แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขีดจำกัดล่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขีดจำกัดล่าง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

1.เค้าโครงงานวิชาการที่ใช้เสนอขอเลื่อนวิทยฐานะ, 2.ฟ้อนต์สำหรับพิมพ์อักษรให้ผู้ไม่รู้หนังสือหัดเขียนตามเส้นประ, 3.เรียน ป.บัณฑิต ต้องไปสอนที่โรงเรียนในระบบในวันธรรมดา, 4.บางคนนำเรื่องจริงที่ตนปฏิบัติผิดระเบียบเขา ไปบอกจนจะกระทบทั้งประเทศ, 5.ค่าขีดจำกัดล่าง 2/57, 6.สถิติจำนวนสมาชิก ช.พ.ค. ถึงแก่กรรมรายเดือน, 7.ถ้าไม่ได้ใบอนุญาตฯ ต้องออกจากครู กศน.ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.58 Payom Faghom ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  เรื่องการพัฒนาข้าราชการ เลื่อนวิทยฐานะของ กศน. ที่ให้ส่งหัวข้อและเค้าโครงงานวิชาการที่จะใช้เสนอขอเลื่อนวิทยฐานะ ไปให้ กศน.ภาคเหนือ ก่อน  ถามว่า เค้าโครงวิชาการ ใช้แบบฟอร์มงานวิจัยหรือไม่

             ผมตอบว่า  ถ้าจะทำงานวิชาการประเภทงานวิจัย ก็ใช้แบบฟอร์มเค้าโครงงานวิจัยได้
              ( งานวิชาการมีหลายประเภท  หนังสือแจ้งไม่ได้กำหนดหัวข้อและแบบฟอร์มเค้าโครง  ฉะนั้นเราจะทำเค้าโครงหรือโครงร่างผลงานทางวิชาการรูปแบบใดก็ได้ ทำเป็น 3 บทก็ได้ หรือถ้าทำไม่ทันจะทำย่อๆเพียง 2-3 หน้า ส่งไปก่อนก็ได้ )

 

         2. ฟ้อนต์ ( Font ) สำหรับพิมพ์ตัวอักษรเป็นเส้นประ เพื่อให้ผู้ไม่รู้หนังสือหัดเขียนตามเส้นประ
             ลักษณะของแบบอักษร เป็น “แบบเลือก” ตามโครงสร้างมาตรฐานตัวอักษรไทยของราชบัณฑิต
             ชื่อฟ้อน Layiji_kutlaimuu ( เลย์อิจิ คัดลายมือ )
             ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.krooupdate.com/news/newid-460.html
             เมื่อดาวน์โหลดและแตกไฟล์จนได้ไฟล์ Layiji_kutlaimuu.ttf แล้ว ให้เปิดไฟล์นี้โดยดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อไฟล์
             ถ้ามีการถามว่าจะใช้โปรแกรมอะไรเปิดไฟล์ ให้เลือกเปิดด้วยโปรแกรม Windows Font Viewer
             เปิดไฟล์แล้วเลือกที่ Install
             เสร็จแล้ว เมื่อเวลาจะพิมพ์เอกสารอะไร ก็จะมีฟ้อนต์ Layiji kutlaimuu ให้เลือกใช้

         3. เย็นวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.58 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  วันที่ 5 ก.ค.ไปสอบสัมภาษณ์ ป.บัณฑิต ที่ราชภัฎนครศรีธรรมราช มีกรรมการที่สอบสัมภาษณ์แจ้งว่า ทางคุรุสภาโทรแจ้งมาที่ราชภัฎว่าปีนี้งดการเข้าเรียน ป.บัณฑิตสำหรับ ครู กศน. อยากทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

