แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลื่อนค่าตอบแทน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลื่อนค่าตอบแทน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561

1.การผ่อนผันการเกณฑ์ทหารของนักศึกษา, 2.เลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการ แยกหรือรวมเม็ดเงินของครู กศน.ตำบลกับครูอาสาฯ, 3.ได้อัตราครู กศน.เพิ่ม ก็มีปัญหากันเรื่องหานักศึกษา, 4.เป็นครูผู้ช่วย กศน. กับ สพฐ. อย่างไหนจะก้าวหน้าดีกว่า, 5.พิมพ์ลายนิ้วมือ ต้องทำที่สถานีตำรวจตามบัตรฯเท่านั้นหรือ, 6.ลับหลัง-ต่อหน้า, 7.ให้ผู้บริหารทำวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ใหม่ ว12/61 ยกเลิก ว17/52


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ดึกวันที่ 5 ก.ย.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเว็บบล็อก ว่า  "ผมเกิด2541 เรียนกศน.ตอนนี้กำลังจะสอบเทอมที่3 เดือนกันยายนนี้ น่าจะจบต้นเดือนพฤษภาคมปี62 จะผ่อนผันทหารเพื่อเรียนปวส.ต่อ จะผ่อนผันทันไหม"

             ผมตอบว่า   ปกติคุณต้องไปเกณฑ์ทหารประมาณ เม.ย.62
             คุณต้องยื่นเรื่องขอผ่อนผันล่วงหน้า ตั้งแต่ต้นเทอมหน้า ( ต้นเทอม 2/61 ) โดย กศน.อำเภอต้องรวบรวมเรื่องส่ง กศน.จังหวัดภายในเดือน ธ.ค.61

         2. วันที่ 6 ก.ย.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  การประเมินของครู กศน.ตำบลกับครูอาสาฯเขาเอาเม็ดเงินมารวมกันหรือแยกกัน

             ผมตอบว่า   การเลื่อนค่าตอบแทนพนักงานราชการ ปีแรก ๆ ( ปี 55 ) ส่วนกลางระบุให้แยกเม็ดเงินเฉพาะกลุ่มครู กศน.ตำบล ออกจากตำแหน่งอื่น ๆ แต่ปีหลัง ๆ ส่วนกลางไม่ได้ระบุให้แยก

         3. เย็นวันที่ 6 ก.ย.61 มีครูอาสาฯถามผมทางไลน์ ว่า  ปัจุบันสอนนักศึกษาในตำบล.และมีครูกศน.มาบรรจุใหม่ อ. ... ... จะให้ยกนักศึกษาให้ครูมาใหม่..แล้วให้สอนเสริมแทน

แต่ถาม อ. ... ... ว่าครูอาสาตามหน้าที่.ถ้าไม่มีผู้ไมรู้หนังสือ.ให้สอนประถม ม.ต้นหรือม.ปลายแทนไม่ใช่หรือ ที่สงสัย ครูเดี๋ยวนี้ไม่ต้องหานักศึกษาแล้วหรือ..แล้วจะให้ทำอย่างไรดี   ครูอาสา.สอนเสริมได้ไหม

             ผมตอบว่า   นั่นฯน่ะซี.. ตามบทบาทหน้าที่ครูอาสาฯก็ต้องรับผิดชอบการสอนอย่างที่ว่า ( ลงใน DMIS ด้วย )  ถ้า ผอ.อำเภอ บอกว่าไม่ต้องสอนตามบทบาทฯ โดย ผอ.จะดูแลตอนประเมินฯให้.. แต่ ผอ.จะดูแลได้แค่ไหน การประเมินฯก็มีกรรมการหลายคน ทั้งระดับจังหวัดระดับอำเภอ
             และผู้บริหารก็เปลี่ยนคนเป็นระยะ ๆ ถ้า ผอ.คนใหม่ย้ายมาไม่ว่าอย่างนี้ ถ้าคนใหม่บอกว่าต้องสอนแบบเดิม แล้วเราจะต้องหานักศึกษาใหม่เอาเองอีกหรือ ลองถาม อ. ... ... ดูซิ
             ให้คนใหม่เขาหานักศึกษาแล้วให้เขาเริ่มสอนนักศึกษาของเขาเทอมหน้าไม่ดีหรือ

             ผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับวิชาที่จะสอนเสริม ก็สอนเสริมได้ แต่การสอนเสริมของครูอาสาฯจะใช้แทนการสอนตามบทบาทหน้าที่ครูอาสาฯได้หรือ ลองพิจารณาจากแบบประเมินครูอาสาฯนะ
             ( ถ้ามีครู ศรช.ที่จ้างเหมาบริการ ควรทำใจลดการใช้งบอุดหนุนจ้างเหมาบริการ โดยลดครู ศรช. เช่นถ้ามีครู ศรช.ออกเมื่อไร ไม่ต้องจ้างคนใหม่แทน จะได้ไม่ต้องแย่งนักศึกษากัน )

         4. คืนวันเดียวกัน ( 6 ก.ย.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเริ่มต้นเป็นครูกศน.(ครูผู้ช่วย) กับเริ่มต้นเป็นครูสพฐ. (ครูผู้ช่วย) ข้าราชการไหนจะก้าวหน้าได้ดีกว่ากัน

