แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

1.การวัดผลประเมินผลวิชาเลือกเสรี ไม่ได้ให้จังหวัดออกข้อสอบ, 2.ชื่อเต็ม สำนักงาน กศน.ที่เป็นภาษาอังกฤษ ทำไมมีคำไม่ครบตามชื่อเต็มภาษาไทย ?, 3.การกู้น่ะไม่ผิดหรอก แต่...., 4.อยากจะถามหลายเรื่อง แต่น้ำท่วมปากคะ, 5.หลักสูตรเถื่อน, 6.การจ้างตำรวจรักษาความปลอดภัยสนามสอบปลายภาค, 7.ขอระเบียบค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินการสอบ กศน.+ กรอกคะแนนรวมใน กศน.4 ใช้หมึกสีอะไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 4 มี.ค.62 Jittamas Chatwicha ผอ.กศน.อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีหนังสือสั่งการฉบับหนึ่ง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาที่ระบุว่าให้สถานศึกษาจัดทำข้อสอบและกำหนดตารางสอบรายวิชาเลือกเอง  อาจารย์มีหนังสือมั๊ยคะ เคยเห็นแต่ไม่ทราบเอาไว้ไหน พอดีย้ายที่ทำงานค่ะ

             ผมตอบว่า   มีนโยบาย 2 นโยบาย ที่ต่างกัน ดังนี้
             1)  นโยบายเดิม การจัดสอบปลายภาควิชาเลือก ให้อยู่ในความดูแลของจังหวัด โดยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด เช่น ถ้ามีวิชาเลือกวิชาเดียวกัน 2 อำเภอขึ้นไป ต้องสอบในเวลาและเครื่องมือเดียวกัน ( ถ้าวิชาเลือกใดมีเพียงอำเภอเดียวจึงอนุโลมให้อำเภอนั้นดำเนินการเอง )
             ดูหนังสือแจ้งได้ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 210 ( ย่อหน้าที่ 3 ของหนังสือที่ ศธ 0210.03/1164 ลว.26 มี.ค.53 )
             2)  นโยบายใหม่ ตั้งแต่มีโปรแกรมการเรียนรู้ มีวิชาเลือกเสรี ซึ่งอาจมีวิชาเลือกเสรีเป็นร้อยเป็นพันวิชาตามบริบทของแต่ละอำเภอ มีการแจ้งในที่ประชุมอบรมตั้งแต่สมัยท่านเลขาฯสุรพงษ์ ว่า การประเมินผลวิชาเลือกเสรีให้เป็นบทบาทหน้าที่ของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งบางวิชาอาจไม่ต้องสอบแต่ประเมินจากโครงงาน หรือสอบอัตนัยข้อเดียว ฯลฯ

             แต่ หลังจากผมตอบไปแล้ว ท่าน ผอ.กศน.อ.จัตุรัส ได้ส่งหนังสื่อแจ้งฉบับที่ว่า การวัดผลประเมินผลวิชาเลือกเสรีให้สถานศึกษาดำเนินการเอง ไม่ได้ให้จังหวัดออกข้อสอบ มาให้ผม ตามหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้
             ( กศน.อำเภอ อาจจะขอให้ กศน.จังหวัด ดูแลเรื่องออกข้อสอบวิชาเลือกเสรีในวิชาใดให้ด้วย ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของทุกฝ่าย )


 




         2. ชื่อเต็มของ สำนักงาน กศน. ที่เป็นชื่อเต็มภาษาไทย กับชื่อเต็มภาษาอังกฤษ จะแตกต่างกันโดย มีคำหนึ่งในชื่อเต็มภาษาไทย ที่ไม่มีในชื่อเต็มภาษาอังกฤษ
             ถามว่า  คำนี้คืออะไร และ ทำไมจึงไม่มีคำนี้ในชื่อภาษาอังกฤษ ?

             เฉลยคำตอบ..
             ท่าน ผชช.ปาริชาติ เย็นใจ ซึ่งเป็นผู้กำหนดชื่อเต็มสำนักงาน กศน.เป็นภาษาอังกฤษ บอกว่า
             ชื่อเต็มภาษาไทยมีคำว่า ส่งเสริม แต่เราทั้งจัด ส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้อื่นจัดด้วย
             เวลาใช้ชื่อภาษาอังกฤษ จึงตัดคำว่า ส่งเสริม (promotion) เพราะ กลัวฝรั่งจะสับสนว่าเราส่งเสริมอย่างเดียว ไม่ได้จัดเอง ต้องการเน้นสาระสำคัญของคำว่า Non-Formal และ Informal ( การส่งเสริม เป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการทำงาน ) โดยใช้ว่า Office of the Non-Formal and Informal Education
             และเปลี่ยนมาใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษ เป็น ONIE ย่อจากชื่อเต็มภาษาอังกฤษ ตาม พรบ.กศน.51 แทนอักษรย่อ NFE เดิม

