แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าไปราชการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าไปราชการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

1.พนักงานราชการหญิงใส่เสื้อคอแบะปล่อยเอวติดอินทรธนู ผิดไหม, 2.การลงโทษผู้เข้าสอบ, 3.ไม่ได้แจ้งให้เบิกต้นสังกัด เบิกได้ไหม, 4.ครู ศรช.รับค่าคุมสอบได้วันเดียวใช่ไหม-ตำนานค่าคุมสอบ, 5.ด่วน.. เปลี่ยนแปลงอัตราการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนใหม่ ตั้งแต่ 20 มี.ค.61, 6.การขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา, 7.ชพค.-ชพส.หักส่วนกลางอย่างไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 14 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบล็อกเฟซบุ๊ก ว่า  การแต่งกายชุดผู้หญิงสีกากี ของพนักงานราชการ ครู กศน.ตำบล แบบคอแบะปล่อยเอว ต้องใส่อินทนูไหม มีคนว่าแต่งกายผิดระเบียบค่ะ

             ผมตอบว่า   เครื่องแบบพนักงานราชการ กศน.สีกากี ติดอินทรธนู 2 ขีด ( ถ้าติด 3 ขีดผิด )
             ระเบียบเครื่องแบบพนักงานราชการ กศน.สีกากี หญิง จะมีเสื้อ 2 แบบ คือแบบคอตั้ง กับแบบคอแบะปล่อยเอว ติดอินทรธนูได้ทั้ง 2 แบบ  แต่ของ ชาย จะมีเสื้อแบบคอตั้งเพียงแบบเดียว
             ดูระเบียบได้ที่  
https://www.dropbox.com/s/4c70t0n8ldwv6mx/formPRGnfe.pdf?dl=1

         2. เช้าวันเสาร์ที่ 17 มี.ค.61 มีผู้โพสต์ภาพประกาศ ในกลุ่มไลน์แชร์เข้มกศน. ว่า  ผู้ให้ผู้อื่นมาสอบ และผู้มาสอบแทน มีความผิด จำคุก 1 ปี 6 เดือน





             ผมเห็นว่าน่าสนใจ เป็นการป้องปรามไม่ให้มีการทุจริต เพื่อคุณภาพการศึกษา แต่ผมก็สงสัยอยากรู้ จึงถามว่า ใช้กฎหมายใดมาตราไหน
             ผู้โพสต์ไม่ได้ตอบ แต่มีผู้อื่นนำ
            
- ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการปฏิบัติของผู้เข้าสอบ พ.ศ. 2548 กับ
            
- ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548
             มาโพสต์
             ผมบอกว่า ถูกต้อง การลงโทษผู้เข้าสอบของเรา ที่ทำความผิด ต้องยึดระเบียบ
2 ฉบับนี้เป็นหลัก
             สถานศึกษาอาจจะกำหนดรายละเอียดการลงโทษไว้ในระเบียบสถานศึกษาอีกก็ได้ แต่จะกำหนดเกินอำนาจของ ผอ.สถานศึกษา เช่นให้จำคุก ไม่ได้

             ส่วนกรณี การลงโทษกรรมการดำเนินการสอบที่บกพร่อง/รู้เห็นการทุจริต ต้องอาศัยระเบียบกระทรวงอีกฉบับที่เกี่ยวกับการคุมสอบ ซึ่งให้ลงโทษทางวินัย ด้วยเหตุนี้ท่านอดีต ผอ.กจ.กศน.จึงสรุปว่าการแต่งตั้งกรรมการคุมสอบต้องแต่งตั้งบุคคลที่ทางราชการสามารถลงโทษได้ คือมีหน่วยราชการเป็นต้นสังกัด จะแต่งตั้งชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ แม้แต่ผู้รับบำนาญก็ตั้งไม่ได้เพราะพ้นจากราชการแล้วต้นสังกัดเดิมสั่งลงโทษผู้รับบำนาญไม่ได้แล้ว ถ้าผู้รับบำนาญทำความผิดก็เป็นเรื่องของกฎหมายบ้านเมือง เว้นแต่จะทำความผิดไว้ตั้งแต่ก่อนเกษียณจึงจะสามารถลงโทษย้อนหลังแม้เกษียณแล้วได้

         3. คืนวันเสาร์ที่ 17 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  จังหวัดมีหนังสือให้ไปประชุมที่จังหวัดแต่ในหนังสือไม่ได้บอกว่าให้เบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการ เราสามารถเบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้าเป็นการ "เดินทางไปราชการ" นอกรั้วสำนักงาน ก็สามารถเบิกจ่ายค่าเดินทางได้ ถ้า
             ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปราชการ+รวมเวลาเดินทางครบตามเกณฑ์+มีงบให้เบิก+ผู้บริหารอนุมัติให้เบิก

