แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุมสอบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คุมสอบ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

1.ช่วงเวลาอยู่เวร กี่โมงถึงกี่โมง, 2.เทียบวุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค, 3.ออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษได้ฉบับเดียวหรือ?, 4.เด็กวัยเรียน จะจบ ม.ต้น กศน.ต้องอายุ 16 ปีหรือฯ, 5.จะเอาข้อมูล GPAX 5 ตรงไหน, 6.การใช้ประกาศนียบัตรสมัครเรียน-การขอจบ, 7.คุณสมบัติกรรมการคุมสอบ

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันที่ 4 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากทราบว่า ช่วงเวลา การอยู่เวร-ยาม สถานที่ราชการ  กลางวัน 06.00 - 18.00 น. หรือ 08.30 - 16.30 น.  กลางคืน 18.00 - 06.00 น. หรือ 16.30 - 08.30 น.

ผมตอบว่า   ตาม หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ แต่กำหนดว่า “ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน” ฉะนั้น ในความรับผิดชอบของผู้บริหาร กรณีที่หน่วยงานไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย  ผู้บริหารต้อง “ออกคำสั่ง” ให้มีผู้อยูเวรรักษาการณ์รวมทุกผลัดแล้วให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้ามี 2 ผลัดคือผลัดกลางคืนกับผลัดกลางวัน เพื่อความยุติธรรมอาจกำหนดผลัดละ 12 ชั่วโมงเท่ากัน ( เมื่อผลัดเวร จะ รับ-มอบ เวรกัน )

ถ้าแต่งตั้งไม่ตลอดเวลา แล้วเกิดปัญหาขึ้น ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถือว่าผู้บริหารบกพร่อง

(ในทางปฏิบัติจริง อาจมีการยืดหยุ่นจาก “คำสั่ง” ที่สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบของแต่ละแห่งแต่ละราย)

         2. คืนวันที่ 11 พ.ย.64 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเว็บบล็อก ว่า  เดิมทีสอบได้เปรียญธรรม3ประโยคเมื่อปีพ.ศ.2534จะสามารถขอใบเทียบวุฒิการศึกษาได้มั้ยครับ ติดต่อได้ที่ใหน

             ผมตอบว่า   ไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิที่ไหน เปรียญธรรม 3 ประโยค ปกติเทียบเท่าวุฒิ ม.ต้น ใช้สมัครเข้าเรียน กศน.ระดับ ม.ปลายได้เลย
             แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่อื่นที่เขาไม่รับ ก็ลองนำประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้เปรียญธรรม ลงวันที่ 22 ส.ค.2526 แนบไปให้เขาดูด้วย
             และถ้าจะเทียบเท่าวุฒิ ม.ปลาย ตาม พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ตอนเรียนเปรียญธรรมนั้น ต้องจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 แล้ว ( ถ้าตอนที่เรียนเปรียญธรรมนั้นภาคบังคับเป็น ม.ต้น ก็ต้องจบ ม.ต้น แล้ว ) ต้องแนบใบวุฒิการศึกษาภาคบังคับให้ดูปีที่จบเป็นหลักฐานว่า "ตอนที่เรียน" เปรียญธรรมนั้น จบการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์แล้ว โดยถ้าจะนำไปใช้ในบางหน่วยงาน ให้แนบ พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ด้วย

             หมายเหตุ: ระดับการศึกษาภาคบังคับ

             การจะดูว่าผู้ใดจบการศึกษาภาคบังคับหรือไม่ ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด และบางช่วงต้องดูว่าจบในท้องที่ใดด้วย ดูรายละเอียดในข้อ 10 ที่
             http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html

         3. คืนวันที่ 17 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตามคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุงปี 55 หน้า 78 ส่วนที่ระบุว่า หากรับหลักฐาน กศน.1-ป ไปแล้วเกิดสูญหายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ ต้องขอรับฉบับใหม่ (โดยแจ้งความก่อน)  ใช้กับระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษด้วยไหมคะ ระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถขอได้มากกว่า 1 ฉบับ (หรือขอฉบับรับรองสำเนาโดย กศน. มากกว่า 1 ฉบับ) ได้ไหมคะ เนื่องจากจะใช้สมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ต้องส่ง ระเบียนฯ ภาษาอังกฤษ ออกโดย กศน. (ไม่อาจถ่ายสำเนาฉบับที่ครอบครองอยู่แล้วรับรองสำเนาเอง) น่ะค่ะ จะสมัคร 3 แห่งค่ะอาจารย์ ตามคู่มือดังกล่าว หน้า 80-81 ที่อธิบายถึงการออกหลักฐานระเบียนฯภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้กล่าวถึงว่าออกได้กี่ฉบับน่ะค่ะ
             พอดีสอบถามไปศูนย์ กศน.ที่เรียนจบมา อาจารย์ท่านบอกว่าออกให้ได้แค่ฉบับเดียวเพราะต้องมีเลขกำกับน่ะค่ะ
             เคยขอแต่ของระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยก็ออกให้หลายฉบับได้ สมมติ หาก กศน.มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ฉบับจริงๆ จะเท่ากับนักเรียนที่จบ กศน. มีโอกาสสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้เพียงแห่งเดียว
             ไม่ทราบว่าพอจะมีระเบียบหรือกฎอะไรที่สามารถอ้างอิงเป็นคำแนะนำให้หนูได้ไหมคะอาจารย์
             หนูพยายามเรียนขอความกรุณาจากท่านอาจารย์ท่านนั้นว่า หากจะออกเป็นสำเนารับรองให้โดย กศน.ก็ได้ค่ะ ท่านบอกให้หนูเอาฉบับที่มีถ่ายสำเนาแล้วรับรองเองแบบสำเนาบัตรประชาชน แต่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศระบุในเว็บไซต์ชัดเจนว่าเอกสารต้องออกโดยสถาบันการศึกษา หากหนูถ่ายสำเนาส่งไป มหาลัยย่อมไม่รับหนูเข้าศึกษาแน่นอนค่ะ เหตุผลที่หนูสมัครเรียนหลายแห่ง ก็เพราะสมัครเผื่อน่ะค่ะ (เหมือนคนสอบเอนทรานซ์ ก็คงต้องเลือกเผื่อไว้หลายแห่ง)

