แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จ้างเหมา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จ้างเหมา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

1.คนต่างด้าว เรียนจบ กศน. สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ไหม, 2.เปรียญธรรม 3 ประโยค ต้องสมัคร กศน. ม.ต้น หรือ ม.ปลาย, 3.รูปถ่ายนักศึกษา ต้องรวบผม-โกนหนวด-ไม่ใส่เครื่องประดับ หรือไม่, 4.ทำแบบ กศน.4 แบบออนไลน์ได้ไหม, 5.ผู้รับจ้างเหมาบริการ ลาป่วย นับวันเสาร์อาทิตย์เป็นวันลาด้วยมั้ย, 6.พนักงานราชการจะขอย้ายได้ต้องอายุงานเท่าไร, 7.การออกเลขที่ประกาศนียบัตร ไม่ได้ให้ออกด้วยรหัสนักศึกษา

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 23 ส.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  คนต่างด้าวมาบวชอยู่ที่ไทย แล้วเรียน กศน อยากทราบว่า ถ้าจบเขาสามารถไปต่อมหาลัยได้ไหม

             ผมตอบว่า   ไม่มีสัญชาติไทยใช่ไหม
             การศึกษาระดับอุดมศึกษา(มหาวิทยาลัย) เป็นระดับที่เกินขั้นพื้นฐานที่สหประชาชาติกำหนดให้ประเทศสมาชิกให้เรียนขั้นพื้นฐานแม้ไม่มีสัญชาติไทย
             ส่วนระดับอุดมศึกษา ต้องแล้วแต่ แต่ละมหาวิทยาลัยจะรับผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่ โดยทั่วไปถ้าเป็น "หลักสูตรปกติ" ของมหาวิทยาลัย "ของรัฐ" "ส่วนมาก" จะไม่รับผู้ไม่มีสัญชาติไทย
             แต่ก็มี "หลักสูตรพิเศษหรือหลักสูตรอินเตอร์ หรือนานาชาติ" ต้องศึกษารายละเอียดในประกาศของแต่ละสถาบัน ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน อาจจะไม่ได้กำหนดเรื่องสัญชาติไทย
             สรุปคือ ถ้าไม่มีสัญชาติไทย สามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ในบางแห่ง บางกรณี ต้องศึกษาประกาศรับสมัครของแต่ละมหาวิทยาลัย

         2. เช้าวันเสาร์ที่ 16 ก.ย.65 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าจะเอา วุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค ไปสมัค กศน.ต้อง สมัค ม.ต้น หรือ ม.ปลาย อายุ20ปี เกิด ทางโลก จบ ป.6 ได้เปรียญธรรม 3 ตอนปีพ.ศ.2561 ได้เปรียญ 4 ตอน ปี 63 ทำยังไงได้บ้าง

             ผมตอบว่า   วุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค ใช้เป็นวุฒิเดิมในการสมัครเข้าศึกษาต่อ กศน ในระดับ ม.ปลายได้เลย โดย
             - นักธรรมชั้นเอก เทียบเท่าระดับประถม ( ป.6 ) ให้สมัครเรียนต่อ ม.ต้น (กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ประกาศให้ ธรรมศึกษา เทียบเท่านักธรรม แต่ กศน.กำหนดให้ทั้งนักธรรมเอกและธรรมศึกษาเอก เป็นคุณสมบัติในการสมัครเข้าเรียนระดับ ม.ต้น)
                ในอดีตมีการบันทึกไว้ว่า “หนังสือเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ น.ว.83/2447 ลงวันที่ 17 มี.ค.87” ระบุข้อกำหนดของ ก.พ.ในการเข้ารับราชการ ว่า นักธรรมตรีหรือธรรมศึกษาตรี เทียบให้เท่ากับประโยคประถมศึกษาตอนต้น ( ป.4 ) แต่ปัจจุบันหาหนังสือฉบับนี้ไม่พบแล้ว มีผู้จบธรรมศึกษาตรีอ้างหนังสือฉบับนี้ว่าจบ ป.4 สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ เรื่องนี้คงต้องหารือกระทรวงมหาดไทย ว่าได้หรือไม่
             - เปรียญธรรม 3 ประโยค ( ป.ธ.3 ) เทียบเท่า ม.ต้น ( ม.3 ) ให้สมัครเรียนต่อ ม.ปลาย
             - เปรียญธรรม 5 ประโยค จะเทียบเท่า ม.6 ได้ต่อเมื่อมีประสบการณ์การสอน
             - เปรียญธรรม 6 ประโยค เทียบเท่า ม.6 โดยไม่ต้องมีประสบการณ์การสอน
             - เปรียญธรรม 9 ประโยค เทียบเท่าวุฒิปริญญาตรี

             อนึ่ง พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 มาตรา 22 (ดู พรบ.นี้ได้ที่ http://bit.ly/2VBDl2L) กำหนดใหม่ เป็น
             - ชั้นนักธรรมเอก มีวิทยฐานะระดับ ม.ต้น (เดิมนักธรรมเอก เทียบเท่าวุฒิระดับประถม)
             - ชั้นเปรียญธรรม 3 ประโยค มีวิทยฐานะระดับ ม.ปลาย (เดิมเปรียญธรรม 3 ประโยค เทียบเท่าวุฒิระดับ ม.ต้น)
             แต่ การเรียนพระปริยัติธรรมจะเทียบแบบใหม่นี้ได้ ผู้เรียนต้องจบการศึกษาภาคบังคับ และในการเรียนพระปริยัติธรรมนี้ จะต้องเรียนวิชาสามัญเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการศึกษาวิชาสามัญเพิ่มเติมของการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรมสนามหลวง และแผนกบาลีสนามหลวง พ.ศ. 2565 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 20 เม.ย.65 ดูได้ที่ https://moe360.blog/2022/04/21/ratchakitcha-20042565/)

