แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูอาสาฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครูอาสาฯ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

1.ตำแหน่งครูอาสาฯว่าง จะจ้างครูอาสาฯคนใหม่ได้ไหม, 2.การสอบ E-Exam กรณีปกติ กับกรณีพิเศษ, 3.ใบ รบ.ตอนจบเป็นฆราวาส สูญหาย มาขอใหม่ตอนเป็นพระ ไม่มีรูปฆราวาสแล้ว ทำอย่างไร?, 4.คุมสอบภาคบ่าย 40 นาที จ่ายค่าตอบแทนอย่างไร, 5.ฝากสอบได้ไหม, 6.เลื่อนสอบได้ไหม, 7.จบ ม.6 แล้วบวช อยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  อาจารย์มีหนังสือสั่งการ หรือแจ้งจากสำนักงาน กศน ไหม ที่มีเนื้อหาทำนองว่า เมื่อครูอาสาสมัครฯ ของสถานศึกษาว่าลง หากสถานศึกษายังมีความจำเป็นที่ต้องมีครูอาสาสมัคร ก็สามารถบรรจุในตำแหน่งเดิมได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งนักวิชาการก็ โดยบรรจุในสถานศึกษานั้น คือไม่อยากให้จังหวัดตัดตำแหน่งครูอาสาสมัครไป ครูอาสาสมัคร จะเกษียณ ก.ย นี้

             ผมตอบว่า   เรื่องตำแหน่งครูอาสาฯ ล่าสุดต้องดำเนินการตามข้อ 2 ของหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้ คือ
             1)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯมากกว่าจำนวนอำเภอ เมื่อมีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม ต้องขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้น เป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม เช่นถ้าอำเภอไม่มีข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ก็เปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างเป็นพนักงานราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ แล้วเลิกจ้างเหมาบริการตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นต้น
                  เปลี่ยนตำแหน่งแล้วอยู่ที่อำเภอเดิมหรือจะย้ายไปอยู่ที่อำเภออื่น จังหวัดก็คุยกับอำเภอแล้วจังหวัดเสนอขอไปที่ส่วนกลาง
             2)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯไม่มากกว่าจำนวนอำเภอ แม้มีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม จะขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้นเป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม หรือจะจ้างในตำแหน่งครูอาสาฯคนใหม่ก็ได้  ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่งหรือจ้างครูอาสาคนใหม่แล้วจะให้อยู่ที่อำเภอเดิมหรืออำเภอใด จังหวัดก็คุยกับอำเภอต่างๆ ถ้าสรุปว่าไม่เปลี่ยนตำแหน่งและไม่เปลี่ยนอำเภอก็ไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง จังหวัดจ้างครูอาสาฯคนใหม่ไว้อำเภอเดิมได้เลย แต่ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่ง และ/หรือ เปลี่ยนอำเภอ จังหวัดต้องเสนอส่วนกลาง

         2. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 29 ก.พ.) ผมถามข้อมูลความรู้จาก อ.ธานี เครืออยู่ กลุ่มพัฒนา กศน. ทางไลน์ เรื่องการสอบ E-Exam กรณีปกติกับกรณีพิเศษ ได้รับความรู้จาก อ.ธานี สรุปได้ดังนี้

             1)  การสอบ E-Exam กรณีปกติ มีกรณีเดียว คือ เคยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบ จะขอสอบ E-Exam ในภาคเรียนหลังจากภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET และจะสอบในศูนย์ทดสอบฯภายในจังหวัดที่เรียนนั้น
                  กรณีปกตินี้ สถานศึกษาสามารถลงทะเบียนสอบให้นักศึกษาในระบบออนไลน์ตามช่วงเวลาที่กำหนดได้เลย ไม่ต้องยื่นคำร้องไปถึงส่วนกลาง
             2)  การสอบ E-Exam กรณีพิเศษ มี 4 กรณีย่อย คือ
                  2.1  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้ก็ไม่ได้ลงทะเบียนสอบ E-Exam "กรณีปกติ" ในช่วงเวลาที่กำหนด
                  2.2  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้จะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯต่างจังหวัด แม้จะสามารถลงทะเบียนสอบในช่วงเวลาปกติก็ตาม ถ้าจะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดที่เรียน ถือเป็นกรณีพิเศษหมด
                  2.3  กรณีส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.ในภาคเรียนนี้ แต่ขาดสอบโดยมีเหตุจำเป็น เช่น ป่วย ติดราชการทหาร เป็นต้น และจะขอสอบ E-Exam ปลายภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET นี้เลย
                  2.4  กรณีไม่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แต่มีความจำเป็นต้องรีบจบ/ต้องใช้วุฒิการศึกษา ไม่สามารถรอส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ได้
                  การขอสอบกรณีพิเศษทั้ง 4 กรณีย่อย นักศึกษาต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงเหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา แล้วสถานศึกษาส่งไปยังสำนักงาน กศน.จังหวัด ถ้า สนง.กศน.จังหวัดพิจารณาว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่เหมาะสม ก็ส่งคำร้องต่อไปยังสำนักงาน กศน.ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ลงทะเบียนสอบต่อไป