             ผมตอบว่า   ระเบียนฯฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใช้แบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. แต่ใช้กระดาษเปล่า จึงออกได้หลายฉบับโดยไม่ต้องใช้ระเบียบเรื่องการสูญหาย/เสียหายแบบระเบียนฯฉบับภาษาไทย ( มีศักดิ์เป็นเพียง "เอกสารฉบับแปล" เท่านั้น เลขที่ต้องเหมือนกับฉบับภาษาไทย โดยแทนที่จะไปให้สถาบันแปล แปลให้ สถานศึกษาก็แปลและรับรองให้เอง จะแปลกี่ครั้งเลขที่ก็ต้องเหมือนต้นฉบับ ถ้าไม่เหมือนก็คือแปลผิด )
             การออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ ถ้ากรอกข้อมูลจนสามารถออกได้ 1 ใบ ก็ไม่ยากที่จะออกอีกหลายใบ เพราะข้อมูลเหมือนเดิม จะสั่งปริ้นท์กี่ใบก็ได้ ไม่มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ใบ ลองคุยกับเขาใหม่  ผู้ที่บอกว่าออกได้ใบเดียว เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเหมือน รบ.ภาษาไทย ที่เป็นแบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. บอกเขาว่าใบ รบ.ภาษาอังกฤษใช้กระดาษเปล่า

         4. คืนวันที่ 26 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้หนูเรียนกศน.(เทียบโอนเมื่อปีที่แล้วมาเรียนกศน.ม.3) หนูอายุ14ค่ะและหนูจะเรียนจบม.3ที่กศนปีนี้ หนูเทียบโอนจากโรงเรียนปกติมาเมื่อต้นปี คุณครูที่หนูไปสมัครด้วยแจ้งว่าสามารถเรียนปีเดียวแล้วหลังจากนั้นเอาวุฒิไปสมัครโรงเรียนปกติได้เลย แต่พอหนูสมัครเรียนเรียนจนจะจบแล้วเค้ากลับบอกหนูว่าหนูต้องอายุ 16 ก่อนถึงจะได้วุฒิมอสามและเรียนต่อมอปลายไม่ได้ด้วยเพราะยังไม่ได้วุฒิ หนูถามเขาว่าแล้วหนูเรียนมอปลายต่อที่กศน.เลยได้ไหม เค้าก็ไม่รับเพราะไม่มีวุฒิ ขอใบรับรองจบก็ไม่ได้ค่ะต้องอายุ16 เท่ากับว่าหนูต้องเรียนช้ากว่าเพื่อนเพื่อนไปสองปีเลยค่ะ หนูขอคําแนะนําหน่อยนะคะ ครูเค้าบอกว่าเป็นกฎใหม่เพิ่งออกมาเมื่อตุลาหลังจากหนูสมัครแล้ว หนูเลยอยากขอคําแนะนําว่าแบบนี้หนูทําอะไรได้บ้างมั้ยคะ เค้าพูดกับหนูตอนสมัคร แต่ตอนนี้หนูลาออกจากโรงเรียนมาเรียนจนจะจบแล้วเค้ามาบอกกับหนูแบบนี้ พอดีว่าหนูไปโทถามหัวหน้ากศน. เขตลาดกระบัง เค้าบอกว่าเป็นกฎตามกระทรวงการศึกษาทำอะไรไม่ได้

             ผมตอบว่า   อายุ 15 ปีบริบูรณ์ ก็จบ ม.ต้น กศน.ได้แล้วนะ ขอดูระเบียบจากเขาซิว่าทำไมต้องอายุ 16 ปี
             ระเบียบคือ “กรณีเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับหรืออายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนสถานศึกษา กศน. ... ต้องใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ”
             คำว่า “ใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ” นี้ มีการตีความกันใหม่ตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่า ให้ยึดอายุเป็นหลัก เช่นจะจบ ม.ต้น ต้องอายุ 15 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องจัดแผนการเรียนให้เขาทยอยเรียนทยอยทำ กพช.ให้ครบเมื่ออายุ 15 ปี ไม่ใช่รีบเรียนจนจบก่อนอายุ 15 ปี แล้วให้รออยู่เฉยๆ เมื่อมีการฟ้องร้อง ศาลปกครองขอดูเงื่อนไขการจบหลักสูตร ซึ่งเงื่อนไขไม่มีเรื่องอายุ ศาลจะให้สถานศึกษา กศน.แพ้คดี เพราะนักเรียนในระบบบางคนก็จบ ม.3 ก่อนอายุ 15 ปีได้
             บอกให้ครูเขาโทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้เลยนะ และนำหนังสือตามภาพประกอบนี้ไปให้ครู และ ผอ. ดู


 

         5. คืนวันที่ 21 ม.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสมัครสอบทีแคส ของนักศึกษา กศน.ระดับม.ปลาย ซึ่งน้องนักศึกษา กำลังจะจบในภาคเรียนที่ 2/2564. โดยในระบบการสมัครสอบเปิดรับสมัครถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์. 2565.นั้น. หนูมีเรื่องสอบถามการกรอกข้อมูล GPAX 5 เราจะเอาข้อมูลตรงไหนกรอก. พอดีหนูไม่ค่อยเข้าใจระบบ ทีแคส. นะคะ

            ผมตอบว่า   GPAX ต่างจาก GPA โดย GPA อาจจะหมายถึง เกรดเฉลี่ยของทุกรายวิชาในแต่ละภาคเรียน ( เฉลี่ยภาคเรียนเดียว ) ก็ได้ แต่ GPAX หมายถึง เกรดเฉลี่ยสะสมของทุกรายวิชาตลอดการเรียนในระดับชั้นนั้น ( เฉลี่ยรวมทุกภาคเรียน )
            ซึ่ง “ระดับผลการเรียนเฉลี่ย” ที่มุมซ้ายล่างในใบ รบ. ( ระเบียนแสดงผลการเรียน ) ของ กศน. ก็คือ GPAX อยู่แล้วนะ
            ต้องดูด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้น ๆ รับเด็กที่จบ กศน. ( เขาเรียกว่านักเรียนเทียบเท่า ) หรือไม่ และถ้ายังไม่จบ กำลังเรียนภาคเรียนที่ 4 เป็นภาคเรียนสุดท้าย จะใช้ GPAX 3 ภาคเรียนได้หรือไม่ หรือต้องรอให้จบก่อน ( ถ้าจบแล้ว ใช้เกรดเฉลี่ยเป็น GPAX 5 ได้แน่ )

