แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รักษาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

1.สมัครเรียน ป.บัณฑิตไม่ได้, 2.ครูผู้ช่วยขอย้ายได้ไหม, 3.จบสาขาบัญชี ต้องการประกอบอาชีพครู, 4.สอบเทียบระดับ มิติความรู้ฯ เบิกค่าเครื่องดื่มได้ไหม, 5.กรณีนี้สอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน.กรณีพิเศษได้รึเปล่า, 6.ผู้รักษาการในตำแหน่ง ลงนามเรื่องใดไม่ได้, 7.เข้าสอบ N-Net ไม่ทัน


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. ช่วงพักเที่ยงวันที่ 31 ก.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  มีเรื่องอยากปรึกษาครับ เป็นครูผู้สอนคนพิการ กศน.อำเภอบ้านผือ อุดรธานี อยากได้ใบอนุญาตประกอบการสอนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีด เพื่อนำไปสมัครเรียน ป.บัณฑิต แต่ทางคุรุสภาแจ้งว่าไม่สามารถออกให้ได้ เพราะ กศน.ได้รับการยกเว้น

             ผมตอบว่า   ไปขอที่คุรุสภาส่วนกลางใช่ไหม ลองขอที่คุรุสภาจังหวัดหรือยัง คุรุสภาแต่ละจังหวัดอาจจะยังปฏิบัติไม่เหมือนกันก็ได้ เผื่อฟลุ้ค
             ถ้าทุกแห่งไม่ออกให้ ก็ต้องทำใจ ต่อไปนี้ครู กศน.หมดสิทธิสมัครเรียน ป.บัณฑิต ซึ่งจะไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู
             ครู กศน.ที่ไม่จบปริญญาทางครู ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และยังไม่ได้เริ่มเรียน ป.บัณฑิต ต่อไปก็ต้องเลิกคิดที่จะสอบเป็นครูผู้ช่วยแล้ว ให้คิดเป็นครู กศน.ตลอดไป หรือมุ่งอาชีพอื่น ถ้าจะเป็นข้าราชการก็ต้องไม่ใช่ข้าราชการครู
             ( เขาไม่ได้เรียกว่าใบอนุญาตประกอบการสอนฯนะ )

             ผู้ถาม เขียนต่อ ว่า  แต่ทางราชภัฎอุดรธานีแจ้งว่า หากจะสมัครเรียน ต้องแนบระเบียบจากคุรุสภาว่า กศน.ไม่ต้องขอใบอนุญาตดังกล่าว แต่หาระเบียบตัวดังกล่าวไม่เจอเลย
             ผมตอบว่า  ราชภัฏอุดรธานีเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องขออนุญาตก็เลยเรียนได้โดยไม่ต้องมีหนังสืออนุญาต แต่ ไม่ต้องขออนุญาตคือไม่มีสิทธิสมัครเรียน มหาวิทยาลัยจะรับสมัครไม่ได้ ถ้ามหาวิทยาลัยให้เรียนจนจบแล้ว ระวังจะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาไม่ได้
             ระเบียบที่ต้องการนั้น ที่จริงเป็นหนังสือตอบของคุรุสภา ตามภาพประกอบนี้ ลองไปให้ ม.ราชภัฏดู แต่ควรจะให้เขาหารือคุรุสภาว่ากรณีนี้จะเรียน ป.บัณฑิตโดยไม่มีหนังสืออนุญาตได้ไหม ถ้าไม่หารือก่อนอาจเสียเวลาเรียนจนจบแล้วมีปัญหาไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาในภายหลัง
             ผลเป็นประการใด มาเล่าให้ผมฟังด้วยนะ จะได้เป็นข้อมูลตอบคนอื่น

             หลังจากที่ผมโพสต์คำถามคำตอบนี้ลงเฟซบุ๊กไปได้เพียงสิบกว่านาที ท่านณภัค ถิรกุลยศมาดี จากคุรุสภา เขามาเขียนต่อท้ายโพสต์ผมยาวเลย สรุปในประเด็นนี้ได้ว่า
             การขอ "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ" ไม่ว่าจะไปยื่นขอที่เจ้าหน้าที่คุรุสภาประจำจังหวัดใดก็ตาม มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะผู้อนุมัติคือส่วนกลาง ( ส่วนกลางไม่อนุมัติ )
             ส่วนกรณีเรียน ป.บัณฑิต ถ้าสถาบันดังกล่าวรับไว้เรียน ก็สามารถเรียนได้ แต่เป็นการเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง ได้วุฒิ ป.บัณฑิตฯ แต่ไม่สามารถสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา

