แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟ้มประวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟ้มประวัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2562

1.โฆษณาการเรียน กศน. โดยผู้โฆษณาไม่ใช่ กศน., 2.ผอ.ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว.. เตือนทุกหน่วยงาน, 3.เรียน ม.ปลาย กศน.รอบสอง ?!? ต้องสอบ N-NET อีกไหม, 4.การแบ่งกลุ่มงาน กศน.อำเภอ, 5.ถ้าสอบ E-Exam ไม่ผ่าน จะเป็นไง, 6.ไม่เลื่อนเงินเดือนเพราะลาเกิน ถือเป็นการลงโทษทางวินัยหรือไม่ - สมุดประวัติ หรือ กพ.7 เป็นอย่างไร, 7.ขอเรียน กศน. เพื่อ สอบ O-NET ?


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 22 มี.ค.62 มีท่าน ผอ.กศน.จังหวัด ส่งภาพโฆษณามาให้ผมดูทางไลน์ ถามผมว่า “จริงหรือเปล่า” (เป็นโฆษณาการเรียน กศน. แต่ไม่ได้โฆษณาโดย กศน.)

             ผมตอบว่า   จริงครับ  คือ “การเทียบระดับการศึกษา” ของเรา (ปัจจุบันเหลือรับสมัครเพียงแบบไต่ระดับ เทียบไปทีละระดับ แต่ละระดับสามารถใช้เวลาครึ่งปีก็ผ่านได้)
             เขานำเรื่องนี้ไปรับสมัครให้คนที่จะเทียบระดับ สมัครผ่านเขาอีกต่อหนึ่ง โดยเขาจะดูแลช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงให้ในการเข้าเทียบระดับกับเรา
             การเทียบระดับของเราไม่ได้ยากมากอยู่แล้ว เราต้องการให้คนมีกำลังใจ จึงไม่ให้ยากมาก
             ถ้าผู้เทียบระดับรายใดมีพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ คอยดูแลช่วยเหลือจัดทำเอกสารต่างๆให้ ฯลฯ ก็ย่อมมีโอกาสผ่านแต่ระดับในครึ่งปีได้โดยง่าย ( จ่ายเงินให้เขาตามที่เขากำหนด
             รายนี้มีผู้ โทร.ไปถาม เขาบอกว่าคนละ 13,500 บาท และเขาบอกว่าเขาดิวกับ กศน.เขตสายไหม
             ในเรื่องนี้ กศน.เขตสายไหม เก็บค่าลงทะเบียนนักศึกษาคนละ 3,000 บาท ตามคู่มือการดำเนินงานเทียบระดับการศึกษา ฉบับปรับปรุง พศ.2559 และกิจกรรมสัมมนา จำนวน 3 วัน 2 คืน ขึ้นอยู่กับจำนวนนักศึกษา และสถานที่ โดยนักศึกษาเป็นคนดำเนินการค่าใช้จ่ายเอง  กศน.เขตสายไหมไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่โฆษณานี้ ไม่ระแคะระคายว่าผู้ที่มาเทียบระดับ มีใครรู้จักเกี่ยวข้องกับที่โฆษณานี้ ขณะนี้ ผอ. กศน.เขตสายไหม กำลังจะดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่แอบอ้างและกล่าวหาว่า กศน.เขตสายไหม ดิวในเรื่องดังกล่าวต่อไป 



         2. คืนวันที่ 23 มี.ค.62 มีท่าน ผอ.สนง.กศน.จังหวัด บอกผมทางไลน์กลุ่มภาคีเครือข่ายคนดี ว่า  พี่ช่วยหารูปเครื่องหมาย และประชาสัมพันธ์พวกเราปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ด้วย ที่ จ. ..... ทั้งหน่วยงานราชการ และหลายวัด โดนแจ้งความเสียค่าปรับแล้ว หลายตังค์ด้วย