         3. วันที่ 5 มี.ค.62 มีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า  รู้ยังท่านที่กู้เงินฌาปณกิจสงค์เคราะห์ครู ดอกเบี่ยมันสูงกว่าต้น เงินต้นล้านสอง ดอกเบี่ยหนึ่งล้านห้าแสนบวกค่าศพรายเดือนเฉลี่ยเดือนละห้าร้อยบาทส่งยาวสามสิบปีเราต้องจ่ายทั้งสิ้นสองล้านแปดแสนแปดหมื่นบาท ต้องมีอาชีพเสริมเพิ่มเพราะค่าครองชีพปัจุบันมันสูงมากน้ำมันก็แพงเงินเดือนครูใช้เดือนชนเดือนแทบจะติดลบ สู้ไปครับคุณครูสู้ๆผมคิดถูกที่ไม่กู้ครับสบายๆชิวๆ

             ผมร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า
             ครับคิดถูกที่ไม่กู้ ข้อมูลนี้ทุกคนรู้ก่อนกู้ ไม่มีใครบังคับให้กู้ ถ้ากู้เป็นล้านก็ต้องเป็นอย่างนี้เป็นปกติ
             เชื่อหรือไม่ เมื่อหลายปีก่อน ดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก ร้อยละ 5 ฝากประจำร้อยละ 8 ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 11-15 ครูคนไหนกู้สหกรณ์ครู 7-8 หมื่น ก็เป็นที่ฮือฮาแล้ว
             แต่สมัยนี้กู้กันคนละตั้ง 7-8 แสน แม้อัตราดอกเบี้ยจะต่ำลงมาก แต่เมื่อเงินต้นมากดอกเบี้ยก็มากเป็นปกติธรรมด๊าธรรมดา ยิ่งส่งเงินต้นน้อย ส่งยาวนาน ดอกเบี้ยก็ยาวเป็นปกติธรรมด๊าธรรมดา
             ทุกคนรู้ข้อมูลก่อนกู้แล้ว ไม่มีใครบังคับให้กู้ ไม่มีการแอบแก้สัญญาขึ้นดอกเบี้ยหลังกู้
             การกู้น่ะไม่ผิดหรอก โดยเฉพาะกู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าครูคนไหนกู้ได้เงินเข้ากระเป๋าแล้ว กู้มากเงินเดือนเหลือไม่พอ จึงบ่นว่าดอกเบี้ยแพง แบบนี้จะแย่มากนะคุณ "ครู" เอ๋ย
             สังคมควรส่งเสริมคนที่อยู่อย่างพอเพียง ดีกว่าช่วยเหลือคนที่ทำอะไรเกินตัว

         4. วันเดียวกัน ( 5 มี.ค.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า
             อยากจะถามหลายเรื่อง แต่น้ำท่วมปากคะ การจัดโครงการอาชีพระยะสั้น สามารถทำในช่วงนี้ผิดระเบียบมั้ยค่ะ แค่สงสัยค่ะ ถ้ามีการจัดโครงการต่างๆของโครงการกศน.ต้องมีการคืนงบใช่หรือไม่ อยากทราบระเบียบค่ะ ศึกษาไว้นะคะ ถ้ามีการจัดไม่ทันตามแผนที่วางไว้ที่เสนอไว้ต้นเทอม

             ผมตอบว่า   เรื่องที่ว่า "ต้องทำในช่วงไหน ถ้าจัดไม่ทันตามแผนต้องมีการคืนงบใช่หรือไม่" นั้น แล้วแต่นโยบายการบริหารของแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ครับ
             สำหรับรัฐบาลและส่วนกลางนั้น เร่งรัดให้จัดและเร่งเบิกจ่ายเงิน แต่ถ้ายังไม่ถึงปลายปีงบประมาณก็ยังไม่ต้องส่งคืนส่วนกลาง ( แล้วแต่งบด้วย ถ้าเป็นงบลงทุนยิ่งเร่งรัดมาก )
             แต่การบริหารของบางจังหวัด ถ้าเห็นว่าอำเภอไหนจัดช้า ถ้าไม่เร่งแก้ไข ปลายปีอาจแก้ไม่ทัน เขาอาจจะนำเงินคืนจากอำเภอนั้นไปให้อำเภออื่นที่จะจัดได้ทัน เพื่อภาพรวมทั้งจังหวัดไม่เสียหาย ก็ได้

         5. หลักสูตรเกี่ยวกับการบริการสุขภาพ เช่น วิชานวดแผนไทย เป็นต้น ถ้า กศน.คิดหลักสูตรขึ้นมาเองแล้วเปิดสอนเลย จะเป็นหลักสูตรเถื่อน ( ตามหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้ ) ซึ่งเกิดปัญหาโดน รมว.ด่า มาแล้ว






         6. วันที่ 5 มี.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ( ผมเพิ่งเห็นคำถามในวันถัดมา ) ว่า  อ.ค่ะ ขอความอนุเคราะห์ สอบถามเรื่องการจ้างตำรวจมารักษาความปลอดภัยของสนามสอบค่ะ