             ผมถือโอกาสถามเพิ่มเติมว่า  ครู กศน.มีหลากหลายตำแหน่ง บางตำแหน่งก็สอน กศ.ขั้นพื้นฐาน ม.ต้น-ม.ปลาย เช่นตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล ตำแหน่งครูอาสาสมัคร กศน. ตำแหน่งครู ปวช.
             ตำแหน่งเหล่านี้จะขอ หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพฯโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้ไหม ( กศ.ขั้นพื้นฐานที่ กศน.จัดนี้ เป็นหลักสูตรของรัฐบาล และสถานศึกษา กศน.ก็ต้องผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ.)
             ท่านณภัค ตอบว่า  ไม่สามารถออกหนังสืออนุญาตให้ได้ เพราะ พ.ร.บ.สภาครูฯ ยกเว้นให้ไม่ต้องขอ







         2. วันที่ 2 ส.ค.62 มีผู้ถามบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊กผม ว่า  เรียนถามท่าน ผอ. ตามหนังสือ ศธ0210.118/4343 ลงวันที่ 31 กค 62 เรื่องการย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูฯ ขอเรียนถามว่า กรณีที่เราเป็นครูผู้ช่วย ที่เพิ่งบรรจุในวันที่ 1 ตุลาคม 61 ที่ผ่านมาแล้วนั้น สามารถเขียนขอย้ายไปในตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่ว่างอยู่ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ครูผู้ช่วยยังขอย้ายไม่ได้ ครูผู้ช่วยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศรับสมัครสอบบรรจุว่ากี่ปีจึงจะขอย้ายได้ เช่นถ้าในประกาศรับสมัครสอบบบรรจุกำหนดว่า 3 ปีจึงจะขอย้ายได้ แม้ปัจจุบันจะผ่านจากครูผู้ช่วยเป็นตำแหน่งครูแล้ว แต่ถ้ายังรวมไม่ครบ 3 ปีก็ยังขอย้ายไม่ได้
             ( อย่างน้อยที่สุดก็ต้องผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี )
             ผมไม่ได้เป็น ผอ.นะ
             ( ที่หนังสือดังกล่าวระบุว่า “ผู้มีความประสงค์ขอย้ายต้องอยู่ปฏิบัติงานในหน่วยงาน/สถานศึกษาปัจจุบันไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับถึงวันที่ 30 ก.ย.62” นั้น หมายถึงผู้ที่เคยย้ายแล้ว จะขอย้ายอีก ต้องรอให้ครบ 1 ปีก่อน )

         3. คืนวันที่ 6 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  สวัสดีคะ พอดีเรียนจบ ป.ตรี สาขาบัญชี ปัจจุบันทำงานบริษัทเอกชน แต่ต้องการประกอบอาชีพครู แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ต้องทำอย่างไรบ้างคะ

             ผมตอบว่า   ถ้าจะเป็นข้าราชการครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ถ้าต้องการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ปัจจุบันเหลือวิธีปกติ 2 วิธี
             1)  เรียนอีก ให้จบ “ปริญญาทางการศึกษา” ในสถาบัน/หลักสูตร ที่คุรุสภารับรอง
             2)  ไปหาสมัครเป็นครูผู้สอนอัตราจ้างในสถานศึกษา เช่นโรงเรียนประถม-มัธยม สพฐ. แล้วให้สถานศึกษานั้นขอ "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพ" จากคุรุสภา แล้วใช้หนังสือนี้+หลักฐานการจ้างเป็นครู สมัครเรียนให้จบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ในหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง

         4. วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค.62 มีผู้ถามในโอเพนแชท ( ไลน์สแควร์เดิม ) กลุ่ม กศน. ว่า  เราสามารถเบิกค่าน้ำคณะกรรมการสอบเทียบระดับได้มั้ยคะ.(ที่ผ่านมายังไม่เคยเบิกค่ะ) สอบประเมินมิติความรู้ความคิดค่ะ

             ผมตอบว่า   เบิกได้วันละไม่เกิน 30 บาท/คน ( ตามหลักเกณฑ์ในภาพประกอบนี้ )







