แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช.พ.ค. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช.พ.ค. แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562

1.หลักฐานการรับเงิน ส่งทางไลน์ได้ไหม, 2.ทั้งครูและ นศ.กศน.ยังเข้าใจไม่ชัดเจน, 3.สงสัย ชพค.เสียชีวิตมาตรฐาน 5-600 ทุกเดือน, 4.ขาดสอบ N-NET ต้องไปลงทะเบียนสอบ E-Exam เทอมหน้า ?!, 5.เกษียณแล้ว แต่งชุด กศน.สีกรมท่าได้ไหม, 6.ออกหนังสือรับรองการจบหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ ต้องเก็บค่าธรรมเนียมไหม, 7.พนักงานราชการ ขอพระราชทานเพลิงศพบิดามารดาได้ไหม


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันเสาร์ที่ 24 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ฉันเป็น จนท.การเงินศฝช...... อยากสอบถามเรื่องเอกสารการเบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรจัดการศึกษาต่อเนื่อง/ค่าใช้จ่ายฝึกอบรมบุคคลภายนอก(ค่าอาหาร, อาหารว่าง, สถานที่)ค่าวัสดุจัดการศึกษาต่อเนื่องที่เป็นอาหารสดเล็กน้อยทั่วไป การรับเงินดังกล่าวข้่างต้นผู้มีสิทธิจะเซ็นรับเงินในใบสำคัญรับเงินพร้อมแนบสำเนาบัตร ปชช., บช.ธนาคาร จึงอยากถามว่าสามารถใช้สำเนาเอกสาร บัตร ปชช., หน้า บช.ธนาคาร ที่ ผู้มีสิทธิ์ส่งไลน์ให้คณะครูได้รึไม่ เนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบของครูอาสาสมัครอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารระยะทางไกลทำให้ไม่เกิดความคล่องตัวในการปฎิบัติงาน
ในการปฎิบัติงานด้านการเงินจะใช้เป็นเอกสารที่ถ่ายจากตัวจริงเพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความเสี่ยงในการเบิกจ่าย จึงเกิดข้อสงสัยว่าสามารถใช้เอกสารปริ้นเอาท์จากไลน์ได้หรือไม่หากใช้ได้หรือไม่ได้มี นส.ตัวใดสามารถใช้อ้างอิงได้บ้างเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวของผู้ปฏิบัติและถูกระเบียบ



