แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธงชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธงชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561

1.ลืมส่งชื่อสอบ E-Exam ต้องทำไง, 2.การกำหนดรหัส นศ.ต่างด้าว, 3.ค่าใช้จ่ายที่ เป็นและไม่เป็น การจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ, 4.เราเรียกนักศึกษา กศน.ว่านักเรียนหรือนักศึกษา ดร.แย้งว่าเรียกนักศึกษา ผิด มีแหล่งอ้างอิงไหม, 5.ทำไมระเบียบการชักธงชาติในสถานศึกษา ไม่มีวันที่ 23 ตุลา, 6.วัสดุกับครุภัณฑ์, 7.การฝึกอบรมประชาชน

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้


         1. ดึกวันที่ 5 มี.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าส่งรายชื่อคนสอบe examกศน.ไม่ทัน ต้องทำไงบ้าง ครูเค้าลืมกรอก มารู้อีกทีหมดเขตลงแล้ว

             เรื่องนี้  ท่าน ผอ.กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ กศน. บอกว่า  ให้ กศน.อำเภอ รีบทำเรื่องขอส่งรายชื่อเข้าสอบเพิ่มเติม ไปยัง กศน.จังหวัด ด่วน และ กศน.จังหวัด ทำเรื่องขออนุญาตต่อไปยัง เลขาธิการ  กศน. ถ้ามีจำนวนมากพอสมควร จะกำหนดขยายเวลาการสอบออกไปอีก โดยอาจเปิดให้สอบเพิ่มในเดือนถัดไป หรือไม่ก็ ถ้ามีจำนวนไม่กี่คน อาจต้องรอเปิดสอบในภาคเรียนต่อไป

             ( ถ้าเป็นความบกพร่องของ นศ. อาจให้รอสอบปลายภาคเรียนต่อไป แต่ถ้าเป็นความบกพร่องของบุคลากร ควรมีการลงโทษบุคลากร  ถ้าเป็นความบกพร่องครั้งแรกอาจแค่ว่ากล่าวตักเตือน ถ้าบกพร่องครั้งที่ 2 ควรมากกว่าว่ากล่าวตักเตือน มิฉะนั้นจะไม่ตระหนักในการปฏิบัติงานต่อไป )

         2. สถานศึกษา ที่มี นศ.ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ ( ยังไม่มีบัตรประจำตัว 13 หลัก เพราะยังไม่ไปขึ้นทะเบียนและจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวกับหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย )

             ให้สถานศึกษาดำเนินการตามขั้นตอนกำหนดรหัสประจำตัว นศ.เหล่านี้ ที่เว็บไซต์  http://www.gcode.moe.go.th
             ดูหนังสือแจ้งที่ 
https://www.dropbox.com/s/2mp4qr6r8f7lepv/NoThaiStudent.pdf?dl=1

         3. ค่าใช้จ่ายที่ เป็นและไม่เป็น การจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ

             1)  รายการค่าใช้จ่าย 15 รายการ ที่ถือเป็นการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ แต่ถ้าซื้อครั้งหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท ให้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบพัสดุข้อ 22 วรรค 1  ( ดูในตาราง 1 ) เช่น ค่าโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ
             2)  รายการค่าใช้จ่าย 15 รายการ ที่ไม่ถือเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ต้องดำเนินการตามระเบียบพัสดุ ( ดูในตาราง 2 ) เช่น ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
             ดูตาราง 1-2 ในหนังสือแจ้งที่
            
https://www.dropbox.com/s/mdhjf482flkp8dn/pasaduV119.pdf?dl=1

         4. วันเสาร์ที่ 10 มี.ค.51 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เราเรียกนักศึกษา กศน. ที่ถูกต้อง ต้องเรียกว่าอะไร นักเรียน หรือ นักศึกษา  ดร.อาจารย์ที่ปรึกษาทำวิจัย ป.โท แย้งมาว่า นักศึกษาเรียกระดับอุดมศึกษา เรามีแหล่งอ้างอิงไหม หาอ้างอิงให้ไม่ได้ รู้แต่เราใช้แบบนี้ ดูใน พรบ.ก็ไม่เห็น

