แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปลี่ยนตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปลี่ยนตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2560

1.พนักงานราชการ ทำงานที่เดิม 5 เดือน ที่ใหม่ 4 เดือน ลาพักผ่อนได้หรือยัง, 2.ผอ.ส่วนใหญ่บอกว่าใช้เงินอุดหนุนจ้าง รปภ. คนสวน ได้?!, 3.เปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการ, 4.พนักงานราชการบรรจุ 1 ก.พ. ปรับเลื่อนเงินเดือนได้ไหม, 5.ผอ.กศน.อ. จะให้ครู กศน.ตำบล เปลี่ยนตำบล แต่ครูไม่อยากเปลี่ยน, 6.พนักงานราชการอยากรู้ว่า ชื่อและตำแหน่งตนอยู่ที่ใด, 7.จำเป็นต้องประดับแพรแถบย่อเครื่องราชฯไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ดึกวันที่ 20 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีเป็นพนักงานราชการที่สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี 5 เดือน และมาทำสัญญาใหม่ เป็นพนักงานราชการที่สำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา อีก 4 เดือน สัญญาต่อเนื่องกัน กรณีแบบนี้จะมีสิทธิ์ลาพักผ่อนได้หรือยัง

             ผมถามกลับว่า  ลาออกจากที่เดิมมาสอบบรรจุใหม่ หรือว่า ย้ายเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน
             ผู้ถามบอกว่า  ลาออกจากที่เดิม มาสอบบรรจุใหม่
             ผมตอบว่า  ถ้าลาออกมาสอบบรรจุใหม่ โดยงานเดิมทำไม่ครบ
6 เดือน กรณีการลาจะไม่นับอายุงานเดิม ฉะนั้นยังไม่มีสิทธิขอลาพักผ่อน ต้องรอจนกว่าอายุงานใหม่ครบ 6 เดือน จึงจะมีสิทธิขอลาพักผ่อน
              ( ถ้าเป็นการย้ายเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน จึงจะนับอายุงานรวมกัน )

         2. ดึกวันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  จังหวัดทำลักษณะของงานที่จ้างเหมาบริการด้วยเงินอุดหนุน ผู้บริหารส่วนใหญ่บอกว่าจ้าง รปภ. คนสวน นักคอมพิวเตอร์ พนักงานบริการ ถ้ากำหนดลักษณะของงานให้ไปเกี่ยวกับนักศึกษา ก็สามารถจ้างได้... เลยไม่ได้พูดอะไร ถ้าพูดไปว่าจ้างไม่ได้ จะทำให้คนที่ถูกจ้างเดือดร้อน หลายอำเภออาจตำหนิ เพราะจ้างต่อเนื่องมา    เลยขอความรู้จากอาจารย์ จ้างได้หรือไม่ขอความกรุณาอาจารย์เผยแพร่ให้ความรู้

             ผมตอบว่า
             1)  เรื่องนี้ผู้ตรวจสอบภายในก็ตอบชัดเจนและผมนำมาโพสต์ 2-3 ครั้งแล้วว่า ถ้าใช้เงินอุดหนุนรายหัวจ้าง ต้องจ้างเพื่อ ดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน “โดยตรง” โดยพิจารณาจาก "ขอบเขตงานจ้าง" ว่าเป็นการดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรงหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นการจ้างใน 39 หน้าที่ ส่วนกลางสั่งการไว้ชัดเจน ไม่ได้ให้จังหวัดปรับเปลี่ยนขอบเขตงานจ้าง.. ซึ่งก็สรุปไว้แล้วว่า จ้างในหน้าครูต่าง ๆ ( ครู ศรช. ครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. ครูประจำกลุ่ม ครูบ้านยามชายแดน ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ครูชาวเล ครู กพด.) จนท.บันทึกข้อมูล ได้  แต่จ้างในหน้าที่ จนท.งานธุรการ การเงิน บัญชี พนง.บริการ ไม่ได้ ( ยิ่งถ้าเป็นหน้าที่ รปภ. คนสวน ยิ่งจะจ้างไม่ได้ )
             ถึงผมจะโพสต์อีกเป็นครั้งที่
4-5 ก็ไม่มีประโยชน์ คนที่ไม่สนใจเชื่อถือ ก็ไม่สนใจเชื่อถือเหมือนเดิม
            
