แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

1.ช่วงเวลาอยู่เวร กี่โมงถึงกี่โมง, 2.เทียบวุฒิเปรียญธรรม 3 ประโยค, 3.ออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษได้ฉบับเดียวหรือ?, 4.เด็กวัยเรียน จะจบ ม.ต้น กศน.ต้องอายุ 16 ปีหรือฯ, 5.จะเอาข้อมูล GPAX 5 ตรงไหน, 6.การใช้ประกาศนียบัตรสมัครเรียน-การขอจบ, 7.คุณสมบัติกรรมการคุมสอบ

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันที่ 4 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากทราบว่า ช่วงเวลา การอยู่เวร-ยาม สถานที่ราชการ  กลางวัน 06.00 - 18.00 น. หรือ 08.30 - 16.30 น.  กลางคืน 18.00 - 06.00 น. หรือ 16.30 - 08.30 น.

ผมตอบว่า   ตาม หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ แต่กำหนดว่า “ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน” ฉะนั้น ในความรับผิดชอบของผู้บริหาร กรณีที่หน่วยงานไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย  ผู้บริหารต้อง “ออกคำสั่ง” ให้มีผู้อยูเวรรักษาการณ์รวมทุกผลัดแล้วให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้ามี 2 ผลัดคือผลัดกลางคืนกับผลัดกลางวัน เพื่อความยุติธรรมอาจกำหนดผลัดละ 12 ชั่วโมงเท่ากัน ( เมื่อผลัดเวร จะ รับ-มอบ เวรกัน )

ถ้าแต่งตั้งไม่ตลอดเวลา แล้วเกิดปัญหาขึ้น ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถือว่าผู้บริหารบกพร่อง

(ในทางปฏิบัติจริง อาจมีการยืดหยุ่นจาก “คำสั่ง” ที่สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่ ก็เป็นความรับผิดชอบของแต่ละแห่งแต่ละราย)

         2. คืนวันที่ 11 พ.ย.64 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเว็บบล็อก ว่า  เดิมทีสอบได้เปรียญธรรม3ประโยคเมื่อปีพ.ศ.2534จะสามารถขอใบเทียบวุฒิการศึกษาได้มั้ยครับ ติดต่อได้ที่ใหน

             ผมตอบว่า   ไม่ต้องขอใบเทียบวุฒิที่ไหน เปรียญธรรม 3 ประโยค ปกติเทียบเท่าวุฒิ ม.ต้น ใช้สมัครเข้าเรียน กศน.ระดับ ม.ปลายได้เลย
             แต่ถ้าจะนำไปใช้ที่อื่นที่เขาไม่รับ ก็ลองนำประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องเทียบความรู้เปรียญธรรม ลงวันที่ 22 ส.ค.2526 แนบไปให้เขาดูด้วย
             และถ้าจะเทียบเท่าวุฒิ ม.ปลาย ตาม พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ตอนเรียนเปรียญธรรมนั้น ต้องจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 แล้ว ( ถ้าตอนที่เรียนเปรียญธรรมนั้นภาคบังคับเป็น ม.ต้น ก็ต้องจบ ม.ต้น แล้ว ) ต้องแนบใบวุฒิการศึกษาภาคบังคับให้ดูปีที่จบเป็นหลักฐานว่า "ตอนที่เรียน" เปรียญธรรมนั้น จบการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์แล้ว โดยถ้าจะนำไปใช้ในบางหน่วยงาน ให้แนบ พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม 2561 ด้วย

             หมายเหตุ: ระดับการศึกษาภาคบังคับ

             การจะดูว่าผู้ใดจบการศึกษาภาคบังคับหรือไม่ ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด และบางช่วงต้องดูว่าจบในท้องที่ใดด้วย ดูรายละเอียดในข้อ 10 ที่
             http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html

         3. คืนวันที่ 17 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตามคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุงปี 55 หน้า 78 ส่วนที่ระบุว่า หากรับหลักฐาน กศน.1-ป ไปแล้วเกิดสูญหายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ ต้องขอรับฉบับใหม่ (โดยแจ้งความก่อน)  ใช้กับระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษด้วยไหมคะ ระเบียนฯ ฉบับภาษาอังกฤษ สามารถขอได้มากกว่า 1 ฉบับ (หรือขอฉบับรับรองสำเนาโดย กศน. มากกว่า 1 ฉบับ) ได้ไหมคะ เนื่องจากจะใช้สมัครเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ต้องส่ง ระเบียนฯ ภาษาอังกฤษ ออกโดย กศน. (ไม่อาจถ่ายสำเนาฉบับที่ครอบครองอยู่แล้วรับรองสำเนาเอง) น่ะค่ะ จะสมัคร 3 แห่งค่ะอาจารย์ ตามคู่มือดังกล่าว หน้า 80-81 ที่อธิบายถึงการออกหลักฐานระเบียนฯภาษาอังกฤษ ก็ไม่ได้กล่าวถึงว่าออกได้กี่ฉบับน่ะค่ะ
             พอดีสอบถามไปศูนย์ กศน.ที่เรียนจบมา อาจารย์ท่านบอกว่าออกให้ได้แค่ฉบับเดียวเพราะต้องมีเลขกำกับน่ะค่ะ
             เคยขอแต่ของระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยก็ออกให้หลายฉบับได้ สมมติ หาก กศน.มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ฉบับจริงๆ จะเท่ากับนักเรียนที่จบ กศน. มีโอกาสสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้เพียงแห่งเดียว
             ไม่ทราบว่าพอจะมีระเบียบหรือกฎอะไรที่สามารถอ้างอิงเป็นคำแนะนำให้หนูได้ไหมคะอาจารย์
             หนูพยายามเรียนขอความกรุณาจากท่านอาจารย์ท่านนั้นว่า หากจะออกเป็นสำเนารับรองให้โดย กศน.ก็ได้ค่ะ ท่านบอกให้หนูเอาฉบับที่มีถ่ายสำเนาแล้วรับรองเองแบบสำเนาบัตรประชาชน แต่มหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศระบุในเว็บไซต์ชัดเจนว่าเอกสารต้องออกโดยสถาบันการศึกษา หากหนูถ่ายสำเนาส่งไป มหาลัยย่อมไม่รับหนูเข้าศึกษาแน่นอนค่ะ เหตุผลที่หนูสมัครเรียนหลายแห่ง ก็เพราะสมัครเผื่อน่ะค่ะ (เหมือนคนสอบเอนทรานซ์ ก็คงต้องเลือกเผื่อไว้หลายแห่ง)