             ผมตอบว่า   ก็พอ ๆ กันนะ  ของ กศน.ก็ก้าวหน้าเร็ว ถ้าเรียนเอกบริหารไว้.. ผอ.กศน.อำเภอเดี๋ยวนี้อายุน้อย

         5. คืนวันเดียวกัน ( 6 ก.ย.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การตรวจสอบความประพฤติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ต้องทำที่สถานีตำรวจตามบัตรประชาชนเท่านั้นหรือ เนื่องจากตามบัตรประจำตัวประชาชน กับที่ทำงานปัจจุบัน อยู่ไกลกันมาก จะสามารถขอทำเรื่องที่สถานีตำรวจใกล้ที่เราทำงานและจะบรรจุได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ติดภารกิจไม่สะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา  ( หนังสือส่งตัวให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือของ กศน. เว้นว่างตรง เรียน... ... ไว้ ให้กรอกกันเอง )

             เรื่องนี้  ท่าน ผอ.กจ.กศน. บอกว่า สมัยนี้ออนไลน์กันแล้ว ให้ไปที่สถานีตำรวจใกล้ที่ทำงานหรือใกล้ที่อยู่ปัจจุบันได้ จะไปที่ไหนก็กรอก เรียน ... ที่นั่น ถ้ากรอกแล้วก็ต้องไปที่นั่นได้ที่เดียว

         6. ดึกวันที่ 7 ก.ย.61 มีคน กศน. โพสต์ประโยคเป็นภาพในเฟซบุ๊ก ว่า
             “คน มนุษ ผี เปรต สัตนรก และกรรมการประเมิน กลุ่มไหนโหยหาของฝากของตอบแทน ที่สุด”

             ตามภาพประกอบโพสต์นี้

             ผมร่วมตอบว่า   ลับหลังก็พูดกันแบบนี้ แต่ต่อหน้าก็เว่าหวานใส่กัน  เราให้ของฝากเขาเอง ทำให้เขาชอบมาประเมิน/มาเยี่ยม






         7. ยกเลิกหลักเกณฑ์เฉพาะในส่วนของผู้บริหาร ชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ ของ ว 17/2552 โดยให้ผู้บริหารทำวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ใหม่ ว 12/2561 ที่ออกเมื่อ 7 ก.ย.2561 ไม่ยากเท่าเดิม

             ดูรายละเอียดและแบบฟอร์ม ว 12/61 ได้ที่
             https://www.otepc.go.th/index.php/notice-law-rule/circularnotice/2265-wor12-2561  


วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

1.Dropbox เปิดไม่ได้, 2.ใช้เงินอุดหนุนจ้างเหมาตำแหน่งหน้าที่อื่นที่จ้างได้ ให้มาทำหน้าที่ จนท.ธุรการ ได้ไหม ?, 3.กำหนดอัตราจ้างเหมาหน้าที่บรรณารักษ์ในแต่ละแห่ง, 4.ทำไมไม่ชัดเจนเรื่องจ้างนักวิชาการศึกษา(จังหวัดบอกว่าอย่าเสี่ยง), 5.เงินอุดหนุนควรใช้ได้เหมือนเงิน บกศ.?, 6.พนักงานราชการได้ขั้นดีเด่นติดต่อกันสองปีได้ไหม, 7.ยังสงสัยเรื่องจ้างเหมาฯตามกรอบปี 61



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันที่ 15 ก.ย.60 มีผู้เขียนต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  Dropbox เปิดไม่ได้

             ผมตอบว่า   เปิด Dropbox โดย คลิกที่ลิ้งค์ หรือ ก็อปปี้ลิ้งค์ไปให้ครบถ้วน ตั้งแต่ h ตัวแรก ไปจนถึงเลข 1 ตัวสุดท้าย โดยไม่มี .... ตรงกลาง

         2. มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า “ถ้าใช้เงินอุดหนุนรายหัวจ้าง จนท.ธุรการไม่ได้ จะแก้ปัญหาโดยจ้างตำแหน่งหน้าที่อื่นที่จ้างได้ แต่ให้ทำหน้าที่ จนท.ธุรการ” ได้ไหม

             ( การจ้างเหมาบริการ ต้องจ้างให้ตรงกับเงินที่ใช้จ้าง เช่น จะจ้างในหน้าที่บรรณารักษ์ ต้องได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อการจ้างเหมาบริการในหน้าที่บรรณารักษ์โดยเฉพาะ
               ถ้าจะใช้เงินอุดหนุนจ้าง ก็จะจ้างในหน้าที่ที่ไม่ใช่การทำงาน กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง ไม่ได้ เช่นจ้างในตำแหน่ง จนท.ธุรการ การเงิน บัญชี แม่บ้าน ทำความสะอาด ไม่ได้ เป็นความผิด ฐานใช้เงินผิดประเภท ไม่มีระเบียบรองรับ )