             เรื่องนี้  ผมถาม จนท.คุรุสภา ได้รับคำตอบว่า ไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้  เรื่องเกี่ยวกับ กศน.มีเมื่อปีที่แล้วคือ คุรุสภาทำหนังสือแจ้งมาที่สำนักงาน กศน.ว่า ในระหว่างการเรียน ป.บัณฑิต มีการปฏิบัติการสอน/ฝึกสอน โดยอาจารย์นิเทศการสอน จะไม่มีเวลามานิเทศการสอนที่ กศน.ในวันเสาร์อาทิตย์ ฉะนั้นครู กศน.ต้องไปสอนที่โรงเรียนในระบบในวันธรรมดา ( สัปดาห์ละ 2 วัน หรือสัปดาห์ละ 8 ชั่วโมง )  ถ้าครู กศน.รายใดไม่สามารถไปสอนที่โรงเรียนนะระบบในวันธรรมดาได้ ก็ให้งดการเข้าเรียน ป.บัณฑิต  ซึ่งสำนักงาน กศน.แจ้งต่อไปที่สถานศึกษา กศน.ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 ว่า ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษา กศน. อนุญาตให้ครู กศน.ที่เรียน ป.บัณฑิต ไปสอนที่โรงเรียนในระบบในวันธรรมดา
             ( ผมไม่เคยเห็นหนังสือฉบับนี้นะ ใครมีบ้าง ขอดูบ้าง )

         4. วันที่ 6 ก.ค.58 กศน.อำเภอบางขัน เขียนต่อที่ผมโพสต์ในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ให้ผู้เรียน ป.บัณฑิต ไปสอนที่โรงเรียนในระบบ ว่า  ครู กศน.ตอนนี้สอนในวันปกตินะ ทำไมต้องสอนในโรงเรียนในระบบด้วย ลำบากตรงเราต้องทำหน้าที่ทั้ง 2 ที่
             ผมตอบว่า  มีส่วนน้อยที่สอนวันปกติเป็นเรื่องเป็นราวเต็มที่  อาจารย์นิเทศเขาจะมาวันไหนเมื่อไรเราก็ต้องสอนให้ดูได้ ฉะนั้นเพื่อความแน่นอนจึงตกลงให้ไปสอนในโรงเรียนปกติที่นักเรียนมาอยู่ให้สอนได้ทั้งวันทุกวัน
             ที่ผ่านมามีกรณีที่ว่า "อาจารย์นิเทศมาเช้าวันจันทร์ เราบอกว่านักศึกษา กศน.วันจันทร์มาแต่ตอนบ่าย"
             เขามาเสียเที่ยว จนจะไม่ให้ครู กศน.ทั่วประเทศเรียน ป.บัณฑิตแล้ว จึงมีข้อตกลงนี้ออกมา
              ( ครู กศน.บางคน ก็ไปบอกเขาว่า "ครู กศน.สอนเฉพาะวันหยุด สัปดาห์ละเพียง 6-9 ชั่วโมง"
                ถ้าเขารู้ว่าสอนแค่สัปดาห์ละ 6-9 ชั่วโมง  แม้แต่หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก็ไม่ได้หรอก  เขาตรวจตั้งแต่ตอนขอหนังสือนั้นแล้ว โดยให้แนบตารางสอนที่ผู้บริหารรับรองด้วย )

             วาสนา ปานสงฆ์ เขียนต่อ ว่า  ปีที่แล้วสอบเพื่อเข้าเรียน ป.บัณฑิตได้ ผ่านทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์แล้ว ถึงวันรายงานตัว ทางราชภัฎไม่รับเข้าเรียน ให้เหตุผลว่าไม่ใช่สายผู้สอน เพราะเป็นครูอาสา ศฝช. ทาง อ.ราชภัฎโทรหาคุรุสภา เพื่อจะช่วยให้ได้เรียน แต่คุรุสภาบอกว่าไม่ได้ เลยอดเรียน ปีนี้เปิดรับสมัครอีกเลยไม่กล้าไปสมัคร

