แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องราชฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องราชฯ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

1.ผู้หญิงเข้ารับเครื่องราช ในพิธีต้องสวมหมวกไหม, 2.ครูขอยกเว้นการเข้ารับราชการทหาร, 3.บรรจุใหม่ กู้สร้างบ้านที่อีกอำเภอก่อนย้าย แล้วย้ายภายหลัง เบิกค่าเช่าบ้านเพื่อส่งธนาคารได้หรือไม่, 4.การคืนเครื่องราชฯ, 5.คะแนนประเมินพนักงานราชการเป็นแบบนี้ ยังจะได้ทำงานไหม?, 6.การออกใบแทนใบวุฒิฯ หลักสูตรเก่าๆ, 7.ต้องทำหนังสือระบุผู้รับเงินบำเหน็จตกทอด และเงินช่วยพิเศษ หรือไม่

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. เช้าวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ผู้หญิงเข้ารับเครื่องราชชั้นสายสะพาย ในพิธีต้องสวมหมวกไหม..พอดีเพื่อนจะเข้ารับ..ค้นหาไม่เจอ..
             หาเจอแล้ว.ไม่ต้องสวมหมวก..ถูกต้องไหม

             ผมตอบว่า   ใช้ระเบียบการแต่งเครื่องแบบฯ คือ ถ้าพิธีภายในอาคารไม่ต้องสวมหมวก พิธีภายนอกอาคารสวมหมวก (ทั้งผู้ชายและผู้หญิง)
             ซึ่งพิธีรับเครื่องราชฯจะจัดภายในอาคาร จึงไม่ต้องสวมหมวก ( ตัวอย่างตามขั้นตอนปฏิบัติในการเข้าเฝ้ารับพระราชทานเครื่องราชฯ ในภาพประกอบ )
             อนึ่ง ในกำหนดการพิธีต่าง ๆ จะระบุไว้ว่าให้สวมหมวกหรือไม่ เช่นระบุว่า "การแต่งกาย เครื่องแบบปกติขาวสวมหมวก" ถ้ากำหนดการระบุว่า "การแต่งกาย เครื่องแบบปกติขาว" จะหมายถึงไม่ต้องสวมหมวก ( ตัวอย่างตามภาพประกอบ )




         2. คืนวันจักรี 6 เม.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งพนักงานราชการครู กศน.ตำบล สามารถทำเรื่อฃขอยกเว้นการเกณฑ์ทหารได้ไหม เหมือนครูในระบบที่ครูอัตราจ้างก้อสามารถทำได้

             ผมตอบว่า   ใช้ระเบียบฉบับเดียวกัน
             ( ใช้คำว่า “ยกเว้น” ถูกแล้ว ครู=ยกเว้น นักเรียน=ผ่อนผัน )
             ครูที่จะขอยกเว้นการเข้ารับราชการทหารได้ จะต้องเป็น “ครูประจำ” ( ครูอัตราจ้างก็ขอยกเว้นได้ถ้าเป็นครูประจำ ) ที่มีคุณสมบัติดังนี้
             - ทำการสอนนักเรียนนิสิตนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 15 คน ( ถ้าห้องใดมีนักเรียน 15-29 คน แต่มีครูมากกว่า 1 คน ขอยกเว้นให้ครูได้เพียง 1 คน ) และ
             - สอนระดับมัธยมศึกษาลงมาสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง หรือ สอนระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 15 ชั่วโมง
             ทั้งนี้ ครูที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องไปตรวจเลือกทหาร ( เกณฑ์ทหาร )
             โดยปกติสถานศึกษา กศน.ต้องส่งเรื่องถึง สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ภายในเดือน ธ.ค. ซึ่งครูต้องยื่นคำร้องถึงสถานศึกษา ดังนี้
             1)  ใบสำคัญ ( แบบ สด.9 )
             2)  หมายเรียก ( แบบ สด.35 )
             3)  บัตรประจำตัวประชาชน
             4)  สำเนาทะเบียนบ้าน
             5)  คำสั่งแต่งตั้งให้เป็นครู
             6)  ตารางสอน
             ดาวน์โหลดตัวอย่างแบบฟอร์มขอยกเว้นฯได้ที่   http://www.spm18.go.th/2017/datas/file/1547092312.pdf  
             ปกติจะยกเว้นไปจนพ้นจากฐานะ ( หมดคุณสมบัติ ) หรืออายุ 30 ปี ( อายุ 30 ปลดจากทหารกองเกินเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 2 ไม่ต้องเกณฑ์ทหารแล้ว ) ถ้าหมดคุณสมบัติก่อนอายุ 30 ปี เช่น พ้นจากการเป็นครูประจำ นักเรียนไม่ครบ 15 คน ชั่วโมงสอนไม่ครบสัปดาห์ละ 18 ชม. ผู้ได้รับการยกเว้นต้องแจ้งนายอำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหาร ตามมาตรา 15 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.รับราชการทหาร (ฉบับที่ 4) ภายใน 30 วัน นับจากวันพ้นจากฐานะ ถ้าไม่แจ้งจะมีโทษตามมาตรา 43   ( ตอนหลังรู้สึกว่าเขาจะให้สถานศึกษาแจ้งอีกส่วนหนึ่งด้วย )

