แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบ รบ. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบ รบ. แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

1.เกณฑ์ข้าราชการครูขอย้าย เหลือ 2 ปีแล้วใช่ไหม, 2.การพิมพ์ตำแหน่งของครูที่รักษาการ ผอ. ลงในใบ รบ. พิมพ์ย่อหรือเต็ม, 3.ใช้เงินอุดหนุนจัดอบรมลูกเสือ ซื้อลำโพงได้ไหม, 4.การจ้างครู ติดอากรแสตมป์หรือตีตราสาร, 5.มีอัตราตำแหน่งรอง ผอ.สถานศึกษา กศน.ไหม, 6.หลักสูตร 2544, 2551 ออกเลขที่ประกาศนียบัตรอย่างไร, 7.จบเปรียญธรรม 5 ประโยค เรียนมหาจุฬาฯจนจบ เขาบอกให้หาวุฒิ ม.6 มาแจ้งจบ

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 8 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เนื่องด้วยเกณฑ์การย้ายของข้าราชการครู ที่กคศ.กำหนดใหม่ ให้ยกเลิกเกณฑ์4ปี เหลือ2ปี  ครูที่สอบบรรจุ กรณีพิเศษ ของสำนักงานกศน. ปี63 พ้นการพัฒนาอย่างเข้มแล้ว สามารถเขียนย้านในเดือน ม.ค.66 นี้ได้มั้ย

             ผมตอบว่า   ว18/2565 นี้ ครูที่สอบบรรจุกรณีพิเศษ ( สอบคัดเลือกจากบุคลากรภายในสังกัดที่สอนครบ 3 ปี ) ไม่ได้ลดอายุงานเหลือ 2 ปีนะ กลุ่มกรณีนี้ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบบรรจุนั้น  แต่ถ้าเป็นสอบบรรจุที่รับบุคลลทั่วไปทั้งบุคลากรภายในและคนทั่วไปสมัครสอบบรรจุได้ จึงลดอายุงานเหลือ 2 ปียื่นขอย้ายได้ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ให้ขอย้ายตั้งแต่ ม.ค.2566

         2. วันเสาร์ที่ 12 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในกรณีไม่มีผู้บริหาร และมี ขรก.ครูรักษาการฯ  ในใบ รบ.ตำแหน่งผู้บริหารต้องพิมม์ว่า  ครู  รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ......หรือใส่คำว่าผู้บริหารสถานศึกษา  (ใส่รักษาการจะยาวมาก)

             ผมตอบว่า   ถ้าจะให้ถูกต้อง พิมพ์ว่า "ครู รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ....." ( คำว่า "กศน." พิมพ์คำย่อก็ได้ คำเต็มก็ได้ ส่วนวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการพิเศษ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ )
             การพิมพ์ชื่อตำแหน่งในใบ รบ. ด้วยโปรแกรม ITw สามารถพิมพ์ตำแหน่งได้ยาว 2 บรรทัด ตามตัวอย่างใน 2 ภาพประกอบนี้



 

         3. เช้าวันที่ 24 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เราจัดกิจกรรมอบรมลูกเสือระดับชั้นbtc.ให้คุณครู แต่เราขาดพวกลำโพง เคลื่อนที่ หรือแบบสะพาย เราสามารถ ซื้อผ่านโครงการได้มั้ย เนื่องจากการเช่า ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม การอบรมลูกเสือ มีฐานการเรียนรู้หลายฐาน ถ้าเช่าทุกฐานคงไม่ไหว และมีกิจกรรมเดินทางไกล ซึ่งแบ่งและแยกเดินเป็นหมู่ๆ คงไม่มีใครลากล้อลำโพง หรือเช่ารถลำโพงขับตามได้ เลยมีข้อสงสัยว่าเราสามารถจัดซื้อได้ตามหนังสือ ว119ของคณะกรรมการวินัจฉัย กระทรวงการคลัง /และกรอบการใช้เงินอุดหนุนปี63 ได้มั้ย

             ผมตอบว่า  
             1)  พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และเมื่อชำรุดเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้หรือไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม จะไม่ถือเป็นครุภัณฑ์ แต่ เครื่องขยายเสียงและลำโพงมีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ และเมื่อชำรุดเสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้เพราะมีร้านรับซ่อมลำโพง ลำโพงจึงเป็นครุภัณฑ์
             2)  หนังสือ ว119 นั้น คือ ซื้อก่อนแล้วทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างตามหลัง ใช้ในกรณีวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท แต่ดูรายการตามตาราง 1-2 ที่แนบหนังสือ ว119 ก็ไม่เห็นมีรายการครุภัณฑ์
             3)  จะใช้เงินอุดหนุนรายหัว จัดอบรมลูกเสือให้ครูใช่ไหม ในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศน.ปี 63
                  - ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ไม่รวมค่าครุภัณฑ์
                  - ข้อ 12.2 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. ก็มีแต่ค่าเช่าอุกรณ์เครื่องเสียง ไม่มีค่าซื้อ
                  - ข้อ 12.3 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมลูกเสือ อาสายุวกาชาด ( หมายถึงจัดกิจกรรมให้นักศึกษา ไม่ใช่จัดกิจกรรมให้ครู ) ก็มีแต่ค่าเครื่องแบบ
             4)  ลองเสนอจัดซื้อจัดจ้างไปยัง สนง.กศน.จังหวัดก็ได้ ถ้าจังหวัดอนุมัติ จังหวัดก็จะร่วมรับผิดชอบ

