แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายทะเบียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายทะเบียน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

1.จะอบรมลูกเสือหลักสูตร B.T.C. ต้องอายุเท่าไร, 2.พิธีที่พนักงานราชการรับพระราชทานเครื่องราชฯ เขียนป้ายอย่างไร, 3.สอนเสริมได้วันละไม่เกินกี่ชั่วโมง, 4.นับเวลาผู้จะรับเข็มเชิดชูเกียรติยังไง งานบุคคลบอกว่ายังไม่ถึงเกณฑ์, 5.เรื่องนายทะเบียน, 6.การสอบวิชาเลือก เป็นอำนาจของจังหวัดหรืออำเภอ, 7.ผมเป็นคนมีปัญหา


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 31 ก.ค.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การฝึกอบรมหลักสูตร BTC ทั้งวิสามัญและสามัญรุ่นใหญ่ อายุเท่าไหร่ขึ้นไปครับถึงจะเข้าการอบรมได้

             ผมตอบว่า   ผู้ที่จะเข้าอบรมหลักสูตรผู้กำกับลูกเสือ ขั้นความรู้เบื้องต้น ( B.T.C.) ต้องผ่านการอบรมขั้นความรู้ทั่วไป
             ส่วนผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมขั้นความรู้ทั่วไป ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
             แต่เขามักจะจัดอบรมขั้นความรู้ทั่วไป ควบคู่กับขั้นความรู้เบื้องต้น โดยใช้เวลาอบรมรวม 3 คืน 4 วัน  ผู้ที่จะเข้ารับการฝึกอบรมต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
             ( ดูในข้อ 6-7 ที่ https://www.dropbox.com/s/jrcn3gzu79mvtvo/scoutT.pdf?dl=0 )

         2. วันที่ 2 ส.ค.61 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีที่พนักงานราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชฯปีนี้ และผอ.จังหวัดให้มีพิธีการรับต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ เราจะใช้คำอย่างไรครับสำหรับเขียนป้าย
             พิธีเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๐ ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ หรือว่าอย่างไรครับ

             ผมตอบว่า   ควรใช้ประโยคว่า พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๐ หน้าพระฉายาลักษณ์  ( ไม่ต้องมีคำว่า "เข้า", "ต่อ" เพราะคำนี้เป็นภาษาพูด )

         3. ผู้ถาม ถามต่อ ว่า  ค่าตอบแทนสอนเสริมฯ ไม่เกิน ชม. ละ ๒๐๐ บาท/คน คำถามคือเบิกได้วันละกี่ ชม.ครับ

             ผมตอบว่า   สอนเสริม กศ.ขั้นพื้นฐานใช่ไหม  ในหนังสือ “คู่มือการดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” หน้า 87 กำหนดไว้เพียงสั้น ๆ ว่า “ค่าตอบแทนวิทยากรสอนเสริม ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด”
             ส่วน “คู่มือการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2549 กำหนดไว้ในหน้า 60 ว่า
             “กำหนดให้มีการสอนเสริมในการจัดการเรียนรู้วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม ทุกระดับการศึกษา ในหมวดวิชาพื้นฐาน สาระการเรียนรู้ที่ยุ่งยากซับซ้อนต่อการทำความเข้าใจ ได้แก่ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ หมวดวิชาละไม่เกิน 12 ชั่วโมง ในแต่ละภาคเรียน  สำหรับจำนวนผู้เรียนที่เข้ารับการสอนเสริมแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสม  สำหรับค่าตอบแทนวิทยากรสอนเสริม ให้เบิกจ่ายในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท ตามหนังสือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ที่ ศธ 0210.03/7113 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2548 ( ซึ่งอ้างอิงหนังสือกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ที่ กค 0409.7/15059 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2548 )”
             ฉะนั้น ปัจจุบันไม่ได้กำหนดจำกัดว่า สอนเสริมได้ไม่เกินวันละกี่ชั่วโมง
             ( อนึ่ง ครูหรือวิทยากรสอนเสริม ต่างจากวิทยากรการอบรม โดยการอบรมอาจมีวิทยากรพร้อมกันมากกว่า 1 คน แต่ครูสอนเสริมคงต้องมีคนเดียวในกลุ่มเดียวกันเวลาเดียวกัน )

         4. วันที่ 3 ส.ค.61 มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  การที่จะได้รับเข็มเชิดชูเกียรตินั้น นับอายุการทำงานเป็นพนักงานราชการมาหรือ ฉันเป็นครูอาสาปี 2540 จนถึงปัจจุบัน งานบุคคลบอกว่ายังไม่ถึงเกณฑ์รับเหรียญ เพราะนับเวลาเริ่มเป็นพนังานราชการ อยากเรียนถามว่าใช่หรือไม่ เพราะเช็คชื่อแล้วไม่มีชื่อรับเหรียญทองปีนี้

