แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบ 38 ค.(2) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สอบ 38 ค.(2) แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

1.สถานศึกษาเอกชนไม่คืนใบ รบ.ให้เปลี่ยนมาเรียน กศน., 2.การทำชำนาญการพิเศษของบุคลากรมาตรา 38 ค.(2), 3.มี ป.บัณฑิต ให้บุคคลทั่วไปเรียนไหม, 4.ข้อมูลที่น่าสนใจจากท่านรองฯวีระกุล, 5.การปฏิบัติการสอนเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชัพครู, 6.ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, 7.ตรวจสอบวุฒิพบว่ารูปเปลี่ยน ทำอย่างไร..



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 14 ก.ค.58 ผมตอบ Pichest Sreesompan ที่ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า มี นศ.มาสอบถามการสมัครเรียนแต่เขามีปัญหาตรงที่ใบวุฒิการศึกษา สถาบัน ปวช.เอกชนที่เขาเคยเรียนไม่ยอมคืนให้  สงสัยว่าทางโรงเรียนเก่ามีสิทธิ์อันชอบธรรมหรือไม่ที่จะยึดไว้ก่อนจนกว่าจะจ่ายค่าเทอมก่อนแม้จะลาออกแล้ว

             ผมตอบว่า   ไม่ว่าคำตอบของผมจะเป็นอย่างไร ทาง ปวช.เอกชนเขาคงไม่สนใจคำตอบผม   ที่ถูกต้องใบวุฒิเดิมตอนสมัคร เมื่อสถานศึกษาตรวจสอบแล้วต้องคืนฉบับจริงให้  ( กศน.เราเองบางแห่งก็ยังเก็บฉบับจริงไว้ ซึ่งไม่ถูกต้อง )   เรื่องนี้ผมไม่รู้จะแนะนำอย่างไร จะให้ไปขอใบแทนที่สถานศึกษาดั่งเดิมก็ไม่รู้จะถูกต้องหรือเปล่า

         2. วันที่ 16 ก.ค.58 ผมเรียนถามท่าน ผอ.กจ.กศน. เกี่ยวกับการทำชำนาญการพิเศษของข้าราชการตำแหน่ง บรรณารักษ์ นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานทั่วไป  ท่านบอกว่า

             - ถ้าทำชำนาญการพิเศษผ่าน ก็จะต้องย้ายไปดำรงตำแหน่งตามตำแหน่งที่สมัครทำชำนาญการพิเศษ
             - เมื่อย้ายไปแล้ว จะขอย้ายในภายหลังอีก ก็ต้องขอย้ายไปยังตำแหน่งว่างหรือย้ายสับเปลี่ยนกับ ตำแหน่งเดียวกัน ระดับเดียวกัน  เช่น บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ ก็ต้องย้ายไปยังตำแหน่งบรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษด้วยกัน
             - ที่ใดยังเป็นอัตราตำแหน่งชำนาญการ ไม่ใช่ชำนาญการพิเศษ ถ้ามีปริมาณงาน/ภาระงานเพิ่มมากขึ้น จะขอปรับปรุงอัตราตำแหน่งเป็นชำนาญการพิเศษ ก็ให้จังหวัดเสนอเรื่องไป  ( จะได้รับอนุมัติหรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของ ก.ค.ศ. )

         3. คืนวันเดียวกัน ( 16 ก.ค.58 ) มีผู้ถามในเฟซ อ.สมกมล ( คุรุสภา ) ว่า  เมื่อไหร่จะเปิด ป. บัณฑิตสำหรับบุคคลทั่วไปบ้าง  ตอนนี้ รร.เลิกจ้างแล้ว เด็กไม่มี อดเรียนเลย