         4. คืนวันที่ 7 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การจ้างครูต่างประเทศ หนูดูในเพจของอาจารย์บอกว่าติดอากรแสตมป์ แต่ในเพจกฎหมายให้ตีตราสาร หนูรบกวนขอความรู้อาจารย์ค่ะเพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูก

             ผมตอบว่า   "สัญญาจ้าง" เป็น "ตราสาร" ชนิดหนึ่ง
             ส่วนคำว่า "ตีตราสาร หรือ การตราสาร" คือ
ชำระเป็นเงินที่สำนักงานสรรพากร แทนการซื้ออากรสแตมป์มาติด ซึ่งสำนักงานสรรพากรจะ "สลักหลังตราสาร" ( สลักหลังสัญญาจ้าง ) เป็นหลักฐานว่าชำระค่าภาษีอากรแทนการซื้ออากรแสตมป์แล้ว

             กรณีค่าจ้างตลอดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง รวมตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ให้นำสัญญาไปสลักหลังตราสารเพื่อชำระค่าอากรแทนการปิดอากรแสตมป์ ที่สำนักงานสรรพากร

              ( ในเพจผม ไม่ได้กล่าวถึงการจ้างถึง 2 แสนบาท เพราะ กศน.จ้างเดือนละ 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน รวมไม่ถึง 2 แสนบาท )

         5. เช้าวันที่ 29 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สนง กศน มีอัตรา ต่ำแหน่งไหม ถ้ามี อยู่ในส่วนไหน

             ผมตอบว่า   มีตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่ สถานศึกษาขึ้นตรง เช่น สถาบัน กศน.ภาค, สทก., สธ., ศฝช., ศว.,
              ( เคยมีการกำหนดไว้ในโครงสร้างกรอบอัตรากำลังของ กศน.เขต/อำเภอ ขนาดเล็กถึงใหญ่พิเศษ แต่ยังไม่มีอัตราเงินเดือน)

         6. คืนวันที่ 10 ม.ค.66 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ใบประกาศนียบัตร หลักสูตร 51 ในส่วนของเลขที่ ให้ระบุเป็นลำดับที่ หรือรหัสนักศึกษาค่ะ ในคู่มือบอกให้ระบุเป็นลำดับที่ แต่ในหนังสือ หน้าที่ 181 ให้ระบุเป็นรหัสนักศึกษาหลักสูตร 2531 2530 2533 แล้วหลักสูตร 51 ละค่ะ ออกได้ทั้งที่เป็นเลขลำดับที่ใบประกาศที่จองไว้ในระบบ /รหัสนักศึกษาใช่ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   เลขที่ประกาศนียบัตร

             1) ในหนังสือ(คู่มือการดำเนินงาน) หน้าที่ 181 ให้ออกเลขที่ประกาศนียบัตรสำหรับหลักสูตร 2530 2533 ด้วยเลขรหัสประจำตัวนักศึกษา ซึ่งเป็นไปตาม คำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2524
             2) ต่อมา พ.ศ. 2539 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ได้ยกเลิกระเบียบปี พ.ศ.2524 โดยคำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบปี 2539 กำหนดว่า "เลขที่ ให้เขียนเฉพาะเลขลำดับที่ โดยไม่ต้องใส่เลข 0 นำหน้า และไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ เช่น ๑ ๒ ๓ ..."
             3) ฉะนั้น หลักสูตร 2544 (ประกาศนียบัตรคือ ปพ.2) และหลักสูตร 2551 ( ประกาศนียบัตรคือ กศน.2 ) ที่ถูกต้อง เลขที่ก็เป็นเลขลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ...
             4) สำหรับหลักสูตร กศน.2551 ให้ดูในคู่มือการดำเนินงาน หน้า 179 ข้อ 4.8 ระบุว่า "เลขที่ประกาศนียบัตร ... ... ให้ระบุเลข ๑ ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการอนุมัติการสอบ
                 และหน้า 171 เป็นคำอธิบายท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ข้อ 2.4.1 ระบุว่า เขียนหรือพิมพ์เฉพาะเลขลำดับ ไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ)
                 ( การออกเลขที่ประกาศนียบัตรหลักสูตร 2551 ในโปรแกรม ITw คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า ให้คีย์เลขที่ประกาศนียบัตรในเมนู 1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )

         7. คืนวันที่ 12 ม.ค.66 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อาตมาจบเอาประโยค5ไปสมัครเรียนมหาจุฬา ตอนนี้กำลังแจ้งจบ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าแจ้งจบไม่ได้ ต้องไปหาวุฒิม.6มาแจ้งจบ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางมหาลัยไม่ได้สอนวิชาสามัญเพิ่มให้ จึงสอบถามว่าเราจะสามารถเทียบโอนวุฒิได้ไหมครับ