             ผมตอบว่า   นับรวมระยะเวลา 3 ตำแหน่ง คือ ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ครู ศรช. ที่ต่อเนื่องกัน  ถ้าเว้นช่วงแล้วเข้ามาใหม่ให่้เริ่มต้นนับใหม่ เช่นถ้าลาออกจากครู ศรช. 30 ก.ย.58 แล้วเป็นครูอาสาฯ 1 ต.ค.58 ต่อเลย ก็จะนับเวลารวมต่อกัน  เศษเกิน 6 เดือน นับเป็น 1 ปี
             ครบปีนี้ รับปีหน้า เช่น ครบ 20 ปี ภายใน 30 ก.ย.60 รับเข็มทองในปี 2561 เป็นต้น
             ส่วนกลางให้จังหวัดสำรวจรายชื่อส่งไป
             ( ถ้านับเวลาเฉพาะตอนเป็นพนักงานราชการ ประเทศไทยก็ยังไม่มีพนักงานราชการคนไหนได้เข็มทองหรอก เพราะเจ้าหน้าที่รัฐประเภทพนักงานราชการ มีกำหนดขึ้นมายังไม่ครบ 20 ปี )

         5. วันที่ 7 ส.ค.61 มี ผอ.กศน.เขต โทร.มาถามผมเรื่องนายทะเบียน 2 คำถาม ว่า

             1)  นายทะเบียนลา 1 สัปดาห์ ถ้าต้องออกใบ รบ.ในช่วงที่นายทะเบียนลานี้ จะให้คนอื่นเป็นนายทะเบียนแทน หรือ ผอ.ลงนามในนามนายทะเบียนด้วย ได้หรือไม่
                  ผมตอบว่า  ไม่ได้  ปกติต้องรอ แต่ถ้ามีความจำเป็นรอไม่ได้ ผอ.ก็ออกคำสั่งแต่งตั้งคนอื่นเป็นนายทะเบียนชั่วคราว และเมื่อนายทะเบียนคนเดิมกลับมาทำงานโดย ผอ.ต้องการให้คนเดิมเป็นนายทะเบียน ผอ.ก็ออกคำสั่งแต่งตั้งนายทะเบียนใหม่อีกครั้ง

             2)  การแต่งตั้งนายทะเบียน ถ้ามีข้าราชการต้องแต่งตั้งจากข้าราชการ กรณีที่มีข้าราชการคนเดียวใกล้เกษียณและไม่ต้องการเป็นนายทะเบียน จะแต่งตั้งพนักงานราชการเป็นนายทะเบียนได้หรือไม่
                  ผมตอบว่า  เหตุผลที่ว่าใกล้เกษียณยังไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอ แต่เหตุผลที่ว่าเขาไม่ต้องการเป็นนายทะเบียน ต้องให้เขาบันทึกแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจึงจะพิจารณาแต่งตั้งพนักงานราชการเป็นนายทะเบียนได้

         6. วันที่ 8 ส.ค.61 มีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  การจัดตารางสอบรายวิชาเลือกเสรี เป็นอำนาจของ จังหวัด หรือว่า กศน.อำเภอ
             ผมตอบว่า   มีนโยบาย 2 นโยบาย ที่ต่างกัน  แต่นโยบายที่ออกทีหลัง เป็นการแจ้งในที่ประชุมอบรม ดังนี้
             1)  นโยบายเดิม การจัดสอบปลายภาควิชาเลือก ให้อยู่ในความดูแลของจังหวัด โดยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด เช่น ถ้ามีวิชาเลือกวิชาเดียวกัน 2 อำเภอขึ้นไป ต้องสอบในเวลาและเครื่องมือเดียวกัน ( ถ้าวิชาเลือกใดมีเพียงอำเภอเดียวจึงอนุโลมให้อำเภอนั้นดำเนินการเอง )
             2)  นโยบายใหม่ ตั้งแต่มีโปรแกรมการเรียนรู้ มีวิชาเลือกเสรี ซึ่งอาจมีวิชาเลือกเสรีเป็นร้อยเป็นพันวิชาตามบริบทของแต่ละอำเภอ มีการแจ้งในที่ประชุมอบรมตั้งแต่สมัยท่านเลขาฯสุรพงษ์ว่า การประเมินผลวิชาเลือกเสรีให้เป็นบทบาทหน้าที่ของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งบางวิชาอาจไม่ต้องสอบแต่ประเมินจากโครงงาน หรือสอบอัตนัยข้อเดียว ฯลฯ