             ผมตอบว่า   จะใช้ได้หรือไม่ เป็นไปตามระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “การยืนยันตัวตน” ว่ากระทำ/รับรู้ โดยเจ้าตัว จริง ซึ่ง หลักฐานที่สำคัญในการยืนยันตัวตนคือ “ลายมือชื่อ”
             หลักฐานสำคัญการยืนยันตัวตนในการรับเงินของ “บุคคลภายนอก” คือ ลายมือชื่อผู้รับเงินประกอบกับบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนหน้าบัญชีธนาคารเป็นเอกสารที่ช่วยให้โอนเงินไม่ผิดคนไม่ผิดบัญชี
             1)  ในใบสำคัญรับเงิน  ผู้รับเงิน หรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้รับเงินโดยมีหลักฐานการมอบอำนาจ จะต้องลงลายมือชื่อรับเงิน ด้วยตนเองจริง คือใน “เอกสารที่หน่วยผู้จ่ายเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต้องเป็นลายเซ็นจริง”
             การเซ็นจริงแล้วส่งผ่านไลน์ เอกสารที่ปริ้นท์ต่อจากไลน์ก็จะเหมือนถ่ายเอกสาร ไม่ใช่ลายเซ็นจริง จึงใช้ไม่ได้
             2)  ส่วนบัตรประชาชน ใช้ประกอบว่าผู้ที่ลงนามรับเงินนั้น คือตัวจริง ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายไม่ให้เรียก “สำเนา” บัตรฯจากประชาชน โดยหน่วยงานมหาดไทยและเครือข่ายจะเรียกบัตรฯได้จากระบบออนไลน์ของมหาดไทย แต่สถานศึกษาของเราไม่ได้เชื่อมโยงระบบออนไลน์นี้โดยตรง ต้องใช้เครื่องอ่านบัตร ซึ่งแม้ผู้รับเงินไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรฯมาให้แต่ก็ต้องนำบัตรฯจริงมาให้เราอ่านด้วยเครื่องอ่านบัตร
                  ถ้าครูอาสาฯได้ตรวจบัตรฯฉบับจริง แล้วลงลายมือชื่อรับรองสำเนาบัตร ก็อาจอนุโลมได้ ( ผู้รับรองคือเจ้าตัว หรือเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ) แต่ลายเซ็นรับรองสำเนาบัตรนั้นก็ต้องเป็นลายเซ็นจริง ผู้เซ็นรับรองเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้ารับรองแล้วส่งผ่านไลน์ ก็ใช้ไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน
                  เว้นแต่ “ผู้จ่ายเงิน” จะเป็นผู้ปริ้นท์สำเนาบัตรออกมาจากบัตรจริงหรือออกมาจากระบบออนไลน์ด้วยตนเอง
                  ถ้าปริ้นท์จากไลน์ได้ภาพที่ชัดเจน แล้วครูอาสาฯลงนามรับรองสำเนาหลังปริ้นท์ จากนั้นส่ง จนท.การเงินโดยตรง ก็ใช้ได้ ไม่ใช่ลงนามรับรองแล้วจึงส่งให้ จนท.การเงินผ่านไลน์
                  ( ถ้าถ่ายด้วยมือถือปกติจะไม่ชัดเจนพอ ถ้าสแกนหรือถ่ายด้วยแอพฯสำหรับถ่ายเอกสาร จะได้ภาพที่ชัดเจนพอ )
             3)  ในส่วนของหน้าบัญชีธนาคาร ก็เช่นเดียวกับบัตร แม้เป็นเพียงเอกสารที่ช่วยให้โอนเงินไม่ผิดคนไม่ผิดบัญชี ก็ต้องมีลายมือชื่อผู้รับรองที่เป็นลายเซ็นจริง อาจอนุโลมให้ครูอาสาฯลงลายมือชื่อรับรองและรับผิดชอบให้ได้ แต่ถ้าเซ็นรับรองแล้วจึงส่งต่อทางไลน์อีก ต้นฉบับที่ใช้ในการส่งไลน์ก็อาจจะไม่ใช่ลายเซ็นจริงด้วยก็ได้ เจ้าของลายเซ็นอาจอ้างว่าตนไม่ได้เซ็นก็ได้
                  ถ้าเกิดปัญหาจ่ายเงินผิดตัว โดยถ้าหลักฐานการยืนยันตัวตนใช้ในศาลหรือใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ ผู้รับรอง ผู้จ่ายเงินและหน่วยจ่ายเงิน ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

             ถ้าต้องการเอกสารอ้างอิงที่ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติ คงต้องทำหนังสือหารือให้สำนักงาน กศน.ส่วนกลางตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

         2. คืนวันที่ 28 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อยากปรึกษา ครับ คือผม เรียน กศน อยู่ จังหวัดเชียงราย ผม สอบมาทั้ง หมด 4 รอบ ครับ พลาดสอบ N-NET ในปีที่แล้วครับ และ ปีนี้ ผมว่าจะสอบเอ็กแซม แต่ไม่มีชื่อใน ระบบ ผมต้องทำยังไง ครับ คือ ผมพลาดสอบ เทอม ที่ 2 ด้วย ครับ แต่ก็ได้สอบซ่อมไปแล้วในเทอมที่ 5 ครับ

