แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป.บัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป.บัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

1.สมัครเรียน ป.บัณฑิตไม่ได้, 2.ครูผู้ช่วยขอย้ายได้ไหม, 3.จบสาขาบัญชี ต้องการประกอบอาชีพครู, 4.สอบเทียบระดับ มิติความรู้ฯ เบิกค่าเครื่องดื่มได้ไหม, 5.กรณีนี้สอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน.กรณีพิเศษได้รึเปล่า, 6.ผู้รักษาการในตำแหน่ง ลงนามเรื่องใดไม่ได้, 7.เข้าสอบ N-Net ไม่ทัน


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. ช่วงพักเที่ยงวันที่ 31 ก.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  มีเรื่องอยากปรึกษาครับ เป็นครูผู้สอนคนพิการ กศน.อำเภอบ้านผือ อุดรธานี อยากได้ใบอนุญาตประกอบการสอนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีด เพื่อนำไปสมัครเรียน ป.บัณฑิต แต่ทางคุรุสภาแจ้งว่าไม่สามารถออกให้ได้ เพราะ กศน.ได้รับการยกเว้น

             ผมตอบว่า   ไปขอที่คุรุสภาส่วนกลางใช่ไหม ลองขอที่คุรุสภาจังหวัดหรือยัง คุรุสภาแต่ละจังหวัดอาจจะยังปฏิบัติไม่เหมือนกันก็ได้ เผื่อฟลุ้ค
             ถ้าทุกแห่งไม่ออกให้ ก็ต้องทำใจ ต่อไปนี้ครู กศน.หมดสิทธิสมัครเรียน ป.บัณฑิต ซึ่งจะไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปสมัครสอบเป็นข้าราชการครู
             ครู กศน.ที่ไม่จบปริญญาทางครู ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และยังไม่ได้เริ่มเรียน ป.บัณฑิต ต่อไปก็ต้องเลิกคิดที่จะสอบเป็นครูผู้ช่วยแล้ว ให้คิดเป็นครู กศน.ตลอดไป หรือมุ่งอาชีพอื่น ถ้าจะเป็นข้าราชการก็ต้องไม่ใช่ข้าราชการครู
             ( เขาไม่ได้เรียกว่าใบอนุญาตประกอบการสอนฯนะ )

             ผู้ถาม เขียนต่อ ว่า  แต่ทางราชภัฎอุดรธานีแจ้งว่า หากจะสมัครเรียน ต้องแนบระเบียบจากคุรุสภาว่า กศน.ไม่ต้องขอใบอนุญาตดังกล่าว แต่หาระเบียบตัวดังกล่าวไม่เจอเลย
             ผมตอบว่า  ราชภัฏอุดรธานีเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องขออนุญาตก็เลยเรียนได้โดยไม่ต้องมีหนังสืออนุญาต แต่ ไม่ต้องขออนุญาตคือไม่มีสิทธิสมัครเรียน มหาวิทยาลัยจะรับสมัครไม่ได้ ถ้ามหาวิทยาลัยให้เรียนจนจบแล้ว ระวังจะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาไม่ได้
             ระเบียบที่ต้องการนั้น ที่จริงเป็นหนังสือตอบของคุรุสภา ตามภาพประกอบนี้ ลองไปให้ ม.ราชภัฏดู แต่ควรจะให้เขาหารือคุรุสภาว่ากรณีนี้จะเรียน ป.บัณฑิตโดยไม่มีหนังสืออนุญาตได้ไหม ถ้าไม่หารือก่อนอาจเสียเวลาเรียนจนจบแล้วมีปัญหาไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาในภายหลัง
             ผลเป็นประการใด มาเล่าให้ผมฟังด้วยนะ จะได้เป็นข้อมูลตอบคนอื่น

             หลังจากที่ผมโพสต์คำถามคำตอบนี้ลงเฟซบุ๊กไปได้เพียงสิบกว่านาที ท่านณภัค ถิรกุลยศมาดี จากคุรุสภา เขามาเขียนต่อท้ายโพสต์ผมยาวเลย สรุปในประเด็นนี้ได้ว่า
             การขอ "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ" ไม่ว่าจะไปยื่นขอที่เจ้าหน้าที่คุรุสภาประจำจังหวัดใดก็ตาม มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะผู้อนุมัติคือส่วนกลาง ( ส่วนกลางไม่อนุมัติ )
             ส่วนกรณีเรียน ป.บัณฑิต ถ้าสถาบันดังกล่าวรับไว้เรียน ก็สามารถเรียนได้ แต่เป็นการเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง ได้วุฒิ ป.บัณฑิตฯ แต่ไม่สามารถสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา

             ผมถือโอกาสถามเพิ่มเติมว่า  ครู กศน.มีหลากหลายตำแหน่ง บางตำแหน่งก็สอน กศ.ขั้นพื้นฐาน ม.ต้น-ม.ปลาย เช่นตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล ตำแหน่งครูอาสาสมัคร กศน. ตำแหน่งครู ปวช.
             ตำแหน่งเหล่านี้จะขอ หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพฯโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้ไหม ( กศ.ขั้นพื้นฐานที่ กศน.จัดนี้ เป็นหลักสูตรของรัฐบาล และสถานศึกษา กศน.ก็ต้องผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ.)
             ท่านณภัค ตอบว่า  ไม่สามารถออกหนังสืออนุญาตให้ได้ เพราะ พ.ร.บ.สภาครูฯ ยกเว้นให้ไม่ต้องขอ







         2. วันที่ 2 ส.ค.62 มีผู้ถามบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊กผม ว่า  เรียนถามท่าน ผอ. ตามหนังสือ ศธ0210.118/4343 ลงวันที่ 31 กค 62 เรื่องการย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูฯ ขอเรียนถามว่า กรณีที่เราเป็นครูผู้ช่วย ที่เพิ่งบรรจุในวันที่ 1 ตุลาคม 61 ที่ผ่านมาแล้วนั้น สามารถเขียนขอย้ายไปในตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่ว่างอยู่ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ครูผู้ช่วยยังขอย้ายไม่ได้ ครูผู้ช่วยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในประกาศรับสมัครสอบบรรจุว่ากี่ปีจึงจะขอย้ายได้ เช่นถ้าในประกาศรับสมัครสอบบบรรจุกำหนดว่า 3 ปีจึงจะขอย้ายได้ แม้ปัจจุบันจะผ่านจากครูผู้ช่วยเป็นตำแหน่งครูแล้ว แต่ถ้ายังรวมไม่ครบ 3 ปีก็ยังขอย้ายไม่ได้
             ( อย่างน้อยที่สุดก็ต้องผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี )
             ผมไม่ได้เป็น ผอ.นะ
             ( ที่หนังสือดังกล่าวระบุว่า “ผู้มีความประสงค์ขอย้ายต้องอยู่ปฏิบัติงานในหน่วยงาน/สถานศึกษาปัจจุบันไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับถึงวันที่ 30 ก.ย.62” นั้น หมายถึงผู้ที่เคยย้ายแล้ว จะขอย้ายอีก ต้องรอให้ครบ 1 ปีก่อน )

         3. คืนวันที่ 6 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  สวัสดีคะ พอดีเรียนจบ ป.ตรี สาขาบัญชี ปัจจุบันทำงานบริษัทเอกชน แต่ต้องการประกอบอาชีพครู แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ต้องทำอย่างไรบ้างคะ

             ผมตอบว่า   ถ้าจะเป็นข้าราชการครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ถ้าต้องการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ปัจจุบันเหลือวิธีปกติ 2 วิธี
             1)  เรียนอีก ให้จบ “ปริญญาทางการศึกษา” ในสถาบัน/หลักสูตร ที่คุรุสภารับรอง
             2)  ไปหาสมัครเป็นครูผู้สอนอัตราจ้างในสถานศึกษา เช่นโรงเรียนประถม-มัธยม สพฐ. แล้วให้สถานศึกษานั้นขอ "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพ" จากคุรุสภา แล้วใช้หนังสือนี้+หลักฐานการจ้างเป็นครู สมัครเรียนให้จบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ในหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง

         4. วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค.62 มีผู้ถามในโอเพนแชท ( ไลน์สแควร์เดิม ) กลุ่ม กศน. ว่า  เราสามารถเบิกค่าน้ำคณะกรรมการสอบเทียบระดับได้มั้ยคะ.(ที่ผ่านมายังไม่เคยเบิกค่ะ) สอบประเมินมิติความรู้ความคิดค่ะ

             ผมตอบว่า   เบิกได้วันละไม่เกิน 30 บาท/คน ( ตามหลักเกณฑ์ในภาพประกอบนี้ )