             ผมตอบว่า   ระเบียนฯฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ได้ใช้แบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. แต่ใช้กระดาษเปล่า จึงออกได้หลายฉบับโดยไม่ต้องใช้ระเบียบเรื่องการสูญหาย/เสียหายแบบระเบียนฯฉบับภาษาไทย ( มีศักดิ์เป็นเพียง "เอกสารฉบับแปล" เท่านั้น เลขที่ต้องเหมือนกับฉบับภาษาไทย โดยแทนที่จะไปให้สถาบันแปล แปลให้ สถานศึกษาก็แปลและรับรองให้เอง จะแปลกี่ครั้งเลขที่ก็ต้องเหมือนต้นฉบับ ถ้าไม่เหมือนก็คือแปลผิด )
             การออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ ถ้ากรอกข้อมูลจนสามารถออกได้ 1 ใบ ก็ไม่ยากที่จะออกอีกหลายใบ เพราะข้อมูลเหมือนเดิม จะสั่งปริ้นท์กี่ใบก็ได้ ไม่มีระเบียบห้ามออกมากกว่า 1 ใบ ลองคุยกับเขาใหม่  ผู้ที่บอกว่าออกได้ใบเดียว เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเหมือน รบ.ภาษาไทย ที่เป็นแบบฟอร์มควบคุมบังคับแบบที่ซื้อจากองค์การค้าของ สกสค. บอกเขาว่าใบ รบ.ภาษาอังกฤษใช้กระดาษเปล่า

         4. คืนวันที่ 26 พ.ย.64 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้หนูเรียนกศน.(เทียบโอนเมื่อปีที่แล้วมาเรียนกศน.ม.3) หนูอายุ14ค่ะและหนูจะเรียนจบม.3ที่กศนปีนี้ หนูเทียบโอนจากโรงเรียนปกติมาเมื่อต้นปี คุณครูที่หนูไปสมัครด้วยแจ้งว่าสามารถเรียนปีเดียวแล้วหลังจากนั้นเอาวุฒิไปสมัครโรงเรียนปกติได้เลย แต่พอหนูสมัครเรียนเรียนจนจะจบแล้วเค้ากลับบอกหนูว่าหนูต้องอายุ 16 ก่อนถึงจะได้วุฒิมอสามและเรียนต่อมอปลายไม่ได้ด้วยเพราะยังไม่ได้วุฒิ หนูถามเขาว่าแล้วหนูเรียนมอปลายต่อที่กศน.เลยได้ไหม เค้าก็ไม่รับเพราะไม่มีวุฒิ ขอใบรับรองจบก็ไม่ได้ค่ะต้องอายุ16 เท่ากับว่าหนูต้องเรียนช้ากว่าเพื่อนเพื่อนไปสองปีเลยค่ะ หนูขอคําแนะนําหน่อยนะคะ ครูเค้าบอกว่าเป็นกฎใหม่เพิ่งออกมาเมื่อตุลาหลังจากหนูสมัครแล้ว หนูเลยอยากขอคําแนะนําว่าแบบนี้หนูทําอะไรได้บ้างมั้ยคะ เค้าพูดกับหนูตอนสมัคร แต่ตอนนี้หนูลาออกจากโรงเรียนมาเรียนจนจะจบแล้วเค้ามาบอกกับหนูแบบนี้ พอดีว่าหนูไปโทถามหัวหน้ากศน. เขตลาดกระบัง เค้าบอกว่าเป็นกฎตามกระทรวงการศึกษาทำอะไรไม่ได้

             ผมตอบว่า   อายุ 15 ปีบริบูรณ์ ก็จบ ม.ต้น กศน.ได้แล้วนะ ขอดูระเบียบจากเขาซิว่าทำไมต้องอายุ 16 ปี
             ระเบียบคือ “กรณีเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับหรืออายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนสถานศึกษา กศน. ... ต้องใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ”
             คำว่า “ใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่าเด็กและเยาวชนในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ” นี้ มีการตีความกันใหม่ตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่า ให้ยึดอายุเป็นหลัก เช่นจะจบ ม.ต้น ต้องอายุ 15 ปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องจัดแผนการเรียนให้เขาทยอยเรียนทยอยทำ กพช.ให้ครบเมื่ออายุ 15 ปี ไม่ใช่รีบเรียนจนจบก่อนอายุ 15 ปี แล้วให้รออยู่เฉยๆ เมื่อมีการฟ้องร้อง ศาลปกครองขอดูเงื่อนไขการจบหลักสูตร ซึ่งเงื่อนไขไม่มีเรื่องอายุ ศาลจะให้สถานศึกษา กศน.แพ้คดี เพราะนักเรียนในระบบบางคนก็จบ ม.3 ก่อนอายุ 15 ปีได้
             บอกให้ครูเขาโทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้เลยนะ และนำหนังสือตามภาพประกอบนี้ไปให้ครู และ ผอ. ดู