            โรงเรียนในระบบเรียกว่า ใบ ปพ. ส่วน กศน.เรียกใบนี้ว่าใบ รบ. การออกใบ รบ.ในขณะที่ยังเรียนไม่จบและไม่ได้ลาออก ให้ออกเป็น “ใบแสดงผลการเรียน” โดย
            ถ้าเราเข้าโปรแกรม ITw โดยเปลี่ยนปีการศึกษาในโปรแกรมให้เป็นภาคเรียนที่ผ่านการเรียนมีผลการเรียน 3 ภาคแล้ว เพื่อดูใบแสดงผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละราย จากเมนู 1-A-1-6 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-รายงาน-รายงานผลการเรียน-พิมพ์ใบแสดงผลการเรียน ) ก็จะเห็น GPAX 3 ภาค ที่มุมซ้ายล่างของใบแสดงผลการเรียน
            อนึ่ง การสมัคร TCAS ของเด็กที่เรียนมากกว่า 5 ภาค หรือจบแล้ว และเด็กซิ่ว ( เด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว ต้องการสมัครเริ่มต้นเรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนสาขา-มหาวิทยาลัย ) บางมหาวิทยาลัยใช้ GPAX ในใบแสดงผลการเรียนที่เรียนมาแล้วมากกว่า 5 ภาค หรือเรียนจบแล้ว แทน GPAX 5 ภาค ก็ได้
            ( TCAS หรือ Thai University Center Admission System คือระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนำมาใช้แทนระบบเดิมที่เรียกว่าแอดมิชชัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 )

         6. เย็นวันที่ 10 ก.พ.65 มีผู้ถามในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ใบประกาศใช้ขอจบเพื่อออกวุฒิการศึกษาได้ไหมค่ะ!!พอดีเจ้าหน้าที่ทะเบียนเขาไม่ให้ค่ะ...เขาต้องการระเบียนแสดงผลการเรียนค่ะ

            ผมตอบว่า  หมายถึงใช้ประกาศนียบัตรเป็น "ใบวุฒิเดิม" เพื่อมาสมัครเรียนใช่ไหม
            1)  ในคู่มือฯฉบับปรับปรุง ปกสีเลือดหมู หน้า 65 ระบุ หลักฐานการสมัคร ไว้ว่า
                 "5) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ เช่น ประกาศนียบัตร ระเบียนแสดงผลการเรียน พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
                 ฉะนั้น ใช้ประกาศนียบัตร สมัครได้ แต่หลักฐานต้องมีฉบับจริงมาแสดงด้วย ( ฉบับถ่ายเอกสาร ปลอมง่ายมาก )
            2)  เราจะปล่อยให้เขาเรียนมาจนใกล้จบแล้ว จึงค่อยมาตรวจหลักฐานที่ต้องใช้ตอนสมัครเรียนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องตรวจหลักฐานตั้งแต่ตอนมาสมัครเรียน ถ้าตรวจตอนนี้พบว่าหลักฐานเขาไม่มีสิทธิเรียน แล้วเราจะไม่ให้เขาจบ เขาฟ้องร้องศาลปกครองได้ เพราะถือว่าเราทำผิดขั้นตอนทำให้เขาเสียเวลา เสียหายต่างๆ
            จริงๆแล้ว ตอนขอจบไม่ต้องขอใบวุฒิเดิมอีก ( ไม่มีระเบียบกำหนดว่าการขอจบต้องยื่นใบวุฒิเดิมอีก ) เพราะใบวุฒิเดิมนั้นนายทะเบียนต้องมีเก็บไว้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนสมัครเรียน ซึ่งใบวุฒิเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากรูปถ่ายที่ต้องยื่นใหม่เพราะต้องใช้รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน คนที่ใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน รูปตอนสมัครกับรูปตอนจบจะถ่ายคนละครั้งกัน

            แต่นายทะเบียนบางแห่งอาจขี้เกียจค้นหาหลักฐานเดิมมาแนบ จึงขอใหม่หมด

            จากนั้น มีผู้โพสต์ต่อ ว่า ขึ้นกับนายทะเบียนและผอ.ว่าจะให้ไหมขอเป็นตัวจริงนะคะ
            ผมตอบว่า  คู่มือการดำเนินงานฯ เป็นเอกสารแนบประกาศ สป.ศธ.ทั้งเล่ม จึงเป็นระเบียบหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ เมื่อระเบียบหลักเกณฑ์ สป.ศธ.นี้ให้ใช้ใบประกาศนียบัตรได้ นายทะเบียนและ ผอ.จะมีอำนาจแย้ง สป.ศธ.ได้หรือ
            เรื่องขอตรวจทานจากฉบับจริงนั้น ที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรหรือใบ รบ./ใบ ปพ.ก็ต้องขอตรวจทานจากฉบับจริงแล้วเก็บฉบับสำเนาไว้ คืนฉบับจริงไป
            และต้องขอ+ตรวจตั้งแต่ตอนสมัครเรียน หลักฐานเหล่านี้นายทะเบียนต้องเก็บไว้ที่ กศน.อำเภอ ไม่ใช่ให้ครูประจำกลุ่มเก็บไว้ที่ กศน.ตำบล เพราะ กศน.ตำบลยังไม่ใช่สถานศึกษาเอกเทศ
            และไม่ขอใหม่เรื่อยๆ แม้แต่สำเนาบัตรประชาชนตอนนี้รัฐก็ไม่ให้ขอ ถ้าสถานศึกษาไม่มีเครื่องอ่านบัตรที่จะดึงขอมูลจากบัตรเข้าโปรแกรมได้ สถานศึกษาต้องเป็นผู้ถ่ายเอกสารไว้เอง