         3. คืนวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  มีปัญหานิดค่ะ พระจะขอใบรับรองวุฒิกศน. มปลาย (แทนใบเก่าที่หาย) ใช้รูปถ่ายพระสงฆ์ ถูกมั้ย คะ? ท่านบอกเจ้าหน้าที่ให้ใช้รูปถ่ายสวมเสื้อนักศึกษา ซึ่งท่านไม่มี เพราะเป็นพระ แบบนี้ทำยังไงคะ

             ผมตอบว่า   ตอนที่เรียนจนจบเป็นฆราวาส ได้ใบวุฒิติดรูปฆราวาส แต่ใบวุฒิหาย จะขอใหม่ เจ้าหน้าที่ขอรูปฆราวาส แต่ท่านไม่มีเพราะปัจจุบันท่านเป็นพระสงฆ์ ใช่ไหม ( คุณเป็นโยมของท่านใช่ไหม )
             การออกใบ รบ.(ใบวุฒิ) ตอนจบครั้งแรก รูปถ่ายต้องสอดคล้องกับคำหน้านาม ณ วันจบ เช่นถ้าคำนำหน้านามเป็นนายรูปถ่ายก็ใส่เสื้อฆราวาส ถ้าคำนำหน้านามเป็นพระภิกษุสามเณรรูปถ่ายก็สวมจีวร ถ้าคำนำหน้านามเป็นยศรูปถ่ายก็ใส่เครื่องแบบตามยศ
             แต่การออกใบ รบ.ตอนขอใหม่แทนใบเก่าที่สูญหาย ต่างกัน ผมเคยตอบประเด็นนี้แล้วในข้อ 4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/11/rachsute.html
             คุณลองนำคำตอบนี้และคำตอบในข้อ 4 ของผมนั้น ไปให้เจ้าหน้าที่ดู ถ้าเขาไม่เชื่อก็ขอคุยกับ ผอ.เขา ถ้าผอ.ไม่เชื่ออีกก็ขอคุยกับระดับเหนือขึ้นไปคือเริ่มจากระดับ กศน.จังหวัด
             คำตอบคือ ต้องใช้รูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ณ เวลาปัจจุบันตอนขอใหม่นี้ แม้จะไม่สอดคล้องกับคำหน้านามในใบ รบ.ก็ไม่เป็นไร ( คำนำหน้านามใช้นายตามเดิม แต่รูปในใบ รบ.ที่ขอใหม่สวมจีวร ไม่เป็นไร )
             ประเด็นนี้ตรงข้ามกับคำตอบในข้อ 4 นั้น คือในข้อ 4 ใบ รบ.เดิมรูปสวมจีวร แต่ตอนขอใหม่ลาสิกขานานแล้ว รูปในใบ รบ.ใหม่เป็นฆราวาสแต่คำนำหน้านามเป็นสามเณร ซึ่งหลักการเดียวกันคือใช้รูปปัจจุบัน

             เมื่อผมนำ การถาม-ตอบนี้ ไปลงในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. มีผู้ถามว่า กรณีนี้เขามีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ขอเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงกับปัจจุบันได้ไหมคะ
             ผมตอบว่า  ไม่ได้.. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้า ต้องลงวันที่ก่อนวันอนุมัติการจบเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนหลังจากนี้สถานศึกษาจะเปลี่ยนให้ไม่ได้ เมื่อเขานำใบ รบ.ไปใช้ที่ใดเขาต้องใช้ใบ รบ.ประกอบควบคู่กับใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้าเอาเอง
             และปกติการเปลี่ยนต้องแจ้งสถานศึกษาก่อนจบด้วย ถ้าหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้านาม ลงวันที่ก่อนวันอนุมัติจบแต่เขาแจ้งสถานศึกษาหลังจบ กรณีนี้แล้วแต่สถานศึกษาจะอนุเคราะห์เปลี่ยนให้หรือไม่ก็ได้





