาถึงเรียบร้อยแล้ว )”

             ผมตอบว่า   ทั้ง ผอ.กศน.อำเภอ และ ผอ.กศน.จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย
             ผอ.กศน.อ.ไม่มีอำนาจส่งครูไปทำงานอำเภออื่น  ถ้าครูทำความผิดก็ต้องดำเนินการทางวินัยไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งก็ไม่มีหลักเกณฑ์ให้ส่งครูไปไว้ที่อื่น
             เดิมมีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 270/51 ข้อ 13 มอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด/กทม. “ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ไปช่วยราชการภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 30 วัน”
             แต่ต่อมา ก็มีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 582/52 ยกเลิกการมอบอำนาจข้อ 13 นี้แล้ว โดยให้เหตุผลในการยกเลิกว่า “การมอบอำนาจกรณีดังกล่าวมีเจตนาจะให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างรวดเร็วและสั่งการโดยให้ยึดผลประโยชน์ของทางราชการเป็นที่ตั้ง แต่ ผู้รับมอบอำนาจได้นำไปใช้โดยไม่ถูกต้อง จึงยกเลิก"
             ตอนนี้ทั้งอำเภอและจังหวัดไม่มีอำนาจส่งไปช่วยราชการแล้ว
             ( ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ในข้อ 5 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/517220 )







         7. คืนวันที่ 5 ม.ค.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น ว่า
             ประกาศ สป.ศธ.เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนหลักสูตรระยะสั้น พ.ศ.
2554 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.54 ที่กำหนดว่าผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชม.ละ 50 บาท, 6-10 คน ชม.ละ 100 บาท, ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชม.ละ 200 บาท นี้ ยกเลิกแล้ว  ( เรื่องนี้ อ.กฤติพัฒน์ กป.กศน.ทราบดี ) โดย

             1)  ในประกาศฉบับนี้ มีการอ้างอิงหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ซึ่งให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาท
             2)  ต่อมา ปี 2554  ศน.ต้องการจะจ้างวิทยากรที่มีชื่อเสียงมาสอนในศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แบบให้เครื่องมือประกอบอาชีพแก่ผู้เรียนด้วย จึงทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือน ก.พ.- ก.ค.54 หลายฉบับ ขอปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่าย เช่น ผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชั่วโมงละ 200 บาท ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชั่วโมงละ 800 บาท  ค่าวัสดุหัวละ 600-1,500 บาท เป็นต้น
                  ในที่สุดกรมบัญชีกลางตอบกลับมา ตามหนังสือที่ กค 0406.6/35474 ลงวันที่ 14 พ.ย.54 ว่า ให้ยกเลิกหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ที่เราอ้างอิงในประกาศฉบับนี้  และให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น โดยไม่กำหนดจำนวนผู้เรียน  ( ไม่ได้ให้ตามที่เราเสนอไป )   ดูหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ ได้ที่ไฟล์  expense_study.pdf
             3)  สำนักงาน กศน. ได้ส่งหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ มาให้ทุกจังหวัด ตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55  ( ดูหนังสือสำนักงาน กศน.ฉบับนี้ ได้ที่ไฟล์ costs_study.pdf )   หนังสือฉบับนี้แหละเป็นฉบับที่เราต้องยึดถือปฏิบัติในปัจจุบัน คือ ไม่ว่าผู้เรียนจะกี่คนก็ตาม สามารถจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกินชั่วโมงละ 200 บาท ( ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ และได้จำนวนกลุ่มเป้าหมายไม่ต่ำกว่าเป้า )
             4)  หนังสือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีอยู่ใน  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/Compressrd/ContinuingEducationGuide.rar