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ เป็นนโยบายสำนักงาน กศน.ให้มีมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณสนามสอบ ตามหนังสือแจ้งในภาพประกอบโพสต์นี้
             แต่ ไม่มีระเบียบรองรับให้ “จ้าง” จนท.รักษาความปลอดภัยสนามสอบ
             ในหนังสือสำนักงาน กศน.ก็ระบุให้ “ประสานขอความอนุเคราะห์” จากหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่
             ซึ่งก็มีหลายแห่ง “ประสานขอความอนุเคราะห์” ตามนโยบาย
             อย่างไรก็ตาม บางแห่ง ถ้าประสานขอความอนุเคราะห์โดยไม่ต้องจ้าง ไม่ได้ ก็แต่งตั้งให้ จนท.ตำรวจเป็นกรรมการดำเนินการสอบ และเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้ตามเกณฑ์กรรมการดำเนินการสอบได้
             บางแห่งแต่งตั้งเป็น "กรรมการกลาง" ( ถ้าจำนวนห้องสอบมาก จะแต่งตั้งกรรมการกลางได้มาก การแต่งตั้งตำรวจเป็นกรรมการกลางจึงไม่กระทบกับการแต่งตั้งคนอื่น )
             บางแห่งมีจำนวนห้องสอบน้อยตั้งกรรมการกลางได้น้อย ไม่เหมาะที่จะแต่งตั้งตำรวจร่วมเป็นกรรมการกลาง  เช่นตอนผม รก.ผอ.กศน.อ.ผักไห่ นายทะเบียนเขาคิด/ดำเนินการ เสนอแต่งตั้งตำรวจ 2 นาย มาเป็น "กรรมการคุมห้องสอบ" ผมก็เห็นว่าไม่ผิด
             กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ )  ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
             ( การตั้งกรรมการดำเนินการสอบมีเกณฑ์กำหนดจำนวนคนตามจำนวนห้องสอบ  รวมกรรมการดำเนินการสอบทั้งหมดต้องตั้งไม่เกินเกณฑ์ )






         7. หลังจากที่ผมเผยแพร่คำตอบเรื่องการจ้างตำรวจรักษาความปลอดภัยสนามสอบปลายภาค ไปในไลน์แล้ว มีผู้ถามผมในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. อีก 2 คำถาม คือ

             7.1  ขอระเบียบค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินการสอบ กศน.
                   ผมตอบว่า  ดูในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090

             7.2  ขอสอบถามระเบียบ การกรอกคะแนน ใน กศน.4 ค่ะ กำหนดไหมค่ะว่าช่องคะแนนรวมให้ใช้หมึกสีแดง คือเคยแต่ใช้หมึกแดงลง ขส. มส. 0
                   ผมตอบว่า  เรื่อง กศน.4 มีอธิบายในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรูง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 79-80 ข้อ 2.1 (2.1.1-2.1.3) ซึ่งไม่ได้กำหนดบังคับสีหมึกที่ใช้ในการกรอก

             ( กลุ่มไลน์สแควร์ กศน. รับสมาชิกกลุ่มเฉพาะบุคลากร กศน. ไม่รวมนักศึกษา ปัจจุบันมีสมาชิกพันกว่าคน สื่อสารถามตอบกันในเรื่องวงใน กศน.
               ใครสนใจจะเข้ากลุ่มนี้ ขอให้แจ้งขอเข้ากลุ่มโดยบอกทั้ง ตำแหน่ง และ สังกัด “ที่ชัดเจน” เช่น “ครูอาสาสมัคร กศน.อ.หนองหูลิง” ไปที่ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มอยู่แล้ว หรือที่ "อินบ็อกซ์ กล่องข้อความ" ในเฟซบุ๊กของผมก็ได้ จะส่งลิ้งค์หรือ QR-code สำหรับเข้ากลุ่มให้ที่อินบ็อกซ์ แต่จะไม่แจ้งลิ้งค์หรือ QR-code ที่นี่ เพราะ นศ.และผู้ที่ไม่ได้สังกัด กศน.จะเห็นและเข้ากลุ่มไปได้ด้วย )


วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

1.ผู้ช่วยเลขาฯกรรมการสถานศึกษา ต้องเป็น ขรก.หรือไม่, 2.วุฒิครูอาสา ครู กศน.ตำบล ครู ศรช., 3.บางจังหวัดจ้างครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. แบบจ้างครู ศรช. บางจังหวัดจ้างเหมาบริการ, 4.แบบประเมินพนักงานราชการ, 5.ใช้งบพัฒนาผู้เรียนจัดศูนย์การเรียน, 6.ทำไมจังหวัดนี้ไม่ให้ครู ศรช.กู้