             เรื่องนี้  ค่าปรับสำหรับผู้สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ปัจจุบันโทษปรับรู้สึกว่าจะเพิ่มจาก 2,000 บาท เป็นไม่เกิน 5,000 บาทแล้ว
             ส่วนเจ้าของสถานที่หากไม่แสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ โทษปรับปี 53 คือ 2,000 บาท ปัจจุบันไม่ทราบว่าเปลี่ยนหรือยัง
             สำหรับสถานศึกษาระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา นั้น นอกจากภายในสถานศึกษาจะเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมดแล้ว ภายนอก 5 เมตร จากทางเข้าออก ก็เป็นเขตปลอดบุหรี่ด้วย จึงต้องติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ทั้งบริเวณต่าง ๆ ภายในสถานศึกษา และทางเข้าสถานศึกษาด้วย ตามที่กำหนดในภาพประกอบโพสต์นี้






         3. วันเสาร์ที่ 23 มี.ค.62 มีผู้ถามผมที่บล็อกของผม ว่า  นักศึกษาเขาเคยสอบเอ็นเน็ทไปแล้วค่ะของระดับ ม.ปลาย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ตัวนักศึกษาเองยังเรียนไม่จบหลักสูตรของ ม.ต้น เลยค่ะ ก็เลยทำการยกเลิกผลการเรียนของ ม.ปลายไปแล้ว และให้นักศึกษาเรียน ม.ต้นใหม่ค่ะ ตอนนี้นักศึกษาเขาอยู่ ม.ปลายแล้ว อยากทราบว่าผลคะแนนเอ็นเน็ตที่เขาเคยสอบไปก่อนหน้านั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้ ใช่หรือไม่คะ แล้วทางแก้ไขจะต้องทำอย่างไรคะ

             ผมตอบว่า   ถ้าเคยสอบ N-NET ม.ปลาย ตอนที่ยังเรียนไม่จบหลักสูตร ม.ต้น .. ที่ถูกต้อง ต้องถือว่าการเรียน ม.ปลาย และการสอบ N-NET ม.ปลาย นั้น เป็นโมฆะทั้งหมดครับ  เมื่อมาเรียน ม.ปลาย รอบสอง จะบันทึกภาคเรียนที่เคยสอบ N-NET ม.ปลายครั้งก่อนในทะเบียนของการเรียน ม.ปลายรอบสองไม่ได้ เพราะจะเป็นภาคเรียนย้อนหลังไปก่อนสมัครเรียน
             จึงต้องสอบ N-NET ม.ปลายใหม่ครับ ลองส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ในระบบ สทศ.ใหม่นะ ถ้าไม่ได้จึงค่อยขอสอบ E-Exam แทน

         4. เย็นวันที่ 26 มี.ค.62 มีท่าน ผอ.กศน.จังหวัด ถามผมทางไลน์กลุ่มขับเคลื่อน พรบ.กศช. ว่า  พี่มีประกาศ หรือระเบียบ ที่กำหนดการแบ่งกลุ่มงาน กศน.อำเภอบ้างเปล่า ผอ.อำเภอถามว่า การแบ่งกลุ่ม/งาน กศน. มีประกาศหรือหนังสือสั่งการให้แบ่งโครงสร้างหรือไม่

             ผมตอบว่า   ทั้งขนาดและโครงสร้าง มีกำหนดในกรอบอัตรากำลัง ตามหนังสือสำนักงาน กคศ. ที่ ศธ 0206.5/34 ลว. 25 ม.ค.53
             ซึ่งโครงสร้าง กศน.อ./ข. แบ่งเป็น 5 ขนาด แต่ละขนาดมีอัตรากำลังต่างกัน แต่ทุกขนาดกำหนดให้มี 3 กลุ่มเหมือนกัน คือ กลุ่มอำนวยการ-กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ-กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ แต่ละแห่งกำหนดเอง





         5. เย็นวันที่ 29 มี.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเราสอบE Exam ไม่ผ่านจะเป็นไงบ้างค่ะ หรือต้องทำยังไง

             ผมตอบว่า   สอบ E-Exam แทนการสอบ N-NET ใช่ไหม
             สอบไม่ผ่านก็ไม่ต้องทำยังไง ไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร
             ( การสอบ E-Exam แทนการสอบ N-NET เป็นการทดสอบระดับชาติ เพื่อ ประเมินสถานศึกษา สอบเพื่อดูว่า กศน.อำเภอจัดการศึกษาบรรลุผลการเรียนรู้ที่คาดหวังแค่ไหน ถ้าไม่ผ่านก็แปลว่า กศน.อำเภอควรปรับปรุงการจัดการศึกษา )