         7. วันอาทิตย์ที่ 19 ส.ค.61 ผมสนทนาทางไลน์กับหัวหน้ากลุ่มงานหนึ่งของส่วนกลาง กศน. ถึงเรื่องบุคลากรสำนักงานพระพุทธศาสนาถูกจับหลายท่าน บางท่านเป็นคนคุ้นเคยพวกเรา
             ผมบอกว่า  “บางครั้งก็อยู่ที่สถานการณ์ โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐ ยากที่จะยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง”
             แล้วผมก็ระบายว่า
             ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ผมรอดพ้นมาจนเกษียณแล้ว
             ผมมีปัญหาสำคัญ 2 เรื่อง
             1)  ผมหงุดหงิดกับพฤติกรรมของเด็กยุคใหม่ ถ้าผมเป็นครูในโรงเรียน วันหนึ่งผมต้องโดนแจ้งความ ลงข่าวหน้าหนึ่ง เรื่องลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุแน่ แต่โชคดีที่ผมเป็นข้าราชการครู กศน.ที่ไม่ได้สอนเด็ก
             2)  ผมเป็นคนตรง ( ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อดีหรือไม่ เพราะทำให้ผมมีความทุกข์ มีปัญหาในการทำงานหลายครั้ง แต่ผมก็เปลี่ยนนิสัยไม่ได้ ) ผมเคยเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุสำคัญหลายครั้ง เช่น อบจ.ตั้งให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุที่ อบจ.ซื้อให้หน่วยงาน กศน., เคยเป็นหัวหน้างานการเงินระดับจังหวัด, เคยรักษาการในตำแหน่ง ผอ.จัดซื้อจัดจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ฯลฯ  การดำเนินการเหล่านี้ทำให้ผมกลายเป็นคนมีปัญหาในสายตาของหลายคน
                  ตลอดเวลารับราชการ 40 ปี ผมได้ฉายาเกี่ยวกับความตรงหลายฉายา เช่นสมัยที่ทีวีไทยนำเรื่องเปาบุ้นจิ้นเข้ามาฉายยุคแรก ผมก็ได้รับฉายาว่าเปาบุ้นจิ้น  บางครั้งก็ได้รับฉายาว่าไม้บรรทัดเหล็ก  ผมไม่ยอมทำงาน "นายทะเบียน" เพราะต้องดำเนินการในลักษณะให้อภิสิทธิ์คนบางประเภท และอีกหลายงานในยุคของผู้บริหารบางคน  ผมทำงานได้หลายงานแต่ต้องยอมให้ผมทำตามระเบียบ
                  บางคนบอกว่าผมตรงขนาดเสาไฟฟ้าอยู่ตรงหน้าผมก็ไม่เดินอ้อมแต่เดินชนเสา คนแบบนี้จะประสบปัญหา ไม่ก้าวหน้า
                  แต่ผมก็ดีใจมากที่รอดมาถึงเกษียณแล้ว

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

1.มีหนังสือแจ้งเรื่องเทอมสุดท้ายเรียนเพิ่มได้ 3 นก.ไหม, 2.ใช้ใบประกาศนียบัตรสมัครเรียนได้ไหม, 3.ข้าราชการ อายุราชการเท่าไรมีสิทธิได้บำนาญ, 4.ชื่อบิดาในทะเบียนบ้านกับในบัตรประชาชนไม่ตรงกัน ทำใบ รบ.ยึดตามทะเบียนบ้านได้ไหม, 5.นายทะเบียนถาม กรณีนี้ใครผิด, 6.ขอหนังสือแจ้งให้เรียนวิชาเลือกบังคับได้มากกว่า 2 วิชา, 7.หนังสือรับรองการนับหน่วยกิตจากสถาบันการศึกษา


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ระยะนี้มีผู้ถามคำถามเก่าอีก 2-3 คน เช่นถามว่า
             “ถ้านักศึกษาจะจบใน ม.ต้น สามารถลง เกิน 17 หน่วยได้หรือไม่ค่ะ เป็น 18 หน่วยค่ะ”,
             “มีหนังสือแจ้งเรื่องเทอมสุดท้ายเรียนเพิ่มได้ 3 นก.ไหม”,
             “นักศึกษาคาดว่าจะจบลงทะเบียนได้มากที่สุดกี่หน่วยกิตคะมีหนังสือสั่งการฉบับล่าสุดไหมคะ”