         4. วันที่ 5 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคกรรมการกำกับห้องวันที่ 14มี.ค.63 คุมสอบภาคเช้าเริ่มเวลา 08.30-12.30 น. และภาคบ่ายเวลาเริ่มเวลา 16.00- 16.40 น. จ่ายค่าตอบแทนอย่างไรคะ

             ผมตอบว่า   กรณีนี้อนุโลมให้เบิกเต็มวัน แม้ช่วงกลางจะไม่ได้คุมสอบ เพราะเขาแต่งตัวออกจากบ้านมาแล้ว ช่วงกลางคงไม่ได้กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อน
             ถ้าเริ่มคุมสอบหลัง 9.00 น. และ/หรือ เลิกสอบก่อน 16.00 น. จึงให้เบิกครึ่งวัน
             ( ดูคำตอบเก่าในข้อ 6 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2015/02/e-exam-7.html )

         5. เย็นวันที่ 6 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางไลน์กลุ่ม ITw NFE ว่า  นักศึกษามาสมัครเรียนไว้เทอมนี้พอหลังปีใหม่ลงไปทำงานที่ กทม.แล้วโทรมาว่าขึ้นมาสอบวันที่ 14-15 ไม่ได้ขอสอบใน กทม.ได้มั้ยเขาบอก กศน.ที่ไกล้ที่เขาอยู่มาให้ค่ะ หนูก็เลยประสานไปที่อำเภอว่าขอฝากสอบ เจ้าหน้าที่อำภอนี้บอกฝากไม่ได้ มีแบบนี้ด้วยเหรอ หนูก็เลยรบกวนถามอาจารย์ว่า กศน.เราฝากสอบกับอำเภออื่นหรือจังหวัดอื่นได้หรือไม่ค่ะจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไปค่ะ

             ผมตอบว่า   ฝากสอบอย่างเดียว หรือฝากเรียนอย่างเดียว ไม่ได้ ต้องฝากทั้งเรียนและสอบ ทั้งเทอมเลย โดยต้องฝากตั้งแต่ต้นเทอม มิฉะนั้นจะมีปัญหาหลายอย่าง เช่นวิชาไม่ตรงกัน จะเอาข้อสอบที่ไหน โดยเฉพาะวิชาเลือกเสรีไม่ค่อยตรงกัน แม้แต่วิชาบังคับ+เลือกบังคับ ก็ไม่ใช่ว่าทุกแห่งจะมีข้อสอบทั้ง 14+6 วิชาทั้ง 3 ระดับ ทุกเทอม เพราะแต่ละเทอมเปิดวิชาบังคับไม่ครบทุกวิชา ถึงจะมีบางวิชาตรงกัน แต่เขาจัดห้องสอบไปแล้วจะเอาเข้าโปรแกรมห้องสอบอย่างไร หรือให้สอบกับกรรมการกลางหรือเข้าห้องสอบที่มีคนขาดสอบ ตรวจข้อสอบที่ไหน ฯลฯ
             ผมเคยโพสต์เรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ลองอ่านดู เช่นใน
             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/09/51-55.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/03/5000.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/e-exam.html

         6. คืนวันเดียวกัน ( 6 มี.ค.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคเรียน สมมุติว่า มีนักเรียนที่ทำงาน กับ อบต. แล้วเค้าติดภาระกิจไปราชการ ไม่สามารถมาสอบได้ตามกำหนดเวลา แต่เค้าทำหนังสือจากต้นสังกัดขอสอบปลายภาค หลังกำหนดการการสอบปลายภาค มายัง ผอ.อำเภอ แล้ว ผอ.อำเภออนุญาตให้สอบหลังกำหนดการสอบปลายภาคได้ มันมีระเบียบให้สามารถสอบหลังได้มั้ย