             ผมตอบว่า  เรื่องนี้ เคยมีคนแย้งว่า กศน.เรียกผิด เพราะ ตามพจนานุกรม ให้ความหมายของคำว่า นักศึกษา หมายถึง “ผู้มีความรู้สอบไล่ได้ไม่ตํ่ากว่ามัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่า ซึ่งเข้ารับการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา”
             กศน.ใช้คำว่า นักศึกษา เพราะ คำว่า นักเรียน ใช้กับวัยเรียนในระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ในระบบโรงเรียน แต่ นักศึกษา กศน.โดยปกติจะพ้นวัยตามเกณฑ์การศึกษาแล้ว แม้แต่ผู้สูงอายุก็ยังมาเรียน กศน.ระดับประถม จึงไม่เหมาะจะใช้คำว่านักเรียนกับบุคคลกลุ่มนี้

             ท่าน ดร.รุ่งอรุณ ผอ.กลุ่มพัฒนา กศน. บอกว่า ใช้คำว่า “นักศึกษาผู้ใหญ่” มาตั้งแต่ “สมัยก่อน”
             ( กศน.ไม่ได้เป็นผู้คิดหรือกำหนดคำนี้ขึ้นมา แต่คำนี้มีมาก่อนที่จะมี กศน. คือใช้คำว่านักศึกษาผู้ใหญ่มาตั้งแต่มี
“การศึกษาผู้ใหญ่” โดยรัฐบาลได้จัดตั้งกองการศึกษาผู้ใหญ่ขึ้นในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงธรรมการ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2483 เพื่อให้ปฏิบัติงาน “ให้การศึกษาแก่ประชาชนให้อ่านออกเขียนได้และรู้หน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย” ตั้งแต่พวกเรายังไม่เกิดกันเลย
             แต่เริ่มทดลองวิธีการในการจัดการศึกษาผู้ใหญ่เมื่อ พ.ศ.2484 ขยายงานในปี พ.ศ.2485 เน้นสอนประชาชนผู้ไม่รู้หนังสือที่มีอายุระหว่าง 20-45 ปี ยังไม่มีระดับมัธยมศึกษา ยังไม่มีอาชีวศึกษาผู้ใหญ่ ยังไม่มีห้องสมุดประชาชน  และแม้เมื่อมีกรมสามัญศึกษา กองการศึกษาผู้ใหญ่หรือ กญ. อยู่ในสังกัดกรมสามัญศึกษาคือนักศึกษาผู้ใหญ่อยู่ในสังกัดเดียวกับนักเรียนในระบบโรงเรียน ก็ไม่ได้เปลี่ยนมาเรียกนักศึกษาผู้ใหญ่ว่านักเรียน )

             ถ้าดูใน “หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ( หลักสูตรปัจจุบันนี้ ) จะใช้คำว่า “ผู้เรียน”  ส่วนใน “คู่มือดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ในส่วนของ บทนำ หลักการ จุดหมาย โครงสร้างหลักสูตร ฯลฯ จะใช้คำว่า “ผู้เรียน” แต่ในส่วนตั้งแต่การสมัครเรียนเป็นต้นไปจะใช้คำว่า “นักศึกษา” เช่น ใบสมัครเป็นนักศึกษา ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา การย้ายสถานศึกษาของนักศึกษา งานทะเบียนนักศึกษา ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเรื่องแนวปฏิบัติการรับนักศึกษาของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน และ ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน ( หลักฐานการจบการศึกษา : Transcript of Record ) ซึ่งออกตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ใช้คำว่า รหัสประจำตัวนักศึกษา
             ถ้าจะหาเอกสารไปอ้างอิงกับอาจารย์ ก็ใช้เอกสารเหล่านี้ โดยเฉพาะ ใบระเบียนแสดงผลการเรียน