             5. ดึกวันที่ 13 ส.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เป็นครู ศรช.มา 5 ปี จึงลาออก ลาออกได้ประมาณ 2 เดือน มีโทรศัพท์จาก กศน.จังหวัดให้มารับตำแหน่งครู กศน.ตำบล ปัจจุบันจึงทำงานในตำแหน่งครู กศน.ตำบล กรณีนี้ สามารถสอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน.กรณีพิเศษ ที่นับอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปีได้รึเปล่า

             ผมตอบว่า   ได้.. นับรวมกันได้แม้ไม่ต่อเนื่องกันก็ได้ แต่ไม่นับรวมช่วงที่ไม่ได้สังกัดและสอน กศน.
             ทั้งนี้ต้องดูประกาศรับสมัครแต่ละครั้งว่าต้องใช้หลักฐานและคำรับรองจาก ผอ.สถานศึกษา/หน่วยงานแต่ละแห่งอย่างไรบ้าง
             ครั้งที่ผ่านมา กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมของผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ว่า
             “ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา และ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษา สังกัด กศน. ซึ่งต้องได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย ( ขาดวันเดียวก็ไม่ได้ ) โดยมีตารางสอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การนับเวลาการสอนให้นับได้ตั้งแต่วันที่ได้รับวุฒิปริญญาตรี”

         6. เช้าวันที่ 20 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ใบวุฒิ กศ. รักษาการในตำแหน่ง ผอ.สามารถลงนามในใบวุฒิได้ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   มีบางคนบอกว่า ผู้รักษาการในตำแหน่ง ไม่สามารถลงนามในบางเรื่อง เช่น ลงนามในใบ รบ. เรื่องการเงิน เรื่องการบริหารบุคคล
             ที่จริงเป็นความเข้าใจผิด ที่ถูกคือ
             “ผู้รักษาการในตำแหน่ง มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น”
             เพียงแต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เร่งด่วน ผู้ดำรงตำแหน่งไม่อยู่เพียงไม่นาน ถ้ารอได้ ผู้รักษาการในตำแหน่งก็อาจจะรอให้ผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงกลับมาตรวจสอบและลงนามเอง หรือจะโทร.หารือผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงก่อนลงนาม ก็ได้
             การรอให้ผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงมาลงนามในเรื่องสำคัญนี้เป็นเพียง "มารยาท" ไม่มีในระเบียบกฎหมาย

         7. คืนวันที่ 26 ส.ค.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ในบล็อกของผม ว่า  ท่าไม่ทันสอบN-Net สอบ E-Exam เทอมหน้า จะทันไม่ค่า

             ผมตอบว่า   ปกติถ้าส่งชื่อเข้าสอบ N-Net แล้วไม่เข้าสอบ ( เขามีค่าดำเนินการพิมพ์ข้อสอบส่งข้อสอบจัดคนคุมสอบสำหรับที่นั่งสอบเราให้แล้ว ยิ่งถ้าคนขาดสอบมีจำนวนมากรวมได้เป็นห้อง ๆ ก็เสียค่ากรรมการดำเนินการระดับต่าง ๆ มากขึ้น ) ก็ต้องติดต่อ กศน.อำเภอ/เขต เขียนคำร้องแจ้งเหตุผลที่ไม่ได้เข้าสอบและขออนุญาตสอบใหม่ตามกำหนด แล้ว กศน.อำเภอ/เขตต้องส่งเรื่องไปตามลำดับให้ส่วนกลางพิจารณาภายในเวลาที่กำหนด ว่าจะให้เข้าสอบอะไรเมื่อไร


วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

1.ใบประกาศนียบัตรหาย ออกให้อีกได้ไหม, 2.ผอ.ไม่อนุมัติเปิดสอนกลุ่มอาชีพ เพราะผู้สมัครเรียน เกินเป้าหมายไป 3 คน, 3.กศน.จะทำไงดีหนอ, 4.ความหมายของ ตรา “กศน.เพื่อนเรียนรู้” สีของ กศน.คือสีอะไร ? สโลแกนของ กศน.คืออะไร ?, 5.สีเหลือง-เขียว คืออะไร สงสัยเรื่องสีและสโลแกนของ กศน. ใครทราบ ?, 6.ทำไม กศน.ใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง" ใช้ระเบียบข้อใด, 7.การเทียบโอนจากหลักสูตร ปวช.56 เข้าสู่หลักสูตร กศน.51


