แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกข้อความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บันทึกข้อความ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

1.พนักงานราชการเกษียณแล้ว แต่งเครื่องแบบไม่ได้, 2.ครู กศน.ตำบล/แขวงที่ไม่ใช่หัวหน้า กศน.ตำบล ลงนามในบันทึกข้อความได้ไหม, 3.พนักงานราชการใส่เครื่องชุดขาวในวันเผาศพได้ไหม, 4.พนักงานราชาการเกิดหลังปีงบประมาณต่ออีกหรือไม่ ?, 5.ความไม่เข้าใจชัดเจนในเรื่อง กพช., 6.พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวในพิธีหมั้นได้ไหม, 7.การเรียนเพิ่มหน่วยกิตวิชาวิทย์-คณิต หลังจบ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันที่ 10 ก.ย.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีพนักงานราชการได้รับเครื่องราชฯ เมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อมีงานพิธีสามารถแต่งชุดปกติขาวได้หรือเปล่าค่ะ

             ผมตอบว่า   เรื่องเครื่องราชฯ กับ เครื่องแบบ เป็นคนละส่วนกัน
             พนักงานราชการ กับ ข้าราชการ แตกต่างกัน
             ข้าราชการเกษียณแล้วรับบำนาญ ถือเป็นข้าราชการนอกประจำการ แต่จะแต่งเครื่องแบบเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเครื่องหมายสังกัดข้างขวาเป็นเครื่องหมาย "นก" (นอกราชการ) ส่วนข้าราชการเกษียณที่รับบำเหน็จไม่รับบำนาญจะหมดสิทธิ์แต่งเครื่องแบบ
             แต่ พนักงานราชการ จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้คำว่าเกษียณ ใช้คำว่า หมดสัญญา ( เราพูดกันสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าเกษียณ )
             พนักงานราชการที่หมดสัญญาแล้ว จะแต่งเครื่องแบบพนักงานราชการไม่ได้ครับ
             บุคคลทั่วไปที่เป็นบุรุษ สามารถแต่งชุด "ขอเฝ้า" ได้ ซึ่งเป็นชุดขาวเหมือนชุดปกติขาวนี่แหละ พนักงานราชการชายที่หมดสัญญาหรือเกษียณแล้วก็แต่งชุดขอเฝ้าได้ ชุดขอเฝ้านี้ประดับเครื่องราชฯที่ได้รับได้ แต่จะติดเครื่องหมายต่าง ๆ เหมือนเครื่องแบบพนักงานราชการไม่ได้ กระดุมก็เป็นกระดุมเกลี้ยงสีทอง
             ส่วนสตรี ไม่มีชุดขอเฝ้าสีขาว พนักงานราชการสตรีที่หมดสัญญาแล้วจะแต่งชุดขาวแบบชุดปกติขาวไม่ได้ ถ้าจะประดับเครื่องราชฯร่วมงานก็ต้องแต่งชุดไทย
             ( ถ้าเป็นการประดับเหรียญจริงของเครื่องราชฯ สตรีที่แต่งชุดไทยยังใช้เครื่องราชฯที่ผูกเป็นโบว์ปีกแมลงปอเหมือนเดิมนะ ที่มีการเปลี่ยนเป็นเหมือนแบบบุรุษนั้น เฉพาะกรณีแต่งเครื่องแบบ )


         2. เวลา 06.40 น.วันที่ 11 ก.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนังสือภายใน(บันทึกข้อความ) ของกศน.แขวง หรือกลุ่มงาน ครูที่ไม่ได้เป็นหัวหน้ากศน.แขวง หรือหัวหน้ากลุ่มงาน มีสิทธิ์เซ็นมั้ย เช่น หนังสือบันทึกข้อความของกศน.แขวง แต่เซ็นเองไม่ให้หัวหน้ากศน.แขวง เซ็น