 

         5. คืนวันที่ 21 ม.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสมัครสอบทีแคส ของนักศึกษา กศน.ระดับม.ปลาย ซึ่งน้องนักศึกษา กำลังจะจบในภาคเรียนที่ 2/2564. โดยในระบบการสมัครสอบเปิดรับสมัครถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์. 2565.นั้น. หนูมีเรื่องสอบถามการกรอกข้อมูล GPAX 5 เราจะเอาข้อมูลตรงไหนกรอก. พอดีหนูไม่ค่อยเข้าใจระบบ ทีแคส. นะคะ

            ผมตอบว่า   GPAX ต่างจาก GPA โดย GPA อาจจะหมายถึง เกรดเฉลี่ยของทุกรายวิชาในแต่ละภาคเรียน ( เฉลี่ยภาคเรียนเดียว ) ก็ได้ แต่ GPAX หมายถึง เกรดเฉลี่ยสะสมของทุกรายวิชาตลอดการเรียนในระดับชั้นนั้น ( เฉลี่ยรวมทุกภาคเรียน )
            ซึ่ง “ระดับผลการเรียนเฉลี่ย” ที่มุมซ้ายล่างในใบ รบ. ( ระเบียนแสดงผลการเรียน ) ของ กศน. ก็คือ GPAX อยู่แล้วนะ
            ต้องดูด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้น ๆ รับเด็กที่จบ กศน. ( เขาเรียกว่านักเรียนเทียบเท่า ) หรือไม่ และถ้ายังไม่จบ กำลังเรียนภาคเรียนที่ 4 เป็นภาคเรียนสุดท้าย จะใช้ GPAX 3 ภาคเรียนได้หรือไม่ หรือต้องรอให้จบก่อน ( ถ้าจบแล้ว ใช้เกรดเฉลี่ยเป็น GPAX 5 ได้แน่ )

            โรงเรียนในระบบเรียกว่า ใบ ปพ. ส่วน กศน.เรียกใบนี้ว่าใบ รบ. การออกใบ รบ.ในขณะที่ยังเรียนไม่จบและไม่ได้ลาออก ให้ออกเป็น “ใบแสดงผลการเรียน” โดย
            ถ้าเราเข้าโปรแกรม ITw โดยเปลี่ยนปีการศึกษาในโปรแกรมให้เป็นภาคเรียนที่ผ่านการเรียนมีผลการเรียน 3 ภาคแล้ว เพื่อดูใบแสดงผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละราย จากเมนู 1-A-1-6 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน-รายงาน-รายงานผลการเรียน-พิมพ์ใบแสดงผลการเรียน ) ก็จะเห็น GPAX 3 ภาค ที่มุมซ้ายล่างของใบแสดงผลการเรียน
            อนึ่ง การสมัคร TCAS ของเด็กที่เรียนมากกว่า 5 ภาค หรือจบแล้ว และเด็กซิ่ว ( เด็กที่เรียนมหาวิทยาลัยไปบ้างแล้ว ต้องการสมัครเริ่มต้นเรียนใหม่เพื่อเปลี่ยนสาขา-มหาวิทยาลัย ) บางมหาวิทยาลัยใช้ GPAX ในใบแสดงผลการเรียนที่เรียนมาแล้วมากกว่า 5 ภาค หรือเรียนจบแล้ว แทน GPAX 5 ภาค ก็ได้
            ( TCAS หรือ Thai University Center Admission System คือระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนำมาใช้แทนระบบเดิมที่เรียกว่าแอดมิชชัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 )

         6. เย็นวันที่ 10 ก.พ.65 มีผู้ถามในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ใบประกาศใช้ขอจบเพื่อออกวุฒิการศึกษาได้ไหมค่ะ!!พอดีเจ้าหน้าที่ทะเบียนเขาไม่ให้ค่ะ...เขาต้องการระเบียนแสดงผลการเรียนค่ะ

