แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษี แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

1.เงินรายได้สถานศึกษา ใช้อะไรได้บ้าง, 2.หนังสือรับรองการหักภาษีของผู้รับบำนาญ, 3.การย้ายกรณีพิเศษ กี่ปีจึงย้ายได้ ใช้แบบฟอร์มใด, 4.ขอเทียบวุฒิเปรียญธรรม, 5.ใบรับรองการเทียบวุฒิทางธรรม, 6.ตั้งอาจารย์ที่เพิ่งเกษียณเป็นกรรมการกลางสอบปลายภาคได้ไหม, 7.ทำโครงการประกวดแบบให้เงินรางวัลด้วย ใช้ระเบียบอะไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เช้าวันที่ 9 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  สถานศึกษามีเงินรายได้ของสถานศึกษาที่ได้มาจากการเก็บค่าลงทะเบียนนศ.รุ่นเก่าๆ สถานศึกษาสามารถนำเงินมาใช้พัฒนาฯ ปรับภูมิทัศน์ ซื้อวัสดุ ได้ไหมคะ สถานศึกษาสามารถใช้อะไรได้บ้างคะ

             ผมตอบว่า   ใช้ได้เหมือนเงินงบประมาณ (งบดำเนินการ+เงินอุดหนุน รวมค่าครุภัณฑ์) คือใช้ได้ตามระเบียบราชการ ขั้นตอนวิธีการใช้เช่นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างก็เหมือนเงินงบประมาณ รายการที่เงินงบประมาณใช้ไม่ได้ก็ใช้เงินรายได้สถานศึกษาไม่ได้ อัตราก็เป็นไปตามระเบียบราชการเช่นเดียวกับงบประมาณ แต่จ่ายซ้ำซ้อนกับงบประมาณไม่ได้ เช่นจ่ายค่าทำงานนอกเวลาจากเงินงบประมาณเต็มอัตราไปแล้วจะจ่ายเงินนี้อีกไม่ได้
             ที่เพิ่มขึ้นมาคือใช้ซื้อครุภัณฑ์ได้

         2. ผู้รับบำนาญ พิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ปี 62 ( สำหรับยื่นเสียภาษีต้นปี 63 ) ได้ที่  https://pws.cgd.go.th/EFiling/login.jsf

             เข้าสู่ระบบด้วยการกรอกเลขประจำตัวประชาชน และรหัสผ่าน แล้วคลิกที่ “เข้าสู่ระบบ”
             ( ใครยังไม่เคยเข้าใช้บริการให้คลิกที่ “ลงทะเบียน” เพื่อขอรหัสผ่าน, ใครเคยเข้าใช้บริการแล้ว ถ้าลืมรหัสผ่าน ให้คลิกที่ “ขอรหัสผ่านใหม่” )
             -เข้าไปได้แล้วคลิกเลือกประเภทเงิน “บำนาญปกติ”
             -แล้วเลื่อนลงไปที่ส่วน “พิมพ์เอกสาร” คลิกที่ “พิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย”
             -ใส่ปีภาษี “2562” แล้วคลิก “พิมพ์”

         3. วันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนูบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย 1 ต.ค. 61 ตามเกณฑ์สามารถย้ายได้ 4 ปี แต่เนื่องจากหนูเป็นบุตรคนเดียว บิดามารดาเจ็บป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง หนูจะลองยื่นย้ายกรณีพิเศษจะมีสิทธิย้ายได้มั้ยคะ แบบฟอร์มใช้ตัวเดียวกันกับย้ายกรณีปกติมั้ยคะ

             ผมตอบว่า   การย้ายกรณีพิเศษมี 4 กรณีย่อย บางกรณีต้องรอให้พ้นการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ส่วนกรณี "การย้ายเพื่อดูแลบิดามารดาหรือคู่สมรสที่เจ็บป่วยร้ายแรง" ไม่ต้องรอให้พ้นการทดลองฯ
             ใช้แบบฟอร์มคำร้องขอย้ายแบบเดียวกับกรณีปกติ แต่ต้องแนบหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงความเป็นกรณีพิเศษกรณีนั้น ๆ ( ดูในข้อ 5.2.4 ที่ http://bit.ly/2RskHbp )

