แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบซ่อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบซ่อม แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1.การขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพาย และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ, 2.ขออนุญาตไปราชการงานกฐินได้ไหม, 3.ขรก.38 ค.(2) ที่มีสิทธิ์สอบเป็น ผอ.สถานศึกษา ต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มใน สนง.กศน.จังหวัดหรือสถานศึกษา, 4.ทำสัญญาจ้างพนักงานราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์, 5.การเรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน แบบออนไลน์ ถือว่าเป็นส่วนย่อยของแบบ ทางไกล (ขึ้นทะเบียนในโปรแกรม ITw เป็นวิธีเรียนทางไกล), 6.เครื่องตรวจกระดาษคำตอบปลายภาค คะแนนบางคนหาย นายทะเบียนไม่ให้สอบซ่อม ต้องเรียนใหม่, 7.ใบวุฒิลูกเสือหาย ทำอย่างไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันอาทิตย์ที่ 29 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า
             1) น้องข้าราชการเขาส่งเรื่องขอเครื่องราชฯไปนานแล้ว ยังไม่ได้ ติดตามที่สำนัก จะต้องติดต่อใครคะ
             2) ผู้เกษียณที่มีคุณสมบัติได้รับชั้นสายสะพาย(ภาษาบ้านๆ)ต้องดำเนินการอย่างไรคะ บุคลากรที่จังหวัดบอกว่าเขาส่งมาให้เอง
             3) ขรก.ครูจะเกษียณ ในตำแหน่ง ผอ.อำเภอ แต่เป็นครูไม่ครบ 30 ปี จะขอเครื่องหมายเชิดชูเกียรติได้หรือไม่คะ ในหนัวสือ สพฐ.ผู้บริหารการศึกษา ต้องเป็นครูมาไม่น้อยกว่า 10 ปีค่ะ

             ผมตอบว่า
             1) ถ้าจังหวัดตรวจสอบว่าเคยขอให้แล้ว ก็ลองเข้าไปเช็คที่ http://thanundon.soc.go.th/Home/FrmloginUser ( เช็คที่นี่ได้ทุกสังกัด คลิกที่ “สำหรับผู้ใช้ทั่วไป” แล้วกรอกข้อมูล ) ดูว่าได้หรือยัง
                ถ้ายังไม่ได้ คนสังกัด กศน.ถาม กจ.กศน. กลุ่มงานทะเบียนประวัติและบำเหน็จความชอบ ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันใครเป็นเจ้าหน้าที่ โทร.ถามที่ 02-2800299
             2) ถาม กจ.เช่นกัน..
                แน่ใจหรือว่าคุณสมบัติครบที่จะได้ชั้นสายสะพาย
                ที่ผ่านมา ครูที่ไม่ใช่ผู้บริหาร ถ้าไม่ได้ คศ.4 ขอชั้นสายสะพายไม่ได้นะ แม้จะเกษียณ
                ถ้าเป็นผู้บริหารหรือเป็น ขรก.พลเรือน/38 ค.(2) ชำนาญการพิเศษก็ขอได้
                ที่ผ่านมา ขรก.ครูที่ไม่ได้ คศ.4 ขอไม่ได้ ขอได้เฉพาะผู้บริหาร คศ.3 ที่เงินเดือนเต็มขั้น และได้ ท.ช.มาแล้ว 5 ปี นับถึง 28 ก.ค.  ขอในปีที่เกษียณหรือจะเกษียณ
             ( ปีนี้ครูเปลี่ยนเป็น เลื่อนขั้นเป็นร้อยละแล้ว ไม่รู้ว่าจะขอได้เหมือน ขรก.พลเรือน/38 ค.(2) หรือยัง )
             3) ตำแหน่ง ผอ.กศน.อำเภอ ไม่ใช่ผู้บริหาร การ ศึกษานะครับ แต่เป็นผู้บริหาร สถาน ศึกษา ซึ่งถ้าเป็นครู+ผู้บริหารสถานศึกษา(ผอ.กศน.อ.) ครบ 30 ปี ก็ขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโสได้
             ( ผู้ยื่นขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส จะต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 4 ข้อ ดังนี้
             ก. เป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน ปีนั้น
             ข. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู หรือผู้บริหาร สถาน ศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่ได้รับเงินเดือนประจำ และมีระยะเวลาประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี กรณีเป็นผู้บริหาร การ ศึกษา ต้องเคยเป็นครู หรือผู้บริหาร หรือศึกษานิเทศก์ มาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี และระยะเวลาในการประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี
             ค. เป็นครูหรือดำรงตำแหน่งอื่นเกี่ยวกับการให้การศึกษา จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ( ไม่นับรวมเวลาราชการทวีคูณ ) และ
             ง. มีประวัติชีวิตการงานดีตลอดมา มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีตามจารีตของครู )

         2. เย็นวันที่ 4 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์กลุ่ม ว่า  ขออนุญาตไปราชการ ( งานกฐินพระราชทานของกรม ) ได้ป่าวคะ ถามเผื่อคนอยู่ในราชการ เพราะเคยเห็นพี่เอกโพสต์ว่าไปงานกฐินด้วยศรัทธา มิใช่ไปปฏิบัติราชการ

             ผมตอบว่า   ขออนุญาตไปราชการงานกฐินไม่ได้
             แต่ เขามักจะจัดประชุมในช่วงใกล้วันถวายผ้าพระกฐิน ณ สถานที่ใกล้งานกฐิน นั้น โดยมีการประชุมจริง ๆ
             ขออนุญาตไปราชการงานประชุมนั้นได้ ถ้าเป็นการประชุมหรือปฏิบัติราชการจริงจังในเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสม ( ปีนี้ท่าน รมว.ศธ.มีนโยบายให้ลดการประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต แต่ให้ทดแทนด้วยเทคโนโลยี ยกเลิกการจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง/การจัดงานแบบอีเว้นท์ )

         3. วันที่ 3 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ที่มีสิทธิ์สอบ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องมีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หมายถึงหัวหน้ากลุ่มงานในสำนักงาน กศน.จังหวัดหรือสถานศึกษาคะ

             ผมตอบว่า   หัวหน้ากลุ่มใน สนง.กศน.จังหวัดครับ และต้องเป็นตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มตามโครงสร้างทางกฎหมายด้วยนะ ถ้า ผอ.จังหวัดตั้งกลุ่มเกินโครงสร้างที่กำหนดก็ไม่ใช่

         4. วันเสาร์ที่ 5 ต.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้เพิ่งถามต่อท้ายโพสต์เก่าเมื่อสี่ปีก่อนของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊กเรื่องการทำสัญญาจ้าง ว่า ขอหนังสือสั่งการเกี่ยวกับการจ้างพนักงานราชการของส่วนราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์ด้วยครับอาจารย์..จะนำไปยืนยันกับหน่วยงานบางแห่ง...ที่ให้ติดอากร

             ผมตอบว่า ผมเบื่อมากที่จะตอบคำถามที่แสดงถึงความไม่รู้พื้นฐานทางระเบียบกฎหมายเลย ลักษณะเดียวกับถามว่า
             - “ขอดูหลักฐานที่ว่าการไถ่ชีวิตโคกระบือไม่บาป”
             - “ขอดูหนังสือสั่งการว่ายังไม่ยกเลิกใบ รบ.หลักสูตร 44”
             - “ผอ.บอกว่า ขอระเบียบที่ ผอ.จังหวัดไม่มีอำนาจในการเอาครูไปช่วยราชการที่ สนง.จังหวัด ลงนามโดยเลขาการุณ มีไหม”
             - “ให้หาระเบียบว่า กพช. 200 ชม. ครอบคลุม นศ.เทียบโอนด้วย หรือผู้หญิงต้องทำเท่าผู้ชาย”
             - “ขอหนังสือสั่งการว่าทำสัญญาจ้างพนักงานราชการไม่ต้องติดอากรแสตมป์”
             คนที่มีพื้นฐานทางระเบียบกฎหมายอยู่บ้าง จะถามตรงข้ามกับคำถามเหล่านี้ ผู้ที่ต้องเป็นฝ่ายหาระเบียบหลักฐานคือฝ่ายตรงข้ามครับ คือต้องถามผู้นั้นกลับ ว่า
             - “ขอดูหลักฐานที่ว่าการไถ่ชีวิตโคกระบือเป็นบาป”
             - “ขอดูหนังสือสั่งการยกเลิกใบ รบ.หลักสูตร 44”
             - “ขอดูระเบียบ/คำสั่งมอบอำนาจ ให้ ผอ.จังหวัดเอาครูไปช่วยราชการที่จังหวัด”
             - “ขอดูระเบียบที่ว่า กพช.200 ชม.ไม่ครอบคลุม นศ.เทียบโอน หรือผู้หญิงทำน้อยกว่าผู้ชาย”
             - “ขอหนังสือสั่งการว่าทำสัญญาจ้างพนักงานราชการต้องติดอากรแสตมป์”