             ผมตอบว่า   ยังมีความเข้าใจผิดอย่างน้อย 2 เรื่องนะ
             1)  การสอบซ่อมของ กศน. ต้องทำปลายภาคเรียนนั้นๆ ไม่ใช่เรียนเทอม 2 แต่ข้ามไปสอบซ่อมเทอม 5
                  เข้าใจว่าในเทอม 5 เขาให้คุณเรียนวิชาที่เรียนในเทอม 2 ใหม่ เป็นการ “เรียนใหม่” ไม่ใช่ “สอบซ่อม” แต่คุณคงไม่ได้ไปพบกลุ่มในเทอม 5 เลย ไปสอบอย่างเดียว คุณจึงเข้าใจว่าเป็นการสอบซ่อม ( ใบลงทะเบียนที่ นศ.ต้อง ลงชื่อด้วยตนเอง ก็คงไม่ได้อ่านว่าเป็นใบลงทะเบียนเรียนหรือลงทะเบียนสอบซ่อม หรือครูลงชื่อแทนให้ซึ่งผิด อันเป็นเหตุหนึ่งของ นศ.ผี )
             2)  เนื่องจากมีการไม่เข้าสอบ N-NET แต่คอยสอบ E-Exam แทน จำนวนมาก จนห้องสอบ E-Exam รับไม่ไหว ส่วนกลาง กศน.จึงกำหนดขั้นตอนการจะขอลงทะเบียนสอบ E-Exam เพิ่ม แต่ครูและ กศน.อำเภอ/เขต หลายแห่งยังไม่เข้าใจ ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน พอถึงเวลาก็ลงทะเบียนสอบ E-Exam ให้ไม่ได้
                  ขอแนะนำให้คุณไปติดต่อครูและ กศน.อำเภอที่คุณเรียน ขอร้องให้ช่วยศึกษาและดำเนินการให้คุณได้เข้าสอบ อย่างรอบคอบ เพราะถ้าไม่รอบคอบ การดำเนินการไม่ครบขั้นตอน ก็อาจจะแก้ปัญหาไม่ทัน ต้องคอยไปเทอมต่อไปอีก โดยคุณควรให้เวลาติดตามสอบถามความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ จนกว่าจะรู้กำหนดวันสอบ

         3. วันที่ 27 ส.ค.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  ทำไมยอดเสียชีวิตถึงมาตรฐานทุกเดือน ห้าร้อย หกร้อย ทุกเดือน แต่เวลาขอตำแหน่งบรรจุครูทำไมน้อยจังเลย

             ผมตอบว่า   ถ้าสมาชิก ช.พ.ค.เสียชีวิตเป็นผู้เกษียณไปก่อนแล้ว ก็จะไม่มีผลต่ออัตราบรรจุครูใหม่ เพราะคืนอัตราไปตั้งแต่ตอนเกษียณแล้ว
             จำนวนผู้เสียชีวิตนี้รวมทุกสังกัดนะ ส่วนใหญ่สังกัด สพฐ. ซึ่งแต่ละปี สพฐ.สอบบรจุครูใหม่ทั้งกรณีรับคนในสังกัดและกรณีรับคนทั่วไป จำนวนมากนะ ถ้าเอาผู้เสียชีวิต 700 คน คูณ 12 เดือน ปีนึงแค่ 8,400 คนเอง สพฐ.สอบบรรจุปีนึงเยอะ
              ( บางคนบอกว่า ข้องใจ ทำไมจำนวนผู้เสียชีวิตเท่ากันทุกเดือน ผมก็ไม่เห็นเท่ากันนะ
               ชื่อ-สกุล-จังหวัด ผู้เสียชีวิต ก็ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
               บางคนสมัครเป็นสมาชิก ชพค.เพื่อกู้เงิน พอกู้ได้เรียบร้อยก็มีปัญหานู่นนี่นั่น )

         4. หลังจากผมโพสต์เรื่องสอบ E-Exam แทนการสอบ N-NET ไปแล้ว วันเดียวกัน 29 ส.ค.62 มี ผอ.กศน.อำเภอท่านหนึ่งเขียนถึงผมทางไลน์กลุ่มหนึ่ง ว่า  ตอนนี้การสอบ E-exam เปลี่ยนไป..นศ.ที่ขาดสอบN-NETภาคเรียนนี้ก็ไม่สามารถลงทะเบียนสอบE-examได้เลย.. ต้องไปลงทะเบียนสอบอีกภาคเรียนนึง..

             ผมตอบว่า   เหรอครับ คงเป็นเพราะกำหนดวันลงทะเบียนสอบ E-Exam อยู่ใกล้กับวันสอบ N-Net และเห็นว่าต้องส่งเรื่องถึงส่วนกลางก่อนจึงจะลงทะเบียนสอบได้ด้วย ทำให้ไม่ทัน ( หรืออาจจะแก้พวกที่จงใจไม่เข้าสอบ N-NET คอยสอบ E-Exam )
             ที่จริงกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ กำหนดวันกระชั้นชิดตามความจำเป็นของเขาฝ่ายเดียวมากไป
             เช่นกำหนดวันแจ้งจำนวนข้อสอบที่ให้แจ้งโดยเร็วหลังลงทะเบียนเรียนเสร็จ แล้ว กศน.อำเภอ/เขตจะสำรวจผู้มีสิทธิสอบทันได้อย่างไร จะแจ้งตามจำนวนผู้สมัครเรียนทั้งหมดก็จะมีจำนวนผู้ขาดสอบมากในวันสอบปลายภาค เป็นปัญหาต่าง ๆ อีก เราจึงต้องใช้วิธีการประมาณคาดเดา

