แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โอน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

1.ส่งตรวจสอบวุฒิทางธรรม ที่ไหน, 2.การนับเวลาขอเครื่องราชฯกรณีลาออกมาบรรจุใหม่, 3.โอนย้ายจากท้องถิ่น มา กศน.ได้ไหม, 4.ส่ง GPA แล้ว นศ.มาขอจบโดยใช้ชื่อใหม่ สามารถแก้ไขได้ไหม, 5.สอบ N-NET แล้วยังไม่จบ แล้วลาออก แล้วสมัครใหม่ ต้องสอบใหม่ไหม, 6.เปรียญธรรม 6 ประโยค ไปเทียบที่ไหน, 7.จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวันพบกลุ่มได้หรือไม่


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 24 มิ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้า นศ.นำเอกสาร 3 ประโยคมาสมัคร เราจะต้องตรวจสอบวุฒิกลับไปที่ไหน

           ผมตอบว่า   ส่งไปตรวจสอบที่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อาคารหลวงพ่อวัดปากน้ำ พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
            ( ถ้าเป็นการเทียบวุฒิว่าเทียบเท่าระดับชั้นใด เทียบที่ สพฐ. แต่เปรียญธรรม 3 ประโยค ใช้ได้เลยไม่ต้องเทียบวุฒิ ส่วนเปรียญธรรม 5 ประโยคต้องไปขอเทียบวุฒิที่ สพฐ.
           ต่างจากการตรวจสอบวุฒิว่าเป็นใบวุฒิปลอมหรือไม่ ปกติต้องตรวจสอบทุกใบ ถ้าเป็นวุฒิทางธรรมตรวจสอบไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
           ส่วนการเทียบวุฒิตาม พรบ.ใหม่ปี 62 ที่ว่า เปรียญธรรม 3 ประโยคเทียบ ม.ปลาย นักธรรมเอกเทียบ ม.ต้นนั้น จะเทียบแบบนี้ได้ต้องจบการศึกษาภาคบังคับ )

         2. คืนวันที่ 25 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  นับระยะเวลาเครื่องราช กรณี ข้าราชการพลเรือน รับราชการมาได้ 1 ปี 5 เดือน แล้วลาออกจากราชการ เพื่อไปบรรจุเป็นข้าราชการครู ในกรณีนี้จะสามารถนับระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน ช่วงที่เป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ไหม

           ผมตอบว่า   ต้องมีระยะเวลารับราชการ "ติดต่อกัน"
           การ “ลาออก” จากราชการไปแล้ว บรรจุใหม่ ในเรื่องของการขอเครื่องราชฯจะถือว่า ไม่ติดต่อกัน ต้องเริ่มนับระยะเวลารับราชการใหม่ แม้จะเป็นตำแหน่งในสายงานเดิมและไม่ได้เว้นระยะการรับราชการก็ตาม
           ( ถ้าเดิมเคยได้รับเครื่องราชฯแล้ว ยังไม่ต้องส่งคืน ยังนำมาใช้ประดับต่อไปได้ โดยแจ้งงานบุคลากรที่ใหม่ว่าเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชฯใดแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ที่ใหม่จะขอเครื่องราชฯเดิมนั้น ก็ข้ามไป ไม่ต้องขอใหม่อีก
              ส่วนถ้าเป็นการ “สอบโอนอายุราชการในสายงานที่เริ่มต้นในระดับเดียวกัน” จะถือว่ารับราชการติดต่อกัน นับระยะเวลาราชการเดิมรวมด้วย )

         3. วันที่ 2 ก.ค.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  โอนย้ายจากท้องถิ่น. มากกศน.ได้ไหม

           ผมตอบว่า   จะโอนจากตำแหน่งอะไรมาดำรงตำแหน่งอะไร ?
           กศน.มีหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติในการรับโอนข้าราชการประเภทอื่น ( ข้าราชการพลเรือนสามัญ พนักงานส่วนท้องถิ่น กทม. ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษาอื่น ฯลฯ ) มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู ดูได้ที่
           https://www.dropbox.com/s/t0mhwwjq32agqpi/OOn-Move.pdf?dl=1




         4. เย็นวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.63 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าส่ง Gpa-Gpr แล้ว นศ มาขอจบโดยใช้ชื่อใหม่เราสามารถแก้ไขได้หรือไม่ค่ะ