             ผมตอบว่า   หนังสือสั่งการเรื่อง “ภาคเรียนสุดท้าย” เรียนมากกว่าภาคเรียนอื่น ๆ อีก 3 หน่วยกิต ตามเงื่อนไข นั้น มีฉบับเดียว ไม่มีฉบับใหม่
             ถ้าเป็นนักศึกษาที่ มีการเทียบโอนผลการเรียน หรือเคยสอบไม่ผ่าน ได้เกรด 0 นักศึกษาคนนั้น “เฉพาะภาคเรียนสุดท้าย” สามารถเรียนมากกว่าที่กำหนดได้อีก 3 หน่วยกิต เพื่อให้จบพร้อมเพื่อนรุ่นเดียวกัน ( ไม่จำเป็นต้องลงเรียนวิชาที่ได้เกรด 0 นะ ถ้าวิชาที่ได้เกรด 0 นั้นเป็นวิชาเลือกเสรีสามารถเปลี่ยนไปเรียนวิชาอื่นได้ แต่ใครที่ไม่มีการเทียบโอนและไม่เคยมีวิชาที่ได้เกรด 0 คนนั้นจะไม่มีสิทธิเรียนเกิน แม้เป็นภาคเรียนสุดท้าย
             และถ้าภาคเรียนนั้นลงทะเบียนเรียนตามปกติแล้วยังเหลือ 4 หน่วยกิต ก็ถือว่าภาคเรียนนั้นไม่ใช่ภาคเรียนสุดท้าย ไม่ใช่ภาคเรียนที่คาดว่าจะจบ ภาคเรียนนั้นจะเรียนเกินปกติไม่ได้ ต้องเหลือไว้เรียนภาคเรียนต่อไปอีก 4 หน่วยกิตเป็นภาคเรียนสุดท้าย )

             ปกติ เรียนได้ภาคเรียนละกี่หน่วยกิต ( ดูประกาศฯในคู่มือฯ ปกสีเลือดหมู หน้า 211 ) กำหนดไว้ดังนี้
             ประถม ภาคเรียนละไม่เกิน 14 นก., ม.ต้น ไม่เกิน 17 นก., ม.ปลาย ไม่เกิน 23 นก.
             ( เช่น ระดับ ม.ต้น ภาคเรียนสุดท้ายเรียนได้ 17+3=20 นก. แต่ถ้าเหลือ 21 นก. เรียนได้ไม่เกิน 17 นก. เหลือไว้เรียนภาคเรียนต่อไปอีก 4 นก. )
             ดูหนังสือสั่งการเรื่องภาคเรียนสุดท้ายนี้ ( ข้อ 2. ในหนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมาก ที่ ศธ 0210.03/3805 ลงวันที่ 26 ต.ค.53 ) ได้ในข้อ 1 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html
             ถึงแม้หนังสือนี้จะเก่าแล้ว ตั้งแต่ปี 53 แต่ในข้อ 2. ของหนังสือฉบับนี้ ไม่ได้ระบุว่าใช้เฉพาะภาคใดภาคเดียว ฉะนั้น ถ้ายังไม่มีหนังสือระเบียบหลักเกณฑ์ฉบับใหม่กว่า ที่กำหนดเป็นอย่างอื่น ข้อกำหนดนี้ก็ยังมีผลใช้ได้อยู่ต่อไป
             เมื่อวันที่ 26 ต.ค.55 ผมถามเรื่องนี้กับกลุ่มพัฒนา กศน.อีกครั้ง ( ถามหลังจากที่สำนักงาน กศน.แจ้งเมื่อ 12 เม.ย.55 ให้เพิ่มการลงทะเบียนปกติของแต่ละระดับแล้ว )  กลุ่มพัฒนาฯโดยคุณกิตติพงษ์ ตอบว่า เรื่องเรียนมากกว่าที่กำหนดในภาคเรียนสุดท้ายของบางคน ได้อีก 3 หน่วยกิตนี้ ยังมีผลใช้อยู่

         2. วันเสาร์ที่ 12 พ.ค.61 มีผู้นำภาพใบประกาศนียบัตรระดับประถม มาโพสต์ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ต่อ ม.ต้นได้ไหมค่ะ นายทะเบียนที่อำเภอบอกไม่ได้ค่ะ ครูเลยสอบถามมาที่สำนักงานก็ใส่นอจังหวัด

             ผมร่วมตอบ ว่า
             ขอถามว่า ที่ นายทะเบียนที่อำเภอ บอกว่าต่อ ม.ต้นไม่ได้ นั้น เขาให้เหตุผลว่าอย่างไร ? เช่น เป็นฉบับถ่ายเอกสารไม่ใช่ฉบับจริง หรือ เป็นประกาศนียบัตรไม่ใช่ระเบียนแสดงผลการเรียน หรือ ฯลฯ

             บอกให้เขาอ่านใน คู่มือฯฉบับปรับปรุง ปกสีเลือดหมู หน้า 65 ระบุ หลักฐานการสมัคร ไว้ว่า
             "5) สำเนาหนังสือสำคัญแสดงวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ เช่น ประกาศนียบัตร ระเบียนแสดงผลการเรียน พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
             ฉะนั้น ใช้ประกาศนียบัตร สมัครได้ แต่หลักฐานต้องมีฉบับจริงมาแสดงด้วย ( ฉบับถ่ายเอกสาร ปลอมง่ายมาก )