         5. วันที่ 29 ส.ค.62 มีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่ง ว่า  มีสิทธิ์แต่งชุดนี้ ( ชุดสีกรมท่าติดตรา กศน.) ไปงานโน่นนั่นนี่ หลังเกษียณได้ไหม

             ผมตอบว่า   แต่งได้
             - ถ้าว่ากันตามกฎหมายก็ไม่ผิดกฏหมาย เพราะเครื่องแบบนี้ไม่ได้ออกเป็นระเบียบกฎหมาย
                ถ้าเป็นเครื่องแบบข้าราชการ จะมีระเบียบกฎหมายกำหนดให้ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนเล็กน้อย เกษียณแล้วติดเข็มสังกัด ( เสมาธรรมจักร ) เข็มเดียว
             - ถ้าว่ากันทางสังคม เกษียณแล้วก็ยังเป็นเครือข่ายใกล้ชิดส่วนหนึ่งของ กศน. แต่งด้วยเจตนาทางบวก ( ภาคภูมิใจ-ศรัทธาใน กศน.) เป็นเรื่องดี

         6. วันที่ 2 ก.ย.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การออกหนังสือรับรองการจบหลักสูตร เป็นภาษาอังกฤษนะคะ จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมไหมคะ

             ผมตอบว่า   ไม่ต้องจ่าย ( ไม่มีระเบียบให้เก็บค่าธรรมเนียมการออกหนังสือรับรองการจบหลักสูตร )
             ผู้ถาม เขียนต่อ ว่า  ขอบคุณอาจารย์คะ อ.คะ หนูอยากได้ระเบียบอัตราการจ่ายค่าธรรมเนียม การขอเอกสารการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ หนูหาได้จากที่ไหนคะ
             ผมตอบว่า  ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 89 ระบุเรื่อง
             “ค่าธรรมเนียมที่กระทรวงศึกษาธิการเรียกเก็บในเรื่องการออกหลักฐานการศึกษา
              - การออกหลักฐานแสดงผลการเรียน ชุดที่ 2
              - การแปลหลักฐานแสดงผลการเรียนเป็นภาษาอังกฤษ  ( คนละอย่างกับหนังสือรับรองการจบหลักสูตร ภาษาอังกฤษ )
              - การออกใบแทนประกาศนียบัตร
              - การขอรับใบประกาศนียบัตรพ้นกำหนด 10 ปี
              สำหรับอัตราการเรียกเก็บให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลัง”

             แต่ ก็ไม่เห็นมีอัตราการเรียกเก็บที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลัง ออกมา
             เห็นแต่ในคู่มือหลักสูตร กศน.44 มั้ง ระบุว่า "การออกหลักฐานแสดงผลการเรียน ( Transcript ) ชุดแรกไม่เรียกเก็บ ชุดต่อไปเก็บฉบับละ 20 บาท"
             ( หลักฐานแสดงผลการเรียนของเราคือ ใบ รบ. คนละอย่างกับ หนังสือรับรองการจบหลักสูตร )
             ทั้งนี้ เมื่อเดือน เม.ย.2556 อ.เบญจวรรณ กลุ่มพัฒนา กศน. บอกว่า ยังใช้อัตรา 20 บาทอยู่
             ดูข้อมูลอื่นในคำตอบเดิมของผมในข้อ 4 ที่
             https://www.gotoknow.org/posts/534315
             ถ้าเป็น "หนังสือรับรองการจบหลักสูตร” ( หนังสือนี้มีแต่ภาษาอังกฤษ ) ไม่มีระเบียบให้เก็บค่าธรรมเนียม
             ถ้าเป็นใบ รบ. ออกครั้งแรกไม่เก็บ ไม่ว่าจะภาษาอะไร หลักสูตรไหน ถ้าสูญหายขอใหม่เก็บ 20 บาท ( ถ้าไม่มีหลักฐาน ต้องใช้วิธีสืบสอบแทน เก็บ 100 บาท )