             ผมตอบว่า   การเทียบวุฒิทางธรรม กับวุฒิ ม.ปลาย(ม.6) นั้น
             ถ้าเป็น พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่ 2562 แค่เปรียญธรรม 3 ประโยค ก็เทียบเท่า ม.ปลาย(ม.6) แล้ว แต่ต้องเรียนตาม พรบ.ใหม่นี้ คือจะต้องเรียนวิชาสามัญเพิ่มเติม
             เมื่อท่านไม่ได้เรียนตาม พรบ.ใหม่ ท่านต้องเทียบวุฒิแบบเดิมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับลงวันที่ 22 ส.ค.2526 ( ตามภาพประกอบ ) คือ ปธ.5 จะเทียบเท่า ม.ปลาย ต้องได้รับแต่งตั้งให้สอนวิชาพระปริยัติธรรมในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำการสอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง  และไปขอเทียบเป็นวุฒิ ม.ปลาย ที่ สำนักทดสอบทางการศึกษา อาคาร สพฐ.4 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ  ( ตอนช่วงโควิดระบาดหนักเขาให้ขอเทียบฯทางไปรษณีย์ได้ แต่ตอนนี้คงต้องไปเอง ถ้าจะให้แน่ใจ โทร.ถามที่ 02 288 5789-92 )
             ถ้าท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์และ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ไม่เทียบวุฒิ ม.ปลายให้ ก็ไม่ถือว่าท่านจบ ม.ปลาย ท่านก็ไม่มีวุฒิ ม.6 ไปแจ้งจบครับ


 

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

1.ช่วงเวลาอยู่เวร กี่โมงถึงกี่โมง, 2.เทียบวุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค, 3.ออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษได้ฉบับเดียวหรือ?, 4.เด็กวัยเรียน จะจบ ม.ต้น กศน.ต้องอายุ 16 ปีหรือฯ, 5.จะเอาข้อมูล GPAX 5 ตรงไหน, 6.การใช้ประกาศนียบัตรสมัครเรียน-การขอจบ, 7.คุณสมบัติกรรมการคุมสอบ

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันที่ 4 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากทราบว่า ช่วงเวลา การอยู่เวร-ยาม สถานที่ราชการ  กลางวัน 06.00 - 18.00 น. หรือ 08.30 - 16.30 น.  กลางคืน 18.00 - 06.00 น. หรือ 16.30 - 08.30 น.

ผมตอบว่า   ตาม หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ แต่กำหนดว่า “ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน” ฉะนั้น ในความรับผิดชอบของผู้บริหาร กรณีที่หน่วยงานไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย  ผู้บริหารต้อง “ออกคำสั่ง” ให้มีผู้อยูเวรรักษาการณ์รวมทุกผลัดแล้วให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้ามี 2 ผลัดคือผลัดกลางคืนกับผลัดกลางวัน เพื่อความยุติธรรมอาจกำหนดผลัดละ 12 ชั่วโมงเท่ากัน ( เมื่อผลัดเวร จะ รับ-มอบ เวรกัน )

ถ้าแต่งตั้งไม่ตลอดเวลา แล้วเกิดปัญหาขึ้น ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถือว่าผู้บริหารบกพร่อง

(ในทางปฏิบัติจริง อาจมีการยืดหยุ่นจาก “คำสั่ง” ที่สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบของแต่ละแห่งแต่ละราย)

         2. คืนวันที่ 11 พ.ย.64 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเว็บบล็อก ว่า  เดิมทีสอบได้เปรียญธรรม3ประโยคเมื่อปีพ.ศ.2534จะสามารถขอใบเทียบวุฒิการศึกษาได้มั้ยครับ ติดต่อได้ที่ใหน

             ผมตอบว่า   ไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิที่ไหน เปรียญธรรม 3 ประโยค ปกติเทียบเท่าวุฒิ ม.ต้น ใช้สมัครเข้าเรียน กศน.ระดับ ม.ปลายได้เลย
             แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่อื่นที่เขาไม่รับ ก็ลองนำประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้เปรียญธรรม ลงวันที่ 22 ส.ค.2526 แนบไปให้เขาดูด้วย
             และถ้าจะเทียบเท่าวุฒิ ม.ปลาย ตาม พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ตอนเรียนเปรียญธรรมนั้น ต้องจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 แล้ว ( ถ้าตอนที่เรียนเปรียญธรรมนั้นภาคบังคับเป็น ม.ต้น ก็ต้องจบ ม.ต้น แล้ว ) ต้องแนบใบวุฒิการศึกษาภาคบังคับให้ดูปีที่จบเป็นหลักฐานว่า "ตอนที่เรียน" เปรียญธรรมนั้น จบการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์แล้ว โดยถ้าจะนำไปใช้ในบางหน่วยงาน ให้แนบ พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ด้วย

             หมายเหตุ: ระดับการศึกษาภาคบังคับ

             การจะดูว่าผู้ใดจบการศึกษาภาคบังคับหรือไม่ ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด และบางช่วงต้องดูว่าจบในท้องที่ใดด้วย ดูรายละเอียดในข้อ 10 ที่
             http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html