            ผมตอบว่า  หมายถึงใช้ประกาศนียบัตรเป็น "ใบวุฒิเดิม" เพื่อมาสมัครเรียนใช่ไหม
            1)  ในคู่มือฯฉบับปรับปรุง ปกสีเลือดหมู หน้า 65 ระบุ หลักฐานการสมัคร ไว้ว่า
                 "5) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ เช่น ประกาศนียบัตร ระเบียนแสดงผลการเรียน พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
                 ฉะนั้น ใช้ประกาศนียบัตร สมัครได้ แต่หลักฐานต้องมีฉบับจริงมาแสดงด้วย ( ฉบับถ่ายเอกสาร ปลอมง่ายมาก )
            2)  เราจะปล่อยให้เขาเรียนมาจนใกล้จบแล้ว จึงค่อยมาตรวจหลักฐานที่ต้องใช้ตอนสมัครเรียนแบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องตรวจหลักฐานตั้งแต่ตอนมาสมัครเรียน ถ้าตรวจตอนนี้พบว่าหลักฐานเขาไม่มีสิทธิเรียน แล้วเราจะไม่ให้เขาจบ เขาฟ้องร้องศาลปกครองได้ เพราะถือว่าเราทำผิดขั้นตอนทำให้เขาเสียเวลา เสียหายต่างๆ
            จริงๆแล้ว ตอนขอจบไม่ต้องขอใบวุฒิเดิมอีก ( ไม่มีระเบียบกำหนดว่าการขอจบต้องยื่นใบวุฒิเดิมอีก ) เพราะใบวุฒิเดิมนั้นนายทะเบียนต้องมีเก็บไว้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนสมัครเรียน ซึ่งใบวุฒิเดิมจะไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากรูปถ่ายที่ต้องยื่นใหม่เพราะต้องใช้รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน คนที่ใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน รูปตอนสมัครกับรูปตอนจบจะถ่ายคนละครั้งกัน

            แต่นายทะเบียนบางแห่งอาจขี้เกียจค้นหาหลักฐานเดิมมาแนบ จึงขอใหม่หมด

            จากนั้น มีผู้โพสต์ต่อ ว่า ขึ้นกับนายทะเบียนและผอ.ว่าจะให้ไหมขอเป็นตัวจริงนะคะ
            ผมตอบว่า  คู่มือการดำเนินงานฯ เป็นเอกสารแนบประกาศ สป.ศธ.ทั้งเล่ม จึงเป็นระเบียบหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ เมื่อระเบียบหลักเกณฑ์ สป.ศธ.นี้ให้ใช้ใบประกาศนียบัตรได้ นายทะเบียนและ ผอ.จะมีอำนาจแย้ง สป.ศธ.ได้หรือ
            เรื่องขอตรวจทานจากฉบับจริงนั้น ที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นประกาศนียบัตรหรือใบ รบ./ใบ ปพ.ก็ต้องขอตรวจทานจากฉบับจริงแล้วเก็บฉบับสำเนาไว้ คืนฉบับจริงไป
            และต้องขอ+ตรวจตั้งแต่ตอนสมัครเรียน หลักฐานเหล่านี้นายทะเบียนต้องเก็บไว้ที่ กศน.อำเภอ ไม่ใช่ให้ครูประจำกลุ่มเก็บไว้ที่ กศน.ตำบล เพราะ กศน.ตำบลยังไม่ใช่สถานศึกษาเอกเทศ
            และไม่ขอใหม่เรื่อยๆ แม้แต่สำเนาบัตรประชาชนตอนนี้รัฐก็ไม่ให้ขอ ถ้าสถานศึกษาไม่มีเครื่องอ่านบัตรที่จะดึงขอมูลจากบัตรเข้าโปรแกรมได้ สถานศึกษาต้องเป็นผู้ถ่ายเอกสารไว้เอง

         7. วันที่ 14 ก.พ.65 มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  อาจารย์มีระเบียบ หรือหนังสือ/นโยบาย เรื่อง กรรมการควบคุมห้องสอบ ต้องมีคูณสมบัติอย่างไร เป็นข้าราชการปลดเกษียณ หรือลูกจ้างชั่วคราว(ครูอัตราจ้าง)ของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รึป่าว

            ผมตอบว่า  ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้วนะ เช่นใน
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/08/
            - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2020/02/pws.html
            - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/03/kuk.html
            คือ กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ ) ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
            อนึ่ง ถ้าครู กศน.คุมสอบใน "วันราชการของเขา" ก็เบิกไม่ได้

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

1.พนักงานราชการ อายุงานเท่าไรจึงขอย้ายได้, 2.ทำไมเปลี่ยนไปจ่ายค่าจ้างเหมาบริการ ต้นเดือนถัดไป, 3.จะสรรหากรรมการสถานศึกษาใหม่เพราะครบวาระ ต้องแจ้งคนเก่าก่อนไหม, 4.ผู้จบข้องใจ ขอใบ รบ.แต่ กศน.อำเภอหาต้นฉบับไม่เจอ, 5.จัดเวรกลางคืนอย่างไร ชาย 2 หญิง 11, 6.สตง.ถามหลักเกณฑ์การหักเงินอุดหนุนไว้ที่จังหวัด, 7.บรรณารักษ์จ้างเหมาต้องโดนให้ออกหรือ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. คืนวันที่ 28 มิ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล อายุงานเท่าไร ถึงเขียนคำขอย้ายได้

             ผมตอบว่า   อายุงานเท่าไรก็ได้ วันเดียวก็ได้ แต่การย้ายภายในจังหวัดต้องมีเลขที่ตำแหน่งว่างให้ย้ายไป ส่วนการย้ายข้ามจังหวัดถ้าไม่ใช่กรณีมีเหตุความจำเป็นพิเศษ ต้องรอช่วงต่อสัญญา 4 ปีครั้ง ครั้งต่อไปคือ 1 ต.ค.63 ซึ่งก็ต้องมีเลขที่ตำแหน่งว่างให้ย้ายไปเช่นกัน  แต่ช่วงนี้ ส่วนกลางแจ้งให้ชะลอการย้ายทั้งหมดไว้ตั้งแต่ 4 มิ.ย.62 จนกว่าส่วนกลางจะทำกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการรอบที่ 5 (2564-2567) เสร็จ
             ผู้ถาม ถามต่อว่า  จะถามข้อมูลตำแหน่งว่างจากที่ไหน
             ผมตอบว่า  ถามได้ที่ สนง.กศน.จังหวัดที่ต้องการย้ายไป

