แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุมัติจบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนุมัติจบ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1.มาตรการประหยัดงบประมาณฉบับใหม่, 2.คำถามน่าคิด อยากให้ฝ่ายทะเบียน กศน.ขั้นพื้นฐาน และกลุ่มพัฒนา กศน.คิด, 3.ศาลตัดสินว่า จ้างเหมาฯแต่ให้ทำงานลักษณะลูกจ้างชั่วคราว ผิด, 4.วิชาเลือกบังคับ เรียนเกินได้, 5.เรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯซ้ำ รหัสวิชาต่างกัน จบได้ไหม, 6.ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องส่งเอกสารหลักฐานไปที่คุรุสภาไหม, 7.มีวุฒิผู้กำกับลูกเสือ วิสามัญ แต่เป็นรองผู้กำกับลูกเสือ สามัญ จะแต่งกายตามวุฒิหรือตามตำแหน่ง


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. ออกฉบับใหม่แล้ว มาตรการประหยัดงบประมาณ ใช้แทนฉบับปี 2556 โดยให้ใช้ฉบับใหม่ ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค.62







         2. คืนวันที่ 11 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  สอบถามเรื่อง การออก รบ. และการอนุมัติจบหลักสูตร เนื่องจาก ปัจจุบัน ฉันก็เริ่มงง กับแนวปฏิบัติเรื่องการออก รบ. 100% กับการอนุมัติจบหลักสูตร เพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน คือ
             การจะอนุมัติจบหลักสูตร ตามแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาฯ กศน.3 จะมีข้อมูล เลขระเบียน (เลขนก.) ปรากฎว่า หากนักศึกษาไม่ยื่นเอกสารใบคำร้องของหลักฐานทางการศึกษา งานทะเบียนจะไม่ระบุเลข นก.ในรบ.ให้ เมื่อไม่ระบุให้ก็ไม่สามารถ ส่งแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ทันตามกำหนดเวลา
             จึงกลายเป็นแนวปฏิบัติว่า หากไม่ยื่นเอกสารคำร้องหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด จะไม่อนุมัติจบ ให้ ซึ่งเป็นลักษณะนี้ มา 2ปีได้แล้ว แต่ฉันพึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งได้ 2 เทอม และพึ่งจะมาทราบว่า ไม่อนุมัติจบให้ หากนักศึกษาไม่มายื่นเอกสาร เมื่อภาคเรียนที่แล้ว
             และก็มีปัญหาเกิดขึ้นคือ
             นักศึกษาในตำบลที่ฉันรับผิดชอบ รายวิชาหมดอายุ เพราะไม่ได้อนุมัติจบหลักสูตร ในเทอมที่ฉันมาบรรจุ พอดี แต่นักศึกษาคนนี้ เรียนครบหลักสูตร ไปเมื่อหลายเทอมที่แล้ว ไม่มีการลงทะเบียน (ก็ไม่รู้จะลงทะเบียนอะไรให้เขา) จนวิชาหมดอายุ
             ฉันจึงเริ่มตรวจสอบหลักฐานของนักศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มใช้แนวปฏิบัตินี้ ทำให้รู้เลยว่า ในภาคเรียนนี้จะมีนักศึกษาที่วิชาหมดอายุอีกหลายคนมาก
             ฉันจึงอยากทราบว่า แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาฯ กศน.3 จำเป็นต้องมีเลขที่ นก. หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องมี จะต้องทำอย่างไรกับกรณีที่นักศึกษาไม่มายื่นคำร้องของเอกสารจบ ว่าจะสามารถอนุมัติจบได้อย่างไร ฉันเข้าใจว่า การอนุมัติจบ กับ การออบรบ. มันเกี่ยวเนื่องกัน หรือฉันเข้าใจผิด เพราะฉันพึ่งบรรจุ ก็ไม่อยากจะเถียงเจ้าหน้าที่ทะเบียน กับท่าน ผอ.
             เพราะจากที่ลองถามและคุยกันหลายรอบแล้ว (แบบอ้อมๆ ) แนวปฏิบัตินี้เป็นเหมือนการ กระตุ้นให้ ครู ไปตามเอกสารกับนักศึกษาให้ได้ 100% เพื่อออก รบ. 100% และถ้านักศึกษาคนไหนไม่ให้ความร่วมมือซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็จะให้ไปจบในภาคเรียนหน้า และถ้าเทอมหน้าไม่ได้อีก ก็จะถัดไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เกิดปัญหา(หมดอายุ) อย่างที่ฉันกล่าวไป