             ผมตอบว่า   กรณีมีเหตุจำเป็น การเลื่อนสอบ ต้องใช้ข้อสอบคนละฉบับ ส่วนกลางหรือภาคจะมีข้อสอบฉบับสำรอง ( คู่ขนานกัน แต่คนละฉบับ ส่วนใหญ่ทหารกองประจำการจะขอใช้ข้อสอบนี้สอบนอกตารางเพราะติดภารกิจ )
             การสอบที่ใช้ข้อสอบฉบับเดียวกัน โดยเฉพาะข้อสอบระดับชาติ จะสอบนอกตารางไม่ได้ เพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว เมื่อสอบเสร็จกรรมการกลางต้องตรวจนับบรรจุคืนเข้าซอง ส่งคืนจังหวัด/ทำลาย
             ด้วยเหตุนี้จึงต้องแจ้งตารางสอบให้นักศึกษาทราบตั้งแต่ต้นเทอมเลย เพื่อให้เขามีเวลาเคลียร์ให้ว่าง (ไม่ใช่เคลียร์ที่เรา)
             ผมเคยตอบเหตุผลเรื่องนี้ 3-4 ครั้งแล้ว ลองดูใน
             - ข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/mou.html
             - ข้อ 6 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/474979
             ในส่วนของเอกสารอ้างอิง ไม่มี “ระเบียบ” โดยตรง แต่มีหนังสือราชการตั้งแต่ปี 2553 ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ( ตอนนั้นสถาบันภาคเป็นผู้พิมพ์ข้อสอบทั้งหมด ) คือหนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมาก ที่ ศธ 0210.03/4031 ลงวันที่ 17 พ.ย.2553 ระบุไว้ในข้อ 2. ว่า “กำหนดการเลื่อนสอบให้สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดเอง โดยขอความเห็นชอบจากสำนักงาน กศน.จังหวัด ส่วนการสั่งข้อสอบกรณีเลื่อนสอบให้แจ้งขอข้อสอบที่สถาบัน กศน.ภาค”





         7. วันที่ 19 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเรียนจบม.6แล้วบวชอยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน

            ผมนำเรื่องนี้ไปถามในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ   มีผู้รู้ระดับ ผอ. 3 ท่าน ช่วยตอบมาดังนี้
            ไม่ว่าจะมีวุฒิทางโลกสูงเพียงใดแล้ว การเรียนทางธรรมก็ต้องเริ่มต้นเรียนที่ชั้นต้นไปตามลำดับ ไม่มีการข้ามชั้น แต่มีนักธรรม กับเปรียญธรรม
            - นักธรรม ต้องเริ่มเรียนจากนักธรรมชั้นตรีก่อน ต่อด้วยชั้นโท ชั้นเอก
            - เปรียญธรรม(บาลี) ต้องเริ่มจากบาลีไวยากรณ์ก่อน แล้วต่อด้วย เปรียญธรรม ( ปธ.) 1 จนถึง 9 ตามลำดับ
            จะเรียนทั้งนักธรรมและเปรียญธรรมไปพร้อมกันก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า
            เมื่อผ่าน ปธ.2 แล้วจะเริ่มเรียน ปธ.3 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นตรีก่อน
            จะเริ่มเรียน ปธ 4 ต้องสอบได้นักธรรมโทก่อน
            จะสอบ ปธ 7 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นเอกก่อน
            ได้ ปธ 3 ถ้าเป็นพระเขาก็เรียกท่านมหาแล้ว แต่ถ้าเป็นสามเณรจะไม่เรียกมหา แต่จะเรียกสามเณรเปรียญ
            ถ้าฆราวาสเรียนนักธรรม จะเป็นธรรมศึกษาตรี-เอก ถ้าเรียนเปรียญธรรม จะเป็นบาลีศึกษา ( บ.ศ.) 1-9


วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562

1.คำสั่งย้ายข้าราชการ กศน.จะออกช่วงไหน, 2.บทบาทหน้าที่ครูอาสาฯ, 3.การบริหารจัดการ กศ.ขั้นพื้นฐาน, 4.วิธีที่ข้าราชการสังกัดอื่น จะโอนย้ายมา กศน., 5.ประชุมเชิงปฏิบัติการ เบิกเบี้ยเลี้ยงได้เต็มไหม, 6.เป็นเรื่องดี หรือเป็นปัญหาใหญ่ของ กศน., 7.ระเบียบเรื่องใบสมัครเป็นนักศึกษา กศน.