             2. วันที่ 1 ก.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การเบิกจ่ายเงินเดือนของจ้างเหมาบริการค่ะ ปกติเงินเดือนจะเข้าทุกสิ้นเดือนค่ะ แต่ตั้งแต่ต่อสัญญาจ้างปี งปม.ใหม่ เงินเดือนเข้าช้ากว่าปกติ มักจะเข้าต้นเดือนของเดือนถัดไป ไม่แน่ใจว่าเป็นระเบียบใหม่หรือเปล่าวค่ะ เพราะได้สอบถามไปยัง กศน. บางที่ก็เป็นเหมือนกันค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าเป็นเหมือนกันทุกทีรึเปล่าค่ะ จะได้บริหารจัดการ การใช้เงินใหม่ค่ะ

             ผมตอบว่า   ระเบียบไม่ได้เปลี่ยน ระเบียบให้เป็นไปตามรายละเอียดเงื่อนไขที่แนบสัญญาจ้างของแต่ละจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขต่างกันได้ สัญญาปี งปม.นี้ของจังหวัดนี้อาจเปลี่ยนรายละเอียดเงื่อนไข
             ให้ดูเอกสาร “ผนวก 3” ที่แนบสัญญาจ้าง ( ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ) ว่า กำหนดส่งมอบงานในแต่ละเดือน ในวันใด ถ้ากำหนดส่งมอบงานในวันสิ้นเดือน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเบิกจ่ายค่าจ้างได้ทันวันสิ้นเดือน เพราะ เมื่อส่งมอบงานแล้วคณะกรรมการตรวจรับการจ้างต้องตรวจและลงนามรับในเอกสารตรวจรับ จากนั้นจึงจะดำเนินการเบิกจ่ายค่าจ้างให้ต่อไป แต่ถ้ากำหนดส่งมอบงานไม่เกินวันที่ 25 ของเดือน ก็เป็นไปได้ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนให้เบิกจ่ายค่าจ้างทันสิ้นเดือน






         3. คืนวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กรณีคณะกรรมการสถานศึกษาครบวาระแล้ว ต้องมีการสรรหาใหม่ เราจะต้องทำหนังสือถึงคนเก่าก่อนไหมค่ะว่ายินดีจะเป็นคณะกรรมการต่อหรือไม่ เพราะบางคนเขาไม่ยินดีจะเป็นแล้วอ่ะค่ะ แต่บางคน ยินดีที่จะเป็นต่อ อ่ะค่ะ

             ผมตอบว่า   ตามระเบียบหลักเกณฑ์แล้ว กรณีครบวาระ 4 ปี ต้องดำเนินการสรรหาใหม่ทั้งหมด ตามวิธีในข้อ 3-5 ของประกาศที่ประกอบโพสต์นี้
             ( ในทางปฏิบัติ กศน.อำเภอ/เขต ประกาศรับสมัคร แล้วอาจติดต่อเป็นการภายในให้คนนั้นคนนี้ทั้งคนเก่าคนใหม่กรอกใบสมัคร ในการติดต่อเป็นการภายในนี้ก็จะรู้ว่าใครยินดีหรือไม่ ไม่มีระเบียบให้ทำหนังสือถึงคนเก่าก่อน )
             ดูเล่มคู่มือการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ที่  http://bit.ly/2XfOJ06
 







         4. ดึกวันที่ 3 ก.ค.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าทาง สนง.กศน อำเภอ ออกใบรับรองให้แล้ว เมื่อปี2548 จากนั้น ยังไม่ได้ไปรับ ใบแสดงผลการเรียน ที่นี้นั้นทาง สนง.กศนบอกให้พาหลักฐาน เพื่อที่จะออกใบแสดงผลให้ ที่นี้ทางเราก็พาหลักฐานให้ครบแล้ว จากนั้นทาง กศน หาต้นฉบับไม่เจอ เขาเลยให้ไปถามว่า เรียนกับ อาจารย์หรือครูคนไหน สมัยนั้น และอยากทราบว่า จำเป็นไหม ค้องตามล่าหาอาจารย์รุ่นที่เราเรียน อยากและเมื่อเอกสารที่เราไปยืนครบแล้ว มีทั้ง นส.ใบรับรองของทาง สนง.กศน อำเภอทุ่งยางแดง ออกให้แล้วว่าสำเร็จการศึกษาแล้ว มีรหัสประจำตัว นศ. สรุป เรา หรือเขา ที่ต้องจัดการ 👉รบกวนช่วยตอบด้วยนะ

             ผมตอบว่า   ถ้าในหลักฐานใบรับรองว่าสำเร็จการศึกษา มีรหัสประจำตัว นศ. ก็เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาโดยนายทะเบียน ( สถานศึกษาคงแค่ถามชื่อครู แต่ ทะเบียนหลักฐานต้องเก็บรักษาที่ กศน.อำเภอ ไม่ใช่อยู่ที่ กศน.ตำบลหรือครู ) เว้นแต่จะมีข้อสงสัยไม่แน่ใจว่าเป็นใบรับรองปลอมหรือไม่ ก็จะมีการสอบถามสืบสวนให้ชัดเจน
             ต้องให้เวลาเขาระยะหนึ่ง เพราะเป็นหลักสูตรเก่าที่คุณทิ้งไป 14 ปีแล้ว (กศน.อำเภอหลายแห่งไม่ค่อยมีประสบการณ์ ไม่ละเอียดรอบคอบในการเก็บรักษาเอกสารทะเบียนหลักฐาน) ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็แจ้งไปที่ สนง.กศน.จ.ปัตตานี