             ผมตอบว่า
             1) เชื่อหรือไม่ ตามหลักการในระเบียบหลักเกณฑ์นั้น นศ.มีเลขที่ใบ รบ. ตั้งแต่วันสมัครขึ้นทะเบียนรับรหัสประจำตัวนักศึกษา แล้ว!? โดย
                 ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555 ปกสีเลือดหมู หน้า 166 คำอธิบายการออก รบ.
                 ข้อ 1 กำหนดว่า รบ.ใช้เป็นหลักฐานการเรียนของนักศึกษาทั้ง”เมื่อศึกษาอยู่”หรือออกจากสถานศึกษาแล้ว
                 ข้อ 5.8 การบันทึกผลการเรียนแต่ละภาคเรียนลงใน รบ. ต้องให้เป็นปัจจุบัน “ทุกภาคเรียน”
                 สองข้อนี้ หมายความว่า ให้บันทึกระเบียน ( รบ.) ไว้ตั้งแต่ได้เลขประจำตัวนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเรียนจบหรือไม่ และให้บันทึกผลการเรียนที่ได้ 1 ขึ้นไป ใน รบ.ฉบับต้นขั้ว ให้เป็นปัจจุบันทุกภาคเรียน
                 ข้อ 2.2 การกรอก รบ.ให้เขียนหรือพิมพ์ ถ้าเขียนก็เขียนทั้งแผ่น ถ้าพิมพ์ก็พิมพ์ทั้งแผ่น แต่ไม่จำเป็นว่าต้นขั้วกับคู่ฉบับจะต้องเขียนทั้งสองแผ่น หรือพิมพ์ทั้งสองแผ่น ต้นขั้วอาจเขียนแต่คู่ฉบับอาจพิมพ์ก็ได้ ต้นขั้วต้องกรอกข้อมูลเพิ่มทุกภาคเรียนคงต้องเขียน ส่วนคู่ฉบับกรอกตอนจบอาจพิมพ์
                 ทำไมเป็นอย่างนี้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะถ้าไม่นับโปรแกรม ITw แล้ว หลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐานจะมีระเบียนหรือทะเบียนอย่างเดียวคือ รบ. ฉะนั้นนักศึกษาทุกคนไม่ว่าจะจบหรือไม่ ต้องมีข้อมูลอยู่ในทะเบียน ( ต้นขั้ว รบ.)
                 พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้หลักการตามระเบียบหลักเกณฑ์นี้ ส่วนน้อยรู้แต่ก็ไม่ทำตาม เพราะ จะสิ้นเปลือง รบ.มาก เนื่องจากมีผู้สมัครเรียน กศน.มากมาย แต่เรียนจบถึง 50% ไหม?
             2) ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ข้อใดระบุว่า ให้อนุมัติผลการจบต่อเมื่อ นศ.มาขอจบ แต่ ข้อ 5.9 ระบุว่า เมื่อ “เรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตร” ก็อนุมัติการจบ+ออก รบ.คู่ฉบับ
             3) ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ข้อใดระบุให้ นศ.ส่งหลักฐานขอจบ แต่ สถานศึกษาต้องตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันสมัครขึ้นทะเบียนรับรหัสประจำตัวนักศึกษาแล้ว ไม่ใช่ว่าเรียนไปแล้วมาตรวจสอบหลักฐานพบว่าคุณสมบัติไม่ครบที่จะเรียน
                 ถ้ามีการเปลี่ยนข้อมูลหลังสมัครเช่นเปลี่ยนชื่อ นักศึกษาต้องเป็นฝ่ายแจ้งเอง อาจทำความเข้าใจในช่วงปฐมนิเทศ และ/หรือ พิมพ์ข้อมูลผู้คาดว่าจะจบให้ นศ.ตรวจสอบ
                 จะมีก็แต่รูปถ่าย ถ้าใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน จะใช้รูปเดิมตอนสมัครเรียนไม่ได้ ต้องใช้รูปปัจจุบันถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

             วิธีปรับ/แก้
             - ตรวจคุณสมบัติตามหลักฐานต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่ภาคเรียนแรก
             - เมื่อ “เรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตร” ก็อนุมัติการจบ+จองเลขที่ รบ.ไว้เลย ( ลงเลขที่ รบ.ในโปรแกรม ITw เมนู 1-1-6 )
                ถ้าเรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตรแล้ว ไม่อนุมัติการจบ แต่ปล่อยให้วิชาหมดอายุ จะเป็นความผิดของสถานศึกษา
             - รายงานผู้สำเร็จการศึกษาภายใน 30 วัน นับจากวันอนุมัติการจบหลักสูตร