             อ.สมกมล ตอบว่า  บุคคลทั่วไปถ้าอยากเป็นครู ให้เรียน ป.ตรี หรือ ป.โท หลักสูตรทางการศึกษาที่คุรุสภารับรองเท่านั้น  เมื่อเรียนจบก็ไปสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่คุรุสภาได้เช่นเดียวกับผู้ที่เรียน ป.บัณฑิตตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นมา ( ถ้าเรียนหลักสูตรก่อนปีที่คุรุสภารับรอง ไม่ได้ )   ไม่มีหลักสูตร ป.บัณฑิต ให้บุคคลทั่วไปเรียนแล้ว ถ้าบุคคลทั่วไปต้องการเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ต้องไปเป็นครูผู้สอนในสถานศึกษา เช่น ครูจ้างสอนโดยได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากกคุรุสภาเท่านั้น

             การผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพครู 9 มาตรฐาน ก็สามารถขอใบอนุญาตปฏิบัติการสอนหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู  แต่ ใช้วิธีเรียน ป.บัณฑิต จะดีกว่าอบรม เพราะ ป.บัณฑิต เป็น “วุฒิการศึกษา” ( สูงกว่า ป.ตรี แต่ต่ำกว่า ป.โท ใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้ด้วย )  ส่วนการผ่านการอบรมไม่ได้วุฒิการศึกษา ได้เพียงวุฒิบัตรเพื่อไปแสดงในการขอรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ( กรณีที่ยังไม่มีประสบการณ์สอน ) หรือ รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ( กรณีที่มีประสบการณ์สอนอยู่แล้ว ) เท่านั้น  ( ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็ไม่ใช่วุฒิการศึกษา )
             ในส่วนของการอบรม จะเปิดอบรมระยะที่ 2 ประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2558 ( ยังไม่แน่ )
             ผู้ที่มีสิทธิเข้าอบรม คือ
             - ผู้ที่เคยเทียบโอนหรือทดสอบความรู้ 9 มาตรฐานเดิมของคุรุสภา ผ่านแล้วอย่างน้อย 1 มาตรฐาน ก่อน 4 ต.ค.56
             - ผู้ที่เรียนปริญญาทางการศึกษา ( บางคนเรียกว่าวิชาครู ) หลักสูตรเก่า ( หลักสูตร 4 ปี ) โดยเริ่มเรียนก่อน 4 ต.ค.56 และจบหลัง 4 ต.ค.56 สามารถใช้สิทธิอบรมได้ภายใน 1 ปีนับจากวันที่เรียนจบ


         4. ช่วงวันที่ 20-24 ก.ค.58 ผมไปประชุมสร้างข้อสอบ บรรณาธิการและจัดชุดข้อสอบปลายภาค 1/58 ที่โรงแรมนนทบุรีพาเลซ โดยวันแรกท่านรองเลขาธิการฯ ดร.วีระกุล อรัณยะนาค มาเป็นประธานเปิดการประชุม ท่านแจ้งข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น

             1)  กศน. กำลังเสนอ พรบ. 2 ฉบับ คือ
                  - พรบ.จัดตั้งกรมการศึกษานอกโรงเรียน ( ตั้ง กศน.เป็นนิติบุคคล หัวหน้าส่วนราชการตำแหน่งอธิบดี )
                  - พรบ.การศึกษานอกโรงเรียน  เพื่อแยกการจัดการศึกษานอกโรงเรียน ออกจากการศึกษาในระบบมากขึ้น  ( ปัจจุบันการศึกษานอกโรงเรียนต้องมีคุณภาพมาตรฐานเดียวกับการศึกษาในระบบ )
                  พรบ.ทั้ง 2 ฉบับนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งจากท่านปลัดกระทรวง และท่าน รมว.ศธ.

             2)  ครู กศน.เรากลัว นศ.สอบตก จึงมีการบอกข้อสอบ ทั้งในระหว่างคุมสอบ แก้กระดาษคำตอบหลังการสอบ และแก้คะแนนการตรวจกระดาษคำตอบ  ซึ่งเป็นการทุจริตที่ร้ายแรง  จะลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง  อาจห้ามครู กศน.คุมสอบปลายภาค ( ลักษณะเดียวกับที่ห้ามครู กศน.คุมสอบเทียบระดับฯแล้ว )