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  6  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 24 ก.พ.58 “ลูกแม่ฟ้า คนแม่ฟ้า” ถามผมในอินบ็อกซ์ ว่า  ผู้ช่วยเลขานุกรรมการสถานศึกษาจำเป็นต้องข้าราชการหรือไม่ เป็นพนักงานราชการได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ตามประกาศฯ ข้อ 1 วรรคสอง ผู้ช่วยเลขานุการกรรมการสถานศึกษา ต้องเป็น "ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"  คำว่า "บุคลากรทางการศึกษา" ในที่นี้ หมายถึงข้าราชการ คือบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เช่นบรรณารักษ์ที่เป็นข้าราชการ

             ดูประกาศที่
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/754/original_gmg1.gif?1352988992  ( หน้า 1 )
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/755/original_gmg2.gif?1352989006  ( หน้า 2 )
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/757/original_gmg3.gif?1352989007  ( หน้า 3 )

         2. วันที่ 25 ก.พ.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องวุฒิพนักงานราชการ ว่า  ตั้งแต่บัดนี้ ( 24 ก.พ.58 ) เป็นต้นไป จังหวัดใดจะรับสมัครพนักงานราชการตำแหน่ง ครูอาสาสมัคร, ครู กศน.ตำบล และ ครู ศรช. ( ครู ศรช.ที่เป็นพนักงานราชการ มีเฉพาะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ )  ต้องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่า
             “มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาทางการศึกษา ดังนี้ ครุศาสตร์บัณฑิต การศึกษาบัณฑิต หรือ ศึกษาศาสตร์บัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง” ( สาขา/สถาบัน ที่ ก.ค.ศ.เพิ่งรับรองภายหลังจากเรียนจบมาแล้ว ก็ใช้ได้  แต่ถ้าไม่จบใน 3 สาขา ค. กศ. ศษ. นี้ ถึงแม้จะจบ ป.บัณฑิต มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็สมัครเป็นครูอาสาฯ+ครู กศน.ตำบลทั่วประเทศ และครู ศรช.ชายแดนใต้ ไม่ได้  เช่นเดียวกับการสอบเป็นข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการศึกษา )







         3. วันที่ 24 ก.พ.58 มีผูถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  บางจังหวัดจ้างครูสอนคนพิการแบบครู ศรช. แต่บางจังหวัดเช่นที่จังหวัดนี้จ้างแบบจ้างเหมาบริการ แล้วเรียน ป.บัณฑิตไม่ได้ ไม่มีใครเห็นความสำคัญของครูสอนคนพิการ ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้ ประกันสังคมต้องสมัครเองจ่ายเองหมด จะหมดสัญญาจ้างเดือนมีนาคมนี้แล้ว

             ผมตอบว่า ตามหนังสือส่วนกลางฉบับหนึ่ง เขาจัดครูผู้สอนคนพิการ กับครู ปวช. เป็นจ้างเหมาบริการ รวมกับตำแหน่งอื่นๆ 30-40 ตำแหน่ง จึงสับสน
             ที่จริงครูสอนคนพิการกับครู ปวช. เป็นลักษณะเดียวกับครู ศรช. ( ทำประกันสังคมได้โดยจัดสรรเงินสมทบประกันสังคมส่วนของนายจ้าง จากงบเงินอุดหนุน  แต่ถ้าจ้างเหมาบริการต้องไปสมัครประกันสังคมด้วยตนเอง )  ถ้าดูจากเอกสารแนวทางการจัดสรรงบประมาณ จะเห็นว่า ครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. อยู่กลุ่มเดียวกับครู ศรช.

             คงต้องไปขอพบขอคุยกับท่าน ผอ.กศน.จังหวัด ขอความอนุเคราะห์ท่าน เปลี่ยนวิธีการจ้างในการต่อสัญญาครั้งต่อไป






         4. เย็นวันที่ 26 ก.พ.58 Jutaporn Airny ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  มีแบบฟอร์มประเมินพนักงานราชการ ครูอาสาสมัคร และครู กศน.ตำบล ไหม

             ผมตอบว่า   แบบประเมินพนักงานราชการเป็นลักษณะเดียวกัน แต่มีความยืดหยุ่นให้ปรับรายละเอียดตามบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงได้  ฉะนั้นรายละเอียดในแบบประเมินของครูอาสาฯกับครู กศน.ตำบลจึงต่างกันได้ ( แต่นโยบายท่านเลขาธิการ กศน.คนเดิม ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง คือให้ครูอาสาฯ และครู กศน.ตำบล ทำงานเหมือนกัน และถ้าบอกว่าปัจจุบันครูอาสาฯไม่ต้องสอนแล้ว ก็จะผิดบทบาทหน้าที่ที่ตกลงไว้กับ กพร. อาจส่งผลให้ กพร.ยุบพนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาฯ )
             บางจังหวัดใช้แบบประเมินเหมือนกันทั้งครูอาสาฯและครู กศน.ตำบล แต่บางจังหวัดก็ปรับแบบประเมินไม่เหมือนกัน  ฉะนั้น อยู่จังหวัดไหนจึงต้องใช้แบบของจังหวัดนั้น
             1)  ตัวอย่างแบบประเมินครู กศน.ตำบล
                  - http://202.143.132.210/plk/UserFiles/File/01-Document/2556/FormTambon.pdf
                  - http://chainat.nfe.go.th/UserFiles/Word/wordchainat/aa13.doc
             2)  ตัวอย่างแบบประเมินครูอาสาสมัครฯ
                  - http://lopburi.nfe.go.th/lopburi2555/images/2557/feb/2.doc
                  - http://chainat.nfe.go.th/UserFiles/Word/wordchainat/aa14.doc