             5. ดึกวันที่ 13 ส.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เป็นครู ศรช.มา 5 ปี จึงลาออก ลาออกได้ประมาณ 2 เดือน มีโทรศัพท์จาก กศน.จังหวัดให้มารับตำแหน่งครู กศน.ตำบล ปัจจุบันจึงทำงานในตำแหน่งครู กศน.ตำบล กรณีนี้ สามารถสอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน.กรณีพิเศษ ที่นับอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 3 ปีได้รึเปล่า

             ผมตอบว่า   ได้.. นับรวมกันได้แม้ไม่ต่อเนื่องกันก็ได้ แต่ไม่นับรวมช่วงที่ไม่ได้สังกัดและสอน กศน.
             ทั้งนี้ต้องดูประกาศรับสมัครแต่ละครั้งว่าต้องใช้หลักฐานและคำรับรองจาก ผอ.สถานศึกษา/หน่วยงานแต่ละแห่งอย่างไรบ้าง
             ครั้งที่ผ่านมา กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมของผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ว่า
             “ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา และ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนในสถานศึกษา สังกัด กศน. ซึ่งต้องได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย ( ขาดวันเดียวก็ไม่ได้ ) โดยมีตารางสอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การนับเวลาการสอนให้นับได้ตั้งแต่วันที่ได้รับวุฒิปริญญาตรี”

         6. เช้าวันที่ 20 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ใบวุฒิ กศ. รักษาการในตำแหน่ง ผอ.สามารถลงนามในใบวุฒิได้ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   มีบางคนบอกว่า ผู้รักษาการในตำแหน่ง ไม่สามารถลงนามในบางเรื่อง เช่น ลงนามในใบ รบ. เรื่องการเงิน เรื่องการบริหารบุคคล
             ที่จริงเป็นความเข้าใจผิด ที่ถูกคือ
             “ผู้รักษาการในตำแหน่ง มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น”
             เพียงแต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เร่งด่วน ผู้ดำรงตำแหน่งไม่อยู่เพียงไม่นาน ถ้ารอได้ ผู้รักษาการในตำแหน่งก็อาจจะรอให้ผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงกลับมาตรวจสอบและลงนามเอง หรือจะโทร.หารือผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงก่อนลงนาม ก็ได้
             การรอให้ผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริงมาลงนามในเรื่องสำคัญนี้เป็นเพียง "มารยาท" ไม่มีในระเบียบกฎหมาย

         7. คืนวันที่ 26 ส.ค.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ในบล็อกของผม ว่า  ท่าไม่ทันสอบN-Net สอบ E-Exam เทอมหน้า จะทันไม่ค่า

             ผมตอบว่า   ปกติถ้าส่งชื่อเข้าสอบ N-Net แล้วไม่เข้าสอบ ( เขามีค่าดำเนินการพิมพ์ข้อสอบส่งข้อสอบจัดคนคุมสอบสำหรับที่นั่งสอบเราให้แล้ว ยิ่งถ้าคนขาดสอบมีจำนวนมากรวมได้เป็นห้อง ๆ ก็เสียค่ากรรมการดำเนินการระดับต่าง ๆ มากขึ้น ) ก็ต้องติดต่อ กศน.อำเภอ/เขต เขียนคำร้องแจ้งเหตุผลที่ไม่ได้เข้าสอบและขออนุญาตสอบใหม่ตามกำหนด แล้ว กศน.อำเภอ/เขตต้องส่งเรื่องไปตามลำดับให้ส่วนกลางพิจารณาภายในเวลาที่กำหนด ว่าจะให้เข้าสอบอะไรเมื่อไร


วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

1.กิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพ เบิกค่าป้ายได้ไหม, 2.เรื่องการขอย้ายประจำปี, 3.ทำไมครู ศรช.ต้องจ่ายเองหมด, 4.ที่ให้ผู้บริหารอยู่ไม่เกิน 4-6 ปีนั้น หมายถึง ผอ.กศน.อ.ใช่ไหม, 5.ปัญหาการฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ กศน.ระหว่างเรียน ป.บัณฑิต, 6.ทัศนศึกษาศูนย์วิทย์ฯ เบิกค่าอะไรได้บ้าง, 7.เมื่อไหร่ครู กศน.ตำบลจะครบทุกตำบล



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันที่ 2 ส.ค.60 Manoch Keeratikittikanlaya ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  งบรายจ่ายอื่น กิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เบิกค่าป้ายไวนิลได้ไหม