             3)  สตง.เสนอให้ยุติการสร้างอาคาร กศน.ตำบล เพิ่ม เพราะจากการที่ สตง. ตรวจประเมิน กศน.ตำบลที่สร้างด้วยเงินงบประมาณไปแล้วโดยเงินค่าก่อสร้างและค่าครุภัณฑ์รวมเป็นล้านบาท  พบว่า กศน.ตำบลหลายแห่งดำเนินการตามภาระกิจไม่ครบถ้วน คอมพิวเตอร์ของ กศน.ตำบลก็ถูกแบ่งไปใช้ที่ กศน.อำเภอ/จังหวัด

             4)  ส่วนกลางกำลังพิจารณากำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรประเภทต่าง ๆ ใหม่ ให้ชัดเจนและแตกต่างกัน รวมทั้งกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติงานสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงาน

         5. เช้าวันที่ 21 ก.ค.58 Wutnfe Mfu เขียนบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊คผม ว่า  ได้นำใบจบ ป.บัณฑิต ไปแสดงเพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่คุรุสภา เจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องฝึกสอนใหม่ เพราะจบนานแล้ว จบตั้งแต่ปี 53 โดยต้องฝึกสอนในโรงเรียนในระบบ ต้องทำเอกสารทั้งหมดที่ได้ถ่ายรูปนี้

             ครั้งแรกผมตอบว่า  เราอาจคุยกับเขาด้วยความไม่เข้าใจระบบ จนทำให้เขาไม่เชื่อว่าเราจะทำตามข้อ 11, 12 ในเอกสารนี้ได้
             ที่ผ่านมา การเก็บประสบการณ์การสอนเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สามารถปฏิบัติการสอนที่ กศน.ได้
             ต้องบอกเขาว่า กศน.เป็นสถานศึกษาตามกฎหมายและผ่านการรับรองจาก สมศ.
             แต่ครู กศน.บางคนไปพูดจนเขาไม่เชื่อถือแล้วว่า กศน.เป็นไปตามข้อ 11 ในเอกสาร  จึงลำบากไปทั้งประเทศ  ( คำว่า "ยืดหยุ่น" ควรใช้พูดภายใน กศน. เท่านั้น )

             ต่อมา วันเดียวกัน ( 21 ก.ค.) ผมได้ถามเรื่องนี้กับคุรุสภา ได้รับคำตอบว่า  ปฏิบัติการสอนที่ กศน.ได้ ถ้า มีชั่วโมงสอนอย่างน้อยปีละ 210 ชั่วโมง






         6. ตามที่ผมแชร์เรื่องเดิมในเฟซบุ๊ค ว่า  กรณีเอกสารหลักฐานการศึกษาที่ตรวจสอบนั้น ไม่ใช่เอกสารฉบับจริง มีการปลอมแปลง ให้สถานศึกษาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง และรายงานให้สำนักงาน กศน.ทราบโดยด่วน นั้น
             มีผู้นำมาถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  หากไม่ดำเนินการแจ้งความและรายงานฯ จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่..
?

             ผมตอบว่า  ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีความผิด  ( ผมเคยเขียนเรื่องนี้ในข้อ 6 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/11/etv.html )

         7. วันเสาร์ที่ 25 ก.ค.58 ยาย จอก ถามต่อท้ายโพสต์เก่าในเฟซบุ๊คผม ที่ผมแชร์ ว่า  ในกรณีที่ นศ.รับวุฒิไป 2 ปีแล้ว คงเก็บไว้ไม่ดี รูปติดวุฒิหลุดออกหายไป แต่ นศ.นำรูปใหม่มาติดแล้วนำไปสมัครเรียนที่อื่น ทางโรงเรียนตรวจสอบวุฒิมาทาง กศน.  กรณีนี้แก้ไขอย่างไร  และ ต้องแจ้ง กศน.จังหวัดทุกครั้งที่ตรวจสอบวุฒิ นศ. หรือว่ารวมส่งครั้งเดียว