         3. วันสงกรานสต์ 13 เม.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ครูบรรจุใหม่กู้สร้างบ้านอีกอำเภอ..แล้วยื่นย้ายไปอยู่ทีหลัง..จะเบิกค่าเช่าบ้านเพื่อส่งธนาคารได้หรือเปล่า

             ผมตอบว่า   ถ้าได้ย้ายตามคำร้องขอของตนเองเบิกไม่ได้ ถ้าไม่ต้องห้ามตามเงื่อนไข 3 ข้อ จะเบิกได้..
             กรณีการทำสัญญากู้เงินจากธนาคารเพื่อนำมาซื้อบ้านหรือจ้างปลูกสร้างบ้านก่อนที่จะย้ายไปรับราชการในท้องที่นั้น ต่อมาภายหลังหาก “ได้รับคำสั่งย้ายไปสำนักงานต่างท้องที่” ให้ไปประจำในท้องที่ที่มีบ้านที่ได้กู้เงินธนาคารมาซื้อหรือสร้างบ้าน แม้จะซื้อหรือสร้างก่อนมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน บ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิแต่ยังมีหนี้ค้างชำระ จึงไม่ต้องห้ามตาม ม.7 (2) และถ้าไม่ต้องห้ามตามเงื่อนไขอื่น ๆ อีก 3 ข้อคือ
             1)  ราชการจัดที่พักอาศัยให้
             2)  มีบ้านอื่นที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสโดยไม่มีค้างชำระในท้องที่
             3)  ได้ย้ายตามคำร้องขอของตนเอง
             ย่อมเป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านซึ่งสามารถนำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านหลังดังกล่าวมาใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน

         4. เช้าวันที่ 3 พ.ค.64 ( วันหยุดชดเชยวันแรงงานของผู้ใช้แรงงาน ) มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เครื่องราชฯ ที่เราได้รับ พอเวลาวันที่เราเกษียนอายุราชการแล้วเราต้องคืน ใช่ไหมคะอาจารย์ หนูเคยได้ยิน พวกคุณครูที่เขาเกษียนมาแล้ว เขาบอกค่ะ

