แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลาพักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลาพักผ่อน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

1.พนักงานราชการ ทำงานที่เดิม 5 เดือน ที่ใหม่ 4 เดือน ลาพักผ่อนได้หรือยัง, 2.ผอ.ส่วนใหญ่บอกว่าใช้เงินอุดหนุนจ้าง รปภ. คนสวน ได้?!, 3.เปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการ, 4.พนักงานราชการบรรจุ 1 ก.พ. ปรับเลื่อนเงินเดือนได้ไหม, 5.ผอ.กศน.อ. จะให้ครู กศน.ตำบล เปลี่ยนตำบล แต่ครูไม่อยากเปลี่ยน, 6.พนักงานราชการอยากรู้ว่า ชื่อและตำแหน่งตนอยู่ที่ใด, 7.จำเป็นต้องประดับแพรแถบย่อเครื่องราชฯไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ดึกวันที่ 20 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีเป็นพนักงานราชการที่สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี 5 เดือน และมาทำสัญญาใหม่ เป็นพนักงานราชการที่สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา อีก 4 เดือน สัญญาต่อเนื่องกัน กรณีแบบนี้จะมีสิทธิ์ลาพักผ่อนได้หรือยัง

             ผมถามกลับว่า  ลาออกจากที่เดิมมาสอบบรรจุใหม่ หรือว่า ย้ายเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน
             ผู้ถามบอกว่า  ลาออกจากที่เดิม มาสอบบรรจุใหม่
             ผมตอบว่า  ถ้าลาออกมาสอบบรรจุใหม่ โดยงานเดิมทำไม่ครบ
6 เดือน กรณีการลาจะไม่นับอายุงานเดิม ฉะนั้นยังไม่มีสิทธิขอลาพักผ่อน ต้องรอจนกว่าอายุงานใหม่ครบ 6 เดือน จึงจะมีสิทธิขอลาพักผ่อน
              ( ถ้าเป็นการย้ายเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน จึงจะนับอายุงานรวมกัน )

         2. ดึกวันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  จังหวัดทำลักษณะของงานที่จ้างเหมาบริการด้วยเงินอุดหนุน ผู้บริหารส่วนใหญ่บอกว่าจ้าง รปภ. คนสวน นักคอมพิวเตอร์ พนักงานบริการ ถ้ากำหนดลักษณะของงานให้ไปเกี่ยวกับนักศึกษา ก็สามารถจ้างได้... เลยไม่ได้พูดอะไร ถ้าพูดไปว่าจ้างไม่ได้ จะทำให้คนที่ถูกจ้างเดือดร้อน หลายอำเภออาจตำหนิ เพราะจ้างต่อเนื่องมา    เลยขอความรู้จากอาจารย์ จ้างได้หรือไม่ขอความกรุณาอาจารย์เผยแพร่ให้ความรู้

             ผมตอบว่า
             1)  เรื่องนี้ผู้ตรวจสอบภายในก็ตอบชัดเจนและผมนำมาโพสต์ 2-3 ครั้งแล้วว่า ถ้าใช้เงินอุดหนุนรายหัวจ้าง ต้องจ้างเพื่อ ดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน “โดยตรง” โดยพิจารณาจาก "ขอบเขตงานจ้าง" ว่าเป็นการดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรงหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นการจ้างใน 39 หน้าที่ ส่วนกลางสั่งการไว้ชัดเจน ไม่ได้ให้จังหวัดปรับเปลี่ยนขอบเขตงานจ้าง.. ซึ่งก็สรุปไว้แล้วว่า จ้างในหน้าครูต่าง ๆ ( ครู ศรช. ครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. ครูประจำกลุ่ม ครูบ้านยามชายแดน ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ครูชาวเล ครู กพด.) จนท.บันทึกข้อมูล ได้  แต่จ้างในหน้าที่ จนท.งานธุรการ การเงิน บัญชี พนง.บริการ ไม่ได้ ( ยิ่งถ้าเป็นหน้าที่ รปภ. คนสวน ยิ่งจะจ้างไม่ได้ )
             ถึงผมจะโพสต์อีกเป็นครั้งที่
4-5 ก็ไม่มีประโยชน์ คนที่ไม่สนใจเชื่อถือ ก็ไม่สนใจเชื่อถือเหมือนเดิม
            