         4. คืนวันที่ 13 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรียนจบป.ธ.6 ทางโลกจบแค่ป.4 ต้องการเรียนสารพัดช่าง เขาต้องการวุฒิม.3 ต้องไปเอาใบเทียบก.ศ.น ยังไง เพราะเอาใบป.ธ.6ที่ไปยื่นให้สารพัดช่างเขาไม่รับ ขออาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยนะ

             ผมตอบว่า   กศน.ไม่มีอำนาจบทบาทหน้าที่ในการ "เทียบวุฒิ" มีแต่อำนาจบทบาทหน้าที่ในการ "เทียบโอน" สำหรับผู้เรียน กศน. ( หน่วยงานที่มีอำนาจบทบาทหน้าที่ในการเทียบวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ สพฐ. แต่ ได้ข่าวว่าเขารับเทียบวุฒิเฉพาะวุฒิที่จบมาจากต่างประเทศ )
             คุณลองนำ พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่ 2562 ( ดาวโหลดได้ที่  http://bit.ly/2VBDl2L ) หรือประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับเดิม ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ไปให้สารพัดช่างดู เขาอาจจะรับคุณเข้าเรียน






         5. เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณี่ที่ใบประกาศปธ.๓ยังเทียบม.ต้นเราจะไปขอใบรับรองจากที่ไหนกรณีที่สถาบันที่จะสมัครเรียนเขาถาม

             ผมตอบว่า   มันมี พรบ. มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการให้เทียบวุฒิอยู่แล้ว ไม่ต้องมีใบรับรองอีก
             เราก็นำ พรบ./นำประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ไปให้เขาดู ปกติสถาบันเขาจะรับสมัครถ้าไม่ผิดคุณสมบัติอื่นๆของเขาเช่น เพศ อายุ ฯลฯ ( โดยเฉพาะสถาบันของรัฐ.. ตอนผมเรียน ป.โทที่ ม.ราชภัฏ เพื่อนร่วมห้องไม่จบ ป.ตรี แต่ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ม.ราชภัฏยังรับเข้าเรียน ป.โทเลย )
             ถ้าเขาไม่รับทั้งๆที่คุณสมบัติถูกต้องตามระเบียบเขา เพราะเจ้าหน้าที่เขาไม่เข้าใจ ก็อาจร้องไปที่ผู้บังคับบัญชา/หน่วยเหนือของเขา ถ้าไม่ได้ผลและมั่นใจว่าคุณสมบัติเราถูกต้องหมดรวมทั้งจำเป็น ก็อาจฟ้องถึงศาลปกครอง






         6. คืนวันที่ 25 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  สถานศึกษาสามารถแต่งตั้ง. อาจารย์ที่เพิ่งเกษียณไปเป็นกรรมกลาง. ในสนามสอบปลายภาคได้ไหม

             ผมตอบว่า   ผมเคยตอบในข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2019/03/police.html  ว่า
             “ กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ )  ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ ”
             “ นางพรรณทิพา ( อดีต ผอ.กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ ) บอกว่า จนท.กศน. ทั้งข้าราชการ-พนักงานราชการ-จ้างเหมา ทุกตำแหน่ง เป็นกรรมการกลางได้ ”
             คำว่า กรรมการดำเนินการสอบ หมายรวมถึงกรรมการกลางด้วย เพราะกรรมการกลางก็มีโอกาสทำความผิดได้ เช่น คัดลอกข้อสอบ ซึ่งนายสัจจา อดีต ผอ.กจ.กศน.เคยตอบว่า ผู้กำกับการสอบมีความประมาทเลินเล่อหรือจงใจละเว้นหรือรู้เห็นแล้วไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่รายงานต่อหัวหน้าจนเป็นเหตุให้มีการทุจริตในการสอบเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการประพฤติผิด“วินัย”ร้ายแรง
             - คำว่า วินัย ใช้กับข้าราชการ+ลูกจ้างประจำ+พนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ส่วนผู้ที่ทำผิดหลังเกษียณ เราจะลงโทษไม่ได้แล้ว ต้องเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง
             - คำว่า ผู้กำกับการสอบในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ดูแลในการสอบทั้งหมด
             ฉะนั้น ตามหลักการ กรรมการกลางก็ต้องเป็นบุคคลที่ราชการยังสามารถลงโทษได้ด้วย คือยังไม่เกษียณ