           ผมตอบว่า   ถ้าผิดก็แก้ไขได้ แล้วทำหนังสือราชการแจ้งข้อมูลการแก้ไขไปพร้อมกับ รายงาน GPA/PR, รายงานผู้สำเร็จการศึกษา ชุดใหม่
           แต่ต้องดูหลักฐานการเปลี่ยนชื่อด้วยว่า เปลี่ยนชื่อวันไหน ถ้าวันเปลี่ยนชื่อเป็นวันหลังจากวันออกใบ รบ. เราจะแก้ไขเปลี่ยนชื่อให้เขาไม่ได้ เวลาเขานำใบ รบ.ไปใช้ เขาต้องนำใบเปลี่ยนชื่อไปแสดงควบคู่กับใบ รบ.เอง

         5. วันเข้าพรรษา 6 ก.ค.63 มีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า กรณีที่นักศึกษาเคยเรียนแบะสอบ n-net แล้ว แต่ยังไม่จบการศึกษา มาลาออกไปแล้วมาสมัครใหม่โดยนำผลการเรียนมาเทียบโอนในภาคเรียนนี้ และนักศึกษาจบในภาคเรียนนี้ด้วย ต้องให้นักศึกษาสอบ n-net อีกไหมคะ

            ผมตอบว่า   ถ้าหลักสูตรเดียวกัน เช่นหลักสูตร กศน.51 เหมือนกัน ไม่ต้องสอบใหม่อีก
           ( ดูคำตอบเดิม ๆ ในเรื่องนี้เช่นในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/07/3-n-net.html )

         6. เช้าวันหยุดชดเชย 7 ก.ค.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เรียนแต่บาลีอย่างเดียวแล้วคือจบปธ6แล้วมันเทียบวุฒิอะไรได้ ต้องไปเอาวุฒิที่ไหน

           ผมตอบว่า   เปรียญธรรม 6 ประโยค เทียบเท่า ม.ปลาย ไม่ต้องไปเทียบที่ไหน ใช้ใบเปรียญธรรม 6 ประโยคนี่แหละ โดยใช้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้ ณ 23 ม.ค.18 เป็นเอกสารอ้างอิง

         7. เย็นวันที่ 8 ก.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมในวันพบกลุ่มได้หรือไม่คะ

           ผมตอบว่า   ถ้าซ้ำซ้อนกับการพบกลุ่ม ก็อาจเลื่อนการพบกลุ่มไปวันอื่นให้ครบตามเกณฑ์การพบกลุ่ม
           ( กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นกิจกรรมสำหรับเสริมเพิ่มคุณภาพจากกิจกรรมพบกลุ่ม เป็นคนละกิจกรรมกัน บางคนอาจพูดว่าการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนก็เป็นการพบกลุ่มอย่างหนึ่ง หรือการเรียน “วิธีพบกลุ่ม” สมัยนี้ไม่ครบตามเกณฑ์ก็ไม่เห็นเป็นไร การพูดลักษณะนี้ เป็นการพูดแบบ กศน.ที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ถูกต้องตามระเบียบหลักเกณฑ์ แต่ละคนคิดต่างกันมีเหตุผลต่างกัน ผู้ที่ออกระเบียบก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ถ้าระเบียบที่กำหนดเกณฑ์การพบกลุ่มล้าสมัยแล้วก็ต้องเสนอและรอให้ผู้ออกระเบียบแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหลักเกณฑ์ก่อน )

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562

1.คำสั่งย้ายข้าราชการ กศน.จะออกช่วงไหน, 2.บทบาทหน้าที่ครูอาสาฯ, 3.การบริหารจัดการ กศ.ขั้นพื้นฐาน, 4.วิธีที่ข้าราชการสังกัดอื่น จะโอนย้ายมา กศน., 5.ประชุมเชิงปฏิบัติการ เบิกเบี้ยเลี้ยงได้เต็มไหม, 6.เป็นเรื่องดี หรือเป็นปัญหาใหญ่ของ กศน., 7.ระเบียบเรื่องใบสมัครเป็นนักศึกษา กศน.