         7. วันที่ 14 ก.พ.65 มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  อาจารย์มีระเบียบ หรือหนังสือ/นโยบาย เรื่อง กรรมการควบคุมห้องสอบ ต้องมีคูณสมบัติอย่างไร เป็นข้าราชการปลดเกษียณ หรือลูกจ้างชั่วคราว(ครูอัตราจ้าง)ของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รึป่าว

            ผมตอบว่า  ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้วนะ เช่นใน
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/08/
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2020/02/pws.html
            - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/03/kuk.html
            คือ กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ ) ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
            อนึ่ง ถ้าครู กศน.คุมสอบใน "วันราชการของเขา" ก็เบิกไม่ได้

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

1.ตำแหน่งครูอาสาฯว่าง จะจ้างครูอาสาฯคนใหม่ได้ไหม, 2.การสอบ E-Exam กรณีปกติ กับกรณีพิเศษ, 3.ใบ รบ.ตอนจบเป็นฆราวาส สูญหาย มาขอใหม่ตอนเป็นพระ ไม่มีรูปฆราวาสแล้ว ทำอย่างไร?, 4.คุมสอบภาคบ่าย 40 นาที จ่ายค่าตอบแทนอย่างไร, 5.ฝากสอบได้ไหม, 6.เลื่อนสอบได้ไหม, 7.จบ ม.6 แล้วบวช อยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  อาจารย์มีหนังสือสั่งการ หรือแจ้งจากสำนักงาน กศน ไหม ที่มีเนื้อหาทำนองว่า เมื่อครูอาสาสมัครฯ ของสถานศึกษาว่าลง หากสถานศึกษายังมีความจำเป็นที่ต้องมีครูอาสาสมัคร ก็สามารถบรรจุในตำแหน่งเดิมได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งนักวิชาการก็ โดยบรรจุในสถานศึกษานั้น คือไม่อยากให้จังหวัดตัดตำแหน่งครูอาสาสมัครไป ครูอาสาสมัคร จะเกษียณ ก.ย นี้

             ผมตอบว่า   เรื่องตำแหน่งครูอาสาฯ ล่าสุดต้องดำเนินการตามข้อ 2 ของหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้ คือ
             1)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯมากกว่าจำนวนอำเภอ เมื่อมีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม ต้องขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้น เป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม เช่นถ้าอำเภอไม่มีข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ก็เปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างเป็นพนักงานราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ แล้วเลิกจ้างเหมาบริการตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นต้น
                  เปลี่ยนตำแหน่งแล้วอยู่ที่อำเภอเดิมหรือจะย้ายไปอยู่ที่อำเภออื่น จังหวัดก็คุยกับอำเภอแล้วจังหวัดเสนอขอไปที่ส่วนกลาง
             2)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯไม่มากกว่าจำนวนอำเภอ แม้มีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม จะขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้นเป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม หรือจะจ้างในตำแหน่งครูอาสาฯคนใหม่ก็ได้  ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่งหรือจ้างครูอาสาคนใหม่แล้วจะให้อยู่ที่อำเภอเดิมหรืออำเภอใด จังหวัดก็คุยกับอำเภอต่างๆ ถ้าสรุปว่าไม่เปลี่ยนตำแหน่งและไม่เปลี่ยนอำเภอก็ไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง จังหวัดจ้างครูอาสาฯคนใหม่ไว้อำเภอเดิมได้เลย แต่ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่ง และ/หรือ เปลี่ยนอำเภอ จังหวัดต้องเสนอส่วนกลาง

         2. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 29 ก.พ.) ผมถามข้อมูลความรู้จาก อ.ธานี เครืออยู่ กลุ่มพัฒนา กศน. ทางไลน์ เรื่องการสอบ E-Exam กรณีปกติกับกรณีพิเศษ ได้รับความรู้จาก อ.ธานี สรุปได้ดังนี้

             1)  การสอบ E-Exam กรณีปกติ มีกรณีเดียว คือ เคยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบ จะขอสอบ E-Exam ในภาคเรียนหลังจากภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET และจะสอบในศูนย์ทดสอบฯภายในจังหวัดที่เรียนนั้น
                  กรณีปกตินี้ สถานศึกษาสามารถลงทะเบียนสอบให้นักศึกษาในระบบออนไลน์ตามช่วงเวลาที่กำหนดได้เลย ไม่ต้องยื่นคำร้องไปถึงส่วนกลาง
             2)  การสอบ E-Exam กรณีพิเศษ มี 4 กรณีย่อย คือ
                  2.1  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้ก็ไม่ได้ลงทะเบียนสอบ E-Exam "กรณีปกติ" ในช่วงเวลาที่กำหนด
                  2.2  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้จะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯต่างจังหวัด แม้จะสามารถลงทะเบียนสอบในช่วงเวลาปกติก็ตาม ถ้าจะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดที่เรียน ถือเป็นกรณีพิเศษหมด
                  2.3  กรณีส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.ในภาคเรียนนี้ แต่ขาดสอบโดยมีเหตุจำเป็น เช่น ป่วย ติดราชการทหาร เป็นต้น และจะขอสอบ E-Exam ปลายภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET นี้เลย
                  2.4  กรณีไม่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แต่มีความจำเป็นต้องรีบจบ/ต้องใช้วุฒิการศึกษา ไม่สามารถรอส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ได้
                  การขอสอบกรณีพิเศษทั้ง 4 กรณีย่อย นักศึกษาต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงเหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา แล้วสถานศึกษาส่งไปยังสำนักงาน กศน.จังหวัด ถ้า สนง.กศน.จังหวัดพิจารณาว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่เหมาะสม ก็ส่งคำร้องต่อไปยังสำนักงาน กศน.ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ลงทะเบียนสอบต่อไป

         3. คืนวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  มีปัญหานิดค่ะ พระจะขอใบรับรองวุฒิกศน. มปลาย (แทนใบเก่าที่หาย) ใช้รูปถ่ายพระสงฆ์ ถูกมั้ย คะ? ท่านบอกเจ้าหน้าที่ให้ใช้รูปถ่ายสวมเสื้อนักศึกษา ซึ่งท่านไม่มี เพราะเป็นพระ แบบนี้ทำยังไงคะ