         4. คืนวันที่ 16 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องการจ่ายค่าตอบแทนคุมสอบปลายภาคครู.ศรช. ในวันที่17-18มีนาคมนี้ ครู.ศรช.สามารถรับค่าตอบแทนได้แค่วันเดียวคือวันที่17..ใช่ไหม ส่วนวันที่18จะไม่ได้รับเนื่องจากเปนวันปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างเหมา

             ผมตอบว่า   เสิร์ชหาดูในที่ผมเคยโพสต์แล้วนะ
             ผมเพิ่งโพสต์เมื่อต้นเดือนนี้เองว่า
“ถ้าบุคลากรสังกัด กศน.ดำเนินการสอบนอกวันราชการของเขาก็เบิกได้เต็ม”
             ผมโพสต์มีคำว่า
“เต็ม” ด้วย เพราะผมยังติดกับตำนานค่าคุมสอบ คือเราเคยใช้ระเบียบกระทรวงการคลังปี 2534 ซึ่งกำหนดอัตราค่าคุมสอบในวันทำงาน เบิกได้ครึ่งหนึ่งของอัตราค่าคุมสอบในวันหยุด ( ระเบียบกระทรวงการคลังนี้ แม้จะคุมสอบในวันทำงานก็เบิกได้นะ แต่เบิกได้ไม่เต็ม ผมติดคำว่า เต็ม มาจากระเบียบนี้ )

             ที่มาที่ไปของค่าคุมสอบคือ กระทรวงการคลังไม่ได้ออกระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินเกี่ยวกับการสอบปลายภาคไว้โดยเฉพาะ
             ( อาจเป็นเพราะว่าการสอบปลายภาคในโรงเรียนไม่ได้จ่ายเงิน มีแต่ของ กศน. ที่จ่ายเงิน )
             แต่มี
“ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลเกี่ยวกับการสอบ พ.ศ.2534”
             ระเบียบนี้กำหนดไว้ในข้อ 8 ของระเบียบว่า
            
”ข้อ 8 เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบให้ได้เงินรางวัล ดังนี้
             (1)  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงในวันทำการปกติวันละ 50 บาท
             (2)  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันทำการปกติวันละ 100 บาท
             (3)  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงในวันหยุดราชการวันละ 100 บาท
             (4)  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันหยุดราชการ วันละ 200 บาท
             ข้าราชการที่ได้รับเงินรางวัลตามวรรคแรก ให้งดเบิกจ่ายค่าอาหารทำการนอกเวลาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา
”
             สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (กรมการศึกษานอกโรงเรียน) จึงขออนุมัติกรมบัญชีกลาง ขอใช้ระเบียบนี้ ในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนสายสามัญโดยอนุโลม
             เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว กศน. ก็แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและสถานศึกษาในสังกัด ตามหนังสือที่ ศธ 1106/5409 ลงวันที่ 16 ส.ค. 36 โดยแจ้งเหมือนข้อ 8. ของระเบียบนี้
             ( แต่พวกเรามาดัดแปลงกันเอง เช่นวันหนึ่งสอบ 3 วิชา ถ้าคุมสอบวิชาเดียวจ่าย 100 บาท ถ้าใครคุมสอบสองวิชาขึ้นไปจ่าย 200 บาท ทั้ง ๆ ที่ ในหนังสือ กศน. กำหนดตามข้อ 8. คือระบุจำนวนชั่วโมงไม่ใช่จำนวนวิชา )

             ต่อมา กระทรวงการคลังได้ยกเลิกระเบียบกระทรวงการคลังนี้ และให้ใช้ “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนการสอบ พ.ศ.2549” แทน
             ระเบียบปี 49 นี้ กำหนดในส่วนของเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบ ไว้ในบัญชีหมายเลข 2 ข้อ 4 ว่า การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบ ให้ได้รับเงินค่าตอบแทน ดังนี้
             4.1  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงในวันทำการปกติ ไม่เกิน 100 บาทต่อวัน
             4.2  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันทำการปกติ ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
             4.3  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงในวันหยุดราชการ ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
             4.4  ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันหยุดราชการ ไม่เกิน 400 บาทต่อวัน

             สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (กรมการศึกษานอกโรงเรียน) จึงต้องขออนุมัติกรมบัญชีกลาง อีกครั้ง ขอเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราในระเบียบใหม่ คือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนการสอบ พ.ศ.2549 โดยอนุโลม
             เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว สำนักบริหารงาน กศน. ก็แจ้งสถานศึกษาในสังกัด ตามหนังสือที่ ศธ 0210.117/5749 ลงวันที่ 11 ต.ค.49 ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ )
             เมื่อกระทรวงการคลังออกระเบียบใหม่ปรับเพิ่มอัตรา เราก็ขออนุฒัติใช้ระเบียบใหม่อีก จน กรมบัญชีกลางแจ้งว่า
“ให้ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดระเบียบภายในได้โดยไม่ต้องขอตกลงกับกระทรวงการคลัง” สำนักงาน กศน.จึงกำหนดรายการค่าใช้จ่ายเองตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/52 เป็นต้นมา และแจ้งทุกจังหวัด ตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/4514 ลว.3 ธ.ค.52 ( ดูหนังสือฉบับนี้ได้ในข้อ 1 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/481090 )
             รายการค่าใช้จ่ายที่สำนักงาน กศน.กำหนดเองนี้ ไม่พูดถึงการคุมสอบในวันหยุด วันทำงาน แล้ว ( ไม่มีเบิกเต็ม ไม่เต็ม แล้ว )
             เมื่อไม่พูดถึง ก็คงต้องยึดตามหลักของระบบราชการเรา คือ
            
“ถ้าบุคลากรสังกัด กศน.ดำเนินการสอบในวันราชการของเขา ก็เบิกไม่ได้”
             อย่างไรก็ตาม วันเวลาทำงานของแต่ละคนในหน่วยงานเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ข้าราชการทั่วไปอาจทำงานวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนครู กศน.อาจทำงานวันอาทิตย์-พฤหัสบดี หยุดวันศุกร์เสาร์  ( ในช่วงวิกฤติการจราจร เวลาทำงานของบุคลากรใน กทม.บางคนเริ่ม 8.00 น. บางคนเริ่ม 9.00 น. )
             ถ้าวันทำงานของใครเป็นวันอาทิตย์-พฤหัสบดี และเป็นกรรมการดำเนินการสอบวันอาทิตย์ก็เบิกเงินไม่ได้
             แต่บางอำเภอ ระหว่างภาคให้ครู กศน.ทำงานวันอาทิตย์-พฤหัสบดี แต่พอพบกลุ่มวันสุดท้ายเสร็จ ก็เปลี่ยนให้ครู กศน.มาทำงานวันศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ทันที แบบนี้การคุมสอบวันอาทิตย์ก็เบิกได้
             แต่ ถ้าในสัญญาจ้าง-คำสั่งจ้าง ที่จังหวัดทำไว้ ระบุไว้ชัดเจนว่าให้ปฏิบัติงานในวันอาทิตย์ด้วย แบบนี้ก็จะเปลี่ยนไม่ได้
             หรือแม้สัญญาจ้าง-คำสั่งจ้าง ระบุไม่ชัดเจน แต่ ผอ.ยังให้หยุดวันศุกร์ทำงานวันอาทิตย์ในช่วงปิดเทอมอยู่เหมือนเดิม ก็เบิกค่าตอบแทนกรรมการดำเนินการสอบวันอาทิตย์ไม่ได้


 



         5. ด่วน.. เปลี่ยนแปลงอัตราการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนใหม่ ตั้งแต่ 20 มี.ค.61
             ดูหนังสือแจ้งที่ 
https://www.dropbox.com/s/7b4k52vjo4xphsv/Udnhun61.pdf?dl=1 
             มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้  ( การซื้อการจ้าง ให้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ )
            
1)  เพิ่มรายการอัตราค่าซื้อเครื่องแบบลูกเสือวิสามัญและเครื่องแบบอาสายุวกาชาด สำหรับให้ นศ.ยืมใช้ สถานศึกษาละไม่เกิน 40 ชุด  ( ถ้าชำรุด จำหน่ายจากทะเบียน ตามระเบียบพัสดุ แล้วซื้อทดแทนใหม่ได้ )
                 
- ค่าเครื่องแบบลูกเสือวิสามัญ พร้อมเครื่องหมายประกอบ ชุดละไม่เกิน 1,500 บาท
                 
- ค่าเครื่องแบบอาสายุวกาชาด พร้อมเครื่องหมายประกอบ ชุดละไม่เกิน 400 บาท
            
2)  ค่าใช้สถานที่ ให้พิจารณาสถานที่หน่วยงานของรัฐเป็นอันดับแรก
            
3)  ค่าตอบแทนวิทยากรเป็นคณะ ชม.ละไม่เกิน 1,200 บาท ( เดิมไม่เกิน 600 บาท )
            