         3. วันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค.62 มี ผอ.กศน.อ. นำเรื่องที่ศาลพิพากษาว่าการจ้างเหมาบริการแต่ให้ทำงานในลักษณะลูกจ้างชั่วคราว ผิด มาถามผมทางไลน์ว่า ครู ศรช.ของ กศน.ก็เข้าข่ายตามคำพิพากษานี้ ใช่ไหม

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า ผมเคยโพสต์เรื่องนี้เมื่อสองปีก่อน ในข้อ 1 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/11/formnfestudent.html
             กรมบัญชีกลางเตือนแล้ว ถ้าเราถูกฟ้องเมื่อไรเราถึงจะแก้ แต่การแก้จะทำให้ทุกฝ่ายเดือดร้อนไปหมด คือ ต้องจ้างเป็นงาน ๆ ไม่จ้างต่อเนื่อง ( ตอนนี้ก็มีบางจังหวัดเริ่มจ้างเป็นงาน ๆ แล้ว เช่นจ้างเหมาตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จ้างเฉพาะช่วงบันทึกข้อมูลเท่านั้น เลิกจ้างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลร้องมาที่ผมก็มี )
             ถึงอย่างไรเราก็จ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้ เพราะ กศน.ไม่ได้รับอัตราจ้างลูกจ้างชั่วคราวจากกรมบัญชีกลางมานานแล้ว ( ปี 62 สพฐ.ยังมีบางตำแหน่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ )
             การจ้างคนเก่า แต่ดำเนินการตามระเบียบพัสดุใหม่ ก็อาจถือเป็นจ้างเหมาบริการได้มั้ง เราต้องไม่ทำตามระเบียบพัสดุแค่เป็นพิธีเท่านั้น แต่ทุกขั้นตอนต้องทำตามระเบียบพัสดุจริง ๆ เช่นการตรวจรับงานจ้างในแต่ละช่วง ถ้าจ้างลูกจ้างชั่วคราวจึงจะไม่ต้องทำตามระเบียบพัสดุ

             ต่อมามีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ “ส.การศึกษาตลอดชีวิต อีก ว่า  แล้วอาจารย์ว่าควรปฏิบัติอย่างไร เพราะเคยอ่านคำตัดสินศาลปกครองแล้ว การจ้างแบบที่เราปฏิบัติคือจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ถูกต้อง / เคยมีคดีของกระทรวงพานิช
             ผมตอบว่า  ถ้ามีผู้ฟ้องศาลว่าเราจ้างเหมาบริการแต่ให้ทำงานในลักษณะลูกจ้างชั่วคราว โดยเราไม่สมทบเงินประกันสังคมส่วนของนายจ้าง ศาลก็อาจจะว่าเราจ้างผิดเป็นนิติกรรมอำพราง เราก็ต้องแก้ไข
             แต่เราไม่สามารถแก้ไขโดยเปลี่ยนการจ้างเป็นจ้างลูกจ้างชั่วคราวได้ เพราะ กศน.ไม่ได้อัตราลูกจ้างชั่วคราวจากกรมบัญชีกลางมานานแล้ว ( เมื่อก่อนมีเงิน บกศ. แต่แม้เราใช้เงิน บกศ.ของเราเองจ้างลูกจ้างชั่วคราวก็ยังต้องได้รับอนุมัติเลขที่อัตราจากกรมบัญชีกลาง )
             เมื่อเราแก้ไขโดยจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้ เราก็ต้องแก้ไขโดยจ้างให้เหมือนจ้างเหมาบริการมากขึ้น เช่น จ้างครู ศรช.เป็นงาน ๆ อาจจ้างเฉพาะช่วงพบกลุ่มครั้งละ 5 เดือน ปีละ 2 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งจะเดือดร้อนกันไปทั่ว
             ( ผู้จะรับจ้างรายใดเสนอราคาจะรับค่าจ้างต่ำกว่าก็จ้างรายนั้น ลักษณะเดียวกับการจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ดำเนินการตามระเบียบพัสดุใหม่ทุกภาคเรียนซึ่งไม่จำเป็นต้องจ้างได้รายเดิม )