         7. คืนวันที่ 9 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการ ของ กศน จะขอพระราชฐานเพลิงศพให้พ่อแม่ได้ไหมค่ะ ถ้าได้ต้องทำอย่างไรบ้าง

             ผมตอบว่า   การขอพระราชทานเพลิงศพบิดามารดา ต้องเข้า “หลักเกณฑ์การขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ” ข้อ 7-10 ( ดูหลักเกณฑ์ในภาพประกอบโพสต์นี้ ) ซึ่งพนักงานราชการจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อ 7-10 นี้ ( ในข้อ 8 เรื่องเครื่องราชฯ พนักงานราชการกลุ่มงานบริหารทั่วไป ขอพระราชทานเครื่องราชฯได้ถึง ต.ม. ไม่ถึง ต.ช.)
             พนักงานราชการจึงขอพระราชทานเพลิงศพบิดามารดาไม่ได้
             เว้นแต่ บิดามารดาที่เสียชีวิตนั้น จะมีคุณสมบัติของตัวเองตาม “หลักเกณฑ์ในการขอพระราชทานเพลิงศพ” ข้อ 1-12 หรือ “หลักเกณฑ์ในการขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ” ข้อ 1-6
             ( ดูรายละเอียดที่ http://bit.ly/2kqrzad)




วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

1.พระยังเรียน ม.ปลาย ได้ไหม, 2.วิธีแก้ เฟซบุ๊กโดนไวรัสแล้วมันส่งไฟล์ไวรัสต่อไปให้เพื่อนอื่นๆ, 3.จริงหรือที่แชร์กันว่า ต้องเปลี่ยนแพรแถบย่อ(ที่ประดับเหนือกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบสีกากี) ?, 4.ลาออกจาก ชพค.ได้ไหม, 5.จะสมัครเป็นผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือ, 6.คนต่างด้าว ไม่มีใบ ท.ร.38/1 เรียน กศน.ได้ไหม, 7.วุฒิทางธรรมที่สมัครเรียน กศ.ขั้นพื้นฐาน เปลี่ยน ?


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 19 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  ปัจจุบันนี้มีพระลงสมัครเรียนระดับ ม.ปลาย เรียนกับกศน.ในภาคเรียนนี้ยังได้ไหม

             ผมตอบว่า   พระสงฆ์เรียน กศ.ขั้นพื้นฐาน ระดับ ม.ปลาย ได้ มาตลอด เพียงแต่
             ที่ถูกต้องนั้น มหาเถรสมาคมกำหนดว่า “ให้จัดพบกลุ่มที่ศูนย์การเรียนในวัด โดยให้ครูชายเป็นผู้สอน”
             ( กศน.อ.มักจะไม่พร้อมที่จะทำให้ถูกต้องตามมติมหาเถรสมาคม นอกจากจะมีพระเรียนจำนวนมาก )
             เรื่องนี้มีอยู่ในคู่มือการดำเนินงานฯทุกเล่ม ถ้าเป็นฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555 ปกสีเลือดหมู มติมหาเถรสมาคมจะอยู่ในหน้า 140 โดยมีวิธีปฏิบัติอยู่ในหน้า 139 ข้อ 3

         2. วันที่ 21 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เมื่อวานเฟสฉันโดนแฮก ฉันเข้าเปลียนรหัสแล้ว ฉันต้องทำยังต่อ ฉันเห็นเพื่อนทักมาว่าส่งอะไรมา ฉันก็งง ขอปรึกษา ขอโทษจริงๆ แต่เพื่อนแนะนำไปเปลียนรหัส

             ผมตอบว่า   นอกจากเปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว ต้องลบแอพที่เป็นปัญหาออกจากเฟซบุ๊กของเราด้วย
             วิธีลบนั้น อธิบายยากเพราะแต่ละคนใช้เฟซบุ๊กต่างกันมากมายหลายระบบหลายเวอร์ชั่น แต่ละระบบแต่ละเวอร์ชั่นก็มีวิธีการต่างกัน
             ขอให้คุณแก้ในระบบเฟซบุ๊กของคุณ โดยลองหาเมนูหรือคำในทำนองต่อไปนี้
             - เข้าไปที่ "การตั้งค่า" แล้วคลิกที่ "แอพและเว็บไซต์"
             - ดูที่ "แอพและเว็บไซต์ที่กำลังใช้งาน" ถ้าพบว่ามีแอพที่ไม่น่าไว้ใจ ก็คลิกที่แอพนั้นและคลิกที่ "ลบออก"
             เปลี่ยนรหัสผ่านสำหรับเข้าเฟซบุ๊กด้วย ถูกต้องแล้ว