             วันอาทิตย์ที่ 17 ก.ย.60 ผมได้เรียนถามเรื่องนี้ กับท่านสัจจา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กศน. ( อดีต ผอ.กจ.) และท่านอาจารย์สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน.
             ทั้งสองท่านตอบเหมือนกันว่า การจ้างเหมาบริการตามระบียบพัสดุ ไม่จำเป็นต้องจ้างยาวตลอดปี ให้จ้างเป็นจ๊อบเป็นงาน ที่ จนท.ประจำทำไม่ทัน เมื่อหมดสัญญาไม่ต้องเลิกจ้างก็เลิกจ้างโดยปริยาย
             ท่านอาจารย์สุนีย์บอกว่า การใช้เงินอุดหนุน ตามคำสั่ง สป.ที่ 605 ข้อ 4 ให้เบิกจ่ายเงินอุดหนุนเป็นค่าตอบแทนบุคลากร
“ดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ได้ คือ จ้างได้เฉพาะงานที่เกี่ยวกับ กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรงเท่านั้น
             ผมเรียนถามว่า  หน้าที่ต่อไปนี้ หน้าที่ใดเกี่ยวกับ กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง
             
“นักวิชาการศึกษา, นักวิชาการเงินและบัญชี, นักวิชาการคอมพิวเตอร์, บรรณารักษ์, เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี, เจ้าหน้าที่ควบคุมระบบคอมพิวเตอร์, เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ, ผู้ช่วยนักวิชาการศึกษา, เจ้าหน้าที่บริการสื่อ, เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์, เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล, เจ้าหน้าที่งานธุรการ, เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี, พนักงานบริการ”
             ท่านตอบว่า
             จนท.บันทึกข้อมูล เกี่ยวโดยตรง ส่วน การเงิน บัญชี ไม่เกี่ยวโดยตรง ทั้งนี้ให้พิจารณาจาก
“ขอบเขตงานจ้าง”
             ( ดู ขอบเขตงานจ้าง ของ 39 หน้าที่ ที่ส่วนกลางกำหนดไว้ ได้ที่
              
https://www.dropbox.com/s/cado5gh88umz65a/EmployMaoDoc.pdf?dl=1
               ดูหนังสือสั่งการในเรื่อง ขอบเขตงานจ้าง 39 หน้าที่ ได้ที่
              
https://www.dropbox.com/s/fad7kuqa8z8lwav/EmployMao.pdf?dl=1 )

             สรุป ใช้เงินอุดหนุนรายหัว จ้างในหน้าที่ จนท.บันทึกข้อมูล ได้, ส่วน จนท.งานธุรการ การเงิน บัญชี พนักงานบริการ ไม่ได้
             แต่อย่างไรก็ตาม จ้างในหน้าที่ใด ก็ต้องปฏิบัติงานตาม ขอบเขตงานจ้าง ของหน้าที่นั้น

             ดูเรื่องเดิม ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น ใน

             - ข้อ 2 ที่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10203169103708831

             - ข้อ 5 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/08/oudnhun.html

         3. วันที่ 18 ก.ย.60 Chaloemsa Muicharoen ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องบรรณารักษ์อัตราจ้าง ที่มีอัตราให้จ้างในปี 61 จัดลงเฉพาะในห้องสมุดที่ไม่มีข้าราชการและพนักงานราชการแล้ว ยังมีอัตราเหลือ ไม่ทราบว่ามีแนวทางให้จัดลงที่ไหนอีกบ้าง เช่น ห้องสมุดเฉลิมราช จ้างคู่กับข้าราชการได้มั้ย หรืออยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละจังหวัด  พอดีหนูเป็น ขรก. เพิ่งย้ายมาอยู่เฉลิมราช ถ้าย้ายมาปุป น้องอัตราจ้างที่อยู่มา 5-6 ปี ต้องออก จะรู้สึกแย่มากๆเลย

             ผมตอบว่า   ส่วนกลาง กศน. จะมีข้อมูลว่า จัดสรรอัตราจ้างเหมา ให้ที่ไหนบ้าง ลองถาม กจ.ดู 02-2800324

             ต่อมา ผู้ถามแจ้งผมว่า  โทรคุยกับอาจารย์ปรารถนา กจ. ที่ดูแลกรอบอัตราแล้ว ได้รับแจ้งว่า
             1)  ให้อัตราจ้างเหมาฯกับ หสม.จังหวัด/หสม.อำเภอ ที่ไม่มี ขรก.หรือพนักงานราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ แห่งละ 1 อัตรา
             2)  ให้อัตราจ้างเหมาฯกับห้องสมุดฯเฉลิมราชฯ แห่งละ 1 อัตรา แม้จะมี ขรก.หรือพนักงานราชการตำแหน่งบรรณารักษ์แล้ว 1 คน ( รวมเป็น 2 คน )

         4. คืนวันที่ 18 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องใช้เงินอุดหนุนจ้างเหมาบริการตำแหน่งนักวิชาการศึกษา ที่ใช้คำว่าน่าจะจ้างได้นั้น เหมือนขาดความมั่นใจในทางปฏิบัติ ได้ปรึกษาจังหวัด จังหวัดให้ความเห็นว่าอย่าเสี่ยงเลย   ส่วนกลางควรซักซ้อมให้จัดเจน จ้างได้บอกให้ชัดเจน จ้างไม่ได้ก็ไม่ได้ เหมือนให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ปฏิบัติโดยไม่มีที่อ้างอิง