         4. วันที่ 16 ต.ค.62 มีผู้แจ้งผมในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  วันนี้มาตรวจไขว้ที่ จว.เกี่ยวกับผู้จบ...แล้วทาง จนท.จว.แจ้งว่า วิชาเลือกบังคับลงได้ไม่เกิน 2 รายวิชา...หากลงเกินไม่นับหน่วยกิต....และไม่จบ...ทำให้เกิดปัญหาเพราะมีหลายอำเภอลงเลือกบังคับ 3 - 4 วิชา...ซึ่งฉันแย้งแล้ว..แต่ จนท.จว.เขาบอกว่าให้ยึดระเบียบที่ให้ลงวืชาเลือกบังคับได้ไม่เกิน 2 วิชา

             ผมตอบว่า
             - ขอดูตัวระเบียบที่ว่า ลงวิชาเลือกบังคับได้“ไม่เกิน” 2 วิชา"
             - ให้จังหวัด โทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน.ด้วย
             ( โปรแกรม ITw จะเซ็ตไว้ตามระเบียบ ถ้าผิดระเบียบโปรแกรมจะไม่ให้จบ )

             ต่อมา ผู้ถาม แจ้งว่า  จนท.จว.โทรถามกองพัฒน์..กองพัฒน์ตอบว่าลงได้และนับ นก.
             ผมตอบว่า  ใช่ ผมไม่เคยเห็นหนังสือแจ้งที่มีคำว่า "ไม่เกิน" เราไม่ควรพูดเติมกันตามอำเภอใจ จะมีปัญหามากกว่าที่คิด วิชาเลือกบังคับเป็นวิชาใหม่ ๆ ที่ทันสมัย มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันใน"ปัจจุบัน" ตรงตามนโยบาย จึงเป็นวิชาที่ควรส่งเสริมให้เรียน
             ( หน่วยกิตวิชาเลือกบังคับส่วนที่เกินก็นับเป็นหน่วยกิตวิชาเลือกเสรี จึงสามารถลดวิชาเลือกเสรีได้ หรือจะไม่ลดวิชาเลือกเสรีก็ได้ เพราะ วิชาเลือกเรียนเกินได้
               แต่อย่าลืมว่า ตารางสอบปลายภาค วิชาเลือกบังคับสอบในเวลาเดียวกันหลายวิชา ถ้า นศ.คนเดียว ลงวิชาเลือกบังคับในภาคเรียนเดียวหลายวิชา อาจมีปัญหาตอนสอบปลายภาค ต้องดูตารางสอบปลายภาคก่อนลงทะเบียน คือคนเดียวถ้าจะลงหลายวิชาก็ต้องทยอยแบ่งลงวิชาเลือกบังคับหลายเทอม )

         5. เย็นวันหยุดชดเชย 14 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เจอว่านักศึกษาลงทะเบียน ซ้ำในรายวิชา การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ในระดับม.ต้น ชื่อวิชาเดียวกันแต่ต่างรหัสกัน คือ รหัส พว 02027 กับรหัส พว 22002สามารถจบหลักสูตรได้หีอไม่ พอดีเด็กจะขบด้วย

             เรื่องนี้  เพื่อความมั่นใจ ผมได้ถาม อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ซึ่ง อ.กิตติงพงษ์ตอบตรงกับที่ผมคิด คือ แม้ 2 วิชานี้รหัสจะต่างกัน ชื่อวิชาก็ต่างกันนิดหน่อย โดย พว22002 ชื่อการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (มีเลข 2 ต่อท้าย) แต่เนื้อหาเหมือนกันเกือบทั้งหมด จึงไม่ควรให้เรียนซ้ำ
             อย่างไรก็ตาม ถ้า นศ.เรียนซ้ำไปแล้ว ก็อนุโลมให้จบไปได้
             อ.กิตติพงษ์ฝากบอกครูให้ดูวิชาในแผนการเรียนกันให้ดี อย่าให้มีกรณีที่วิชาลักษณะนี้อยู่ในแผนการเรียนของ นศ.คนเดียวกันอีก

         6. เช้าวันที่ 22 ต.ค.62 มีผู้ถามในไลน์โอเพนแชทกลุ่ม กศน. ว่า  รบกวนอาจารย์เอกชัย ในการต่อใบประกอบวิชาชีพครูโดยใช้ระบบksp school เมื่อกรอกข้อมูลทั้งหมดตลอดจนจ่ายเงินแล้ว กล่าวคือดำเนินการทั้งหมดทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เอกสารและหลักฐานทั้งหมดต้องส่งไปที่คุรุสภาตามหลังด้วยใหม