         3. คืนวันที่ 17 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตามคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุงปี 55 หน้า 78 ส่วนที่ระบุว่า หากรับหลักฐาน กศน.1-ป ไปแล้วเกิดสูญหายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ ต้องขอรับฉบับใหม่ (โดยแจ้งความก่อน)  ใช้กับระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษด้วยไหมคะ ระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถขอได้มากกว่า 1 ฉบับ (หรือขอฉบับรับรองสำเนาโดย กศน. มากกว่า 1 ฉบับ) ได้ไหมคะ เนื่องจากจะใช้สมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ต้องส่ง ระเบียนฯ ภาษาอังกฤษ ออกโดย กศน. (ไม่อาจถ่ายสำเนาฉบับที่ครอบครองอยู่แล้วรับรองสำเนาเอง) น่ะค่ะ จะสมัคร 3 แห่งค่ะอาจารย์ ตามคู่มือดังกล่าว หน้า 80-81 ที่อธิบายถึงการออกหลักฐานระเบียนฯภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้กล่าวถึงว่าออกได้กี่ฉบับน่ะค่ะ
             พอดีสอบถามไปศูนย์ กศน.ที่เรียนจบมา อาจารย์ท่านบอกว่าออกให้ได้แค่ฉบับเดียวเพราะต้องมีเลขกำกับน่ะค่ะ
             เคยขอแต่ของระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยก็ออกให้หลายฉบับได้ สมมติ หาก กศน.มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ฉบับจริงๆ จะเท่ากับนักเรียนที่จบ กศน. มีโอกาสสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้เพียงแห่งเดียว
             ไม่ทราบว่าพอจะมีระเบียบหรือกฎอะไรที่สามารถอ้างอิงเป็นคำแนะนำให้หนูได้ไหมคะอาจารย์
             หนูพยายามเรียนขอความกรุณาจากท่านอาจารย์ท่านนั้นว่า หากจะออกเป็นสำเนารับรองให้โดย กศน.ก็ได้ค่ะ ท่านบอกให้หนูเอาฉบับที่มีถ่ายสำเนาแล้วรับรองเองแบบสำเนาบัตรประชาชน แต่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศระบุในเว็บไซต์ชัดเจนว่าเอกสารต้องออกโดยสถาบันการศึกษา หากหนูถ่ายสำเนาส่งไป มหาลัยย่อมไม่รับหนูเข้าศึกษาแน่นอนค่ะ เหตุผลที่หนูสมัครเรียนหลายแห่ง ก็เพราะสมัครเผื่อน่ะค่ะ (เหมือนคนสอบเอนทรานซ์ ก็คงต้องเลือกเผื่อไว้หลายแห่ง)

             ผมตอบว่า   ระเบียนฯฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใช้แบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. แต่ใช้กระดาษเปล่า จึงออกได้หลายฉบับโดยไม่ต้องใช้ระเบียบเรื่องการสูญหาย/เสียหายแบบระเบียนฯฉบับภาษาไทย ( มีศักดิ์เป็นเพียง "เอกสารฉบับแปล" เท่านั้น เลขที่ต้องเหมือนกับฉบับภาษาไทย โดยแทนที่จะไปให้สถาบันแปล แปลให้ สถานศึกษาก็แปลและรับรองให้เอง จะแปลกี่ครั้งเลขที่ก็ต้องเหมือนต้นฉบับ ถ้าไม่เหมือนก็คือแปลผิด )
             การออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ ถ้ากรอกข้อมูลจนสามารถออกได้ 1 ใบ ก็ไม่ยากที่จะออกอีกหลายใบ เพราะข้อมูลเหมือนเดิม จะสั่งปริ้นท์กี่ใบก็ได้ ไม่มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ใบ ลองคุยกับเขาใหม่  ผู้ที่บอกว่าออกได้ใบเดียว เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเหมือน รบ.ภาษาไทย ที่เป็นแบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. บอกเขาว่าใบ รบ.ภาษาอังกฤษใช้กระดาษเปล่า

         4. คืนวันที่ 26 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้หนูเรียนกศน.(เทียบโอนเมื่อปีที่แล้วมาเรียนกศน.ม.3) หนูอายุ14ค่ะและหนูจะเรียนจบม.3ที่กศนปีนี้ หนูเทียบโอนจากโรงเรียนปกติมาเมื่อต้นปี คุณครูที่หนูไปสมัครด้วยแจ้งว่าสามารถเรียนปีเดียวแล้วหลังจากนั้นเอาวุฒิไปสมัครโรงเรียนปกติได้เลย แต่พอหนูสมัครเรียนเรียนจนจะจบแล้วเค้ากลับบอกหนูว่าหนูต้องอายุ 16 ก่อนถึงจะได้วุฒิมอสามและเรียนต่อมอปลายไม่ได้ด้วยเพราะยังไม่ได้วุฒิ หนูถามเขาว่าแล้วหนูเรียนมอปลายต่อที่กศน.เลยได้ไหม เค้าก็ไม่รับเพราะไม่มีวุฒิ ขอใบรับรองจบก็ไม่ได้ค่ะต้องอายุ16 เท่ากับว่าหนูต้องเรียนช้ากว่าเพื่อนเพื่อนไปสองปีเลยค่ะ หนูขอคําแนะนําหน่อยนะคะ ครูเค้าบอกว่าเป็นกฎใหม่เพิ่งออกมาเมื่อตุลาหลังจากหนูสมัครแล้ว หนูเลยอยากขอคําแนะนําว่าแบบนี้หนูทําอะไรได้บ้างมั้ยคะ เค้าพูดกับหนูตอนสมัคร แต่ตอนนี้หนูลาออกจากโรงเรียนมาเรียนจนจะจบแล้วเค้ามาบอกกับหนูแบบนี้ พอดีว่าหนูไปโทถามหัวหน้ากศน. เขตลาดกระบัง เค้าบอกว่าเป็นกฎตามกระทรวงการศึกษาทำอะไรไม่ได้