             ผมตอบว่า   ค่าป้ายไวนิลอะไร เขียนว่าอย่างไร เป็นวัสดุฝึกหรือเปล่า ฝึกวิชาอาชีพการทำป้ายหรือเปล่า
             งบศูนย์ฝึกอาชีพ ( รายจ่ายอื่น ) ให้จัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน ไม่ให้จัดในรูปแบบฝึกอบรม ซึ่งการจัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน ผมเคยโพสต์ตอบแล้วว่าเบิกค่าป้ายไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นวัสดุฝึก เช่นฝึกวิชาอาชีพการทำป้ายไวนิล
             ดูคำตอบเดิม ๆ เช่นใน
             - ข้อ 1 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/07/1-15.html
             - ข้อ 5.4 (1) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/03/moenet.html

         2. วันที่ 31 ก.ค.60 มี ผอ.กศน.อ. ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  วาระย้ายสิงหา มี ผอ.อำเภอที่เราต้องการย้ายไป ท่านเกษียณ 30 กันยานี้ เราเขียนขอลงเลยได้ไหม

             เรื่องนี้  ผมคิดว่า ได้ เพราะคำสั่งย้ายคงไม่ออกก่อนวันที่ 1 ต.ค. และปกติการขอย้ายเราจะเขียนขอลงที่ไหนก็ได้ที่คิดว่าจะว่าง ที่รู้ว่าจะมีคนขอย้ายออก ก็ได้  เพียงแต่เมื่อถึงเวลาที่เขาพิจารณาการย้าย ถ้าตำแหน่งนั้นไม่ว่าง ตำแหน่งเดิมไม่ได้ออกจริง เราก็จะไม่ได้ย้ายไปลงที่ตำแหน่งนั้น
             แต่เพื่อความแน่ใจ ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับท่านผู้ทรงคุณวุฒิ และ รก.กจ.กศน. ท่านบอกว่า เขียนขอย้ายลงตำแหน่งที่คิดว่าจะว่าง จะเกษียณ ได้  ทั้งนี้ กจ.จะแจ้งเรื่องการขอย้ายประจำปีพร้อมตำแหน่งว่าง ( แต่ไม่แจ้งตำแหน่งที่จะเกษียณ ) มายังจังหวัด

             อนึ่งการประชุม อ.ก.ค.ศ.สป. ในวันที่ 4 ส.ค.60 ที่ประชุมให้ปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาย้าย ผอ. จาก 6 ข้อ เป็น 8 ข้อ

         3. คืนวันที่ 3 ส.ค.60 Aom Maylilinn ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  “ทำไม่ครู ศรช. ต้องออกค่าใช้จ่ายเองในการซื้ออุปกรณ์การสอน เช่น กระดานดำ เสาธง โต๊ะหนังสือ ตรงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายจากรัฐไห้ใช้ไม่ และไปโครงการต่างจังหวัดก็ต้องจ่ายเองหมด หนูสงสัย”

             ผมตอบว่า   ค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ถาม จ่ายจากเงินรัฐ ( เงินอุดหนุน เงินรายได้สถานศึกษา งบบริหาร ) ได้  รวมทั้งค่าไปโครงการต่างจังหวัด ( ค่าไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ) ผมก็เคยโพสต์แล้วว่า ผู้รับจ้างเหมาบริการสามารถเบิกได้ในกรณีใด
             แต่ถ้าเป็นค่าครุภัณฑ์ จะจ่ายได้เฉพาะเงินรายได้สถานศึกษากับเงินที่ได้รับการจัดสรรเจาะจงมาให้ซื้อครุภัณฑ์อะไรโดยเฉพาะ ซึ่งเกือบทุกแห่งไม่มีเงินนี้หรอก
             ทุกแห่งจะมีเงินอุดหนุนกับงบบริหาร ซึ่งหลายแห่งเขาก็จัดสรรให้ครู ศรช.เบิกจ่ายได้นะ ไม่ได้ให้ครูจ่ายเองหมด ลองคุยขอความอนุเคราะห์กับ ผอ.ดู อาจเบิกได้บางส่วน   แต่ถ้ามากไป เงินอุดหนุนไม่พอ ( ยิ่งถ้าครู ศรช.มาก นักศึกษาน้อย จะได้รับเงินอุดหนุนน้อย ส่วนงบบริหารนั้นไม่พอกันอยู่แล้ว ) อาจต้องหาวิธีขอความร่วมมือช่วยเหลือจากเครือข่าย ซึ่งถ้าเราเข้ากับชุมชนได้ดีอาจประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษา+ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในชุมชน เต็มใจช่วยสนับสนุนได้  แต่ต้องระวังไม่เรี่ยไรโดยที่บางคนไม่เต็มใจ ( การขอรับการสนับสนุนจากนักศึกษา+ประชาชน ต้องได้รับความเห็นชอบหรือดำเนินการโดย ผอ. อย่าทำโดยพลการ )  บางอย่างเราก็จ่ายเองบ้าง