             ผู้ถาม ๆ ต่อว่า ถ้าสึก ไปยังใช้ได้ไหม
             ผมตอบว่า  สึกแล้วก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม (วุฒิทางธรรม นำมาเทียบเป็นวุฒิทางโลกได้ แต่วุฒิทางโลกนำไปเทียบเป็นวุฒิทางธรรมไม่ได้ เช่นแม้จบ ป.เอกทางโลกแล้วบวช ถ้าจะเรียนทางธรรมต้องเริ่มเรียนทางธรรมที่ระดับต้นเลย)

         3. วันที่ 11 ต.ค.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  รูปถ่ายที่นักศึกษานำมาติดในใบรบ. มีระเบียบรองรับมั้ยคะ ว่าควรแต่งกายอย่างไรและความเรียบร้อยของรูปอย่างไรบ้างเช่น ต้องรวบผม ต้องโกนหนวด ไม่ใส่เครื่องประดับประมานนี้

             ผมตอบว่า   ในคู่มือการดำเนินงาน (คู่มือการดำเนินงานฯ เป็นเอกสารแนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นระเบียบให้ปฏิบัติ) กำหนดว่า
             “รูปถ่าย หน้าตรง ไม่สวมแว่นตาดำ และไม่สวมหมวก สวมเสื้อสีขาวมีปกหรือชุดสุภาพ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน โดยไม่ใช้รูปถ่ายประเภทโพลาลอยด์)"
             จากกรณีที่ถามคือ รวบผม โกนหนวด ไม่ใส่เครื่องประดับ ฯลฯ ให้พิจารณาว่า จะเข้าข่ายขัดข้อกำหนดใดหรือไม่ เช่น ข้อกำหนดที่ว่า "ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน" นั้น เหตุผลคือ รูปถ่ายต้องเหมือนตัวจริงในปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นบุคคลใด
             และเมื่อเทียบเคียงกับ ระเบียบการถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท (รวมทั้งพนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับบำเหน็จบำนาญ) ซึ่งกำหนดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นสตรีไทยมุสลิม ตามหนังสือที่ นร 1304/ว 1074/ 4 ก.พ.40 ว่า
             “สามารถถ่ายรูปที่มีผ้าคลุมศีรษะได้ แต่ ต้องเห็นหน้า คือเห็นทั้ง หน้าผาก คิ้ว ตา จมูก ปาก และคาง" (เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นบุคคลใด)
             ดังนั้น ถ้าเส้นผม-หนวด-เครื่องประดับ บดบัง หน้าผาก-คิ้ว-ตา-จมูก-ปาก-คาง ก็ไม่ได้ (นักศึกษา กศน. ไม่ใช่เด็กนักเรียน อาจไม่จำเป็นต้องรวบผม แต่ผมก็ต้องไม่บดบังส่วนสำคัญของหน้า)

         4. วันสำคัญ 13 ต.ค.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  จะทำ กศน.4 แบบออนไลน์ สามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ ขัดกับระเบียบหรือหลักการอย่างไร

             ผมตอบว่า   กศน.4 แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (จำได้ว่าเป็นเล่มบางๆสีขาว ปกค่อนข้างแข็ง) ไม่ได้เป็นเอกสารควบคุมบังคับแบบ แต่เป็นเอกสารที่สถานศึกษาดำเนินการเอง อย่างไรก็ตามก็เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้สำหรับประกอบการตรวจทาน/ตรวจสอบ
             แม้จะตอบได้ว่าทำแบบออนไลน์ได้ แต่ในทางปฏิบัติจะยังไม่เหมาะสมไม่สะดวกเพราะ ระบบออนไลน์ของเรายังไม่เสถียร มีปัญหาในหลายๆโอกาส ฉะนั้นแม้ทำแบบออนไลน์ได้ เมื่อทำเสร็จแล้วถึงเวลาที่ ครู/นายทะเบียน/ผู้บริหารสถานศึกษา จะลงนาม ก็ควรปริ๊นท์ลงกระดาษมาเซ็นชื่อจริง ไม่ใช้ลายเซ็นดิจิทัลที่ยังมีปัญหา และจะได้สะดวกในการใช้ประกอบการตรวจทาน/ตรวจจสอบในโอกาสต่างๆ ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จะไม่มีปัญหา แต่อุปสรรคคือ ลักษณะของ กศน.4 เหมาะที่จะใช้กับกระดาษที่ยาวกว่า A4 ถ้าทำออนไลน์ เวลาปริ๊นท์ลงกระดาษที่ยาวกว่า A4 ก็จะหากระดาษและเครื่องปริ๊นท์ยาก ถ้าจะบีบและปรับฟอร์มให้พิมพ์ลงกระดาษ A4 จนได้ ตัวหนังสือก็อาจจะลีบจนอ่านยากหรือไม่
             ถ้าทำออนไลน์แล้วปริ๊นท์ลงกระดาษได้ ก็ได้

             ถ้าถามว่าทำออนไลน์แล้วทำไมยังต้องล้าสมัยปริ๊นลงกระดาษให้สิ้นเปลืองโลกร้อนอีก ผู้บริหารหรือครูอยากตรวจทานก็ดูออนไลน์ได้  แต่บุคลากรเราจำนวนไม่น้อยทั้งครูและผู้บริหารยังไม่ชำนาญออนไลน์ และระบบการใช้ลายเซ็นดิจิทัลก็ยังมีช่องโหว่ เช่น ไม่มีการตรวจสอบรับรองจริง หรือมีการทุจจริตแก้ไขเปลี่ยนข้อมูลตัวเลขภายหลังการลงนามรับรอง (การแก้เปลี่ยนตัวเลขในคอมฯจะไม่มีร่องรอยให้เห็นว่าเคยมีการแก้ไข) ในหลายโอกาสระบบออนไลน์ก็แฮ้งค์ใช้งานไม่ได้เป็นระยะๆ แม้จะสำรองข้อมูลไว้เป็นระยะๆ แต่เมื่อผ่านไป 8-9 ปี บางครั้งระบบโปรแกรมและระบบคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนเวอร์ชั่นจนเข้าดูระบบเก่าได้ไม่ทุกคน