 

         5. คืนวันที่ 26 ก.พ.58 วรวรรณ จิตรนิยม กศน.อ.สามร้อยยอด ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ตามที่เอกสาร “แนวทางการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2558 งบเงินอุดหนุน” ระบุว่า  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มทหารประจำการ ให้มีการจัดศูนย์เรียนรู้ในหน่วยทหาร เพื่อให้ผู้เรียนสนใจใฝ่เรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง นั้น  จะจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้ หรือสื่อต่าง ๆ ไว้ค้นคว้าได้ไหม

             ผมตอบว่า   เงินอุดหนุนใช้ซื้อครุภัณฑ์ไม่ได้ ต้องทำเป็นโครงการจัดศูนย์การเรียน โดยในโครงการนั้นมีค่าวัสดุด้วยได้ ( มีค่าครุภัณฑ์ไม่ได้ )

คุณวรวรรณถามต่อว่า  เป็นวัสดุครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ ได้ไหม
             ผมตอบว่า  ต่ำกว่าเกณฑ์ แปลว่าอะไร   พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และราคาไม่เกิน 5,000 บาท ถือว่าเป็นวัสดุ ไม่ใช่ครุภัณฑ์ แม้จะเป็นพัสดุถาวรก็ตาม







         6.
คืนวันเดียวกัน ( 26 ก.พ.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  อยากทราบว่า การกู้เงิน ชพค. ของครู ศรช. แต่ละจังหวัดมีข้อห้ามเหมือนกันไหม ทำไม กศน. จังหวัด ... ... ถึงออกกฎห้ามไม่ให้ครู ศรช. กู้เงิน ชพค. ทั้งๆที่ก็เป็นสวัสดิการที่ครูควรจะได้พัฒนาชีวิตตนเองให้ดีขึ้น

             ผมถามกลับว่า  ครู ศรช.สมัครเป็นสมาชิก ชพค. ได้หรือเปล่า
             ผู้ถามบอกว่า  เดิมสมัครได้หมด แต่ในปัจจุบันถ้าสัญญาจ้างแค่ 6 เดือน ไม่สามารถสมัครได้

             ผมตอบว่า  อาจเป็นเพราะมีครู ศรช.ลาออกบ่อย บางคนกู้แล้วลาออกจากครู ศรช. ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ผู้อื่นและหน่วยงานต้องรับผิดชอบ เขาเลยป้องกันปัญหาโดยไม่ผ่านเรื่องให้ครู ศรช.กู้


วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

พนง.ห้องสมุดอัตราจ้าง กู้ ช.พ.ค., ปรับเพิ่มเงินเดือน ขรก.ครู มค.56-57, คน กศน.เถียงกัน, อายุ 52 จบระดับประถม จบภาคบังคับไหม, การเรียนการสอนสัปดาห์ละ 6 ชม., สำรวจข้อมูลแบ่งช่วงอายุ นศ.ไม่ตรงในโปรแกรม ITw, อำเภอหรือจังหวัดจ้างครู ปวช.


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง  ดังนี้


          1. คืนวันที่ 24 ต.ค.56 มีผู้เถียงกันยาวในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ เรื่อง ทำงานเท่ากัน หรือหนักกว่า แต่เงินเดือนน้อยกว่า

               แต่ละคนก็คิดเข้าข้างตัวเอง
               - ครูประจำกลุ่มก็บอกว่าเงินเดือนไม่เกิน 4,000 บาท น้อยจัง ทำงานเท่าครู ศรช.
               - บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการก็บอกว่าทำงานเท่าหรือหนักกว่าบรรณารักษ์และครู ศรช. แต่ได้เงินเดือนแค่ 9,140 บาท น้อยกว่าครู ศรช. โดยไม่พูดถึงครูประจำกลุ่ม
               - ครู ศรช.ก็บอกว่าทำงานเหมือนหรือหนักกว่าครู กศน.ตำบล/ครูอาสาฯ แต่ได้เงินเดือนน้อยกว่า โดยไม่พูดถึงพนักงานบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ
               - ครู กศน.ตำบล ครูอาสาฯ ก็บอกว่าทำงานมากกว่าข้าราชการ
               - ข้าราชการก็อาจจะบอกว่าทำงานมากกว่า ผอ.อำเภอ, ผอ.อำเภอก็อาจจะบอกว่าทำงานมากกว่า ผอ.จังหวัด ผอ.จังหวัดก็อาจจะบอกว่าทำงานมากกว่าเลขาธิการ นายกไทยก็อาจจะบอกว่าทำงานเท่าหรือหนักกว่านายกอเมริกาแต่ได้เงินเดือนน้อยกว่ามาก