             ผมตอบว่า   "หนังสือภายใน" บุคลากรทุกคนที่เป็นเจ้าของเรื่อง ลงนามตั้งต้นได้ครับ แต่ ที่ถูกต้องก็ต้องให้หัวหน้าตามลำดับ ลงนาม(อาจลงความเห็นด้วย)ต่อท้าย หรือด้านริมซ้าย ไปตามลำดับ จนถึงผู้บริหารที่เสนอ
             ถ้าเจ้าของเรื่องลงนามแล้วเสนอตรงถึง ผอ.กศน.เขต โดยไม่ผ่านหัวหน้าตามลำดับ ก็เป็นอำนาจของ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต จะอนุโลมหรือไม่อย่างไร
             ปกติก็จะให้ผ่านหัวหน้าหรือผู้ทำการแทนหัวหน้าตามลำดับ หลายแห่งให้ผ่านหัวหน้าฝ่าย/กลุ่มงานใน กศน.อำเภอ/เขต อีกด้วย เว้นแต่จะไม่ใช่เรื่องงานประจำ เช่นบันทึกแจ้งร้องเรียนกล่าวโทษหัวหน้า
             ผอ.กศน.อำเภอ/เขตบางแห่งก็อาจกำหนดให้หัวหน้า กศน.ตำบล/แขวง เป็นผู้ลงนามตั้งต้นเลย
             สรุปว่า หนังสือภายใน ผู้บริหารหน่วยงานนั้นมีอำนาจอนุโลมกำหนดรายละเอียด
             ( ตำบลที่มีครู กศน.ตำบลมากกว่า 1 คน ก็มีปัญหาอีกแบบเนอะ  ดูคำตอบเดิมของผมในข้อ 3 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/02/dmis.html )


         3. วันที่ 11 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการ ถ้าบิดามารดาเสียชีวิตสามารถใส่เครื่องชุดขาวในวันเผาศพได้ไหมค่ะ
             ผมตอบว่า  ใส่ในโอกาสพระราชทานเพลิงศพใช่ไหม ถ้าพระราชทานเพลิงศพ พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ ( สวมปลอกแขนดำ ) ได้

         4. วันเดียวกัน (11 ก.ย.) มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชาการเกิดหลังปีงบประมาณต่ออีกหรือไม่ค่ะ

             ผมตอบว่า   ลักษณะเดียวกับข้าราชการเกษียณครับ ถ้าเกิดหลังวันที่ 1 ต.ค.ก็ทำสัญญาจ้างได้ถึง 30 ก.ย.ปีถัดไป ( ไม่ใช่ทำสัญญา 4 ปี )

         5. วันที่ 12 ก.ย.62 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ “เมืองนักอ่าน 2560” ว่า รบกวนถามหน่อยค่ะ ถ้านศ.บริจาคอวัยวะและดวงตาเมื่อเดือนม.ค.62 จะขอกพช.เทอมนี้ได้ไหมคะ

             ผมร่วมตอบว่า   เรื่องนี้ขออธิบายยาวหน่อยนะ ดังนี้
             1)  กพช.ตามหลักสูตร กศน.51 กับ 31 แตกต่างกัน

                  - หลักสูตร 31 ให้ “หน่วยกิจกรรม” ตามความสำคัญ/ประโยชน์/ความยากของกิจกรรม ( ม.ต้น 41 หน่วยกิจกรรม, ม.ปลาย 48 หน่วยกิจกรรม )
                  - หลักสูตร 51 ให้ “ชั่วโมง” กพช. ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ “กิจกรรม” นั้น ( ระดับละ 200 ชั่วโมง ไม่ต้องมีคณะกรรมการมาพิจารณาจำนวนหน่วยกิจกรรม แต่เรายังหลงยึดติดกับหลักสูตร 31 )
                  ปกติ กพช. ต้องเป็น “กิจกรรม”
                  แต่การบริจาคอวัยวะและดวงตา ใช้เวลาบริจาคถึงชั่วโมงไหม จะให้จำนวนชั่วโมง กพช.กี่ชั่วโมง ?
             2)  การทำ กพช.ในช่วงที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน.แล้ว นักศึกษาต้องเสนอโครงการก่อนทำ
                  ถ้าทำก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ก็ให้ใช้วิธีเทียบโอน กพช.
                  คำถามนี้ระบุว่าทำในช่วงขึ้นทะเบียนเป็น นศ.แล้ว แต่ไม่ได้เสนอก่อนทำ
             จากคำถามนี้ จึงไม่ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ แต่ ถ้าจะอนุโลมให้ “ตามที่ผู้บริหารเห็นสมควร” ก็คงไม่เสียหายมั้งครับ จัดไป “ตามที่ผู้บริหารเห็นสมควร” ครับ
             แต่ผมว่าควรทำความเข้าใจกับครูและนักศึกษาเรื่อง กพช.ให้ถูกต้อง มีกิจกรรม กพช.ดี ๆ ให้เลือกอีกมาก ครั้งต่อไปทำให้ถูกจะได้สบายใจ

