แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

1.กิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพ เบิกค่าป้ายได้ไหม, 2.เรื่องการขอย้ายประจำปี, 3.ทำไมครู ศรช.ต้องจ่ายเองหมด, 4.ที่ให้ผู้บริหารอยู่ไม่เกิน 4-6 ปีนั้น หมายถึง ผอ.กศน.อ.ใช่ไหม, 5.ปัญหาการฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ กศน.ระหว่างเรียน ป.บัณฑิต, 6.ทัศนศึกษาศูนย์วิทย์ฯ เบิกค่าอะไรได้บ้าง, 7.เมื่อไหร่ครู กศน.ตำบลจะครบทุกตำบล



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันที่ 2 ส.ค.60 Manoch Keeratikittikanlaya ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  งบรายจ่ายอื่น กิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เบิกค่าป้ายไวนิลได้ไหม

             ผมตอบว่า   ค่าป้ายไวนิลอะไร เขียนว่าอย่างไร เป็นวัสดุฝึกหรือเปล่า ฝึกวิชาอาชีพการทำป้ายหรือเปล่า
             งบศูนย์ฝึกอาชีพ ( รายจ่ายอื่น ) ให้จัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน ไม่ให้จัดในรูปแบบฝึกอบรม ซึ่งการจัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน ผมเคยโพสต์ตอบแล้วว่าเบิกค่าป้ายไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นวัสดุฝึก เช่นฝึกวิชาอาชีพการทำป้ายไวนิล
             ดูคำตอบเดิม ๆ เช่นใน
             - ข้อ 1 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/07/1-15.html
             - ข้อ 5.4 (1) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/03/moenet.html

         2. วันที่ 31 ก.ค.60 มี ผอ.กศน.อ. ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  วาระย้ายสิงหา มี ผอ.อำเภอที่เราต้องการย้ายไป ท่านเกษียณ 30 กันยานี้ เราเขียนขอลงเลยได้ไหม

             เรื่องนี้  ผมคิดว่า ได้ เพราะคำสั่งย้ายคงไม่ออกก่อนวันที่ 1 ต.ค. และปกติการขอย้ายเราจะเขียนขอลงที่ไหนก็ได้ที่คิดว่าจะว่าง ที่รู้ว่าจะมีคนขอย้ายออก ก็ได้  เพียงแต่เมื่อถึงเวลาที่เขาพิจารณาการย้าย ถ้าตำแหน่งนั้นไม่ว่าง ตำแหน่งเดิมไม่ได้ออกจริง เราก็จะไม่ได้ย้ายไปลงที่ตำแหน่งนั้น
             แต่เพื่อความแน่ใจ ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับท่านผู้ทรงคุณวุฒิ และ รก.กจ.กศน. ท่านบอกว่า เขียนขอย้ายลงตำแหน่งที่คิดว่าจะว่าง จะเกษียณ ได้  ทั้งนี้ กจ.จะแจ้งเรื่องการขอย้ายประจำปีพร้อมตำแหน่งว่าง ( แต่ไม่แจ้งตำแหน่งที่จะเกษียณ ) มายังจังหวัด

             อนึ่งการประชุม อ.ก.ค.ศ.สป. ในวันที่ 4 ส.ค.60 ที่ประชุมให้ปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาย้าย ผอ. จาก 6 ข้อ เป็น 8 ข้อ

         3. คืนวันที่ 3 ส.ค.60 Aom Maylilinn ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  “ทำไม่ครู ศรช. ต้องออกค่าใช้จ่ายเองในการซื้ออุปกรณ์การสอน เช่น กระดานดำ เสาธง โต๊ะหนังสือ ตรงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายจากรัฐไห้ใช้ไม่ และไปโครงการต่างจังหวัดก็ต้องจ่ายเองหมด หนูสงสัย”

             ผมตอบว่า   ค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ถาม จ่ายจากเงินรัฐ ( เงินอุดหนุน เงินรายได้สถานศึกษา งบบริหาร ) ได้  รวมทั้งค่าไปโครงการต่างจังหวัด ( ค่าไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ) ผมก็เคยโพสต์แล้วว่า ผู้รับจ้างเหมาบริการสามารถเบิกได้ในกรณีใด
             แต่ถ้าเป็นค่าครุภัณฑ์ จะจ่ายได้เฉพาะเงินรายได้สถานศึกษากับเงินที่ได้รับการจัดสรรเจาะจงมาให้ซื้อครุภัณฑ์อะไรโดยเฉพาะ ซึ่งเกือบทุกแห่งไม่มีเงินนี้หรอก
             ทุกแห่งจะมีเงินอุดหนุนกับงบบริหาร ซึ่งหลายแห่งเขาก็จัดสรรให้ครู ศรช.เบิกจ่ายได้นะ ไม่ได้ให้ครูจ่ายเองหมด ลองคุยขอความอนุเคราะห์กับ ผอ.ดู อาจเบิกได้บางส่วน   แต่ถ้ามากไป เงินอุดหนุนไม่พอ ( ยิ่งถ้าครู ศรช.มาก นักศึกษาน้อย จะได้รับเงินอุดหนุนน้อย ส่วนงบบริหารนั้นไม่พอกันอยู่แล้ว ) อาจต้องหาวิธีขอความร่วมมือช่วยเหลือจากเครือข่าย ซึ่งถ้าเราเข้ากับชุมชนได้ดีอาจประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษา+ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในชุมชน เต็มใจช่วยสนับสนุนได้  แต่ต้องระวังไม่เรี่ยไรโดยที่บางคนไม่เต็มใจ ( การขอรับการสนับสนุนจากนักศึกษา+ประชาชน ต้องได้รับความเห็นชอบหรือดำเนินการโดย ผอ. อย่าทำโดยพลการ )  บางอย่างเราก็จ่ายเองบ้าง