         4. เย็นวันเสาร์ที่ 5 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตามหนังสือที่แจ้งว่า ให้ผู้บริหารอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 4 ปี ถ้าจำเป็นไม่เกิน 6 ปีนั้น หมายถึง ผอ.กศน.อำเภอ ใช่มั้ย  ถ้าใช่ ผอ.ที่ต้องย้ายเนื่องจาก ครบ 4-6 ปีแล้ว สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้มั้ย ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันทั่วประเทศ

             ผมตอบตามความเข้าใจตัวเองไปก่อน ( เพราะเพิ่งเห็นคำถามตอนกลางคืน ไม่กล้ารบกวนถามใครต่อ ) โดยตอบว่า
             1)  หมายถึงทั้ง ผอ./รอง ผอ.จังหวัด และ ผอ./รอง ผอ.สถานศึกษา ( รวม ผอ.กศน.อ.)

             2)  ถ้าไม่ได้ขอย้ายเอง ก็เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามหลักเกณฑ์

             ต่อมาวันจันทร์ที่ 7 ส.ค. ผมเรียนถามเรื่องนี้กับท่านสัจจา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้รับคำตอบตรงกับที่ผมตอบไปแล้ว
             ( ดูหนังสือชุดนี้ ได้ที่ 
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheinge4y.pdf )

         5. เช้าวันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 5 ส.ค.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มาเรียน ป บัณฑิต ที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต และกำลังเรียนเทอมที่ 2 ฝึกงาน คือเป็นครู กศน.ตำบล ตอนแรกก็ส่งเอกสารครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารเป็นครู กศน.และฝึกงานที่ กศน.ที่ตนเองทำงานอยู่  แล้วอยู่ๆ อ.หัวหน้าหลักสูตร ป บัณฑิตบอกว่า คุรุสภาเค้าบอกว่าต้องไปฝึกสอนกับโรงเรียนในระบบ
             กศน.ฝึกงานการสอนไม่ได้  กศน.ไม่ผ่าน สมศ ทุกแห่ง เลยงงว่าต้องไปขอฝึกงานที่อื่น ต้องเปลี่ยนครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารใหม่หมดเลย เป็นในระบบ ครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารก็ในระบบหมดเลย ต้องไปสอนในระบบสัปดาห์ละอย่างน้อย 6 ชม  แล้วมันมีปันหาเวลาทำงานจันถึงศุกก็ต้องทำงานในตำแหน่งหน้าที่อยู่แล้ว และ กศน.ก็ต้องสอนนักศึกษาอยู่แล้วด้วยทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย  เลยงงมาก อยากจะรบกวนสอบถามว่า กศน นี้ฝึกงานได้หรือไม่ในการเรียน ป บัณฑิตอะ และ กศน.ที่ทำงานอยู่ก็ผ่าน สมศ นะ

             ผมตอบว่า   ฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ กศน.ได้ บอกเขาหรือเปล่าว่า กศน.ที่คุณทำงานอยู่ก็ผ่านการประเมินจาก สมศ.  ลองนำหนังสือที่แจ้งว่าฝึกสอนที่ กศน.ได้ ที่ผมเคยนำมาโพสต์ เช่นในข้อ 5.2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/03/moenet.html  ไปให้เขาดู ถ้าเขาสงสัยให้เขาถามคุรุสภา
             ( วันที่ 8 ส.ค.60 ผมถามสำนักมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภา 02-2806168 ได้คำตอบว่า ฝึกสอนที่ กศน.ได้ทุกแห่งที่ผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ. )

             มหาลัยเขาเอือมระอา ที่เขามานิเทศตามตารางสอน/แผนการสอน ที่ครู กศน.ส่งเขา แล้วปรากฏว่าครู กศน.ไม่ได้สอนตามตารางสอน/แผนการสอน  บางมหาลัยจึงไม่ยอมรับที่จะให้ปฏิบัติการสอนที่ กศน. ( คนสมัครเรียน ป.บัณฑิต จากสังกัดอื่นก็เกินโควต้าที่เขาจะรับได้แล้ว )