             ผมตอบว่า  ที่อ้างอิงคือ
             1)  คำสั่ง สป.ศธ.ที่ 605/59 เรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนของสำนักงาน กศน. ( ซึ่งกำหนดในข้อ 4 ว่า “ค่าตอบแทนบุคลากรดำเนินงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน” )
             2)  ขอบเขตงานจ้าง 39 หน้าที่ ( ในส่วนของ 39 หน้าที่นี้ ส่วนกลางสั่งการชัดเจนไว้ในข้อ 1-3 ของหนังสือที่  https://www.dropbox.com/s/fad7kuqa8z8lwav/EmployMao.pdf?dl=1 )
             ซึ่ง ผู้จ้าง ( จังหวัด ) เป็นผู้รับผิดชอบ/เป็นผู้พิจารณา ถ้าจังหวัดบอกว่า อย่าเสี่ยงเลย ก็คือไม่จ้าง จบ

              ( ที่มาของข้อ 4 ตามคำสั่ง สป.ที่ 605/59 นั้น มาจาก สมัยก่อนไม่ได้เรียนฟรี มีการเก็บเงินบำรุงการศึกษา และมีหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนมากที่ กค 0526.7/9614 ลว.12 มี.ค.40 กำหนดว่า
              “ ตามที่ กศน.จัดตั้งสถานศึกษาและมีผู้สนใจเรียนจำนวนมาก ทำให้จ้างบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยปฏิบัติงาน เช่น การทำทะเบียนนักศึกษา การรับสมัคร พิมพ์และตรวจสอบหลักฐานการศึกษา การบันทึกข้อมูลของผู้เรียน ฯลฯ นั้น ให้สถานศึกษาเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้แก่บุคคลภายนอกที่มาช่วยปฏิบัติงานในระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.ได้ *ไม่เกิน 45 วันก่อนเปิดภาคเรียน* ในอัตราวันละไม่เกิน 200 บาท โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณหรือเงินบำรุงการศึกษา จำนวนบุคลากรอยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา ”

             ต่อมาเมื่อมีเงินอุดหนุนมาเพื่อการเรียนฟรี จึงได้นำหลักการตามหนังสือกรมบัญชีกลางนี้ มาเป็นข้อ 4 ของคำสั่ง สป.ที่ 605
             โดยกระทรวงการคลังให้จ้างเป็นจ๊อบ ๆ ( จ้างชิ้นงาน ) ซึ่งจะเห็นว่า หน้าที่นักวิชาการศึกษา ไม่สอดคล้องโดยตรงกับข้อกำหนดนี้ และมีหน้าที่ จนท.บันทึกข้อมูล ให้จ้างอยู่แล้ว อีกทั้งขอบเขตงานจ้างในหน้าที่นักวิชาการศึกษาไม่ได้ทำเฉพาะ กศ.ขั้นพื้นฐาน ไม่เหมาะจะใช้เงินอุดหนุน ส่วนกลางจึงใช้งบดำเนินงานจัดสรรอัตราจ้างเหมาในหน้าที่นักวิชาการศึกษา

         5. หลังจากที่ผมโพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า  “ถ้าจะใช้เงินอุดหนุนจ้าง ก็จะจ้างเหมาบริการในหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง ไม่ได้ เช่นจ้างในตำแหน่ง จนท.งานธุรการ การเงิน บัญชี พนง.บริการ ไม่ได้ เป็นความผิด ฐานใช้เงินผิดประเภท ไม่มีระเบียบรองรับ”
             ต่อมา คืนวันอาทิตย์ที่
17 ก.ย.60 Nathanont Amnartcharoen เขียนความคิดเห็นต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊ก ว่า เราต้องให้ สำนักงาน กศน. ตีความคำว่า เงินอุดหนุน ใหม่ ซึ่งตามความเป็นจริง เงินอุดหนุนได้มาเพื่อทดแทนเงินบำรุงการศึกษา เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ได้เหมือนเงินบำรุงการศึกษา ทุกประการ

             ผมตอบว่า   เมื่อก่อนมีเงิน บกศ. ( เงินบำรุงการศึกษา ) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเงินรายได้สถานศึกษาแทน แต่ ทั้งเงิน บกศ.และเงินรายได้สถานศึกษา นั้น สถานศึกษาก็ไม่สามารถใช้จ่ายได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ แม้ว่าสถานศึกษาจะเป็นผู้เก็บเงิน/รับเงินจากนักศึกษามาเอง ไม่ใช่เงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีอากรก็ตาม เพราะ อาคารโรงเรียนสร้างจากเงินงบประมาณ เงินเดือน ผอ.และครูก็เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่กิจการส่วนตัว จึงต้องใช้จ่ายเงิน บกศ./รายได้สถานศึกษา ตามระเบียบที่ราชการกำหนด เช่น
            
- จะใช้เงิน บกศ.จ้างลูกจ้างชั่วคราว ต้องได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง  ( ปัจจุบัน กศน.ไม่ได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลางให้จ้างลูกจ้างชั่วคราวอีกแล้ว  ซึ่งผู้รับจ้างเหมาฯไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว )
             - ใช้เงิน บกศ.หรือเงินงบดำเนินงาน จ่ายค่าจ้างบุคคลภายนอกมาช่วยปฏิบัติงาน เช่น การบันทึกข้อมูลของผู้เรียน ได้ไม่เกิน 45 วันก่อนเปิดภาคเรียน ในอัตราวันละไม่เกิน 200 บาท  ( ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น ข้อ 4 ในคำสั่ง สป.ที่ 605 )
             เป็นต้น