             ผมตอบว่า   อายุ 15 ปีบริบูรณ์ ก็จบ ม.ต้น กศน.ได้แล้วนะ ขอดูระเบียบจากเขาซิว่าทำไมต้องอายุ 16 ปี
             ระเบียบคือ “กรณีเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับหรืออายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนสถานศึกษา กศน. ... ต้องใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ”
             คำว่า “ใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ” นี้ มีการตีความกันใหม่ตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่า ให้ยึดอายุเป็นหลัก เช่นจะจบ ม.ต้น ต้องอายุ 15 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องจัดแผนการเรียนให้เขาทยอยเรียนทยอยทำ กพช.ให้ครบเมื่ออายุ 15 ปี ไม่ใช่รีบเรียนจนจบก่อนอายุ 15 ปี แล้วให้รออยู่เฉยๆ เมื่อมีการฟ้องร้อง ศาลปกครองขอดูเงื่อนไขการจบหลักสูตร ซึ่งเงื่อนไขไม่มีเรื่องอายุ ศาลจะให้สถานศึกษา กศน.แพ้คดี เพราะนักเรียนในระบบบางคนก็จบ ม.3 ก่อนอายุ 15 ปีได้
             บอกให้ครูเขาโทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้เลยนะ และนำหนังสือตามภาพประกอบนี้ไปให้ครู และ ผอ. ดู


 

         5. คืนวันที่ 21 ม.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสมัครสอบทีแคส ของนักศึกษา กศน.ระดับม.ปลาย ซึ่งน้องนักศึกษา กำลังจะจบในภาคเรียนที่ 2/2564. โดยในระบบการสมัครสอบเปิดรับสมัครถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์. 2565.นั้น. หนูมีเรื่องสอบถามการกรอกข้อมูล GPAX 5 เราจะเอาข้อมูลตรงไหนกรอก. พอดีหนูไม่ค่อยเข้าใจระบบ ทีแคส. นะคะ

            ผมตอบว่า   GPAX ต่างจาก GPA โดย GPA อาจจะหมายถึง เกรดเฉลี่ยของทุกรายวิชาในแต่ละภาคเรียน ( เฉลี่ยภาคเรียนเดียว ) ก็ได้ แต่ GPAX หมายถึง เกรดเฉลี่ยสะสมของทุกรายวิชาตลอดการเรียนในระดับชั้นนั้น ( เฉลี่ยรวมทุกภาคเรียน )
            ซึ่ง “ระดับผลการเรียนเฉลี่ย” ที่มุมซ้ายล่างในใบ รบ. ( ระเบียนแสดงผลการเรียน ) ของ กศน. ก็คือ GPAX อยู่แล้วนะ
            ต้องดูด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้น ๆ รับเด็กที่จบ กศน. ( เขาเรียกว่านักเรียนเทียบเท่า ) หรือไม่ และถ้ายังไม่จบ กำลังเรียนภาคเรียนที่ 4 เป็นภาคเรียนสุดท้าย จะใช้ GPAX 3 ภาคเรียนได้หรือไม่ หรือต้องรอให้จบก่อน ( ถ้าจบแล้ว ใช้เกรดเฉลี่ยเป็น GPAX 5 ได้แน่ )

            โรงเรียนในระบบเรียกว่า ใบ ปพ. ส่วน กศน.เรียกใบนี้ว่าใบ รบ. การออกใบ รบ.ในขณะที่ยังเรียนไม่จบและไม่ได้ลาออก ให้ออกเป็น “ใบแสดงผลการเรียน” โดย
            ถ้าเราเข้าโปรแกรม ITw โดยเปลี่ยนปีการศึกษาในโปรแกรมให้เป็นภาคเรียนที่ผ่านการเรียนมีผลการเรียน 3 ภาคแล้ว เพื่อดูใบแสดงผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละราย จากเมนู 1-A-1-6 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-รายงาน-รายงานผลการเรียน-พิมพ์ใบแสดงผลการเรียน ) ก็จะเห็น GPAX 3 ภาค ที่มุมซ้ายล่างของใบแสดงผลการเรียน
            อนึ่ง การสมัคร TCAS ของเด็กที่เรียนมากกว่า 5 ภาค หรือจบแล้ว และเด็กซิ่ว ( เด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว ต้องการสมัครเริ่มต้นเรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนสาขา-มหาวิทยาลัย ) บางมหาวิทยาลัยใช้ GPAX ในใบแสดงผลการเรียนที่เรียนมาแล้วมากกว่า 5 ภาค หรือเรียนจบแล้ว แทน GPAX 5 ภาค ก็ได้
            ( TCAS หรือ Thai University Center Admission System คือระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนำมาใช้แทนระบบเดิมที่เรียกว่าแอดมิชชัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 )