             ผมตอบว่า   เหรียญตราเครื่องราชฯที่ได้รับจัดสรรจากส่วนกลาง ( ไม่รวมถึงที่จัดซื้อจัดหาเอง-ไม่รวมประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชฯ-ไม่รวมแพรแถบย่อ ) มีระเบียบการส่งคืน 4 ข้อ ตามภาพประกอบ ซึ่งจะเห็นว่าไม่มีข้อที่ระบุว่า เกษียณ คือเมื่อได้รับพระราชทานฯแล้ว ถ้าไม่เข้าข้อ 1-2 ก็ประดับไปได้ตลอดชีวิต แต่หลายคนเมื่อเกษียณก็จะส่งคืนเลยเพื่อไม่เป็นภาระแก่ทายาทตามข้อ 3 เพราะทายาทที่รับมรดกต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่ส่งคืน ทายาทจะมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าหาไม่พบต้องชดใช้ตามข้อ 4 ซึ่งราคาแพงมาก
             การส่งคืน ส่งคืนได้ 3 ที่
             1)  สนง.กศน.จังหวัด/กทม.
             2)  กบ.กศน.
             3)  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์) ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล

 

         5. เย็นวันที่ 21 ก.ย.64 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าประเมินพนักงานราชการไตรมาศ 1-2 ได้ 62 คะแนน  ไตรมาศ 3-4 ได้ 78 ระดับดี ยังจะได้ทำงานไหมคะ เพราะเขาบอกว่า ต้องเอาคะแนนไตรมาศ 1-2 มารวมกับคะแนน ไตรมาศ 3-4 แล้วเอามาหาร 2 ต้องอยู่ในระดับดี

             ผมตอบว่า  มี 2 เรื่อง คือ
             1)  ถ้าเป็นการประเมินในปีที่จะต่อสัญญาจ้าง ต้องผ่านครบทั้งสองข้อจึงจะต่อสัญญาจ้าง คือ
                 - ได้ "คะแนน" ระดับ ดี (75 คะแนน)ขึ้นไป อย่างน้อย 1 ครั้ง

                 - "คะแนนเฉลี่ย" ของ 2 ครั้ง ระดับ ดี (75 คะแนน)ขึ้นไป
            2)  ถ้าเป็นการประเมินในปีที่ไม่ได้จะหมดสัญญาจ้าง ต้องผ่านแค่ข้อเดียวคือ ได้ "คะแนน" ระดับ ดี (75 คะแนน)ขึ้นไป อย่างน้อย 1 ครั้ง ก็ไม่เลิกจ้าง ไม่ดูคะแนนเฉลี่ย (คะแนนเฉลี่ยใช้พิจารณาจำนวนเงินเพิ่มค่าตอบแทน)
            กรณีที่คุณแจ้ง ผ่านข้อ 1 ข้อเดียว คือได้ต่ำกว่า 75 คะแนน เพียงครั้งแรกครั้งเดียว ผ่านเกณฑ์ข้อ 1 ถ้าไม่ใช่ปีที่จะต่อสัญญาจ้างก็ยังจะได้ทำงานต่อ

            แต่ถ้าเป็นปีที่จะต่อสัญญาจ้าง ก็จะไม่ต่อสัญญาจ้าง เพราะ คะแนนเฉลี่ย 2 ครั้ง (62+78)/2=70 ต่ำกว่า 75 ไม่ผ่านเกณฑ์ข้อ 2 ผ่านเกณฑ์ข้อเดียว ไม่ต่อสัญญาจ้าง

         6. วันที่ 31 ส.ค.64 มีบุคลากร สนง.กศน.จังหวัด โทร.มาถามผมถึงวิธีออกหลักฐานการศึกษากรณี นักศึกษาหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ ระดับที่ 4 รับไปแล้วสูญหายมาขอใหม่