             คุณจะต้องเป็นฝ่ายขอดูหลักฐานจากเขาที่ว่า การทำสัญญาจ้างพนักงานราชการต้องติดอากรแสตมป์
             ผมก็โพสต์ในข้อ 3 ชัดแล้วว่า “ถ้าไม่เข้าตาม http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html นี้ ไม่ต้องติดอากร ( การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เข้าข้อ 4.จ้างทำของ )”

             ถ้าคุณคลิกเข้าไปดูที่ http://www.rd.go.th/publish/6162.0.html จะเห็นว่า ประเทศไทยให้ติดอากรสแตมป์ใน 28 ลักษณะเท่านั้น ขอย้ำคำว่า เท่านั้น อะไรที่ไม่อยู่ใน 28 ลักษณะนี้ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
             ตามเอกสาร “108 คำถาม กับ พนักงานราชการ” ซึ่งเป็นเอกสารของสำนักงาน ก.พ.(กลุ่มบริหารพนักงานราชการ) ระบุในข้อ 81 ว่า “สัญญาจ้าง(พนักงานราชการ)ไม่ต้องติดอากรแสตมป์” ( ดูได้ที่ http://bit.ly/358f1q9 )
             และกรมสรรพากรก็ตอบเหมือนกัน ที่
             http://interapp3.rd.go.th/call_center_inter/show/faq1.php?id=401489

         5. วันที่ 4 ต.ค.62 ประชาสัมพันธ์ กศน. โพสต์แบนเนอร์ประชาสัมพันธ์รับสมัคร กศน.ขั้นพื้นฐาน ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ลงในไลน์กลุ่ม “ส.การศึกษาตลอดชีวิต

             ผมถามว่า  การเรียนยังมีแค่ 3 รูปแบบ ยังไม่มีแบบออนไลน์หรือครับ หรือว่าแบบออนไลน์เป็นส่วนย่อยของแบบทางไกล
             ประชาสัมพันธ์ กศน. ตอบว่า ใช่ค่ะ อยู่ในแบบทางไกล
             ผมถามต่อ ว่า  Ok ครับ ถ้าการเรียนออนไลน์อยู่ในแบบทางไกล.. ของ กศน.อำเภอ/เขต แบบทางไกลจะมีคะแนนระหว่างภาคเพียง 20 % ใช่ไหมครับ ถามเพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติ
             คำถามนี้ ยังไม่มีคำตอบ

         6. วันที่ 10 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ทำไมข้อสอบวิชาเลือกพอตรวจออกมาแล้วไม่มีคะแนน วิชาบังคับทำไมไม่มีคะแนนที่เครื่องตรวจนะคะ เป็นแบบนี้ทุกเทอมครูกะหากันจนหัวฟู ถ้าหาไม่เจอเด็กก็ลงใหม่ เสียเวลาเด็ก