         6. เย็นวันที่ 10 ก.พ.65 มีผู้ถามในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ใบประกาศใช้ขอจบเพื่อออกวุฒิการศึกษาได้ไหมค่ะ!!พอดีเจ้าหน้าที่ทะเบียนเขาไม่ให้ค่ะ...เขาต้องการระเบียนแสดงผลการเรียนค่ะ

            ผมตอบว่า  หมายถึงใช้ประกาศนียบัตรเป็น "ใบวุฒิเดิม" เพื่อมาสมัครเรียนใช่ไหม
            1)  ในคู่มือฯฉบับปรับปรุง ปกสีเลือดหมู หน้า 65 ระบุ หลักฐานการสมัคร ไว้ว่า
                 "5) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ เช่น ประกาศนียบัตร ระเบียนแสดงผลการเรียน พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
                 ฉะนั้น ใช้ประกาศนียบัตร สมัครได้ แต่หลักฐานต้องมีฉบับจริงมาแสดงด้วย ( ฉบับถ่ายเอกสาร ปลอมง่ายมาก )
            2)  เราจะปล่อยให้เขาเรียนมาจนใกล้จบแล้ว จึงค่อยมาตรวจหลักฐานที่ต้องใช้ตอนสมัครเรียนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องตรวจหลักฐานตั้งแต่ตอนมาสมัครเรียน ถ้าตรวจตอนนี้พบว่าหลักฐานเขาไม่มีสิทธิเรียน แล้วเราจะไม่ให้เขาจบ เขาฟ้องร้องศาลปกครองได้ เพราะถือว่าเราทำผิดขั้นตอนทำให้เขาเสียเวลา เสียหายต่างๆ
            จริงๆแล้ว ตอนขอจบไม่ต้องขอใบวุฒิเดิมอีก ( ไม่มีระเบียบกำหนดว่าการขอจบต้องยื่นใบวุฒิเดิมอีก ) เพราะใบวุฒิเดิมนั้นนายทะเบียนต้องมีเก็บไว้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนสมัครเรียน ซึ่งใบวุฒิเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากรูปถ่ายที่ต้องยื่นใหม่เพราะต้องใช้รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน คนที่ใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน รูปตอนสมัครกับรูปตอนจบจะถ่ายคนละครั้งกัน

            แต่นายทะเบียนบางแห่งอาจขี้เกียจค้นหาหลักฐานเดิมมาแนบ จึงขอใหม่หมด

            จากนั้น มีผู้โพสต์ต่อ ว่า ขึ้นกับนายทะเบียนและผอ.ว่าจะให้ไหมขอเป็นตัวจริงนะคะ
            ผมตอบว่า  คู่มือการดำเนินงานฯ เป็นเอกสารแนบประกาศ สป.ศธ.ทั้งเล่ม จึงเป็นระเบียบหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ เมื่อระเบียบหลักเกณฑ์ สป.ศธ.นี้ให้ใช้ใบประกาศนียบัตรได้ นายทะเบียนและ ผอ.จะมีอำนาจแย้ง สป.ศธ.ได้หรือ
            เรื่องขอตรวจทานจากฉบับจริงนั้น ที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรหรือใบ รบ./ใบ ปพ.ก็ต้องขอตรวจทานจากฉบับจริงแล้วเก็บฉบับสำเนาไว้ คืนฉบับจริงไป
            และต้องขอ+ตรวจตั้งแต่ตอนสมัครเรียน หลักฐานเหล่านี้นายทะเบียนต้องเก็บไว้ที่ กศน.อำเภอ ไม่ใช่ให้ครูประจำกลุ่มเก็บไว้ที่ กศน.ตำบล เพราะ กศน.ตำบลยังไม่ใช่สถานศึกษาเอกเทศ
            และไม่ขอใหม่เรื่อยๆ แม้แต่สำเนาบัตรประชาชนตอนนี้รัฐก็ไม่ให้ขอ ถ้าสถานศึกษาไม่มีเครื่องอ่านบัตรที่จะดึงขอมูลจากบัตรเข้าโปรแกรมได้ สถานศึกษาต้องเป็นผู้ถ่ายเอกสารไว้เอง

         7. วันที่ 14 ก.พ.65 มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  อาจารย์มีระเบียบ หรือหนังสือ/นโยบาย เรื่อง กรรมการควบคุมห้องสอบ ต้องมีคูณสมบัติอย่างไร เป็นข้าราชการปลดเกษียณ หรือลูกจ้างชั่วคราว(ครูอัตราจ้าง)ของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รึป่าว

            ผมตอบว่า  ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้วนะ เช่นใน
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/08/
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2020/02/pws.html
            - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/03/kuk.html
            คือ กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ ) ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
            อนึ่ง ถ้าครู กศน.คุมสอบใน "วันราชการของเขา" ก็เบิกไม่ได้