              ( ถ้าเป็นไวรัส Special Video มันจะส่งไฟล์ไวรัสที่ชื่อขึ้นต้นและลงท้ายว่า video .... .bz  ใครเห็นอย่าคลิกเข้าไปดูนะ จะติดไวรัส โดยมันจะใช้บัญชีและชื่อเรา ส่งไฟล์ไวรัสต่อไปให้เพื่อนคนอื่น ๆ ในเครือข่ายเมสเซนเจอร์และกลุ่มต่าง ๆ ของเฟซบุ๊ก โดยไม่รู้ตัว
                ดูวิธีแก้ไขไวรัสนี้ที่
                https://officemanner.com/2014/07/28/วิธีแก้ไวรัส-special-video-ของแชท-facebook/?fbclid=IwAR1rPBzjjpzsEqFOiw8LasscfOiBa5aaZQ0rzb17sQ-PMnujJYTetfcYW_w )

         3. จริงหรือที่แชร์กันว่า “ต้อง” เปลี่ยนแพรแถบย่อ (ที่ประดับเหนือกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบสีกากี) ?

             ( ขอบอกเบื้องต้นก่อนว่า สีแพรแถบของเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 กับ รัชกาลที่ 10 คล้ายกัน คือมี 7 ริ้วเท่ากัน มีริ้วสีเหลืองทั้งคู่
                ต่างกันที่ รัชกาลที่ 9 มีริ้วสีเหลือง 4 ริ้ว โดยริมทั้งสองด้านเป็นริ้วสีเหลือง แต่ของรัชกาลที่ 10 มีริ้วสีเหลือง 3 ริ้ว โดยริมทั้งสองด้านเป็นริ้วสีขาวนวล โปรดดูภาพประกอบ ในภาพจะอยู่บนสุดกับล่างสุด )

             ตอบว่า  ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผงแพรแถบย่อ ( เปลี่ยนก็ได้ ไม่เปลี่ยนก็ได้ )
             1)  ในแผงแพรแถบย่อ จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
                  - แพรแถบย่อของเหรียญตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชทานเจาะจงเฉพาะบุคคล กับ
                  - แพรแถบย่อของเหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึก ที่พระราชทานให้บุคคลทั่วไปประดับได้
                  โดย แพรแถบย่อของเหรียญตราเครื่องราชฯจะอบู่แถวบนสุดของแผง และอยู่ริมด้านซ้าย โดยจะมีช้างหรือมงกุฎเล็ก ๆ อยู่บนแพรแถบย่อ มีสิทธิประดับได้เฉพาะผู้ได้รับการประกาศรายชื่อพระราชทาน และให้ประดับเฉพาะเครื่องราชชั้นสูงสุดในแต่ละตระกูลเท่านั้น ( ตระกูลช้างเผือก กับตระกูลมงกุฎไทย ) จึงประดับได้ 2 ท่อน แทน 2 เหรียญ ( 2 ช่อง ) ถ้าได้ทั้ง 2 ตระกูลแล้ว โดยเครื่องราชที่สูงกว่า ( ได้รับทีหลัง ) จะอยู่ริมซ้ายสุด ส่วนท่อนที่ 2-3 ถ้าไม่มีช้างไม่มีมงกุฎก็เป็นแพรแถบย่อของเหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึก
             2)  แพรแถบย่อของเหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึก จะไม่มีช้างหรือมงกุฎติดอยู่