             ผมตอบว่า  คำถามไม่ชัดเจนเลย ตรวจที่ไหน ใครตรวจ ครูหาที่ไหน อย่างไร ฯลฯ
             ผู้ถามบอกว่า  หายุกศน.อำเภอคะ ถ้าหาไม่เจอเด็กก็จะขส.คะ เพราะไม่มีคะแนนแล้วก็ไม่ได้สอบซ่อม เป็นแบบนี้จน...เบื่อๆๆๆคะ เพราะเวลานำข้อสอบที่ไปตรวจมาส่งยุอำเภอ.กระดาษคำตอบปนกันหมดแล้วทีนี้ก็หาไม่เจอคะ ที่ว่างๆๆนะคะไม่มีคะแนนผลการตรวจปลายภาคค่ะ แต่ไม่ใช่ขาดสอบนะคะเด็กมาสอบคะ ทีนี้ครูแต่ละตำบลก็ไปหาไปรื้อไปค้นถ้าไม่เจอนายทะเบียนก็ไม่ให้คะ

             ผมตอบว่า  ถามว่าตรวจที่ไหนก็ไม่ตอบ  เข้าใจว่าตรวจที่ศูนย์ภาค ใช่ไหม
             ปัญหาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
             - นักศึกษาฝนในกระดาษคำตอบไม่ถูกต้อง/ครบถ้วน/ชัดเจน ฝนรหัสประจำตัวนักศึกษา และ/หรือ รหัสวิชา ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจน ใช้ดินสอ 2B ปลอม หรือฝนเบาไม่เต็มช่อง ฯลฯ ทำให้เครื่องตรวจฯอ่านได้ไม่ครบถ้วน ( คนตรวจก็ไม่ควรทำให้กระดาษคำตอบที่ตรวจแล้วปะปนสับสนกัน )
             - ตอนที่ลงข้อมมูลต่าง ๆ ของนักศึกษาในโปรแกรม ITw อาจลงข้อมูลไม่ละเอียดครบถ้วนในจุดใดจุดหนึ่ง รหัสบางอย่างไม่ตรงกับรหัสที่เครื่องตรวจฯบันทึกมา ระบบจึงกรอกคะแนนให้ใครไม่ได้

             วิธีแก้ที่สำคัญคือ
             1) ชี้แจงให้คนคุมสอบช่วยตรวจการฝนในกระดาษคำตอบให้ชัดเจนครบถ้วนและถูกต้อง
             2) แจ้งจังหวัดให้แจ้งคณะกรรมการที่นำกระดาษคำตอบไปตรวจที่ศูนย์ภาค ไม่ให้ทำกระดาษคำตอบที่ตรวจแล้ว ปะปนสับสนกัน
             ( นอกจากเครื่องตรวจกระดาษคำตอบจะตีพิมพ์คะแนนลงในกระดาษคำตอบแต่ละแผ่นแล้ว ยังตีพิมพ์เลขลำดับแผ่นกระดาษคำตอบที่ตรวจ ลงในกระดาษคำตอบแต่ละแผ่นด้วย และเมื่อนำไฟล์คะแนนไปลงโปรแกรม ITw ก็สามารถให้โปรแกรมรายงานออกมาได้ว่า "กระดาษคำตอบแผ่นลำดับเลขที่เท่าไรมีปัญหากรอกคะแนนไม่ได้" เมื่อรู้เลขที่แผ่นกระดาษคำตอบที่มีปัญหา และกระดาษคำตอบทุกแผ่นยังเรียงลำดับไว้ ก็จะสามารถหากระดาษคำตอบแผ่นที่มีปัญหามาดูได้ง่าย ถ้าดูแล้วกระดาษคำตอบไม่มีปัญหา ก็แสดงว่าข้อมูลในโปรแกรม ITw ที่ลงไว้ตอนขึ้นทะเบียน/ลงทะเบียนไม่ถูกต้องครบถ้วนบางจุด มีหลายอำเภอที่กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนถูกต้องทุกจุด จุดไหนขี้เกียจกรอกก็ไม่กรอกกัน )