             ผมตอบว่า   ตอนที่เรียนจนจบเป็นฆราวาส ได้ใบวุฒิติดรูปฆราวาส แต่ใบวุฒิหาย จะขอใหม่ เจ้าหน้าที่ขอรูปฆราวาส แต่ท่านไม่มีเพราะปัจจุบันท่านเป็นพระสงฆ์ ใช่ไหม ( คุณเป็นโยมของท่านใช่ไหม )
             การออกใบ รบ.(ใบวุฒิ) ตอนจบครั้งแรก รูปถ่ายต้องสอดคล้องกับคำหน้านาม ณ วันจบ เช่นถ้าคำนำหน้านามเป็นนายรูปถ่ายก็ใส่เสื้อฆราวาส ถ้าคำนำหน้านามเป็นพระภิกษุสามเณรรูปถ่ายก็สวมจีวร ถ้าคำนำหน้านามเป็นยศรูปถ่ายก็ใส่เครื่องแบบตามยศ
             แต่การออกใบ รบ.ตอนขอใหม่แทนใบเก่าที่สูญหาย ต่างกัน ผมเคยตอบประเด็นนี้แล้วในข้อ 4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/11/rachsute.html
             คุณลองนำคำตอบนี้และคำตอบในข้อ 4 ของผมนั้น ไปให้เจ้าหน้าที่ดู ถ้าเขาไม่เชื่อก็ขอคุยกับ ผอ.เขา ถ้าผอ.ไม่เชื่ออีกก็ขอคุยกับระดับเหนือขึ้นไปคือเริ่มจากระดับ กศน.จังหวัด
             คำตอบคือ ต้องใช้รูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ณ เวลาปัจจุบันตอนขอใหม่นี้ แม้จะไม่สอดคล้องกับคำหน้านามในใบ รบ.ก็ไม่เป็นไร ( คำนำหน้านามใช้นายตามเดิม แต่รูปในใบ รบ.ที่ขอใหม่สวมจีวร ไม่เป็นไร )
             ประเด็นนี้ตรงข้ามกับคำตอบในข้อ 4 นั้น คือในข้อ 4 ใบ รบ.เดิมรูปสวมจีวร แต่ตอนขอใหม่ลาสิกขานานแล้ว รูปในใบ รบ.ใหม่เป็นฆราวาสแต่คำนำหน้านามเป็นสามเณร ซึ่งหลักการเดียวกันคือใช้รูปปัจจุบัน

             เมื่อผมนำ การถาม-ตอบนี้ ไปลงในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. มีผู้ถามว่า กรณีนี้เขามีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ขอเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงกับปัจจุบันได้ไหมคะ
             ผมตอบว่า  ไม่ได้.. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้า ต้องลงวันที่ก่อนวันอนุมัติการจบเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนหลังจากนี้สถานศึกษาจะเปลี่ยนให้ไม่ได้ เมื่อเขานำใบ รบ.ไปใช้ที่ใดเขาต้องใช้ใบ รบ.ประกอบควบคู่กับใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้าเอาเอง
             และปกติการเปลี่ยนต้องแจ้งสถานศึกษาก่อนจบด้วย ถ้าหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้านาม ลงวันที่ก่อนวันอนุมัติจบแต่เขาแจ้งสถานศึกษาหลังจบ กรณีนี้แล้วแต่สถานศึกษาจะอนุเคราะห์เปลี่ยนให้หรือไม่ก็ได้





         4. วันที่ 5 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคกรรมการกำกับห้องวันที่ 14มี.ค.63 คุมสอบภาคเช้าเริ่มเวลา 08.30-12.30 น. และภาคบ่ายเวลาเริ่มเวลา 16.00- 16.40 น. จ่ายค่าตอบแทนอย่างไรคะ

             ผมตอบว่า   กรณีนี้อนุโลมให้เบิกเต็มวัน แม้ช่วงกลางจะไม่ได้คุมสอบ เพราะเขาแต่งตัวออกจากบ้านมาแล้ว ช่วงกลางคงไม่ได้กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อน
             ถ้าเริ่มคุมสอบหลัง 9.00 น. และ/หรือ เลิกสอบก่อน 16.00 น. จึงให้เบิกครึ่งวัน
             ( ดูคำตอบเก่าในข้อ 6 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2015/02/e-exam-7.html )

         5. เย็นวันที่ 6 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางไลน์กลุ่ม ITw NFE ว่า  นักศึกษามาสมัครเรียนไว้เทอมนี้พอหลังปีใหม่ลงไปทำงานที่ กทม.แล้วโทรมาว่าขึ้นมาสอบวันที่ 14-15 ไม่ได้ขอสอบใน กทม.ได้มั้ยเขาบอก กศน.ที่ไกล้ที่เขาอยู่มาให้ค่ะ หนูก็เลยประสานไปที่อำเภอว่าขอฝากสอบ เจ้าหน้าที่อำภอนี้บอกฝากไม่ได้ มีแบบนี้ด้วยเหรอ หนูก็เลยรบกวนถามอาจารย์ว่า กศน.เราฝากสอบกับอำเภออื่นหรือจังหวัดอื่นได้หรือไม่ค่ะจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไปค่ะ

             ผมตอบว่า   ฝากสอบอย่างเดียว หรือฝากเรียนอย่างเดียว ไม่ได้ ต้องฝากทั้งเรียนและสอบ ทั้งเทอมเลย โดยต้องฝากตั้งแต่ต้นเทอม มิฉะนั้นจะมีปัญหาหลายอย่าง เช่นวิชาไม่ตรงกัน จะเอาข้อสอบที่ไหน โดยเฉพาะวิชาเลือกเสรีไม่ค่อยตรงกัน แม้แต่วิชาบังคับ+เลือกบังคับ ก็ไม่ใช่ว่าทุกแห่งจะมีข้อสอบทั้ง 14+6 วิชาทั้ง 3 ระดับ ทุกเทอม เพราะแต่ละเทอมเปิดวิชาบังคับไม่ครบทุกวิชา ถึงจะมีบางวิชาตรงกัน แต่เขาจัดห้องสอบไปแล้วจะเอาเข้าโปรแกรมห้องสอบอย่างไร หรือให้สอบกับกรรมการกลางหรือเข้าห้องสอบที่มีคนขาดสอบ ตรวจข้อสอบที่ไหน ฯลฯ
             ผมเคยโพสต์เรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ลองอ่านดู เช่นใน
             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/09/51-55.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/03/5000.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/e-exam.html