         5. วันหยุดชดเชย 24 ต.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เงินเดือน 15,000 ตำแหน่งลูกจ้าง จ้างเหมาบริการ ให้มาทำวันจันทร์ถึงศุกร์ แล้วลาป่วย 1-7 ก.ย. 2565 (3,4 ก.ย. คือวันเสาร์ ถือเป็นวันลามั้ย)

             ผมตอบว่า   ผู้รับจ้างเหมาบริการไม่ถือเป็นลูกจ้าง แม้แต่ลูกจ้างชั่วคราวก็ไม่ใช่ ( เรื่องนี้แม้แต่ผู้บริหารหลายท่านก็เข้าใจผิด ) ตามสัญญาจ้างจะไม่ใช้คำว่า นายจ้าง-ลูกจ้าง แต่ใช้คำว่า ผู้จ้าง-ผู้รับจ้าง จึงใช้ระเบียบของลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้ (คือไม่ใช้ระเบียบการลา) แต่ให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง
             โดยถ้าไม่สามารถมาทำงานในวันที่หน่วยงานกำหนดให้เป็นวันทำงาน ก็ให้เป็นตามสัญญาจ้างข้อ 6 ข้อ 7 และผนวก 3 หน้า 2 เรื่อง "การปรับ" ( ดูข้อ 6 ก่อน )
             ดูตัวอย่างสัญญาจ้างเหมาบริการ กศน. ได้ที่ http://bit.ly/2OisLuo
             ทั้งนี้ วันเสาร์(ที่ถาม) ไม่ใช่วันที่หน่วยงานนี้กำหนดให้เป็นวันทำงาน ปกติก็ไม่นับรวมเป็นวันที่ไม่มาทำงาน แต่กรณีเป็นการหยุดงาน “คร่อมวันหยุด” คือหยุดงานตั้งแต่วันพฤหัสฯถึงวันพุธ คร่อมวันเสาร์อาทิตย์ นี้ ผมไม่แน่ใจนะ อาจจะนับรวมวันหยุดระหว่างนั้นด้วย
             เงินหักรายวันนั้นเขาคำนวนโดยเอา 30 หาร 15,000 ได้วันละ 500 ใช่หรือเปล่า ถ้าหาร 30 หักวันละ 500 บาท แสดงว่าหารทุกวันนำวันหยุดมารวมหารด้วย ก็คงนับวันหยุดที่คร่อมเป็นวันขาดงานด้วย




         6. วันที่ 7 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  มีระเบียบหรือไม่ว่า.พนักงานราชการ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล จะต้องปฏิบัติงานในตำแหน่งกี่ปี จึงจะมีสิทธิ์ขอย้ายพื้นที่ได้ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด
             โดยย้ายไปลง เลขตำแหน่งของ กศน.ตำบล ที่ว่าง
             และต้องแจ้ง สำนักงาน กศน.ส่วนกลาง ภายในกี่วัน

             ผมตอบว่า
             การย้าย ( เปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน ) หลักเกณฑ์ของส่วนกลางไม่ได้กำหนดเรื่องอายุงาน คืออายุงานเท่าไรก็ย้ายได้ กำหนดแต่ให้มีอัตราว่างตำแหน่งเดียวกันรับย้าย แม้จะเพิ่งบรรจุก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของจังหวัดว่าจะให้ย้ายหรือไม่ ซึ่งบางจังหวัดก็กำหนดอายุงานเอง
             ถ้าย้ายภายในจังหวัด โดยไม่ได้ย้ายเลขที่อัตรา ( ทิ้งเลขที่อัตราเดิมของตนไว้ที่ตำบล-อำเภอเดิม แล้วไปลงในเลขที่อัตราของตำบล-อำเภออื่นที่ชื่อตำแหน่งเดียวกันนะ ) ไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง แค่บันทึกลงระบบออนไลน์โดยเร็ว
             แต่ถ้าจะย้ายเลขที่อัตรา หรือเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเช่นเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการที่ว่างลง ต้องแจ้งให้ส่วนกลางดำเนินการ

         7. วันเดียวกัน ( 7 พ.ย.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การออกเลขที่ใบประกาศนียบัตรของผู้จบการศึกษาในแต่ละระดับ ใช้รหัสนักศึกษาใช่หรือไม่คะ

             ผมตอบว่า   ไม่ใช่
             การออกเลขที่ประกาศนียบัตร ถ้าเป็นหลักสูตร กศน.2530-2531 ให้ออกเลขที่ด้วยรหัสประจำตัวนักศึกษา แต่ถ้าเป็นหลักสูตร กศน.2551 ให้ออกเป็นลำดับเลขที่ 1 2 3
             ( ดูในคู่มือการดำเนินงานฯ ถ้าเล่มปกสีเลือดหมู ดูหน้า 179 ข้อ 4.8 ระบุว่า "เลขที่ประกาศนียบัตร ... ... ให้ระบุเลข 1 ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการอนุมัติการสอบ
             และหน้า 171 เป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ข้อ 2.4.1 ระบุว่า เขียนหรือพิมพ์เฉพาะเลขลำดับ ไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ)
             การออกเลขที่ประกาศนียบัตรในโปรแกรม ITw คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า ให้คีย์เลขที่ประกาศนียบัตรในเมนู 1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

1.ป้ายชื่อต้องระบุตำแหน่งไหม, 2.การทำลายข้อสอบ, 3.ระเบียบที่ว่า กลุ่มสนใจ-วิชาชีพ ให้สอนไม่เกินวันละ 3, 5 ชม. ยกเลิกหรือยัง, 4.จ้างพิมพ์หนังสือเรียนจำนวนน้อย ราคาสูงกว่าราคาอ้างอิงได้หรือเปล่า, 5.ไม่เคยอบรมลูกเสือแต่ต้องสอนลูกเสือ แต่งเครื่องแบบยังไง, 6.ทำไมเงิน ชพค.สมัยก่อนจ่ายน้อยกว่า แต่ตายได้มากกว่าสมัยนี้, 7.จนท.จังหวัดบอกว่า การจัดกลุ่มสนใจและชั้นเรียน ต้องเขียนโครงการด้วยทุกครั้ง. (ถูกต้องหรือไม่?)