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 19 มิ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  กรณีใบประกาศนียบัตร ( กศ.ขั้นพื้นฐาน ) หาย  สถานศึกษาสามารถออกให้อีกได้ไหม



             ผมตอบว่า   ดูในคู่มือฯ ปกสีเลือดหมู หน้า 169-178
             ( ออกใบแทน )


         2. เย็นวันเดียวกัน ( 19 มิ.ย.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  “เรื่องการจัดการศึกษาต่อเนื่องมีเพื่อนครูถามว่า เปิดสอนกลุ่มอาชีพ เป้าหมาย 17 คน แต่มีผู้สมัครเรียน 20 คน กลุ่มแผนงานและผู้บริหารไม่เซ็นต์อนุมัติเปิดสอน ให้ไปหาหลักฐานว่ากลุ่มเป้าหมายเกินแล้วเปิดสอนได้ ฉันเคยเห็นแต่เป้าหมายเกินถือว่าเป็นเรื่องดี”

             ผมตอบว่า   ลองดูคำตอบเก่า ในข้อ 5 ที่
             http://nfeph.blogspot.com/2016/08/1-2-600-3-4-5-6-7.html

         3. เช้าวันที่ 21 มิ.ย.61 มี ผอ.กศน.อำเภอ ปรารภกับผมทางไลน์ ว่า

             “ครู1คนต้องรับผิดชอบจัดกิจกรรมอย่างน้อย10กิจกรรม/โครงการต่อ1ภาคเรียน ( ชั้นเรียนอาชีพ กลุ่มสนใจ ทักษะชีวิต พัฒนาสังคมชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง จัดการขยะ ดิจิทัลชุมชน smart farmer 1อำเภอ1อาชีพ ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ พัฒนาผู้เรัยน ) ยังไม่รวมงานภาคีเครือข่าย ไทยนิยม ศสปชต. อื่นๆ
             รวมทั้งต้องไปประชุม อบรม กับกศน.จังหวัดอีก108โครงการ
             แล้วจะเอาเวลาไหนไปจัดการเรียนการสอน จัดการเรียนรู้รายบุคคล ติดตามผู้เรียนให้มีคุณภาพ
             วิชาในแต่ละสาระการเรียนรู้ก็มาก ครู1คนต้องจัดการเรียนการสอนอย่างน้อย15วิชาต่อภาคเรียนสำหรับนศ.ทั้ง3ระดับ
             กลุ่มเป้าหมายก็เปลี่ยนไปนศ.ที่เป็นผู้ใหญ่วัยทำงานก็ลดลงมาก เหลือแต่วัยรุ่นพูดอย่างยาก
             จะทำไงดีหนอ”

             ผมตอบว่า   ยึดทางสายกลางครับ
             ถ้าทำเต็มที่เต็มเวลาแล้ว ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
             ( ยังมีพวกเราส่วนหนึ่งที่ทำงานไม่เต็มที่เต็มเวลา ถ้าใครทำเต็มที่เต็มเวลาแล้วได้แค่ไหนก็สุขสบายใจเถอะครับ )

             เรื่องนี้  ดร.ศุภัชณัฏฐ์ ผอ.สนง.กศน.จ.เพชรบุรี เสนอแนะในกลุ่มไลน์ “ภาคีเครือข่ายคนดี” ว่า
             “ที่เพชรบุรี ผมให้จัดแบบบูรณาการ ส่วนไหนทำด้วยกันได้ให้จัดด้วยกัน เช่น บูรณาการโครงการ/งาน/กิจกรรม
             บูรณาการเชิงพื้นที่ เช่น ตำบลใกล้กันรวมกันทำ
             ผอ.กศน.อำเภอ, ผอ.กศน.จังหวัด ก็ต้องช่วยแนะนำและแนะแนว ครู กศน.ด้วย อย่าปล่อยให้เขาอ้างว้างไม่มีที่พึ่ง ไม่ใช่ปรึกษาเพื่อนก็ไม่ได้ ปรึกษา ผอ.กศน.อำเภอ /ผอ.กศน.จังหวัดก็ไม่ได้”