             ผมตอบว่า  อาจมีคนไปบอกเขาว่า ปัจจุบันครูอาสาฯไม่ได้สอน
             คนของเราที่ไปติดต่อกับเขา ไม่รู้ระเบียบหลักการ ทำให้เสียหายกันไปหมด
             เรื่องนี้ คุรุสภาบอกว่า สัญญาจ้างต้องระบุตำแหน่งครูผู้สอน กรณีสัญญาจ้างไม่ระบุตำแหน่งครูผู้สอน ต้องมีเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างระบุให้ปฏิบัติหน้าที่สอน และคำสั่งของสถานศึกษาปีปัจจุบันที่มอบหมายให้ปฏิบัติการสอนฯ  ( ถ้าสัญญาจ้างระบุตำแหน่งครูผู้สอน ก็ไม่ต้องแนบเอกสาร/คำสั่ง )  ใช้ระเบียบหลักการนี้ทุกสังกัด
             ถ้ามีคนไปบอกเขาว่าครู กศน.ไม่ได้สอน หรือสอนเพียงสัปดาห์ละ 6-9 ชม. ก็จบเลย ไม่ต้องพูดต่อ
             ลักษณะเดียวกับ ขรก.ครู ยื่นเรื่องขอเลื่อนวิทยฐานะ ถ้าในคำขอ ระบุ “ภาระงานสอน” ต่ำกว่า 18 ชม./สัปดาห์ ก็จบเลย เขาไม่ตรวจต่อ ไม่ตั้งกรรมการขึ้นมาดูผลงานด้วย ตกตั้งแต่คุณสมบัติเบื้องต้น

             ( มีผู้บอกว่า  ครูอาสาฯ ศฝช. ไม่ได้สอน กศ.ขั้นพื้นฐาน ประถม ม.ต้น ม.ปลาย  ถ้าจริง ครูอาสาฯ ศฝช.ก็ไม่มีสิทธิเรียน ป.บัณฑิต  ผู้ที่สอนแต่การศึกษาต่อเนื่องกับการศึกษาตามอัธยาศัย ไม่มีสิทธิเข้าโครงการเรียน ป.บัณฑิตนี้ )
 

         5. ค่าขีดจำกัดล่าง ของคะแนนสอบปลายภาค 2/57 สำหรับนำไปกรอกในโปรแกรม ITw เตรียมไว้ทำ SAR ประจำปีงบประมาณ 2558 เพื่อการประเมินฯภายใน
             ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของ กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ กศน.  ที่
            
http://203.147.62.103/nfetesting/
             ( ค่าขีดจำกัดล่างคือค่า Y  กรอกในโปรแกรม ITw ที่เมนู 1 - A - 1 - 4  กรอกทศนิยมเพียง 2 ตำแหน่ง ตัดตำแหน่งที่ 3 ทิ้งไป ไม่ต้องปัด  กรอกเสร็จแล้วอย่าลืมคลิกที่ "บันทึกค่าขีดจำกัดล่าง" )

 

         6. คืนวันที่ 9 ก.ค.58 ผมเผยแพร่สถิติจำนวนสมาชิก ช.พ.ค. ถึงแก่กรรม และเข้าใหม่ ในแต่ละเดือน ลงในเฟซบุ๊ค เพราะเคยมีผู้ถามหลายครั้ง
             - งวด มิ.ย.58  เข้าใหม่ 393 คน ถึงแก่กรรม 528 คน คงเหลือ 996,213 คน
             - งวด พ.ค.58  เข้าใหม่ 683 คน ถึงแก่กรรม 630 คน คงเหลือ 997,930 คน
             - งวด เม.ย.58  เข้าใหม่ 820 คน ถึงแก่กรรม 493 คน คงเหลือ 999,287 คน
             - งวด มี.ค.58  เข้าใหม่ 599 คน ถึงแก่กรรม 513 คน คงเหลือ 999,046 คน
             - งวด ก.พ.58  เข้าใหม่ 796 คน ถึงแก่กรรม 547 คน คงเหลือ 994,596 คน
             - งวด ม.ค.58  เข้าใหม่ 831 คน ถึงแก่กรรม 586 คน คงเหลือ 995,054 คน

             ตัวอย่าง งวด เม.ย.58 เก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพ ๆ ละ 1 บาท จากสมาชิก 999,287 คน ได้เงิน 999,287 บาท แบ่งเป็น
             1)  ค่าดำเนินการ 4 %
             2)  จ่ายให้ทายาทผู้ถึงแก่กรรม 96 % เป็นเงิน 959,316 บาท  แบ่งจ่ายดังนี้
                  - ค่าจัดการศพ  จ่ายภายใน 24 ชม.  200,000 บาท
                  - ที่เหลือจ่ายให้ทายาท ภายใน 30 วัน  759,316 บาท

             ดูประกาศข้อมูลจำนวนสมาชิกในแต่ละเดือนได้ที่  http://www.otep.go.th/?p=otep-cpk8
             ดู ชื่อ-สกุล สมาชิกที่ถึงแก่กรรมทุกคน ในแต่ละเดือน ได้ที่  http://www.otep.go.th/?p=otep-cpk9