         5. วันที่ 3 ก.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กศน.อำเภอ การนอนเวรกลางคืนปฏิบัติอย่างไร ที่ทำงานมีครูชาย 2 คน หญิง 12 คน

             ผมตอบว่า   ปกติให้แต่งตั้ง ชายอยู่เวรกลางคืน หญิงอยู่เวรกลางวัน ( ถ้าชายมีน้อย เมื่อแต่งตั้งแล้วอาจจะอะลุ่มอล่วยในการอยู่เวร แต่ก็ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งให้มีผู้อยู่เวรทุกคืน มิฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น ผอ.จะมีความผิดที่ไม่กำหนดให้มีผู่อยูเวรทุกคืน )

         6. วันที่ 4 ก.ค.62 มี ผอ.กศน.จ. ถามผมทางไลน์กลุ่มขับเคลื่อน พรบ.กศช. ว่า   สตง.เข้าตรวจเงินอุดหนุน. สตง.ต้องการทราบว่า จว.มีหลักเกณฑ์ มีหนังสือราชการอะไร ในการหักเงินอุดหนุนไว้ที่จังหวัดบ้าง จนท.บอกฉันว่าไม่มี หักมาตามที่เคยทำ ขอรบกวนพี่ จะนำให้ สตง.ดู

             ผมตอบว่า   เมื่อส่วนกลางจัดสรรเงินอุดหนุนไปที่จังหวัด จังหวัดจะหักเงินที่จังหวัดเป็นผู้เบิกจ่ายในการบริหารจัดการระดับจังหวัดไว้ก่อนแจ้งจัดสรรต่อให้อำเภอ เช่น หักไว้เป็นเงินเดือนค่าจ้างค่าตอบแทนครูต่าง ๆ ค่าอบรมพัฒนาครูที่จังหวัดเป็นผู้จัด
             โดยแต่ละจังหวัดหักไว้ไม่เท่ากัน/ไม่แน่นอน ไม่มีเกณฑ์กำหนด ไม่มีหนังสือราชการกำหนดในเรื่องการหักเงินอุดหนุนของจังหวัด
             ( จังหวัดอาจทำแผนก่อน ว่า มีครู-บุคลากรกี่คน ต้องจ่ายเงินเดือน-ค่าตอบแทนทั้งหมดเท่าไร จะจัดโครงการระดับจังหวัดเพื่ออบรมพัฒนาครูในโครงการใดบ้าง แต่ละโครงการใช้งบเท่าไร ฯลฯ จัดสรรให้ กศน.อำเภอเท่าไร)
             ประเด็นนี้ เคยมีปัญหาในบางจังหวัด กศน.อำเภอได้งบหลังจากที่จังหวัดหักไว้ ไม่พอใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่มีเกณฑ์ออกมา อาจเพราะบริบทแต่ละจังหวัดต่างกัน ยากที่จะกำหนดเกณฑ์กลาง

         7. วันนี้ (9 ก.ค.62) มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  น้องๆบรรณารักษ์จ้างเหมาที่ปทุมธานีฝากเรียนถามว่า ที่มีหนังสือแจ้งให้ห้องสมุดอำเภอมี บรรณารักษ์/ จ้างเหมา ได้ 1 คน น้องๆถามว่า เขาต้องโดนให้ออกหรือคะ

             ผมตอบว่า   ทุกจังหวัดต้องจัดทำกรอบการจ้างปี 63 ส่งส่วนกลางไปตั้งแต่ พ.ย.61 แล้ว โดยในกรอบนี้ต้องกำหนดไว้แล้วว่าปี 63 จะจ้างเหมาตำแหน่งอะไรที่ไหนเท่าไร แต่ จังหวัดจะกำหนดตามใจไม่ได้ ให้กำหนดจำนวนรวมทั้งจังหวัดไม่มากไปกว่าปีนี้ อาจจะลดตำแหน่งหนึ่งไปเพิ่มตำแหน่งหนึ่ง ลดจากที่หนึ่งไปเพิ่มที่หนึ่ง ให้เป็นไปตาม “แนวทางการจ้างเหมาบริการ”
             ( ดูตัวอย่างกรอบ และ แนวทางการจ้างเหมา ได้ที่  http://bit.ly/2Leqg9Y ) และถ้ามีอัตราจ้างเหมาของแห่งที่เกิน "แนวทาง" ออกไประหว่างปีนี้ ก็ให้งดจ้างคนใหม่ ซึ่งอาจทำให้ปีหน้าจำนวนอัตราในภาพรวมลดลง
             สรุปคือจังหวัดต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตาม “กรอบ” และ “แนวทางการจ้างเหมา” ส่วนจังหวัดใดจะต้องลดอัตราตำแหน่งใดหรือไม่อย่างไร ให้ถามจังหวัด ( โดยปกติจังหวัดจะทำกรอบรวมเท่าอัตราปีนี้ ถ้าตำแหน่งใดเกิน “แนวทางการจ้างเหมา” ก็จะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งอื่น/ที่อื่น ที่ยังไม่เต็ม แต่ถ้าจังหวัดใดมีอัตราเกินทุกที่ทุกตำแหน่งก็ยาก )




วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

1.ควรทำเช่นไร อำเภอหักเงินอบรมไว้บริหาร, 2.ทำไม ชพค.-ชพส. เงินสงเคราะห์ที่ญาติจะได้ ลดลงทุกเดือน, 3.คำว่า เนื่องใน “วโรกาส” วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพฯ ไม่ถูกต้อง, 4.หาหนังสือที่ให้ขึ้นบัญชีพนักงานราชการกี่ปี, 5.พนง.จ้างเหมาบริการ อยู่เวรได้ไหม, 6.หา เรื่องที่ให้จ่ายครู ศรช.เป็นรายหัว ถ้า นศ.ไม่ครบ, 7.จะจบ ม.ต้น ต้องอายุ 15 ใช่ไหม – เรียนครบแต่ไม่เรียนวิชาบังคับเลือก จบไหม


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ค่ำวันที่ 28 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  โครงการ smart farmer ที่ทางจังหวัดสรรให้มาคือ 15200 โดยหลักสูตรอบรม 3 วัน แต่ของอำเภอนี้ได้รับจากที่อำเภอจัดสรรให้เพียง 3000 บาท และให้ดำเนินการจัดอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักสูตรคือ 3 วัน ควรจะทำเช่นไร
             ทุกคนลำบากใจที่จะดำเนินการมาก เพราะงบประมาณถูกอำเภอหักไปเป็นจำนวนมาก ให้ กศน.ตำบลไปดำเนินการตัดกิจกรรมเพียง 3000 บาท เบิกจากจังหวัดตำบลละ 15200 บาท กลุ่มเป้าหมายคือ 10 คน ฉันอยู่ชัยภูมิ พวกฉันโดยหักเงินทุกโครงการโดยที่ผู้บริหารแจ้งว่านำเงินกันไว้บริหาร ทุกคนไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวจะกระทบกับการประเมินงาน ผอ.อยู่มาจะเข้าปีที่ 9 แล้ว ผู้บริหารไม่มีการโยกย้ายบ้างหรือ

             ผมตอบว่า   ที่ถามว่า "ควรจะทำเช่นไร" นี้
             - ถ้าหมายถึง "ควรจะอบรมอย่างไร" ขอแนะนำให้ถาม ผอ.กศน.อำเภอ ว่าจะให้จัดอบรมอย่างไร
             - แต่ถ้าหมายถึง "ควรจะทำอย่างไรเมื่อถูกอำเภอหักเงินทุกโครงการ" ขอแนะนำว่า ปรึกษารอง ผอ. หรือ ผอ.สนง.กศน.จ.ชัยภูมิ
             ( สงสัยว่า เวลาทำเรื่องเบิกเงินจากจังหวัด 15,200 บาท เบิกเป็นค่าอะไร อย่างไร )


         2. วันเดียวกัน ( 28 มี.ค.) มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ทำไมเงินค่าสงเคราะห์ที่ญาติจะได้ลดลงทุกเดือนละ งง

             ผมตอบว่า   เงินสงเคราะห์ที่ทายาทจะได้รับ จะขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิก
             ( คือได้รับ 96 % ของจำนวนสมาชิก เช่นถ้ามีสมาชิก 100,000 คน ทายากจะได้รับเงิน 96,000 บาท
             ซึ่ง เมื่อ 20 มิ.ย.57 ชพค.มีสมาชิก 1,002,064 คน แต่ ณ 20 มี.ค.61 สมาชิกเหลือ 947,860 คน )

             จำนวนสมาชิกลดลงทุกเดือน
             เพราะในแต่ละเดือน สมาชิกถึงแก่กรรม มากกว่าสมัครใหม่ เนื่องจากในอดีตมีการบรรจุครูใหม่มาก สมัครเป็นสมาชิกมาก สมาชิกรุ่นในอดีตถึงวันนี้ก็ชราภาพแล้ว และปัจจุบันมีการบรรจุครูใหม่น้อยจึงสมัครเป็นสมาชิกใหม่น้อย )

         3. ประโยคที่หลายคนใช้ว่า “เนื่องใน วโรกาส วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” นั้น ไม่ถูกต้อง

             ที่ถูก ต้องใช้ “เนื่องใน โอกาส วันคล้ายวันพระราชสมภพฯ”
             ข้อมูลจากทางสำนักราชเลขาธิการ ว่า  คำว่า “วโรกาส” ปัจจุบันมีธรรมเนียมการใช้เฉพาะเมื่อ “ขอโอกาส” หรือ “ให้โอกาส” จากพระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์ เช่น “ขอพระราชทานพระราชวโรกาส” “พระราชทานพระราชวโรกาสให้”
             แต่ถ้าจะใช้ในความหมายว่า “ในโอกาส” ไม่ว่าจะเป็นในโอกาสพิเศษหรือโอกาสอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายพระองค์ใด ก็ให้ใช้ว่า “ในโอกาส”

             ซึ่ง ราชบัณฑิตยสถาน ได้ใช้แบบแผนของสำนักราชเลขาธิการนี้ ตั้งแต่ปี 2547
             ดูอ้างอิงที่  http://www.royin.go.th/?knowledges=โอกาส-วโรกาส-๒๐-มิถุนายน
             ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ ในข้อ 7 (2) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/03/5000.html