         4. เย็นวันเสาร์ที่ 5 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตามหนังสือที่แจ้งว่า ให้ผู้บริหารอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 4 ปี ถ้าจำเป็นไม่เกิน 6 ปีนั้น หมายถึง ผอ.กศน.อำเภอ ใช่มั้ย  ถ้าใช่ ผอ.ที่ต้องย้ายเนื่องจาก ครบ 4-6 ปีแล้ว สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้มั้ย ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันทั่วประเทศ

             ผมตอบตามความเข้าใจตัวเองไปก่อน ( เพราะเพิ่งเห็นคำถามตอนกลางคืน ไม่กล้ารบกวนถามใครต่อ ) โดยตอบว่า
             1)  หมายถึงทั้ง ผอ./รอง ผอ.จังหวัด และ ผอ./รอง ผอ.สถานศึกษา ( รวม ผอ.กศน.อ.)

             2)  ถ้าไม่ได้ขอย้ายเอง ก็เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามหลักเกณฑ์

             ต่อมาวันจันทร์ที่ 7 ส.ค. ผมเรียนถามเรื่องนี้กับท่านสัจจา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้รับคำตอบตรงกับที่ผมตอบไปแล้ว
             ( ดูหนังสือชุดนี้ ได้ที่ 
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheinge4y.pdf )

         5. เช้าวันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 5 ส.ค.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มาเรียน ป บัณฑิต ที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต และกำลังเรียนเทอมที่ 2 ฝึกงาน คือเป็นครู กศน.ตำบล ตอนแรกก็ส่งเอกสารครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารเป็นครู กศน.และฝึกงานที่ กศน.ที่ตนเองทำงานอยู่  แล้วอยู่ๆ อ.หัวหน้าหลักสูตร ป บัณฑิตบอกว่า คุรุสภาเค้าบอกว่าต้องไปฝึกสอนกับโรงเรียนในระบบ
             กศน.ฝึกงานการสอนไม่ได้  กศน.ไม่ผ่าน สมศ ทุกแห่ง เลยงงว่าต้องไปขอฝึกงานที่อื่น ต้องเปลี่ยนครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารใหม่หมดเลย เป็นในระบบ ครูพี่เลี้ยงและผู้บริหารก็ในระบบหมดเลย ต้องไปสอนในระบบสัปดาห์ละอย่างน้อย 6 ชม  แล้วมันมีปันหาเวลาทำงานจันถึงศุกก็ต้องทำงานในตำแหน่งหน้าที่อยู่แล้ว และ กศน.ก็ต้องสอนนักศึกษาอยู่แล้วด้วยทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย  เลยงงมาก อยากจะรบกวนสอบถามว่า กศน นี้ฝึกงานได้หรือไม่ในการเรียน ป บัณฑิตอะ และ กศน.ที่ทำงานอยู่ก็ผ่าน สมศ นะ

             ผมตอบว่า   ฝึกปฏิบัติวิชาชีพที่ กศน.ได้ บอกเขาหรือเปล่าว่า กศน.ที่คุณทำงานอยู่ก็ผ่านการประเมินจาก สมศ.  ลองนำหนังสือที่แจ้งว่าฝึกสอนที่ กศน.ได้ ที่ผมเคยนำมาโพสต์ เช่นในข้อ 5.2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/03/moenet.html  ไปให้เขาดู ถ้าเขาสงสัยให้เขาถามคุรุสภา
             ( วันที่ 8 ส.ค.60 ผมถามสำนักมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภา 02-2806168 ได้คำตอบว่า ฝึกสอนที่ กศน.ได้ทุกแห่งที่ผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ. )

             มหาลัยเขาเอือมระอา ที่เขามานิเทศตามตารางสอน/แผนการสอน ที่ครู กศน.ส่งเขา แล้วปรากฏว่าครู กศน.ไม่ได้สอนตามตารางสอน/แผนการสอน  บางมหาลัยจึงไม่ยอมรับที่จะให้ปฏิบัติการสอนที่ กศน. ( คนสมัครเรียน ป.บัณฑิต จากสังกัดอื่นก็เกินโควต้าที่เขาจะรับได้แล้ว )

         6. วันที่ 4 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ค่าใช้จ่ายสำหรับนักศึกษา กรณีเบิกจ่ายโครงการทัศนศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์ เบิกค่าอะไรได้บ้าง ต้องจัดจ้างจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ หรือค่าอาาร อาหารว่างมั้ย