2)  แม้เราจะเห็นใจผู้รับจ้างมากเพียงใด เราก็ได้แต่เห็นใจ ถ้าเราไม่ได้ใช้เงินส่วนตัวจ้าง เราไม่มีสิทธิทำผิด จะเบิกจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินโดยไม่ถูกต้องไม่ได้ กระทรวงการคลังก็แจ้งเวียนมายังทุกกระทรวงทุกกรมว่า
                 
“ปัจจุบัน ส่วนราชการหลายแห่งได้ดำเนินการจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกับการจ้างแรงงาน ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าเป็นบุคลากรของรัฐ และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมือนบุคลากรของรัฐ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาข้อโต้แย้ง จึงให้ส่วนราชการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด ดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ระเบียบลูกจ้าง จ้างดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริม การปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติ ของส่วนราชการ มิให้ทำสัญญาจ้างในลักษณะต่อเนื่อง”
                  แม้จะไม่ได้คะแนนนิยม ผมก็ระมัดระวังไม่โพสต์คำที่ได้ใจฝ่ายใด เพราะจะเสียระบบราชการ

                  กศน.เรามักจะคำนึงถึงความรู้สึกอยู่เหนือระเบียบกฎหมาย ทำให้มีปัญหาต่อไป
            
3)  ที่ถูกต้อง ถ้าไม่ชัดเจนว่าจ้างได้หรือไม่ ต้องทำหนังสือหารือก่อน คำตอบอย่างไม่เป็นทางการจะใช้เป็นเกราะกันความผิดไม่ได้  ถ้าเขาไม่หารือเพราะมั่นใจว่าจ้างได้ ผู้จ้างก็เป็นผู้รับผิดชอบ จบ

         3. วันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  เมื่อปีที่แล้ว ท่านสุรพงษ์ ให้พนักงานราชการ ครูอาสาฯ ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้ ถ้ามีตำแหน่งว่าง พอจะมีข้อมูลไหม

             ผมตอบว่า   เรื่องพนักงานราชการ อยู่นอกเหนืออำนาจ รมว.ศธ. ( ก.พ.ร. ผู้ดูแลพนักงานราชการ ไม่ได้สังกัดกระทรวง ศธ. ต่างจาก ขรก.ครู ที่ดูแลโดย ก.ค.ศ.ซึ่งสังกัดกระทรวง ศธ. ท่าน รมว.ศธ.ยังขอให้ ก.ค.ศ.เปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง )
             เรื่องการเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการนี้ ไม่ว่าปีก่อน ๆ หรือปีนี้หรือปีไหน ถ้าเป็นตำแหน่งว่าง จังหวัดสามารถเสนอให้ต้นสังกัดเปลี่ยนตำแหน่งได้ เช่นเมื่อตำแหน่งครูอาสาฯว่างลง ( ลาออก เลิกจ้าง เสียชีวิต อายุครบ
60 ) จังหวัดอาจเสนอขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯเป็นตำแหน่งบรรณารักษ์แล้วสอบคัดเลือก/บรรจุคนใหม่ในตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นต้น
             แต่ถ้าเป็นตำแหน่งที่มีคนครองอยู่ จะเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้นไม่ได้ ปีไหนก็ไม่เคยเปลี่ยนได้

         4. วันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์ “ห้องสมุดชาวตลาด” ว่า  บรรจุ 1 กพ.60 ประเมิน ครั้งที่ 2 ได้ปรับเงินเดือนมั้ย