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันที่ 4 เม.ย.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  คำสั่งย้ายข้าราชการกศน.จะออกช่วงไหนค่ะ

             ผมตอบว่า   คำสั่งย้ายจะออกเมื่อไร ไม่แน่ ปกติการยื่นขอย้ายในช่วง 1-15 ก.พ. ถ้าได้ย้าย คำสั่งย้ายจะออกประมาณ เม.ย.-พ.ค., ถ้าขอย้ายในช่วง 1-15 ส.ค. คำสั่งย้ายจะออกประมาณ ต.ค.-พ.ย.
             คำร้องขอย้ายใช้ได้รอบเดียว ถ้าไม่ได้ย้ายตามคำขอ เมื่อถึงช่วงขอย้ายใหม่ต้องยื่นคำร้องใหม่

         2. คืนวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ครูอาสาหน้าที่อะไร บังคับ ครูกศน.ตำบล ศรช.จ้างเหมาได้ไหม สามารถนิเทศจัดการเรียนการสอนครูตำบลได้ไหม ไม่มีได้ไหมครูอาสา ชี้เป็นชี้ตายครูกศนตำบลจริงหรือในการประเมิน ตรูอาสาตรวจเอกสารเบิกงบประมาณอำเภอตำบลไดัไหม การทำใหเอกวารล้าช้ารึไม่สามารถยืมเงินรึล้างหนี้ล้าช้าครูอาสาตรวจมีความผิดไหม

             ผมตอบว่า
             - มีหนังสือแจ้งบทบาทหน้าที่ครูอาสาฯไว้ชัดเจน เช่นครูอาสาฯต้องสอนด้วย ถ้าครูอาสาฯไม่ต้องสอนแล้ว กพร.รู้อาจให้เลิก/ไม่ต้องมีตำแหน่งครูอาสาฯ
             - ประเด็นสำคัญขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละท่าน จะมอบหมายให้ครูอาสาฯมีหน้าที่อื่นด้วยก็ได้ มอบหมายให้เป็นผู้นิเทศการจัดการเรียนการสอนของครู กศน.ตำบล/ครู ศรช. ก็ได้ มอบหมายให้ตรวจเอกสารการเบิกเงินงบประมาณก็ได้
             - ถ้าทำให้เอกสารล่าช้า จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องดูในรายละเอียดว่าเป็นความผิดของใคร

         3. แน่มาก..! กศน.ขอนแก่น ข้อ 2-7 แต่ละข้อไม่ธรรมดาเลย !
             ตามภาพประกอบ






         4. วันที่ 9 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กรณี พนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาสมัครฯ ได้สอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดอื่น ต้องการจะกลับมาเป็นข้าราชการครู กศน.มีวิธีใดบ้างคะ

             ผมตอบว่า   มีหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติในการรับโอนย้ายของ กศน.อยู่ แต่เขาต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสังกัดนั้นด้วย เช่น ถ้าสังกัดนั้นกำหนดในประกาศรับสมัครสอบรรจุว่าต้องทำงานครบ 5 ปีจึงจะโอนย้ายได้ เขาก็ต้องรอให้ครบ 5 ปีก่อน เป็นต้น ต้องถามต้นสังกัดเอาเอง แม้แต่สังกัดเดียวกันแต่ละปีแต่ละรุ่นก็กำหนดในประกาศรับสมัครสอบบรรจุต่างกัน
             - ดูหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติการรับโอนย้าย ( หนังสือแจ้ง ) ได้ที่
                http://bit.ly/2WR0qKM
             - ดูหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติการรับโอนย้าย ( สรุปเป็นตาราง ) ได้ที่
                http://bit.ly/2D2NoCE
             ซึ่งแนวปฏิบัติข้อ 1 กำหนดให้ สำนักงาน กศน.ประกาศจำนวนตำแหน่งว่างของ หน่วยงาน/สถานศึกษา ที่มีความประสงค์จะรับโอน โดยกำหนดคุณสมบัติ แนวปฏิบัติ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทราบโดยทั่วกัน (อาจประกาศเป็นคราว ๆ ไป หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ก็ได้)   ดูตัวอย่างประกาศนี้ได้ที่
             http://bit.ly/2Vu35K5

         5. เย็นวันที่ 9 เม.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องประชุมเชิงปฎิบัติการ ในกำหนดการมีเลี้ยงอาหารเที่ยง และเย็น แต่ก็มีการถกเถียงกันว่าถ้ามีคำว่าประชุมเชิงปฎิบัติการ สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้เต็ม 3 มื้อ คือ 240 บาท ค่าพาหนะในการเดินทางตามระยะทาง อยากทราบระเบียบเกี่ยวกับการประชุมนี้