             3) เมื่อนำไฟล์คะแนนมาลงโปรแกรม ถ้าคะแนนของรายใดหายไป ให้ตรวจจนพบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ( ในกรณีที่ไม่ได้เกิดจากการฝนกระดาษคำตอบ แต่เกิดจากโปรแกรม ITw เช่นลงรหัสวิชาในโปรแกรมผิด ระบุตำแหน่งการอ่านตัวเลขในไฟล์คะแนนผิด อาจต้องส่งไฟล์แบ็คอัพและไฟล์คะแนนไปถามผู้รู้ เช่น คุณสุขุมผู้พัฒนาโปรแกรม ITw ) เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเทอมต่อไปอีก
                อนึ่ง การที่ผู้ขาดสอบไม่มีสิทธิสอบซ่อม นั้น จะดูว่าใครขาดสอบต้องดูที่ลายเซ็นนักศึกษาเข้าสอบด้วย

         7. วันที่ 8 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าทำใบประกาศวุฒิBTC หาย สามารถทำอย่างไรได้บ้าง

             เรื่องนี้  ท่านสมปอง วิมาโร ผอ.ส่วนฯใน สนง.ลูกเสือแห่งชาติ แจ้งว่า การอบรม BTC และ ATC เป็นหลักสูตรที่จัดโดยลูกเสือจังหวัด โดยผู้อำนวยการฝึกเป็นผู้ลงนามในวุฒิบัตร ขณะนี้ยังไม่มีระเบียบการออกใบแทน จึงให้ผู้อำนวยการฝึกออกใบรับรองไปก่อน
             ( แต่หากเป็นนักศึกษาที่เรียน ค.บ. กศ.บ. ศษ.บ. ถ้ามีการอบรมลูกเสือเขาจะบันทึกไว้ในทรานสคริป สามารถใช้ทรานสคริปยืนยันแทนวุฒิบัติที่สูญหายได้ )
             ขณะนี้ สนง.ลูกเสือกำลังทำระเบียบการออกใบแทน


วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

1.เกณฑ์การสอบวิชาเลือก, 2.พนักงานราชการเพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ไม่ได้ประเมิน จะต่อสัญญาได้ไหม, 3.การขอเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการ, 4.ปีนี้ให้ประเมินพนักงานราชการถึง 31 ส.ค. คนที่บรรจุ 1 ก.พ.จะทำงานเพียง 7 เดือน เลื่อนค่าตอบแทนได้ไหม, 5.สรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล, 6.ต่อไปจะไม่มีข้ออ้าง, 7.นศ.เก่าเปลี่ยนมาเรียนแบบทางไกลได้ไหม




สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 26 ก.ย.59 มีครูของ กศน.อำเภอ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  มีระเบียบไหมว่า วิชาเลือกไม่ให้มีการสอบซ่อม

             ผมตอบว่า   ไม่มีระเบียบห้าม แต่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ได้ทำข้อสอบซ่อมวิชาเลือกไว้ บอกว่าวิชาเลือกไม่ต้องสอบซ่อม นั้น เพราะวิชาเลือกไม่มีเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนปลายภาคถึง 30 % และคะแนนระหว่างภาคได้กันมาก ผ่านหมดอยู่แล้ว จ.พระนครศรีอยุธยาจึงไม่สอบซ่อมวิชาเลือก

             แต่ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/59 เป็นต้นไป การเรียนแบบพบกลุ่ม วิชาเลือกบังคับ 2 วิชา กำหนดเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนสอบปลายภาคถึง 30 % ด้วย ( ส่วนวิชาเลือกอื่น ๆ สถานศึกษาจะกำหนดเกณฑ์ปลายภาคเท่าไรหรือไม่ก็ได้ การลงคะแนนปลายภาควิชาเลือกในโปรแกรม ITw ต้องเปลี่ยนเกณฑ์ไปมา ) จึงเริ่มมี นศ.ที่ไม่ผ่านเกณฑ์วิชาเลือก

             ตามระเบียบ ผู้ที่เข้าสอบปลายภาค แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ สถานศึกษาสามารถให้ประเมินซ่อมได้ทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก






         2. เย็นวันที่ 29 ก.ย.59 แพรวา พริ้ว ไหว ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ค ว่า  ดู ETV เกี่ยวกับการต่อสัญญาพนักงานราชการ วันที่ 29 กย. 59 เวลา 15.00 น. มีข้อสงสัยจะสอบถามว่า กรณีพนักงานราชการทำงาน 3 เดือน ยังไม่มีผลการประเมินในรอบ 6 เดือน จะสามารถต่อสัญญาได้หรือไม่