4)  ระบุในส่วนของการแข่งขันกีฬาระดับอำเภอ/เขต ดังนี้
                  
- ตัดค่าจ้างเหมายานพาหนะออก
                 
- ตัดค่าพลุ-ดอกไม้ไฟออก ลดค่าใช้จ่ายในพิธีเปิดปิด จากไม่เกิน 30,000 เหลือไม่เกิน 10,000 บาท
                 
- ลดค่าวัสดุและเครื่องแต่งกายขบวนพาเหรด จากไม่เกิน 3,000 เหลือไม่เกิน 1,000 บาท
                  
- ตัดค่าที่พักออก
            
5)  เพิ่มอัตราการเบิก ในการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัด และระดับภาคขึ้นไป จำนวนระดับละ 11 รายการ


 



         6. วันที่ 23 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ พวก38ค(2)ในสนง.จังหวัด การขอใบประกอบผู้บริหารฯ มีเกณท์ยังไงบ้างนอกจากจบบริหารการศึกษาที่คุรุสภารับรอง เพราะจากการติดต่อสอบถามจนท.คุรุสภาตอบไม่เคยตรงกันสักที ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนและข้อสงสัยในการปฏิบัติ
             จนท.คุรุสภา จะบอกแค่ว่าเราไม่มีหน้าที่สอนไปสอนได้ไง เราบอกช่วยสอนและต้องการความก้าวหน้าในสาขาวิชาชีพเลยต้องทำตามคุณลักษณะที่คุรุสภากำหนด  ครั้งล่าสุดบอกว่าถ้ามีคำสั่งให้เป็นหัวหน้างานฯจะลดลงจาก 7 ปี เหลือ5ปี ต้องสอนต่อเนื่องอย่างต่ำ5ปีการศึกษา  โดยไม่มีอะไรการันตีว่าพอถึง5ปีจาก7ปีแล้วจะเปลี่ยนเกณไปเป็นแบบไหนอีก
             จึงอยากถามในเรื่องนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก้ข้าราชการ38ค(2) ในเรื่องการขอใบประกอบต่างๆที่ทางคุรุสภากำหนด

             ผมตอบว่า   ที่ว่าลดการสอนจาก 7 ปี เหลือ 5 ปี ถ้ามีคำสั่งให้เป็นหัวหน้างาน นั้น คงเข้าใจผิด
             ที่ถูกคือ ไม่ใช่ 7 ปี แต่ให้มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
             หรือ
             มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนไม่ครบ 5 ปี + มีประสบการณ์ในตำแหน่งหัวหน้าหมวดหรือหัวหน้าฝ่ายหรือหัวหน้างานหรือตำแหน่งบริหารอื่น ๆ ในสถานศึกษา ( ถ้าเป็นหัวหน้างานที่ สนง.กศน.จังหวัดไม่เกี่ยวนะ เพราะ สนง.กศน.จังหวัดไม่ใช่สถานศึกษา ) มาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือนใน 3 ปีการศึกษา   หมายถึง ถ้าได้รับแต่งตั้งมอบหมายให้เป็นหัวหน้างานในสถานศึกษารวมไม่น้อยกว่า 24 เดือนใน 3 ปี ก็สอนไม่ครบ 5 ปีก็ได้

             ลองเสิร์ชดูข้อมูลที่ผมเคยโพสต์/ตอบ เช่น ใน
             - ข้อ 6 ที่  
https://www.gotoknow.org/posts/505575
             - ข้อ 4 ที่  
https://www.gotoknow.org/posts/471886
             - ข้อ 3.2 (4) ที่  
https://www.gotoknow.org/posts/476995
             - ข้อ 5.2 ที่  
https://www.gotoknow.org/posts/462139
             และ ดูคู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต่าง ๆ ได้ที่
            
https://www.dropbox.com/s/3tik26l2j2ef2y8/ManualEdC.pdf?dl=1

         7. เช้าวันที่ 28 มี.ค.61 ผมนำภาพตัวเลขเงิน ชพค.-ชพส. ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ไปลงในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ
ปรากฏว่ามีสมาชิกกลุ่มไลน์ “ขับเคลื่อน พรบ.กศช.” เขียนว่า “ดูแปลกๆ... การหักส่วนกลางมีเกณฑ์อย่างไร เป็นเรื่องต้องรู้ยิ่ง”