         3. คืนวันเสาร์ที่ 12 พ.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถามเรื่องบำนายของข้าราชการ กศน.นะคะ ว่าต้องมีอายุราชการอย่างน้อยกี่ปีคะถึงจะมีสิทธิ์ได้รับบำนาญคะ

             ผมตอบว่า   ข้าราชการทุกกระทรวงเหมือนกันหมด ปกติก็ต้องอายุราชการ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
             แต่ถ้าอายุราชการ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และ ออกจากราชการด้วยเหตุทุพพลภาพ หรือเหตุสูงอายุคืออายุตัว 50 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็เลือกรับบำนาญได้
             ( ดูในคำตอบที่เคยตอบ เช่น ดูตารางตามลิ้งค์ในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/02/thaination.html )

         4. วันพืชมงคล 14 พ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ทำใบ รบ. จบนศ.กรณีชื่อบิดาไม่ตรงกัน ระหว่างทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชน เราจะออกใบ รบ.จบโดยยึดตามทะเบียนบ้านได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา เป็นอย่างไรล่ะ ( ทำไมเพิ่งจะถามตอนเรียนจบแล้ว )
             ตามคู่มือฯ ปกสีเลือดหมู หน้า 65 กำหนดหลักฐานการสมัคร ว่า
             "3) สำเนาทะเบียนบ้านตนเองที่มีชื่อบิดา มารดา พร้อมฉบับจริงไปแสดง"
             ไม่ได้ให้ใช้ "บัตรประชาชนของบิดามารดา"
             หมายถึง ชื่อบิดามารดา ให้ใช่ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ไม่ได้ให้ใช้ตามบัตรประชาชน

         5. วันที่ 15 พ.ค.61 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในกรณีที่ นศ ไม่มาสอบทั้ง 4ภาคเรียน. แต่ครูลงคะแนนเก็บและคะแนนสอบปลายภาคให้เอง. แล้วรอแค่สอบเอ็นเน็ต. ก็จบ กศ. ตามหลักสูตร 51 หากเราซึ่งเป็นนายทะเบียนตรวจสอบจาก ผลการสอบ (แผ่น ซีดี คะแนนสอบที่ 0ภาค ส่งมาให้ และใบเซ็นชื่อสอบไม่มีชื่อ นศ คนนั้น )ถามว่า ในกรณีนี้ใครผิด ครูผู้กรอกคะแนน หรือ นศ. ที่ไม่มาสอบแต่โวยวายว่าตัวเองมาสอบ. (เพราะเขาอ้างว่ามีผลคะแนนทุกเทอม ผล ครูคงคีย์ข้อมูลให้เอง.

             ผมตอบว่า   ถ้า ครูคีย์ข้อมูลให้เอง และ นศ.โวยวายว่าตัวเองมาสอบ โดยที่ไม่ได้มาสอบ ก็ผิดทั้งครู และ นศ.

ส่วนนายทะเบียนเป็นผู้รับผิดชอบทะเบียน มีหน้าที่ต้องดำเนินการไม่ให้ทะเบียนผิดพลาด ถ้าตรวจพบความผิดพลาดก่อนเกิดความเสียหาย ก็ถือว่านายทะเบียนไม่บกพร่อง แต่ถ้าตรวจพบหลังเกิดความเสียหายแล้ว ก็ถือว่านายทะเบียนบกพร่อง มีขั้นตอนวิธีการทำงาน/ตรวจสอบ ที่ไม่รัดกุม แม้จะให้ครูเป็นผู้คีย์คะแนนให้ นายทะเบียนก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องหาวิธีการทำงานที่รัดกุม

         6. เย็นวันที่ 15 พ.ค.61 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ทางจังหวัดไม่ให้ลงทะเบียนวิชาเลือกบังคับเกิน 2 วิชา เพราะมีโครงสร้างกำหนดไว้ แล้วบังเอิญว่า นศ.จะจบในเทอมนี้แต่ลงวิชาเลือกบังคับไปแล้ว 3 วิชา จึงจะเอาวิชาอื่นลงแทน เพื่อจะให้ได้จบ ซึ่งแสดงว่าภาคเรียนสุดท้ายนี้ต้องลงทะเบียน 24 หน่วยกิต(ม.ปลาย) ทำให้วิชาเลือกเยอะมาก ถ้าลงเลือกบังคับได้ไม่เกิน 2 วิชา ก็ต้องลงวิชาเลือกเสรีอื่น ทำให้การลงทะเบียนวิชาเลือกเยอะมาก แล้ววันสอบแทบจะไม่มีเวลาพักเลย เพราะต้องสอบติดกันประมาณวันละ 9 วิชา
             อยากได้หนังสือที่ยืนยันว่าสามารถลงทะเบียนวิชาเลือกบังคับได้ไม่น้อยกว่า 2 วิชาหน่อยค่ะ เพื่อจะให้ นศ.ไม่ต้องลงวิชาเลือกหลายวิชาเกินไปค่ะ