         7. เช้าวันที่ 13 ก.ค.58 Mai CK ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาชีพครู จะมีหลักสูตรเฉพาะของ กศน.ไหม ไปสอบคัดเลือกมา ให้ผู้เรียนเฉพาะ กศน.ทำหนังสือยินยอมปฎิบัติหน้าที่สอน ในสังกัด สพฐ.เป็นเวลา 2 วัน/สัปดาห์ หรือ 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
             เป็นครู กศน.ตั้งแต่ ก.ย.56 ดำเนินการสอนเป็นระยะหนึ่งปี ได้ไปขอหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งต้องพัฒนาตนเองโดยการไปเรียน ป.บัณฑิต ภายในระยะ 4 ปี ต่อใบอนุญาตได้ 2 ครั้ง
             ครู ศรช. ครู กศน.ที่เข้ามาด้วยกันยังไม่มีหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะครบสามปีกว่าแล้วยังไม่ทำอะไรเลย  ถ้าไม่มีที่เรียน ป.บัณฑิต หรือสอบไม่ได้ มีสิทธิ์ถูกไล่ออกจากการเป็นครู กศน.ไหม  แล้วจะมีมาตรการยังไรกับคนที่ไม่ดำเนินการขอใบอนุญาต  กศน.จะมีการสำรวจแล้วพลักดันให้ถูกต้องตามกฎหมายไหม

             ผมตอบว่า   ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และไม่มี "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาติประกอบวิชาชีพ" หรือเคยมีแต่หมดอายุยังไม่ได้ต่ออายุหรือต่อไม่ได้แล้ว ( ปัจจุบันให้ต่อได้อีก 2 รอบ รวมเป็น 6 ปีแล้ว )  ถ้ายังทำการสอน กศ.ขั้นพื้นฐาน ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ในสถานศึกษา ( สอน กศ.ต่อเนื่อง และ กศ.ตามอัธยาศัย ไม่เป็นไร ) จะมีความผิดทั้งผู้สอนและสถานศึกษา  แต่เมื่อไม่มีผู้ร้องเรียน คุรุสภาก็ไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ถ้ามีผู้ร้องเรียนจึงจะมีปัญหา ฉะนั้นทั้งครูและผู้บริหารจึงไม่ค่อยสนใจ จะสนใจก็ตอนที่จะเรียน ป.บัณฑิต
             หลักสูตร ป.บัณฑิต ไม่มีหลักสูตรสำหรับสังกัดใดโดยเฉพาะ แต่ที่กำหนดให้ครู กศน.ไปสอนที่โรงเรียนในระบบ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาอาจารย์มหาวิทยาลัยมานิเทศการฝึกปฏิบัติการสอนของครู กศน.ที่เรียน ป.บัณฑิต โดยมานิเทศที่ กศน.ในวันธรรมดา แล้วไม่พบการสอน  ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ อาจารย์เขาก็ต้องสอนในมหาวิทยาลัย มานิเทศไม่ได้


วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

1.คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเป็นข้าราชการครู กับข้าราชการบรรณารักษ์, 2.การทำ SAR กับค่าขีดจำกัดล่าง, 3.กรอบโครงสร้างการบริหารงาน กศน.อ., 4.การทำสัญญาจ้าง-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์, 5.วิธีแก้ปัญหาการจ้างทำการบ้าน, 6.ครู คศ.1 ค้ำประกันครู ศรช.ได้ไหม, 7.ครู ศรช.มี นศ.ไม่ถึง 60 คน เบิกจ่ายอย่างไร



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง คุณสมบัติของผู้สมัครสอบเป็นข้าราชการครู กับ ข้าราชการบรรณารักษ์  ดังนี้

             ถ้าจะสอบเป็นข้าราชการครูต้องมีคุณสมบัติหลัก 2 ข้อ คือ
             1)  มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้ว
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน(ไม่ใช่หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู)
                  เชื่อหรือไม่ คุณวุฒิทางการศึกษาที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้ว ปัจจุบันมีมากกว่า 19,000 คุณวุฒิ !