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันที่ 4 เม.ย.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  คำสั่งย้ายข้าราชการกศน.จะออกช่วงไหนค่ะ

             ผมตอบว่า   คำสั่งย้ายจะออกเมื่อไร ไม่แน่ ปกติการยื่นขอย้ายในช่วง 1-15 ก.พ. ถ้าได้ย้าย คำสั่งย้ายจะออกประมาณ เม.ย.-พ.ค., ถ้าขอย้ายในช่วง 1-15 ส.ค. คำสั่งย้ายจะออกประมาณ ต.ค.-พ.ย.
             คำร้องขอย้ายใช้ได้รอบเดียว ถ้าไม่ได้ย้ายตามคำขอ เมื่อถึงช่วงขอย้ายใหม่ต้องยื่นคำร้องใหม่

         2. คืนวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ครูอาสาหน้าที่อะไร บังคับ ครูกศน.ตำบล ศรช.จ้างเหมาได้ไหม สามารถนิเทศจัดการเรียนการสอนครูตำบลได้ไหม ไม่มีได้ไหมครูอาสา ชี้เป็นชี้ตายครูกศนตำบลจริงหรือในการประเมิน ตรูอาสาตรวจเอกสารเบิกงบประมาณอำเภอตำบลไดัไหม การทำใหเอกวารล้าช้ารึไม่สามารถยืมเงินรึล้างหนี้ล้าช้าครูอาสาตรวจมีความผิดไหม

             ผมตอบว่า
             - มีหนังสือแจ้งบทบาทหน้าที่ครูอาสาฯไว้ชัดเจน เช่นครูอาสาฯต้องสอนด้วย ถ้าครูอาสาฯไม่ต้องสอนแล้ว กพร.รู้อาจให้เลิก/ไม่ต้องมีตำแหน่งครูอาสาฯ
             - ประเด็นสำคัญขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละท่าน จะมอบหมายให้ครูอาสาฯมีหน้าที่อื่นด้วยก็ได้ มอบหมายให้เป็นผู้นิเทศการจัดการเรียนการสอนของครู กศน.ตำบล/ครู ศรช. ก็ได้ มอบหมายให้ตรวจเอกสารการเบิกเงินงบประมาณก็ได้
             - ถ้าทำให้เอกสารล่าช้า จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นความผิดของใคร

         3. แน่มาก..! กศน.ขอนแก่น ข้อ 2-7 แต่ละข้อไม่ธรรมดาเลย !
             ตามภาพประกอบ






         4. วันที่ 9 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กรณี พนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาสมัครฯ ได้สอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดอื่น ต้องการจะกลับมาเป็นข้าราชการครู กศน.มีวิธีใดบ้างคะ

             ผมตอบว่า   มีหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติในการรับโอนย้ายของ กศน.อยู่ แต่เขาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสังกัดนั้นด้วย เช่น ถ้าสังกัดนั้นกำหนดในประกาศรับสมัครสอบรรจุว่าต้องทำงานครบ 5 ปีจึงจะโอนย้ายได้ เขาก็ต้องรอให้ครบ 5 ปีก่อน เป็นต้น ต้องถามต้นสังกัดเอาเอง แม้แต่สังกัดเดียวกันแต่ละปีแต่ละรุ่นก็กำหนดในประกาศรับสมัครสอบบรรจุต่างกัน
             - ดูหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติการรับโอนย้าย ( หนังสือแจ้ง ) ได้ที่
                http://bit.ly/2WR0qKM
             - ดูหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติการรับโอนย้าย ( สรุปเป็นตาราง ) ได้ที่
                http://bit.ly/2D2NoCE
             ซึ่งแนวปฏิบัติข้อ 1 กำหนดให้ สำนักงาน กศน.ประกาศจำนวนตำแหน่งว่างของ หน่วยงาน/สถานศึกษา ที่มีความประสงค์จะรับโอน โดยกำหนดคุณสมบัติ แนวปฏิบัติ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน (อาจประกาศเป็นคราว ๆ ไป หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ก็ได้)   ดูตัวอย่างประกาศนี้ได้ที่
             http://bit.ly/2Vu35K5

         5. เย็นวันที่ 9 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องประชุมเชิงปฎิบัติการ ในกำหนดการมีเลี้ยงอาหารเที่ยง และเย็น แต่ก็มีการถกเถียงกันว่าถ้ามีคำว่าประชุมเชิงปฎิบัติการ สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้เต็ม 3 มื้อ คือ 240 บาท ค่าพาหนะในการเดินทางตามระยะทาง อยากทราบระเบียบเกี่ยวกับการประชุมนี้