 
              ผมเบื่อที่มีคนมาเขียนบ่อย ๆ ว่า ตำแหน่งนั้นทำงานเท่าหรือหนักกว่าตำแหน่งโน้น เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่แต่ละคน และการบริหารจัดการในแต่ละแห่งซึ่งแตกต่างกัน

               ไม่ใช่ว่าบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการทุกคนทุกแห่งจะทำงานหนักกว่าบรรณารักษ์ข้าราชการ/ครู ศรช.  ไม่ใช่ว่าครู ศรช.ทุกคนทุกแห่งจะทำงานเท่าหรือหนักกว่าครู กศน.ตำบล  ไม่ใช่ว่าครู กศน.ตำบลทุกคนทุกแห่งจะทำงานหนักกว่าครูอาสาฯ  ไม่ใช่ว่าข้าราชการทุกคนทุกแห่งจะทำงานน้อย
               ใครมาเปิดประเด็นเรื่องทำงานเท่าหรือหนักกว่า ก็จะเกิดความไม่พอใจและเถียงกันยาวทุกครั้ง


               ทุกคนควรรู้ว่า ตำแหน่งต่างกันย่อมมีความแตกต่างกัน  ถ้ามันเหมือนกันทุกอย่างแล้วจะเรียกชื่อตำแหน่งให้ต่างกันหาสวรรค์วิมานอะไร
               คนบางคนก็มีสิทธิสอบเป็นครูผู้ช่วย แต่ไม่มีสิทธิ์สอบเป็นข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ไม่มีสิทธิสอบเป็นแพทย์   ในขณะที่คนบางคนมีสิทธิ์สอบเป็นตำแหน่งบรรณารักษ์ ตำแหน่งแพทย์ แต่ไม่มีสิทธิ์สอบเป็นครูผู้ช่วย   ถ้าทุกสาขาวิชาเอกเหมือนกันหมด แล้วจะแยกสาขาวิชาเอกหาสวรรค์วิมานทำไม

               ถ้าใครมีความทุกข์กับตำแหน่งปัจจุบัน ก็ควรขวนขวายไปสู่ตำแหน่งที่ตนคิดว่าดีกว่า

         2. วันที่ 25 พ.ย.56 คุณ Chamnarn Kaewsila บรรณารักษ์จ้างเหมาฯ กศน.อ.ด... ... ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  ว่าบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการสามารถกู้ ชพค.ได้หรือเปล่า   บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการส่วนมากก็สมัครเป็นสมาชิก ชพค. แต่พอจะกู้ ผอ.จังหวัดไม่ให้กู้

             ผมตอบว่า   ปกติ ถ้าให้สมัครเป็นสมาชิกได้ก็น่าจะมีสิทธิ์ยื่นขอกู้  แต่การยื่นขอกู้นั้น เจ้าหน้าที่การเงินและ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด ต้องลงนามรับรองเรื่องจะหักเงินส่ง  ถ้าจังหวัดไม่ลงนามก็ยื่นต่อไปไม่ได้  จังหวัดอาจะเกรงว่าถ้าลงนามไปแล้วต้องรับผิดชอบ ถ้าลาออกหรือเลิกจ้างจะมีปัญหา จึงมีนโยบายไม่ให้บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการกู้เงิน ช.พ.ค. มั้ง    อีกอย่างหนึ่ง ธนาคารดูอายุงานที่ทำมาแล้วด้วย เช่นบางโครงการให้กู้เฉพาะคนที่ทำงานมาแล้ว 5 ปีขึ้นไป

         3. วันที่ 28 ต.ค.56 กศน.อ.ลอง โทร.มาถามผม ว่า มีผู้จบระดับประถมจาก กศน.อ.ลอง หลักสูตร 2544 เมื่อปี 2552  ( เกิด พ.ศ.2504 อายุ 52 ปี ) นำใบวุฒิไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน คือ "จบการศึกษาภาคบังคับ"    ปรากฏว่ามีผู้ประท้วงว่า บุคคลนี้ขาดคุณสมบัติ   อ.ลอง จึงขอให้ กศน.อ.ลอง ทำหนังสือรับรองว่า บุคคลนี้จบการศึกษาภาคบังคับ   กศน.อ.ลอง ถามผมว่า จะทำอย่างไร ...