             ผมตอบว่า
             - การหักเงินสงเคราะห์รายศพจากสมาชิก หักตามจำนวนผู้เสียชีวิตในงวดเดือนที่ผ่านมา ตัดยอดวันที่ 20 ( งวดที่ผ่านมาคือช่วง 21 ก.พ.-20 มี.ค.) ศพละ 1 บาท เช่น งวดเดือนที่ผ่านมา มีสมาชิก ชพค.เสียชีวิต 495 ศพ ก็หักสมาชิก ชพค.คนละ 495 บาท
             - ส่วนเงินที่ทายาทของ 1 ศพ จะได้รับนั้น จะได้ 96 % ของเงินที่หักได้จากสมาชิก เช่น ณ 20 มี.ค.61 มีจำนวนสมาชิก ชพค.คงเหลือทั้งสิ้น 947,860 คน หักเงินสมาชิกได้ศพละ 947,860 บาท ทายาทจะได้รับ 96 % เป็นเงิน 909,946 บาท เป็นต้น

             - เงินที่หักไว้ 4 % เป็นค่าบริหารจัดการ เช่น เจ้าหน้าที่ ชพค.-ชพส.ของทั้งส่วนกลางและทุกจังหวัด ทุกคนไม่ได้รับเงินเดือน/ค่าจ้างจากเงินงบประมาณนะ เป็นลักษณะเดียวกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ แต่ได้เงินเดือน/ค่าจ้างจากเงิน 4 % นี้ นอกจากนั้นเงิน 4 % ยังใช้จ่ายเป็นค่าวัสดุสำนักงาน ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ
             - มีการประกาศ ชื่อ-สกุล-จังหวัด ของสมาชิก ชพค.-ชพส.ที่เสียชีวิตทุกศพ ทุกงวดเดือน ไว้ที่ สนง.คุรุสภาทุกจังหวัด หรือทุกคนดูได้ในเว็บไซต์คุรุสภาที่
                http://www.otep-cpks.go.th/otepcpks/cpk-member-9/





 

วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

1.พ่อ นศ.มียศ ในใบ รบ.ใส่ยศยังไง, 2.คำตอบที่ไม่ถูกต้องของผม (การเทียบโอนวิชาของ นศ.ที่พ้นสภาพ), 3.เครื่องแบบ นศ.กศน., 4.เทียบวุฒิ-เทียบโอน, 5.ขอใช้บัญชีพนักงานราชการข้ามจังหวัด, 6.การเงินจังหวัดบอกว่า จ้างเหมาฯเบิกค่าเดินทางค่าที่พักไปอบรมไม่ได้, 7.วิธีที่สามารถเพิ่มเกรดเฉลี่ย



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 3 พ.ค.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ชื่อพ่อ นศ. ยศ จ่าสิบตรี ในใบ รบ. ต้องใส่ยศ ยังไง

             ผมตอบว่า ชื่อบิดามารดาของ นศ. พิมพ์ตามในทะเบียนบ้าน

         2. วันที่ 5 พ.ค.60 มีครู กศน.ตำบล ถาม-ตอบ กับผม ในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ดังนี้