2)  แม้เราจะเห็นใจผู้รับจ้างมากเพียงใด เราก็ได้แต่เห็นใจ ถ้าเราไม่ได้ใช้เงินส่วนตัวจ้าง เราไม่มีสิทธิทำผิด จะเบิกจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินโดยไม่ถูกต้องไม่ได้ กระทรวงการคลังก็แจ้งเวียนมายังทุกกระทรวงทุกกรมว่า
                 
“ปัจจุบัน ส่วนราชการหลายแห่งได้ดำเนินการจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกับการจ้างแรงงาน ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าเป็นบุคลากรของรัฐ และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมือนบุคลากรของรัฐ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาข้อโต้แย้ง จึงให้ส่วนราชการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด ดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ระเบียบลูกจ้าง จ้างดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริม การปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติ ของส่วนราชการ มิให้ทำสัญญาจ้างในลักษณะต่อเนื่อง”
                  แม้จะไม่ได้คะแนนนิยม ผมก็ระมัดระวังไม่โพสต์คำที่ได้ใจฝ่ายใด เพราะจะเสียระบบราชการ

                  กศน.เรามักจะคำนึงถึงความรู้สึกอยู่เหนือระเบียบกฎหมาย ทำให้มีปัญหาต่อไป
            
3)  ที่ถูกต้อง ถ้าไม่ชัดเจนว่าจ้างได้หรือไม่ ต้องทำหนังสือหารือก่อน คำตอบอย่างไม่เป็นทางการจะใช้เป็นเกราะกันความผิดไม่ได้  ถ้าเขาไม่หารือเพราะมั่นใจว่าจ้างได้ ผู้จ้างก็เป็นผู้รับผิดชอบ จบ

         3. วันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  เมื่อปีที่แล้ว ท่านสุรพงษ์ ให้พนักงานราชการ ครูอาสาฯ ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้ ถ้ามีตำแหน่งว่าง พอจะมีข้อมูลไหม

             ผมตอบว่า   เรื่องพนักงานราชการ อยู่นอกเหนืออำนาจ รมว.ศธ. ( ก.พ.ร. ผู้ดูแลพนักงานราชการ ไม่ได้สังกัดกระทรวง ศธ. ต่างจาก ขรก.ครู ที่ดูแลโดย ก.ค.ศ.ซึ่งสังกัดกระทรวง ศธ. ท่าน รมว.ศธ.ยังขอให้ ก.ค.ศ.เปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง )
             เรื่องการเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการนี้ ไม่ว่าปีก่อน ๆ หรือปีนี้หรือปีไหน ถ้าเป็นตำแหน่งว่าง จังหวัดสามารถเสนอให้ต้นสังกัดเปลี่ยนตำแหน่งได้ เช่นเมื่อตำแหน่งครูอาสาฯว่างลง ( ลาออก เลิกจ้าง เสียชีวิต อายุครบ
60 ) จังหวัดอาจเสนอขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯเป็นตำแหน่งบรรณารักษ์แล้วสอบคัดเลือก/บรรจุคนใหม่ในตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นต้น
             แต่ถ้าเป็นตำแหน่งที่มีคนครองอยู่ จะเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้นไม่ได้ ปีไหนก็ไม่เคยเปลี่ยนได้

         4. วันที่ 21 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์ “ห้องสมุดชาวตลาด” ว่า  บรรจุ 1 กพ.60 ประเมิน ครั้งที่ 2 ได้ปรับเงินเดือนมั้ย

             ผมตอบว่า   ถามเรื่องพนักงานราชการใช่หรือเปล่า พนักงานราชการถ้าบรรจุทำงานไม่ครบ 8 เดือน ( นับถึง 30 ก.ย.) จะปรับเลื่อนเงินเดือนไม่ได้ โดยถ้าบรรจุ หลัง วันที่ 1 ก.พ. จะไม่ครบ 8 เดือน ( บรรจุวันที่ 2 ก.พ. จะไม่ครบ 8 เดือน, บรรจุวันที่ 1 ก.พ. ครบ 8 เดือนพอดี มีสิทธิ์ได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือน ถ้าผลการประเมินอยู่ในระดับดีขึ้นไป  ถ้าประเมินครั้งเดียวก็ใช้คะแนนครั้งเดียวไม่ต้องหารด้วย 2 )