             ผมตอบ   ( ตอบครั้งแรกวันที่ถาม แต่สังเกตภายหลังพบว่าผมคลิกส่งคำตอบไม่สมบูรณ์ คำตอบไม่ขึ้น จึงส่งใหม่เย็นวันเสาร์ที่ 5 ส.ค. ) ตอบว่า
             นักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐานใช่ไหม เป็นกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใช่ไหม
             ลองเสิร์ชหาดูที่ผมเคยโพสต์ เช่นในข้อ 5 ที่ 
http://nfeph.blogspot.com/2017/01/scienem.html  จะมีลิ้งค์ไปดู “แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาร่วมกับกลุ่มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” ( เอกสารนี้จะระบุเรื่องค่าใช้จ่ายไว้ในข้อ 3.3 )

         7. เช้าวันเสาร์ที่ 5 ส.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เคยถามแล้ว และคำตอบทำให้ฉันอึ้งไปพักใหญ่  ฉันเคยถามว่า เมื่อไหร่ครู กศน.ตำบลจะครบทุกตำบล เนื่องจากตัวเองเป็นครูอาสาที่ต้องรักษาการตำบล กางแขนกางขาคนเดียวหลายหน้าที่ ต้องทำหน้าที่ครูตำบลทุกอย่าง เน้นว่าทุกอย่าง แถมต้องนิเทศตำบลอื่นที่ตนเองดูแลอีก 2 ตำบล และยังงานหัวหน้างานต่อเนื่อง เจองานตำบลไปก็หลังแอ่น ทั้งจัดต่อเนื่อง ทั้งภารกิจ 4 ศูนย์ คือทำทุกอย่างที่ครูตำบลทำ แถมยังต้องลงนิเทศตำบลอื่นที่รับผิดชอบ บางทีกิจกรรมซ้ำกันในวันเดียวกัน ไปไม่ถูก ตั้งสติแป๊บ แล้วค่อยๆคิด 
             พยายามทำทุกอย่างให้เร็วกว่าคนอื่นเพราะตัวเองมีหลายหน้าที่ แต่ก็ยังไม่วายที่ต้องมานั่งทำนั่งดูนั่งแลครูตำบลที่ตนเองดูแล  งาน หน.ต่อเนื่องต้องรายงาน ต้องเข้าไปเซนชื่อให้กับครูทุกตำบลเวลาส่งงาน ตนเองทำงานอยู่ตำบลตนก็ต้องวิ่งไปวิ่งมาเพื่อเซนชื่อ ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าดูแลนักศึกษา ค่าโน้นนี่นั้นในตำบล ไม่เคยเบิก อยากมีครูตำบลมาผ่อนแรงบ้าง  เหนื่อยมาก เหนื่อยกว่าครูตำบลแต่เงินเดือนเท่าเดิม  คำตอบอาจจะทำให้คนทำงานอย่างหนูอึ้งไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับเพราะวาสนาเรามีแค่นี้
             คิดว่าอย่างน้อย เสียงสะท้อนจากครูตัวเล็กๆอย่างฉันก็ได้บอกได้บ่น
             สรุป ฉันจะได้ครูตำบลเมื่อไหน่ ห้ามตอบเหมือนเดิมว่า เมื่อครู กศน.ตำบลของจังหวัดที่เกิน เกษียร เมื่อออก เมื่อตาย
             ปล. สอบถามทางจังหวัดเรื่องการทำงานของฉันเป็นยังงัยได้เลย ว่าสิ่งที่ฉันเล่าให้ฟังมันคือเรื่องจริง ฉันเป็นครูอาสาอยู่อำเภอบ....... จังหวัด....... ชื่อ..........

             ผมตอบว่า   ( เรื่องที่ว่า เมื่อไหร่ ครู กศน.ตำบล จะครบทุกตำบล นี้  ต้องถาม กจ. กศน. ว่า จะมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบจังหวัดที่มีครู กศน.ตำบลเกินอยู่ ว่าเขาแจ้งเมื่อมีครู กศน.ตำบลเสียชีวิต ลาออก อายุครบ 60 เลิกจ้าง ทุกครั้ง เพื่อโอนอัตราว่างให้จังหวัดที่ไม่ครบหรือเปล่า )  คำตอบผมก็คงเหมือนเดิม


วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

1.กศ.ต่อเนื่อง เบิกค่าป้ายได้ไหม, 2.ผอ.จังหวัด ไม่สั่งลงโทษพนักงานราชการ ผิดไหม, 3.ขอย้าย 1-15 ส.ค., 4.แบบนี้ เป็นการต่อยอดอาชีพเดิมไหม, 5.การขอย้ายของบุคลากรทางการศึกษาอื่น, 6.กศน.ตำบล ออกหนังสือตราครุฑ, 7.วิชาเลือกเสรีโอนย้ายได้ไหม




สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้
 

         1. วันที่ 8 ก.ค.59 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  การเบิกเงินค่าป้ายการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ยังคงทำได้หรือไม่ เพราะในหลักเกณฑ์ไม่มีในเรื่องของการจ้างประชาสัมพันธ์ แต่ทางอำเภอยังคงส่งเบิก