             ผมตอบว่า   หมายถึงผู้เข้าประชุมปฏิบัติการจะเบิกจากต้นสังกัดเพราะหน่วยจัดประชุมฯจัดอาหารไม่ครบ 3 มื้อใช่ไหม
             แม้จะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ ( ฝึกอบรม ) ก็เบิกได้ไม่เต็มเหมือนกัน คือถ้าเขาจัดอาหารให้ 2 มื้อ ก็เบิกจากต้นสังกัดได้แค่ 1 ใน 3 ( ดูในระเบียบข้อ 18 )
             ดูระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ.2549 และแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ.2555 ได้ที่
             http://bit.ly/2uWJMNY
             ( ถ้าผู้ไปประชุมปฏิบัติการ เป็นผู้รับจ้างเหมาบริการ ซึ่งถือเป็นบุคคลภายนอก จะเบิกจากหน่วยงานต้นสังกัดไม่ได้ หน่วยงานที่จัดประชุมปฏิบัติการต้องจัดให้ครบ 3 มื้อ )

         6. วันที่ 17 เม.ย.62 มี ผอ.กศน.เขต ถามผมทางไลน์ ว่า  ถ้าครู กศน.ตำบล ปัจจุบันไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต้องทำอย่างไร ไม่เรียน ป.บัณฑิตทำอย่างไรดี

             เรื่องนี้  หลังจากที่ส่วนกลาง กศน.ทำหนังสือถึงคุรุสภา ขอให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน แต่ระบุคุณสมบัติของผู้ที่เป็นครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ว่า "จบ ป.ตรีที่ไม่จำเป็นต้อง ป.ตรีทางการศึกษา" ประกอบกับไม่ได้เน้นว่าครูผู้สอนเด็กเร่ร่อนต้องสอน กศ.ขั้นพื้นฐาน
             ปรากฏว่า คุรุสภาตอบกลับมาว่า ครู กศน.(ยกเว้นข้าราชการครู) สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และต่อไปนี้ไม่ต้องมี/ไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" อีกแล้ว

             ประเด็นนี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือ ต่อไปนี้ครู กศน.สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู"
             ข้อเสียคือ เมื่อไม่มี "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ก็ไม่มีสิทธิ์เรียน ป.บัณฑิต  ปัจจุบันถ้าไม่ได้เรียน ป.บัณฑิต และไม่ได้จบปริญญาทางการศึกษา ก็ไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว
             ถ้าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็จะเป็นข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย)ไม่ได้แล้ว
             สรุป ถ้าชีวิตนี้ไม่คิดจะสอบเป็นข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย)กันแล้ว ก็ไม่มีปัญหา
             นอกจากข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือ คงส่งผลกระทบต่อคุณภาพครู กศน. เพราะต่อไปจะไม่ได้เรียน ป.บัณฑิตกันแล้ว
             ( เย็นวันที่ 17 เม.ย.62 คุณสรสิช ครู กศน.ตำบล กศน.อ.ชนแดน บอกผมทางไลน์ว่า “เมื่อต้นเดือน มี.ค.62 พาแฟนซึ่งเป็น ครู ศรช.ไปขอต่ออายุใบขออนุญาตสอนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ที่คุรุสภา แต่ผลปรากฎว่าเจ้าหน้าที่คุรุสภา ยื่นสำเนาเอกสารที่ตอบเรื่องครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน และบอกว่า ครู กศน.ไม่ต้องขอแล้ว เพราะสอนได้ไม่ผิด”)

         7. วันที่ 18 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  มีระเบียบเรื่องแบบฟอร์มใบสมัคร นศ กศน. กับ. สีของใบสมัครหรือไม่ เพราะบางอำเภอยึกตามคู่มือ ปี 55คือมีหน้าเดียว. บางอำเภอเอามาจาก กศน เขตพญาไท. ที่มีสองหน้า. บางอำเภอใช้สีฟ้ากระดาษสำหรับปริ้นใบสมัคร มปลาย เปิดดูในคู่มือปี 55ก็ไม่เห็นมีว่าเขาบังคับสีของใบสมัคร

             ผมตอบว่า   ใบสมัครขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานใช่ไหม
             ไม่มีระเบียบกำหนดบังคับหรอก ไม่ใช่เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ มีแต่ตัวอย่าง
             ( ควรมีข้อมูลครบถ้วน และ เรียงตามลำดับ ที่จะคีย์ข้อมูลประวัตินักศึกษาในโปรแกรม ITw เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการคีย์ข้อมูล ถ้ายังคีย์ด้วยมือ )