            ผมตอบทางไลน์ ว่า
            เรื่องนี้ผมเคยตอบใน
            - ข้อ 4 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/472755  
            - ข้อ 2 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/535023  
            - https://www.gotoknow.org/posts/442192  
            ว่า
            ถ้าแน่ใจว่าเขาจบจริง หลักสูตรเก่า ๆ ก่อนหลักสูตร 2544 ให้ออกเป็นหนังสือรับรองตามแบบฟอร์มที่  https://www.gotoknow.org/posts/442192  
            ( คำว่า “รหัสประจำวัน” แก้เป็น “รหัสประจำตัว” )
            โดยสามารถ ปรับส่วนที่เป็นผลการเรียน ให้สอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตรนั้น ๆ
            ( เพื่อความแน่ใจว่าวิธีนี้ถูกต้อง ผมได้ถามเรื่องนี้ที่กลุ่มพัฒนา กศน.อีกครั้ง เมื่อ ธ.ค.54 ได้รับคำตอบจาก คุณกรวรรณ ว่า ให้ออกเป็นหนังสือรับรองนี้อย่างเดียว ใช้แทนใบ รบ. โดยถ้าไม่มีผลการเรียน ให้ดูโครงสร้างหลักสูตรนั้นว่าต้องเรียนวิชาใดบ้าง ถ้าเรียนเหมือนกันทุกคนก็ใส่วิชาที่เรียนลงไปด้วย ถ้าผลการเรียนเป็น ผ่าน ก็ใส่ว่า ผ่าน หรือไม่ต้องมีผลการเรียนก็ได้ และถ้าไม่สามารถทราบได้ว่าเรียนวิชาใดบ้างก็ไม่ต้องใส่ทั้งวิชาและผลการเรียน )

         7. วันที่ 27 ก.ย.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ เรื่องเงินบำเหน็จตกทอด และเงินช่วยพิเศษ ว่า ผู้มีคู่สมรส มีบุตร ต้องทำพินัยกรรมหรือไม่คะ

            ผมตอบว่า
            - ถ้าเป็นบำเหน็จตกทอด จะจ่ายให้ทายาทโดยไม่ต้องทำเรื่องระบุ ถ้าไม่มีทายาทเหลือ จึงจะจ่ายให้ผู้ที่ระบุไว้
            - ถ้าเป็นเงินช่วยพิเศษกรณีเสียชีวิต ถ้าระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้ที่ระบุไว้ ไม่จ่ายให้ทายาท ถ้าไม่ระบุไว้ จึงจะจ่ายให้ทายาท
            - กรณีในวันที่เราเสียชีวิต ไม่เหลือทายาทด้วยและไม่ระบุไว้ด้วย เงินจะตกเป็นของแผ่นดินทั้ง 2 อย่าง

 

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

1.ครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ ป่วยเป็นมะเร็ง ขอย้ายกรณีพิเศษ-ย้ายสับเปลี่ยน ได้ไหม?, 2.เครื่องแบบพนักงานราชการ สป.ศธ.(กศน.), 3.การสะสมวันลาพักผ่อน, 4.ห้องสมุดฯรับเงินค่าฝากรถ ผิดไหม, 5.ลาออกจากพนักงานราชการแล้ว ถามเรื่องคืนเครื่องราชฯ, 6.ขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารแล้ว จะส่งใบมาตามที่อยู่หรือที่ กศน., 7.ย้ายสถานศึกษา ต้องสอบ N-NET(E-Exam) ใหม่

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 19 ต.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เป็นครูผู้ช่วย กศน. รอบพิเศษ ขอเรียนถามอาจารย์
             คำถามที่ 1 ป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ ผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้งจะสามารถขอย้ายกรณีพิเศษได้ไหม
             คำถามที่ 2 จะขอสับเปลี่ยนกับครูผู้ช่วยที่มีเอกเดียวกันได้ไหม

             ผมตอบว่า   การขอย้ายสับเปลี่ยน ( การย้ายกรณีปกติ ) ยังขอย้ายไม่ได้ ( การขอย้ายสับเปลี่ยนของ กศน. ไม่ต้องเป็นเอกเดียวกัน )
             ส่วนการย้ายเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง ( การย้ายกรณีพิเศษ ) ต้องเป็นผู้เจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และแพทย์แผนปัจจุบันในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์แผนปัจจุบันรับรอง
             ลองยื่นหลักฐานให้ส่วนกลางพิจารณานะ

         2. วันที่ 26 ต.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนูเป็นครู กศน.ตำบลค่ะ อยากสอบถามเรื่องเครื่องแบบของพนักงานราชการครูกศน.ที่ถูกต้องและปัจจุบัน