             ผมตอบว่า   ถามเรื่องพนักงานราชการใช่หรือเปล่า พนักงานราชการถ้าบรรจุทำงานไม่ครบ 8 เดือน ( นับถึง 30 ก.ย.) จะปรับเลื่อนเงินเดือนไม่ได้ โดยถ้าบรรจุ หลัง วันที่ 1 ก.พ. จะไม่ครบ 8 เดือน ( บรรจุวันที่ 2 ก.พ. จะไม่ครบ 8 เดือน, บรรจุวันที่ 1 ก.พ. ครบ 8 เดือนพอดี มีสิทธิ์ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือน ถ้าผลการประเมินอยู่ในระดับดีขึ้นไป  ถ้าประเมินครั้งเดียวก็ใช้คะแนนครั้งเดียวไม่ต้องหารด้วย 2 )

         5. วันที่ 25 ก.ย.60 มีผู้ส่งเอกสาร/ข้อมูลมาถึงผมทางไลน์ ว่า  ผอ.กศน.อ.สอยดาว จะใช้คำสั่งมอบอำนาจ ( คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 489/51 ) ข้อ 1 มาออกคำสั่งมอบให้ครู กศน.ตำบลเปลี่ยนพื้นที่ตำบลในการปฏิบัติงานกัน แต่ครู กศน.ตำบลบางคนไม่อยากเปลี่ยนเพราะปฏิบัติงานที่ตำบลนั้นตามเลขที่ตำแหน่งเดิมตั้งแต่ลงครั้งแรก ประสานงานกับชุมชนและภาคีเครือข่ายได้เป็นอย่างดี.. ถามว่า ผอ.อำเภอ สามารถให้ ครู กศน.สับเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน ไปอยู่ตำบลอื่นได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   เฉพาะตำแหน่งครู กศน.ตำบล นั้น เลขที่ตำแหน่งจะระบุตำบล การเปลี่ยนพื้นที่ต้องเป็นไปตามความประสงค์ของพนักงานราชการและดำเนินการโดยจังหวัด ( ตามข้อ 5 ในหนังสือ สป.ศธ.ที่ ศธ 0210.118/12731 ลว.6 ก.ย.60 )
             ส่วนคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 489/51 ข้อ 1 นั้น ไม่ได้มอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อำเภอ ย้าย/เปลี่ยนพื้นที่พนักงานราชการ   ผอ.กศน.อำเภอออกคำสั่งที่ขัดหรือแย้งกับต้นสังกัดไม่ได้   ถ้าผู้ถูกย้าย/เปลี่ยนพื้นที่ ไม่มีความประสงค์ขอเปลี่ยน/ไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้แจ้งไปที่ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด และถ้าเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้แจ้งตรงไปที่ท่านเลขาธิการ กศน.

         6. คืนวันที่ 25 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันเคยเป็น ครู กศน.อ.เมืองอุดรธานี ได้รับการย้ายโดยจังหวัดเกลี่ยตำแหน่งตอนเทอม 2/59 โดยสำนักงาน กศน.จังหวัดแจ้งว่า กศน.อำเภอเมืองอุดรธานี มีพนักงานราชการเกินตำแหน่ง ให้พนักงานราชการย้ายออกจากอำเภอ 25 คน โดยใช้หลักการย้ายจากคะแนนประเมินครู ทั้งที่ไม่ได้ประสงค์ที่จะขอย้ายพื้นที่ ซึ่งต้องย้ายออกไปต่างอำเภอ ผ.อ.จังหวัดแจ้งว่าจะมีหนังสือคำสั่งออกให้ ณ ปัจจุบันยังไม่มีหนังสือคำสั่งให้เลย ซึ่งการย้ายออกต่างอำเภอมีความลำบากมาก ทั้งภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ห่างไกลครอบครัว และสิ่งที่สำคัญคือเรื่องนักศึกษาซึ่งแต่ก่อนกว่าที่จะรวบรวมนักศึกษาได้มีครบตามจำนวนใช่เวลาหลายเทอม  ในการเดินทางไปทำงานอย่างน้อยต้องวันละ 500 บาท ทั้งค่าน้ำมันค่าอยู่ค่ากิน อยู่ที่เดิมได้ทำงานที่ กศน.ตำบลใกล้บ้าน มีความรู้จักคุ้นเคยกับพื้นที่ มีนักศึกษามาเรียนมาปรึกษาตลอดทั่งที่ กศน.ตำบล และที่บ้าน
             ฉันจึงอยากจะปรึกษาว่า ณ ปัจจุบัน ชื่อ และตำแหน่งของฉันยังอยู่ที่ กศน.เมืองอุดร เหมือนเดิมไหม