         6. วันที่ 29 มี.ค.62 มีครูชำนาญการพิเศษ กศน. ถามผมทางไลน์ ว่า
             - การถูกลงโทษ ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน เพราะมีวันลาเกินกำหนด ถือเป็นการถูกลงโทษทางวินัยหรือไม่
             - สมุดประวัติ เป็นเล่มอย่างไร เคยมีหรือไม่ จนท.งานบุคลากร จว.เขาบอกไม่มี มีแต่ กพ.7

             ผมตอบว่า
             1)  การไม่เลื่อนเงินเดือนเพราะวันลาเกินกำหนด ไม่ใช่การลงโทษทางวินัย
                  ( โทษทางวินัย ไม่มี "ไม่เลื่อนเงินเดือน" นะ มีแต่ "ตัดเงินเดือน" "ลดขั้นเงินเดือน”
                  แต่ กรณีไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือนเนื่องจาก
                  - ผลการประเมินการปฏิบัติราชการต่ำกว่าเกณฑ์
                  - ลาป่วย ลากิจ และมาสาย เกิน
                  ไม่อาจถือได้ว่ารับราชการมาด้วยความเรียบร้อย จึงไม่อยู่ในเกณฑ์เสนอขอพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา )

             2)  สมัยก่อน เป็น "สมุดประวัติ" เป็นเล่ม ๆ ปกแข็ง ขนาดครึ่งหนึ่งของ A4 แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็น "แฟ้มประวัติ" สำหรับใส่ กพ.7 และเอกสารสำคัญ แทน
                  รุ่นผมก็เป็นแฟ้มประวัติแล้ว
                  ( แฟ้มประวัติเป็นแฟ้มสีเหลือง ส่วน กพ.7 เป็นแผ่นการ์ดหนาสีขาว ขนาด A4 เก็บไว้ในแฟ้มประวัติ  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารุ่นหลัง ๆ ที่บรรจุตั้งแต่ปี 55 เป็นต้นมา ก็เปลี่ยนจาก กพ.7 เป็น กคศ.16 อีกแล้วนะ )

         7. เช้าวันที่ 29 มี.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบมาแล้ว (หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) ในตอนนี้มีความประสงค์จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันต้องสอบ O-NET เลยต้องการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใหม่อีกครั้งเพื่อเข้าสอบ O-NET อยากถามว่าสามารถใช้วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นสมัครเรียน กศน. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้หรือไม่ หากสมัครได้ วุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบที่มีจะถือเป็นโมฆะหรือไม่

             ผมตอบว่า   ถ้าจบ ม.ปลายแล้ว ก็มีสิทธิ์ขอสอบ O-NET ได้นี่ครับ ลองติดต่อสอบถาม สทศ.ให้ชัดเจนอีกที
             การเรียน กศน.ไม่ได้ช่วยให้สอบ O-NET ได้  คนที่จบ ม.ปลาย กศน.ถ้าจะแอดมิชชั่น ก็ต้องไปสมัครสอบ O-NET เอาเองก่อน


วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562

1.ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละเท่าไรแน่, 2.ทำไม กศน.บังคับให้เรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์, 3.ต้องอบรมลูกเสือใหม่ใช่ไหม, 4.กลุ่มสนใจยังคงสอนได้ไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมง หรือเปล่า, 5.เทียบโอนมาจากในระบบ จะจบ กศน.ในเทอมเดียวได้ไหม, 6.พนักงานราชการเกษียณ มีเงินขวัญถุงให้จริงไหม, 7.แฟ้มประวัติข้าราชการบรรณารักษ์ เรียกว่าอะไร กพ.7 หรือ กคศ.16


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. มีผู้สับสน/สงสัย ว่าค่าตอบแทนวิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง ชั่วโมงละเท่าไรแน่

             สรุปดังนี้
             ค่าตอบแทนวิทยากรการศึกษาต่อเนื่อง กศน.
             - รูปแบบการฝึกอบรมประชาชน ไม่เกินชั่วโมงละ 400 บาท
             - รูปแบบกลุ่มสนใจ และรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ไม่เกินชั่วโมงละ 200 บาท