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนูพึ่งสอบพนักงานราชการครูกศน.ตำบลได้ ขอรบกวนสอบถามการแต่งกายชุดกากีที่ถูกระเบียบหน่อยนะคะ
             ป้ายชื่อต้องระบุตำแหน่งไหมคะ

             ผมตอบว่า   ตามประกาศฯข้อ 2.8 ป้ายชื่อให้ระบุชื่อและตำแหน่ง ฉะนั้น ที่ถูกต้อง ต้องระบุตำแหน่งด้วย
             ( แต่บางคนเขาอาจจะยังไม่พอใจตำแหน่งปัจจุบันของตัวเอง จึงอาจไม่ระบุตำแหน่ง และยังบอกคนอื่นว่าไม่ต้องระบุตำแหน่งก็ได้ )
             ดูประกาศฯได้ที่ https://bit.ly/35xPQi3

         2. คืนวันที่ 13 ม.ค.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การทำลายข้อสอบปลายภาค และ n-net เราต้องดำเนินการยังไง

             ผมตอบว่า
             1)  การทำลายข้อสอบ N-NET
                  ในคู่มือการจัดสอบ N-NET ของ สทศ.ฉบับปีการศึกษา 2563 ระบุว่า
                  “3.6  เมื่อเสร็จสิ้นกำรสอบ หัวหน้าสนามสอบต้องรวบรวมกล่องบรรจุซองกระดาษคำตอบกับกล่องบรรจุแบบทดสอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบ ส่งมอบให้กับตัวแทนศูนย์สอบ(ผอ.กศน.อำเภอ) เพื่อนำส่งศูนย์สอบ(กศน.จังหวัด)ทันที
                   4.3  แบบทดสอบ ให้ศูนย์สอบ(กศน.จังหวัด)ดำเนินการทำลายภายใน 30 วัน หลังประกาศผลสอบ แล้วรายงานผลการทาลายแบบทดสอบให้ สทศ. ทราบ ตามแบบ N-NET 12”

                  การทำลายข้อสอบ ให้ดำเนินการตามระเบียบสารบรรณ ส่วนถ้ามีค่าใช้จ่ายในการจ้างทำลายให้จ้างตามระเบียบพัสดุ ( แต่การทำลายในปัจจุบัน จะมีรายได้ ไม่ใช่มีค่าใช้จ่าย ) เช่นเดียวกับการทำลายข้อสอบปลายภาคที่ตอบในข้อ 2)

             2)  การทำลายข้อสอบปลายภาค
                  ทั้งกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบ ทั้งข้อสอบที่มาจากส่วนกลางและข้อสอบวิชาเลือกเสรีของจังหวัดเอง ใช้ระเบียบการทำลายหนังสือ ตามระเบียบสารบรรณ
                  ซึ่งตามระเบียบสารบรรณกำหนดเรื่องการทำลายหนังสือให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรม แต่ของ กศน.ระดับอธิบดีกรมคือปลัดกระทรวง และปลัดกระทรวง ศธ.มอบอำนาจเรื่องนี้ให้ ผอ.กศน.จังหวัด ตามคำสั่งมอบอำนาจที่ 531/51 ข้อ 7 ซึ่ง ผอ.กศน.จังหวัดจะมอบอำนาจต่อช่วงอีกไม่ได้ ต้องออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการเอง โดยถ้าจะทำลายหนังสือหรือข้อสอบที่อยู่ที่อำเภอ จังหวัดอาจแต่งตั้งบุคลากรของอำเภอเป็นคณะกรรมการ
                  อนึ่งเรื่องการทำลายข้อสอบนี้ ในคู่มือของกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ(ชื่อเดิม) ระบุว่าทำลายตามระเบียบพัสดุ ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพื่อความแน่ใจ วันที่ 2 ต.ค.61 ผมถามอดีตหัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. ( เกษียณแล้ว ) ว่า
                  การทำลายข้อสอบปลายภาค ที่สอบเสร็จแล้ว ( กระดาษคำถาม และ กระดาษคำตอบ ) ทำลายตามระเบียบสารบรรณ หรือ ระเบียบพัสดุ
                  ท่านตอบว่า  ทำลายตามระเบียบสารบรรณ ( แต่ในส่วนของ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเช่นค่าจ้างทำลาย ให้จ้างตามระเบียบพัสดุ )

                  ในทางปฏิบัติ เคยมีหนังสือแจ้งเมื่อปี 2551 เรื่องการทำลายข้อสอบ ( ชุดคำถาม ) ให้จังหวัดเป็นผู้ทำลาย เมื่อสอบเสร็จต้องขนส่งไปจังหวัด ไม่ได้อยู่ที่อำเภอ โดยอาจทำลายด้วยการเผา หรือให้เอกชนทำการย่อยเป็นเส้น ๆ ให้ไม่สามารถอ่านได้ เมื่อย่อยแล้วก็ ให้ หรือ ขาย เอกชนไป ( แทนที่จะมีค่าใช้จ่าย กลับมีรายได้ถ้าใช้วิธีทำให้ไม่สามารถอ่านได้แล้วขาย ซึ่งปัจจุบันมักใช้วิธีนี้ เอกชนมีเครื่องมือทำลายต่อหน้ากรรมการ ส่วนการเผากระดาษจำนวนมากนั้นไม่ง่ายและการเผาจะเกิดควันเป็นมลภาวะซึ่งอาจผิดกฎหมาย )
             ส่วนกระดาษคำตอบ ก็เป็นอำนาจของจังหวัดเหมือนกัน เพียงแต่เอกสารถ้าอยู่ที่อำเภอ จังหวัดมักจะออกคำสั่งแต่งตั้งคนอำเภอเป็นกรรมการทำลายอยู่ที่อำเภอ
             ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ( ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2560 กำหนดว่า “คณะกรรมการทำลายหนังสือประกอบด้วยประธานและกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน โดย ปกติ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการ”
             ถ้า กศน.อำเภอมีข้าราชการไม่ครบ 3 คน อาจให้ข้าราชการอำเภออื่นร่วมเป็นกรรมการ หรืออาจอนุโลมให้เป็นข้าราชการเฉพาะประธาน ส่วนกรรมการอาจเป็นลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ

         3. วันที่ 17 ก.พ.63 มี ผอ.กศน.อ. โทร.ถามผมเรื่อง  ระเบียบที่ว่า กลุ่มสนใจ-วิชาชีพ ให้สอนไม่เกินวันละ 3, 5 ชม. ยกเลิกหรือยัง

             ผมตอบว่า   ระเบียบหลักเกณฑ์ที่ว่า “ให้สอนกลุ่มสนใจวันละไม่เกิน 3 ชั่วโมง, วิชาชีพวันละ 3 ชั่วโมง ถ้าเกินต้องขออนุมัติ แต่ต้องไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง และไม่เกินสัปดาห์ละ 30 ชั่วโมง” นั้น เป็นระเบียบสมัยเก่า ถูกยกเลิกไปแล้ว ยกเลิกโดย ระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น พ.ศ. 2549 ประกาศ ณ วันที่ 27 มี.ค.49 ( ข้อแรก ๆ ของระเบียบปี 49 นี้ ระบุว่าให้ยกเลิกระเบียบสมัยเก่าดังกล่าว ) ซึ่งระเบียบปี 49 ไม่กำหนดจำกัดจำนวนชั่วโมงต่อวันแล้ว
             และปัจจุบัน ระเบียบ สป.ศธ.ว่าด้วยการจัด กศน.หลักสูตรระยะสั้น 2549 นี้ ก็ถูกยกเลิกไปอีกแล้ว ยกเลิกโดย ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554
             ปัจจุบันให้ยึดระเบียบปี 54 นี้เท่านั้น ซึ่งไม่ได้กำหนดจำกัดจำนวนชั่วโมงต่อวัน จึงอยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารระดับจังหวัด/อำเภอสามารถกำหนดอย่างไรหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้บริหารเห็นว่าเนื้อหาวิชาและวัยผู้เรียนนั้น เรียน 6 ชั่วโมงไม่มาก ก็ 6 ชั่วโมงได้ ไม่มีระเบียบห้ามแล้ว  ถ้าผู้บริหารเห็นว่า เนื้อหาวิชานั้นหนักมาก ผู้เรียนเป็นผู้สูงอายุ ไม่ควรเรียนเกินวันละ 3 ชั่วโมง ก็กำหนดให้เรียนวันละ 3 ชั่วโมงก็ได้  ซึ่งถ้าให้เรียนเกินวันละ 5 ชั่วโมง ก็ย่อมเบิกจ่ายค่าสอนเกินวันละ 5 ชั่วโมงได้
             ทั้งนี้ มีเล่ม “แนวทางการดำเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561)” อยู่ที่  https://www.dropbox.com/s/pk5gscjnx5delb0/manualEdContineu61.pdf?dl=1  และมีไฟล์แบบฟอร์มต่างๆที่ใช้ในการจัด กศ.ต่อเนื่อง อยู่ที่  https://bit.ly/2DghZQ5  
             อนึ่ง ในแนวทางเล่มนี้ กำหนดให้มีการจัดกลุ่มสนใจ ประเภทจัดตามภารกิจ เช่น อำเภอ/จังหวัดเคลื่อนที่/ร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานอื่น ผู้สนใจมาสมัครเรียน ณ สถานที่จัดกิจกรรม หลักสูตรไม่เกิน 5 ชั่วโมง  ซึ่งประเภทนี้ ถ้าจัดวันละไม่เกิน 3 ชม. ก็ต้องจัด 2 วัน ไม่สอดคล้องกับลักษณะภารกิจอำเภอ/จังหวัดเคลื่อนที่ ซึ่งเคลื่อนที่ไปเพียงวันเดียว และผู้มาร่วมกิจกรรมแต่ละคนมักจะมางานวันเดียว  นั่นคือ ระเบียบปัจจุบัน ไม่ได้ห้ามสอนกลุ่มสนใจเกินวันละ 3 ชั่วโมง

         4. เช้าวันที่ 4 ก.พ.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในการสั่งจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนรายวิชาเลือกบังคับ เราสามารถสั่งจ้างพิมพ์ในราคาที่สูงกว่า ราคาอ้างอิงหรือราคากลางที่สำนักฯ กำหนดได้หรือเปล่า. เพราะเราสั่งพิมพ์จำนวนน้อย
             ยกตัวอย่างว่า ถ้าเราสั่งจ้างพิมพ์ จำนวน 500 เล่ม ราคาเล่มละ 100 บาท ไม่เกินราคาอ้างอิงหรือราคากลาง  แต่ถ้าเราสั่งจ้างพิมพ์ จำนวนน้อย คือ 150 เล่ม ราคาเล่มละ 120 บาท จะเกินราคาอ้างอิงหรือราคากลาง ที่สำนักฯ กำหนดทันที  เราจะดำเนินการสั่งจ้างพิมพ์ได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง.. เพราะจะต้องสั่งจ้างพิมพ์ ในราคาที่เกินราคาอ้างอิงหรือราคากลางที่สำนักฯ กำหนดไว้

             ผมตอบว่า
             1)  ตามหลักการแล้ว สำนักงาน กศน.ให้กำหนดราคากลางตามสเป็ค( รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ) โดย "ไม่เกิน" ราคาอ้างอิงของสำนักงาน กศน.ส่วนกลาง
             2)  การกำหนดราคาอ้างอิงนั้น จะพิจารณาจำนวนเล่มที่จ้างพิมพ์ด้วยอยู่แล้ว เช่นราคาอ้างอิงปี งปม.61 หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยระดับประถม
                  - ถ้าจ้างพิมพ์ 500 เล่ม ๆ ละ 103.55 บาท
                  - ถ้าจ้างพิมพ์ 600 เล่ม ๆ ละ 90.45 บาท
                  ...
                  - ถ้าจ้างพิมพ์ 3,000 เล่มๆละ 41.32 บาท