             ผมตอบว่า  ไม่ต้องส่งเอกสารหลักฐานตัวจริงไปยังคุรุสภา
             ( ตั้งแต่ 1 ส.ค.62 ให้จัดส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยสแกนเอกสารหลักฐานอัพโหลดเข้าระบบโปรแกรม Ksp-School )

         7. เย็นวันที่ 22 ต.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ท่าผ่านอบรมมีวุฒิ ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญR.B.T.C แต่ฉันตอนนี้ร.ร.ให้ฉันเป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญS.B.T.C การแต่งกายต้องใส่ชุด แบบครูลูกเสือวิสามัญ หรือ ใส่ตามตำแหน่งที่โรงเรียนแต่งตั้งเป็นครูลูกเสือสามัญ

             ผมตอบว่า   แต่งกายตามวุฒิ แต่ติด "เข็มเครื่องหมายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ" ตามตำแหน่งที่เป็นทางการ (ใน ลส.13)
             แต่ตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ พ.ศ.2553 ข้อ 5 (7) (จ) กำหนดว่า "รองผู้กำกับลูกเสือสามัญ มีอายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์และต้องได้รับวุฒิบัตรการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือสามัญขั้นความรู้เบื้องต้น"
             ในเมื่อคุณไม่ได้รับวุฒิบัตรผู้กำกับลูกเสือสามัญ แล้วคุณได้รับตำแหน่งที่เป็นทางการ ( ใน ลส.13 ) เป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญด้วยหรือ
             ที่ว่า ร.ร.ให้เป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญ นั้น ถ้าไม่ใช่แต่งตั้งตาม ลส.13 จะติดเข็มตำแหน่งไม่ได้ แม้จะมีวุฒิก็ตาม ( ต้องติดเข็มตาม ลส.13 ถ้ายังไม่มี ลส.13 ก็ยังติดเข็มตำแหน่งใด ๆ ไม่ได้ )


วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561

1.พิมพ์ชื่อ นศ.ผิด ใบ รบ.หลักสูตร 44 เคลือบพลาสติกแล้ว มาขอแก้ชื่อ ทำไง, 2.อนุมัติจบไม่พร้อมรุ่นหลังเปิดภาคเรียนได้ไหม – ใครบอกว่า กศน.เปิดภาคเรียน 1 พ.ค., 3.ไปประชุม เบิกเบี้ยเลี้ยงได้เต็มไหม, 4.การเผยแพร่เรื่องไม่ถูกต้องของหน่วยงาน, 5.จะสับสนกับชื่อวิชาและรหัสวิชาเลือกบังคับใหม่, 6.ผอ.บอกว่า วุฒิเดิมถ้าจบ ม.ต้น ในระบบ ต้องใช้คำว่า ม.3 เท่านั้น, 7.การโอนและการเทียบโอน กพช.


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 20 เมย.61 มี กศน.เขต โทร.ถามผมว่า  พิมพ์ชื่อ นศ.ผิด ออกใบ รบ.ไปนานแล้ว ( หลักสูตร 2544 ) นศ.นำใบ รบ.ไปเคลือบพลาสติกแล้ว เพิ่งนำกลับมาขอให้แก้ชื่อ จะต้องทำอย่างไร

             เรื่องนี้  ผมได้ปรึกษาหารือกับ คุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. แล้วตอบว่า   ในส่วนของการแก้ไขใบ รบ. ต้องทำเป็น 2 ขั้นตอน เพราะเคลือบพลาสติกไปแล้ว ดังนี้
             - ขั้นตอนที่ 1  แก้ไขในใบ รบ. กรณีที่เขียนผิดหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดยให้ขีดฆ่าข้อความที่เขียนผิดหรือต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วเขียนข้อความที่ถูกต้องหรือต้องการ ไว้ข้างบน แล้วนายทะบียนลงนามกำกับไว้ โดยแก้ไขทั้ง 2 ฉบับ
                          แต่เนื่องจากคู่ฉบับที่ให้ นศ. เคลือบพลาสติกแล้วจึงไม่สามารถแก้ไขในใบ รบ.ได้ ถ้าแกะพลาสติกออกก็จะชำรุดฉีกขาด จึงต้องมีขั้นตอนที่ 2
             - ขั้นตอนที่ 2  ( ถือว่าแก้ไขขั้นตอนที่ 1 ทั้ง 2 ฉบับแล้ว แต่ฉบับของ นศ.ชำรุด ) นศ.มาขอใบ รบ.ใหม่ เพราะใบ รบ.ชำรุดสูญหาย ซึ่งหลักสูตร 2544 ยังไม่ยกเลิกใบ รบ. ( "เปลี่ยน" หลักสูตร กับการ "ยกเลิก" แบบพิมพ์ใบ รบ. เป็นคนละเรื่องกัน  ดูในข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/05/rdnfe-n-net-2-44-3-4-5-6-7.html ) 
                          กศน.ไม่มีระเบียบให้ใช้วิธีถ่ายเอกสาร ต้องออกให้ใหม่ด้วยแบบพิมพ์ที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. ( ฉบับสำเนาที่เว้นที่ว่างให้เติม ชุดที่ เลขที่ ตามต้นฉบับ )  แต่บางแห่งซื้อไม่ได้เพราะทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต่างก็ไม่รู้จัก เรียกชื่อไม่ถูก บางสาขาไม่นำมาจำหน่าย อาจขอจากสถานศึกษา กศน.อื่นที่มีอยู่