ประดับเรียงลำดับตามวันออกเหรียญจากออกก่อนไปยังออกหลัง โดยเรียงจากบนลงล่างและจากซ้ายไปขวา คือเหรียญที่ออกก่อนจะอยู่แถวบนด้านซ้ายต่อจากท่อนหรือช่องของเหรียญเครื่องราชฯ เรียงลำดับไปจนถึงเหรียญที่ออกหลังสุดจะอยู่แถวล่างสุดและขวาสุด
                  ( แพรแถบย่อเหรียญเฉลิมพระเกียรติเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10 จะอยู่แถวล่างสุด-ขวาสุด ซึ่งจะมีริ้วสีขาวนวล 4 ริ้ว ริ้วสีเหลือง 3 ริ้ว โปรดดูภาพประกอบ )
             3)  ทำไมบางแผงมีน้อยแถว บางแผงมีหลายแถว
                  แผงแพรแถบย่อแต่ละแผง ส่วนใหญ่จะมี 3 ท่อน ( 3 ช่อง แทน 3 เหรียญ )
                  แต่ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องมีกี่ท่อน แล้วแต่ความสวยงาม-ความชอบ อาจมี 1-4 ท่อน
                  สำหรับเหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึกนั้น บุคคลทั่วไป ( ที่มีชีวิตในปีที่ออกเหรียญนั้น ) มีสิทธิประดับ ใครเกิดทันปีที่ออกเหรียญใด ก็มีสิทธิประดับเหรียญนั้นทุกคน
                  ประดับกี่เหรียญก็ได้ตามที่มีสิทธิ ขึ้นอยู่กับความพอใจและความสวยงาม
                  สามารถสั่งทำแพรแถบย่อโดยระบุได้ว่าต้องการเหรียญใด/กี่ท่อน
                  ผู้ที่แผงอกไม่กว้าง การติดเหรียญหรือแพรแถบย่อที่มากเกินไปก็ทำให้ดูเทอะทะ ไม่สวย
                  ( ผู้ชายยิ่งติดมากอาจจะยิ่งดูดี แต่ผู้หญิงมักจะตรงข้าม )
                  เหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึกนี้ จะประดับท่อนเดียว เหรียญเดียว ก็ได้ จะไม่ประดับเลยซักเหรียญก็ได้ แต่ถ้าจะประดับ 2 เหรียญขึ้นไป ต้องเรียงลำดับให้ถูก
                  ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ-พนักงานราชการ แม้เพิ่งบรรจุใหม่ ๆ ยังไม่ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ก็ประดับแพรแถบย่อเหนือกระเป๋าเสื้อชุดสีกากีได้ แต่เป็นแบบไม่มีช้างไม่มีมงกุฎ
             4)  ประชาชนทั่วไป-พ่อค้าคหบดี-ผู้รับจ้างเหมาบริการ ก็ประดับเหรียญเฉลิมพระเกียรติ/เหรียญที่ระลึกได้
                  แต่ ก็ต้องประดับให้ถูกกับ งาน และใส่ชุดให้ถูก เช่น ประดับร่วมงานพิธีวันปิยมหาราชใช้แพรแถบย่อ ส่วนงานพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระเจ้าอยู่หัวใช้เหรียญจริง
                  ชุด ที่ประดับได้ของประชาชนทั่วไป-พ่อค้าคหบดี-ผู้รับจ้างเหมาบริการ
                  - บุรุษ  ประดับกับเครื่องแบบขอเฝ้า ( ชุดขาวราชประแตน เช่นเดียวกับชุดชาวข้าราชการทั่วไป แต่ที่ปกคอเสื้อใช้แผ่นทาบคอ กิ่งชัยพฤกษ์ประกอบด้วยใบข้างละ 5 ใบ แทนเครื่องหมายส่วนราชการ และไม่มีอินทรธนูที่บ่า กระดุมเสื้อเป็นกระดุมเกลี้ยงสีทอง )
                  - สตรีที่ไม่ใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐ  จะไม่มีเครื่องแบบขอเฝ้าที่เป็นชุดขาวเหมือนบุรุษ ให้ประดับกับ ชุดไทย คือชุดไทยจิตรลดา ไทยอมรินทร์ ไทยบรมพิมาน สีพื้น สวมถุงน่องไม่ให้เห็นผิวเนื้อเท้า











         4. เย็นวันที่ 25 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์สแควร์ กศน. ว่า สามารถลาออกจากการเป็นสมาชิก ชพค.ได้ไหม แล้วเงินที่ส่งไปได้คืนไหม

             ผมตอบว่า   ลาออกได้ ( ไม่ได้ติดหนี้เงินกู้ใช่ไหม )  แต่เงินที่ส่งไปไม่ได้คืน เพราะเขานำไปให้ทายาทสมาชิกที่ถึงก็แก่กรรม เดือนต่อเดือนไปแล้ว