             ผมตอบว่า ต่อสัญญาได้ ( ต่อ 1 ปีก่อน ) แต่ไม่ให้เลื่อนค่าตอบแทน

         3. วันเสาร์ที่ 1 ต.ค.59 นางชุติกาญจน์ ไชยชมภู ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  การขอปรับเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสา เป็นตำแหน่งนักวิชาการหรือตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากมีภาระงานแต่มีจำนวนบุคลากรในสำนักงานน้อย จะขอปรับได้มั๊ย ซึ่งยังคงอยู่อำเภอ เพราะช่วงสุดท้าย (ในรายการ ETV) ท่านได้เกริ่นว่า ได้

             ผมตอบว่า   มีหลายคนฟังกันไม่เข้าใจชัดเจน ในรายการนั้น ผู้ถามกับผู้ตอบและผู้ฟัง คิดไปถึงคนละประเด็นกัน เช่นเดียวกับคำถามนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงประเด็นเปลี่ยนตำแหน่งอัตราว่าง หรือมีตัวคนครองตำแหน่งอยู่แต่ขอเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้น
             ลองดูเทปรายการอีกรอบ ดูจนจบ จะได้คำตอบว่า ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้เฉพาะอัตราว่าง
             เช่น เมื่อมีครูอาสาฯลาออก/เกษียณ/เลิกจ้าง/เสียชีวิต เกิดเป็นอัตราว่างแล้ว จะเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างนี้ให้เป็นตำแหน่งนักวิชาการศึกษา จังหวัดก็ส่งเรื่องขอเปลี่ยนตำแหน่งไปได้
             แต่ตำแหน่งที่มีตัวคนอยู่ จะขอเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้ ต้องเปลี่ยนโดยการที่คนนั้นสอบใหม่ในตำแหน่งใหม่ ( ซึ่งเริ่มต้นค่าตอบแทนขั้นต้นใหม่ และการรับสมัครสอบต้องรับสมัครบุคคลทั่วไปด้วย )

         4. ดึกวันที่ 6 ต.ค.59 Nid-noi Tanasorn ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  พนักงานราชการได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่ง สนง.กศน.จังหวัด ลงวันที่ 1 กพ.59 (แต่งตั้งเป็นพนักงานราชการตั้งแต่วันที่ 1 กพ.59-30กย.59)...จะมีสิทธิ์ได้รับการเลื่อนค่าตอบแทนหรือไม่..เนื่องจากปี 59 นี้ให้นำผลการปฏิบัติงานถึงวันที่ 31สค.59 มาใช้ประเมิน(ถ้านับอายุงาน 1 กพ.-31 สค.59 นับได้ 7 เดือน)

             ผมตอบว่า   ที่ให้ประเมินฯถึงวันที่ 31 ส.ค.นั้น เป็นเพียงการประเมินฯล่วงหน้าเพื่อให้ทันการณ์ แต่ปี งปม.นี้ทุกคนก็ทำงานถึงสิ้นปี งปม.เหมือนเดิม ฉะนั้นเมื่อทำงานครบ 8 เดือน ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้
             ( ถ้าบรรจุตั้งแต่วันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. ปกติจะให้เลื่อนค่าตอบแทน แต่ถ้าบรรจุหลังวันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ เช่นถ้าวันที่ 1-2 ก.พ.เป็นวันหยุดราชการ แล้วบรรจุวันที่ 3 ก.พ.ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้ แต่ถ้าวันที่ 1 ก.พ.เป็นวันทำการแล้วบรรจุวันที่ 2 ก.พ.จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ )

         5. วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.59 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องสรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล ว่า