         5. วันที่ 25 ก.ย.60 มีผู้ส่งเอกสาร/ข้อมูลมาถึงผมทางไลน์ ว่า  ผอ.กศน.อ.สอยดาว จะใช้คำสั่งมอบอำนาจ ( คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 489/51 ) ข้อ 1 มาออกคำสั่งมอบให้ครู กศน.ตำบลเปลี่ยนพื้นที่ตำบลในการปฏิบัติงานกัน แต่ครู กศน.ตำบลบางคนไม่อยากเปลี่ยนเพราะปฏิบัติงานที่ตำบลนั้นตามเลขที่ตำแหน่งเดิมตั้งแต่ลงครั้งแรก ประสานงานกับชุมชนและภาคีเครือข่ายได้เป็นอย่างดี.. ถามว่า ผอ.อำเภอ สามารถให้ ครู กศน.สับเปลี่ยนพื้นที่ปฏิบัติงาน ไปอยู่ตำบลอื่นได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   เฉพาะตำแหน่งครู กศน.ตำบล นั้น เลขที่ตำแหน่งจะระบุตำบล การเปลี่ยนพื้นที่ต้องเป็นไปตามความประสงค์ของพนักงานราชการและดำเนินการโดยจังหวัด ( ตามข้อ 5 ในหนังสือ สป.ศธ.ที่ ศธ 0210.118/12731 ลว.6 ก.ย.60 )
             ส่วนคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 489/51 ข้อ 1 นั้น ไม่ได้มอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อำเภอ ย้าย/เปลี่ยนพื้นที่พนักงานราชการ   ผอ.กศน.อำเภอออกคำสั่งที่ขัดหรือแย้งกับต้นสังกัดไม่ได้   ถ้าผู้ถูกย้าย/เปลี่ยนพื้นที่ ไม่มีความประสงค์ขอเปลี่ยน/ไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้แจ้งไปที่ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด และถ้าเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้แจ้งตรงไปที่ท่านเลขาธิการ กศน.

         6. คืนวันที่ 25 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันเคยเป็น ครู กศน.อ.เมืองอุดรธานี ได้รับการย้ายโดยจังหวัดเกลี่ยตำแหน่งตอนเทอม 2/59 โดยสำนักงาน กศน.จังหวัดแจ้งว่า กศน.อำเภอเมืองอุดรธานี มีพนักงานราชการเกินตำแหน่ง ให้พนักงานราชการย้ายออกจากอำเภอ 25 คน โดยใช้หลักการย้ายจากคะแนนประเมินครู ทั้งที่ไม่ได้ประสงค์ที่จะขอย้ายพื้นที่ ซึ่งต้องย้ายออกไปต่างอำเภอ ผ.อ.จังหวัดแจ้งว่าจะมีหนังสือคำสั่งออกให้ ณ ปัจจุบันยังไม่มีหนังสือคำสั่งให้เลย ซึ่งการย้ายออกต่างอำเภอมีความลำบากมาก ทั้งภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ห่างไกลครอบครัว และสิ่งที่สำคัญคือเรื่องนักศึกษาซึ่งแต่ก่อนกว่าที่จะรวบรวมนักศึกษาได้มีครบตามจำนวนใช่เวลาหลายเทอม  ในการเดินทางไปทำงานอย่างน้อยต้องวันละ 500 บาท ทั้งค่าน้ำมันค่าอยู่ค่ากิน อยู่ที่เดิมได้ทำงานที่ กศน.ตำบลใกล้บ้าน มีความรู้จักคุ้นเคยกับพื้นที่ มีนักศึกษามาเรียนมาปรึกษาตลอดทั่งที่ กศน.ตำบล และที่บ้าน
             ฉันจึงอยากจะปรึกษาว่า ณ ปัจจุบัน ชื่อ และตำแหน่งของฉันยังอยู่ที่ กศน.เมืองอุดร เหมือนเดิมไหม

             ผมตอบว่า   ผมไม่มีข้อมูลหรอกว่าตำแหน่งใครอยู่ที่ใด.. ให้ดูในคำสั่งจ้าง(ต่อสัญญา) และ/หรือ คำสั่งเลื่อนค่าตอบแทน ณ วันที่ 1 ต.ค. ก็น่าจะรู้ เพราะในคำสั่งจ้างจะระบุทั้งเลขที่ตำแหน่งและตำบล ส่วนในคำสั่งเลื่อนค่าตอบแทน จะระบุเลขที่ตำแหน่งกับอำเภอ ถ้าคำสั่งของจังหวัดใดไม่ระบุข้อมูลบางอย่างก็อาจแสดงว่ามีปัญหาบางอย่าง
             ถ้าดูไม่รู้หรือไม่ได้คำสั่ง ก็ถามที่จังหวัดนั้น หรือที่ กจ.กศน. ข้อมูลทั้ง 2 แห่งจะต้องตรงกันเพราะปัจจุบันใช้ระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
DPIS แต่ กจ.กศน.อาจไม่มีเวลาว่างจะดูข้อมูลให้ ฉะนั้นอยู่จังหวัดไหนก็ถามที่จังหวัดนั้นก่อน

         7. วันที่ 28 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  อยากทราบว่าการประดับแพรแถบ จำเป็นต้องติดไหมคะ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าต้องติดแบบไหน หนูหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ได้คำตอบแบบไม่ชัดเจนค่ะ (หนูเป็นบรรณารักษ์ปฏิบัติการ ค่ะ)

             ผมตอบว่า   แพรแถบย่อ "ไม่จำเป็น" ต้องประดับ แต่ถ้าได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้ว "ควร" ประดับ

             ดูเรื่องแพรแถบย่อของข้าราชการและพนักงานราชการ ที่ผมเคยโพสต์ เช่นในข้อ 6 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/310038


วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

1.เกณฑ์การสอบวิชาเลือก, 2.พนักงานราชการเพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ไม่ได้ประเมิน จะต่อสัญญาได้ไหม, 3.การขอเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการ, 4.ปีนี้ให้ประเมินพนักงานราชการถึง 31 ส.ค. คนที่บรรจุ 1 ก.พ.จะทำงานเพียง 7 เดือน เลื่อนค่าตอบแทนได้ไหม, 5.สรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล, 6.ต่อไปจะไม่มีข้ออ้าง, 7.นศ.เก่าเปลี่ยนมาเรียนแบบทางไกลได้ไหม




สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 26 ก.ย.59 มีครูของ กศน.อำเภอ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  มีระเบียบไหมว่า วิชาเลือกไม่ให้มีการสอบซ่อม

             ผมตอบว่า   ไม่มีระเบียบห้าม แต่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ได้ทำข้อสอบซ่อมวิชาเลือกไว้ บอกว่าวิชาเลือกไม่ต้องสอบซ่อม นั้น เพราะวิชาเลือกไม่มีเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนปลายภาคถึง 30 % และคะแนนระหว่างภาคได้กันมาก ผ่านหมดอยู่แล้ว จ.พระนครศรีอยุธยาจึงไม่สอบซ่อมวิชาเลือก

             แต่ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/59 เป็นต้นไป การเรียนแบบพบกลุ่ม วิชาเลือกบังคับ 2 วิชา กำหนดเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนสอบปลายภาคถึง 30 % ด้วย ( ส่วนวิชาเลือกอื่น ๆ สถานศึกษาจะกำหนดเกณฑ์ปลายภาคเท่าไรหรือไม่ก็ได้ การลงคะแนนปลายภาควิชาเลือกในโปรแกรม ITw ต้องเปลี่ยนเกณฑ์ไปมา ) จึงเริ่มมี นศ.ที่ไม่ผ่านเกณฑ์วิชาเลือก

             ตามระเบียบ ผู้ที่เข้าสอบปลายภาค แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ สถานศึกษาสามารถให้ประเมินซ่อมได้ทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก






         2. เย็นวันที่ 29 ก.ย.59 แพรวา พริ้ว ไหว ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ค ว่า  ดู ETV เกี่ยวกับการต่อสัญญาพนักงานราชการ วันที่ 29 กย. 59 เวลา 15.00 น. มีข้อสงสัยจะสอบถามว่า กรณีพนักงานราชการทำงาน 3 เดือน ยังไม่มีผลการประเมินในรอบ 6 เดือน จะสามารถต่อสัญญาได้หรือไม่

             ผมตอบว่า ต่อสัญญาได้ ( ต่อ 1 ปีก่อน ) แต่ไม่ให้เลื่อนค่าตอบแทน

         3. วันเสาร์ที่ 1 ต.ค.59 นางชุติกาญจน์ ไชยชมภู ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  การขอปรับเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสา เป็นตำแหน่งนักวิชาการหรือตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากมีภาระงานแต่มีจำนวนบุคลากรในสำนักงานน้อย จะขอปรับได้มั๊ย ซึ่งยังคงอยู่อำเภอ เพราะช่วงสุดท้าย (ในรายการ ETV) ท่านได้เกริ่นว่า ได้

             ผมตอบว่า   มีหลายคนฟังกันไม่เข้าใจชัดเจน ในรายการนั้น ผู้ถามกับผู้ตอบและผู้ฟัง คิดไปถึงคนละประเด็นกัน เช่นเดียวกับคำถามนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงประเด็นเปลี่ยนตำแหน่งอัตราว่าง หรือมีตัวคนครองตำแหน่งอยู่แต่ขอเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้น
             ลองดูเทปรายการอีกรอบ ดูจนจบ จะได้คำตอบว่า ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้เฉพาะอัตราว่าง
             เช่น เมื่อมีครูอาสาฯลาออก/เกษียณ/เลิกจ้าง/เสียชีวิต เกิดเป็นอัตราว่างแล้ว จะเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างนี้ให้เป็นตำแหน่งนักวิชาการศึกษา จังหวัดก็ส่งเรื่องขอเปลี่ยนตำแหน่งไปได้
             แต่ตำแหน่งที่มีตัวคนอยู่ จะขอเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้ ต้องเปลี่ยนโดยการที่คนนั้นสอบใหม่ในตำแหน่งใหม่ ( ซึ่งเริ่มต้นค่าตอบแทนขั้นต้นใหม่ และการรับสมัครสอบต้องรับสมัครบุคคลทั่วไปด้วย )

         4. ดึกวันที่ 6 ต.ค.59 Nid-noi Tanasorn ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  พนักงานราชการได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่ง สนง.กศน.จังหวัด ลงวันที่ 1 กพ.59 (แต่งตั้งเป็นพนักงานราชการตั้งแต่วันที่ 1 กพ.59-30กย.59)...จะมีสิทธิ์ได้รับการเลื่อนค่าตอบแทนหรือไม่..เนื่องจากปี 59 นี้ให้นำผลการปฏิบัติงานถึงวันที่ 31สค.59 มาใช้ประเมิน(ถ้านับอายุงาน 1 กพ.-31 สค.59 นับได้ 7 เดือน)

             ผมตอบว่า   ที่ให้ประเมินฯถึงวันที่ 31 ส.ค.นั้น เป็นเพียงการประเมินฯล่วงหน้าเพื่อให้ทันการณ์ แต่ปี งปม.นี้ทุกคนก็ทำงานถึงสิ้นปี งปม.เหมือนเดิม ฉะนั้นเมื่อทำงานครบ 8 เดือน ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้
             ( ถ้าบรรจุตั้งแต่วันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. ปกติจะให้เลื่อนค่าตอบแทน แต่ถ้าบรรจุหลังวันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ เช่นถ้าวันที่ 1-2 ก.พ.เป็นวันหยุดราชการ แล้วบรรจุวันที่ 3 ก.พ.ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้ แต่ถ้าวันที่ 1 ก.พ.เป็นวันทำการแล้วบรรจุวันที่ 2 ก.พ.จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ )

         5. วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.59 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องสรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล ว่า

             1)  ลักษณะสำคัญของโปรแกรมการเรียนรู้ จะระบุว่า โปรแกรมนั้น ตลอดหลักสูตรประกอบด้วยวิชาอะไรบ้าง
                  อาจจะระบุเพิ่มเติมไว้ในวรรคต้นว่าโปรแกรมนั้นสำหรับนักศึกษาที่มีลักษณะอย่างไร
                  แต่ละสถานศึกษา จะมีโปรแกรมการเรียนรู้หลายโปรแกรม ให้เหมาะกับลักษณะของนักศึกษาแต่ละคน ( นักศึกษาที่มีลักษณะเดียวกันก็เรียนในโปรแกรมเดียวกัน ) เช่น
                  - โปรแกรมเกษตรเพื่อชีวิต
                  - โปรแกรมการบริหารจัดการทางธุรกิจ
                  - โปรแกรมการปลูกมะนาว
                  - โปรแกรมช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก
                  - โปรแกรมช่างเสริมสวย
                  - โปรแกรมอาหารและโภชนาการ
                  - โปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย
                  - โปรแกรมอิสลามศึกษา
                  ฯลฯ

                  ถ้าเป็น “โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล” ก็คือการระบุว่า นาย ก. เรียนโปรแกรมอะไร เช่น โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคลของ นายทีละพัน จำปีห้อย คือโปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
                  - การระบุรายวิชาในแต่ละโปรแกรม อาจจะระบุเฉพาะวิชาเลือกเสรี เพราะวิชาบังคับกับวิชาเลือกบังคับเหมือนกันทุกคนและเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว
                  - รายวิชาเลือกเสรีในแต่ละโปรแกรม ต้องระบุให้ครบตลอดหลักสูตร คือ ระดับประถม 8 หน่วยกิต, ระดับ ม.ต้น 10 หน่วยกิต, ระดับ ม.ปลาย 26 หน่วยกิต ( เกินได้ ขาดไม่ได้ )

                  ตัวอย่างโปรแกรมการเรียนรู้ ระดับ ม.ต้น
                  โปรแกรม การปลูกมะนาว ( ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลสมมุติ )
                  สำหรับนักศึกษาที่มีเป้าหมายการเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพปลูก มะนาว ( ปัจจุบันประกอบอาชีพปลูกมะนาวเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม หรือสนใจ/ตั้งใจจะประกอบอาชีพปลูกมะนาว )
                  ประกอบด้วย รายวิชาเลือกเสรีดังต่อไปนี้ ( อาจพิมพ์เป็นตาราง มี 4 คอลัมน์ คือ สาระการเรียนรู้-รหัสรายวิชา-ชื่อรายวิชา-จำนวนหน่วยกิต )
                  สาระการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ
                  1. อช 23008  รายวิชา การเตรียมดินปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์   2 หน่วยกิต
                  2. อช 23009  รายวิชา การตอนกิ่งมะนาว   2 หน่วยกิต
                  3. อช 23010  รายวิชา การดูแลรักษามะนาวในวงบ่อซีเมนต์   3 หน่วยกิต
                  4. อช 23011  รายวิชา การตลาด   3 หน่วยกิต
                  รวมรายวิชาเลือกเสรี 10 หน่วยกิต

             2)  แผนการเรียนรู้รายบุคคล
                  คือแผนฯที่ระบุว่า นศ.คนนั้น เรียนในโปรแกรมใด ( ชื่อโปรแกรม ) เรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด ตลอดหลักสูตร
                  - แผนการเรียนรู้นี้ ควรจะระบุทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก เพราะ แผนการเรียนรู้รายบุคคลนี้จะให้นักศึกษาคนนั้น เก็บไว้ดูตลอดการเรียนจนจบหลักสูตรด้วย  ถ้าระบุเฉพาะวิชาเลือกอาจทำให้นักศึกษาคนนั้นสับสนเข้าใจผิด  เพื่อความชัดเจนจึงควรระบุทั้งวิชาบังคับ วิชาเลือก วิชาที่เทียบโอน วิชาที่เรียน ( วิชาที่เรียน ระบุว่าเรียนในภาคเรียนใด )