         7. วันที่ 26 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  จะทำโครงการประกวดทักษะภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ แล้วมีเงินรางวัลด้วยคะหนูอยากทราบว่าจะต้องใช้ระเบียบอะไรมาใช้ในการทำโครงการสำหรับเงินรางวัลต่างๆ
             ผมตอบว่า   เรื่องรางวัลผู้ชนะการประกวด/แข่งขัน จะอยู่ใน “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ.2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” ซึ่งจะต้องเป็นการจัดงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติ และอัตราในการเบิกจ่ายแต่ละรายการนั้น ให้หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด ( หัวหน้าส่วนราชการของเราคือปลัดกระทรวงศึกษาธิการ )
             ซึ่งส่วนกลางของเรายังไม่ได้กำหนดอัตราเงินรางวัลโครงการประกวดทักษะภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือไว้ จึงเบิกจ่ายเงินรางวัลนี้ไม่ได้ ถ้าจะทำเรื่องขออนุมัติไปส่วนกลางก็ไม่แน่ว่าจะได้รับอนุมัติหรือไม่ เพราะการประกวดทักษะภาษาไทยสำหรับผู้ไม่รู้หนังสือ คงไม่ใช่การจัดงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติ
             ( ถ้าเป็น อปท.เขาจะมีการจัดงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติได้หลายงาน  แม้การสอนผู้ไม่รู้หนังสือเป็นภารกิจปกติของเราแต่การจัดงานประกวดฯคงไม่ใช่ คงต้องใช้เงินอื่นเช่นเงินบริจาค )

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ไม่พอใจ ให้ครูอาสาฯเป็นหัวหน้า กศน.ตำบล, นศ.ขอ ผลสอบ 7 วิชา, ครู กศน.ต้องยื่นเสียภาษีไหม, คำขวัญอาเซียน, สัมมนาเทียบระดับฯ, ครู ศรช.ขอความยุติธรรม ลาคลอด, สมัครอบรม A.L.T.C.ได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 25 มี.ค.57 มีผู้ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  หนังสือเรื่องแนวนโยบายจุดเน้นการปฏิบัติในการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ หน้าสุดท้าย อื่นๆ ให้แต่งตั้งหัวหน้า กศน.ตำบล ให้ครบทุกตำบล โดยคัดเลือกจากครูอาสาสมัครเป็นอันดับแรก
             หนูเป็นครูอาสาฯ  ประเด็นคือ ครู กศน.ตำบล มีครบทุกตำบลแล้ว และมีหัวหน้า กศน.ตำบลแล้ว ก่อนหน้าหนังสือนี้จะมา
             เกิดกรณีตัวอย่างจากอำเภออื่น ๆ พอจัดครูอาสาลงไป..ครู กศน.ตำบลที่เคยเป็นหัวหน้า ก็ไม่พอใจ เป็นปัญหาทำให้องค์กรแตกแยก   ครูกศน.ตำบลที่เค้าเคยเป็นหัวหน้า เค้าก็ภูมิใจของเค้า อยู่ๆ เอาครูอาสาฯมา แล้วเขาล่ะผิดอะไร
             ที่อำเภอหนูยังไม่เกิดป้ญหานี้  ผอ.ยังนิ่งอยู่ ไม่ได้ทำอะไรตามหนังสือนี้  ทีนี้ก็ลำบากพวกหนูอีกแหละ จะไปรับสมัครนักศึกษาจากตำบลไหน เขามีเจ้าของพื้นที่กันหมดแล้ว
             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ อ.เยาวลักษณ์ กลุ่มพัฒนา กศน. บอกว่า  นโยบายในหนังสือนั้น ไม่ถึงกับให้เปลี่ยนหัวหน้า กศน.ตำบลเป็นครูอาสาฯ  แต่หมายถึงว่า  ถ้ามีตำบลใดยังไม่มีหัวหน้า กศน.ตำบล  หรือเมื่อตำบลใดหัวหน้า กศน.ตำบลว่างลง  และอำเภอนั้นมีครูอาสาฯที่ยังไม่ได้เป็นหัวหน้า กศน.ตำบล  ก็ต้องให้ครูอาสาฯเท่านั้น เป็นหัวหน้า กศน.ตำบล
             ส่วนถ้ามีหัวหน้า กศน.ตำบลอยู่แล้ว ถึงแม้หัวหน้าคนนั้นจะไม่ใช่ครูอาสาฯ ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน คอยให้ว่างลงก่อนค่อยให้ครูอาสาฯเป็นหัวหน้า กศน.ตำบลก็ได้  ( จะเปลี่ยนเลยหรือไม่ก็ได้ อยู่ที่ผู้บริหาร แต่นโยบายไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนทันที )

         2. วันเดียวกัน ( 25 มี.ค.) คุณ “ตะวัน ยอแสง” ถามผมในเฟซบุ๊ค ผอ.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ว่า  มีนักศึกษา ม.ปลาย จบเทอมนี้ 2/56 มาขอผลการสอบ N-NET ไปประกอบการสมัครเข้าเรียน ม.บูรพา  เขาบอกว่าที่มี 7 วิชานะครู...ผมอึ่ง...เอ...N-NET ของเราหรือว่า Gat/Pat หนอ..
             ผมตอบว่า 7 วิชาสามัญ ( ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ) ไม่ใช่ N-NET ไม่ใช่ O-NET และก็ไม่ใช่ GAT PAT ด้วย ( ยากกว่า O-NET แต่ง่ายกว่า GAT PAT )
             ใช้ประกอบการสมัคร รับตรง ในบางคณะ บางมหาวิทยาลัย ผู้จัดสอบคือ สทศ. โดยนักศึกษาต้องสมัครสอบกับ สทศ. ด้วยตนเอง ไม่ผ่านสถานศึกษา กศน.

         3. วันที่ 26 มี.ค.57 คุณมงคล ครู กศน.ตำบล ที่ กศน.อ.ผักไห่ ถามผมว่า  ครู กศน.ต้องยื่นเสียภาษีไหม
             ผมตอบว่า  ทุกคน ที่ เงินเดือน ค่าจ้าง ฯลฯ รวมตลอดปี 2556 เกิน 50,000 บาท ( สำหรับผู้ที่เป็นโสด )  หรือเกิน 100,000 บาท ( สำหรับผู้ที่มีคู่สมรส )  ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ภายในวันที่ 31 มี.ค.57
             ส่วนยื่นแล้ว บางคนอาจต้องเสียภาษี บางคนอาจไม่ต้องเสียภาษี ( แต่ก็ต้องยื่น ถ้าเงินรายได้ถึงเกณฑ์ ) แล้วแต่องค์ประกอบต่าง ๆ เช่น จำนวนบุตร ลักษณะของบุตร เงินบริจาค เงินประกันชีวิต ฯลฯ

         4. วันเดียวกัน ( 26 มี.ค.) มีผู้เข้าสอบครูผู้ช่วย 2 คน ถามผมในเฟซบุ๊ค เกี่ยวกับคำขวัญอาเซียน
             ผมตอบว่า   คำขวัญของประเทศอาเซียน คือ “One Vision, One Identity, One Community”
             ( เอกสารต่าง ๆ มีทั้งที่แปล Identity ว่า เอกลักษณ์ และมีทั้งที่แปลว่าอัตลักษณ์
               - ในศัพท์บัญญัติการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ หน้า 175 ระบุว่า เอกลักษณ์ มาจาก identity ส่วน อัตลักษณ์ (หน้า40) มาจาก character
               - แต่ราชบัณฑิตยสถาน ระบุว่า อัตลักษณ์ มาจาก identity ส่วนเอกลักษณ์ มาจาก uniqueness
               คงต้องยึดตามราชบัณฑิตยสถาน )
             นั่นคือ  “หนึ่งวิสัยทัศน์, หนึ่งอัตลักษณ์, หนึ่งประชาคม”

         5. วันที่ 27 มี.ค.57 คุณ “Sangduen Luensenak” ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า เรื่องการสัมมนาวิชาการของนักศึกษาเทียบระดับการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหนังสือสั่งการไหม
             ผมตอบว่า   มี  ดูได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/teabsammana.pdf