         2. บางคนวิจารณ์ว่า หลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน ( ประถม-ม.ปลาย ) กศน. ไม่ใช่โรงเรียนในระบบ จึงไม่ควรบังคับให้เรียนพวกวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไม่มีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของชาวบ้าน

             ตอบ
             - ถ้าเป็น กศ.ที่มี “วุฒิการศึกษา” ระดับ ประถม - ม.ปลาย จะเป็นการศึกษา “ขั้นพื้นฐาน” ต้องเรียน “วิชาพื้นฐาน” ซึ่งเป็นพื้นฐานทั้งสำหรับ การดำรงชีวิต และพื้นฐานสำหรับ การศึกษาต่อ
                คนที่บอกว่า วิชาเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ในการดำรงชีวิตนั้น เข้าใจผิด/ไม่เข้าใจ  ( ที่ถูกต้อง วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ มีประโยชน์ในการดำรงชีวิตมาก )
             - ผู้ที่ได้วุฒิ กศ.ขั้นพื้นฐาน มีสิทธิในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่ง กศ.ขั้นพื้นฐานของ กศน. ก็มีศักดิ์และสิทธิเท่าผู้จบ กศ.ขั้นพื้นฐานในระบบ ต้องสามารถศึกษาต่อได้ หลักสูตรจึงต้อง “เทียบเท่า” กัน
             - กศ.ขั้นพื้นฐานนี้ ผู้เรียนยังไม่ได้สรุปแน่นอนว่าจะศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้นในสาขาใด จึงต้องเรียนวิชาพื้นฐานหลายวิชา เพื่อให้สามารถเลือกเรียนต่อได้หลายสาขา สามารถเปลี่ยนใจเปลี่ยนสาขาในอนาคต และวิชาพื้นฐานที่เป็นวิชาบังคับเหล่านี้ก็เป็นพื้นฐานของทุกสาชา
             - บางคนบอกว่า รับรองว่าจะไม่ศึกษาต่อระดับสูงขึ้นแน่นอน ต้องการเพียงใบวุฒิสำหรับเข้าทำงานที่ ..... นั้น .. การที่เขากำหนดว่าผู้จะเข้าทำงานที่นั้นต้องมีวุฒิใด ก็คือ เขาต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรวุฒินั้น ไม่ใช่ขอเพียงมีใบวุฒินั้น
             - บางคนบอกว่า รับรองว่าจะไม่ศึกษาต่อระดับสูงขึ้นแน่นอน ต้องการเรียนแต่วิชาที่ถูกใจ อยากให้มีแต่วิชาเลือกเสรีที่ทันสมัย นำไปใช้ได้เลย ไม่ต้องมีวิชาบังคับ ..
                ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ต้องเรียน กศ.ขั้นพื้นฐาน ..
                กศน. มีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ “ทันสมัย นำไปใช้ได้เลย เลือกได้ตามใจ”
                ( ธรรมชาติของ กศ.ขั้นพื้นฐาน กับ กศ.ต่อเนื่อง/กศ.ตามอัธยาศัย แตกต่างกัน ต้องเลือกให้ถูกทาง )
             - วิชาต่าง ๆ ของ กศ.ต่อเนื่อง และ กศ.ตามอัธยาศัย สามารถปรับเปลี่ยน ยกเลิก พัฒนาวิชาใหม่ ๆ ให้ทันสมัย ได้ตลอดเวลา
                ดูตัวอย่างวิชา กศ.ต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ ของ กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา ตามภาพประกอบ





         3. คืนวันที่ 19 ธ.ค.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ฉันเรียน กศน.ได้รับการอบรมในหลักสูตรผู้กำกับลูกเสือวิสามัญขั้นความรู้เบื้องต้นมาแล้ว.. ได้วุฒิบัตรมาแล้ว แต่ครูที่ กศน.บอกว่าต้องอบรมหลักสูตรผู้กำกับลูกเสือวิสามัญขั้นความรู้เบื้องต้นใหม่เพราะว่าแต่ละปีจะสอนแตกต่างกัน สรุปฉันต้องไปอบรมใหม่ใช่ไหม