         6. เย็นวันที่ 12 ก.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวในพิธีหมั่นช่วงเช้าของการแต่งงานได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้ายังเป็นพนักงานราชการก็มีสิทธิแต่งเครื่องแบบครับ ในพิธีหมั้น พิธีแต่งงาน พิธีรับปริญญาแต่งชุดขาวใต้เสื้อครุย ก็แต่งได้

         7. วันที่ 13 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์โอเพนแช็ท กลุ่ม กศน. ห้องข่าวสารครูเอกชัย ว่า  สอบถามผู้รู้ นักศึกษาเรียนจบ กศน.ม.ปลาย แล้วแต่อยากลงสมัครเรียน ม.ปลายอีก เพื่อเก็บหน่วยกิต (รายวิชาวิทยาศาสตร์) เพิ่มเติม สมัครเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในคณะ พยาบาลศาสตร์ ได้หรือไม่ อย่างไร

             ผมตอบว่า   เรียนเพิ่มเติมได้ในวิชาที่ยังไม่เคยเรียนผ่านได้เกรด 1 ขึ้นไป โดย
             - ตอนที่ลงทะเบียนเรียน ในช่อง "ประเภท" ด้านล่าง ( เมนู 1-3-1 ในโปรแกรม ITw ) ให้เลือกเป็น "9. เรียนเพิ่มเติมหลังจบ"
             - เมื่อจะออกหลักฐานการเรียน ให้เข้าไปที่เมนู 1-1-5 ( แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )
                ในช่อง "สาเหตุที่จบ/ออก" ให้เลือก "6. ศึกษาเพิ่มเติมหลังเรียนจบ" และใช้ใบ รบ. ออกตามปกติ
             ซึ่งจะได้ใบ รบ.ใบใหม่ที่มีแต่วิชาที่เรียนเพิ่มเติม นำไปใช้ควบคุู่กับใบ รบ.เดิม ใช้เกรดเฉลี่ยจากใบ รบ.เดิม ( การเรียนเพิ่มเติมหลังจบจะไม่เปลี่ยนเกรดเฉลี่ยนะ )


วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

1.การทำวิทยฐานะ, 2.ต้องสอนวิชาชีพเดียวกันทุกตำบลในอำเภอหรือ? (1 อำเภอ 1 อาชีพ ), 3.ครูที่ไม่ใช่หัวหน้า กศน.ตำบล ลงนามในบันทึกข้อความได้ไหม, 4.แก้ไข การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ., 5.ทำไม DMIS ไม่ให้ลงสอนเกินวันละ 3 ชั่วโมง, 6.การเงินจังหวัดให้ยืมเงินสอบปลายภาค แยกวิชาบังคับกับวิชาเลือก, 7.นศ.ไม่สามารถมาประเมินการรู้หนังสือ มีผลต่อการจบไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 20 ก.พ.60 ผมถาม ก.ค.ศ. เรื่องการทำวิทยฐานะ ได้คำตอบดังนี้

             - ถ้าจะยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะในตอนนี้ ให้ยื่นแบบดั้งเดิมเท่านั้น ( แบบทำผลงานวิชาการ ) ตาม ว 17 ลว.30 ก.ย.52 ( ทั่วไป ) หรือ ว 10 ลว.29 ก.ค.54 ( ชายแดนใต้ )
             - แบบ ว 13 ลว.1 ส.ค.56 ( ประเมินผลงานเชิงประจักษ์ สำหรับผู้ได้รับรางวัลระดับชาติ ) นั้น ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่น ยื่นไม่ได้แล้ว ยกเลิกแล้ว
             - แบบ ว 7 ลว.11 พ.ค.58 ( P.A. : Performance Agreement ประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน ) ยังไม่เคยนำมาใช้ปฏิบัติ และจะไม่นำมาใช้ ( เลิกแล้ว )
             - ขณะนี้กำลังจัดทำแบบใหม่ คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือน ก.ค.60 ( ถ้าไม่เปลี่ยน รมว.ใหม่อีกเสียก่อน )  แบบใหม่นี้ ระดับชำนาญการพิเศษคงจะไม่ต้องทำผลงานทางวิชาการ ทำเฉพาะระดับเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ

         2. วันที่ 21 ก.พ.60 ไออุ่น สุดน่ารัก ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  โครงการ หนึ่งอำเภอ หนึ่งอาชีพ ตามที่ได้รับจัดสรรมานั้น มีผู้ให้ข้อมูลมาว่า ในอำเภอ ไม่ว่าจะกี่ตำบลก็ตาม ทุกตำบลจะต้องจัดกิจกรรมอาชีพเดียวกันทั้งหมด หากจะทอผ้า ทุกตำบลจะต้องทอผ้า
             ขอความความกระจ่างด้วย