             ผมตอบว่า   ถ้าจัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียนวิชาชีพ จะเบิกค่าป้ายไม่ได้ เพราะเบิกได้แต่ค่าตอบแทนวิทยากรกับค่า "วัสดุฝึก" ซึ่งชัดเจนว่า ป้ายไม่ใช่วัสดุฝึก
             แต่ถ้าจัดในรูปแบบการฝึกอบรม สามารถเบิกจ่ายค่าวัสดุในการจัดฝึกอบรมเท่าที่จำเป็นเหมาะสมและประหยัด ซึ่งอาจตีความว่า การจ้างทำป้าย เป็นการจ้างทำวัสดุในการจัดฝึกอบรมที่จำเป็นเหมาะสมและประหยัด

         2. คืนวันเสาร์ที่ 16 ก.ค.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊กผม ว่า  พนักงานราชการทำผิดวินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการสอบสวน พบมีมูล กรรมการสรุปว่าผิดวินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาต้องสรุปและออกคำสั่งลงโทษตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการเรื่องแนวทางการดำเนินการทางวินัยพนักงานราชการ พ.ศ. 2559 ใช่หรือไม่ หากไม่สั่งลงโทษ ผิดหรือไม่ ไม่จัดการให้จบด้วยตนเอง ส่งต่อไป ผิดหรือไม่  ในประกาศนี้ ห้วหน้าส่วนราชการหมายถึงเลขา กศน.หรือ ผอ.จังหวัด หรือมีการมอบอำนาจจากเลขา หรือไม่ หรือมอบเฉพาะวินัยไม่ร้ายแรง

             ผมตอบว่า
             - หัวหน้าส่วนราชการ กศน. ปัจจุบันหมายถึง ปลัดกระทรวง ศธ. ซึ่งมอบอำนาจให้ ผอ.กศน.จังหวัด/กทม. ทั้งการสั่งลงโทษทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และร้ายแรง แก่พนักงานราชการ ตามคำสั่ง สป.ที่ 270/51 ข้อ 2, 3
             - ถ้าผู้มีอำนาจไม่ดำเนินการในเวลาที่สมควร ก็ถือว่าผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่การที่ ผอ.กศน.จังหวัด/กทม. ส่งเรื่องต่อให้ส่วนกลาง โดยมีเหตุผลที่สมควร ในเวลาที่สมควร ก็ไม่ใช่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ( อาจมีเหตุผลบางประการที่ ผอ.กศน.จังหวัด/กทม. ยังไม่สั่งลงโทษ มั้ง   ผมไม่ทราบว่า ที่ว่า “ส่งต่อไป” นั้นคือส่งอะไร  ตามหลักเกณฑ์ สนง.กศน.จังหวัดก็ต้อง “รายงานผลการลงโทษ” ให้ส่วนกลางทราบ )

                 เมื่อระยะเวลาผ่านไปตามสมควร ประมาณ 1 เดือน ถ้าผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมยังไม่ได้รับความเป็นธรรมและยังไม่ทราบความเคลื่อนไหวของการดำเนินการ ก็สามารถแจ้งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป

         3. ค่ำวันที่ 21 ก.ค.59 มี ขรก.ครู กศน.ใน จ.อยุธยา ถามผมด้วยวาจา ว่า  บรรจุเป็นครูผู้ช่วยครบ 2 ปีเมื่อ 1 ก.ค.59 แต่ยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นครู คศ.1 จะยื่นขอย้ายในช่วง 1-15 ส.ค.59 ได้ไหม จะดูอัตราว่างได้ที่ไหน

             เรื่องนี้  ผมเรียนถามท่าน ผอ.กจ.กศน. ท่านบอกว่า
             1)  ถ้าบรรจุเป็นครูผู่ช่วยครบ 2 ปีแล้ว ให้อำเภอ/จังหวัดรีบประเมินฯและรายงานเข้าไปส่วนกลาง  แต่ถึงแม้จะยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นครู คศ.1 ก็ยื่นคำร้องขอย้ายในช่วง 1-15 ส.ค. ได้ เพราะกว่าคำสั่งย้ายจะออกก็อีก 2-3 เดือน ( จะพิจารณาย้ายหลังได้รับผลการประเมินฯ คำสั่งย้ายจะไม่ออกก่อนคำสั่งให้เป็นครู คศ.1 )  โดยให้ใส่ตำแหน่งในคำร้องขอย้ายว่า ครูผู่ช่วย  และหมายเหตุว่า อยู่ระหว่างรอคำสั่งให้พ้นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข็ม
             2)  ส่วนกลางจะแจ้งบัญชีอัตราว่างเร็ว ๆ นี้

         4. ในวันเดียวกัน ( 21 ก.ค.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรพัฒนาอาชีพ (ต่อยอดอาชีพเดิม) ในกรณีที่กลุ่มในศูนย์ฝึกทำเห็ดนางฟ้า มีความรู้เรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้า แต่ต้องการที่จะพัฒนาอาชีพคือทำเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะการทำคล้ายกับ เห็ดนางฟ้า ถือว่าเป็นการต่อยอดมั้ย  หรือการต่อยอดคือการแปรรูปเห็ดเท่านั้น คำจำกัดความมันค่อนข้างที่จะสับสนตรงที่การต่อยอดคือการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อาจจะมาจากผลิตภัณฑ์เดิม ถ้าจะแปลความหมายว่าผลิตภัณฑ์เดิมคือเห็ดแต่ทำให้เป็นเห็ดอีกชนิด แบบนี้จะได้มั้ย