             ผมตอบว่า   เครื่องแบบปกติใช่ไหม ดูจากประกาศฯที่  https://drive.google.com/file/d/1foMzLLNMp4U7ty2YyXjChQddTVUCcL2z/view?usp=sharing 
             หรือ  https://bit.ly/35xPQi3
             และ ดูภาพประกอบโพสต์นี้

 



 

         3. เช้าวันที่ 16 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  วันพักร้อนของพนักงานราชการ พักได้ 10 ถ้าเลยเก็บไว้ปีถัดไป แล้วปีถัดไปใช่หมด 10 วัน แต่ยังมีที่สะสม เหลือ 2 วันจะใช่ 2 วันที่เหลือได้ไหมค่ะ
             ปีที่ 1 ลา 5 วัน
             ปีที่ 2 ลา 13 วัน
             ปีที่ 3 ลา 12 วัน ได้ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   ได้
             ( ตามระเบียบใช้คำว่าลาพักผ่อน ไม่ใช่ลาพักร้อน เพราะลาได้ทุกฤดู) พนักงานราชการลาพักผ่อนได้ปีละ 10 วัน ปีใดลาไม่หมด ยกวันลาที่เหลือไปรวมกับปีถัดไปได้ไม่เกิน 5 วัน รวมเป็นไม่เกิน 15 วันในปีถัดไป
             ( พนักงานราชการแม้อายุงาน 10 ปีขึ้นไป ก็สะสมได้ไม่เกิน 15 วัน ต่างกับข้าราชการที่ยกไปได้ไม่เกิน 10 วัน รวมเป็นไม่เกิน 20 วัน ถ้าข้าราชการรับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี สะสมรวมไม่เกิน 30 วัน
             ส่วนชายแดนใต้ลาได้ปีละ 20 วัน สะสมปีถัดไปรวมไม่เกิน 30 วัน ถ้ารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี สะสมรวมไม่เกิน 40 วัน)
             สมมุติว่าปีแรกพนักงานราชการมีสิทธิลา 10 วัน แต่ลาไม่ครบ ถ้าเหลือเกิน 5 วัน ส่วนที่เหลือเกิน 5 วันนั้นจะตัดทิ้งหายขาดไปเลย จะนำวันที่เหลือเกิน 5 วันนั้นไปรวมกับปีใดอีกไม่ได้ เช่น ถ้าปีแรกมีสิทธิลา 10 วัน และ
             - ถ้าปีแรกลา 0-5 วัน ปีต่อไปจะมีสิทธิลา 15 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 6 วัน ปีต่อไปจะมีสิทธิลา 14 วัน

             - ถ้าปีแรกลา 0-5 วัน ปีที่สองลา 15 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 10 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 0 วัน ปีที่สองลา 0 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 15 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 0 วัน ปีที่สองลา 15 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 10 วัน


 

         4. ดึกวันเสาร์ที่ 28 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี รับฝากรถ ของผู้มาเที่ยวงานประจำปี ของจังหวัด โดยรับฝากนอกเวลาราชการ และให้ ครู กศน.เป็น ผู้รับฝาก มีความผิดไหม โดยเงิน จะนำเข้า รายได้สถานศึกษา และ ผอ.จังหวัด อนุญาต ให้ รับฝากรถได้

             ผมตอบว่า   ก็ไม่มีความผิดนะ แต่ควรมีระเบียบหลักเกณฑ์อัตราการเก็บเงินรองรับ และการรับเงินรายได้สถานศึกษาต้องออกใบเสร็จราชการ


 

         5. เย็นวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีที่เราเป็นพนักงานราชการ ได้รับเครื่องราช แล่วลาออก ไม่ทำงานที่ไหนอีกแล้ว ต้องทำอย่างรัยกับเครื่องราชค่ะ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย   แล้วพ่อเสีย พี่สาวรับราชการเลยขอพระราชทานเพลิงให้พ่อ แล้วให้ดิฉันอ่านประวัติ เราจะต้องใส่ชุดขาวมั๊ยคะ