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

1.ย้ายสถานศึกษา หลักสูตรเดียวกัน โอนได้หมดทุกวิชา, 2.บิลน้ำมันที่เติมในการเดินทางไปราชการให้เขียนว่ารับเงินจากหน่วยงานหรือรับเงินจากชื่อบุคคล, 3.จะสอบเป็นครู กศน. ไม่จบ 3 สาขาก็สอบได้ถ้าจบ ป.บัณฑิต, 4.ใบสำคัญวิชาชีพ, 5.การขอโอนเป็นครู และจะทำครูชำนาญการ, 6.การศึกษาต่อเนื่อง(4 อย่าง) เบิกจ่ายได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากรกับค่าวัสดุฝึก, 7.คุณสมบัติ-เกณฑ์-วิชา สอบรอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 พ.ค.58  นางจุไรรัตน์ เจริญสุข ขรก.ครู กศน.อ.ศรีสมเด็จ โทร.มาถามผม ว่า  จัด กศ.ขั้นพื้นฐานในค่ายทหาร ให้แก่ทหารกองประจำการ ( ทหารเกณฑ์ )  แต่ทหารเกณฑ์บางรายจะปลดประจำการโดยที่ยังเรียนไม่จบ ( ใกล้จะจบแล้วมีเพียงบางรายวิชาไม่ผ่าน )  จึงออกใบ รบ.ให้ ว่า “ศึกษาต่อที่อื่น”  ถามว่า ถ้านำใบ รบ.นี้ ไปเทียบโอนเข้าเรียนที่สถานศึกษาอื่น จะเทียบโอนได้หมด หรือเป็นไปตามระเบียบการเทียบโอนคือเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น

             ผมตอบว่า  ถ้าเป็นหลักสูตรเดียวกัน เช่น หลักสูตร กศน.2551 เหมือนกัน จะโอนได้หมดทุกวิชา รวมทั้ง กพช.ด้วย ยกเว้นเฉพาะวิชาเลือกที่ไม่มีในสถานศึกษาแห่งใหม่  ( จริง ๆ แล้ว หลักสูตรเดียวกัน ไม่ถือเป็นการ “เทียบโอน” แต่เป็นการ “โอน” ผลการเรียน ซึ่งนายทะเบียนสามารถดำเนินการโอนได้โดยไม่ต้องให้คณะกรรมการเทียบโอนฯพิจารณา  แต่ในโปรแกรม ITw เรื่องการโอนนี้ยังรวมอยู่ในเรื่อง การเทียบโอน )   ถ้าต่างหลักสูตร เช่นจากหลักสูตร 51 ในระบบ มาหลักสูตร กศน.51 หรือ จากสูตร กศน.44 มาหลักสูตร กศน.51 จึงจะเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น และเทียบโอน กพช.ไม่ได้เลย

         2. วันเดียวกัน ( 11 พ.ค.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีที่เดินทางไปราชการ ทำไมการเงินถึงให้เขียนบิลน้ำมันเป็นชื่อคนที่เป็นเจ้าของโครงการด้วยล่ะ เดิมเขียนชื่อที่อยู่สำนักงาน ถามแทบจะทุกจังหวัดไม่มีการเขียนชื่อคน เค้าเขียนกันแบบเดิมทั้งนั้น

             เรื่องนี้  อ.ชลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ตอบว่า  ต้องเขียนชื่อสำนักงาน ไม่ว่าจะซื้อระหว่างไปราชการ หรือซื้อในโครงการ หรือซื้อแบบใด  ถ้าเป็นการขอใช้รถส่วนตัวไปราชการ ก็ไม่ต้องใช้ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
             ( การเขียนชื่อคน อาจจะทำให้ส่อไปในทางที่ นำใบเสร็จค่าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนตัว มาเขียนชื่อหน่วยงานเพิ่มเติมแล้วนำมาเบิกเงินจากทางราชการ )

             ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้
             - วัน เดือน ปี
             - สถานที่ออกใบเสร็จรับเงิน ถ้าเป็นใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานใหญ่ ต้องระบุสาขาหรือสถานที่ประกอบการนั้น ๆ
             - ชื่อหน่วยงานที่จ่ายเงิน
             - ทะเบียนรถ  ต้องถูกต้องตรงกันกับใบขออนุมัติการเดินทาง
             - ต้องระบุปริมาณน้ำมัน ราคาต่อหน่วย และจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น (ทั้งตัวเลข ตัวอักษร)
             - มีผู้เซ็นชื่อรับเงิน