             ผมตอบว่า   การพัฒนาอาชีพ/ต่อยอดอาชีพเดิม หมายถึง การขยายกิจการ/การแปรรูปเพิ่มมูลค่า/การใช้ผลผลิตเดิมเป็นส่วนประกอบของผลผลิตใหม่/การผลิตวัตถุดิบเอง
             ในที่นี้จะหมายถึงการแปรรูปเห็ด
             แต่ถ้าบอกว่าอาชีพเดิมคือการเพาะเห็ดจำหน่าย ก็อนุโลมได้ว่าการเพิ่มชนิดของเห็ด เป็นการขยายกิจการ ถือเป็นการต่อยอดอาชีพเดิมได้ แล้วแต่ผู้บริหารจะพิจารณาอนุญาต

         5. คืนวันเสาร์ที่ 23 ก.ค.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า
             1)  ข้าราชการตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ และนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ของสำนักงาน กศน. ที่เพิ่งบรรจุเข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2558 มีสิทธิ์โอนย้ายไปส่วนราชการอื่นที่ไม่ใช่สังกัดสำนักงาน กศน. ได้หรือไม่ และต้องมีอายุราชการเท่าใดถึงจะเขียนคำขอโอนย้ายได้
             2)  การเขียนคำขอย้ายหน่วยงานภายในสังกัดสำนักงาน กศน.นั้น ข้าราชการบรรจุใหม่ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ และนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ต้องมีอายุราชการเท่าไรถึงจะเขียนคำร้องขอย้ายได้ และถ้าบรรจุเข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2558 มีสิทธิ์เขียนย้ายในเดือนสิงหาคม 59 ได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ถ้าหมายถึง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) จะใช้ระเบียบหลักเกณฑ์เดียวกับ ขรก.ครู คือ
             - จะยื่นขอโอน/ย้ายได้ต้องพ้นทดลองปฏิบัติราชการ/เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
                และดำรงตำแหน่งในหน่วยงาน/สถานศึกษาปัจจุบันไม่น้อยกว่า 12 เดือน ( นับถึงวันสิ้นเดือนถัดจากเดือนที่ให้ยื่นคำร้อง )
             - การขอย้ายไปภายใน กศน. กรณีปกติ ให้ยื่นขอย้ายในช่วง 1-15 ก.พ. และ 1-15 ส.ค.ของทุกปี  ( ถ้ายื่นในช่วง 1-15 ก.พ.ให้นับถึงวันที่ 31 มี.ค.ให้ครบ 12 เดือน, ถ้ายื่นในช่วง 1-15 ส.ค.ให้นับถึงวันที่ 30 ก.ย.ให้ครบ 12 เดือน )
             บุคลากรทางการศึกษาอื่น ระดับปฏิบัติการหรือชำนาญการ ต้องขอย้ายไปยังตำแหน่งว่างที่เป็นระดับปฏิบัติการหรือชำนาญการเท่านั้น
             การขอโอนย้ายไปส่วนราชการอื่นยื่นขอโอนย้ายได้ตลอดปี  การขอย้ายไปส่วนราชการอื่นต้องยึดระเบียบหลักเกณฑ์ของส่วนราชการที่จะย้ายไปด้วย

             ดูหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ที่  https://db.tt/LbkfNeHq

         6. ดึกวันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 23 ก.ค.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  ครู กศน.ตำบลสามารถทำหนังสือ บันทึกข้อความ ออกเลขส่งของ กศน.ตำบล ถึงต่างหน่วยงานได้ไหม เช่นถึง อบต.  หรือทำหนังสือส่ง ใช้ตราครุฑ แต่ใช้เลขส่งออกโดย กศน.ตำบล สามารถทำได้ไหม

             ผมตอบว่า   ไม่ได้
             เรากำหนดเลขส่งเองไม่ได้ ส่วนกลางเป็นผู้กำหนดเลขส่งให้หน่วยงานที่มีสิทธิ์ออกหนังสือราชการ
             กศน.ตำบล หรือ ห้องสมุด หรือกลุ่ม/ฝ่ายต่าง ๆ ของ กศน.อำเภอ  เป็นเพียงส่วนย่อยส่วนหนึ่งของ กศน.อำเภอ ไม่มีผู้บริหารที่จะลงนามในหนังสือราชการได้ ไม่ใช่หน่วยงานหน่วยหนึ่ง

         7. วันอาทิตย์ที่ 24 ก.ค.59 เกรียงไกร คนดี ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การเทียบโอนผลการเรียน กศน.หลักสูตร 51 ให้กับ นศ. กรณีย้ายสถานศึกษา วิชาเลือกเสรีเราโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิมได้มั้ย