         6. คืนวันเดียวกัน ( 6 มี.ค.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคเรียน สมมุติว่า มีนักเรียนที่ทำงาน กับ อบต. แล้วเค้าติดภาระกิจไปราชการ ไม่สามารถมาสอบได้ตามกำหนดเวลา แต่เค้าทำหนังสือจากต้นสังกัดขอสอบปลายภาค หลังกำหนดการการสอบปลายภาค มายัง ผอ.อำเภอ แล้ว ผอ.อำเภออนุญาตให้สอบหลังกำหนดการสอบปลายภาคได้ มันมีระเบียบให้สามารถสอบหลังได้มั้ย

             ผมตอบว่า   กรณีมีเหตุจำเป็น การเลื่อนสอบ ต้องใช้ข้อสอบคนละฉบับ ส่วนกลางหรือภาคจะมีข้อสอบฉบับสำรอง ( คู่ขนานกัน แต่คนละฉบับ ส่วนใหญ่ทหารกองประจำการจะขอใช้ข้อสอบนี้สอบนอกตารางเพราะติดภารกิจ )
             การสอบที่ใช้ข้อสอบฉบับเดียวกัน โดยเฉพาะข้อสอบระดับชาติ จะสอบนอกตารางไม่ได้ เพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว เมื่อสอบเสร็จกรรมการกลางต้องตรวจนับบรรจุคืนเข้าซอง ส่งคืนจังหวัด/ทำลาย
             ด้วยเหตุนี้จึงต้องแจ้งตารางสอบให้นักศึกษาทราบตั้งแต่ต้นเทอมเลย เพื่อให้เขามีเวลาเคลียร์ให้ว่าง (ไม่ใช่เคลียร์ที่เรา)
             ผมเคยตอบเหตุผลเรื่องนี้ 3-4 ครั้งแล้ว ลองดูใน
             - ข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/mou.html
             - ข้อ 6 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/474979
             ในส่วนของเอกสารอ้างอิง ไม่มี “ระเบียบ” โดยตรง แต่มีหนังสือราชการตั้งแต่ปี 2553 ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ( ตอนนั้นสถาบันภาคเป็นผู้พิมพ์ข้อสอบทั้งหมด ) คือหนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมาก ที่ ศธ 0210.03/4031 ลงวันที่ 17 พ.ย.2553 ระบุไว้ในข้อ 2. ว่า “กำหนดการเลื่อนสอบให้สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดเอง โดยขอความเห็นชอบจากสำนักงาน กศน.จังหวัด ส่วนการสั่งข้อสอบกรณีเลื่อนสอบให้แจ้งขอข้อสอบที่สถาบัน กศน.ภาค”





         7. วันที่ 19 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเรียนจบม.6แล้วบวชอยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน

            ผมนำเรื่องนี้ไปถามในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ   มีผู้รู้ระดับ ผอ. 3 ท่าน ช่วยตอบมาดังนี้
            ไม่ว่าจะมีวุฒิทางโลกสูงเพียงใดแล้ว การเรียนทางธรรมก็ต้องเริ่มต้นเรียนที่ชั้นต้นไปตามลำดับ ไม่มีการข้ามชั้น แต่มีนักธรรม กับเปรียญธรรม
            - นักธรรม ต้องเริ่มเรียนจากนักธรรมชั้นตรีก่อน ต่อด้วยชั้นโท ชั้นเอก
            - เปรียญธรรม(บาลี) ต้องเริ่มจากบาลีไวยากรณ์ก่อน แล้วต่อด้วย เปรียญธรรม ( ปธ.) 1 จนถึง 9 ตามลำดับ
            จะเรียนทั้งนักธรรมและเปรียญธรรมไปพร้อมกันก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า
            เมื่อผ่าน ปธ.2 แล้วจะเริ่มเรียน ปธ.3 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นตรีก่อน
            จะเริ่มเรียน ปธ 4 ต้องสอบได้นักธรรมโทก่อน
            จะสอบ ปธ 7 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นเอกก่อน
            ได้ ปธ 3 ถ้าเป็นพระเขาก็เรียกท่านมหาแล้ว แต่ถ้าเป็นสามเณรจะไม่เรียกมหา แต่จะเรียกสามเณรเปรียญ
            ถ้าฆราวาสเรียนนักธรรม จะเป็นธรรมศึกษาตรี-เอก ถ้าเรียนเปรียญธรรม จะเป็นบาลีศึกษา ( บ.ศ.) 1-9


วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

1.ใช้ใบประกาศนียบัตรหลักสูตร 51 ออกให้ผู้จบหลักสูตร 44, 2.ถามระเบียบใบ รบ. เช่นการทำลายเมื่อพิมพ์ผิด, 3.ถามเรื่องค่าตอบแทนกรรมการเก็บรักษาข้อสอบ, 4.สงสัยเรื่อง ค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดได้ 3 เท่า, 5.ทำไมไม่ให้ครูเบิกค่าคุมสอบวันอาทิตย์, 6.แบบฟอร์มการลาใช้แบบไหน ผอ.สถานศึกษาคิดแบบเองได้ไหม, 7.เรียนในระบบมาปีเดียว เทียบโอนได้


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันเสาร์ที่ 9 มี.ค.62 มีผู้ถามผมในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  นศ.จบม.ปลาย หลักสูตร 2544 มาขอประกาศนยบัตร ม.ปลายหลักสูตร 44 สามารถออกได้หรือไม่ หากได้จะใช้แบบประกาศนียบัตรหลักสูตร 51 ได้หรือไม่ค่ะ