         3. เพิ่มเติมคุณสมบัติการสมัครสอบพนักงานราชการ กศน. ตำแหน่งครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล เป็น มีวุฒิ ครุศาสตร์บัณฑิต หรือศึกษาศาสตร์บัณฑิต หรือการศึกษาบัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง หรือ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่คุรุสภารับรอง

             ( ถ้าที่ใดประกาศรับสมัครตามคุณสมบัติเดิมไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเลือกสรร ก็ให้ปรับเพิ่มคุณสมบัติตามนี้และขยายเวลารับสมัครด้วย )
             หมายรวมถึงตำแหน่งครู ศรช.ชายแดนใต้ที่เป็นพนักงานราชการ ด้วย


         4. วันที่ 11 พ.ค.58 พิศนภา แซนดี้ ลาวิลัย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การสั่งซื้อใบสำคัญวิชาชีพ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อใช่ไหม อยากได้คำสั่งมอบอำนาจนี้

             ผมตอบว่า   ใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ไม่ใช่วุฒิการศึกษา ไม่ต้องให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อ  และปัจจุบัน ระเบียบเกี่ยวกับใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ก็ได้ยกเลิกไปแล้ว ระเบียบปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 13 แต่เพียงว่า "ให้สถานศึกษาออกวุฒิบัตรที่แสดงการจบหลักสูตร โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม"
             ( สถานศึกษาสามารถจัดพิมพ์วุฒิบัตรเองได้ )

         5. คืนวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.58 กศน.ตำบลนาข่า ท่าบ่อ หนองคาย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีบรรณารักษ์ได้รับคำสั่งให้เป็นครูประจำกลุ่มโดยไม่มีค่าตอบแทน จะต้องรับผิดชอบ นศ.กี่คน/เทอม ถึงจะมีสิทธิ์โอนเป็นครู เมื่อสอนครบ 2 ปี

             ผมตอบว่า   ก็สอนอย่างน้อย 1 กลุ่มนั่นแหละ ไม่ได้กำหนดจำนวน นศ. แต่ก็พิจารณาจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ด้วย
              ( สอดคล้องกับการจะทำชำนาญการหลังจากโอนเป็นครูแล้ว คือก่อนโอนถ้าสอนไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงหรือคาบ จะนำประสบการณ์การสอนนี้มาลดเวลาในคุณสมบัติการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการได้เต็มเวลา เช่นก่อนโอนเคยสอนสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 2 ปี ถ้าสอนไม่ถึงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง ต้องสอนมากกว่า 2 ปี จึงจะขอโอนได้ )

             คุณสมบัติของข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น ข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ข้าราชการใน สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ที่มีสิทธิ์ขอโอนเป็นข้าราชการครู คือ
             1)  จบปริญญาสาขาวิชาที่ ก.ค.ศ.รับรองและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครู ( ปกติข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ จะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่แล้ว )
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
             3)  มีประสบการณ์การสอน 2 ปี
             ยื่นคำร้องขอโอนเป็นข้าราชการครู โดยใช้แบบฟอร์มคำร้องขอโอนแบบเดียวกับคำร้องขอย้าย  ส่วนใหญ่จะยื่นคำร้องขอโอนในช่วงการขอย้าย/โอนกรณีปกติ ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันที่ 1-15 ก.พ. กับ 1-15 ส.ค.  หรือยื่นในช่วงที่ส่วนกลางแจ้งเรื่องนี้มา คือ 3-4 ปีหลัง ส่วนกลางจะกันอัตราข้าราชการครูไว้รับโอนกรณีนี้ปีละ 10 อัตรา ซึ่งจะแจ้งอัตรามาให้ขอโอนกัน

             เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอโอนเป็นข้าราชการครู ก็เป็นเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 1.- 3.
             โดยเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 3. ( ประสบการณ์การสอน ) ค่อนข้างจะจัดหา/จัดทำยากสักหน่อย เท่าที่ทราบ ก.ค.ศ.เคยขอเอกสารหลักฐานตามข้อ 3. คือ
             - หนังสือรับรองประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ในการสอน ระบุช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ และรายงานว่าทำการสอนวิชาใดบ้าง จำนวนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงหรือกี่คาบ รวมทั้งรายชื่อนักเรียน/นักศึกษาที่ทำการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
             - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน/นักศึกษา จากการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
              ( เคยเขียนเรื่องนี้ ในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/11/asean.html )