             ถาม :  กรณีนักศึกษา ม.ปลาย รหัส 5513 ลงทะเบียยเรียนและสอบครบตามเนื้อหาหลักสูตร ม.ปลาย ในภาคเรียนที่ 2/2556 แต่กิจกรรม กพช. ได้ 50 ชม. ต่อมาปลายเดือนเมษายน 2560 นี้ นักศึกษามาติดต่อขอทำเรื่องจบ ทาง กศน.อำเภอ.... ได้ทำการตรวจสอบแล้วปรากฏว่า เมื่อนับถึงภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 รหัสนักศึกษามีอายุเกิน 10 ภาคเรียน และทาง กศน.อำเภอ ยังไม่ได้อนุมัติจบ เนื่องจาก กพช.ไม่ครบ 100 ชม. และแจ้งว่าเป็นนักศึกษาที่พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาไปแล้ว
                     มีข้อสอบถามว่า  รายวิชาที่ผ่านเกณฑ์สามารถเก็บไว้ได้ถึง 5 ปี ในกรณีที่ผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 นั้นเกิน 5 ปี แต่ผลการเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ถึงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 สามารถนำมาใช้เทียบโอนหรือยังใช้ได้หรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างใรในเคสนี้
             ตอบ :  ถ้าพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาไปแล้ว ( ขาดการรักษาสภาพติดต่อกันเกิน 6 ภาคเรียน ) จะทำอะไรไม่ได้เลย โปรแกรมจะไม่ยอมให้ออกใบ รบ.เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานการเทียบโอนด้วย ( ไม่ยอมให้ลาออก ) หลักฐานที่จะใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรที่จัดการศึกษาเป็นระดับประถม-ม.ต้น-ม.ปลาย คือ ใบระเบียนแสดงผลการเรียน ( ใบ รบ.)
                     มีวิธีหนึ่งที่ก็ไม่ถูกต้อง คือ เข้าโปรแกรม เปลี่ยนภาคเรียนปัจจุบันไปยังภาคเรียนที่ยังไม่พ้นสภาพ แล้วลาออก-ออกใบ รบ.ว่าศึกษาต่อที่อื่น ย้อนหลัง ตั้งแต่ภาคเรียนที่ยังไม่พ้นสภาพ ( นายทะเบียนและ ผอ.ที่จะเซ็นใบ รบ.ย้อนหลัง ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในภาคเรียนย้อนหลังนั้น )  เมื่อได้ใบ รบ.แล้ว จะหยุดนับอายุวิชาในใบ รบ. นั้น จะใช้ใบ รบ.นั้น มาเทียบโอนสมัครเข้าเรียนใหม่เมื่อไรก็ได้
                      ( ที่ถูกต้อง เมื่อเขาหายไปนานมากแล้ว ก็ควรเริ่มเรียนใหม่เลย )

             ถาม :  ในกรณีที่นักศึกษาครบหน่วยกิตตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ก็ยังต้องมีการรักษาสภาพไว้ใช่ไหม
             ตอบ :  ใช่.. ถ้า "ยังไม่จบ" ต้องรักษาสภาพ  ( ขาดเงื่อนไขการจบหลักสูตรแม้เพียงข้อเดียวใน 4 ข้อ ก็คือยังไม่จบ )

             ถาม :  การรักษาสภาพ ต้องทำในรูปแบบใด
             ตอบ :  มี "แบบคำร้องการรักษาสถานภาพนักศึกษา" อยู่ในคู่มือการดำเนินงานฯทุกเล่ม ( ถ้าเป็นเล่มปกสีเลือดหมูจะอยู่ในหน้า 191 )  นักศึกษาต้องลงลายมือฃื่อในใบคำร้องการรักษาสถานภาพนี้ด้วยตนเอง ผู้อื่นจะลงลายมือชื่อแทนไม่ได้ เช่นเดียวกับการลงทะเบียนเรียน
                      ( ถ้าใช้วิธีแก้โดยให้รักษาสภาพย้อนหลัง วิชาที่หมดอายุก็ยังหมดอายุอยู่เหมือนเดิม )

         3. คืนวันที่ 8 พ.ค.60 Kittiwara Thongfong ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เครื่องแบบการแต่งกายของนักศึกษา กศน.มีกระดุม หัวเข็มขัด ตุ้งติ้ง เนคไท ปกติในการแต่งกาย กศน.มีรึป่าว

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้เคยตอบนานมากแล้ว ว่า  ตอนต้นปี 2555 กศน.มีการประกวดออกแบบอุปกรณ์เครื่องแบบนักศึกษา กศน. เพื่อจะจดลิขสิทธิ์/ออกระเบียบเครื่องแบบนักศึกษา กศน.  แต่.. ในที่สุดเรื่องนี้ก็ยกเลิกไป ถ้าจำไม่ผิดเป็นเพราะมี นักศึกษา/ผู้ปกครอง ร้องเรียนเรื่องเครื่องแบบเนื่องจากสิ้นเปลื้องด้วย และไม่สอดคล้องกับหลักการ กศน. โดยมี กศน.อำเภอ/เขต บางแห่งเก็บเงิน นศ.เพื่อการจัดทำ/จัดซื้ออุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบเหล่านี้ ซึ่งไม่ถูกต้อง

             ปัจจุบันส่วนกลางจึงไม่ได้กำหนดเครื่องแบบนักศึกษา กศน.
             สถานศึกษาสามารถกำหนดเองได้ แต่ถ้าเครื่องแบบที่กำหนดนั้นมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองกว่าปกติทั่วไป ก็จะบังคับให้ นศ.แต่งเครื่องแบบนั้นไม่ได้นะ

         4. วันที่ 8 พ.ค.60 นางศรัณยา ช่อชั้น ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  นักศึกษาสมัครใหม่จบจากปีนัง มาสมัครเรียน กศน. ต้องนำใบแสดงผลการเรียนไปเทียบได้ที่ไหน