         6. วันที่ 4 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษา กรณีเบิกจ่ายโครงการทัศนศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์ เบิกค่าอะไรได้บ้าง ต้องจัดจ้างจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ หรือค่าอาาร อาหารว่างมั้ย

             ผมตอบ   ( ตอบครั้งแรกวันที่ถาม แต่สังเกตภายหลังพบว่าผมคลิกส่งคำตอบไม่สมบูรณ์ คำตอบไม่ขึ้น จึงส่งใหม่เย็นวันเสาร์ที่ 5 ส.ค. ) ตอบว่า
             นักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานใช่ไหม เป็นกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใช่ไหม
             ลองเสิร์ชหาดูที่ผมเคยโพสต์ เช่นในข้อ 5 ที่ 
http://nfeph.blogspot.com/2017/01/scienem.html  จะมีลิ้งค์ไปดู “แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาร่วมกับกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” ( เอกสารนี้จะระบุเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ในข้อ 3.3 )

         7. เช้าวันเสาร์ที่ 5 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เคยถามแล้ว และคำตอบทำให้ฉันอึ้งไปพักใหญ่  ฉันเคยถามว่า เมื่อไหร่ครู กศน.ตำบลจะครบทุกตำบล เนื่องจากตัวเองเป็นครูอาสาที่ต้องรักษาการตำบล กางแขนกางขาคนเดียวหลายหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ครูตำบลทุกอย่าง เน้นว่าทุกอย่าง แถมต้องนิเทศตำบลอื่นที่ตนเองดูแลอีก 2 ตำบล และยังงานหัวหน้างานต่อเนื่อง เจองานตำบลไปก็หลังแอ่น ทั้งจัดต่อเนื่อง ทั้งภารกิจ 4 ศูนย์ คือทำทุกอย่างที่ครูตำบลทำ แถมยังต้องลงนิเทศตำบลอื่นที่รับผิดชอบ บางทีกิจกรรมซ้ำกันในวันเดียวกัน ไปไม่ถูก ตั้งสติแป๊บ แล้วค่อยๆคิด 
             พยายามทำทุกอย่างให้เร็วกว่าคนอื่นเพราะตัวเองมีหลายหน้าที่ แต่ก็ยังไม่วายที่ต้องมานั่งทำนั่งดูนั่งแลครูตำบลที่ตนเองดูแล  งาน หน.ต่อเนื่องต้องรายงาน ต้องเข้าไปเซนชื่อให้กับครูทุกตำบลเวลาส่งงาน ตนเองทำงานอยู่ตำบลตนก็ต้องวิ่งไปวิ่งมาเพื่อเซนชื่อ ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าดูแลนักศึกษา ค่าโน้นนี่นั้นในตำบล ไม่เคยเบิก อยากมีครูตำบลมาผ่อนแรงบ้าง  เหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าครูตำบลแต่เงินเดือนเท่าเดิม  คำตอบอาจจะทำให้คนทำงานอย่างหนูอึ้งไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับเพราะวาสนาเรามีแค่นี้
             คิดว่าอย่างน้อย เสียงสะท้อนจากครูตัวเล็กๆอย่างฉันก็ได้บอกได้บ่น
             สรุป ฉันจะได้ครูตำบลเมื่อไหน่ ห้ามตอบเหมือนเดิมว่า เมื่อครู กศน.ตำบลของจังหวัดที่เกิน เกษียร เมื่อออก เมื่อตาย
             ปล. สอบถามทางจังหวัดเรื่องการทำงานของฉันเป็นยังงัยได้เลย ว่าสิ่งที่ฉันเล่าให้ฟังมันคือเรื่องจริง ฉันเป็นครูอาสาอยู่อำเภอบ....... จังหวัด....... ชื่อ..........

             ผมตอบว่า   ( เรื่องที่ว่า เมื่อไหร่ ครู กศน.ตำบล จะครบทุกตำบล นี้  ต้องถาม กจ. กศน. ว่า จะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบจังหวัดที่มีครู กศน.ตำบลเกินอยู่ ว่าเขาแจ้งเมื่อมีครู กศน.ตำบลเสียชีวิต ลาออก อายุครบ 60 เลิกจ้าง ทุกครั้ง เพื่อโอนอัตราว่างให้จังหวัดที่ไม่ครบหรือเปล่า )  คำตอบผมก็คงเหมือนเดิม


วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

1.ซื้อเครื่องหมายลูกเสือได้ไหม, 2.การย้ายครู กศน.ตำบล แบบไม่ต้องสับเปลี่ยน, 3.เข็มเชิดชูเกียรติ, 4.ปัจจุบันพบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 หรือ 9 ชม., 5.ถ้ามีข้าราชการต้องเปลี่ยนข้าราชการเป็นนายทะเบียน, 6.เลิกจ้างครู ศรช.คราวเดียว 10 คน, 7.ปัญหาการเรียน ป.บัณฑิต ฝึกสอนที่ กศน.