             ผมตอบว่า   ออกได้  โดยใบประกาศนียบัตร กศ.ขั้นพื้นฐาน หลักสูตร 44 กับหลักสูตร 51 เหมือนกัน เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ทั้งคู่ ซึ่งในแบบใบประกาศนียบัตรที่ซื้อมา จะไม่ได้พิมพ์ชื่อหลักสูตรมาด้วยว่าเป็นหลักสูตร 44 หรือ 51 แต่สถานศึกษาจะต้องเป็นผู้พิมพ์หรือเขียนชื่อหลักสูตรเข้าไปเอง ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ฉะนั้น จึงใช้แทนกันได้






         2. เย็นวันที่ 11 มี.ค.62 มีผู้ถามในไลน์กลุ่ม ITW NFE ว่า  รบกวน สมาชิกในกลุ่มทุกท่าน อยากได้ระเบียบการออกใบรบ. การเก็บรักษาใบรบ. หรือทำลายใบรบ.(กรณีที่พิมพ์ผิดและถูกยกเลิก) สมาชิกท่านใดพอมีระเบียบเหล่านี้บ้าง

             ผมตอบว่า   เคยอ่านคู่มือการดำเนินงานบ้างไหม ต้องหาเวลาอ่านให้จบแล้วเวลาสงสัยอะไรก็จะพอนึกออกว่าเรื่องอะไรอยู่ประมาณหน้าไหน
             ต้องดูหลาย ๆ หน้า (ตอบเพียง 7-8 บรรทัดไม่ได้)
             ถ้าเป็นคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู ดูที่หน้า 77, 83, 156-159
             ( ใบ รบ.เป็นเอกสารหลักฐานควบคุม จึงไม่มีการทำลายไม่ว่ากรณีใด ๆ .. ถ้าพิมพ์ผิด ให้ขีดเส้นทแยงมุมด้วยสีแดง 2 เส้น แล้วติดไว้กับต้นขั้วตลอดไปอย่าให้สูญหาย ถ้าอ้างว่าเผลอทำลายทิ้งไปแล้ว ต้องดำเนินการออกประกาศยกเลิกตามระเบียบ )

         3. เย็นวันที่ 11 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอสอบถามเรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเก็บรักษาข้อสอบ การสอบปลายภาค ที่อำเภอ สามารถเบิกได้วันละเท่าไหร่

             เรื่องนี้  ปัจจุบันไม่มีระเบียบให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเก็บรักษาข้อสอบ  ช่วงในเวลาราชการก็ทำงานตามปกติ ช่วงนอกเวลาก็มีเวรยามอยู่
             ผมทำงานอยู่ กศน.อำเภอ 20 ปี ก็ไม่เห็นมีเบิกเรื่องนี้
             ผมนำเรื่องนี้ไปถามต่อในกลุ่มไลน์ ITw NFE และกลุ่มไลน์สแควร์ กศน.  มีแต่คนบอกว่า “มีคำสั่งแต่งตั้ง แต่ไม่เคยเบิก” ไม่มีใครบอกว่าเคยเบิกซักคน

         4. คืนวันที่ 11 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กฎหมายที่ว่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างต้องจ่าย 3 เท่า นั้น เฉพาะลูกจ้างตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2541 มาตรา 63 (ที่คิดค่าแรงเป็นรายวัน) ส่วนลูกจ้างของส่วนราชการก็จะมีรายละเอียด ตามสัญญาจ้างกำกับอยู่ ใช่หรือไม่.?

             ผมตอบว่า   ใช่  อันนี้หมายถึงลูกจ้างองค์กรเอกชน และก็ไม่ได้หมายถึงการทำงานปกติในวันหยุดนะ แต่ต้องเป็นทั้งวันหยุดด้วยล่วงเวลาด้วย ช่วงล่วงเวลาในวันหยุดจึงจะได้ 3 เท่า เช่น โรงงานมีงานเร่งด่วนตามออร์เดอร์ จึงให้คนงานมาทำงานในวันหยุดโดยนอกจากให้ทำงานในวันหยุดช่วง 08.00-17.00 น.แล้ว ในวันหยุดนั้นยังให้ทำงานต่อจาก 17.00 น.ไปถึง 21.00 น.อีกดวย ช่วงเวลา 17.00-21.00 น.ของวันหยุดนี่แหละที่นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลา 3 เท่า

             ส่วน เจ้าหน้าที่ของรัฐ คือ ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ-พนักงานราชการ-ลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่ผู้รับจ้างเหมาบริการซึ่ง กศน.ไม่มีลูกจ้างชั่วคราวประเภทนี้  ปัจจุบันยังให้เป็นไปตาม "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550"
             ( สำหรับค่าทำงานนอกเวลาของผู้รับจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ ให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง )

             ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 ที่ใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐ กำหนดว่า  วันทำการ เบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ๆ ละ 50 บาท ส่วนวันหยุดราชการเบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกิน 7 ชั่วโมง ๆ ละ 60 บาท เมื่อไม่เกิน 7 ชั่วโมง จึงไม่มีค่าล่วงเวลาในวันหยุด ( ส่วนที่เกิน 7 ชั่วโมงในวันหยุดจึงจะได้มาก แต่ส่วนราชการยังไม่ให้ทำงานเกิน 7 ชั่วโมง.. 7 ชั่วโมงนี้ไม่นับรวมช่วงทานอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง )

         5. เย็นวันเสาร์ที่ 16 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  วันที่ 16-17 มีนาคม 62 เป็นวันสอบปลายภาค ฉันได้มาคุมสอบ ปกติแล้วเค้าจะให้เงินคุมสอบ 2 วัน 1200 บาทใช่มั้ย แต่ที่นี้ฉันได้แค่วันเดียวคือ 600 บาท อยากสอบถามว่า แบบนี้ทางอำเภอเค้าทำถูกหรือป่าว ฉันถามเค้าไปเค้าบอกว่า มันคือวันพบกลุ่มของฉัน เลยไม่สามารถให้เงินได้ แต่อำเภออื่นให้กัน ฉันควรจะทำอย่างไร อ.มีระเบียนอะไรให้ฉันอ่านมั้ย