         2. วันที่ 23 เม.ย.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  นศ.ระดับม.ต้น จบตามโครงสร้างหลักสูตร แค่ไม่สามารถจบได้ เนื่องจาก อายุครบ15 ปีบริบูรณ์วันที่ 13 พ.ค นี้ แต่นศ.ต้องการวุฒิเพื่อไปศึกษาต่อที่อื่น ขอถามว่า เราสามารถออกอนุมัติจบไม่พร้อมรุ่น หลังจากวันที่ 13 พ.ค ได้มั้ย

             ผมตอบว่า ได้
             ผู้ถาม ถามต่ออีกว่า  การอนุมัติหลักสูตรไม่พร้อมรุ่นนี้ จะต้องอนุมัติก่อนเปิดภาคเรียนถัดไปหรือเปล่า เช่นของ กศน.ร.ร เปิด 1 พ.ค และร.ร ในระบบเปิด 16 พ ค แต่อนุมัติจบ 14 พ.ค จะได้มั้ย

             ผมตอบว่า  อนุมัติจบได้ทุกวัน ภาคเรียนหนึ่งอนุมัติจบกี่ครั้งก็ได้ บางครั้งมีผู้จบคนเดียวก็ได้
             ถ้าอนุมัติจบในช่วงปิดเทอม จะถือว่าจบในภาคเรียนที่ผ่านมา
             แต่ถ้าอนุมัติจบหลังวันเปิดภาคเรียนแล้ว จะถือว่าจบในภาคเรียนใหม่นั้น
             ( ทั้งผู้ที่จบในช่วงปิดภาคเรียน หลังรายงาน GPA ไปแล้ว คือจบในภาคเรียนก่อน และผู้ที่จบต้นภาคเรียนใหม่นี้ ให้นำไปรวมรายงาน GPA หลังปิดภาคเรียนใหม่นี้ )

             ลองดูคำตอบเดิมในข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html
             ( ใครบอกคุณว่า กศน.เปิดภาคเรียน 1 พ.ค. ดูในคู่มือการดำเนินงานฉบับปรับปรุงปกสีเลือดหมู หน้า 63 นะ )

         3. คืนวันเดียวกัน ( 23 เม.ย.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  โครงการประชุมไทยนิยมฯ มีเลี้ยงอาหารกลางวัน..เรา (ครู กศน.ตำบลและผู้บริหาร) เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้เต็มจำนวน(240/วัน)..เพราะไม่ใช่โครงการอบรม..ถูกหรือเปล่า

             ผมตอบว่า   โครงการประชุมที่ส่วนกลางจัดนี้ เป็นการจัดประชุมตาม "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ"  เมื่อโครงการจัดอาหารมื้อหลักเป็นอาหารกลางวันให้วันละมื้อ ผู้เข้าประชุมก็จะเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเต็มไม่ได้ จะเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ 2 ใน 3 ( ผู้ที่ต่ำกว่าเชี่ยวชาญ เบิกได้วันละ 160 บาท )

         4. หลังจากผมเผยแพร่การตอบผู้ถาม เรื่องการไปประชุมไทยนิยมยั่งยืนที่ส่วนกลางจัด ว่าเบิกเบี้ยเลี้ยงได้เพียง 2 ใน 3 เพราะมีการเลี้ยงอาหารกลางวัน
             ปรากฏว่าคืนวันที่ 24 เ.ม.ย.61 ผู้ถาม แจ้งผมทางอินบ็อกซ์ ในลักษณะว่า การเผยแพร่ทำให้ โดนบ่นทั้งจังหวัด ว่าทำให้เบิกไม่ได้เต็ม ( ลักษณะถูกด่า ถูกรังเกียจ )