             ผมตอบว่า   งบฯ 1 อำเภอ 1 อาชีพ เป็นงบฯที่แยกต่างห่างจากงบฯที่จัดสรรให้ระดับตำบล แต่เป็นงบฯที่ให้ กศน.อำเภอเป็นผู้ดำเนินงานในระดับอำเภอ จัดสรรให้อำเภอละ 30,000 บาท/ครึ่งปี
             งบฯ 30,000 บาทนี้อำเภอก็ใช้จัด 1 อาชีพ ไม่เกี่ยวกับงบอื่น

         3. วันเดียวกัน ( 21 ก.พ.) Boykung Biw ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล ที่ไม่ใช่หัวหน้า กศน.ตำบล. สามารถลงนามในบันทึกข้อความได้หรือป่าว เช่น เบิกวัสดุ โครงการต่างๆ ส่งสรุปผลการดำเนินงานโครงการต่างๆ ที่เราจัดขึ้น  ( ฉันจัดโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนเพื่อการมีงานทำ ดำเนินการและทำสรุปผลการดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำบันทึกข้อความนำส่งเพื่อที่จะส่งสรุปผลให้ กศน. อำเภอ )  ฉันสามารถที่จะลงนามในบันทึกข้อความได้หรือไม่ หรือต้องให้หัวหน้า กศน.ตำบลมีสิทธิ์ลงนามเท่านั้น

             ผมตอบว่า   โดยปกติในการปฏิบัติงานนั้น บันทึกข้อความระหว่าง กศน.ตำบลกับ กศน.อำเภอ ไม่ใช่หนังสือภายนอก บุคลากรทุกคนลงนามในบันทึกข้อความได้
             แต่ก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในการบริหารจัดการของ ผอ.กศน.อำเภอ แต่ละราย ว่า ถ้าเป็นงานประจำตามสายงานปกติ จะให้บุคลากรแต่ละรายบันทึกเสนอโดยตรง หรือจะให้เสนอผ่านการลงความเห็น/ลงนามผ่านเรื่องของ หัวหน้า กศน.ตำบล / หัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย อย่างไรหรือไม่ หรือจะให้หัวหน้า กศน.ตำบลเป็นผู้บันทึกเสนอตั้งต้น ก็ได้
             กรณีที่ถามนี้ ถือเป็นงานประจำตามสายงานปกติ ลงนามได้ แต่ควรให้หัวหน้า กศน.ตำบล ลงนาม(และความเห็น ถ้ามี)ต่อท้ายที่เราลงนาม หรือด้านริมซ้ายของบันทึก ด้วย  ( หรือ ผอ.กศน.อำเภอ จะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้ )

         4. คืนวันที่ 22 ก.พ.60 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก เรื่องแก้ไขการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ. ว่า

             ให้ กศน.อำเภอ สำรวจข้อมูลและประสานงาน เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำโรงเรียนขนาดเล็กที่เลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าสู่กระบวนการส่งคืนกรมธนารักษ์ เสร็จแล้ว กศน.ขอใช้ที่ราชพัสดุเพื่อประโยชน์ในราชการสำนักงาน กศน. กับกรมธนารักษ์
             - ถ้า เขตพื้นที่ฯส่งคืนโรงเรียนขนาดเล็กให้แก่กรมธนารักษ์ และ กศน.ขอใช้ที่ราชพัสดุเพื่อประโยชน์ในราชการสำนักงาน กศน. กับ กรมธนารักษ์ เรียบร้อยแล้ว
                ให้ กศน.อำเภอดำเนินงานโครงการศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชน และรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ

             - ถ้า เขตพื้นที่ฯไม่มีแผนที่จะส่งคืนโรงเรียนขนาดเล็กให้แก่กรมธนารักษ์ และ/หรือ เขตพื้นที่ฯมีแผนที่จะยังใช้ประโยชน์โรงเรียนขนาดเล็กที่เลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
                ให้ กศน.อำเภอ ทำหนังสือชี้แจงส่งผ่านจังหวัดไปยังสำนักงาน กศน.
                และไม่ต้องดำเนินงานโครงการศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชน รวมทั้งไม่ต้องรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ
             ดูรายละเอียดในหนังสือแจ้ง ที่
            
https://www.dropbox.com/s/1nelthku6t1khm1/smallschooledit.zip?dl=1

         5. วันที่ 24 ก.พ.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ โทร.มาถามผม ว่า  ทำไมระบบ DMIS ไม่สามารถบันทึกว่าสอนมากกว่าวันละ 3 ชั่วโมง