             ในขณะที่ ถ้าจะสอบเป็นข้าราชการบรรณารักษ์ ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทาง บรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ เท่านั้น
             ที่ผ่านมา ผู้จะสอบเป็นข้าราชการบรรณารักษ์ มีเพียงวิธีเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยให้จบหลักสูตรปริญญาตรีทางบรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ หรือสารสนเทศศาสตร์ หรือ ให้ได้หน่วยกิตวิชาบรรณารักษ์ศาสตร์ตามที่กำหนด เท่านั้น

             แต่.. ตอนนี้ เรากำลังหาวิธีอื่น แทนการต้องเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยหลักสูตรทางบรรณารักษศาสตร์สารนิเทศศาสตร์หรือสารสนเทศศาสตร์
             คือ สพร.กศน.จะทำหลักสูตรให้บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการที่ไม่จบวุฒิบรรณรักษศาสตรฯ และมีอายุงานครบ 3 ปี เข้าอบรม 300 ชัวโมง และฝึกงาน 100 ชัวโมง เสนอให้ ก.พ.พิจารณา
             ถ้า ก.พ.อนุมัติ ก็จะง่ายกว่าเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยให้จบหลักสูตรปริญญาตรีทางบรรณารักษศาสตร์ฯ

            
( สำหรับคุณวุฒิทางการศึกษาซึ่งเป็นคุณสมบัติการสอบเป็นข้าราชการครู ที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้วมากกว่า 19,000 คุณวุฒินั้น มีวุฒิอะไรบ้าง ตรวจสอบได้ในเว็บ ก.ค.ศ. ที่ http://qualification.otepc.go.th/menu.php โดย
             - ชี้ที่ "คุณวุฒิ”  คลิกที่ “รับรองก่อน 6 ก.ย.54"
             - ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยในช่อง ค้นหา
             - คลิกที่ปุ่มค้นหา (รูปแว่นขยาย)  ก็จะโชว์วุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง ( อาจมีหลายหน้า ให้คลิกดูทีละหน้า )  ถ้าดูทุกหน้าแล้วไม่มีวุฒิที่หา ให้กลับออกมาแล้วคลิกเข้าไปหาที่ "คุณวุฒิ รับรองหลัง 6 ก.ย.54" ด้วย  ถ้าไม่มีอีก แสดงว่าวุฒินั้นไม่ได้รับการรับรอง  ถ้าไม่แน่ใจให้ติดต่อสอบถาม ก.ค.ศ.


         2. เช้าวันที่ 30 ก.ย.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องการทำ SAR กับค่าขีดจำกัดล่าง ว่า
             ทุก กศน.อำเภอ/เขต ต้องทำ SAR ( รายงานการประเมินตนเอง ) ทุกปี  ตอนนี้ถึงเวลาส่ง SAR ปี งปม.57 แล้ว
             วิธีการคำนวณ ตัวบ่งชี้ที่ 1.5 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อทำ SAR
             - ให้โปรแกรม ITw คำนวณให้ ง่ายนิดเดียว
             - SAR เป็นการประเมินภายใน ใช้ค่าขีดจำกัดล่างของการสอบปลายภาค และเปรียบเทียบ 2 ปีงบประมาณ ( ถ้าเป็นการประเมินภายนอกโดย สมศ. จะใช้ค่าขีดจำกัดล่างของ N-NET และเปรียบเทียบ 2 ปีการศึกษา )
             - ทำ SAR ปีงบประมาณ 2557 ต้องเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างปีงบประมาณ 2557 (ภาค 2/56 และ 1/57 ) กับ ปีงบประมาณ 2556 ( ภาค 2/55 และ 1/56 )
             - เข้าโปรแกรม ITw ไปที่เมนู 1 - A - 1 - 4 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - รายงาน - รายงานผลการเรียน... - รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน )

             - จะเห็นว่าโปรแกรมกรอกค่าขีดจำกีดล่างของภาค 2/55 กับ 1/56 ไว้ให้แล้ว ให้เราเลือกปีงบประมาณ 2557 แล้วกรอกค่าขีดจำกัดล่างภาค 2/56, 1/57 เอง โดยใช้ข้อมูลที่ http://www.pattanadownload.com/download/g.2/g2.23.rar
              (ค่าขีดจำกัดล่างคือค่า Y ใน Sheet1 ทศนิยมกรอกเพียง 2 ตำแหน่ง ตัดตำแหน่งที่ 3 ทิ้งไป ไม่ต้องปัด  กรอกเสร็จแล้วอย่าลืมคลิกที่ "บันทึกค่าขีดจำกัดล่าง")
             แค่ เพียงเราคลิกที่ "ตัวอย่างก่อนพิมพ์" หรือ "พิมพ์" เท่านั้น โปรแกรมก็จะคำนวณให้เสร็จเรียบร้อยเลย ในชั่วพริบตา ( ถ้าลงคะแนนสอบปลายภาคไว้ครบถ้วนแล้ว โปรแกรมบวกลบคูณหารให้เอง )
             - ในกรณีที่ค่าขีดจำกัดล่างบางภาคเรียนยังไม่ออก ( เช่น ของภาค 1/57 คงจะออกภายในเดือน ต.ค.57 ) ถ้าต้องรีบส่ง SAR ให้ปล่อยว่างภาคเรียนนี้ไว้ก่อน คำนวณเท่าที่มีไปก่อน แต่เมื่อภายหลังได้ค่าขีดจำกัดล่างแล้ว ต้องเข้ามากรอกในโปรแกรม คำนวณใหม่ ปรับแก้ SAR ในส่วนนี้ใหม่


         3. คืนวันเดียวกัน ( 30 ก.ย.) Yangpara Nara ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ถามอาจารย์เรื่องกรอบโครงสร้างการบริหารงานของ กศน.อำเภอที่ถูกต้อง  พอดีโครงสร้างฯที่ทำและแนบไว้ในแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณนั้น หลายคนที่ทำงานบอกว่ายังไม่ถูกต้อง

         ผมตอบว่า   มีแต่การกำหนด “กรอบอัตรากำลัง” ขรก.ครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ซึ่ง กำหนดเพียงว่า อัตรากำลังแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ และ กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ  ( บรรณารักษ์อยู่ในกลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ )  ดูได้ที่

             - จังหวัด-อำเภอเล็กมาก-เล็ก  ( แผนภูมิกรอบทุกขนาดอยู่ในไฟล์แรกนี้ )  http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/815/502/original_framework1.PDF

             - อำเภอกลาง-ใหญ่-ใหญ่พิเศษ  http://ahph9thi.gotoknow.org/assets/media/files/000/815/503/original_framework2.PDF

             ส่วน “กรอบโครงสร้างการบริหาร” ที่ว่าแต่ละกลุ่มมีภาระงานและบทบาทหน้าที่อะไรบ้าง นั้น สามารถปรับโครงสร้างได้ตามบริบทของแต่ละแห่งและปรับตามบทบาทภาระหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบาย

         4. วันที่ 2 ต.ค.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง การทำสัญญาจ้าง-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์ ว่า
            
( สำนักงาน กพ. ตอบว่า ถ้าส่วนราชการทำสัญญาจ้างกรณีไม่ต้องติดอากรแสตมป์ หากให้ปิดอากรแสตมป์ไปแล้ว ส่วนราชการจะต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์คืนให้ )

             การจ้างแต่ละประเภท มีระเบียบต่างกันในเรื่องการทำสัญญา-การค้ำประกัน-การติดอากรแสตมป์ ต้องรู้ก่อนว่า การจ้างนั้นเป็นประเภทใด เช่น
             ก.  การจ้างบุคลากรของส่วนราชการ เช่น ครู ศรช., พนักงานราชการ
             ข.  การจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย

             1)  การจ้างพนักงานราชการ ไม่ต้องมีการค้ำประกัน เพราะมี "วินัย" ควบคุม ลักษณะเดียวกับข้าราชการ/ลูกจ้างประจำที่ไม่ต้องมีการค้ำประกัน
                  - การจ้างครู ศรช. มีการ "ค้ำประกันการกระทำให้เกิดความเสียหาย" โดยจะใช้บุคคล(ตำแหน่ง) หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้
                  - การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้ามีการทำสัญญาจ้าง ต้องมีหลักประกันสัญญา 5 % ตามระเบียบพัสดุกำหนดให้ใช้หลักทรัพย์เป็น "หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา" ไม่มีระเบียบให้ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน

             2)  การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย  ถ้าวงเงินเกิน 100,000 บาท ต้องใช้วิธีสอบราคา หรือวิธีพิเศษ ตามแต่เหตุผล   ถ้าใช้วิธีสอบราคาต้องทำสัญญาจ้าง  แต่ถ้าใช้วิธีพิเศษจะทำสัญญาหรือใช้ใบสั่งจ้าง ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จ้าง ( ถ้าเป็นการจ้างที่อาจเกิดความเสียหาย เช่นจ้างพนักงานขับรถ พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการเงิน ควรทำสัญญาเพื่อให้มีหลักประกัน  ถ้าไม่ทำสัญญาและเกิดความเสียหายขึ้น หักเงินประกันไม่ได้และถ้าไม่สามารถเรียกชดใช้ค่าเสียหายได้สำเร็จ  ผู้จ้างต้องรับผิดชอบความเสียหายนั้นเอง )   ถ้าทำสัญญาต้องมีหลักประกันสัญญา ถ้าใช้ใบสั่งจ้างก็ไม่ต้องมีหลักประกันสัญญา แต่ก็ยังต้องติดอากรแสตมป์  สามารถทำสัญญา 12 เดือนเลยเพราะปีนี้คงไม่ได้ปรับเปลี่ยนค่าจ้างอีก

             3)  กรณีที่มีการประกันสัญญา เช่น ครู ศรช. และการจ้างตามระเบียบพัสดุ ต้องระบุเรื่องการประกันนั้นไว้ในตัวสัญญาด้วย การประกันจึงจะมีผล ( ทุกอย่างที่แนบท้ายสัญญาต้องระบุไว้ในตัวสัญญา ) เช่น สัญญาจ้างครู ศรช. ระบุไว้ในตัวสัญญาว่า
                  "ข้อ 10 เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญานี้ ลูกจ้างได้จัดให้มีผู้ค้ำประกันการชดใช้ค่าเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากการกระทำของลูกจ้างตามที่ระบุไว้ในข้อ 4. และ ข้อ 9. ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันที่แนบท้ายสัญญานี้"
                   ( สัญญาพนักงานราชการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกำหนดตามประกาศที่ https://dl.dropbox.com/u/109014048/Contract.pdf ไม่มีข้อนี้  ซึ่งส่วนราชการต่าง ๆ ต้องใช้แบบสัญญาตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการกำหนด  นั่นคือ พนักงานราชการไม่ต้องมีการค้ำประกันสัญญา )

             4)  การจ้างบุคลากรของส่วนราชการ เช่น ครู ศรช., พนักงานราชการ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์  แต่การจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกตามระเบียบพัสดุ เช่น บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ และอื่น ๆ อีกมากมาย ต้องปิดอากรแสตมป์ในสัญญจ้างหรือใบสั่งจ้าง
                   ( การ “ซื้อ” ตามระเบียบพัสดุ ก็ไม่ต้องติดอากรแสตมป์  มีแต่การจ้างตามระเบียบพัสดุที่ต้องติดอากรแสตมป์ เช่นเรื่องหนังสือเรียน ต้องดูว่าเป็นการซื้อหนังสือเรียน หรือจ้างพิมพ์หนังสือเรียน  บางอำเภอทำสัญญาซื้อหนังสือที่เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์เอกชนก็ไม่ต้องติดอากรฯ บางอำเภอทำสัญญาจ้างพิมพ์ตามต้นฉบับของที่กำหนดก็ต้องติดอากรแสตมป์ )
                  ถ้าไม่เข้าตาม http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html นี้ ไม่ต้องติดอากร  ( การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เข้าข้อ 4. จ้างทำของ )

             5)  ในกรณีที่ส่วนราชการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการ โดยเรียกให้ปิดอากรแสตมป์ (ซึ่งไม่ต้องปิดอากรแสตมป์) ส่วนราชการจะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเสียหาย ให้แก่พนักงานราชการผู้นั้น"   คำตอบจากสำนักงาน กพ. ที่ http://www.ocsc.go.th/ocsc/th/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=11&id=976&Itemid=228 คือ
                  "กรณีดังกล่าวไม่ต้องติดอากรแสตมป์ หากดำเนินการไปแล้ว ส่วนราชการจะต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ดังกล่าวคืนให้"