             ผมตอบว่า   การย้ายสถานศึกษา หลักสูตรเดียวกัน ( เช่นหลักสูตร กศน. 51 เหมือนกัน ) จะ "โอน" ได้ทุกวิชาที่มีในหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษาที่ย้ายไป
             ถ้าวิชาเลือกใดไม่มีในสถานศึกษาที่ย้ายไป ก็โอนไม่ได้ แต่ถ้าวิชาที่ไม่มีนั้น เนื้อหาไปสอดคล้องกับวิชาเลือกอื่นของสถานศึกษาที่ย้ายไปถึง 60 % วิชานั้นก็ใช้วิธี "เทียบโอน" ได้
             ถ้าไม่มี และไม่สอดคล้องกับวิชาเลือกอื่น แต่อยากโอนให้เขา ก็ต้องเพิ่มวิชาเลือกนั้นในหลักสูตรสถานศึกษาก่อน ซึ่งการเพิ่มวิชาในหลักสูตรสถานศึกษาต้องผ่านคณะกรรมการสถานศึกษา และควรเพิ่มเฉพาะวิชาที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของสถานศึกษา
             อ่านคำตอบเดิม ในข้อ 13 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/509493


วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ประเมินฯภายนอก ปี 57 ระยะแรก ช่วง 2, จะทำแผนบูรณาการหรือแผนรายวิชา-บันทึกหลังสอนวันละกี่ครั้ง, จัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ต้องเป็นกลุ่ม OTOP หรือ MBA หรือไม่, คำว่า แผนปฏิบัติราชการ กับแผนปฏิบัติงาน, ขอโอนมา กศน., 4 ปี จึงย้ายได้, งบพัฒนาผู้เรียนจ่ายค่าอะไรได้



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 12 ก.พ.57 ผมเผยแพร่กำหนดการประเมินฯภายนอก ปี 57 ระยะแรก ว่า  ช่วงที่ 2 ใน 20 จังหวัด 177 อำเภอ/เขต  เข้าประเมินระหว่างวันที่ 5 ก.พ.- 7 มี.ค.57  
             ( ประกาศรายชื่อคณะกรรมการประเมินฯแต่ละแห่ง http://www.onesqa.or.th/onesqa/th/home/download.php?LinkPath=../../upload/NewsPublish/download/2641-8158-0.pdf&DownloadFile=2641-8158-0.pdf&DownloadID=3902&path=../../upload/NewsPublish/download/2641-8158-0.pdf )

             20 จังหวัด ประกอบด้วย
             กรุงเทพมหานคร, ชัยภูมิ, นครราชสีมา ( 20 อำเภอ), นครสวรรค์, ปราจีนบุรี, เพชรบูรณ์, พัทลุง, พิจิตร, พิษณุโลก, แม่ฮ่องสอน, ยะลา, ร้อยเอ็ด, เลย, ลำปาง, สระแก้ว, สุโขทัย, สุรินทร์, อุดรธานี,
อุบลราชธานี และ อุทัยธานี

         2.
ดึกวันเดียวกัน ( 12 ก.พ.) ครูเรวัตร สังกัดเขตราชเทวี ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  แผนการสอน 9 ชม ในภาคเรียนนี้ ต้องทำเป็นแผนรายวิชาใช่ไหม (ที่ผ่านมาทำเป็นแผนบูรณาการ)  และถ้าเป็นรายวิชา การเขียนบันทึกหลังการสอนต้องทำทุกรายวิชาหรือเปล่า  ทุกวิชาต้องสอนครบ 18 ครั้งหรือเปล่า หรือเอาแต่ละวิชามาสอนต่อๆ กันใน 7 วิชา ให้ครบ 9 ชม ใน 18 ครั้ง

             ผมตอบว่า
             1)  จะทำเป็นแผนรายวิชา หรือแผนบูรณาการ ก็ได้เหมือนเดิม
             2)  การเขียนบันทึกหลังการสอน ต้องบันทึกหลังสอนทุกครั้ง ตามแผนการสอนแต่ละแผน
                  แผนการสอน 1 แผน ต้องใช้เวลาสอนไม่เกิน 1 วัน  เช่น ในวันที่ 1 นาย ก. สอน 1 ชั่วโมง  ต่อด้วยนาง ข. สอนอีก 2 ชั่วโมง   นาย ก. ก็ทำแผนการสอน 1 ครั้ง เมื่อสอนจบก็บันทึกหลังการสอน   ส่วนนาง ข. อาจทำแผนการสอน 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้  ถ้าทำแผนการสอนแบบบูรณาการ อาจทำแผนครั้งเดียว 2 ชั่วโมง เมื่อสอนจบตามแผน 2 ชั่วโมงแล้วจึงบันทึกหลังการสอน 1 ครั้ง   ถ้าทำแผนการสอนรายวิชา เป็นวิชาเดียว 2 ชั่วโมง ก็ทำแผนการสอน 1 ครั้ง สอนจบ 2 ชั่วโมง จึงบันทึกหลังการสอน 1 ครั้ง   แต่ถ้า 2 ชัวโมงนั้น แยกสอน 2 รายวิชาต่อกัน อาจแยกทำแผนการสอน 2 แผน หรือรวมแผนการสอนเป็น 1 แผนก็ได้  แต่กรณีนี้ควรแยกแผนการสอนออกเป็น 2 แผนให้ชัดเจน  ถ้ามี 2 แผน ก็บันทึกหลังการสอน 2 ครั้ง   ( สรุปคือ เมื่อสอนตามแผนการสอน 1 แผนเสร็จ ก็บันทึกหลังการสอน 1 ครั้ง  โดยแผนการสอน 1 แผน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสอนเพียง 1 ชั่วโมง )
                  3)  ทุกวิชาไม่จำเป็นต้องสอน 18 ครั้ง แล้วแต่เราจะทำแผนการสอนแบบใดก็ได้  ถ้าเป็นแผนการสอนรายวิชา แต่ละสัปดาห์อาจสอนหลายวิชา หรือสอนสัปดาห์ละแค่ 1-2 รายวิชา ให้จบรายวิชานั้น ๆ ไป แล้ว สัปดาห์ที่ 4-5 ก็สอนวิชาอื่น ก็ได้   วิชาที่หน่วยกิตมาก มีเนื้อหาที่ยาก ก็ต้องใช้เวลาสอนที่มากกว่าวิชาที่หน่วยกิตน้อยหรือวิชาที่ง่ายเรียนด้วยตนเองได้