             ( จบระดับชั้นใดก็ไม่บอก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตอบเวี่ยงแหยาว )
             ผมตอบหลังจากผมถามคุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน.เพื่อความแน่ใจแล้ว ว่า  
             ระดับประถมปัจจุบันไม่มีที่รับ "เทียบวุฒิ", สพฐ.รับเทียบวุฒิ ระดับ ม.ต้น/ม.ปลาย ส่วน ก.พ.รับเทียบวุฒิระดับอุดมศึกษา

          1)  ถ้าจบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.ต้น ให้เขาไปเทียบวุฒิ ที่ สพฐ. ในกระทรวงศึกษาธิการ

             2)  ถ้าไม่ได้จบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.ต้น …
                  - จบระดับชั้นที่เทียบเท่า ป.1-ป.6 ให้สมัครเรียน กศน.ระดับประถม แล้ว "เทียบโอน" บางวิชาตามคู่มือการเทียบโอน
                  - จบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.1-ม.2 แต่ไม่มีใบวุฒิประถม ให้สมัครเรียน กศน.ระดับประถมแล้วเทียบโอนเช่นเดียวกัน
                  - จบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.1-ม.2 และมีใบวุฒิประถมของไทย ให้สมัครเรียน กศน.ระดับ ม.ต้น แล้วเทียบโอนบางวิชาตามคู่มือการเทียบโอน
                  - จบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.4-ม.5 และมีใบวุฒิ หรือเทียบวุฒิ ม.ต้นแล้ว ให้สมัครเรียน กศน.ระดับ ม.ต้น และเทียบโอนบางวิชาตามคู่มือการเทียบโอน

             ( การเทียบโอน จะเทียบโอนได้ครบทุกวิชาไม่ได้ ต้องเรียนเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ภาคเรียน เช่น แม้จะจบระดับชั้นที่เทียบเท่า ม.2 แล้ว แต่ถ้าไม่มีใบวุฒิประถม ต้องสมัครเรียน กศน.ระดับประถม โดยเทียบโอนบางวิชา แล้วต้องเรียนระดับประถมอย่างน้อย 1 ภาคเรียนจึงจะจบได้วุฒิระดับประถม )

             ดูคำตอบเก่า ๆ เพิ่มเติม ใน
             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/09/15000.html
             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/06/etv.html



         5. คืนวันพืชมงคล 12 พ.ค.60 Ploy Ploy ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าจังหวัดอื่นเรียกใช้บัญชีครู กศน.ตำบล แต่ไม่ไป จะตัดลาดับที่ทิ้ง หรือคงไว้

             ผมตอบว่า   จะไม่ตัดทิ้ง  ( ดูที่ข้อ 10 ในประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ พ.ศ.2552 ตามภาพประกอบโพสต์นี้ )






         6. วันที่ 19 พ.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันเป็นจ้างเหมาบริการอยู่ กศน.อำเภอ และเจ้าหน้าที่การเงินบน กศน.จว บอกว่า จ้างเหมาบริการไม่สามารถเบิกค่าเดินทาง ค่าที่พักในการไปอบรมได้เนื่องจากเป็นบุคคลภายนอก เรื่องนี้ระเบียบใหม่เป็นอย่างนี้หรอ

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ผมเคยโพสต์แล้ว 2 ส่วน คือ

             1)  ในข้อ 1 ย่อหน้าที่ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/02/stopday.html  ว่า
                  ปกติจะให้ผู้รับจ้างเหมาบริการไปประชุมอบรมไม่ได้ ลักษณะเดียวกับการจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไม่ถือว่าผู้รับจ้างเป็นบุคลากรของส่วนราชการ จะให้ผู้รับจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไปประชุมอบรมเรื่องการพิมพ์หนังสือเรียนหรือเรื่องอื่น โดยเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงที่พักค่าเดินทางจากส่วนราชการ ไม่ได้ เช่น การจ้างบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ ต้องเลือกจ้างจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานบรรณารักษ์อยู่แล้ว จ้างมาให้ทำงานเลย ไม่ใช่การฝึกงาน จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องงานบรรณารักษ์อีกไม่ได้ จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องอื่นก็ไม่ได้เพราะอยู่นอกเหนือบทบาทหน้าที่ .. แต่.. ถ้ามีเหตุผล เช่น ส่วนกลางกำหนดแนวปฏิบัติมาให้ห้องสมุดทุกแห่งปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน จึงต้องจัดอบรมชี้แจงแนวปฏิบัติ เป็นต้น.. ลักษณะนี้ก็ให้ไปอบรมและเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงที่พักได้