             1)  ลักษณะสำคัญของโปรแกรมการเรียนรู้ จะระบุว่า โปรแกรมนั้น ตลอดหลักสูตรประกอบด้วยวิชาอะไรบ้าง
                  อาจจะระบุเพิ่มเติมไว้ในวรรคต้นว่าโปรแกรมนั้นสำหรับนักศึกษาที่มีลักษณะอย่างไร
                  แต่ละสถานศึกษา จะมีโปรแกรมการเรียนรู้หลายโปรแกรม ให้เหมาะกับลักษณะของนักศึกษาแต่ละคน ( นักศึกษาที่มีลักษณะเดียวกันก็เรียนในโปรแกรมเดียวกัน ) เช่น
                  - โปรแกรมเกษตรเพื่อชีวิต
                  - โปรแกรมการบริหารจัดการทางธุรกิจ
                  - โปรแกรมการปลูกมะนาว
                  - โปรแกรมช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก
                  - โปรแกรมช่างเสริมสวย
                  - โปรแกรมอาหารและโภชนาการ
                  - โปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย
                  - โปรแกรมอิสลามศึกษา
                  ฯลฯ

                  ถ้าเป็น “โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล” ก็คือการระบุว่า นาย ก. เรียนโปรแกรมอะไร เช่น โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคลของ นายทีละพัน จำปีห้อย คือโปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
                  - การระบุรายวิชาในแต่ละโปรแกรม อาจจะระบุเฉพาะวิชาเลือกเสรี เพราะวิชาบังคับกับวิชาเลือกบังคับเหมือนกันทุกคนและเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว
                  - รายวิชาเลือกเสรีในแต่ละโปรแกรม ต้องระบุให้ครบตลอดหลักสูตร คือ ระดับประถม 8 หน่วยกิต, ระดับ ม.ต้น 10 หน่วยกิต, ระดับ ม.ปลาย 26 หน่วยกิต ( เกินได้ ขาดไม่ได้ )

                  ตัวอย่างโปรแกรมการเรียนรู้ ระดับ ม.ต้น
                  โปรแกรม การปลูกมะนาว ( ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลสมมุติ )
                  สำหรับนักศึกษาที่มีเป้าหมายการเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพปลูก มะนาว ( ปัจจุบันประกอบอาชีพปลูกมะนาวเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม หรือสนใจ/ตั้งใจจะประกอบอาชีพปลูกมะนาว )
                  ประกอบด้วย รายวิชาเลือกเสรีดังต่อไปนี้ ( อาจพิมพ์เป็นตาราง มี 4 คอลัมน์ คือ สาระการเรียนรู้-รหัสรายวิชา-ชื่อรายวิชา-จำนวนหน่วยกิต )
                  สาระการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ
                  1. อช 23008  รายวิชา การเตรียมดินปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์   2 หน่วยกิต
                  2. อช 23009  รายวิชา การตอนกิ่งมะนาว   2 หน่วยกิต
                  3. อช 23010  รายวิชา การดูแลรักษามะนาวในวงบ่อซีเมนต์   3 หน่วยกิต
                  4. อช 23011  รายวิชา การตลาด   3 หน่วยกิต
                  รวมรายวิชาเลือกเสรี 10 หน่วยกิต

             2)  แผนการเรียนรู้รายบุคคล
                  คือแผนฯที่ระบุว่า นศ.คนนั้น เรียนในโปรแกรมใด ( ชื่อโปรแกรม ) เรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด ตลอดหลักสูตร
                  - แผนการเรียนรู้นี้ ควรจะระบุทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก เพราะ แผนการเรียนรู้รายบุคคลนี้จะให้นักศึกษาคนนั้น เก็บไว้ดูตลอดการเรียนจนจบหลักสูตรด้วย  ถ้าระบุเฉพาะวิชาเลือกอาจทำให้นักศึกษาคนนั้นสับสนเข้าใจผิด  เพื่อความชัดเจนจึงควรระบุทั้งวิชาบังคับ วิชาเลือก วิชาที่เทียบโอน วิชาที่เรียน ( วิชาที่เรียน ระบุว่าเรียนในภาคเรียนใด )