         3.
วันที่ 18 ก.พ.57 คุณ "Supa Boo" ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  การจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน  ต้องเป็นกลุ่ม OTOP หรือ MBA อะไรหรือเปล่า

             ผมตอบว่า   เนื่องจากในปีก่อน กศน.อำเภอมักจะจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนโดยฝึกอาชีพเป็นหลักสูตรเพียง 30-50 ชั่วโมง ซึ่งจะได้รับความรู้น้อย ไม่สามารถนำไปประกอบอาชีพตามนโยบายรัฐบาลได้จริง และจัดสอนหลักสูตร "OTOP MINI MBA" ค่อนข้างน้อย   ส่วนกลางจึงเน้นให้ จัดสอนหลักสูตรอาชีพเพื่อการมีงานทำ ที่มีจำนวนชั่วโมงสอนตั้งแต่ 50-100 ชั่วโมง และ 100 ชั่วโมงขึ้นไป  รวมทั้งจัดอบรมหลักสูตร "OTOP MINI MBA" ให้แก่สมาชิกกลุ่ม OTOP "ให้มากขึ้น"


         4.
เย็นวันเดียวกัน ผมตอบคำถามที่สองของคุณ Supa Boo ที่ถามว่า  สรุปผลการทำงานประจำปีของสถานศึกษา ควรใช้ว่า สรุปผลการปฏิบัติราชการ หรือสรุปผลการปฎิบัติงาน สองอย่างนี้มีข้อแตกต่างอย่างไร ตอนนี้หาข้อสรุปตอบท่านผู้บริหารไม่ได้

             ผมตอบว่า   ปัจจุบันมีการใช้สองคำนี้ปะปนกัน บางอำเภอเคยใช้แผนปฏิบัติงาน-สรุปผลการปฏิบัติงาน พอเห็นส่วนกลางใช้คำว่าแผนปฏิบัติราชการ ก็เปลี่ยนไปใช้ตามบ้าง   ที่จริง คำว่าแผนการปฏิบัติราชการ หรือสรุปผลการปฏิบัติราชการ จะเป็นแผนที่ระบุข้อมูลกว้าง ๆ ว่า แต่ละยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ มีโครงการอะไรบ้าง และระบุ "หน่วยงานรับผิดชอบ" แต่จะไม่ระบุกิจกรรมย่อย ๆ ของแต่ละโครงการ และไม่ระบุระยะเวลาในการดำเนินโครงการที่ละเอียดว่าดำเนินการในวัน/เดือนใด  หน่วยงานที่ทำแผนการปฏบัติราชการคือ หน่วยงานระดับกรม หรือหน่วยงานที่มี “หน่วยงานดำเนินงาน” อยู่ในในสังกัดหลายหน่วยงาน
             ส่วน แผนปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติการ (
Action Plan ) เป็นแผนที่ระบุรายละเอียดของแต่ละโครงการว่า มีขั้นตอน/กิจกรรมอะไรบ้าง ดำเนินการในวัน/เดือนใด และระบุ "ผู้รับผิดชอบ"   หน่วยงานที่ทำแผนปฏิบัติงานคือ หน่วยงานดำเนินงาน เช่น สถานศึกษา กศน.อำเภอ/เขต


         5.
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ถามผมเรื่องขั้นตอนการขอย้ายจากต่างสังกัด มาสังกัด กศน. ถึง 3 คน ( ตอนที่ถามคนแรก ผมก็ตอบสั้น ๆ ว่าให้ติดต่อ กจ.กศน. แต่เมื่อถามถึง 3 คน จึงเรียบเรียงคำตอบให้ยาวขึ้น )
             ตอบว่า   การโอนจากต่างสังกัดมา กศน. ( สป.ศธ.) ไม่มีกำหนดช่วงเวลาว่าขอโอนได้เมื่อไร ( ถ้าข้ามสังกัด หรือเปลี่ยนตำแหน่ง จะใช้คำว่าโอน )  ยื่นได้ตลอด แต่ขึ้นอยู่กับระเบียบและนโยบายผู้บริหารว่าจะรับโอนเราหรือไม่