             ส่วนเมื่อโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว จะยื่นขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ได้ ต้องเป็นครูแล้ว 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิ ป.ตรี, 4 ปีสำหรับ ป.โท, 2 ปีสำหรับ ป.เอก ( ชายแดนใต้ ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง )  แต่ถ้ามีประสบการณ์การสอนก่อนโอน จะลดเวลาลงได้อีก แต่ถึงลดได้ ก็ลดได้ไม่หมด ต้องมาเป็นครูอย่างน้อย 2 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้   ประสบการณ์การสอนนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
             1)  ประสบการณ์ในการสอนโดยตรง
                  จำนวนชั่วโมงสอนอย่างต่ำ กำหนดในแต่ละสังกัดไม่เท่ากัน เช่น อาชีวศึกษาจะกำหนดไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนการสอนในสถานศึกษา กศน. กำหนดไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
                  ถ้าเคยสอนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กีปี ก็ลดได้เท่านั้นปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึง 10 ชั่วโมง แต่ถึงครึ่ง คือสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ก็ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่ง เช่นเคยสอนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 1 ปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึงครึ่ง เช่นสอนสัปดาหล์ละ 4 ชั่วโมง จะลดเวลาได้ 1 ใน 4   เช่น นาย ก. วุฒิ ป.ตรี อยู่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ชายแดนใต้ โอนมาเป็น ขรก.ครู โดยก่อนโอน เป็น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ ซึ่งในช่วงที่เป็นบรรณารักษ์นั้นได้เป็นครูประจำกลุ่มด้วย สอนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง อยู่ 4 ปี กรณีนี้จะลดเวลาได้เพียง 1 ปี คือต้องโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว 5 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้

             2)  เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ใช่การสอนโดยตรง เช่น งานบริหารจัดการศึกษา กรณีนี้ถ้าเคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในกระทรวงศึกษาธิการ ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

             ดูรายละเอียดเรื่องการใช้ประสบการณ์สอน ลดเวลาขอชำนาญการ ในระเบียบหลักเกณฑ์ได้ที่
             https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/experience.pdf



         6. วันที่ 18 พ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน และเศรษฐกิจพอเพียง สามารถไปดูงานได้หรือไม่ ถ้าไปได้ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง   รับผิดชอบงานการศึกษาต่อเนื่องอยู่ที่ กศน.จังหวัด หลายๆ อำเภอเขียนโครงการจะไปศึกษาดูงานกันมาก พยายามหาระเบียบแล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงการไปดูงานเลย

             ผมตอบว่า   การศึกษาต่อเนื่อง ที่ใช้งบดำเนินงาน ( จัดการศึกษาฯ ) ซึ่งเป็นงบปกติ จะเบิกจ่ายเป็นค่าฝึกอบรมและค่าเดินทางไปศึกษาดูงานไม่ได้ แต่มีบางปีได้รับงบศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนมาเป็นเงินหมวดรายจ่ายอื่น จึงจะเบิกจ่ายเป็นค่าไปราชการศึกษาดูงานได้
             ผมเคยตอบเรื่องนี้ เช่นในข้อ 4 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/497236
             การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) ที่ใช้งบดำเนินงานปกติ จ่ายได้เฉพาะตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55 เรื่องการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น ( ดูหนังสือฉบับนี้ได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/costs_study.pdf ) ซึ่งระบุว่าเบิกได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากร กับค่าวัสดุฝึก  หนังสือฉบับนี้ระบุในย่อหน้าสุดท้ายว่า ถ้าเป็นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนภายในองค์กร จึงจะเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ-ค่าวิทยากร ได้ตามระเบียบการฝึกอบรม
             อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) สามารถไปศึกษาดูงานในแหล่งประกอบการได้โดยไม่เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ เช่นไปศึกษาดูงานที่แหล่งประกอบการในพื้นที่ โดยจ่ายค่าตอบแทนผู้ให้ความรู้ในแหล่งประกอบการได้
              ( ไม่เชื่อก็ถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. )

         7. ดึกวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.58 นาย บิ๊ก ถามในไทม์ไลน์เฟซบุ๊คผม ว่า ขอความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและเกณฑ์การสอบและวิชาที่จะสอบรองผอ.กศน.จังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในประกาศรับสมัครครั้งล่าสุดเลย จะมีข้อมูลเหล่านี้  ( ดูประกาศที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/rongPOj.pdf )