             ผมตอบว่า   ผมตอบเรื่องนี้บ่อยมากแล้ว เช่น ใน

             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/02/stopday.html

             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/03/kuk.html

         6. คืนวันที่ 19 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  แบบฟอร์มการลาประเภทต่างๆของราชการ จะใช้แบบไหนที่ถูกต้อง.?
             1) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลา พ.ศ.2555 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 25 มกราคม 2555 มีผลบังคับใช้วันที่ 25 มกราคม 2555)
             2) ตามที่สำนักงาน กศน. กำหนด
             3) สถานศึกษาคิดแบบขึ้นมาเอง อย่างไรก็ได้ ตามที่ผู้บริหารฯกำหนด

             ผมตอบว่า   แบบฟอร์มการลาประเภทต่าง ๆ ของราชการ ใช้แบบตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลา พ.ศ.2555  ซึ่งแบบฟอร์มตามที่สำนักงาน กศน.แจ้ง ก็เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลา พ.ศ.2555 นั่นแหละ
             ( ผู้บริหารสถานศึกษาจะคิดกำหนดแบบเองทำไม ถ้าคิดกำหนดแบบเองก็ต้องดูว่าแบบที่คิดกำหนดเองนั้น มีข้อมูลขาดหรือเกินจากแบบตามระเบียบสำนักนายกฯอย่างไร ถ้าข้อมูลที่ขาดหรือเกินนั้นไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบกฎหมายใด ก็อนุโลมใช้ได้ )

         7. วันที่ 21 มี.ค.62 มี ผอ.กศน.เขต ถามผมทางไลน์ ว่า  นศ เรียนในระบบแค่ 2 เทอม สามารถเทียบโอนผลการเรียนได้ไหม เช่น วิชาบังคับ ในกรณีนี้คือ สังคมศึกษา ซึ่งของเขาเรียน 6 เทอมในวิชาสังคมคือ 100% ฉะนั้นเรียนแค่ปีเดียว คือ 33.33 % หรือเปล่า คือเนื้อหาทั้ง 6 เทอม สอดคล้อง 100% เรียน 2 เทอม ก็ได้รับความรู้ของเนื้อหาสอดคล้องกับหลักสูตรเพียง 33.33 % ถ้าคณิต ก็ต้องเอาวิชาที่เกี่ยวกับคณิต มารวมกัน เช่น ค21101 ค 21102 ใช่ไหม ถ้าวิชาสังคม เราเอาวิชาสังคม กับหน้าที่พลเมือง มารวมคิดได้ใช่ไหม
             จำได้ว่า เคยเอาคนไปเทียบ เรียนถึง ม.5 เทอม 1 (ตอนที่อยู่อุบล) เขาบอกว่าเทียบโอนไม่ได้เลย ได้แค่สิทธิเรียนจบก่อน 2 ปีเท่านั้น

             ผมตอบว่า   การเทียบโอน ต้องดูเนื้อหาวิชาที่ได้เกรด 1 ขึ้นไป ว่าสอดคล้องกับวิชาใดของเราถึง 60 % บ้าง ถ้าเนื้อหาวิชาสอดคล้องกันไม่น้อยกว่า 60 % ก็เทียบโอนวิชานั้นได้ หน่วยกิตของวิชาเขาที่นำมาเทียบโอนต้องไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของวิชาเราที่รับเทียบโอน
             ถ้าไม่รู้เนื้อหาวิชาเขาก็ให้เดาจาก "ชื่อวิชา"
             หลายวิชาที่เนื้อหาเป็นวิชาเดียวกันเช่น วิทย์ 1 วิทย์ 2 วิทย์ 3 ก็รวมกันเทียบโอนเป็นวิชาวิทย์เรากี่วิชาก็ได้ หรือวิชาวิทย์เขาวิชาเดียวเเทียบเป็นวิชาวิทย์เรามากกว่า 1 วิชาก็ได้ ดูจำนวนหน่วยกิตรวมด้วย
             จำนวนภาคเรียนที่เรียนมาไม่เกี่ยว
             แต่ถ้าเรียนมาน้อย จำนวนหน่วยกิตที่ได้เกรด 1 ขึ้นไป น้อยกว่าหน่วยกิตวิชาเรา ก็เทียบโอนไม่ได้ ฉะนั้นถ้าเรียนมาปีเดียวก็เทียบโอนได้ยาก แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เพราะหลักสูตร 51 ของเราแต่ละวิชาหน่วยกิตไม่มาก เทียบโอนง่ายขึ้น
             เช่น เขาเรียนวิชาเขา สังคม 1 = 1 หน่วยกิต, กับสังคม 2 = 2 หน่วยกิต ได้เกรดไม่น้อยกว่า 1 ทั้ง 2 วิชา รวมเป็น 3 หน่วยกิต
             ถ้าสังคมของเรา 3 หน่วยกิต ก็เทียบโอนได้ แต่ถ้าสังคมของเราวิชาเดียว 4 หน่วย ก็เทียบโอนไม่ได้
             ( 60 % ของความตรงในเนื้อหา ไม่ใช่ 60 % ของหน่วยกิต )
             ถ้าสังคมของเรามีวิชาเดียว 6 หน่วยกิต แต่สังคมของเขามี 6 วิชา ๆ ละ 1 หน่วยกิต เขาก็ต้องเรียนมาครบ 6 วิชาจึงจะเทียบโอนได้ ถ้าเรียนมา 5 วิชาก็ยังเทียบโอนไม่ได้ รวมหน่วยกิตต้องไม่น้อยกว่าของเรา ยึดหน่วยกิตเป็นหลัก )
             ค21101 + ค21102 ของเขา ก็ต้องเทียบโอนเป็นวิชาคณิตศาสตร์ของเรา
             แต่ถ้า ค21101 + ค21102 รวมเป็น 3 หน่วยกิต แต่คณิตศาสตร์ของเราวิชาเดียว 4 หน่วยกิต ก็เทียบโอนไม่ได้
             ( เขาเรียนมาวิชาเดียวก็อาจจะเทียบโอนได้แล้ว แต่เทียบโอนเป็นวิชาของเราได้ไม่เกินหน่วยกิตของเขา
             ให้ตัดเรื่องเทอมออกไปเลย แล้วดูเนื้อหาวิชา กับหน่วยกิต ว่าเป็นวิชาอะไรของเราได้หรือไม่ ถ้าได้ หน่วยกิตพอหรือไม่ )