                  โดยจ้างพิมพ์ถูกกว่าราคาอ้างอิงได้ แต่ไม่ให้แพงกว่า  เช่น
                  - ถ้าจ้างพิมพ์ไม่เกิน 500 เล่ม ( 1-500 เล่ม ) เล่มละ 103.55 บาท
                  - ถ้าจ้างพิมพ์เกิน 500 แต่ไม่เกิน 600 เล่ม ( 501-600 เล่ม ) เล่มละ 90.45 บาท
             ทั้งนี้ ในการกำหนดราคาอ้างอิง ถ้าเห็นว่า การจ้างพิมพ์ต่ำกว่า 500 เล่ม เช่น 150 เล่ม ควรจะราคาแพงกว่าการจ้างพิมพ์ 500 เล่ม ก็จะกำหนดราคาอ้างอิงสำหรับการจ้างพิมพ์ 150 เล่มไว้อีกราคาหนึ่ง ถ้าไม่กำหนดไว้ก็หมายถึง 1-500 เล่ม ใช้ราคาของ 500 เล่ม

 

             5. วันเสาร์ที่ 3 ก.พ.64 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ไม่เคยอบรมทางด้านลูกเสือเลย แต่ต้องลงสอนลูกเสือ ต้องแต่งเครื่องแบบยังไงคะ

             ผมตอบว่า   แต่งเครื่องแบบลูกเสือแบบที่นักเรียนแต่งชุดลูกเสือนั่นแหละ คือชุดลูกเสือสีกากีใส่ผ้าผูกคอสีประจำจังหวัด ใส่วอคเกิ้ลหน้าเสือธรรมดา
             แต่ถ้าจะสอนเพียงบางเนื้อหาที่เรามีความรู้ในเนื้อหานั้น สอนได้โดยไม่ต้องแต่งเครื่องแบบลูกเสือ  แม้แต่ พระสงฆ์ หมอ ชาวไร่ชาวนา รวมทั้งนักเรียนรุ่นพี่ ก็สอนลูกเสือได้โดยไม่ต้องแต่งเครื่องแบบลูกเสือ


 

         6. คืนวันที่ 22 ก.พ.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เงินชพค.ที่จะได้รับประโยชน์เมื่อปี2555 ทำไมยอดเงินล้านกว่าจ่ายแค่สี่ร้อยกว่าบาทแต่สมัยนี้ยอดที่ได้รับแค่เก้าแสนกว่าบาท และจ่ายเเพงกว่า ไม่คงที่

             ผมตอบว่า
             - จำนวนเงินที่สมาชิกจ่ายแต่ละเดือน เป็นไปตาม "จำนวนสมาชิกที่เสียชีวิต"ในแต่ละเดือน รายละ 1 บาท เช่นเดือนใดมีสมาชิกเสียชวิต 500 ราย สมาชิกที่ยังมีชีวิตก็จ่าย 500 บาท
             - จำนวนเงินที่ทายาทผู้เสียชีวิตจะได้รับ เป็นไปตาม "จำนวนสมาชิกที่ยังมีชีวิต"ในเดือนนั้น รายละ 0.96 บาท ( สมาชิกจ่ายรายละ 1 บาท หักไว้เป็นค่าบริหารจัดการเช่นค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ชพค.จังหวัด 0.04 บาท อัตราหักไว้ 4% นี้เป็นอัตราต่ำสุดที่กฎหมายกำหนด ถ้าเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ระดับตำบลจะหักไว้เป็นค่าจ้างเจ้าหน้าที่ได้มากถึง 9% )
                เช่น เดือนใดมีจำนวนสมาชิกที่ยังมีชีวิต 1 ล้านคน ทายาทก็จะได้เงิน 960,000 บาท
             - ปัจจุบัน จำนวนสมาชิกลดลงเรื่อยๆ เพราะ สมาชิกเข้าใหม่แต่ละเดือน น้อยกว่าสมาชิกเก่าที่เสียชีวิตในแต่ละเดือน เนื่องจาก ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเก่า สมัครเป็นสมาชิกไปเกือบหมดแล้ว จะมีผู้สมัครใหม่ในแต่ละเดือนก็ต่อเมื่อมีการสอบบรรจุเข้ามาใหม่ ซึ่งยุคหลังรัฐคุมกำเนิดข้าราชการ อัตรามีจำกัด บรรจุใหม่แต่ละปีน้อย ต่างจากสมัยก่อนที่จำนวนสมาชิกมากและอายุยังไม่มากยังไม่ค่อยเสียชีวิต แต่ปัจจุบันจำนวนสมาชิกเก่าที่มีมากนั้นทยอยกันชราและเสียชีวิตในแต่ละเดือนมาก บางเดือนเสียชีวิตถึง 700 ราย
             - ยิ่งมีสมาชิกเสียชีวิตมาก สมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จ่ายเงินมาก แต่ยิ่งมีจำนวนสมาชิกน้อยลง ทายาทของสมาชิกที่เสียชีวิตก็ยิ่งได้เงินน้อยลง ด้วยเหตุนี้จึงมีการพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิก เช่น ให้ผู้ที่อายุเกินเกณฑ์สมัครเป็นสมาชิกได้ เป็นต้น
             ( สกสค.ประกาศจำนวนสมาชิกเข้าออกคงเหลือ และชื่อ-สกุล-จังหวัดที่เสียชีวิต ทุกเดือน ทุกคนตรวจสอบทางออนไลน์ก็ได้ )