             ผมตอบว่า
             1)  รูปเป็นส่วนสำคัญของใบ รบ.  ให้ตอบกลับไปที่โรงเรียนที่ส่งใบวุฒินั้นมาให้เราตรวจสอบ ว่า มีการเปลี่ยนรูป
                  ปกติ แม้นานกว่า 2 ปีรูปก็ไม่หลุด ( นศ.อาจจงใจเปลี่ยนรูป )  กรณีรูปหลุดหาย ถือว่าใบ รบ.นั้น ชำรุด ใช้ไม่ได้ ต้องยื่นเรื่องขอใบใหม่ ซึ่งต้องประทับตราประจำสถานศึกษาด้วยหมึกสีแดงชาด ให้บางส่วนของตราติดบนรูปถ่าย และบางส่วนของตราติดที่ที่หัวหน้าสถานศึกษาจะเซ็นชื่อ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนรูป  ( เคยมีกรณีใช้ชื่อคนอื่นมาเรียนแทนกัน )

             2)  คำว่ารวมส่งครั้งเดียวหมายถึงอย่างไร สัปดาห์ละครั้งเดียว หรือเดือนละครั้ง เทอมละครั้ง หรือปีละครั้ง .. ในหนังสือที่สำนักงาน กศน.แจ้งเรื่องนี้ ไม่ได้แจ้งให้รวมส่งครั้งเดียว

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

1.จะไม่ให้เข้าสอบมิติความรู้ความคิดถ้าไม่ผ่านมิติประสบการณ์ ได้ไหม, 2.จังหวัดให้ไปช่วยราชการ, 3.การสอบ e-Exam, 4.การสอบ ขรก.(บรรณารักษ์ นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานทั่วไป), 5.วันเงินเดือนออก, 6.คุมสอบ 8:30-13:30 เบิกครึ่งวันหรือเต็มวัน, 7.ค่าน้ำค่าไฟ กศน.ตำบล-ศรช.



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 19 ก.พ.58 คุณอ้อย กศน.อ.ลำลูกกา โทรศัพท์มาถามผมว่า  การเทียบระดับการศึกษาแบบเดิม บางอำเภอกำหนดเป็นข้อตกลงร่วมกับผู้เข้ารับการเทียบระดับ ว่า ถ้าไม่ส่งแฟ้มประมวลประสบการณ์ หรือไม่ผ่านมิติประสบการณ์ จะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบมิติความรู้ความคิด   กำหนดได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ไม่ถูกต้อง โดยตามคู่มือการดำเนินงานฯ  การประเมินมิติความรู้ความคิดไม่ได้ต่อเนื่องจากการประเมินมิติประสบการณ์  สามารถเข้าสอบมิติความรู้ความคิดโดยไม่ต้องผ่านมิติประสบการณ์ก่อน

         2. คืนวันที่ 19 ก.พ.58 ผอ.กศน.อำเภอแห่งหนึ่ง เขียนในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ขอข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบที่ยกเลิกคำสั่ง ผอ.จังหวัด ในการให้ข้าราชการไปช่วยราชการจังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/01/n-net.html

             ผอ.บอกว่า  ขอระเบียบที่ ผอ.จังหวัดไม่มีอำนาจในการเอาครูไปช่วยราชการที่ สนง.จังหวัด ลงนามโดยเลขาการุณ มีไหม เพราะ กศน.อำเภอ... ... ผอ.จังหวัดเอาครูไปช่วยราชการไม่ยอมส่งครูกลับมา ไปเป็นปีแล้ว
             ผมตอบว่า  ก็ใช้คำสั่งฉบับนี้แหละ  ( ถ้าจังหวัดให้ครูไปช่วยราชการเกิน 30 วัน ยิ่งผิดมานานมากแล้ว เพราะปัจจุบันไม่มีระเบียบฉบับไหนให้อำนาจไว้  ผอ.จังหวัดหลายท่านไม่ให้ครูไปช่วยราชการแล้ว แต่บางท่านยังทำ  ผอ.จังหวัดบางท่านชอบทำอย่างนี้ พอย้ายไปจังหวัดใหม่ก็ไปทำที่จังหวัดใหม่อีก ส่วนจังหวัดเดิมผู้ที่ย้ายมาแทนท่านก็ส่งตัวครูกลับ เพราะอาจถูกร้องเรียน )   คำสั่งฉบับนี้ใช้คลุมหมด
             ถ้าไม่มีระเบียบมอบอำนาจ ก็คือ ไม่มีอำนาจ  ( ไม่มีระเบียบ/คำสั่งฉบับไหนที่บอกว่า "มอบให้ ผอ.ไม่มีอำนาจ" )   ผู้ที่ว่ามีอำนาจ จะต้องเป็นฝ่ายหาระเบียบคำสั่ง