             ผมตอบว่า   ผมไม่มีข้อมูลหรอกว่าตำแหน่งใครอยู่ที่ใด.. ให้ดูในคำสั่งจ้าง(ต่อสัญญา) และ/หรือ คำสั่งเลื่อนค่าตอบแทน ณ วันที่ 1 ต.ค. ก็น่าจะรู้ เพราะในคำสั่งจ้างจะระบุทั้งเลขที่ตำแหน่งและตำบล ส่วนในคำสั่งเลื่อนค่าตอบแทน จะระบุเลขที่ตำแหน่งกับอำเภอ ถ้าคำสั่งของจังหวัดใดไม่ระบุข้อมูลบางอย่างก็อาจแสดงว่ามีปัญหาบางอย่าง
             ถ้าดูไม่รู้หรือไม่ได้คำสั่ง ก็ถามที่จังหวัดนั้น หรือที่ กจ.กศน. ข้อมูลทั้ง 2 แห่งจะต้องตรงกันเพราะปัจจุบันใช้ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
DPIS แต่ กจ.กศน.อาจไม่มีเวลาว่างจะดูข้อมูลให้ ฉะนั้นอยู่จังหวัดไหนก็ถามที่จังหวัดนั้นก่อน

         7. วันที่ 28 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  อยากทราบว่าการประดับแพรแถบ จำเป็นต้องติดไหมคะ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าต้องติดแบบไหน หนูหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ได้คำตอบแบบไม่ชัดเจนค่ะ (หนูเป็นบรรณารักษ์ปฏิบัติการ ค่ะ)

             ผมตอบว่า   แพรแถบย่อ "ไม่จำเป็น" ต้องประดับ แต่ถ้าได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว "ควร" ประดับ

             ดูเรื่องแพรแถบย่อของข้าราชการและพนักงานราชการ ที่ผมเคยโพสต์ เช่นในข้อ 6 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/310038


วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560

1.คำว่า “ครู กศน.”, 2.จังหวัดบอกว่าเบิกไม่ได้, 3.ขรก.ครู กศน.ขอปฏิบัติงานประจำที่ กศน.ตำบล ได้ไหม, 4.พา นศ.ไปศึกษาดูงาน/พัฒนา ออกเดินทาง 05.30 น. เบิกค่าอาหารเช้าได้ไหม, 5.เรื่องวันลาพักผ่อนสะสม พวกครู กศน.มีผลด้วยไหม, 6.ตั้งข้าราชการที่เกษียณแล้ว คุมสอบได้ไหม, 7.พนักงานราชการเพิ่งทำสัญญา ย้ายได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 28 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ดิฉันกำลังเรียนคณะครุศาสตร์ ภาคการศึกษาตลอดชีวิต กำลังค้นข้อมูลเกี่ยวกับครู กศน เพราะอยากทำวิจัยกับครู กศน เเล้วเกิดความสงสัย ว่า
             1)  ครู กศน กับ ครู กศน.ตำบล เป็นคำเดียวกันไหม ถ้าไม่.. ต่างกันอย่างไร
             2)  ครู กศน มีใครเป็นข้าราชการไหม
             3)  ครู ศรช  ครู ศศช  ครูอาสา  ครูประจำกลุ่ม  ทั้งหมดเป็นจ้างเหมาบริการถูกต้องไหม หรือว่ามีเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ปะปน
             4)  มีข้าราชการ หรือ พนักงานราชการอื่นของ กศน นอกเหนือจาก ครู กศน.ตำบล ที่ทำหน้าที่สอนหนังสือให้ประชาชนอีกไหม