            ปัญหาเรื่องการจ้างเหมาฯหน้าที่ต่าง ๆ ด้วยเงินอุดหนุนนี้ คงไม่ค่อยเกิดข้อสงสัยในภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก เพราะแค่จ้างครู ศรช.ให้ครบทุกตำบลที่ไม่มีครู กศน.ตำบล เงินอุดหนุนก็ไม่เหลือจ้างหน้าที่อื่น
            ส่วนภาคเหนือ ภาคอิสาน และ กทม. มีครู กศน.ตำบล ครบทุกตำบลแล้ว จึงมีเงินอุดหนุนเหลือจ้างหน้าที่อื่นนอกเหนือจากครู ศรช.  ( นิติกร กจ. บอกว่า มีปัญหากรณีจ้างเหมาฯ ที่ผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินให้ผู้บริหาร )

         6. เย็นวันที่ 19 ก.ย.60 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการได้ขั้นดีเด่นติดต่อกันสองปีได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ผลการประเมิน ได้ดีเด่นติดต่อกันกี่ปีก็ได้ เป็นไปตามผลประเมินการปฏิบัติงาน ถ้าปฏิบัติงานดีเด่นติดต่อกันทุกปีก็เลื่อนค่าตอบแทนตามเปอร์เซ็นดีเด่นได้ทุกปี

         7. หลังจากมีหนังสือเรื่อง "แนวทางการปฏิบัติในการจ้างเหมาบริการปี งปม.61" ออกมาเมื่อวันที่ 19 ก.ย.60 ก็ยังมีหลายคนที่มีข้อสงสัย เช่น มีผู้ไปโพสต์ในกลุ่มไลน์ "เมืองนักอ่าน 2560" ว่า
            
"เรื่องบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ หนังสือส่วนกลางออกมาให้ส่วนจังหวัดดำเนินการขาดความชัดเจนและต้องให้จังหวัดมาวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง เกิดความสับสนอย่างมากในตอนนี้ ส่วนในเรื่องอำเภอที่มีข้าราชการก็ยังไม่ชัดเจน ตอนนี้น้องบรรณารักษ์เครียดมาก"
            
"ขอสังเกตุ..ในหนังสือสำนักงาน กศน. ลว. 19 กย.60 กรณีนอกกรอบเมื่อหมดสัญญาก็ไม่สามารถต่อสัญญาได้
               *** หสม.ใดที่มีบรรณารักษ์ที่เป็นพนักงานราชการ และมีบรรณารักษ์อัตราจ้าง เช่น อ.สัตหีบ ในปีงบ 61 จะต้องทำสัญญา 1 ปี (กรณีที่คิดจะช่วย) เพราะถ้าทำสัญญาแค่ 6 เดือน เมื่อหมดสัญญาก็ไม่สามารถต่อสัญญาได้ เช่นเดียวกัน ทำสัญญา 1 ปี เมื่อหมดสัญญา ก็ไม่สามารถต่อสัญญาได้เช่นกัน
               สรุป..ท้ายสุด หมดสัญญาเมื่อไหร่ ไม่จ้างต่อแน่นอน จึงควรจ้างเต็ม 1 ปี สรุปอีกครั้ง ถ้าทำสัญญา 6 เดือน ก็อยู่แค่ 6 เดือน ไม่สามารถต่อสัญญาได้ ถ้าทำสัญญา 1 ปี ก็อยู่ได้ 1 ปี"
             
"บรรณารักษ์ที่เป็นข้าราชการและมีบรรณารักษ์อัตราจ้างด้วย จะทำอย่างไร เพราะในหนังสือกล่าวถึง บรรณารักษ์ที่เป็นพนักงานราชการเท่านั้น"

             วันที่ 20 ก.ย.60 ผมจึงเรียนถามท่าน ผชช.พิเศษ อดีต ผอ.กจ. กับ อ.ปรารถนา กจ. ได้รับข้อมูลดังนี้
             1)  กรณีนอกกรอบ ให้จ้างคนเดิมต่อไปได้จนกว่าจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งจะจ้างได้ไม่เกิน 30 ก.ย.61 เมื่อหมดสัญญาก็พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ แล้วจ้างต่อไม่ได้ทั้งคนเดิมหรือคนใหม่
            
2)  คำว่า "หากได้รับการจัดสรรอัตราพนักงานราชการ" ให้หมายความรวมถึง "ได้รับการจัดสรรอัตราข้าราชการในตำแหน่งเดียวกัน" ด้วย ซึ่งจะจ้างเหมาฯต่อไปได้จนพ้นตำแหน่งหน้าที่หรือหมดสัญญา ไม่ว่าจะเป็นอัตราในกรอบหรือนอกกรอบก็ตาม เมื่อมีข้าราชการหรือพนักงานราชการทดแทนแล้วให้ลดกรอบอัตราจ้างเหมาฯ
            