             ผมตอบว่า   การเผยแพร่เรื่องไม่ถูกต้องของหน่วยงาน ผมโดนหนักกว่าคุณหลายเท่า แต่ผมไม่สนใจ เพราะผมรู้เจตนาของตัวเองว่าทำเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อส่วนตัว ( ค่านิยม ข้อ 12 คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม )  คำว่าส่วนรวมนี้ไม่ใช่ตนเองหรือแม้แต่กลุ่มพวกของตน แต่คือประเทศชาติบ้านเมือง
             ถ้าใครจะเน้นด่าคนเผยแพร่ มากกว่าเน้นการตระหนักในปัญหาและจริงใจในการแก้ปัญหา ผมก็แค่ไม่สบายใจกับประเทศชาติบ้านเมือง

         5. คืนวันที่ 25 เม.ย.61 ประไพพัฒน์ เผ่าเจริญ ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  "แสดงว่าคนที่ลงเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยเสรีไปแล้ว ต้องลงเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยเลือกบังคับ อีกใช่ม้ายค่ะ"

             ผมตอบว่า   ปัจจุบัน กศน.มีวิชาชื่อซ้ำกันว่า “วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย” 2 วิชา รหัสต่างกัน วิชาหนึ่งเป็นวิชาเลือกเสรี อีกวิชาหนึ่งเป็นวิชาเลือกบังคับ เนื้อหาคล้ายกัน

             ซึ่งปัจจุบัน ( เม.ย.61 ) มีวิชาเลือกบังคับ 6 วิชา ( ไม่รวมวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เรียนในภาคเรียนที่ 2/60 )  ระดับประถม วิชาละ 2 หน่วยกิตทุกวิชา  ระดับ ม.ต้น-ปลาย วิชาละ 3 หน่วยกิตทุกวิชา 
             โดยวิชาเลือกบังคับใหม่ 2 วิชา มีชื่อและรหัสดังนี้
             1)  วิชา “ลูกเสือ กศน.” ( ไม่ใช่ชื่อวิชา ลูกเสือวิสามัญ นะ )
                  - ระดับประถม  สค12025
                  - ระดับ ม.ต้น  สค22021
                  - ระดับ ม.ปลาย  สค32035
             2)  วิชา “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” รหัสวิชาต่างจากวิชาที่เรียนภาคเรียนที่แล้ว โดยรหัสวิชาเลือกบังคับ คือ
                  - ระดับประถม  สค12024
                  - ระดับ ม.ต้น  สค22020
                  - ระดับ ม.ปลาย  สค32034

             นศ.ทั่วไปจะต้องเรียนอย่างน้อย 2 วิชา ใน 6 วิชาเลือกบังคับ จึงจะจบ
             จะเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย(ที่เป็นวิชาเลือกบังคับ) หรือวิชาอื่นก็ได้ ให้ครบ 2 วิชา

             นศ.ของคุณประไพพัฒน์ เรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยภาคเรียนที่แล้ว เพราะเข้าใจว่าเป็นวิชาเลือกบังคับหรือเปล่า
             เขาจะจบหรือยัง ถ้ายังไม่จบก็ให้เขาเรียนวิชาเลือกบังคับใดก็ได้ให้ครบ 2 วิชา จะเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยใหม่ก็ได้ ถ้าเป็นคนละรหัสก็ถือว่าเป็นคนละวิชา เรียนอีกได้ แม้เนื้อหาจะคล้ายกัน โดยวิชาที่เรียนในภาคเรียนที่แล้วก็เป็นวิชาเลือกเสรีไป
             หรือจะไม่เรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยใหม่ แต่เรียนวิชาเลือกบังคับอื่นให้ครบ 2 วิชาก็ได้

         6. วันเดียวกัน ( 25 เม.ย.) มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  เนื่องจากการลงประวัติผู้เรียนตามระเบียนแสดงผลการเรียนเด็กเป็นมัธยมศึกษาตอนต้น มันหาก็คือท่านผอ.ให้แก้รบ.เด็กเขาจบในระบบมาต้องเป็นม.3 ถ้าใช้ม.3ฉันต้องพิมพ์ระเบียนผลการเรียนใหม่ ตามวุฒิเดิมเขามัธยมศึกษาตอนต้นไม่ใข่ม.3ฉันเลยอยากหาเอกสารยื่นยันท่านผอ.