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 17 มี.ค.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  เครื่องหมายลูกเสือ ซื้อได้ไหม

             ผมตอบว่า   เครื่องหมายลูกเสือ หมายถึงส่วนประกอบของเครื่องแบบลูกเสือใช่ไหม
             ทั้งส่วนประกอบของเครื่องแบบลูกเสือ และส่วนประกอบของเครื่องแบบข้าราชการ-พนักงานราชการ ก็ลักษณะเดียวกัน คือ เป็นของส่วนบุคคล ใช้เงินทางราชการซื้อไม่ได้

         2. คืนวันที่ 22 มี.ค.59 บุศรินทร์ กิตติศิลป์ธนากร ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ดิฉันเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งครู กศน.ตำบล เป็นหัวหน้า กศน.ตำบลคลองควาย  เมื่อต้นเดือน ครูอาสาสมัครฯตำบลเชียงรากน้อย อำเภอเดียวกัน ลาออก ดิฉันต้องการขอย้ายไปตำบลเชียงรากน้อยแทน เพราะอยู่ใกล้บ้าน ขอย้ายโดยไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่ง จึงเรียน ผอ.อำเภอ และ ผอ.จังหวัดแนะนำว่าย้ายได้ จึงทำบันทึกขอย้ายไป แต่จังหวัดบอกว่าปรึกษากรมแล้ว กรมบอกว่าไม่สามรถย้ายได้  ดิฉันสามารถย้ายไปปฏิบัติหน้าที่แทนครูอาสาฯที่ลาออกไปได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   พนักงานราชการต้องย้ายสับเปลี่ยนกับอัตราตำแหน่งเดียวกัน ถ้าผู้ลาออกเป็นตำแหน่งครู กศน.ตำบลของตำบลเชียงรากน้อย จึงจะเป็นตำแหน่งเดียวกัน สับเปลี่ยนได้ แต่นี่ผู้ลาออกเป็นตำแหน่งครูอาสาฯ
             การเกลี่ยตำแหน่งที่ไม่ใช่อัตราว่าง โดยไม่ต้องสับเปลี่ยน เช่นครู กศน.ตำบลจะย้ายไปได้ เฉพาะย้ายจากตำบลที่มีอัตราครู กศน.ตำบลมากกว่า 1 อัตรา ไปยังตำบลที่ยังไม่มีอัตราครู กศน.ตำบลเลย

         3. วันที่ 25 มี.ค.59 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องสำรวจครู กศน. เพื่อรับเข็มเชิดชูเกียรติ ปี 59 ว่า

             “ครู กศน.” ที่จะขอรับเข็มเชิดชูเกียรติ มี 3 ตำแหน่ง
             1)  พนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาสมัคการศึกษานอกโรงเรียนทุกประเภท
             2)  พนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล
             3)  ครู ศรช.
             https://db.tt/vO2sdgyV


         4. คืนวันเดียวกัน ( 25 มี.ค.) Pui Jung ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ปัจจุบันพบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 หรือ 9 ชม. เริ่มภาคเรียนที่เท่าไร

             ผมตอบว่า   พบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/58 โดย
             - จัดกระบวนการเรียนรู้ 3 ชม.
             - จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน การคิดเป็น การอ่าน การเขียน และทักษะการสื่อสารถ่ายทอดกระบวนการคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ 3 ชม.
              ( ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/6hour.pdf )

         5. เช้าวันที่ 1 เม.ย.59 ผมตอบคำถาม ที่ ชาญชัย คำมุงคุณ ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  เห็นระเบียบใหม่ออกมาว่าให้ข้าราชการเป็นนายทะเบียน ถ้าตำแหน่งนายทะเบียนนี้แต่ก่อนพนักงานราชการทำอยู่ ถ้าใน กศน.อำเภอมีข้าราชการชำนาญการพิเศษอยู่แล้ว งานนายทะเบียนวัดผลนี้จะต้องทำคำสั่งแต่งตั้งใหม่ ให้ข้าราชการเป็นนายทะเบียนใหม่ ใช่ไหม