3)  กรณีที่มีข้าราชการหรือพนักงานราชการ ซ้ำซ้อนกับอัตราจ้างเหมา อยู่ ณ ปัจจุบันนี้แล้ว ยังไม่จำเป็นต้องเลิกจ้างเหมาฯในวันที่ 30 ก.ย.60 นี้ แต่สามารถจ้างคนเดิมต่อในปี 61 จนกว่าจะพ้นสภาพ ( ไม่เกิน 30 ก.ย.61 ) เช่นกัน


วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

1.เกณฑ์การสอบวิชาเลือก, 2.พนักงานราชการเพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ไม่ได้ประเมิน จะต่อสัญญาได้ไหม, 3.การขอเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานราชการ, 4.ปีนี้ให้ประเมินพนักงานราชการถึง 31 ส.ค. คนที่บรรจุ 1 ก.พ.จะทำงานเพียง 7 เดือน เลื่อนค่าตอบแทนได้ไหม, 5.สรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล, 6.ต่อไปจะไม่มีข้ออ้าง, 7.นศ.เก่าเปลี่ยนมาเรียนแบบทางไกลได้ไหม




สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 26 ก.ย.59 มีครูของ กศน.อำเภอ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  มีระเบียบไหมว่า วิชาเลือกไม่ให้มีการสอบซ่อม

             ผมตอบว่า   ไม่มีระเบียบห้าม แต่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ได้ทำข้อสอบซ่อมวิชาเลือกไว้ บอกว่าวิชาเลือกไม่ต้องสอบซ่อม นั้น เพราะวิชาเลือกไม่มีเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนปลายภาคถึง 30 % และคะแนนระหว่างภาคได้กันมาก ผ่านหมดอยู่แล้ว จ.พระนครศรีอยุธยาจึงไม่สอบซ่อมวิชาเลือก

             แต่ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/59 เป็นต้นไป การเรียนแบบพบกลุ่ม วิชาเลือกบังคับ 2 วิชา กำหนดเกณฑ์บังคับว่าต้องได้คะแนนสอบปลายภาคถึง 30 % ด้วย ( ส่วนวิชาเลือกอื่น ๆ สถานศึกษาจะกำหนดเกณฑ์ปลายภาคเท่าไรหรือไม่ก็ได้ การลงคะแนนปลายภาควิชาเลือกในโปรแกรม ITw ต้องเปลี่ยนเกณฑ์ไปมา ) จึงเริ่มมี นศ.ที่ไม่ผ่านเกณฑ์วิชาเลือก

             ตามระเบียบ ผู้ที่เข้าสอบปลายภาค แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ สถานศึกษาสามารถให้ประเมินซ่อมได้ทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก






         2. เย็นวันที่ 29 ก.ย.59 แพรวา พริ้ว ไหว ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ค ว่า  ดู ETV เกี่ยวกับการต่อสัญญาพนักงานราชการ วันที่ 29 กย. 59 เวลา 15.00 น. มีข้อสงสัยจะสอบถามว่า กรณีพนักงานราชการทำงาน 3 เดือน ยังไม่มีผลการประเมินในรอบ 6 เดือน จะสามารถต่อสัญญาได้หรือไม่

             ผมตอบว่า ต่อสัญญาได้ ( ต่อ 1 ปีก่อน ) แต่ไม่ให้เลื่อนค่าตอบแทน

         3. วันเสาร์ที่ 1 ต.ค.59 นางชุติกาญจน์ ไชยชมภู ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  การขอปรับเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสา เป็นตำแหน่งนักวิชาการหรือตำแหน่งอื่นๆ เนื่องจากมีภาระงานแต่มีจำนวนบุคลากรในสำนักงานน้อย จะขอปรับได้มั๊ย ซึ่งยังคงอยู่อำเภอ เพราะช่วงสุดท้าย (ในรายการ ETV) ท่านได้เกริ่นว่า ได้

             ผมตอบว่า   มีหลายคนฟังกันไม่เข้าใจชัดเจน ในรายการนั้น ผู้ถามกับผู้ตอบและผู้ฟัง คิดไปถึงคนละประเด็นกัน เช่นเดียวกับคำถามนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงประเด็นเปลี่ยนตำแหน่งอัตราว่าง หรือมีตัวคนครองตำแหน่งอยู่แต่ขอเปลี่ยนตำแหน่งคนนั้น
             ลองดูเทปรายการอีกรอบ ดูจนจบ จะได้คำตอบว่า ขอเปลี่ยนตำแหน่งได้เฉพาะอัตราว่าง
             เช่น เมื่อมีครูอาสาฯลาออก/เกษียณ/เลิกจ้าง/เสียชีวิต เกิดเป็นอัตราว่างแล้ว จะเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างนี้ให้เป็นตำแหน่งนักวิชาการศึกษา จังหวัดก็ส่งเรื่องขอเปลี่ยนตำแหน่งไปได้
             แต่ตำแหน่งที่มีตัวคนอยู่ จะขอเปลี่ยนตำแหน่งไม่ได้ ต้องเปลี่ยนโดยการที่คนนั้นสอบใหม่ในตำแหน่งใหม่ ( ซึ่งเริ่มต้นค่าตอบแทนขั้นต้นใหม่ และการรับสมัครสอบต้องรับสมัครบุคคลทั่วไปด้วย )