             ผมตอบว่า   ถ้า จัดในรูปแบบ “กลุ่มสนใจ” มีข้อสั่งการ-นโยบาย ปี 60  ( ดาวน์โหลดได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/briefPolicy60.pdf )  กำหนดว่า
             กลุ่มสนใจวันละไม่เกิน 3 ชั่วโมง

         6. เช้าวันเสาร์ที่ 25 ก.พ.60 Nana Veo ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  เรื่องวัดผลประเมินผลปลายภาคเรียน
             1)  ควรทำโครงการและยืมเงินแยกวิชาบังคับและวิชาเลือกหรือไม่ เพราะเคยทำรวมทั้งโครงการและยืมเงินทีเดียวทั้งสอบวิชาบังคับและวิชาเลือก แต่การเงินจังหวัดบอกว่าควรทำแยกบังคับกับเลือก
             2)  ค่าตอบแทนคนงาน/นักการภารโรง สอบปลายภาค ให้เท่าไหร่  ดูระเบียบที่ อ.เคยโพสต์ไว้แล้ว ไม่ได้ระบุจำนวนเงินว่าให้เท่าไหร่
             ขอความกระจ่างเพื่อจะได้ทำให้ถูกต้อง

             ผมตอบว่า
             1)  หลักการยืมเงินคือ “การจ่ายเงินต้องจ่ายหลังทำงานเสร็จ จะจ่ายก่อนสอบไม่ได้ และจะยืมเงินมาเก็บไว้ก่อนถึงเวลาจ่ายนานไม่ได้”

                  ฉะนั้น ถ้าการสอบวิชาบังคับและวิชาเลือก แยกห่างกันมาก ถ้ายืมเงินมาพร้อมกันจะต้องเก็บเงินไว้หลายวันกว่าจะจ่ายเงินหมดทั้งสองอย่าง จึงต้องแยกการยิมเงิน  ถ้าห่างกันไม่มาก ให้อยู่ในดุลยพินิจของ ผอ.จังหวัดว่าควรให้แยกยืมหรือไม่ แต่ถ้าสอบพร้อมกันควรยืมรวมกัน

             2)  ตามระเบียบระบุว่า “ค่าตอบแทนกรรมการ เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบ อัตราต่อคน ไม่เกิน 300 บาทต่อครึ่งวัน, ไม่เกิน 600 บาทต่อวัน”
                  ( ดูระเบียบได้ในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090 )
                  นั่นคือ ไม่ว่าจะเป็นนักการภารโรงหรือ ผอ. ถ้าเป็น “กรรมการ เจ้าหน้าที่” จำนวนคนตามระเบียบ ก็เบิกจ่ายเท่ากันได้  ( ตอนนี้ค่าเบี้ยเลี้ยง ก็ยังเท่ากันตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 8 เพราะแต่ละคนก็ต้องทานอาหารให้อิ่มพอ ๆ กัน ไม่ว่าจะระดับตำแหน่งอะไร )
                  การอ่านระเบียบ หรือจะทำอะไรก็ตาม ต้องใช้การ “คิดวิเคราะห์” ซึ่ง “ความรู้พื้นฐาน” จะช่วยให้คิดวิเคราะห์ได้ดี

         7. วันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.60 Watcharayut Man ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  นักศึกษาที่จะต้องเข้าทดสอบการประเมินการรู้หนังสือ ถ้าไม่สามารถมาทดสอบได้ จะมีผลต่อการจบของนักศึกษาหรือเปล่า เป็นเกณฑ์การจบเพิ่มมาอีกข้อใช่มั้ย

             เรื่องนี้  กลุ่มพัฒนา กศน. บอกว่า ไม่ใช่เกณฑ์การจบ ไม่มีผลต่อการจบของ นศ. แต่นโยบายให้ประเมินทุกคน และรายงานระดับการรู้หนังสือแต่ละราย
             ( ถ้ารายใดมีเหตุผลแจ้งได้ว่า มีเหตุจำเป็นอะไรตลอดเวลา 2 เดือนเต็ม แล้วยังมีสิทธิสอบปลายภาค ก็จบได้ )