             เรื่องนี้   ผมคิดว่า แม้เป็นบุคลากร กศน. ส่วนใหญ่ก็สับสนในรายละเอียดเช่นกัน  ผมจะสรุป  ( ถ้าใครรู้ข้อมูลว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมอย่างไร ก็ช่วยแจ้งด้วย )  ดังนี้
             1)  คำว่า “ครู กศน.ตำบล” เป็นตำแหน่งครู กศน. ตำแหน่งหนึ่ง เช่นเดียวกับตำแหน่ง ครู ศรช.  ครูอาสาฯ ฯลฯ  ส่วนคำว่า “ครู กศน.” เป็นคำรวม คือ ครู กศน.แบ่งเป็นหลายตำแหน่ง
                  คำว่า “ครู กศน.” นี้ บางคนก็หมายรวมถึงครูทุกประเภททุกตำแหน่งของ กศน. ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ซึ่งรวมข้าราชการครูด้วย  แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึง ครูทุกตำแหน่งของ กศน.ที่เป็นพนักงานราชการและผู้รับจ้างเหมาบริการ ไม่รวมข้าราชการ
             2)  ครู กศน. ( ที่ไม่ใช่ข้าราชการ ) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
                 2.1  ประเภทพนักงานราชการ  มี 2 ตำแหน่ง
                       - ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน  ถ้าเป็นครูอาสาฯบนพื้นที่สูงเรียกว่า ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.)  ส่วนครูอาสาฯในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางครั้งเรียกว่า ครู ศรช.
                       - ครู กศน.ตำบล
                 2.2  ประเภทผู้รับจ้างเหมาบริการ  มี 8 ตำแหน่ง
                       - ครู ศรช. ( ครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน ที่ไม่ได้อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ )
                       - ครูผู้สอนคนพิการ
                       - ครู ปวช. ( ครูประจำกลุ่มระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ )
                       - ครู กพด. ( ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นธุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ ประจำศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” )
                       - ครูชาวเล ( มอแกน มอแกลน อูรักลาโว๊ย )
                       - ครูบ้านยามชายแดน
                       - ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน
                       - ครูประจำกลุ่ม
             ครูทั้ง 2 ประเภท รวม 10 ตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่สอนประชาชนกลุ่มต่าง ๆ

         2. วันที่ 30 ส.ค.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  เคยเห็นหนังสือสั่งการที่ว่า หากงบพัฒนาผู้เรียนไม่พอ ให้สามารถใช้งบอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมได้ บ้างไหม
             ผมตอบว่า  ไม่เห็น  แต่ปกติ งบอุดหนุนรายหัว ก็ใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อยู่แล้ว
             ผู้ถาม บอกว่า  จัดประกวดโครงงาน จังหวัดบอกเบิกไม่ได้
             ผมถามกลับว่า  เบิกเป็นค่าอะไรบ้าง ( การประกวดจ่ายเป็นค่าอะไร )
             ผู้ถาม บอกว่า  ค่าเต็นท์ เวที และวัสดุ (ใบเกียรติบัตร กรอบ และโล่) ค่าน้ำดื่มด้วย แต่ไม่เลี้ยงอาหาร คำสั่งเกี่ยวกับการใช้เงินอุดหนฺนข้อสุดท้าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็เบิกได้ การเงินจังหวัดไม่ให้เบิก

             ผมตอบว่า
             1)  ไม่ว่าจะเบิกจ่ายจากงบพัฒนาคุณภาพผู้เรียน หรืองบอุดหนุนรายหัว ก็ต้องทำแผนการใช้จ่ายเงินเสนอ สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ก่อนนะ
             2)  ในคำสั่งเรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน ข้อสุดท้าย ( ข้อ 15 ) ที่ให้เบิกจ่าย "ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน" นั้น หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากข้อ 1-14  แต่ ข้อ 15 นี้ มีไว้เพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของต้นสังกัดที่จะสามารถพิจารณาให้ใช้จ่ายได้เพิ่มมากกว่า 14 ข้อ ว่า ค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากข้อ 1-14 อะไรจะเบิกจ่ายได้หรือไม่  ( ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้แล้ว )  คือข้อ 15 ไม่ได้อยู่ในอำนาจของอำเภอ
             3)  การจัดประกวด ไม่ได้เป็นการพัฒนาผู้เรียนหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยตรง จึงไม่น่าจะเบิกได้  ถ้าจะทำเกียรติบัตร สามารถซื้อกระดาษเป็นวัสดุสำนักงาน/วัสดุการศึกษาด้วยเงินอุดหนุน มาทำเองได้
                  และถ้าจะเขียนโครงการให้เป็นการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน/กิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยตรง ตามข้อ 8 ของคำสั่งนี้ ก็อาจเบิกเป็นค่าเต็นท์ ค่าเวที ค่าโล่ ไม่ได้ ( แต่เบิกจ่ายเป็นค่าเช่าสถานที่ได้ตามความจำเป็น )