             ผมตอบว่า  ไม่ใช่ระเบียบใหม่ แต่เป็นคำสั่งตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นคำสั่งล่าสุดที่เราถือปฏิบัติ  ผมเคยตอบโดยลงลิ้งค์คำสั่งนี้ ในข้อ 8 ที่
             https://www.gotoknow.org/posts/514112
             คำสั่งนี้กำหนดคุณสมบัตินายทะเบียนไว้ 4 ข้อ โดยข้อ 4 กำหนดว่า
             "เป็นพนักงานราชการในกรณีที่ ไม่มีข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ"
             ฉะนั้น ถ้ามีข้าราชการ ก็ต้องแต่งตั้งใหม่ให้ข้าราชการเป็นนายทะเบียน

         6. คืนวันที่ 1 เม.ย.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กศน.สามารถเลิกจ้างครู ศรช. 10 คนในคราวเดียวกันได้ไหม ด้วยสาเหตุเรื่องงบ ทั้งที่มีนักศึกษาที่ต้องดูแลอยู่ ตอนนี้เพื่อน ครู ศรช.ที่ จ.ขอนแก่น ตกงาน 10 คน

             ผมตอบว่า   ถ้าหมดสัญญาจ้างพร้อมกัน 10 คน ก็เลิกจ้าง 10 คนในคราวเดียวกันได้  ( มีนักศึกษาที่ต้องดูแล แต่ไม่ครบตามเกณฑ์ใช่ไหม )

             ผู้ถาม เขียนต่อ ว่า  เขาบอกว่าไม่มีงบจ้าง เงินติดลบเทอมละหลายล้าน
             ผมตอบว่า  ก็เป็นไปได้ เพราะค่าตอบแทนครู ศรช. เบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวนักศึกษา ถ้ามีจำนวนนักศึกษาน้อย ก็ได้เงินอุดหนุนรายหัวน้อย ไม่พอจ่ายค่าตอบแทนครู ศรช.

         7. วันที่ 3 เม.ย.59 เหมือนฝัน ศิริ ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม เรื่องหนังสือที่ สนง.กศน.แจ้งให้ผู้เรียน ป.บัณฑิต ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และปฏิบัติการสอน ในสถานศึกษา กศน. ได้ ว่า
             “ทางคณบดีราชภัฎลำปาง ที่หนูเรียน ป.บัณฑิต อยู่ บอกเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มี.ค.59 ว่า ทางคุรุสภาแจ้งกับคณบดีมาว่า หนังสือฉบับนี้ กศน.ออกเอง ทางคุรุสภาไม่รับทราบ ยังไงเราก็ต้องฝึกสอนในระบบค่ะ
             พวกหนูไม่มีเวลาไปสอนในระบบเพราะภารกิจเยอะมาก คณะบดีให้ drop ค่ะ”

             ผมตอบว่า   ต้องถาม กจ.กศน. 02-2800425 ว่าหนังสือฉบับนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร  ( คงมีหน่วยงานอื่นแจ้งมาที่ กศน.  ถ้ามี ก็น่าจะแนบหนังสือที่หน่วยงานอื่นแจ้งมาที่ กศน. มาพร้อมกับที่ส่งหนังสือฉบับนี้ให้จังหวัด  ลองขอสำเนาหนังสือนั้นไปให้มหาวิทยาลัยดูได้ไหม )  หรือให้คุรุสภาเป็นผู้แจ้งมหาวิทยาลัย  เรื่องอย่างนี้คงแจ้งแต่ผู้เรียนไม่ได้  คุรุสภา กับ คณะอนุกรรมการประเมินมาตรฐานฯที่ระบุในหนังสือนี้ ใครเป็นผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ ใครแจ้งไปที่มหาวิทยาลัยที่สอน ป.บัณฑิต หรือยัง

             คุณเหมือนฝัน ศิริ ถามต่อ ว่า  ทำอย่างไรจะให้คุรุสภาแจ้งมหาวิทยาลัยได้ ขั้นตอนแรกต้องถาม กจ. ขั้นต่อไปอย่างไรดี
             ผมตอบว่า
             1. ปรึกษาหารือ กจ.กศน. ว่าเขาจะช่วยประสานงานให้เราได้แค่ไหน
             2. ถ้า กจ.ช่วยอะไรไม่ได้ ก็ถามที่คณะอนุกรรมการฯที่ระบุในหนังสือ และ คุรุสภา