         4. ดึกวันที่ 6 ต.ค.59 Nid-noi Tanasorn ถามต่อท้ายโพสต์ในเฟซบุ๊คผม ว่า  พนักงานราชการได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่ง สนง.กศน.จังหวัด ลงวันที่ 1 กพ.59 (แต่งตั้งเป็นพนักงานราชการตั้งแต่วันที่ 1 กพ.59-30กย.59)...จะมีสิทธิ์ได้รับการเลื่อนค่าตอบแทนหรือไม่..เนื่องจากปี 59 นี้ให้นำผลการปฏิบัติงานถึงวันที่ 31สค.59 มาใช้ประเมิน(ถ้านับอายุงาน 1 กพ.-31 สค.59 นับได้ 7 เดือน)

             ผมตอบว่า   ที่ให้ประเมินฯถึงวันที่ 31 ส.ค.นั้น เป็นเพียงการประเมินฯล่วงหน้าเพื่อให้ทันการณ์ แต่ปี งปม.นี้ทุกคนก็ทำงานถึงสิ้นปี งปม.เหมือนเดิม ฉะนั้นเมื่อทำงานครบ 8 เดือน ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้
             ( ถ้าบรรจุตั้งแต่วันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. ปกติจะให้เลื่อนค่าตอบแทน แต่ถ้าบรรจุหลังวันทำการวันแรกของเดือน ก.พ. จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ เช่นถ้าวันที่ 1-2 ก.พ.เป็นวันหยุดราชการ แล้วบรรจุวันที่ 3 ก.พ.ก็เลื่อนค่าตอบแทนได้ แต่ถ้าวันที่ 1 ก.พ.เป็นวันทำการแล้วบรรจุวันที่ 2 ก.พ.จะเลื่อนค่าตอบแทนไม่ได้ )

         5. วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.59 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องสรุปลักษณะสำคัญของ โปรแกรมการเรียนรู้ กับ แผนการเรียนรู้รายบุคคล ว่า

             1)  ลักษณะสำคัญของโปรแกรมการเรียนรู้ จะระบุว่า โปรแกรมนั้น ตลอดหลักสูตรประกอบด้วยวิชาอะไรบ้าง
                  อาจจะระบุเพิ่มเติมไว้ในวรรคต้นว่าโปรแกรมนั้นสำหรับนักศึกษาที่มีลักษณะอย่างไร
                  แต่ละสถานศึกษา จะมีโปรแกรมการเรียนรู้หลายโปรแกรม ให้เหมาะกับลักษณะของนักศึกษาแต่ละคน ( นักศึกษาที่มีลักษณะเดียวกันก็เรียนในโปรแกรมเดียวกัน ) เช่น
                  - โปรแกรมเกษตรเพื่อชีวิต
                  - โปรแกรมการบริหารจัดการทางธุรกิจ
                  - โปรแกรมการปลูกมะนาว
                  - โปรแกรมช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก
                  - โปรแกรมช่างเสริมสวย
                  - โปรแกรมอาหารและโภชนาการ
                  - โปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย
                  - โปรแกรมอิสลามศึกษา
                  ฯลฯ

                  ถ้าเป็น “โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล” ก็คือการระบุว่า นาย ก. เรียนโปรแกรมอะไร เช่น โปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคลของ นายทีละพัน จำปีห้อย คือโปรแกรมพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
                  - การระบุรายวิชาในแต่ละโปรแกรม อาจจะระบุเฉพาะวิชาเลือกเสรี เพราะวิชาบังคับกับวิชาเลือกบังคับเหมือนกันทุกคนและเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว
                  - รายวิชาเลือกเสรีในแต่ละโปรแกรม ต้องระบุให้ครบตลอดหลักสูตร คือ ระดับประถม 8 หน่วยกิต, ระดับ ม.ต้น 10 หน่วยกิต, ระดับ ม.ปลาย 26 หน่วยกิต ( เกินได้ ขาดไม่ได้ )

                  ตัวอย่างโปรแกรมการเรียนรู้ ระดับ ม.ต้น
                  โปรแกรม การปลูกมะนาว ( ข้อมูลทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลสมมุติ )
                  สำหรับนักศึกษาที่มีเป้าหมายการเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพปลูก มะนาว ( ปัจจุบันประกอบอาชีพปลูกมะนาวเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม หรือสนใจ/ตั้งใจจะประกอบอาชีพปลูกมะนาว )
                  ประกอบด้วย รายวิชาเลือกเสรีดังต่อไปนี้ ( อาจพิมพ์เป็นตาราง มี 4 คอลัมน์ คือ สาระการเรียนรู้-รหัสรายวิชา-ชื่อรายวิชา-จำนวนหน่วยกิต )
                  สาระการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ
                  1. อช 23008  รายวิชา การเตรียมดินปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์   2 หน่วยกิต
                  2. อช 23009  รายวิชา การตอนกิ่งมะนาว   2 หน่วยกิต
                  3. อช 23010  รายวิชา การดูแลรักษามะนาวในวงบ่อซีเมนต์   3 หน่วยกิต
                  4. อช 23011  รายวิชา การตลาด   3 หน่วยกิต
                  รวมรายวิชาเลือกเสรี 10 หน่วยกิต