         5. คืนวันที่ 25 เม.ย.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ได้รับวุฒิ S.S.W.B. ขอสมัครตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือฯ ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ผู้ตรวจการลูกเสือจังหวัด และผู้ตรวจการลูกเสือประจำสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ( รวมทั้งผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือ ) ต้องได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์
             ดูรายละเอียดที่  http://www.scoutthailand.org/documents/gazette/inspector.pdf

         6. วันที่ 2 พ.ค.62 มีผู้ถามในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  คนต่างด้าวทีาเข้าเมืองโดยถูกกฏหมาย(mou) ไม่มีใบท.ร.38/1 สามารถลงเรียนกศน.ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ผมเคยโพสต์แล้ว เช่นในข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/05/gcode.html ว่า ถ้าอ่านในประกาศ ศธ. ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) จะเข้าใจ คือสิ่งสำคัญขอให้มีเลขประจำตัว 13 หลัก
             1)  หากมีเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติของสถานศึกษา
                  ( แบบ ท.ร.๓๘/๑ : “แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ” เป็นเพียงแบบหนึ่งที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก ซึ่งคนต่างด้าวบางประเภทอาจมีเอกสารอื่นที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก ก็ได้ )
                  ถ้าไม่มี  ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนตามที่ กศน.กำหนด ( รหัส G ) ไปจนกว่า นศ.จะได้เลขประจำตัว 13 หลักตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
                  ( ดูวิธีการออกรหัส G ในข้อ 1 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2018/05/gcode.html )
             2)  เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษารหัส G แล้ว สถานศึกษาต้องประสานผู้เรียน/ผู้ปกครอง ให้เขาไปขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เขาพักอาศัยอยู่ในท้องที่ใด ก็ไปขึ้นทะเบียนที่ฝ่ายทะเบียนของหน่วยงานมหาดไทยท้องที่นั้น
             3)  ถ้า นศ.ไปขึ้นทะเบียน ได้รับรหัสประจำตัว 13 หลัก จากหน่วยงานมหาดไทยมาแจ้งเราก่อนเรียนจบ เราต้องแก้รหัสประจำตัว 13 หลักในทะเบียนนักศึกษา ตามรหัสของมหาดไทย แทนรหัสที่ขึ้นต้นด้วย G

             คืนวันที่ 8 พ.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเด็กเป็นต่างด้าว แล้วเราลงเลขตัว G แล้ว แต่เขายังไม่ไปติดต่อทำบัตรที่ สนง เขต จนถึวันจบ สามารถออกวุฒิการศึกษา ลงเลขตัว G ในใบระเบียน ได้ไหมคะ หรือต้องรอเลข 13 หลักจากมหาดไทย
             ผมตอบว่า  ออกใบวุฒิเป็นรหัส G ได้ (แต่ก็ควรพยายามย้ำให้เขาไปติดต่อทำบัตร)





         7. เช้าวันที่ 14 พ.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้การเทียบคุณสมบัติวุฒิทางธรนมที่พระมาสมัครเรียนเปลี่ยนแปลงไปมั้ยคะ หลังมี พรบ. การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561

             ผมตอบว่า   พรบ.นี้เพิ่งออกเดือนที่แล้ว (เม.ย.62 ไม่ใช่ 61)
             ดู พรบ.ที่  http://bit.ly/2VBDl2L มาตรา 22 ระบุว่า ผู้ที่พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ (ผมเข้าใจว่าปัจจุบันหมายถึงอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)
             ที่สำเร็จ
             - ชั้นนักธรรมเอก  มีวิทยฐานะระดับ ม.ต้น (เดิมนักธรรมเอก เทียบวุฒิระดับประถม)
             - ชั้นเปรียญธรรม 3 ประโยค  มีวิทยฐานะระดับ ม.ปลาย (เดิมเปรียญธรรม 3 ประโยค เทียบวุฒิระดับ ม.ต้น)
             ผมไม่แน่ใจว่ารวมผู้ที่เรียนจบวุฒิทางธรรมอยู่ก่อน พรบ.นี้ออก ด้วยหรือไม่
             ต้องถามกลุ่มพัฒนา กศน.นะครับ (ควรขอให้กลุ่มพัฒนา กศน.ศึกษาแล้วแจ้ง)