         3. คืนวันที่ 22 ก.พ.58 ผมประชาสมพันธ์ในเฟซบุ๊ค เรื่องการสอบแบบ e-Exam ของศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา ว่า
             จะทำการเปิดสอบเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สำหรับผู้ไม่ได้เข้าสอบ N-NET  โดยการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ระหว่างวันที่ 1 – 30 มีนาคม 2558 ( หยุดวันเสาร์ )
             สถานศึกษาใดที่ต้องการให้นักศึกษาเข้าสอบ e-Exam ที่ศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา สามารถส่งรายชื่อนักศึกษาขอเข้าสอบได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 035 – 213385 อ.น้ำฝน และ อ.ชิษณุพงศ์)

             ส่วนกลางจะเปิดระบบการสอบในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของส่วนกลาง ระหว่าง 1-31 มี.ค.58  แต่จุดสอบบางแห่งอาจกำหนดรายละเอียดในการเปิดสอบต่างกันบ้าง เช่นบางแห่งอาจไม่เริ่มตั้งวันที่ 1  บางแห่งกำหนดวันหยุดต่างกัน  ต้องสอบถามแต่ละแห่งด้วย ( แต่จะไม่มีเริ่มก่อนวันที่ 1 มี.ค.)

         4. วันที่ 23 ก.พ.58 Anndear Natchanok Ninwong ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ข่าวว่าจะมีการสอบบรรจุบรรณารักษ์ ขอถามว่าสอบประเภททั่วไป กับประเภทประสบการณ์ ต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอ่านอะไรบ้าง แล้วจะสอบเดือนไหน มีติวมั้ย

             เรื่องนี้  ท่าน ผอ.กจ.กศน. บอกว่า “สอบบรรจุข้าราชการประเภทบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งบรรณารักษ์ และตำแหน่งอื่น ๆ มีประเภทเดียว ไม่มีประเภทประสบการณ์   ตอนนี้ตำแหน่งบรรณารักษ์ว่างประมาณ 30-40 ตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งนักวิชาการศึกษากับตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปมีตำแหน่งว่างไม่มาก  จะเปิดรับสมัครสอบประมาณปลายเดือนเมษายน 2558 โดยจะรับสมัครพร้อมกับตำแหน่งนักวิชาการศึกษา และนักจัดการงานทั่วไป”

             ส่วนกลางเป็นผู้ดำเนินการสอบ รับสมัครทั่วไป ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนใต้ สมัครผ่านจังหวัดได้ทุกจังหวัด แต่ไม่ได้สอบที่จังหวัด และอัตราว่างที่จะบรรจุผู้สอบได้มีไม่ครบทุกจังหวัด โดยในการประกาศรับสมัครจะระบุว่ามีตำแหน่งใดว่างที่ไหนเท่าไร   ผู้สมัครไม่ต้องมีอายุงาน ไม่ต้องเคยทำงาน กศน. ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รับผู้มีคุณวุฒิตามที่กำหนด
             คุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบในแต่ละตำแหน่ง คือ
             1)  ตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาทางบรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์   ในแต่ละมหาวิทยาลัย อาจตั้งชื่อสาขาวิชาเอกแตกต่างกันบ้าง ปกติถ้าสงสัยจะใช้วิธีดูทรานสคริปท์ว่าเรียนวิชาบรรณารักษ์มาครบหน่วยกิตหรือไม่ ถ้าจังหวัดไหนสงสัยก็บอกให้เขาโทร.หารือ กจ.กศน.  ( ต้องจบ สาขาวิชาเอก ต่อไปนี้
                  - บรรณารักษศาสตร์
                  - บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
                  - บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
                  - สารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์
                  - สารสนเทศศึกษา หรือสารนิเทศศาสตร์ )

             2)  ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาทางการศึกษา ในสาขาดังนี้  (ถ้าจบสาขาอื่น ถึงแม้จะจบ ป.บัณฑิตด้วย ก็สมัครไม่ได้ )
                  - การศึกษา
                  - ครุศาสตร์
                  - ศึกษาศาสตร์
                  - ครุศาสตร์อุตสาหกรรม
                  - วิทยาศาสตร์ (ศึกษาศาสตร์...) หรือ (ศึกษาศาสตร์การสอน...) หรือ (การสอน...)
                  - ศิลปศาสตร์ (ศึกษาศาสตร์...) หรือ (ศึกษาศาสตร์การสอน...)
                  - คหกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิชาเอกคหกรรมศาสตร์ศึกษา)  เกษตรศาสตร์บัณฑิต (วิชาเอกเกษตรศึกษา)  บริหารธุรกิจบัณฑิต ( วิชาเอกธุรกิจศึกษา)

             3)  ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาในทุกสาขาวิชา

             การสอบนี้ไม่ใช้ภาค ก. ของ ก.พ. เพราะเป็นข้าราชการสังกัด ก.ค.ศ. ไม่ใช่สังกัด ก.พ.  การสอบครั้งนี้จะสอบทั้งภาค ก. ภาค ข. ตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด ในวันเดียวกัน  โดยภาค ก. คือภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ( วิชาความสามารถด้านการคิดคำนวณ/ด้านเหตุผล, วิชาภาษาไทย )  ส่วนภาค ข. คือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ( ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ตามมาตรฐานตำแหน่ง )
             การติว ต้องรวมตัวกันจัดติวกันเอง

             ดูหลักสูตรการสอบข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์-นักวิชาการศึกษา-นักจัดการงานทั่วไป จากประกาศรับสมัครของ กศน.ครั้งที่แล้ว ได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/38k(2).pdf

         5. เช้าวันที่ 24 ก.พ.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องกำหนดวันเงินเดือนออก ว่า  กรมบัญชีกลางกำหนดให้โอนเงิน งบบุคลากร ที่กำหนดจ่ายสิ้นเดือน
             - เข้าบัญชีผู้รับบำนาญ ล่วงหน้า 5 วันทำการ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน

             - เข้าบัญชีข้าราชการและลูกจ้าง ล่วงหน้า 3 วันทำการ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน ( ถ้านับเฉพาะวันทำการ ไม่นับวันหยุด ตั้งแต่วันเงินเดือนออก ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน รวมเป็น 4 วัน )   ลูกจ้างในที่นี้คือลูกจ้างที่มีเลขที่อัตรา ( ถ้าจ้างเหมาบริการ จะไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็น ผู้รับจ้าง )






         6. วันตรุษจีน 19 ก.พ.58 สุนันทา สุขเคหา กศน.อ.บางปะหัน ถามผมทั้งทางอินบ็อกซ์ และทางโทรศัพท์ ว่า  จำนวนเจ้าหน้าที่และกรรมการดำเนินการสอบ ดูจากระเบียบเก่าปี 36 ใช่ไหม ค่าคุมสอบปัจจุบันเท่าไร และถ้าคุมสอบ 8:30 - 13:30 น. จะเบิกจ่ายค่าคุมสอบครึ่งวันหรือเต็มวัน
             ผมตอบไปแล้ว ว่า  จำนวนเจ้าหน้าที่และกรรมการดำเนินการสอบ ดูจากระเบียบปี 36 ถูกแล้ว  อ่านในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090 
             ( หนังสือในลิ้งค์นี้ กำหนดไว้ในข้อ 1.3 ว่า "กรรมการควบคุมการสอบ ห้องสอบละไม่เกิน 2 คน" นั่นคือ ห้องสอบละ 1 คนได้ แต่ คงไม่เหมาะสม )