             ผมได้พูดคุยกับท่านปลัดอำเภอลองทางโทรศัพท์  ปลัดอำเภอลองพูดเหมือนปลัดอำเภออื่นบางคน คือให้ดูที่ปีเกิด ถ้าเกิดในช่วงที่ภาคบังคับเป็น ป.6 แล้วเรียบจบ ป.6 เมื่อไร ก็ถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ ผมเข้าใจว่าที่ปลัดอำเภอหลายคนพูดเหมือนกันคงเป็นเพราะผ่านการเรียนหรืออบรม ในรุ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการได้รับข้อมูลมาผิดนะครับ
             หนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0309 / ว 27 ลงวันที่ 7 มกราคม 2536 แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีประเด็นที่ให้พิจารณาคือ การจบการศึกษาภาคบังคับ นอกจากจะพิจารณาว่าผู้ใด “จบการศึกษาปีใด” ชั้นใด แล้ว ต้องพิจารณาว่าในท้องที่ใดกำหนดให้จบการศึกษาชั้นใดด้วย
( เพราะแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 ไม่ได้บังคับเต็มพื้นที่พร้อมกันทั่วประเทศ ) หนังสือฉบับนี้ระบุชัดว่า “พิจารณาว่าผู้ใดจบการศึกษาใน ปีใด” ไม่ได้พิจารณาว่าเกิดเมื่อใด

             ที่สำคัญ มีคำพิพากษาศาลปกครองในเรื่องนี้แล้ว กรณีลักษณะเดียวกันคือ จบระดับประถมที่ กศน.อ.หัวไทร ปี 51 สมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยเขาเกิดในช่วงที่การศึกษาภาคบังคับคือ ป.6
             ศาลตัดสินว่า ถ้าพ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายเดิมไปแล้ว แม้มีการขยายการศึกษาภาคบังคับในภายหลัง ก็ไม่ต้องกลับเข้ามาเรียนให้จบการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เกิดในช่วงการศึกษาภาคบังคับเป็น ป.6 แล้วมาเรียนจบ ป.6 ในช่วงการศึกษาภาคบังคับเป็น ม.ต้น จะถือว่าผู้นั้นจบการศึกษาภาคบังแต่อย่างใด
             สรุปว่า
ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด
             กรณีของ กศน.อ.ลองนี้ จบระดับประถมในปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงการศึกษาภาคบังคับคือ ม.ต้น จึงถือว่ายังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ครับ

             ( คำพิพากษาของศาล ยาว แบ่งเป็น 3 ไฟล์ ถ้าจะเจาะอ่านเฉพาะบางส่วน ส่วนที่ตัดสินในประเด็นนี้ อยู่ในหน้า 10 ท้ายไฟล์ที่ 2 ต่อกับหน้า 11 ต้นไฟล์ที่ 3
               - cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/879/850/original_court31012556.pdf
               - cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/879/851/original_court31012556n1.pdf
               - cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/879/852/original_court31012556n2.pdf )


         4. วันที่ 29 ต.ค.56 ผมเผยแพร่เรื่อง “การเรียนการสอน สัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง ทำอย่างไร ?” ในเฟซบุ๊ค  ดังนี้  (
ปีงบประมาณ 2559 เปลี่ยนกลับไปเป็นให้จัดการเรียนการสอนแบบพบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมงอีกแล้ว )

             ตามที่กำหนดให้ผู้เรียน กศ.ขั้นพื้นฐาน ต้องมีเวลามาเรียนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง ( ดูหนังสือสั่งการได้ในข้อ 6 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/550293 ) นั้น วันที่ 29 ต.ค.56 ผมได้เรียนถามท่าน ผอ.กลุ่มพัฒนา กศน. ว่า ใน 9 ชั่วโมงนี้ จัดการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง
             ท่าน ผอ. กรุณาอธิบาย ว่า สามารถแบ่ง 9 ชั่วโมง ออกเป็น 3 ส่วน ๆ ละ 3 ชั่วโมง คือ

             1)  เรียนกับครู กศน. 3 ชั่วโมง
                  เป็นการเรียนการสอนตามรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน เต็มรูปแบบ มี “แผนการสอน” แต่ละครั้งโดยละเอียด เหมือนกับการสอนของครูในระบบโรงเรียน   โดยทั่วไปจะนำเนื้อหาที่ยากง่ายปานกลางมาสอน  จะทำแผนการสอนแบบบูรณาการ หรือแผนการสอนแยกรายวิชาก็ได้

             2)  เรียนเสริมกับครู กศน. หรือครูสอนเสริม 3 ชั่วโมง
                  เป็นการเรียนให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้น  ในรายวิชา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือวิชาอื่นๆ ตามความต้องการของนักศึกษา   อาจจะเป็นการทบทวน การฝึก การติว การสอนเสริม  ในเนื้อหาที่ยาก นักศึกษายังไม่เข้าใจ หรือได้คะแนนการวัดผลระหว่างภาคต่ำ  คล้ายการ “สอนเสริม” เดิม เพียงแต่กำหนดจำนวนชั่วโมงให้เป็นรูปธรรมชัดเจนและนำมารวมไว้ในภาคบังคับสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมงนี้