             ผมตอบว่า   ถามครูให้ชัดอีกทีว่า ที่จะให้ไปอบรมใหม่นั้น เป็นหลักสูตรผู้กำกับลูกเสืออะไร เช่น ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ใช่ไหม ถ้าเป็นลูกเสือวิสามัญเหมือนเดิม ขั้นความรู้เบื้องต้นเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องอบรมใหม่
             ( ครูอาจขอเพียงหากลุ่มเป้าหมายเข้าอบรมให้ครบ เป็นสำคัญ )
             อนึ่ง จะใช้งบประมาณ เช่นเงินอุดหนุน จัดอบรม "นักเรียนนักศึกษา" ในหลักสูตร "ผู้กำกับ" ลูกเสือ ไม่ได้

         4. วันที่ 20 ธ.ค.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊ก ว่า  “กลุ่มสนใจเปิดได้วันละกี่ชั่วโมง”

             และวันที่ 19 ธ.ค.61 ก็มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า “ตอนนี้กลุ่มสนใจ จัดสอนได้วันละกี่ชั่วโมง ยังคงวันละไม่เกิน 3 ชั่วโมงอยู่หรือเปล่า”

             เรื่องนี้  เจ้าหน้าที่ กป.กศน.ซึ่งเป็น จนท.ใหม่ ยังไม่กล้าฟันธงในขณะนี้ ( ถามเมื่อ 23 ธ.ค.61 ) เพราะกลัวพลาด
             ส่วนผม คิดว่า อยู่ในดุลยพินิจของ ผอ.กศน.อำเภอ/จังหวัด เพราะ
             - ระเบียบปัจจุบัน ไม่ได้กำหนดห้ามเปิดสอนกลุ่มสนใจเกินวันละ 3 ชั่วโมง และ
             - ตามคู่มือปัจจุบัน แบ่งกลุ่มสนใจเป็น 2 ประเภท คือ
                ประเภทจัดตามความต้องการ/ความสนใจที่มีการรวมกลุ่มของผู้เรียน หลักสูตรไม่เกิน 30 ชม. กับ
                ประเภทจัดตามภารกิจ เช่น อำเภอ/จังหวัดเคลื่อนที่/ร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานอื่น ผู้สนใจมาสมัครเรียน ณ สถานที่จัดกิจกรรม หลักสูตรไม่เกิน 5 ชั่วโมง
                ซึ่งประเภทหลังนี้ ถ้าจัดวันละไม่เกิน 3 ชม. ก็ต้องจัด 2 วัน ไม่สอดคล้องกับลักษณะภารกิจอำเภอ/จังหวัดเคลื่อนที่ ซึ่งเคลื่อนที่ไปเพียงวันเดียว

         5. นที่ 3 ม.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  การเทียบโอนผลการเรียนจากในระบบมากศน. สามารถจบในเทอมเดียวได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ได้.. ถ้าเทียบโอนได้มาก
             แต่ กพช. เทียบโอนจากในระบบไม่ได้ เพราะคนละหลักสูตร
             สามารถใช้กิจกรรมพัฒนาตนเองชุมชนสังคมและกิจกรรมจิตอาสา ที่ นศ.ทำเอง ก่อนขึ้นทะเบียนเป็น นศ.กศน. เทียบโอนเป็น กพช.ได้ไม่เกิน 150 ชม. หรือทำ กพช.ใหม่ 200 ชม.ในเทอมเดียว ( ทำแบบทำ กพช.คนเดียวก็ได้  ถ้าใครไม่สามารถทำได้ 200 ชม.ก็ไม่จบในเทอมเดียว )

         6. คืนวันที่ 7 ม.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เมื่อครูอาสาฯเกษียณอายุราชการแล้ว กศน.มีเงินขวัญถุงให้ จริงเท็จประการใดช่วยช่วยตอบด้วย(ไม่เกี่ยวประกันสังคม) ฉันถามนิติกร กศน.เมื่อสิงหาคม61ว่ามีให้ บอกฉันว่าขอให้อยู่ครบเกษียณได้แน่นอน วันนั้น ผอ.ศฝช.ได้รับฟังกันหลายคน ช่วยตอบให้กระจ่างด้วย ถ้าได้รับจะรับได้ที่ไหน อย่างไร หรือพูดแค่เป็นยาหอมให้เราดีใจ ขอบคุณ