             7. วันเสาร์ที่ 10 เม.ย.64 มีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก กลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการจัดการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่
             ตามคู่มือแนวทางการดำเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) ได้กล่าวถึงขั้นตอนในการดำเนินงาน การศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ และ ชั้นเรียนวิชาชีพ ดังนี้
             1)การศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจ หลักสูตรระยะสั้นไม่เกิน 30 ชั่วโมง  มีผังการดำเนินงานในคู่มือหน้าที่ 7 โดยมีขั้นตอนดังนี้
                -ประชาสัมพันธ์
                -ผู้เรียนรวมกลุ่ม
                -จัดหาหรือจัดทำหลักสูตร และจัดหาวิทยากร
                -ขออนุญาตจัด/แต่งตั้งวิทยากร และจัดหาวัสดุ
                -แจ้งการจัดกิจกรรมต่อสำนักงาน กศน.จังหวัด
                -จัดการเรียนรู้และประเมินผล
                -จัดทำหลักฐานการจบหลักสูตร
                -เบิกค่าใช้จ่ายและรายงานผลการดำเนินงาน
                ครูจะต้องจัดทำเอกสารในการขอจัดการศึกษาต่อเนื่องกลุ่มสนใจ ตามแบบ กศ.ตน.ที่ระบุในคู่มือหน้า 9-12
             2)การศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ หลักสูตร 31 ชั่วโมงขึ้นไป  มีผังการดำเนินงานในคู่มือหน้าที่ 23 โดยมีขั้นตอนดังนี้
                -การสำรวจความต้องการ/ประชาสัมพันธ์/รับสมัครผู้เรียน
                -วิทยากร/การจัดหาหรือจัดทำหลักสูตร
                -แต่งตั้งวิทยากร/ขอจัดตั้งกลุ่ม/จัดหาวัสดุ
                -จัดการเรียนรู้และวัดผลประเมินผล
                -การจบหลักสูตรและการออกหลักฐาน
                -การรายงานผลการดำเนินงาน
                -เบิกค่าใช้จ่าย
                -ติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
                ครูจะต้องจัดทำเอกสารในการขอจัดการศึกษาต่อเนื่องชั้นเรียนวิชาชีพ ตามแบบ กศ.ตน.ที่ระบุในคู่มือหน้า 24-27
             ดังนั้นการดำเนินการจัดการศึกษาต่อเนื่องทั้ง 2 กิจกรรม ไม่ต้องเขียนโครงการผมเข้าใจถูกต้องใช่หรือไม่   เพียงแต่ระบุว่าให้จัดทำแบบขอจัดตั้งกลุ่ม ตามแบบ กศ.ตน ที่ระบุ
             การจัดทำโครงการนั้นจะปรากฏในการดำเนินงานการฝึกอบรมประชาชน ซึ่งใช้กับการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งต้องเขียนโครงการตามผังขั้นตอนการอบรมประชาชนในคู่มือหน้า 33 โดยใช้แบบ กศ.ตน 23(1) และ กศ.ตน. 23(2)
             จึงเป็นข้อสงสัยว่าการขอจัดกลุ่มการศึกษาต่อเนื่องรูปแบบกลุ่มสนใจ และ ชั้นเรียนวิชาชีพ จะต้องเขียนโครงการด้วยหรือไม่เพราะเจ้าหน้าที่จังหวัดบอกว่าต้องเขียนโครงการด้วยทุกครั้งเช่น ถ้าเปิดหลักสูตรสานตะกร้าพลาสติก 10 ชั่วโมง ต้องมีโครงการสานตะกร้าพลาสติกมาแนบด้วย  เป็นต้น   ขออนุญาตเรียนถามความคิดเห็นจากผู้รู้หรือผู้ปฎิบัติในจังหวัดอื่น ๆ ช่วยแสดงความคิดเห็นและแนะนำด้วย

             ผมตอบว่า   ใช่ครับ ผมเคยโพสต์ในข้อ 5.4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/03/moenet.html  เรื่องการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ว่า ทุกประเภทต้องมีหลักสูตร แบ่งรูปแบบการจัดได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ
             1)  รูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน ( ไม่ต้องทำโครงการ ) ผู้เรียนต้องลงทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน.
             2)  รูปแบบอบรมประชาชน ( ต้องทำโครงการ ) เป็นหลักสูตรที่ใช้กระบวนการฝึกอบรมให้กับประชาชน ไม่ต้องลงทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน.

 

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

1.ชื่อภาษาอังกฤษของวิชาเลือก, 2.หาระเบียบที่ว่า อายุวิชา 5 ปี, 3.ผู้มีชื่อได้รับแต่งตั้งตามคำสั่ง ต้องรับผิดชอบ, 4.คู่มือ-โปรแกรมเครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชน, 5.ระเบียบออกฉบับใหม่ การพานักศึกษาไปนอกสถานศึกษา, 6.จบ ม.ปลาย แต่ยังไม่จบ ม.ต้น, 7.ใครเป็นกรรมการ/ส่งมอบ/รับมอบ ในใบตรวจรับการจ้างเหมาบริการ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 24 ต.ค.62 มีการถาม-ตอบ เรื่องชื่อภาษาอังกฤษของวิชาเลือกเสรี ในไลน์กลุ่ม ITw NFE

             ตามภาพประกอบนี้






         2. วันที่ 24 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอสอบถามเรื่องอายุวิชาค่ะ หนูอ่านบทความของอาจารย์แล้วเข้าใจว่าวิชาที่มีผลการเรียนแล้ว มีอายุ 5 ปี แต่หนูหาระเบียบที่จะมายืนยันให้กับครููเกี่ยวกับอายุวิชาไม่เจอค่ะ

             ผมตอบว่า   ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ 4 หรือ 5 ครั้งแล้ว เรื่องนี้อยู่ในคู่มือการดำเนินงานทุกเล่ม คู่มือฯหลักสูตร 2544 ก็มี ถ้าเป็นคู่มือฯหลักสูตร 2551 ปกสีเหลือง จะอยู่ในหน้า 68 ข้อ 2.4

แต่ถ้าเป็นคู่มือการดำเนินงานฯ หลักสูตร 2551 ฉบับปรับปรุง 2555 ปกสีเลือดหมู จะอยู่ในหน้า 69 แต่เป็นข้อ 2.4 ย่อหน้าที่สองเหมือนกัน
             ( คู่มือการดำเนินงานฯเหล่านี้ เป็นเอกสารแนบประกาศ สป.ศธ. ทั้งเล่ม จึงเป็นระเบียบหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ )

         3. คืนวันเสาร์ที่ 26 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กรณี ผอ.มีคำสั่งให้รับผิดชอบเป็นหัวหน้าการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีจ้างเหมาบริการเป็นผู้ช่วยงาน ซึ่งในส่วนงานการศึกษาขั้นพื้นฐานมีงานย่อยแยกออกมาอีกมากมาย ในฐานะที่เราเป็นหัวหน้าสายงาน สามาถบันทึกเสนอ ผอ.ให้ผู้ช่วยงานปฏิบัติหน้าที่งานแทนในหน้าที่นั้นๆโดยตรงโดยไม่ต้องมีเราเข้าไปจัดการ เช่น งานวัดผล งานเทียบโอน อะไรแบบนี้ได้ป่าว ซึ่งในคำสั่งมีหัวหน้างานและผู้ช่วยเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าเราในฐานะหัวหน้างานจะบันทึกเสนอไปว่าให้ผู้ช่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรงไปเลย แบบนี้ได้ป่าว

             ผมตอบว่า   ถ้าในคำสั่งกำหนดให้ใครรับผิดชอบเป็นหัวหน้างาน หัวหน้างานก็สามารถแบ่งงานย่อยให้ผู้ช่วยทำได้เลย แต่หัวหน้างานก็ยังต้องรับผิดชอบ แม้จะไม่ได้ทำเองก็ยังต้องลงนามรับรอง/รับผิดชอบอยู่ดี ไม่ว่าจะบันทึกเสนอ ผอ.อย่างไรก็ตาม
             ( เว้นแต่ ผอ.จะออกคำสั่งใหม่ ให้งานย่อยนั้นแยกออกเป็นงานที่มีหัวหน้างานโดยตรง ไม่เป็นงานย่อยของหัวหน้าสายงาน กศ.ขั้นพื้นฐาน )
             ลักษณะเดียวกับการแต่งตั้งนายทะเบียน บางอำเภอนายทะเบียนไม่ได้ทำเองแต่มีผู้ช่วยทำให้ บางอำเภอให้ครูทุกตำบลทำงานทะเบียนของ นศ.แต่ละตำบล แต่นายทะเบียนก็ต้องรับผิดชอบตรวจสอบ+วางระบบควบคุมตรวจสอบให้รัดกุมไม่ให้ผิดพลาด เอกสารหลักฐานทางทะเบียนต่าง ๆ ต้องเก็บรักษาที่ กศน.อำเภอ เพราะ กศน.ตำบลยังไม่ได้เป็นหน่วยเอกเทศ ผู้ที่ลงนามในฐานะนายทะเบียนและต้องรับผิดชอบก็ยังเป็นนายทะเบียน แม้จะไม่ได้ทำเองก็ตาม

         4. เย็นวันที่ 31 ต.ค.62 มีผู้เขียนในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ขอโปรแกรม อ่านบัตรปชช.ของระบบ itw ด้วยค่ะ

             เรื่องนี้  คุณ ด้า ส่งไฟล์ให้ ดังนี้
             - คู่มือการติดตั้ง Driver เครื่องอ่านบัตร SmartCard =  http://bit.ly/2oyLndh
             - driver เครื่องอ่านบัตร feitian 2562 =  http://bit.ly/2JAnmKc

         5. ระเบียบออกฉบับใหม่เดือน ตค.62

              ( ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ.2562 )
             http://bit.ly/2JEKCH4

         6. เย็นวันที่ 6 พ.ย.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กรณีมีนักศึกษา 1 คน เรียนจบระดับม.ปลายของกศน.แล้ว ประมวลส่ง GPA/PR เรียบร้อย และผอ.กศน.อำเภอ อนุมัติการจบหลักสูตรแต่ปรากฏว่านักศึกษาคนนี้ยังไม่จบระดับ ม.3 เลย จะเอาสมัครเรียนม.ต้น ของกศน.ระบบไอที ก็บอกว่าจบระดับม.แล้ว จึงขอคำแนะนำ

             ผมตอบว่า   สรุปแล้วใช่ไหมว่า เขาจะสมัครเรียน ม.ต้นใหม่  แล้วจะถามว่าทำอย่างไรโปรแกรมจึงจะยอมให้ทำได้ ใช่ไหม
             ถ้าจะยกเลิกการเรียน ม.ปลาย ให้เข้าไปลบประวัตินักศึกษาในระดับ ม.ปลาย แล้วก็จะสามารถขึ้นทะเบียนเรียน ม.ต้นได้
             โดยเข้าไปที่เมนู 1-1-4 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-บันทึกประวัตินักศึกษา-ลบประวัตินักศึกษา )

         7. วันที่ 6 พ.ย.62 บุคลากร กศน.จ. ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตามแบบฟอร์มใบตรวจรับพัสดุ ในการตรวจรับงานจ้างเหมาบริการ มีช่องให้ กรรมการ ผู้ส่งมอบ ผู้รับมอบ ลงนามนั้น  1.ใครเป็นกรรมการ 2.ใครเป็นผู้ส่งมอบ 3.ใครเป็นผู้รับมอบ  เนื่องจากบุคลกรอยู่ในแต่ละอำเภอ

             ผมตอบว่า   แบบฟอร์มนี้ ( ตามภาพประกอบนี้ ) เป็นฟอร์มตรวจรับการจ้างแน่หรือ ลองเช็คดูอีกทีนะ
             ถ้าใช่
             1) กรรมการ คือ ผู้ที่ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด แต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับงานจ้าง แต่งตั้งบุคลากรของ กศน.อำเภอเป็นกรรมการอำเภอละ 1 ชุดก็ได้ โดยคำสั่งแต่งตั้งเป็นคำสั่งจังหวัด จำนวนกรรมการในแต่ละชุดให้เป็นไปตามระเบียบ
             2) ผู้ส่งมอบ คือ ประธานกรรมการตรวจรับงานจ้างในแต่ละชุด
             3) ผู้รับมอบ คือ จนท.พัสดุของจังหวัด