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

1.รูปถ่าย ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ชุกปกติขาวหรือสีกากี, 2.รูปติดวุฒิต้องเป็นเสื้อขาวเท่านั้นหรือ, 3.โรงพิมพ์พิมพ์เลขที่ใบ รบ.ผิดหรือไม่, 4.เครื่องราชฯพนักงานราชการ ขอได้อีกเมื่อไร, 5.ลาออกรับบำนาญ จะได้เงินบำเหน็จดำรงชีพเลย หรือได้เมื่ออายุ 60, 6.เทียบระดับฯแล้ว เรียนวิท-คณิตเพิ่มได้ไหม, 7.เข้าสอบ N-NET วิชาเดียว จบไหม


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 10 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การต่อใบอนุญาตประกอบวิขาชีพครูรูปถ่ายต้องสวมชุดปกติขาวหรือสีกากี
             ผมตอบว่า   ได้ทั้ง 2 อย่าง ( รูปถ่ายชุดสุภาพ หน้าตรง ครึ่งตัว ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน )

         2. วันที่ 20 เม.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กรณีนักศึกษาที่เป็นพระจบการศึกษารูปที่ใช้ติดวุฒิใช้เป็นรูปพระหรือเสื้อขาวเนื่องจากทางไอทีบอกว่ารูปติดวุฒิต้องเป็นเสื้อขาวเท่านั้น
             ผมตอบว่า   ที่ว่า "รูปติดวุฒิต้องเป็นเสื้อขาวเท่านั้น" เข้าใจว่าเป็นข้อมูลผิดที่มีผู้พูดกันเมื่อนานมากแล้ว (นานมาแล้ว มีการบอกว่าห้ามพระภิกษุสามเณรเรียน ม.ปลาย)
             ที่ถูกต้อง รูปติดใบวุฒิต้องสอดคล้องกับคำนำหน้าชื่อในใบวุฒินั้น ถ้าคำนำหน้าชื่อเป็นพระ รูปก็ต้องสวมจีวร และ รูปต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันขอใบวุฒิ
             คำนำหน้าชื่อก็ให้ตรงกับความเป็นจริงตอนเรียนจบ ไม่ใช่ความเป็นจริงตอนสมัคร
เช่นตอนสมัครเป็นฆราวาส แต่เพิ่งบวชเป็นพระภายหลัง และในวันขอใบวุฒิไม่มีรูปฆราวาสที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก็ต้องแจ้งเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็นพระ และใช้รูปพระ
             แต่ถ้าตอนสมัครเป็นฆราวาส หลังจากนั้นบวช แต่ไม่แจ้งเปลี่ยนคำนำหน้า รวมทั้งในวันขอใบวุฒิ นศ.มีรูปฆราวาสที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ก็อนุโลมให้ใช้ชื่อฆราวาสและรูปฆราวาสได้

         3. เช้าวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.63 มีผู้ถามในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  ในใบ รบ.กศน.1 ของ กศน. ปกติเป็น เลข นก. แต่ที่ทางสถานศึกษาฉันสั่งมามีเลข นข ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) หรือว่าทางโรงพิมพ์พิมพ์ผิด
             ผมตอบว่า   ตามคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน 51 (ฉบับปรับปรุง 55) ปกสีเลือดหมู หน้า 157 กำหนดไว้ว่า
             2.2.1  อักษรย่อ สถานศึกษาสังกัด กศน.+ในกำกับ+ภาคีเครือข่าย ใช้อักษร น
             2.2.3  เลขที่ประจำ รบ. ให้ใช้เลข 6 หลัก โดยเริ่มตั้งแต่ ๐๐๐๐๐๑ จนถึง ๙๙๙๙๙๙ และใช้อักษรคุมเป็นชุด ๆ ตั้งแต่อักษร ก เป็นชุดแรก
                     โดยองค์การค้า สกสค. จะจัดพิมพ์ รบ.เริ่มตั้งแต่เลขที่ น ก ๐๐๐๐๐๑ ไปจนถึง น ก ๙๙๙๙๙๙ จากนั้น เลขที่ต่อไปจะเป็น น ข ๐๐๐๐๐๑ และเมื่อพิมพ์จำหน่ายไปจนถึงเลขที่ น ข ๙๙๙๙๙๙ แล้ว ลำดับถัดไปก็จะพิมพ์เป็นเลขที่ น ค ๐๐๐๐๐๑ ตามลำดับ
                     (เลขที่ใบ รบ.ของแต่ละคนแต่ละใบ ตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคต เลขที่จะไม่ซ้ำกัน)