             ส่วน ส.ต.อ.สมลักษณ์ กลิ่นชื่น เสนอแนะต่อท้ายโพสต์ของผมเรื่องในเฟซบุ๊ก ว่า
             “กศน.ต้องแสวงหาแนวร่วมภาคีพันธมิตรร่วมจัดการศึกษา โดยเฉพาะวิชาหลักๆเช่นภาษาอังกฤษ สังคม ฯลฯ (อย่าคิดว่าสังคมง่ายใครก็สอนได้ แท้แล้ววิชานี้ผู้สอนต้องเชี่ยใชาญมากๆ) ผมเคยติดต่อ กศน.บางอำเภอมีความรู้สึกว่า กศน.ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาช่วย อยากเป็นพระเอกคนเดียวหรือ อย่าลืม กศน. ม.ปลายเนื้อหาค่อนข้างยาก ครู กศน.คนเดียวสอนได้หมดอย่างนั้นหรือ ถึงไม่อยากให้ใครเข้ามาช่วย”
             ( ส.ต.อ.สมลักษณ์ กลิ่นชื่น เคยลงข้อความในเฟซของตนว่า “ถึง นศ.กศน.กำแพงเพชร ผมสมลักษณ์ กลิ่นชื่น ข้าราชการบำนาญ ประสงค์สอนให้ทุกคนที่ต้องการความรู้ทางวิชาการที่เข้มแข็งได้แก่วิชา
                1.ภาษาอังกฤษ เน้น ม.ปลาย 2.ธรรมะที่สำคัญๆที่ทุกคนต้องรู้ 3.ระบบสังคมโลกในทุกด้านเพื่อให้ทันความเปลี่ยนแปลงโลกาภิวัฒน์ 4.คณิตศาสตร์ ม.ต้น
                โดยสอนเป็นการกุศล นศ.ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขอเพียงให้ทุกคนตั้งใจผมจะทุ่มเทให้ทุกคนได้รับความรู้เต็มที่แบบค่อยเป็นค่อยไป รับรองผู้ที่ต้องการความรู้จริงๆจะไม่ผิดหวัง สนใจโทรมาคุยหรือปรึกษาหมายเลข 0914820959” )

         4. ภาพแบรนด์ "กศน.เพื่อนเรียนรู้" นำมาใช้แทน โลโก้เก่าที่เป็นตราสัญลักษณ์ งอบของชาวนาชาวสวน อยู่บนรูปคนกำลังอ่านหนังสือ และมีรวงข้าวอยู่ด้านล่าง

             แบรนด์หรือโลโก้ใหม่ “กศน.เพื่อนเรียนรู้” เปิดตัวที่เมืองทองธานีตั้งแต่ 8 ก.ย.2549 ( สโลแกนของ กศน. คือ "กศน.เพื่อนเรียนรู้" ) สัญลักษณ์เป็นรูปคน 2 คน ตรงกลางเป็นรูปหนังสือ มีข้อความภาษาไทย "กศน.เพื่อนเรียนรู้" ภาษาอังกฤษ "ONIE : LEARNING BUDDY"
             หมายถึง “การเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็นกับทุกคน กศน.ปรารถนาที่จะให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต กศน.จะคอยช่วยเหลือส่งเสริมให้ทุกคนได้เรียนรู้สู่ความสำเร็จ ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งใด กศน.จะเป็นเพื่อนเรียนรู้เคียงคู่ทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมายตลอดไป”
             - ตัวหนังสือ "กศน.เพื่อนเรียนรู้" ใช้สีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการเทิดทูนที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
             - ตัวหนังสือ "ONIE : LEARNING BUDDY" ใช้สีขาวอยู่ในกรอบพื้นสีแดง
             - รูปคน ใช้สีเขียวเหลือง ซึ่งเป็นสีของ กศน.
             - รูปหนังสือ ใช้สีขาวเพื่อส่งให้ตัวหนังสือโดดเด่น





         5. หลังจากที่ผมโพสต์เรื่องสีและสโลแกนของ กศน. จากตรา “กศน.เพื่อนเรียนรู้” ที่กำหนดเมื่อปี 2549  ปรากฏว่ามีบางท่านสงสัยว่า สีปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนเป็นสีกรมท่าแล้วเพราะเห็นให้ใส่เสื้อสีกรมท่า และ เห็นมีคำว่า Education for all สโลแกนก็อาจจะเปลี่ยนเป็น “กศน.เพื่อปวงชน” แล้ว
             และ มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ “ITw NFE” ว่า  “สีเขียว/ สีเหลือง ( ของ กศน.) มีความหมาย ปะครับ.. อยากทราบจริงๆ”