( ผู้รับจ้างเหมาบริการจะเบิกค่าปฏิบัติงานนอกเวลาราชการได้ก็ต่อเมื่อกำหนดในสัญญาจ้างไว้ชัดเจนว่าให้เบิกได้อย่างไร )

             2)  ในข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/07/prgchenge.html  ว่า
                  วันที่
23 มิ.ย.59 ส่วนกลางส่งเรื่องการจ้างครูประเภทต่าง ๆ แบบจ้างเหมาบริการ ให้ทุกจังหวัด
                  ดูได้ที่ 
https://www.dropbox.com/s/0yevos15vb5ixx6/teacherJang.pdf?dl=1
                  ส่งตัวอย่างแบบฟอร์มสัญญาจ้างให้ด้วย ซึ่งสัญญาจ้างมีข้อกำหนดและเงื่อนไขการจ้าง ไว้ใน ผนวก
3 ว่า
                 
“ การจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
                     กรณีที่ทางราชการมีความประสงค์จะให้ผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ต่าง ๆ ... เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ
240 บาท ค่าที่พักตามระเบียบกระทรวงการคลัง ค่าพาหนะอย่างประหยัดตามความจำเป็น
                     กรณีทำงานนอกเหนือจากที่กำหนดตามสัญญา เงินเพิ่มในวันทำการปกติชั่วโมงละ
50 บาท ไม่เกินวันละ 150 บาท วันหยุดราชการชั่วโมงละ 50 บาท ไม่เกินวันละ 350 บาท ”

             ปกติวิธีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับผู้รับจ้างเหมาบริการนี้ ต้องทำเป็นเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุอีกต่างหาก ( แต่ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ บางจังหวัดอนุโลมให้เบิกจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการรวมไปกับบุคลากรประเภทอื่น )
             ส่วนค่าทำงานนอกเวลา อ.สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า ต้องทำเป็นเรื่องจ้างทำของตามระเบียบพัสดุแยกต่างหากเฉพาะผู้รับจ้างเหมาบริการ และการทำงานนอกเวลาต้องให้ทำเฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่สามารถทำในเวลาได้ทันเท่านั้น การจ้างทำงานนอกเวลานี้ก็ให้เบิกจ่ายจากงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำนั้น เช่น บรรณารักษ์ห้องสมุดฯทำงานนอกเวลาเพื่อเปิดบริการห้องสมุดฯ ก็เบิกจากงบดำเนินงานห้องสมุดฯ โดยอาจทำเรื่องจ้างเดือนละครั้ง

         7. วันเสาร์ที่ 20 พ.ค.60 สิริราชวิทย์ ธรรมายอดดี ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีเรี่องอยากสอบถามคือตอนนี้ผมจบกศนตอนต้นปีนี้แต่เกครไม่เป็นที่หน้าพอใจเลยอยากจะสอบถามวามีวิธีที่สมาถเพิ่มเกดรได้รึเปล่า รบกวนด้วยครับ

             ผมตอบว่า
             
- ถ้าขอจบแล้วจะเพิ่มเกรดไม่ได้แล้ว
             
- วิชาที่เคยเรียนได้เกรด 1 ขึ้นไปแล้วจะเรียนใหม่ไม่ได้ เพราะ กศน.เปิดสำหรับผู้ขาด/พลาด/ด้อยโอกาส ได้เงินอุดหนุนที่มาจากภาษีประชาชนให้เรียนฟรีคนละรอบเดียว และ กศน.ไม่มีการรีไทร์ จึงไม่มีการรีเกรด
             
- ถ้าจบแล้ว มาเรียนเพิ่มวิชาที่ยังไม่เคยเรียน ได้ แต่เกรดเฉลี่ยเดิมจะไม่เปลี่ยน
             
- แต่ถ้ายังไม่ขอจบ สามารถเรียนวิชาเลือกเพิ่มเติมไปได้อีกแม้หน่วยกิตจะครบแล้ว ( เรียนวิชาเลือกเกินได้ ) และมีผลต่อเกรดเฉลียด้วย เช่นถ้าวิชาที่เรียนเพิ่มได้เกรดสูงกว่าเกรดเฉลี่ยเดิม ก็จะดึงให้เกรดเฉลี่ยสูงขึ้นได้นี๊ดดดหน่อย เพราะเกรดจาก 1-2 วิชา จะไม่ค่อยมีผลกับเกรดเฉลี่ยเดิมที่มาจากหลายวิชา