             6)  การติดอากรแสตมป์ ติดเฉพาะการจ้างตามระเบียบพัสดุ โดย
                  - ต้นฉบับสัญญาจ้างหรือใบสั่งจ้าง ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งสินจ้าง ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ติดอากรแสตมป์ 1 บาท ( และให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า อากรแสตมป์ )   เช่น จ้างเดือนละ 10,000 บาท ถ้าทำสัญญาจ้างครั้งเดียวตลอดปี 12 เดือน สินจ้างก็คือ 120,000 บาท แต่ถ้าทำสัญญาแค่ 6 เดือน สินจ้างก็คือ 60,000 บาท  ( เช่น ค่าจ้าง 7,940 บาท ทำสัญญา 4 เดือน รวมค่าจ้าง 31,760 บาท ให้ติดอากร 32 บาท เป็นต้น )   ยกเว้นถ้าสินจ้างรวม 200,000 บาทขึ้นไป ให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดอากรแสตม์ป์
                  - คู่ฉบับสัญญาจ้างหรือคู่ฉบับใบสั่งจ้าง  ถ้าต้นฉบับติดอากรแสตมป์ไม่เกิน 5 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ที่คู่ฉบับ 1 บาท  ถ้าต้นฉบับติดอากรแสตมป์เกิน 5 บาท ให้ติดอากรแสตมป์ที่คู่ฉบับ 5
บาท

         5. วันที่ 3 ต.ค.57 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องวิธีแก้ปัญหาการรับจ้างทำการบ้านผ่านเว็บไซต์  ( กศน. แจ้ง หน่วยงาน/สถานศึกษา สังกัด กศน.ทุกแห่ง ตั้งแต่ 3 ก.ย. ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/homeexercy.pdf )   ว่า

             1)  ให้การบ้านอย่างเหมาะสม และพิถีพิถันตรวจการบ้าน/รายงาน ว่า เป็นงานที่เกิดจากความรู้ความสามารถของผู้เรียนจริงหรือไม่ ( ครูต้องทราบความรู้ความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน )  อาจให้ใช้การเขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์
             2)  ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ( ประชาชน ผู้ปกครอง ) ทราบถึงผลเสียของการจ้างทำการบ้าน อันส่งผลต่อ ผู้เรียน ครอบครัว สังคม และประเทศชาติในอนาคต


         6. วันที่ 9 ต.ค.57 สุวิจักขณ์ ใสศรัทธาวงษ์ ครู ศรช. กศน.อ.วังสามหมอ ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  สัญาจ้างครู ศรช. ให้ ครู คศ. 1 ค้ำประกันได้ไหม เป็นข้อกำหนดเหมือนกันหมดไหม หรือแล้วแต่ กศน.นั้นๆ

             ผมตอบว่า   ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็น ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู พนักงานเทศบาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่อยู่ในระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าระดับปฏิบัติการ ขึ้นไป  ( ดูคำตอบเก่าในข้อ 5 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/538893 )  ครู คศ.1 ก็เป็นข้าราชการครูระดับปฏิบัติการ
             แต่บางจังหวัด อาจมีนโยบายกำหนดเป็นอย่างอื่น เช่น ให้ ผอ.อำเภอ เป็นผู้ค้ำประกัน หรือให้คนค้ำประกันคนหนึ่งสามารถค้ำประกันครู ศรช.ได้เพียงคนเดียว เป็นต้น   ผมคิดว่านโยบายการกำหนดเป็นอย่างอื่นนี้ น่าจะกำหนดได้ถ้ามีเหตุผลที่ดี และไม่กำหนดในลักษณะกลั่นแกล้งคนส่วนหนึ่งให้ยาก จนทำไม่ได้

         7. วันเดียวกัน ( 9 ต.ค.) Montian Nunin ถามในกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ถ้าครู ศรช.มีนักศึกษาไม่ถึง 60 คน ต้องเบิกจ่ายอย่างไร

             ผมตอบว่า   ตอบบ่อยแล้ว  ดูในหนังสือแจ้งที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/moneyteacher571.pdf  ( ดูที่ข้อ 1.3 ในหนังสือฉบับที่ 2 )