             ผมตอบว่า   เงินขวัญถุงไม่มีในระเบียบกฎหมาย ถ้ามีก็เป็นเรื่องภายในหน่วยงานโดยใช้เงินสวัสดิการ เช่นเงินที่ได้จากการขายไดอารี่ ขายเสื้อ  ตอนนี้มีครูอาสาฯ พนักงานราชการ เกษียณไปมากหลายคนแล้ว ( พนักงานราชการ ไม่ได้ใช้คำว่า เกษียณ ) ก็ไม่ได้เงินขวัญถุงกันไม่ใช่หรือ ( แม้แต่พนักงานราชการเสียชีวิต ทายาทหลายคนก็ไม่ได้เงินสวัสดิการนี้ในการร่วมจัดพิธีศพ )

         7. เย็นวันเดียวกัน ( 7 ม.ค.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า
             1) แฟ้มประวัติข้าราชการบรรณารักษ์(แฟ้มสีเหลือง) เรียกว่าอะไร กพ.7 หรือ กคศ.16
             2) ตอนนี้ฉันข้าราชการ บรรณารักษ์ และ เป็นครูประจำกลุ่มด้วย ต้องการใส่ข้อมูลการเป็นครูประจำกลุ่มลงในแฟ้มประวัติข้าราชการ เพื่อขอรับใบประกอบผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต ( ประสบการณ์ สอน 5 ปี) ฉันจะไปขอเพิ่มข้อมูลใส่แฟ้มประวัติ ที่ กจ.กศน. ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า
             1)  แฟ้มประวัติข้าราชการ ก็เรียกว่า แฟ้มประวัติข้าราชการ คนละอย่างกับ ก.พ.7 หรือ ก.ค.ศ.16 โดย
                  - ก.พ.7 หรือ ก.ค.ศ.16 คือ บันทึกประวัติย่อ เป็นแผ่นบัตรหนาสีขาวขนาด A4
                  - แฟ้มประวัติข้าราชการ(แฟ้มสีเหลือง) คือ แฟ้มรวบรวมเอกสารหลักฐานที่สำคัญของข้าราชการ
                  - ก.พ.7 ใช้กับ “ข้าราชการพลเรือน” ส่วน “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” ก.ค.ศ.กำหนดให้ใช้ ก.ค.ศ.16 แทน ก.พ.7 ตั้งแตปี 55  ซึ่งบรรณารักษ์ของ กศน.เป็นบุคลากรทางการศึกษา ที่ถูกต้องจึงต้องใช้ ก.ค.ศ.16
             2)  ก.ค.ศ.16 ใช้บันทึกประวัติที่สำคัญ และแฟ้มประวัติใช้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่สำคัญ เช่น ตำแหน่งจริงหรือตำแหน่งหลัก ในที่นี้ตำแหน่งจริงหรือตำแหน่งหลักคือ ตำแหน่งบรรณารักษ์ ส่วนข้อมูลหลักฐานการเป็นครูประจำกลุ่มไม่ต้องบันทึกใน ก.ค.ศ.16 และไม่ต้องรวบรวมในแฟ้มประวัติข้าราชการ
                  ( ข้อมูลสำคัญที่ต้องให้ กจ.กศน.เพิ่มใส่แฟ้มประวัติ เช่น คุณวุฒิที่สูงขึ้น ต้องส่งพร้อมหลักฐานผ่าน กศน.อำเภอ/จังหวัด )
             3)  การจะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร ต้องขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ก่อน และการจะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู “ปัจจุบัน”คุรุสภาจะตรวจสอบว่าตำแหน่งหลักเป็นตำแหน่งครูผู้สอนหรือไม่ ถ้าตำแหน่งหลักเป็นบรรณารักษ์ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งครูผู้สอน จะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่ได้แล้ว แม้จะสอนตามตำแหน่งครูประจำกลุ่มก็ตาม
             4)  ตำแหน่งครูผู้สอนที่ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะใช้คำสั่งแต่งตั้ง/สัญญาจ้างตำแหน่งหลัก เป็นหลักฐาน  ไม่ได้ดู ก.ค.ศ.16/แฟ้มประวัติฯ