             ผมตอบว่า
             1)  ปกติยังสามารถเก็บเหรียญตราชั้นสูงสุดของแต่ละตระกูลไว้ต่อไปได้จนเสียชีวิต นำไปโชว์ในงานศพก็ได้ เสร็จแล้วตามหลักกฎหมายทายาทต้องรับผิดชอบส่งคืน ทายาทตามกฎหมายจะบอกว่าไม่รับรู้ไม่ได้ ถ้าหาไม่พบทายาทก็ต้องชดใช้เป็นเงิน
                  จึงเป็นภาระกับทายาท ดังนั้นพอเกษียณหรือลาออกไม่รับราชการอีกแล้ว หลายคนก็มักจะส่งคืนกันเองให้เสร็จไปเลย
                  คุณไม่ได้บอกว่าตอนเป็นพนักงานราชการนั้นสังกัด กศน.หรือไม่ ถ้าใช่ก็ลองไปส่งคืนที่ สนง.กศน.จังหวัด
             2)  คนอ่านประวัติผู้วายชนม์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดปกติขาว โดยเฉพาะคุณถ้าลาออกแล้วและเป็นสตรี จะใส่ชุดปกติขาวไม่ได้แล้ว
                  พนักงานราชการที่ลาออกแล้วจะใส่ชุดปกติขาวไม่ได้ ถ้าเป็นบุรุษยังใส่ชุดขาวที่เป็นเครื่องแบบขอเฝ้า(ไม่ใช่เครื่องแบบปกติขาว)ได้ แต่สตรีไม่มีชุดขอเฝ้าที่คล้ายเครื่องแบบปกติขาว

         6. คืนวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้ทำเรื่องผ่อนผันแล้วคับ แล้วใบที่ทางอำเภอที่ต้องไปเกณฑ์ทหารเค้าจะส่งใบมาตามที่อยู่หรือส่งมาที่กศนหรอคับ

             ผมตอบว่า   กศน.จังหวัด จะแจ้งไปที่ กศน.อำเภอ ตามลักษณะหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้
             คุณก็ไปแสดงตัวตาม วัน-เวลา-สถานที่ ที่ระบุใน สด.35


 

         7. เย็นวันที่ 18 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  หนูเรียนกศน.การศึกษาทางไกล ระบบเทียบโอน ม.ปลาย หนูจะจบเทอมนี้ (เทียบโอนเพราะหนูเคยเรียนกศนอีกที่มาก่อน แล้วไม่สะดวกเลยย้ายไปเรียนทางไกล) พอหนูจะจบหนูเก็บกพชครบหมดแล้ว หนูสอบถามว่าหนูต้องสอบ N-net อีกรอบไหม (เพราะหนูเคยสอบจากที่กศนเก่ามาแล้ว ใช้ผลข้อสอบเก่าได้ไหม) ติดต่อฝ่ายทะเบียนแจ้งว่าได้ (สอบถามก่อนมีการสอบn-netรอบล่าสุด) หนูมีผลสอบพร้อมชื่ออยู่ในเว็บ n-net เมื่อครั้งที่เคยเรียน กศนที่เก่า)
         พอมาวันนี้หนูไปทำเรื่องจบ เขากลับมาบอกว่า ผลสอบn-nEt ของปีเก่าใช้ไม่ได้ เพราะว่าเขาเพิ่งมาเปลี่ยนระบบหลังจากมีการสอบn-net รอบล่าสุดว่าไม่ให้ใช้ผลสอบเก่า

         ผมตอบว่า   ใช่ครับ มีหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 26 ต.ค.63 ว่า ถ้าลาออกและสมัครใหม่ ( การย้ายสถานศึกษาก็ต้องลาออกและสมัครใหม่ ) ไม่สามารถใช้ผลสอบ N-NET เก่า ต้องสอบใหม่
         ( ไม่ใช่สอบ N-NET แบบเดิมใหม่นะ แต่ให้สอบ E-Exam แทน )