         3. คืนวันที่ 30 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ข้าราชการครู กศน. มีสิทธิ์ที่จะขออนุญาตปฏิบัติงานประจำที่ กศน.ตำบล หรือ ประจำศูนย์การเรียนชุมชนฯ คือหมายถึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติประจำ สนง. ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ก็ลักษณะเดียวกับครูอาสาสมัคร โดยปัจจุบัน กศน.ตำบล/ศรช. ยังไม่ได้เป็นสถานศึกษา/หน่วยงานเอกเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่ง/ห้องหนึ่ง/อาคารหลังหนึ่ง ของ กศน.อำเภอ/เขต  ถ้า ผอ.อำเภอ+ผอ.จังหวัด เห็นว่า ขรก.ครู หรือครูอาสาฯ คนนั้น เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้า กศน.ตำบล ก็สามารถมอบหมายบทบาทหน้าที่โดยแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า กศน.ตำบลได้ แต่ตำแหน่งทาง กจ.ก็ยังเป็น ครู/ครูอาสาฯ กศน.อำเภอ/เขต

         4. วันที่ 31 ส.ค.60 ครู กศน.ตำบล อ.ผักไห่ ถามผม ว่า  พา นศ.ไปศึกษาดูงาน/พัฒนา แต่มีความจำเป็นต้องออกเดินทางตั้งแต่ 05.30 น. จึงสั่งจ้างเอกชนทำอาหารเช้านำขึ้นรถไปทานระหว่างทาง จะเบิกค่าอาหารเช้าได้ไหม ( ส่วนค่าอาหารกลางวันเบิกให้สถานที่ศึกษาดูงานเป็นผู้จัดอาหารให้ )

             ผมตอบ ( ผมว่าจะถามผู้ตรวจสอบภายใน กศน.ให้แน่ใจ แต่ตอนนั้นเป็นเวลา 12.04 น. จึงตอบเอง เพราะไม่อยากรบกวนผู้ตรวจสอบภายใน ) ผมตอบว่า ถ้าจำเป็นต้องออกตั้งแต่เช้ามืด ก็เบิกได้
             หลังจากที่ผมตอบไปแล้ว กลัวพลาด จึงเรียนถามท่านอาจารย์สุนีย์ ผู้ตรวจสอบภายใน ทางไลน์อีกครั้ง ท่านตอบว่า “ถ้าออกเดินทางในเวลานั้นจริง ก็เบิกได้” ( ตามภาพประกอบ )





         5. วันที่ 4 ก.ย.60 ปลายฝัน RaRin ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  เรื่องวันลาพักผ่อน พนักราชการ สามารถสะสมวันลาไปปีถัดไปไหมคะ ตามประกาศนี้ พวกครู กศน. มีผลด้วยไหมคะ   แต่ สัญญา จะหมด 30 กย.นี้ ถึงแม้ว่าจะสะสมได้ก็ไม่มีผลใช่ไหม เพราะสัญญาจ้างหมดสัญญา   นู๋ถามหัวหน้างานแล้ว เค้มถามนู๋ว่า ทางกรมทำหนังสือส่งมาเป็นทางการไหม ถ้าไม่มีหนังสือส่งมาเป็นทางการ ก็ไม่ได้สะสมค่ะ