             3)  ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามที่ครูมอบหมาย 3 ชั่วโมง
                  เป็นลักษณะให้ “ทำงานที่มอบหมาย/แบบฝึกหัด/ตอบคำถาม” ที่ระบุชัดเจนว่าให้ทำอะไร หรือหาคำตอบอะไร โจทย์หรือคำถามมีกี่ข้อ อะไรบ้าง โดยให้ทำอยู่ในสถานที่เรียน ( ในเวลา 3 ชั่วโมงนี้ รวมการทำความเข้าใจกับ “งาน" การทำงาน การนำเสนอผลงาน การตรวจการเฉลย )

             ทั้ง 3 ส่วนนี้ ต้องกำหนดเป็นปฏิทินล่วงหน้าตลอดภาคเรียน โดยจำแนกรายสัปดาห์ ว่า สัปดาห์ที่ 1 ส่วนที่ 1 จะสอนวิชาอะไร/เรื่อง อะไร ส่วนที่ 2 จะเสริมเรื่องอะไรบ้าง ส่วนที่ 3 จะให้การบ้านอะไรบ้าง กำหนดให้ครบทุกสัปดาห์ โดยครูทำแผนนี้ร่วมกับผู้เรียน และส่งแผนนี้ให้สถานศึกษาตั้งแต่ต้นภาคเรียน  ( ดูตัวอย่างปฏิทินการเรียนได้ในตอนท้ายของแนวนโยบายจุดเน้นฯ ที่ http://203.172.142.111/main_doc/pt1.pdf )

             นักศึกษา “ทุกคน” ต้องมีเวลามาเรียนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมงนี้ ตามเกณฑ์ 75 % จึงจะมีสิทธ์สอบปลายภาค ( ส่วนกลางกำลังพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มเกณฑ์เป็น 80 % หรือไม่ ) เช่น สัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง รวมภาคเรียนละ 162 ชั่วโมง นักศึกษาแต่ละคนก็ต้องมาอย่างน้อย 122 ชั่วโมง   โดย กศน.อำเภอ/เขต จัดการเรียนการสอนวิธีนี้วิธีเดียว
             ทางเลือกของผู้ที่ไม่มีเวลามาเรียนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง คือ เรียนทางไกลกับสถาบันการศึกษาทางไกล หรือเทียบระดับการศึกษา ( ต้องอายุ 20 ปี มีอาชีพ )

           หมายเหตุ  ปีงบประมาณ 2559 เปลี่ยนกลับไปเป็นให้จัดการเรียนการสอนแบบพบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมงอีกแล้ว

         5. วันเดียวกัน ( 29 ต.ค.) อ.รานี ครูชำนาญการ กศน.อ.บางปะหัน โทร.มาถามผม ว่า  ต้องกรอกข้อมูล นศ. แต่แบ่ง "ช่วงอายุ" ไม่ตรงกับโปรแกรม ITw  จะทำอย่างไร

             เรื่องนี้  คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า  โปรแกรม ITw สามารถรายงานสถิติโดยแบ่งช่วงอายุใหม่อย่างไรก็ได้
             วิธีการคือ เข้าไปที่เมนู 1 - C - 5 - 3 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - สถิติ - บันทึกข้อมูลเพื่อจำแนกประเภท - กำหนดช่วงอายุ )
             แล้วกำหนดช่วงอายุ ต่ำสุด สูงสุด ตามต้องการ เสร็จแล้วคลิกที่ "บันทึก"

          6. วันที่ 1 พ.ย.56 คุณดอกบัว เมืองน้ำดำ ถามผมผ่านเฟซบุ๊คว่า อำเภอ หรือ จังหวัด จ้างครู ปวช. อาศัยอำนาจตามคำสั่งฉบับใด
            เรื่องนี้ มีการเปลี่ยนเป็นให้จ้าง ครู ศรช. ครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. เป็น
จ้างเหมาบริการ ตามระเบียบฯพัสดุ โดยจังหวัดเป็นผู้จ้าง        

             

         7. คืนวันเดียวกัน ( 1 พ.ย.56 ) ผมเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง การปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครู ในเฟซบุ๊ค ว่า  ข้าราชการครู 1 ม.ค.57 ป.ตรี ได้ 15,050 บาท ( มากกว่าข้าราชการพลเรือน 50 บาท )  โดย วันที่ 1 พ.ย.56 เรื่องปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครู 1 ม.ค.56 และ 1 ม.ค.57 เพิ่งจะผ่าน ครม.  ( ของข้าราชการพลเรือน+ลูกจ้างประจำ+พนักงานราชการ ตกเบิก 1 ม.ค.56 ไปนานแล้ว ของข้าราชการครูเพิ่งจะผ่าน ครม.ไม่รู้ว่าเดือนไหนจึงจะได้ตกเบิก )