             ผมคิดว่า  สีเขียว/สีเหลือง มีความหมายเช่นเดียวกับสีในเครื่องหมายราชการของสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน.) ที่ ภายในวงกลม มีตราเสมาธรรมจักร สีเขียว ตั้งอยู่บนเครื่องหมาย Infinity สีเขียว และรองรับด้วยรูปรวงข้าว สีเหลืองทอง
             ตราเครื่องหมาย กศน. นี้ หมายถึง "การส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตเพื่อความผาสุขของประชาชน"
             ( สีเขียว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ความสามัคคี ชุมชนเข้มแข็ง ความรู้ การเกษตร การเจริญเติบโตต่อเนื่อง
                สีเหลือง เป็นสีของรวงข้าว หมายถึง ความผาสุข )

             ท่านใด มีความรู้เรื่องสีและสโลแกนของ กศน. ที่เป็นปัจจุบัน ว่าเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่ อย่างไร กรุณาช่วยให้ข้อมูลความรู้ด้วยนะครับ

 
         6. วันที่ 27 มิ.ย.61 มีผู้ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  ทำไม กศน.ใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง" ใช้ระเบียบข้อใด

             ผมตอบว่า   การแต่งตั้ง "ผู้รักษาการในตำแหน่ง" ใช้ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547  มาตรา 68
             ประกอบกับ คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 270/2551 เรื่องมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ 5 มี.ค.51 ข้อ 1
             ( “รักษาการในตำแหน่ง” ต่างจาก “รักษาราชการแทน”
                ถ้าเป็น สพฐ. จะแต่งตั้งรอง ผอ.สถานศึกษา ให้ “รักษาราชการแทน” ผอ.สถานศึกษา ก่อน ถ้าไม่มี รอง ผอ. จึงแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ “รักษาการในตำแหน่ง” )

         7. เย็นวันที่ 28 มิ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  มีนักศึกษาเรียน ปวช. หลักสูตร 2556 สามารถเทียบโอน กศน.ได้ไหม มีข้อมูล เอกสาร ไหม ดูในเล่มสีเขียว แนวทางการเทียบโอนผลการเรียนฯแล้ว มันไม่มี ปวช.หลักสูตร 2556

             ผมตอบก่อนว่า
             1)  ถ้าเรียนจบ ปวช.แล้ว เทียบโอนไม่ได้  การ "เทียบโอน" ต้องยังเรียนไม่จบ
             2)  การเทียบโอนทุกหลักสูตรทุกวิชา ถ้า ไม่มีหลักเกณฑ์การเทียบโอนไว้ ให้พิจารณาความสอดคล้องของเนื้อหารายวิชา ถ้าเนื้อหารายวิชาที่นำมาเทียบโอน ( ได้เกรด 1 ขึ้นไป ) กับวิชาที่จะเทียบโอนในหลักสูตร กศน. สอดคล้องกันไม่น้อยกว่า 60 % ก็เทียบโอนเป็นรายวิชานั้นได้
                  ปกติต้องพิจารณาจากคำอธิบายรายวิชา แต่ถ้าไม่สามารถหาคำอธิบายรายวิชาของเขามาดูได้ ก็อาจต้องคาดเดาเนื้อหาจาก "ชื่อรายวิชา" การเทียบโอนจึงต้องทำในรูปคณะกรรมการเพราะอาจคิดไม่ตรงกันว่าสอดคล้องกันถึง 60 % หรือไม่ กรรมการอาจต้องลงมติ

             ส่วนคุณ ชวนิต พรมมา ตอบว่า
             กรณีเทียบโอนหลักสูตร ปวช.56 มาสู่ กศน.51 หลักการที่ใกล้เคียงที่สุด ที่สามารถศึกษาได้คือ แนวทางการจัดการศึกษาหลักสูตรเรียนร่วมหรือ ทวิศึกษา คู่มือเล่มนี้หาดูได้ที่เว็บของกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกระบบ

             ผมจึงเสริม ว่า  ดาวน์โหลดเล่ม “แนวทางการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย ( ทวิศึกษา )” ได้ที่
             https://www.dropbox.com/s/n6sa7bzz82avypo/Manual2Ed.pdf?dl=0
             ( ดูในหน้า 25-46 )