             และผมตอบด้วยความหนักใจเพราะกลัวคนคุมสอบจะไม่พอใจ ว่า ปกติถ้าคุมสอบไม่เต็มวัน จะเบิกเต็มวันไม่ได้ ตามหลักการเบิกจ่ายเงินของทางราชการนั้น เบิกเงินต่ำกว่าเกณฑ์ได้ แต่เบิกเกินเกณฑ์ไม่ได้ เช่น คุมสอบไม่เต็มวันเบิกเงินเต็มวันไม่ได้ แต่คุมสอบเกินครึ่งวันเบิกเงินแค่ครึ่งวันได้

             วันที่  24 ก.พ.58 ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ( อ.สุณีย์ ) ได้รับคำตอบว่า  เต็มวันคือเวลาสอบ 8:30-16:30 น.  แต่ถ้า 9:00-16:00 น. ก็อนุโลมให้เบิกเงินเต็มวันได้ เพราะถ้าจะเริ่มสอบ 9:00 น. ก็ต้องมาถึงสนามสอบตั้งแต่ 8:30 น. และเมื่อหมดเวลาสอบ 16:00 น. ก็อาจต้องจัดการเอกสารต่างๆต่อถึง 16:30 น.
             แต่กรณีสอบถึง 13:30 น.ตามที่ถามนี้  ( กรณีเริ่มสอบหลัง 9:00 น. หรือหมดเวลาสอบก่อน 16:00 น. )  จะอนุโลมให้เบิกเต็มวันไม่ได้ ต้องเบิกครึ่งวัน   ถ้าเวลาสอบไม่ถึงครึ่งวันจึงจะอนุโลมให้เบิกครึ่งวันได้
             ( กรณีนี้ ถ้าผู้คุมสอบจะไม่พอใจ ควรจัดให้บุคลากร กศน.เป็นผู้คุมสอบในห้องสอบนี้ )


         7. ตั้งแต่คืนวันที่ 11 พ.ย.57 Mickeymouse FC และ วีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  กศน.ตำบลที่ใช้อาคารสถานที่ของหน่วยงานภาครัฐต่างสังกัดหรือเอกชน เช่น โรงเรียน  จะเบิกค่าน้ำค่าไฟจากต้นสังกัดได้หรือไม่

             ผมตอบไปแล้ว ว่า  สามารถเบิกจ่ายค่าสาธารณูปโภค(ค่าน้ำค่าไฟ) จากเงินอุดหนุนได้ ถ้า.. มีเงินอุดหนุนรายหัวมากพอและผู้บริหารอนุญาต
             ( ต่างกับการใช้สถานที่หน่วยงานอื่นเป็นสนามสอบปลายภาค หรือใช้สอนการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งใช้เพียงครั้งคราว ให้จ่ายเป็นเงินทดแทนหรือเงินชดเชยการใช้สถานที่  แต่ กศน.ตำบล และ ศรช. ถ้าขอใช้สถานที่หน่วยงานอื่นตลอดปี เบิกจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคได้ )

             วันที่ 24 ก.พ.58 ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ( อ.สุณีย์ ) อีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า  กรณีนี้เคยมี กศน.อ.หาดใหญ่หารือ กรมบัญชีกลางตอบว่าใช้ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคของหน่วยงานอื่นมาเบิกจ่ายได้  แต่ถ้าไม่แยกมิเตอร์จะมีปัญหาไม่มีระเบียบรองรับ ถ้าจะขอใช้อาคารสถานที่เขาเป็นเวลานาน ให้เขาแยกมิเตอร์สำหรับส่วนที่เราใช้โดยเฉพาะ และนำใบเสร็จรับเงินค่าสาธารณูปโภคสำหรับมิเตอร์นี้ ( ใบเสร็จฉบับจริง ) มาเบิกจากเราได้ ถึงแม้ชื่อหน่วยงานในใบเสร็จนั้นจะเป็นชื่อหน่วยงานอื่นไม่ใช่ชื่อหน่วยงาน กศน. ( ใช้บันทึกการขอใช้อาคารสถานที่ ประกอบ )