             ผมตอบว่า   ไม่มีหนังสือ ห้ามเรียนเกิน 2 วิชา
             วิชาเลือกบังคับก็เป็นวิชาหนึ่งของ กศน. ย่อมเรียนเป็นวิชาเลือกเสรีได้
             โดยเฉพาะวิชาเลือกบังคับมีความสำคัญกับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน จึงกำหนดให้เป็นวิชาเลือกบังคับ เหมาะที่จะให้เรียนอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าจะ "บังคับ" ให้เรียนมากกว่า 2 วิชา จะไปกระทบโปรแกรมการเรียนรู้ และกระทบ นศ.ที่มีความต้องการ/มีความสนใจวิชาเลือกเสรีอื่น ๆ ทำให้มีทางเลือกน้อยลง จึงไม่ "บังคับ" ให้เรียนมากกว่า 2 วิชา แต่เรียนตามความสนใจ/ความต้องการ ได้มากกว่า 2 วิชา
             บอกให้จังหวัดโทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน. ( อ.กิตติพงษ์ ) ก็ได้  แต่ถ้าเป็นนโยบายจังหวัดไม่ให้เรียนเกิน 2 วิชา ก็แล้วแต่นโยบายจังหวัด

         7. ถาม : จบวิขาเอกพัฒนาการท่องเที่ยว แต่ เอกที่รับสมัครคือ การท่องเที่ยว จะต้องขอหนังสือรับรองจากสถานศึกษาใช่ไหมค่ะ ขอแบบฟร์อมหน่อยได้ไหมค่ะ

             ตอบ :  ต้องขอหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา ดูแบบฟอร์มหนังสือตามภาพประกอบโพสต์นี้


นสนับหน่วยกิตฺB.jpg


วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

1.ถ้าเปลี่ยนบุคลากร จะเปลี่ยนในระบบ DMIS อย่างไร, 2.ผอ.ให้พนักงานราชการลาคลอดแค่ 45 วัน ได้ไหม, 3.โครงสร้าง กศน.อ./ข., 4.ค่าสาธารณูปโภคห้องสมุดไม่พอ จะใช้งบอะไรได้อีก, 5.ขอระเบียบการแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง, 6.การเงินบอกว่าครู ศรช. เบิกค่าไปราชการจากงบอุดหนุนรายหัวไม่ได้, 7.ขอเอกสารการเปลี่ยนชื่อ ศบอ.เป็น กศน.อ.



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 6 มิ.ย.60 ผมเผยแพร่ข้อมูลจากกลุ่มงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กศน. ลงในเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีที่มีการเปลี่ยนบุคลากร ซึ่งมีชื่อรับผิดชอบงานอยู่ในระบบ DMIS60 เช่นมีครู กศน.ตำบลลาออกหรือย้าย  ให้เข้าไปดำเนินการโอน/เปลี่ยน โดยเข้าโปรแกรมในระบบระดับอำเภอหรือจังหวัด ดังนี้

             1)  ถ้ามีคนใหม่มาทำงานแทน ให้เพิ่มบุคลากรคนใหม่เข้าในระบบ
             2)  เข้าที่เมนู โครงการนอกแผน
>> โอนงาน แล้วโอนงานของคนที่ย้ายหรือลาออก ให้กับคนใหม่ หรือคนเก่าคนอื่นที่มีชื่ออยู่ในระบบอยู่ก่อนแล้ว
             3) เปลี่ยนสถานะคนที่ย้ายหรือลาออก จากสถานะ ทำงาน เป็น ย้าย หรือ ลาออก

         2. ดึกวันที่ 12 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอโทษที่รบกวนถามตอนดึกนะคะ เพราะกลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี.. สิทธิ์ลาคลอดของพนักงานราชการลาได้ 90 วันใช่ไหมคะ? แต่พอดี ท่านหัวหน้าเขาให้ลาได้แค่ 45 วัน เรามีสิทธิ์ที่จะขอลาแบบเต็ม 90 วันได้ไหมคะ เพราะว่างานสอนกับงานโครงการที่ตำบลเราก็ต้องรับผิดชอบทำตามเป้าหมายอยู่แล้วค่ะ

             ผมตอบว่า  ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า รู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าลาเกิน 45 วัน อำเภอต้องแจ้งจังหวัดเพื่องดเบิกจ่ายค่าตอบแทนในส่วนที่เกิน 45 วัน

             เรื่องนี้ ถ้าตาม “ความคิดเห็น” ของแต่ละคน จะคิดต่างกัน 2 ฝ่าย
             ฝ่ายหนึ่งคิดว่า  พนักงานราชการส่วนใหญ่เขาก็ลากันแค่
45 วันนะ แม้แต่ข้าราชการซึ่งลาแล้วได้เงินเดือนเต็มหลายคนก็ลาแค่ 45 วัน เพราะเห็นแก่งาน  หัวหน้าบางคนบอกว่า “ตอนสมัยฉันลาคลอด แค่ครึ่งเดือนฉันก็มาทำงานแล้ว”
             อีกฝ่ายหนึ่งคิดว่า  ถ้าการลาดคลอด
90 วัน มันไม่เหมาะสม แล้วเขาจะกำหนดระเบียบนี้มาทำไม ?!?

             ( แม้แต่ลูกจ้างเอกชน ถ้านายจ้างไม่ให้ลาคลอดบุตร 90 วัน นายจ้างก็ผิดกฎหมายแรงงาน
               แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกจ้างร้องเรียนไปที่กรมแรงงาน ลูกจ้างก็มักจะถูกนายจ้างหาทางเลิกจ้างในภายหลัง )

             กรณีนี้ ถ้ายืนยันจะลาเกิน 45 วัน ยื่นเสนอใบลาไปแล้ว ผอ.เกษียณในใบลาว่าให้ลาเพียง 45 วัน ใบลานี้ก็จะเป็นหลักฐานให้ใช้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปได้
             แต่การร้องเรียน อาจจะทำให้การทำงานต่อไปไม่รุ่ง ( เพื่อนร่วมงานก็มี
2 แบบ บางคนถ้าได้รับผลกระทบต้องทำงานแทนเราเพียงส่วนหนึ่งก็ไม่พอใจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่งานใดจะไม่ทำงานเกิน 45 วันโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ เลย )

             ควรปรึกษาหารือดี ๆ กับ ผอ.  จะลาไม่เกิน 45 วันได้ไหม  ถ้ามีความจำเป็นต้องลาเกิน 45 วัน ก็ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นให้ ผอ.เข้าใจ
             
( ตามระเบียบ พนักงานราชการมีสิทธิลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ได้รับค่าตอบแทน 45 วัน เว้นแต่ผู้ลาประสงค์จะใช้สิทธิการลาคลอดบุตรน้อยกว่าสิทธิที่ตนมีอยู่ หรือขอถอนการลาบางส่วนภายหลัง  และไม่มีระเบียบให้ผู้บังคับบัญชาสามารถเรียกตัวกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลาคลอดบุตรได้แต่อย่างใด )

         3. วันที่ 14 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากได้หนังสือการแบ่งโครงสร้าง กศน.อำเภอ... พอดีจังหวัดเค้าให้ทำโครงสร้างอำเภอ จึงต้องการโครงสร้าง กศน.อำเภอ มาประกอย

             ผมตอบว่า   ทั้งขนาดและโครงสร้าง มีกำหนดในกรอบอัตรากำลัง ตามหนังสือสำนักงาน กคศ. ที่ ศธ 0206.5/34 ลว. 25 ม.ค.53
             ซึ่งโครงสร้าง กศน.อ./ข. แบ่งเป็น
5 ขนาด แต่ละขนาดมีอัตรากำลังต่างกัน แต่ทุกขนาดกำหนดให้มี 3 กลุ่มเหมือนกัน คือ กลุ่มอำนวยการ-กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ-กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ แต่ละแห่งกำหนดเอง

             ดาวน์โหลดโครงสร้างกรอบอัตรากำลัง ( ทั้งจังหวัด/อำเภอ ทุกขนาด ) ได้ที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/framework.pdf

 


         4. เช้าวันที่ 15 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เงินค่าสาธารณูปโภคของห้องสมุดประชาชนหมดแล้ว สามารถใช้เงินส่วนไหนได้  แต่ก่อน กศน.อำเภออยู่กับห้องสมุด เดี่ยวนี้แยกกันอยู่เป็นเอกเทศ

             ผมตอบว่า   ใช้เงินค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอ ก็ได้ แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะ กศน.อำเภอต้องดูแลทั้งอำเภอ

             เมื่อผมตอบไปแล้ว ผู้ถามก็หมดปัญหาแล้ว แต่ ผมเองยังสงสัยต่อว่า ค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอ ส่วนใหญ่ก็ไม่พอด้วย ต้องเบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวอยู่แล้ว .. ผมจึงเรียนถาม อ.สกุลนา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ว่า เงินอุดหนุนรายหัว จะเบิกจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคห้องสมุดได้หรือไม่
             อ.สกุลนา บอกว่า ถ้ามิเตอร์สาธารณูปโภคเป็นชื่อห้องสมุด จะเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้ ถ้ามิเตอร์รวมกับ กศน.อำเภอและเป็นชื่อ กศน.อำเภอ ก็พอจะถูไถเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวไปได้
             กรณีแยกมิเตอร์นี้ ถ้าค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอก็ไม่พอด้วย ให้รายงานจังหวัด โดยให้จังหวัดสำรวจกรณีนี้ทุกอำเภอว่ารวมตลอดปีไม่พอเท่าไร แล้วเสนอของบค่าสาธารณูปโภคเพิ่ม ไปที่ส่วนกลาง

         5. วันที่ 15 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  การออกคำสั่งแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง จะใช้ระเบียบหลักเกณฑ์ใด

             ผมตอบว่า   ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง โดยตรง  ( ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ก็ไม่ระบุเรื่องการแต่งตั้งนายทะเบียน )
             ในการแต่งตั้งให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของหน่วยงาน/สถานศึกษา เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผู้บริหาร/ผู้อำนวยการ อยู่แล้ว ตามกฏหมายหลัก เช่น ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษา
, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546  จึงแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องมีระเบียบหลักเกณฑ์โดยตรงในบางเรื่อง คือสามารถออกคำสั่งแต่งตั้งในลักษณะเดียวกับ การออกคำสั่งแบ่งงาน/มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบทั่วไป



         6. วันเสาร์ที่ 17 มิ.ย.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  ปัจจุบัน ครู ศรช.เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ จากเงินอุดหนุนรายหัวได้ไหม  การเงินบอกว่าครู ศรช. เป็นการจ้างเหมาบริการ เบิกงบอุดหนุนรายหัวไม่ได้ ต้องเบิกงบดำเนินการ ( งบบริหาร กศน.อำเภอ ) งบนี้อำเภอได้น้อยมาก ไม่พอ ต้องเบิกอุดหนุนทุกปี  การเงินอยู่เหนือผู้บริหารจังหวัดอีก

             ผมตอบว่า   ที่ถูกต้อง ให้เบิกจ่ายจากงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไปราชการนั้น ถ้าไปราชการในเรื่องการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็เบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวได้ตามคำสั่ง สป.ศธ. เรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนฯ ที่ 605/59 ข้อ 10
            
( ส่วนงบบริหาร กศน.อำเภอ ก็ใช้ได้กับทุกงานของ กศน.อำเภอ  ถ้าไปราชการในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการจัด กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง จะเบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้ และ โดยปกติเงินอุดหนุนรายหัวจะใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้องทำแผนฯก่อน )
             การเบิกค่าไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ( ไปราชการ ) ของผู้รับจ้างเหมาบริการนี้ บางจังหวัดก็อนุโลมให้เบิกรวมไปกับบุคลากรอื่น บางจังหวัดให้ทำเป็นเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุต่างหาก แต่ถึงจะทำเป็นเรื่องจ้างฯก็เบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวได้ถ้าไปราชการในเรื่องการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน

             ผอ.ผู้ถาม  บอกข้อมูลต่อ ว่า ไปอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย ตามที่สำนักงานแจ้ง แล้วมาจัดกิจกรรมขยายผล ซึ่งก็จัดกับ นศ. แผนก็เขียนไว้กว้างๆว่า เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของครู
             ผมตอบว่า  แผนฯเขียนไว้กว้าง ๆ ได้ ( จังหวัดควรอนุโลมให้เขียนแผนกว้าง ๆ ได้ในบางเรื่องที่ไม่สามารถรู้รายละเอียดล่วงหน้า )
             ถ้าตอนให้ไปราชการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ระบุว่า ไปอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อนำมาจัดกิจกรรมขยายผลกับ นศ. กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็เบิกเงินอุดหนุนรายหัวได้

         7. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 17 มิ.ย.) มีผู้ถามผมทางอีเมล์ ว่า  ฉันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงิน ทำเรื่องไปขอเปลี่ยนลายมือชื่อเพื่อใช้ในการสั่งจ่ายเช็ค  ชื่อที่ใช้ในเช็คยังเป็น ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ เจ้าหน้าที่ธนาคารถามว่า ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาให้เป็นชื่อปัจจุบัน  เค้าให้แนบหนังสือที่เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจาก ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ เป็น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ... รบกวนขอหนังสือเรื่องนี้

             ผมตอบว่า   เรื่องการเปลี่ยนชื่อ ศบอ.เป็น กศน.อ. นี้ ในเอกสารประวัติ กศน.อำเภอ ของหลายอำเภอ มักจะบอกว่า เปลี่ยนชื่อตาม พรบ.กศน.ปี 51 เมื่อ 4 มี.ค.51  ซึ่งไม่ค่อยถูกต้องชัดเจน 
             ที่ถูกต้องชัดเจนคือ เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่
25 มี.ค.51 โดย “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551” ลงวันที่ 10 มี.ค.51 แต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 ม.ค.51
             ดาวน์โหลดประกาศฉบับนี้ ได้ที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheingeNFEd.pdf