         4. คืนวันที่ 29 มี.ค.61 มีท่านรอง ผอ.สนง.กศน.จ. ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หาหนังสือราชการจาก สนง.กศน.ที่มีข้อความว่า การขึ้นบัญชีพนักงานราชการ .. กี่ปี  ถ้าจำไม่ผิด สนง.กศน.มีหนังสือแจ้ง พอจะมีหนังสือฉบับที่ว่ามั้ย อยากได้

             ผมตอบว่า   เห็นอยู่ในข้อ 13 ของเอกสาร "สาระสำคัญการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการ" ที่ส่งมากับหนังสือ สป.ศธ. ที่ 0210.118/1663 ลว.14 มิ.ย.54 ซึ่งให้ขึ้นบัญชี 1 ปี  ( ดูหนังสือนี้ได้ที่  https://www.dropbox.com/s/uyazgovvhoa60ey/PRGtest.pdf?dl=1 )
             ใครเห็นอยู่ในหนังสือฉบับอื่นบ้าง

         5. วันที่ 5 เม.ย.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานจ้างเหมาบริการตำแหน่งครู ห้องสมุด อยู่เวรยามรักการณ์ในโรงเรียนตอนกลางคืนและเวรวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้หรือไม่ มีระเบียบหนังสือสั่งการไหม หรือว่าอยู่ที่ข้อตกลงของสัญญาจ้าง

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ผมเคยโพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 ผมได้นั่งคุยกับท่านวรวิทย์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติกร กจ.กศน. ( ปัจจุบันท่านเป็น ผอ.กจ.) ท่านบอกว่า ให้ผู้รับจ้างเหมาบริการอยู่เวรได้

             ในหลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ ( ดูได้ที่ https://www.dropbox.com/s/21kyzth24j4ft03/vene.pdf?dl=1 ) ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรไว้ แต่กำหนดในข้อ 5 ว่าให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา

         6. วันเดียวกัน ( 5 เม.ย.) มี ผอ.กศน.อ. ถามผมทางไลน์ ว่า  ขอรบกวนหน่อย ขอหลักเกณฑ์การจ้างครู ศรช หากไม่ถึง 80 คน ให้จ่ายตามรายหัวละ 150 บาท น่ะ หาไม่เจอ กำลังถกประเด็นในเรื่องนี้กันอยู่

             ผมตอบว่า   ที่เคยให้จ่ายตามรายหัวนั้น เป็นหลักเกณฑ์เก่าตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนครู ศรช.เป็นผู้รับจ้างเหมาบริการ   ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นผู้รับจ้างเหมาบริการ ประกอบกับหลักเกณฑ์ส่วนกลางที่เกี่ยวกับจำนวน นศ.ของครู ศรช.ไม่พูดถึงรายหัว ( แต่ของครูประจำกลุ่มมีพูดถึงรายหัว )
             ฉะนั้น ให้แต่ละจังหวัดกำหนดจำนวน นศ.ขั้นต่ำของครู ศรช. และถ้าครู ศรช.คนใดมี นศ.ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำก็ควรเปลี่ยนไปจ้างเป็นครูประจำกลุ่มแทน

             ลองดูคำตอบใน
             - ข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/12/9h.html
             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/12/thai.html

             อนึ่ง จังหวัดจะกำหนดเกณฑ์จำนวน นศ.ขั้นต่ำของครู ศรช. ต่ำกว่า 40 คนไม่ได้ ดูประเด็นนี้ในข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/11/timework.html

             ( ถ้าจะดูตัวอย่างหนังสือที่เคยแจ้งให้จ่ายครู ศรช.เป็นรายหัว ดูในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/506532  กับหนังสือแจ้งอีกฉบับในข้อ 8 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/550293  แต่ตอนนี้ไม่ใช้หนังสือนี้แล้ว )

         7. วันที่ 9 เม.ย.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊ก ว่า  ขอถามดังนี้
             1)  การจบการศึกษา ม.ต้น ต้องอายุไม่น้อยกว่า 15 ปีใช่ไหม
                  (นศ. เกิด 15 ต.ค. 2546 เรียน 2/60 ครบโครงสร้างแล้ว แสดงว่าต่องให้จบ ต.ค. 61 หรือ เม.ษ. 62)
             2)  การลงทะเบียนในรายวิชาเลือกตามโครงสร้าง มี นศ. ลงทะเบียนครบตามโครงสร้างแล้ว แต่ขาดในรายวิชาบังคับเลือก สามารถจบได้ไหม)

             ผมตอบว่า
             1)  ใช่แล้ว ม.ต้น นอกจากจะครบ 4 เงื่อนไขการจบแล้ว ยังต้องอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์อีกด้วย จึงจะให้จบได้
                  ( ถ้าเกิด 15 ต.ค.46 ก็ให้จบก่อน 15 ต.ค.61 ไม่ได้ แต่จบได้ตั้งแต่ 15 ต.ค.61 ไม่ต้องจบพร้อมรุ่น )

             2)  โปรแกรม ITw เคยกำหนดบังคับไว้ว่า นศ.รหัส 591....... เป็นต้นมา ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับจึงจะจบ แต่ถ้ามีการเทียบโอน  โดย ม.ต้น-ปลาย ถ้าหลังเทียบโอนแล้วเหลือวิชาเลือกที่ต้องเรียนไม่ถึง 6 นก. ก็จบได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาเลือกบังคับเลย  ถ้าเหลือวิชาเลือก 6 หน่วยกิตขึ้นไป ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ 2 วิชาจึงจะจบ