             2)  แผนการเรียนรู้รายบุคคล
                  คือแผนฯที่ระบุว่า นศ.คนนั้น เรียนในโปรแกรมใด ( ชื่อโปรแกรม ) เรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด ตลอดหลักสูตร
                  - แผนการเรียนรู้นี้ ควรจะระบุทั้งวิชาบังคับและวิชาเลือก เพราะ แผนการเรียนรู้รายบุคคลนี้จะให้นักศึกษาคนนั้น เก็บไว้ดูตลอดการเรียนจนจบหลักสูตรด้วย  ถ้าระบุเฉพาะวิชาเลือกอาจทำให้นักศึกษาคนนั้นสับสนเข้าใจผิด  เพื่อความชัดเจนจึงควรระบุทั้งวิชาบังคับ วิชาเลือก วิชาที่เทียบโอน วิชาที่เรียน ( วิชาที่เรียน ระบุว่าเรียนในภาคเรียนใด )

                  ขึ้นต้นว่า  แผนการเรียนรู้รายบุคคล ระดับ ... ... ของ นาย ... ... รหัสนักศึกษา ... ... วิธีเรียน แบบ ... ... กลุ่ม ... ...
                  โปรแกรมการเรียนรู้ ... ...
                  รายวิชาที่เทียบโอน
                  ………………………..
                  ………………………..
                  รายวิชาที่เรียน
                   ( ในส่วนของรายวิชาที่เรียน อาจพิมพ์เป็นตารางแนวนอน แบ่งคอลัมน์ใหญ่เป็นภาคเรียน มีจำนวนภาคเรียนตามที่นักศึกษาจะเรียนจนจบหลักสูตร เพื่อระบุว่าจะเรียนรายวิชาใดในภาคเรียนใด )

         6. “ต่อไปจะไม่มีข้ออ้างว่า นักศึกษาต้องทำงานไม่มีเวลามาพบกลุ่ม เพราะถ้าไม่มีเวลาก็เรียนแบบการศึกษาทางไกล”
             ( ผชช.สุทธินี งามเขต พูดในรายการสายใย กศน. 21 ต.ค.59 )

             นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล ให้นับเป็น นศ.ของครูที่รับผิดชอบ และ กศน.อำเภอ/เขต ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเท่ากับ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่ม
             แต่ การเรียนแบบ กศ.ทางไกล จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา คือ ต้องแบ่งเงินอุดหนุนรายหัวไปจ่ายเป็น ค่าตอบแทนครูที่ปรึกษาประจำรายวิชา
             ครู ศรช. ก็ต้องเบิกค่าจ้างจากเงินอุดหนุนรายหัวนี้ ถ้า นศ.ของครู ศรช. เรียนแบบ กศ.ทางไกลมากหลายคน อาจทำให้เงินอุดหนุนรายหัวไม่ค่อยพอ
             อาจจะให้ นศ.ที่เรียนแบบ กศ.ทางไกล เป็นนักศึกษาในกลุ่มของ ข้าราชการ ครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ซึ่งไม่ได้เบิกค่าตอบแทนจากเงินอุดหนุนรายหัว ส่วนครู ศรช.ให้รับผิดชอบ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มเหมือนเดิม
             แต่ นศ.ที่เรียนแบบพบกลุ่มก็ต้องมาพบกลุ่ม ( สัปดาห์ละ 6 ชม.)

             - การเรียนแบบ กศ.ทางไกล เน้นเรียนจากสื่อเทคโนโลยี ( วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ) ผู้เรียนต้องมีพื้นความรู้พอที่จะเรียนได้ด้วยตนเอง
             - การเรียนแบบพบกลุ่ม เน้นเรียนกับครู ผู้เรียนต้องมีเวลามาพบกลุ่ม
              ( แนะแนวให้ นศ.เลือกวิธีเรียน ในช่วงรับสมัครลงทะเบียนเรียน พร้อมกับการเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดโปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล )

         7. อ.พิชญา นัยนิตย์ สถาบันการศึกษาทางไกล กศน. บอกว่า
             - ในภาคเรียนเดียวกัน นศ. ต้องเรียนวิธีเดียวกันในทุกวิชา จะเรียนแบบ กศ.ทางไกล ในบางวิชา และเรียนแบบพบกลุ่มในบางวิชาในภาคเรียนเดียวกันไม่ได้
             - นศ.ที่ภาคเรียนแรกเรียนแบบพบกลุ่ม เช่น นศ.เก่า ให้เรียนวิธีเดิมไปจนจบ แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็น ภาคเรียน 2/59 นี้ก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้เป็นราย ๆ ไป ( เมื่อเปลี่ยนภาคเรียนก็ขอเปลี่ยนวิธีเรียนได้ถ้าจำเป็น ) ผู้พิจารณาอนุมัติให้เปลี่ยนวิธีเรียนคือ ผอ.สถานศึกษา  แต่ ภาคเรียนแรกกับภาคเรียนสุดท้ายที่จบต้องเรียนวิธีเดียวกัน เป็นข้อกำหนดของระบบทะเบียน  เช่น ภาคเรียนแรกเรียนแบบ กศ.ทางไกล ภาคเรียนที่ 2 ขอเปลี่ยนเป็นเรียนแบบพบกลุ่ม เมื่อถึงภาคเรียนสุดท้ายต้องเรียนแบบ กศ.ทางไกล