         6. วันเสาร์ที่ 29 มี.ค.57 คุณ “พระจันทร์ ยิ้มสวย” ถามต่อท้ายที่ผมโพสต์ในเฟซบุ๊ค ว่า  ถ้าลาคลอดไม่ได้ เรียกร้องความยุติธรรมได้ที่ไหน เขาบอกไม่มีสิทธิ์ลา มันผิดกฎหมาย บอกเขาไปว่าคลอดบุตรไม่เหมือนลา อื่นๆนะ ต้องนอน รพ.ต้องดูลูก เขาก้อบอกไม่รับรู้ นางไม่มีสามีค่ะ เข้าใจคนอื่นยาก คนใจดำ คนที่พูดคือการเงิน ใจคอจะให้เลี้ยงลูกในท้องจนโตเลยมั้ง ไม่แปลกใจที่ยังครองตัวเป็นโสด
             ผมตอบว่า   คุณเป็นครู ศรช. ใช่ไหม
             ถ้าหารือกันถึงที่สุด ครู ศรช.จะไม่มีสิทธิ์ลาคลอดโดยได้รับค่าตอบแทน  เมื่อไม่มีสิทธิ์ก็เรียกร้องความยุติธรรมไม่ได้  แต่สามารถลาโดยไม่รับค่าตอบแทนได้ อาจลาเพียงเดือนเดียวแล้วเดือนนั้นไม่รับค่าตอบแทน ( แต่ก็ได้เงินจากประกันสังคมจำนวน 45 วันนะ )
             ถ้าทำเป็นการภายใน โดยผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานเห็นใจ ก็อาจให้หยุดโดยหาคนมาทำงานแทน หรือไม่ต้องมีคนมาทำงานแทน และไม่ต้องทำเรื่องลา ได้รับค่าตอบแทนเหมือนเดิม  ( ถ้าไม่มีใครร้องเรียนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณเป็นคนที่พูดตำหนิคนอย่างนี้ อาจมีคนร้องเรียนนะ )
             คุณ “พระจันทร์ ยิ้มสวย” เขียนต่อ ว่า ผอ.อนุญาต ค่ะ ให้เงินเดือน 1 เดือน โดยไม่ต้องยื่นใบลา บอกลากันภายใน แต่ ขรก.การเงินไม่ให้ เขาไม่เซ็น เพราะมันผ่านเขาด้วย ไม่ให้ลาเลย หนูก้อเลยไม่รู้จะทำยังงัย เพราะครบกำหนดแล้ว
             ผมตอบว่า  การเงินไม่เซ็นอะไร ไม่เซ็นเรื่องเบิกเงินเดือนหรือ

             สิ่งที่คุณเขียนมาข้างต้นนั้น ตำหนิเขามากเกินไป อาจเป็นเพราะเหตุนี้
             ลองขอให้ ผอ.ช่วยพูดกับการเงินให้เห็นใจ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง
             คุณ “พระจันทร์ ยิ้มสวย” เขียนต่อ ว่า เขาเป็นแบบนี้จริงๆ เพื่อนร่วมงานรู้กันดี ส่วนการพูดคุยกับ ผอ.นั้นไม่มีปัญหาใดๆ บอกจะเคลียร์กับคนนี้ให้ แต่ผลเป็นแบบนี้
             ผมตอบว่า  ถ้าผลที่สุดคือ ต้องเป็นไปตามระเบียบ ก็ต้องยอมรับครับ  การที่หยุดแล้วไม่ได้ค่าตอบแทนจากหน่วยงาน แต่ได้ค่าตอบแทนจากประกันสังคม นั้น ไม่ได้มีที่นี่ที่เดียว  จะตำหนิคนที่ทำตามระเบียบไม่ได้ สังคมจะผิดปกติ

         7. วันที่ 31 มี.ค.57 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า
             1)  ผู้ที่จบ WB. 2 ท่อน มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ ALTC ของ กศน. หรือไม่
             2)  ผู้ที่จบ WB. ต้องทำผลงานเป็นวิทยากรให้การอบรม BTC ก่อน 3 ครั้ง ถึงจะเข้าอบรม ALTC ได้ ใช่ไหม
             3)  ผู้ที่จบ WB มีสิทธิ์หรือคุณวุฒิ ที่จะไปเป็นวิทยากรให้ BTC ไหม
             ผมตอบว่า
             1)  ผู้ที่ผ่านขั้นวูดแบดจ์ 2 ท่อน ( WB ) มีสิทธิ์เป็นวิทยากรให้ BTC
             2)  คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้ารับการฝึกอบรม ขั้นผู้ช่วยหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมผู้กำกับลูกเสือ ( A.L.T.C.) คือ
                  - ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 2 ท่อน มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และ
                  - เป็นวิทยากรให้การฝึกอบรมขั้น B.T.C. หรือ A.T.C. หรือทั้ง 2 อย่างรวมกัน มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง