แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอง ผอ. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รอง ผอ. แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

1.เกณฑ์ข้าราชการครูขอย้าย เหลือ 2 ปีแล้วใช่ไหม, 2.การพิมพ์ตำแหน่งของครูที่รักษาการ ผอ. ลงในใบ รบ. พิมพ์ย่อหรือเต็ม, 3.ใช้เงินอุดหนุนจัดอบรมลูกเสือ ซื้อลำโพงได้ไหม, 4.การจ้างครู ติดอากรแสตมป์หรือตีตราสาร, 5.มีอัตราตำแหน่งรอง ผอ.สถานศึกษา กศน.ไหม, 6.หลักสูตร 2544, 2551 ออกเลขที่ประกาศนียบัตรอย่างไร, 7.จบเปรียญธรรม 5 ประโยค เรียนมหาจุฬาฯจนจบ เขาบอกให้หาวุฒิ ม.6 มาแจ้งจบ

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 8 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เนื่องด้วยเกณฑ์การย้ายของข้าราชการครู ที่กคศ.กำหนดใหม่ ให้ยกเลิกเกณฑ์4ปี เหลือ2ปี  ครูที่สอบบรรจุ กรณีพิเศษ ของสำนักงานกศน. ปี63 พ้นการพัฒนาอย่างเข้มแล้ว สามารถเขียนย้านในเดือน ม.ค.66 นี้ได้มั้ย

             ผมตอบว่า   ว18/2565 นี้ ครูที่สอบบรรจุกรณีพิเศษ ( สอบคัดเลือกจากบุคลากรภายในสังกัดที่สอนครบ 3 ปี ) ไม่ได้ลดอายุงานเหลือ 2 ปีนะ กลุ่มกรณีนี้ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบบรรจุนั้น  แต่ถ้าเป็นสอบบรรจุที่รับบุคลลทั่วไปทั้งบุคลากรภายในและคนทั่วไปสมัครสอบบรรจุได้ จึงลดอายุงานเหลือ 2 ปียื่นขอย้ายได้ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ให้ขอย้ายตั้งแต่ ม.ค.2566

         2. วันเสาร์ที่ 12 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในกรณีไม่มีผู้บริหาร และมี ขรก.ครูรักษาการฯ  ในใบ รบ.ตำแหน่งผู้บริหารต้องพิมม์ว่า  ครู  รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ......หรือใส่คำว่าผู้บริหารสถานศึกษา  (ใส่รักษาการจะยาวมาก)

             ผมตอบว่า   ถ้าจะให้ถูกต้อง พิมพ์ว่า "ครู รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ....." ( คำว่า "กศน." พิมพ์คำย่อก็ได้ คำเต็มก็ได้ ส่วนวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการพิเศษ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ )
             การพิมพ์ชื่อตำแหน่งในใบ รบ. ด้วยโปรแกรม ITw สามารถพิมพ์ตำแหน่งได้ยาว 2 บรรทัด ตามตัวอย่างใน 2 ภาพประกอบนี้



 

         3. เช้าวันที่ 24 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เราจัดกิจกรรมอบรมลูกเสือระดับชั้นbtc.ให้คุณครู แต่เราขาดพวกลำโพง เคลื่อนที่ หรือแบบสะพาย เราสามารถ ซื้อผ่านโครงการได้มั้ย เนื่องจากการเช่า ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม การอบรมลูกเสือ มีฐานการเรียนรู้หลายฐาน ถ้าเช่าทุกฐานคงไม่ไหว และมีกิจกรรมเดินทางไกล ซึ่งแบ่งและแยกเดินเป็นหมู่ๆ คงไม่มีใครลากล้อลำโพง หรือเช่ารถลำโพงขับตามได้ เลยมีข้อสงสัยว่าเราสามารถจัดซื้อได้ตามหนังสือ ว119ของคณะกรรมการวินัจฉัย กระทรวงการคลัง /และกรอบการใช้เงินอุดหนุนปี63 ได้มั้ย

             ผมตอบว่า  
             1)  พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และเมื่อชำรุดเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้หรือไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม จะไม่ถือเป็นครุภัณฑ์ แต่ เครื่องขยายเสียงและลำโพงมีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ และเมื่อชำรุดเสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้เพราะมีร้านรับซ่อมลำโพง ลำโพงจึงเป็นครุภัณฑ์
             2)  หนังสือ ว119 นั้น คือ ซื้อก่อนแล้วทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างตามหลัง ใช้ในกรณีวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท แต่ดูรายการตามตาราง 1-2 ที่แนบหนังสือ ว119 ก็ไม่เห็นมีรายการครุภัณฑ์
             3)  จะใช้เงินอุดหนุนรายหัว จัดอบรมลูกเสือให้ครูใช่ไหม ในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศน.ปี 63
                  - ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ไม่รวมค่าครุภัณฑ์
                  - ข้อ 12.2 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. ก็มีแต่ค่าเช่าอุกรณ์เครื่องเสียง ไม่มีค่าซื้อ
                  - ข้อ 12.3 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมลูกเสือ อาสายุวกาชาด ( หมายถึงจัดกิจกรรมให้นักศึกษา ไม่ใช่จัดกิจกรรมให้ครู ) ก็มีแต่ค่าเครื่องแบบ
             4)  ลองเสนอจัดซื้อจัดจ้างไปยัง สนง.กศน.จังหวัดก็ได้ ถ้าจังหวัดอนุมัติ จังหวัดก็จะร่วมรับผิดชอบ

         4. คืนวันที่ 7 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การจ้างครูต่างประเทศ หนูดูในเพจของอาจารย์บอกว่าติดอากรแสตมป์ แต่ในเพจกฎหมายให้ตีตราสาร หนูรบกวนขอความรู้อาจารย์ค่ะเพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูก

             ผมตอบว่า   "สัญญาจ้าง" เป็น "ตราสาร" ชนิดหนึ่ง
             ส่วนคำว่า "ตีตราสาร หรือ การตราสาร" คือ
ชำระเป็นเงินที่สำนักงานสรรพากร แทนการซื้ออากรสแตมป์มาติด ซึ่งสำนักงานสรรพากรจะ "สลักหลังตราสาร" ( สลักหลังสัญญาจ้าง ) เป็นหลักฐานว่าชำระค่าภาษีอากรแทนการซื้ออากรแสตมป์แล้ว

             กรณีค่าจ้างตลอดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง รวมตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ให้นำสัญญาไปสลักหลังตราสารเพื่อชำระค่าอากรแทนการปิดอากรแสตมป์ ที่สำนักงานสรรพากร

              ( ในเพจผม ไม่ได้กล่าวถึงการจ้างถึง 2 แสนบาท เพราะ กศน.จ้างเดือนละ 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน รวมไม่ถึง 2 แสนบาท )

         5. เช้าวันที่ 29 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สนง กศน มีอัตรา ต่ำแหน่งไหม ถ้ามี อยู่ในส่วนไหน

             ผมตอบว่า   มีตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่ สถานศึกษาขึ้นตรง เช่น สถาบัน กศน.ภาค, สทก., สธ., ศฝช., ศว.,
              ( เคยมีการกำหนดไว้ในโครงสร้างกรอบอัตรากำลังของ กศน.เขต/อำเภอ ขนาดเล็กถึงใหญ่พิเศษ แต่ยังไม่มีอัตราเงินเดือน)

         6. คืนวันที่ 10 ม.ค.66 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ใบประกาศนียบัตร หลักสูตร 51 ในส่วนของเลขที่ ให้ระบุเป็นลำดับที่ หรือรหัสนักศึกษาค่ะ ในคู่มือบอกให้ระบุเป็นลำดับที่ แต่ในหนังสือ หน้าที่ 181 ให้ระบุเป็นรหัสนักศึกษาหลักสูตร 2531 2530 2533 แล้วหลักสูตร 51 ละค่ะ ออกได้ทั้งที่เป็นเลขลำดับที่ใบประกาศที่จองไว้ในระบบ /รหัสนักศึกษาใช่ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   เลขที่ประกาศนียบัตร

             1) ในหนังสือ(คู่มือการดำเนินงาน) หน้าที่ 181 ให้ออกเลขที่ประกาศนียบัตรสำหรับหลักสูตร 2530 2533 ด้วยเลขรหัสประจำตัวนักศึกษา ซึ่งเป็นไปตาม คำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2524
             2) ต่อมา พ.ศ. 2539 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ได้ยกเลิกระเบียบปี พ.ศ.2524 โดยคำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบปี 2539 กำหนดว่า "เลขที่ ให้เขียนเฉพาะเลขลำดับที่ โดยไม่ต้องใส่เลข 0 นำหน้า และไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ เช่น ๑ ๒ ๓ ..."
             3) ฉะนั้น หลักสูตร 2544 (ประกาศนียบัตรคือ ปพ.2) และหลักสูตร 2551 ( ประกาศนียบัตรคือ กศน.2 ) ที่ถูกต้อง เลขที่ก็เป็นเลขลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ...
             4) สำหรับหลักสูตร กศน.2551 ให้ดูในคู่มือการดำเนินงาน หน้า 179 ข้อ 4.8 ระบุว่า "เลขที่ประกาศนียบัตร ... ... ให้ระบุเลข ๑ ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการอนุมัติการสอบ
                 และหน้า 171 เป็นคำอธิบายท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ข้อ 2.4.1 ระบุว่า เขียนหรือพิมพ์เฉพาะเลขลำดับ ไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ)
                 ( การออกเลขที่ประกาศนียบัตรหลักสูตร 2551 ในโปรแกรม ITw คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า ให้คีย์เลขที่ประกาศนียบัตรในเมนู 1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )

         7. คืนวันที่ 12 ม.ค.66 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อาตมาจบเอาประโยค5ไปสมัครเรียนมหาจุฬา ตอนนี้กำลังแจ้งจบ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าแจ้งจบไม่ได้ ต้องไปหาวุฒิม.6มาแจ้งจบ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางมหาลัยไม่ได้สอนวิชาสามัญเพิ่มให้ จึงสอบถามว่าเราจะสามารถเทียบโอนวุฒิได้ไหมครับ

             ผมตอบว่า   การเทียบวุฒิทางธรรม กับวุฒิ ม.ปลาย(ม.6) นั้น
             ถ้าเป็น พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่ 2562 แค่เปรียญธรรม 3 ประโยค ก็เทียบเท่า ม.ปลาย(ม.6) แล้ว แต่ต้องเรียนตาม พรบ.ใหม่นี้ คือจะต้องเรียนวิชาสามัญเพิ่มเติม
             เมื่อท่านไม่ได้เรียนตาม พรบ.ใหม่ ท่านต้องเทียบวุฒิแบบเดิมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับลงวันที่ 22 ส.ค.2526 ( ตามภาพประกอบ ) คือ ปธ.5 จะเทียบเท่า ม.ปลาย ต้องได้รับแต่งตั้งให้สอนวิชาพระปริยัติธรรมในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำการสอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง  และไปขอเทียบเป็นวุฒิ ม.ปลาย ที่ สำนักทดสอบทางการศึกษา อาคาร สพฐ.4 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ  ( ตอนช่วงโควิดระบาดหนักเขาให้ขอเทียบฯทางไปรษณีย์ได้ แต่ตอนนี้คงต้องไปเอง ถ้าจะให้แน่ใจ โทร.ถามที่ 02 288 5789-92 )
             ถ้าท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์และ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ไม่เทียบวุฒิ ม.ปลายให้ ก็ไม่ถือว่าท่านจบ ม.ปลาย ท่านก็ไม่มีวุฒิ ม.6 ไปแจ้งจบครับ


 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

1.ย้ายสถานศึกษา หลักสูตรเดียวกัน โอนได้หมดทุกวิชา, 2.บิลน้ำมันที่เติมในการเดินทางไปราชการให้เขียนว่ารับเงินจากหน่วยงานหรือรับเงินจากชื่อบุคคล, 3.จะสอบเป็นครู กศน. ไม่จบ 3 สาขาก็สอบได้ถ้าจบ ป.บัณฑิต, 4.ใบสำคัญวิชาชีพ, 5.การขอโอนเป็นครู และจะทำครูชำนาญการ, 6.การศึกษาต่อเนื่อง(4 อย่าง) เบิกจ่ายได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากรกับค่าวัสดุฝึก, 7.คุณสมบัติ-เกณฑ์-วิชา สอบรอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 พ.ค.58  นางจุไรรัตน์ เจริญสุข ขรก.ครู กศน.อ.ศรีสมเด็จ โทร.มาถามผม ว่า  จัด กศ.ขั้นพื้นฐานในค่ายทหาร ให้แก่ทหารกองประจำการ ( ทหารเกณฑ์ )  แต่ทหารเกณฑ์บางรายจะปลดประจำการโดยที่ยังเรียนไม่จบ ( ใกล้จะจบแล้วมีเพียงบางรายวิชาไม่ผ่าน )  จึงออกใบ รบ.ให้ ว่า “ศึกษาต่อที่อื่น”  ถามว่า ถ้านำใบ รบ.นี้ ไปเทียบโอนเข้าเรียนที่สถานศึกษาอื่น จะเทียบโอนได้หมด หรือเป็นไปตามระเบียบการเทียบโอนคือเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น

             ผมตอบว่า  ถ้าเป็นหลักสูตรเดียวกัน เช่น หลักสูตร กศน.2551 เหมือนกัน จะโอนได้หมดทุกวิชา รวมทั้ง กพช.ด้วย ยกเว้นเฉพาะวิชาเลือกที่ไม่มีในสถานศึกษาแห่งใหม่  ( จริง ๆ แล้ว หลักสูตรเดียวกัน ไม่ถือเป็นการ “เทียบโอน” แต่เป็นการ “โอน” ผลการเรียน ซึ่งนายทะเบียนสามารถดำเนินการโอนได้โดยไม่ต้องให้คณะกรรมการเทียบโอนฯพิจารณา  แต่ในโปรแกรม ITw เรื่องการโอนนี้ยังรวมอยู่ในเรื่อง การเทียบโอน )   ถ้าต่างหลักสูตร เช่นจากหลักสูตร 51 ในระบบ มาหลักสูตร กศน.51 หรือ จากสูตร กศน.44 มาหลักสูตร กศน.51 จึงจะเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น และเทียบโอน กพช.ไม่ได้เลย

         2. วันเดียวกัน ( 11 พ.ค.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีที่เดินทางไปราชการ ทำไมการเงินถึงให้เขียนบิลน้ำมันเป็นชื่อคนที่เป็นเจ้าของโครงการด้วยล่ะ เดิมเขียนชื่อที่อยู่สำนักงาน ถามแทบจะทุกจังหวัดไม่มีการเขียนชื่อคน เค้าเขียนกันแบบเดิมทั้งนั้น

             เรื่องนี้  อ.ชลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ตอบว่า  ต้องเขียนชื่อสำนักงาน ไม่ว่าจะซื้อระหว่างไปราชการ หรือซื้อในโครงการ หรือซื้อแบบใด  ถ้าเป็นการขอใช้รถส่วนตัวไปราชการ ก็ไม่ต้องใช้ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
             ( การเขียนชื่อคน อาจจะทำให้ส่อไปในทางที่ นำใบเสร็จค่าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนตัว มาเขียนชื่อหน่วยงานเพิ่มเติมแล้วนำมาเบิกเงินจากทางราชการ )

             ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้
             - วัน เดือน ปี
             - สถานที่ออกใบเสร็จรับเงิน ถ้าเป็นใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานใหญ่ ต้องระบุสาขาหรือสถานที่ประกอบการนั้น ๆ
             - ชื่อหน่วยงานที่จ่ายเงิน
             - ทะเบียนรถ  ต้องถูกต้องตรงกันกับใบขออนุมัติการเดินทาง
             - ต้องระบุปริมาณน้ำมัน ราคาต่อหน่วย และจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น (ทั้งตัวเลข ตัวอักษร)
             - มีผู้เซ็นชื่อรับเงิน

         3. เพิ่มเติมคุณสมบัติการสมัครสอบพนักงานราชการ กศน. ตำแหน่งครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล เป็น มีวุฒิ ครุศาสตร์บัณฑิต หรือศึกษาศาสตร์บัณฑิต หรือการศึกษาบัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง หรือ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่คุรุสภารับรอง

             ( ถ้าที่ใดประกาศรับสมัครตามคุณสมบัติเดิมไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเลือกสรร ก็ให้ปรับเพิ่มคุณสมบัติตามนี้และขยายเวลารับสมัครด้วย )
             หมายรวมถึงตำแหน่งครู ศรช.ชายแดนใต้ที่เป็นพนักงานราชการ ด้วย


         4. วันที่ 11 พ.ค.58 พิศนภา แซนดี้ ลาวิลัย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การสั่งซื้อใบสำคัญวิชาชีพ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อใช่ไหม อยากได้คำสั่งมอบอำนาจนี้

             ผมตอบว่า   ใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ไม่ใช่วุฒิการศึกษา ไม่ต้องให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อ  และปัจจุบัน ระเบียบเกี่ยวกับใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ก็ได้ยกเลิกไปแล้ว ระเบียบปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 13 แต่เพียงว่า "ให้สถานศึกษาออกวุฒิบัตรที่แสดงการจบหลักสูตร โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม"
             ( สถานศึกษาสามารถจัดพิมพ์วุฒิบัตรเองได้ )

         5. คืนวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.58 กศน.ตำบลนาข่า ท่าบ่อ หนองคาย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีบรรณารักษ์ได้รับคำสั่งให้เป็นครูประจำกลุ่มโดยไม่มีค่าตอบแทน จะต้องรับผิดชอบ นศ.กี่คน/เทอม ถึงจะมีสิทธิ์โอนเป็นครู เมื่อสอนครบ 2 ปี

             ผมตอบว่า   ก็สอนอย่างน้อย 1 กลุ่มนั่นแหละ ไม่ได้กำหนดจำนวน นศ. แต่ก็พิจารณาจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ด้วย
              ( สอดคล้องกับการจะทำชำนาญการหลังจากโอนเป็นครูแล้ว คือก่อนโอนถ้าสอนไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงหรือคาบ จะนำประสบการณ์การสอนนี้มาลดเวลาในคุณสมบัติการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการได้เต็มเวลา เช่นก่อนโอนเคยสอนสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 2 ปี ถ้าสอนไม่ถึงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง ต้องสอนมากกว่า 2 ปี จึงจะขอโอนได้ )

             คุณสมบัติของข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น ข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ข้าราชการใน สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ที่มีสิทธิ์ขอโอนเป็นข้าราชการครู คือ
             1)  จบปริญญาสาขาวิชาที่ ก.ค.ศ.รับรองและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครู ( ปกติข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ จะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่แล้ว )
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
             3)  มีประสบการณ์การสอน 2 ปี
             ยื่นคำร้องขอโอนเป็นข้าราชการครู โดยใช้แบบฟอร์มคำร้องขอโอนแบบเดียวกับคำร้องขอย้าย  ส่วนใหญ่จะยื่นคำร้องขอโอนในช่วงการขอย้าย/โอนกรณีปกติ ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันที่ 1-15 ก.พ. กับ 1-15 ส.ค.  หรือยื่นในช่วงที่ส่วนกลางแจ้งเรื่องนี้มา คือ 3-4 ปีหลัง ส่วนกลางจะกันอัตราข้าราชการครูไว้รับโอนกรณีนี้ปีละ 10 อัตรา ซึ่งจะแจ้งอัตรามาให้ขอโอนกัน

             เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอโอนเป็นข้าราชการครู ก็เป็นเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 1.- 3.
             โดยเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 3. ( ประสบการณ์การสอน ) ค่อนข้างจะจัดหา/จัดทำยากสักหน่อย เท่าที่ทราบ ก.ค.ศ.เคยขอเอกสารหลักฐานตามข้อ 3. คือ
             - หนังสือรับรองประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ในการสอน ระบุช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ และรายงานว่าทำการสอนวิชาใดบ้าง จำนวนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงหรือกี่คาบ รวมทั้งรายชื่อนักเรียน/นักศึกษาที่ทำการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
             - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน/นักศึกษา จากการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
              ( เคยเขียนเรื่องนี้ ในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/11/asean.html )

             ส่วนเมื่อโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว จะยื่นขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ได้ ต้องเป็นครูแล้ว 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิ ป.ตรี, 4 ปีสำหรับ ป.โท, 2 ปีสำหรับ ป.เอก ( ชายแดนใต้ ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง )  แต่ถ้ามีประสบการณ์การสอนก่อนโอน จะลดเวลาลงได้อีก แต่ถึงลดได้ ก็ลดได้ไม่หมด ต้องมาเป็นครูอย่างน้อย 2 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้   ประสบการณ์การสอนนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
             1)  ประสบการณ์ในการสอนโดยตรง
                  จำนวนชั่วโมงสอนอย่างต่ำ กำหนดในแต่ละสังกัดไม่เท่ากัน เช่น อาชีวศึกษาจะกำหนดไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนการสอนในสถานศึกษา กศน. กำหนดไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
                  ถ้าเคยสอนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กีปี ก็ลดได้เท่านั้นปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึง 10 ชั่วโมง แต่ถึงครึ่ง คือสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ก็ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่ง เช่นเคยสอนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 1 ปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึงครึ่ง เช่นสอนสัปดาหล์ละ 4 ชั่วโมง จะลดเวลาได้ 1 ใน 4   เช่น นาย ก. วุฒิ ป.ตรี อยู่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ชายแดนใต้ โอนมาเป็น ขรก.ครู โดยก่อนโอน เป็น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ ซึ่งในช่วงที่เป็นบรรณารักษ์นั้นได้เป็นครูประจำกลุ่มด้วย สอนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง อยู่ 4 ปี กรณีนี้จะลดเวลาได้เพียง 1 ปี คือต้องโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว 5 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้

             2)  เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ใช่การสอนโดยตรง เช่น งานบริหารจัดการศึกษา กรณีนี้ถ้าเคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในกระทรวงศึกษาธิการ ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

             ดูรายละเอียดเรื่องการใช้ประสบการณ์สอน ลดเวลาขอชำนาญการ ในระเบียบหลักเกณฑ์ได้ที่
             https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/experience.pdf



         6. วันที่ 18 พ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน และเศรษฐกิจพอเพียง สามารถไปดูงานได้หรือไม่ ถ้าไปได้ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง   รับผิดชอบงานการศึกษาต่อเนื่องอยู่ที่ กศน.จังหวัด หลายๆ อำเภอเขียนโครงการจะไปศึกษาดูงานกันมาก พยายามหาระเบียบแล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงการไปดูงานเลย

             ผมตอบว่า   การศึกษาต่อเนื่อง ที่ใช้งบดำเนินงาน ( จัดการศึกษาฯ ) ซึ่งเป็นงบปกติ จะเบิกจ่ายเป็นค่าฝึกอบรมและค่าเดินทางไปศึกษาดูงานไม่ได้ แต่มีบางปีได้รับงบศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนมาเป็นเงินหมวดรายจ่ายอื่น จึงจะเบิกจ่ายเป็นค่าไปราชการศึกษาดูงานได้
             ผมเคยตอบเรื่องนี้ เช่นในข้อ 4 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/497236
             การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) ที่ใช้งบดำเนินงานปกติ จ่ายได้เฉพาะตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55 เรื่องการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น ( ดูหนังสือฉบับนี้ได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/costs_study.pdf ) ซึ่งระบุว่าเบิกได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากร กับค่าวัสดุฝึก  หนังสือฉบับนี้ระบุในย่อหน้าสุดท้ายว่า ถ้าเป็นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนภายในองค์กร จึงจะเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ-ค่าวิทยากร ได้ตามระเบียบการฝึกอบรม
             อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) สามารถไปศึกษาดูงานในแหล่งประกอบการได้โดยไม่เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ เช่นไปศึกษาดูงานที่แหล่งประกอบการในพื้นที่ โดยจ่ายค่าตอบแทนผู้ให้ความรู้ในแหล่งประกอบการได้
              ( ไม่เชื่อก็ถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. )

         7. ดึกวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.58 นาย บิ๊ก ถามในไทม์ไลน์เฟซบุ๊คผม ว่า ขอความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและเกณฑ์การสอบและวิชาที่จะสอบรองผอ.กศน.จังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในประกาศรับสมัครครั้งล่าสุดเลย จะมีข้อมูลเหล่านี้  ( ดูประกาศที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/rongPOj.pdf )


วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

พนักงานราชการกี่ปีย้ายได้, ค่าที่พัก+รถส่วนตัวพนักงานราชการ, ขรก.ครูจะทำ คศ.2, ครูเป็นรอง ผอ. กี่ปีทำ คศ.2 ได้, ขรก.ครูที่เคยเป็นพนักงานราชการมาก่อน กี่ปีทำ คศ.2, ผู้ช่วยรักษาการ?, หลักสูตรการรู้หนังสือ



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 18 มิ.ย.57 I'am Patcha ถามในหน้าเฟซบุ๊คผม ว่า กรณีย้ายของพนักงานราช ต้องรอครบ 2 ปีไหม
             ผมตอบว่า   เรื่องการย้ายพนักงานราชการ ( ไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่กำหนดในสัญญาจ้าง ) ไม่ได้กำหนดอายุงานไว้ จึงไม่ต้องรอให้ครบ 2 ปี

         2. เย็นวันเดียวกัน ( 18 มิ.ย.) ผมตอบคำถามผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ที่ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า
             1)  การใช้รถยนต์ส่วนตัว เบิกได้เฉพาะ ผอ.หรือ ส่วนครู พนักงานราชการ ไม่มีสิทธิหรือ  เพราะตามความจริงสมัยนี้ครูใช้รถส่วนตัวไปราชการหมด และรถสองแถวก็ไม่ค่อยมี ไปประชุม เบิกค่ารถโดยสารยังไม่พอค่าน้ำมันรถเลย
             2)  ค่าห้องพัก เมื่อก่อน 800 เดี๋ยวนี้ 900 เบิกได้ไหม
             ผมตอบว่า
             1)  พนักงานราชการก็ขอใช้รถส่วนตัวได้  ดูคำตอบเก่าในข้อ 4 ที่  http://www.gotoknow.org/posts/544585
             2)  ค่าที่พัก  ถ้าเป็นการเดินทางไปราชการ ( ไม่ใช่การฝึกอบรม ) เบิกในลักษณะจ่ายจริงมีใบเสร็จ พักคู่เบิกได้ไม่เกิน 850 บาท  พักคนเดียวเบิกได้ไม่เกิน 1,500 บาท  ดูในข้อ 4 ที่ http://www.gotoknow.org/posts/426724

         3. คืนวันที่ 19 มิ.ย.57 คุณ อภิชาต อามีน ขันธชัย ขรก.ครู กศน.อ.ลาดบัวหลวง ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  ตอนนี้อายุราชการ 7 ปี นับรวม กทม. สามารถทำ คศ.2 ได้แล้วใช่ไหม ถ้าสอนไม่ถึง 18 คาบ แต่มีงานในหน้าที่เช่น นิเทศ ฯลฯ ครบ 18 คาบ   อยากดูตัวอย่างหน่อยว่าท่านอื่นๆ ทำกันยังไง (ไม่มีประสบการณ์)  แล้วถ้ากรณีขอย้ายอำเภอ จะทำต่อเนื่องไปเลยหรือว่านับอายุงานใหม่
             ผมตอบว่า
             ( การทำวิทยฐานะครูชำนาญการ ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยาฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ด่วนที่สุดที่ ศธ. 0206.4/ว.17 ลงวันที่ 30 กันยายน 2552 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 )
             1)  นับอายุราชการ ( ที่ดำรงตำแหน่งครู ) รวมกันได้
             2)  นำภาระงานสอนอื่น มารวมให้ครบ 18 ชั่วโมงตามเกณฑ์ได้
             3)  ถ้ามีการย้าย แต่เป็นครูมีภาระงานสอนตลอด 2 ปีย้อนหลังติดต่อกัน ก็ไม่ต้องนับอายุงานใหม่
             4)  ดูคำตอบเดิมที่
                  - ข้อ 3.1 ที่  http://www.gotoknow.org/posts/476995
                  - ข้อ 3. ที่  http://www.gotoknow.org/posts/543949
                  - ข้อ 1. ที่  http://www.gotoknow.org/posts/493732

         4. คืนวันที่ 20 มิ.ย.57 คุณ กิ่งดาว นิตย ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  ผู้ที่เป็น ขรก.ครู จะสอบเป็นรอง ผอ.สถานศึกษา การนับอายุราชการ เพื่อประเมินวิทยฐานะชำนาญการในขณะดำรงตำแหน่งรองผู้อำนายการสถานศึกษา สามารถนับรวมกับตำแแหน่งครูได้ไหม หรือต้องเริ่มนับใหม่เป็นรอง ผอ.สถานศึกษา 2 ปี ถึงจะทำชำนาญการได้
             ผมตอบว่า  เป็นคนละประเภทกัน นำช่วงเวลาที่เคยเป็นครูมารวมด้วยไม่ได้ ต้องเริ่มนับใหม่ เป็นรอง ผอ.สถานศึกษา 2 ปี ถึงจะทำชำนาญการได้

         5. มีผู้ถามผมว่า  ตามที่กำหนดให้ข้าราชการครูที่จะยื่นขอรับการประเมินเพื่อรับวิทยฐานะชำนาญการ ( คศ.2 ) ถ้าวุฒิ ป.ตรี ต้องเป็นครูครบ 6 ปีก่อน แต่ สพฐ.ให้นำช่วงที่เป็นครูจ้างสอน ช่วงที่เป็นพนักงานราชการ มารวมด้วยให้ครบ 6 ปีได้  แล้ว กศน.จะนำช่วงที่เป็นพนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาฯหรือครู กศน.ตำบล มารวมด้วยได้ไหม
             เรื่องนี้  ผมถาม จนท.กจ.กศน.เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.56 คำตอบคือ ไม่ได้  โดย ประสบการณ์สอนที่จะนำมาใช้รวมได้นั้น ต้องเป็นประสบการณ์สอนในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าระดับ 3 เช่นเคยเป็น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการและทำหน้าที่สอนด้วย ต่อมาโอนเป็นครู สามารถนำช่วงที่สอนตอนเป็นบรรณารักษ์มารวมด้วยได้  แต่ถ้าสอนในช่วงที่ไม่ได้เป็นข้าราชการจะนำมารวมไม่ได้
             ( สำหรับผู้ที่บรรจุหลังวันที่ 20 ก.พ.51 จะแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งครูเมื่อผ่านการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี ไม่แต่งตั้งย้อนหลังตั้งแต่วันบรรจุ  ซึ่ง ก.ค.ศ.แจ้งเมื่อเดือน ส.ค.53 ว่า การนับช่วงเวลาให้นับเฉพาะช่วงที่เป็นครู ไม่นับช่วงที่เป็นครูผู้ช่วย ฉะนั้น แม้แต่การสอนในช่วงที่เป็นครูผู้ช่วยยังนำมารวมด้วยไม่ได้เลย  ปัจจุบันถ้าวุฒิ ป.ตรี ต้องบรรจุครบ 8 ปี จึงจะทำชำนาญการได้ เพราะรวมตอนเป็นครูผู้ช่วยอีก 2 ปี  ที่ว่า สพฐ.ให้นำมารวมด้วยได้นั้น คงเป็นข้อมูลเก่าก่อน ส.ค.53 )

         6. เย็นวันที่ 23 มิ.ย.57 ผมตอบคำถามที่ ครูเด่น สบเมย ขรก.ครู กศน.เขตพระโขนง ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า
             1)  ในกรณีที่ รักษาการ ผอ.กศน.ไม่อยู่ เหลือข้าราชการครู คศ.1 คนเดียว สามารถเซนต์หนังสือราชการบางเรื่องได้หรือไม่เช่น อนุมัติแผน หนังสือโต้ตอบราชการทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน บุคลากร
             2)  มี ผอ.รักษาการจำนวน 1 คน ซึ่งอยู่อำเภอข้างเคียง สามารถแต่งตั้งข้าราชการอีก 1 คน เป็นผู้ช่วยรักษาการได้หรือไม่ (เพื่อลดภาระและขั้นตอนการเดินทางนำหนังสือราชการทั่วไปให้ ผอ.รักษาการที่อยู่ต่างอำเภอช่วยเซนต์เอกสาร)
             ผมตอบว่า   1) ไม่ได้,  2) ไม่ได้
             ถ้าแต่งตั้งผู้รักษาการไว้มากกว่า 1 คน คนที่รักษาการต้องเป็นคนที่ 1 เท่านั้น ไม่ใช่ใครลงนามก็ได้ และไม่ใช่ให้สลับกันรักษาการคนละครั้ง  ส่วนคนที่ 2 จะรักษาการได้ก็ต่อเมื่อคนที่ 1 ไม่สามารถรักษาการได้ เช่นไปราชการต่างจังหวัด  แต่การอยู่อำเภออื่นไม่ใช่รักษาการไม่ได้ เพราะถ้าอยู่อำเภออื่นแล้วรักษาการไม่ได้ จะแต่งตั้งเขาทำไม  ( ดูคำตอบเดิมที่เกี่ยวข้องในย่อหน้าสุดท้ายของข้อ 1. ที่  http://www.gotoknow.org/posts/517947   ผอ.คนเก่าที่ กศน.อ.ผักไห่ ก็เคยทำไม่ถูก แต่ผมไม่กล้าบอก เกรงจะคิดว่าผมอยากรักษาการ )

         7. วันที่ 25 มิ.ย.27 คุณ อรัญญา จิตมะโน ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  หลักสูตรผู้ไม่รู้หนังสือจำนวนที่จัดกี่ชั่วโมง  ต้องทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหรือปล่าว
             เรื่องนี้  ดร.รุ่งอรุณ กลุ่มพัฒนา กศน.บอกว่า  หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่ ก็ยังเป็นหลักสูตร 200 ชั่วโมงเหมือนเดิม  ( หลักสูตรใหม่นี้ได้รับอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ค.57 จะนำขึ้นเว็บต่อไป )   ส่วนเรื่องการประเมินฯ แล้วแต่สถานศึกษา  จะให้มีการทดสอบก่อนเรียนหลังเรียนหรือไม่ก็แล้วแต่แต่ละสถานศึกษา