                  ขึ้นต้นว่า  แผนการเรียนรู้รายบุคคล ระดับ ... ... ของ นาย ... ... รหัสนักศึกษา ... ... วิธีเรียน แบบ ... ... กลุ่ม ... ...
                  โปรแกรมการเรียนรู้ ... ...
                  รายวิชาที่เทียบโอน
                  ………………………..
                  ………………………..
                  รายวิชาที่เรียน
                   ( ในส่วนของรายวิชาที่เรียน อาจพิมพ์เป็นตารางแนวนอน แบ่งคอลัมน์ใหญ่เป็นภาคเรียน มีจำนวนภาคเรียนตามที่นักศึกษาจะเรียนจนจบหลักสูตร เพื่อระบุว่าจะเรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด )

         6. “ต่อไปจะไม่มีข้ออ้างว่า นักศึกษาต้องทำงานไม่มีเวลามาพบกลุ่ม เพราะถ้าไม่มีเวลาก็เรียนแบบการศึกษาทางไกล”
             ( ผชช.สุทธินี งามเขต พูดในรายการสายใย กศน. 21 ต.ค.59 )

             นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล ให้นับเป็น นศ.ของครูที่รับผิดชอบ และ กศน.อำเภอ/เขต ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเท่ากับ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่ม
             แต่ การเรียนแบบ กศ.ทางไกล จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา คือ ต้องแบ่งเงินอุดหนุนรายหัวไปจ่ายเป็น ค่าตอบแทนครูที่ปรึกษาประจำรายวิชา
             ครู ศรช. ก็ต้องเบิกค่าจ้างจากเงินอุดหนุนรายหัวนี้ ถ้า นศ.ของครู ศรช. เรียนแบบ กศ.ทางไกลมากหลายคน อาจทำให้เงินอุดหนุนรายหัวไม่ค่อยพอ
             อาจจะให้ นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล เป็นนักศึกษาในกลุ่มของ ข้าราชการ ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ซึ่งไม่ได้เบิกค่าตอบแทนจากเงินอุดหนุนรายหัว ส่วนครู ศรช.ให้รับผิดชอบ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มเหมือนเดิม
             แต่ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มก็ต้องมาพบกลุ่ม ( สัปดาห์ละ 6 ชม.)

             - การเรียนแบบ กศ.ทางไกล เน้นเรียนจากสื่อเทคโนโลยี ( วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ) ผู้เรียนต้องมีพื้นความรู้พอที่จะเรียนได้ด้วยตนเอง
             - การเรียนแบบพบกลุ่ม เน้นเรียนกับครู ผู้เรียนต้องมีเวลามาพบกลุ่ม
              ( แนะแนวให้ นศ.เลือกวิธีเรียน ในช่วงรับสมัครลงทะเบียนเรียน พร้อมกับการเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดโปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล )

         7. อ.พิชญา นัยนิตย์ สถาบันการศึกษาทางไกล กศน. บอกว่า
             - ในภาคเรียนเดียวกัน นศ. ต้องเรียนวิธีเดียวกันในทุกวิชา จะเรียนแบบ กศ.ทางไกล ในบางวิชา และเรียนแบบพบกลุ่มในบางวิชาในภาคเรียนเดียวกันไม่ได้
             - นศ.ที่ภาคเรียนแรกเรียนแบบพบกลุ่ม เช่น นศ.เก่า ให้เรียนวิธีเดิมไปจนจบ แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็น ภาคเรียน 2/59 นี้ก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้เป็นราย ๆ ไป ( เมื่อเปลี่ยนภาคเรียนก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้ถ้าจำเป็น ) ผู้พิจารณาอนุมัติให้เปลี่ยนวิธีเรียนคือ ผอ.สถานศึกษา  แต่ ภาคเรียนแรกกับภาคเรียนสุดท้ายที่จบต้องเรียนวิธีเดียวกัน เป็นข้อกำหนดของระบบทะเบียน  เช่น ภาคเรียนแรกเรียนแบบ กศ.ทางไกล ภาคเรียนที่ 2 ขอเปลี่ยนเป็นเรียนแบบพบกลุ่ม เมื่อถึงภาคเรียนสุดท้ายต้องเรียนแบบ กศ.ทางไกล