             ระเบียบ เช่น ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่ง เราต้องมีคุณสมบัติตามตำแหน่งใหม่ ถ้าจะโอนเป็นครูก็ต้องมีปริญญาทางที่กำหนด มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เป็นต้น
             ส่วนนโยบายผู้บริหาร แต่ละยุค นโยบายอาจต่างกัน เช่น ยุคที่ผ่านมา กำหนดนโยบายว่า ต้องเคยทำงาน กศน.มาก่อน อายุไม่เกิน
35 ปี มีประวัติการทำงานที่ดี  ยุคนี้อาจมีนโยบายให้นำอัตราว่างทั้งหมดมาสอบบรรจุคนภายในก่อน เสร็จแล้วถ้ายังมีอัตราว่างจึงจะรับโอน เป็นต้น

             ขั้นตอนการขอโอนมาสังกัด กศน. ( สป.ศธ.)

             1)  เจ้าตัวผู้จะขอโอนต้องหาอัตราว่างที่จะรับโอนก่อน  โดยถ้าต้องการโอนมาที่ไหน ก็ติดต่อสอบถามที่นั่น ว่ามีอัตราว่างไหม  หรือติดต่อสอบถามกลุ่มการเจ้าหน้าที่.กศน. ( 02-2822159 ) ว่ามีหรือจะมีอัตราว่างที่ไหนหรือไม่  ( แต่ถ้าจะโอนโดยนำอัตราเงินเดือนตามตามมาด้วย ก็ง่ายเลย ไม่ต้องมีอัตราว่าง เพียงแต่ที่เดิมเขามักจะไม่ยอม เพราะเขาจะบรรจุคนใหม่แทนเราไม่ได้ )
             2)  เจ้าตัวผู้จะขอโอน ไปติดต่อ สป.ศธ. ( กศน.) หรือผู้บริหารหน่วยงานที่มีความประสงค์จะโอนไป ว่ายินดีจะรับโอนหรือไม่ ( นำหลักฐานวุฒิการศึกษา และสำเนา ก.พ.
7 ไปประกอบการพิจารณาด้วย )   ถ้ามีตำแหน่งว่างที่จะรับโอน และยินดีรับโอน ก็ขอให้ทำบันทึกข้อความว่ายินดีจะรับโอน ให้ด้วย
             3)  เจ้าตัวผู้จะขอโอน เป็นผู้ทำเรื่องขอโอนผ่านต้นสังกัดเดิม โดยแนบบันทึกยินดีรับโอนไปประกอบการพิจารณาด้วย
             4)  ต้นสังกัดเดิมพิจารณา ทำเรื่องขอโอน ส่งมาที่ สป.ศธ. ( กศน.)
             5)  สป.ศธ. ( กศน.) ออกคำสั่งรับโอน ส่งไปยังต้นสังกัดเดิม
             6)  ต้นสังกัดเดิมออกคำสั่งให้โอน และมีหนังสือส่งตัวผู้ขอโอนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.พ.7 มารายงานตัวที่ สป.ศธ. ( กศน.)
             หมายเหตุ  ขั้นตอนต่าง ๆ นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรติดต่อสอบถามข้อมูลจาก กลุ่มการเจ้าหน้าที่ กศน.


         6.
วันที่ 21 ก.พ.57 ที่ประชุม ก.ค.ศ. ให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ โดยกำหนดว่า ผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วย จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 4 ปีจึงขอย้ายได้ เพื่อจะลดปัญหาครูขอย้ายออกนอกพื้นที่ได้ช่วงเวลาหนึ่ง


         7.
เย็นวันที่ 21 ก.พ.57 คุณ “Kungking Mn” กศน.อ.พาน ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  การเบิกจ่ายตามโครงการหรือกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในส่วนของกีฬาและนันทนาการ สามารถเบิกอะไรได้บ้าง

             ผมตอบว่า   ถามกว้างจัง น่าจะถามว่า จ่ายค่านั่นได้ไหม จ่ายค่านี่ได้ไหม  ถามกว้างก็ตอบกว้าง ๆ  ในคู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่องของ กป.กศน. เขาพูดถึงการจ่ายงบพัฒนาผู้เรียนจากเงินอุดหนุนไว้ด้วย ว่า  งบพัฒนาผู้เรียน ( เงินอุดหนุน ) ทุกกิจกรรม จ่ายเป็นค่าวัสดุได้ เช่นค่าวัสดุกีฬา แต่จ่ายกับตัวผู้เรียนไม่ได้ ( คือจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงให้ผู้เรียนไม่ได้ จ่ายค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มไม่ได้ ) เพราะผู้เรียนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ  ส่วนอาหารมื้อหลักจ่ายได้เฉพาะลักษณะเข้าค่ายที่ใช้สถานที่เอกชนหรือส่วนราชการอื่น โดยจ่ายให้เอกชนหรือส่วนราชการอื่นเป็นผู้รับเงิน ให้เขาเป็นผู้จัดอาหารมื้อหลักให้ และไม่ต้องเชิญแขกผู้มีเกียรติ เพราะการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นงานประจำตามปกติของสถานศึกษา  จ่ายค่ายานพาหนะและค่าเช่าที่พัก/ค่าเช่าสถานที่ได้