             ผมตอบว่า   ถาม ผอ. ว่า ผอ.เอาระเบียบหลักเกณฑ์ที่ว่าจบในระบบต้องเรียก ม.3 มาจากไหน ขอให้ ผอ.หาเอกสารมายืนยัน
             ไม่รู้ว่าคุณหรือใคร เคยบอกผมว่า ผอ.บอกว่า ถ้าจบในระบบให้ใช้ ม.3 เท่านั้น
             ผมหาเอกสารหลักฐานตามที่ ผอ.บอกนี้ ไม่พบ
             ที่จริงในระบบ ก็มีหลายหลักสูตร ทั้งหลักสูตรใหม่ หลักสูตรเก่า หลักสูตรเก่ามาก แต่ละหลักสูตรอาจเรียกต่างกัน
             ที่ถูกต้อง ต้องลงตามที่ใบระเบียนเขาระบุไว้
             ใบระเบียนเขาคือเอกสารยืนยัน
             แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่






         7. คืนวันเดียวกัน ( 25 เม.ย.) มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE เรื่องการโอน กพช.

             ผมตอบว่า   การโอนและการเทียบโอน กพช. มี 2 ประเภท คือ กพช.ที่ นศ.ทำเองนอกหลักสูตร กับ กพช.ที่ นศ.ทำระหว่างเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานในหลักสูตรและ/หรือสถานศึกษาอื่น ดังนี้
             1)  กิจกรรมพัฒนาตนเองชุมชนสังคมและกิจกรรมจิตอาสา ที่ นศ.ทำเอง ก่อนขึ้นทะเบียนเป็น นศ. สามารถเทียบโอนเป็น กพช.ได้ไม่เกิน 150 ชม. โดยกิจกรรมใดใช้เทียบโอนในระดับใดแล้ว จะใช้เทียบโอนในระดับอื่นอีกไม่ได้ และถ้าใช้เทียบโอนเป็น กพช.แล้ว กิจกรรมนั้นจะใช้เทียบโอนเป็นรายวิชาอีกไม่ได้  ดูรายละเอียดในเอกสารที่
                  https://www.dropbox.com/s/076dsp7falp0tnn/TeabGPSh.pdf?dl=1
             2)  กิจกรรม กพช.ที่ นศ.ทำระหว่างเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานใน หลักสูตร และ/หรือ สถานศึกษาอื่น จะมีทั้งกรณีที่เทียบโอนไม่ได้ และโอนได้ ดังนี้
                  - กรณี กพช.ที่ทำในระหว่างเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานในหลักสูตรอื่น จะเทียบโอนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรในระบบโรงเรียน หรือแม้แต่หลักสูตร กศน.2544 ก็เทียบโอน กพช.มาหลักสูตร กศน.2551 ไม่ได้
                  - กรณี กพช.ที่ทำในระหว่างเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานในหลักสูตรเดียวกัน ในสถานศึกษาอื่น คือ หลักสูตร กศน.2551 ที่เรียนจาก กศน.แห่งอื่นแล้วย้ายโดยลาออกมาเรียนหลักสูตร กศน.2551 ต่อที่สถานศึกษา กศน.แห่งใหม่  สามารถ “โอน” กพช.ได้ทั้งหมด ( ไม่ใช่ไม่เกิน 150 ชม. )  กรณีหลักสูตรเดียวกันนี้ ถือเป็นการ “โอน” ไม่ใช่ “เทียบโอน” ซึ่งนายทะเบียนดำเนินการเองได้เลย ไม่ต้องทำในรูปคณะกรรมการเหมือนการเทียบโอน
                  แต่ การบันทึกในโปรแกรม ITw ยังไม่มีเมนูการโอน กพช.โดยตรง  ให้ใช้วิธีบันทึกในเมนู 1 - 4 - 1 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - บันทึก กพช.และการประเมินคุณธรรม - บันทึกการทำกิจกรรม )  บันทึกในภาคเรียนที่มาสมัครเรียน โดยในช่อง "กิจกรรม" ให้ลงว่า "ทำ กพช.ที่สถานศึกษาเดิม หลักสูตรเดียวกัน"
                  แล้วถ่ายเอกสารใบ รบ. ที่ระบุจำนวนชั่วโมง กพช. เก็บไว้เป็นหลักฐาน แทนเอกสารหลักฐานการทำกิจกรรม กพช. ของนักศึกษาคนนั้น