             ผมตอบว่า   หมายถึงผู้เข้าประชุมปฏิบัติการจะเบิกจากต้นสังกัดเพราะหน่วยจัดประชุมฯจัดอาหารไม่ครบ 3 มื้อใช่ไหม
             แม้จะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ ( ฝึกอบรม ) ก็เบิกได้ไม่เต็มเหมือนกัน คือถ้าเขาจัดอาหารให้ 2 มื้อ ก็เบิกจากต้นสังกัดได้แค่ 1 ใน 3 ( ดูในระเบียบข้อ 18 )
             ดูระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ.2549 และแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ.2555 ได้ที่
             http://bit.ly/2uWJMNY
             ( ถ้าผู้ไปประชุมปฏิบัติการ เป็นผู้รับจ้างเหมาบริการ ซึ่งถือเป็นบุคคลภายนอก จะเบิกจากหน่วยงานต้นสังกัดไม่ได้ หน่วยงานที่จัดประชุมปฏิบัติการต้องจัดให้ครบ 3 มื้อ )

         6. วันที่ 17 เม.ย.62 มี ผอ.กศน.เขต ถามผมทางไลน์ ว่า  ถ้าครู กศน.ตำบล ปัจจุบันไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต้องทำอย่างไร ไม่เรียน ป.บัณฑิตทำอย่างไรดี

             เรื่องนี้  หลังจากที่ส่วนกลาง กศน.ทำหนังสือถึงคุรุสภา ขอให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน แต่ระบุคุณสมบัติของผู้ที่เป็นครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ว่า "จบ ป.ตรีที่ไม่จำเป็นต้อง ป.ตรีทางการศึกษา" ประกอบกับไม่ได้เน้นว่าครูผู้สอนเด็กเร่ร่อนต้องสอน กศ.ขั้นพื้นฐาน
             ปรากฏว่า คุรุสภาตอบกลับมาว่า ครู กศน.(ยกเว้นข้าราชการครู) สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และต่อไปนี้ไม่ต้องมี/ไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" อีกแล้ว

             ประเด็นนี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือ ต่อไปนี้ครู กศน.สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู"
             ข้อเสียคือ เมื่อไม่มี "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ก็ไม่มีสิทธิ์เรียน ป.บัณฑิต  ปัจจุบันถ้าไม่ได้เรียน ป.บัณฑิต และไม่ได้จบปริญญาทางการศึกษา ก็ไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว
             ถ้าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็จะเป็นข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย)ไม่ได้แล้ว
             สรุป ถ้าชีวิตนี้ไม่คิดจะสอบเป็นข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย)กันแล้ว ก็ไม่มีปัญหา
             นอกจากข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือ คงส่งผลกระทบต่อคุณภาพครู กศน. เพราะต่อไปจะไม่ได้เรียน ป.บัณฑิตกันแล้ว
             ( เย็นวันที่ 17 เม.ย.62 คุณสรสิช ครู กศน.ตำบล กศน.อ.ชนแดน บอกผมทางไลน์ว่า “เมื่อต้นเดือน มี.ค.62 พาแฟนซึ่งเป็น ครู ศรช.ไปขอต่ออายุใบขออนุญาตสอนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ที่คุรุสภา แต่ผลปรากฎว่าเจ้าหน้าที่คุรุสภา ยื่นสำเนาเอกสารที่ตอบเรื่องครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน และบอกว่า ครู กศน.ไม่ต้องขอแล้ว เพราะสอนได้ไม่ผิด”)

         7. วันที่ 18 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  มีระเบียบเรื่องแบบฟอร์มใบสมัคร นศ กศน. กับ. สีของใบสมัครหรือไม่ เพราะบางอำเภอยึกตามคู่มือ ปี 55คือมีหน้าเดียว. บางอำเภอเอามาจาก กศน เขตพญาไท. ที่มีสองหน้า. บางอำเภอใช้สีฟ้ากระดาษสำหรับปริ้นใบสมัคร มปลาย เปิดดูในคู่มือปี 55ก็ไม่เห็นมีว่าเขาบังคับสีของใบสมัคร

             ผมตอบว่า   ใบสมัครขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานใช่ไหม
             ไม่มีระเบียบกำหนดบังคับหรอก ไม่ใช่เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ มีแต่ตัวอย่าง
             ( ควรมีข้อมูลครบถ้วน และ เรียงตามลำดับ ที่จะคีย์ข้อมูลประวัตินักศึกษาในโปรแกรม ITw เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการคีย์ข้อมูล ถ้ายังคีย์ด้วยมือ )