         4. วันที่ 21 เม.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เครื่องราชสำหรับ พรก.ได้รับครั้งแรกประกาศในราชกิจจา ฯ ปี 55 หากทำเรื่องขอส่วนกลางไปอีกครั้งที่ 2 ต้องทำในปี 56 ใช่มัยคะ และประกาศรายชื่อในปี 60 หนูเข้าใจถูกต้องมัย ครั้งแรก บช ครั้งที่ 2 จม ค่ะ
             ผมตอบว่า   คงจะเป็นพนักงานราชการกลุ่มงานบริหารทั่วไปใช่ไหมครับ จึงเริ่มขอที่ บ.ช.
             ( ดูตามภาพที่ผมนำมาลงประกอบนะ )
             ถ้าขอ บช.ประจำปี 2554 แล้วได้ ก็ถือว่าได้ประจำปี 2554 ( แม้ว่าจะประกาศในราชกิจจาฯปี 2555 หรือปีใดก็ตาม )
             เมื่อได้ บ.ช.แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ ( นับถึงวันที่ 28 ก.ค.ของปีที่เสนอขอ ) ก็เสนอขอ จ.ม.ได้
             เช่นถ้าเคยได้ บ.ช.ประจำปี 2554 ( ถือว่าได้เมื่อ 5 ธ.ค.54 พอถึง 5 ธ.ค.59 ก็ครบ 5 ปี กรณีนี้จะขอประจำปี 2559 ไม่ได้ เพราะปัจจุบันไม่ได้นับถึง 5 ธ.ค.แล้ว แต่นับถึง 28 ก.ค.59 ซึ่งก็จะยังไม่ครบ 5 ปี
             จึงต้องเสนอขอประจำปี 2560 ( ขอตอนต้นปี 2560 หรือปลายปี 2559 แล้วแต่ส่วนกลางจะแจ้งมา )
             ส่วนการประกาศในราชการกิจจาฯนั้น ไม่แน่นอน อย่างเร็วก็ประกาศปลายปีนั้น ส่วนใหญ่ประกาศในปีถัดไป แต่สองปีหลังนี้ เกินปี เป็น 2 ปีแล้ว ยังไม่เห็นประกาศเลย



         5. วันพืชมงคล 11 พ.ค.63 มี ขรก.ที่เหลืออีกปีกว่าจะเกษียณ โทร.ไลน์มาถามผม ว่า  ถ้าลาออกจากราชการโดยขอรับบำนาญ จะได้บำเหน็จดำรงชีพ 2 แสนบาทแรก ตั้งแต่ลาออกเลย หรือได้ตอนอายุ 60 ปี
             ผมตอบว่า   เมื่อข้าราชการเกษียณอายุราชการ หรือลาออกจากราชการเหตุสูงอายุหรือรับราชการนาน และเลือกรับบำนาญ มีสิทธิยื่นขอรับเงินบำเหน็จดำรงชีพพร้อมการขอรับบำนาญ ( รับบำเหน็จดำรงชีพ 2 แสนบาทแรก พร้อมรับบำนาญเลย )

         6. ดึกวันที่ 19 พ.ค.63 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  กศน ไต่ระดับยังมีไหม ถ้ายังมีแล้วเราสามารถเรียนพวกกลุ่มวิท-คณิตเพิ่มได้ไหม
             ผมตอบว่า   การเทียบระดับการศึกษา แบบเทียบไต่ไปทีละระดับ ยังมีอยู่ แต่การเทียบระดับจะได้ใบวุฒิที่ไม่ระบุเกรด นำไปใช้เรียนต่อได้เฉพาะที่เขาไม่ดูเกรด
             ส่วนการเรียนวิชากลุ่มวิท-คณิตเพิ่มหลังได้วุฒิเทียบระดับแล้ว สามารถเรียนเพิ่มเติมได้โดยสมัครเรียนเพิ่มเติมในหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่เทียบระดับ  แต่จะได้ใบระเบียนหลักฐานการเรียนเพิ่มเติมอีกใบหนึ่งต่างหาก
             ถ้าสถานศึกษาที่จะไปเรียนต่อเขากำหนดว่าต้องผ่านวิชากลุ่มวิท-คณิต 20 หน่วยกิต ก็ต้องเรียนเพิ่มกลุ่มวิท-คณิตทั้ง 20 หน่วยเลย เพราะใบวุฒิเทียบระดับไม่มีหน่วยกิตไม่มีเกรด
             และถ้าสถานศึกษานั้นเขาดูเกรดเฉลี่ยด้วย ก็จะสมัครไม่ได้เพราะต้องดูเกรดเฉลี่ยจากใบวุฒิหลักคือใบวุฒิเทียบระดับซึ่งไม่มีเกรดให้ดู

         7. คืนวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีนักศึกษาเข้าสอบ N-Net แค่ครึ่งวัน สามารถจบได้ไหม
             ผมตอบว่า   ต้องสอบให้ครบ 2 วิชา เมื่อสอบครบ 2 วิชาในภาคเรียนใด จึงจะบันทึกในโปรแกรม ITw ที่เมนู 1-5-1 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - บันทึกการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ - บันทึกการประเมิน ) ว่า "เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติในภาคเรียน .../..." ( ที่บรรทัดสุดท้าย )
             ถ้ายังสอบไม่ครบ 2 วิชา ก็ยังไม่ต้องระบุภาคเรียนตรงบรรทัดสุดท้ายนี้
             ต่อมาเมื่อสอบ E-Exam ในภาคเรียนใด จึงจะบันทึกภาคเรียนที่สอบ E-Exam ที่เมนูนี้
              ( เรื่องนี้.. เช้าวันที่ 25 พ.ค.63 อ.ธานี กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ กศน. ตอบทางไลน์ว่า “การสอบ N-NET ต้องเข้าสอบทั้ง 2 วิชา จึงจะถือว่าได้เข้ารับการประเมินฯ ถ้าเข้าสอบวิชาใดวิชาหนึ่งจะถือว่าขาดสอบ ซึ่งจะต้องสอบ E-Exam แทน” )