                  ขึ้นต้นว่า  แผนการเรียนรู้รายบุคคล ระดับ ... ... ของ นาย ... ... รหัสนักศึกษา ... ... วิธีเรียน แบบ ... ... กลุ่ม ... ...
                  โปรแกรมการเรียนรู้ ... ...
                  รายวิชาที่เทียบโอน
                  ………………………..
                  ………………………..
                  รายวิชาที่เรียน
                   ( ในส่วนของรายวิชาที่เรียน อาจพิมพ์เป็นตารางแนวนอน แบ่งคอลัมน์ใหญ่เป็นภาคเรียน มีจำนวนภาคเรียนตามที่นักศึกษาจะเรียนจนจบหลักสูตร เพื่อระบุว่าจะเรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด )

         6. “ต่อไปจะไม่มีข้ออ้างว่า นักศึกษาต้องทำงานไม่มีเวลามาพบกลุ่ม เพราะถ้าไม่มีเวลาก็เรียนแบบการศึกษาทางไกล”
             ( ผชช.สุทธินี งามเขต พูดในรายการสายใย กศน. 21 ต.ค.59 )

             นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล ให้นับเป็น นศ.ของครูที่รับผิดชอบ และ กศน.อำเภอ/เขต ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเท่ากับ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่ม
             แต่ การเรียนแบบ กศ.ทางไกล จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา คือ ต้องแบ่งเงินอุดหนุนรายหัวไปจ่ายเป็น ค่าตอบแทนครูที่ปรึกษาประจำรายวิชา
             ครู ศรช. ก็ต้องเบิกค่าจ้างจากเงินอุดหนุนรายหัวนี้ ถ้า นศ.ของครู ศรช. เรียนแบบ กศ.ทางไกลมากหลายคน อาจทำให้เงินอุดหนุนรายหัวไม่ค่อยพอ
             อาจจะให้ นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล เป็นนักศึกษาในกลุ่มของ ข้าราชการ ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ซึ่งไม่ได้เบิกค่าตอบแทนจากเงินอุดหนุนรายหัว ส่วนครู ศรช.ให้รับผิดชอบ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มเหมือนเดิม
             แต่ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มก็ต้องมาพบกลุ่ม ( สัปดาห์ละ 6 ชม.)

             - การเรียนแบบ กศ.ทางไกล เน้นเรียนจากสื่อเทคโนโลยี ( วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ) ผู้เรียนต้องมีพื้นความรู้พอที่จะเรียนได้ด้วยตนเอง
             - การเรียนแบบพบกลุ่ม เน้นเรียนกับครู ผู้เรียนต้องมีเวลามาพบกลุ่ม
              ( แนะแนวให้ นศ.เลือกวิธีเรียน ในช่วงรับสมัครลงทะเบียนเรียน พร้อมกับการเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดโปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล )

         7. อ.พิชญา นัยนิตย์ สถาบันการศึกษาทางไกล กศน. บอกว่า
             - ในภาคเรียนเดียวกัน นศ. ต้องเรียนวิธีเดียวกันในทุกวิชา จะเรียนแบบ กศ.ทางไกล ในบางวิชา และเรียนแบบพบกลุ่มในบางวิชาในภาคเรียนเดียวกันไม่ได้
             - นศ.ที่ภาคเรียนแรกเรียนแบบพบกลุ่ม เช่น นศ.เก่า ให้เรียนวิธีเดิมไปจนจบ แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็น ภาคเรียน 2/59 นี้ก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้เป็นราย ๆ ไป ( เมื่อเปลี่ยนภาคเรียนก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้ถ้าจำเป็น ) ผู้พิจารณาอนุมัติให้เปลี่ยนวิธีเรียนคือ ผอ.สถานศึกษา  แต่ ภาคเรียนแรกกับภาคเรียนสุดท้ายที่จบต้องเรียนวิธีเดียวกัน เป็นข้อกำหนดของระบบทะเบียน  เช่น ภาคเรียนแรกเรียนแบบ กศ.ทางไกล ภาคเรียนที่ 2 ขอเปลี่ยนเป็นเรียนแบบพบกลุ่ม เมื่อถึงภาคเรียนสุดท้ายต้องเรียนแบบ กศ.ทางไกล