             ผมตอบว่า  คำว่า "พวกครู กศน." ของคุณ แปลว่าอะไรล่ะ ถ้าแปลว่าพนักงานราชการก็มีผล
             ถึงแม้สัญญาจะหมด 30 ก.ย.นี้ ถ้าปีนี้มีสิทธิลาพักผ่อน แต่ปีนี้ลาไม่เกิน 5 วัน และปีหน้าได้ทำสัญญาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.อีก ปีหน้าก็มีสิทธิขอลาพักผ่อนได้ไม่เกิน 15 วัน   อีกสักพักใหญ่ ๆ กจ.กศน.ก็คงส่งเรื่องนี้ถึงทุกจังหวัด
             ดูเรื่องนี้ที่  
https://www.dropbox.com/s/rpz0d2zxfjw532l/PRGrelaxP.pdf?dl=0
             เดิมพนักงานราชการสะสมวันลาพักผ่อนไม่ได้ คพร.ประกาศกำหนดใหม่ ให้พนักงานราชการสะสมวันลาพักผ่อน ในปีที่ลาไม่ครบ 10 วัน ให้นำวันที่เหลือ ( แต่ไม่เกิน 5 วัน ) ไปรวมกับวันลาพักผ่อนปีต่อไป ได้ โดยต้องรวมไม่เกิน 15 วัน






         6. วันที่ 4 ก.ย.60 มี อดีต ผอ.กศน.อ. เกษียณปีที่แล้ว ถามผมทางไลน์ ว่า  ข้าราชการเกษียณแล้ว ไปคุมสอบปลายภาคของ กศน เราได้ไหม

             เรื่องนี้  เคยคุยกันว่าได้ แต่ในเอกสารต่าง ๆ ไม่ระบุประเด็นนี้ชัด ๆ ผมจึงเรียนถามท่าน ผชช.พรรณทิพา เพื่อความชัดเจน ท่านบอกให้หารือนิติกร
             ผมจึงหารือท่านสัจจา ผชช.พิเศษ กศน. อดีต ผอ.กจ. ท่านบอกว่า
             พิจารณาโดยอาศัยอ้างอิงจาก ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปฏิบัติของผู้กำกับการสอบ พ.ศ.2548 ข้อ 4 วรรคท้าย ที่ว่า “หากผู้กำกับการสอบไม่ปฏิบัติตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาความผิดและลงโทษตามควรแก่กรณี” และข้อ 5 กำหนดว่า “ผู้กำกับการสอบมีความประมาท... ... เป็นเหตุให้มีการทุจริตในการสอบเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการประพฤติผิดวินัยร้ายแรง”
             จึงวินิจฉัยได้ว่า  ผู้กำกับการสอบต้องเป็นบุคคลที่ลงโทษทางวินัยได้
             คือต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ )
             ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ต้องเป็นครูสังกัด กศน. ที่เราสามารถเลิกจ้างได้ถ้าทำผิด  ( แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.กลุ่มของตนเอง )
             ส่วนผู้รับบำนาญ นั้น พ้นจากการเป็นข้าราชการที่มีวินัยควบคุมแล้ว ไม่สามารถลงโทษได้ถ้าทำผิด จึงไม่เข้าข่ายที่จะเป็นกรรมการคุมสอบ

         7. คืนวันที่ 6 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการ ที่พึ่งทำสัญญาจ้างไป สามารถย้ายได้ไหม พึ่งทำสัญญาวันที่ 8 พ.ค.60 สามารถย้ายช่วงเดียวกับคนอื่นที่ต่อสัญญาวันที่ 1 ต.ค.ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   การย้าย ( เปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน ) ลักษณะนี้ หลักเกณฑ์ไม่ได้กำหนดเรื่องอายุงาน กำหนดแต่ให้มีอัตราว่างตำแหน่งเดียวกันรับย้าย ถ้าเข้าหลักเกณฑ์นี้ แม้จะเพิ่งบรรจุก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของจังหวัดว่าจะให้ย้ายหรือไม่
             ( เพิ่งทำสัญญา ก็ต้องต่อสัญญาใหม่วันที่ 1 ต.ค.60 เช่นกันนะ )
             ส่วนกรณีย้ายข้ามจังหวัด ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ให้ย้าย แม้จะย้ายสับเปลี่ยนก็ตาม