             หรือจะใช้คำว่า ผู้เรียน ก็ได้ ซึ่งคำว่าผู้เรียนนี้เป็นคำรวม ๆ ใช้ได้กับทั้ง ผู้เรียนสายสามัญ ( กศ.ขั้นพื้นฐาน ) และ ผู้เรียนสายอาชีพ ( กศ.ต่อเนื่อง )
             โดยตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 จะใช้คำว่า
“ผู้เรียน” ซึ่งหมายความว่า “ผู้ที่ได้สมัครเข้ารับการศึกษาต่อเนื่อง...”
             ในส่วนของ กศ.ต่อเนื่อง จะใช้คำว่าผู้เรียนตลอด มีเผลอใช้คำว่านักศึกษาอยู่ที่เดียวคือในคู่มือการจัดจัดการศึกษาต่อเนื่องใช้คำว่า
“จำนวนนักศึกษา” ในตัวอย่างบัญชีลงเวลาเรียนการจัดการศึกษาต่อเนื่อง
             แต่ผมว่า กศ.ต่อเนื่อง ไม่น่าจะใช้คำว่าผู้เรียนทั้งหมด แต่ใช้คำว่าผู้เรียนกับ รูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน ซึ่งผู้เรียนต้องลงทะเบียนเป็นผู้เรียน ส่วนรูปแบบอบรมประชาชน น่าจะใช้คำว่า ผู้เข้าอบรมหรือผู้เข้ารับการอบรม เพราะไม่ต้องลงทะเบียนเป็นผู้เรียน

             อย่างไรก็ตาม ทั้ง กศ.ต่อเนื่อง และ กศ.ขั้นพื้นฐาน กศน.เราไม่ใช่คำว่า นักเรียน
             สรุป
             - กศ.ขั้นพื้นฐาน ( สายสามัญ ) ใช้คำว่า ผู้เรียน หรือ นักศึกษา
             - กศน.ต่อเนื่อง รูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน ใช้คำว่า ผู้เรียน
             - กศน.ต่อเนื่อง รูปแบบอบรมประชาชน ใช้คำว่า ผู้เข้าอบรมหรือผู้เข้ารับการอบรม

         5. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 10 มี.ค.) ผมนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการชักธงชาติในสถานศึกษา ฉบับใหม่ ไปลงในกลุ่มไลน์ ปรากฏว่า มีผู้ถาม ว่า  “สงสัยว่าทำไมระเบียบการชักธงชาติในสถานศึกษา ไม่มีวันที่ 23 ตุลา”

             ผมตอบว่า   วันที่ 23 ตุลา ไม่เคยให้ประดับธงชาติมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะเป็นวันสวรรคต ( วันตายมีแต่ให้ลดธงครึ่งเสา ส่วนวันเกิดหรือวันเฉลิมพระชนมพรรษา จึงจะมีการให้ชักธง )  วันสวรรคตของรัชกาลที่ 9 คือวันที่ 13 ตุลา ก็ให้เป็นวันหยุดราชการแต่ไม่ได้ให้ประดับธงชาติ

             เรื่องนี้มักมีคนสับสน จนผมเคยโพสต์ถามในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2556 ว่า “การประดับธงชาติ เช่นตามบ้านเรือน ในวันสำคัญ ให้ประดับในวันที่ 23 หรือ 24 ตุลา”
             ( คำตอบที่ถูกต้องเป็นวันที่ 24 ตุลา เพราะเป็นวันสหประชาชาติ )






         6. ลองตอบคำถามกันครับ..

             1)  เก้าอี้ไม้ ราคา 200 บาท เป็นพัสดุประเภทใด ?
                  ก.  วัสดุคงทน
                  ข.  วัสดุสิ้นเปลือง
                  ค.  วัสดุอุปกรณ์ประกอบ
                  ง.  ครุภัณฑ์สำนักงาน
             2)  เก้าอี้พลาสติก ราคา 5,500 บาท เป็นพัสดุประเภทใด
?
                   ( ใช้ตัวเลือกชุดเดียวกับข้อ 1.)

             กศน.อำเภอ/จังหวัด จะใช้เงินงบดำเนินงานและเงินอุดหนุนรายหัว ซื้อครุภัณฑ์ไม่ได้นะ  เงินงบประมาณที่จะใช้ซื้อครุภัณฑ์ได้ ต้องได้รับจัดสรรมาโดยระบุว่าสำหรับซื้อครุภัณฑ์ใดโดยเฉพาะ
             ถ้าสงสัยว่า อะไรเป็นวัสดุ ( ซื้อได้ )
, อะไรเป็นครุภัณฑ์ ( ซื้อไม่ได้ ) ให้ดูตัวอย่าง รายการสิ่งของที่เป็นวัสดุ และรายการสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์ ที่
            
http://www.thailocalmeet.com/bbs/PDF/59/16816_1_1467001563095.pdf
             สิ่งของใดไม่มีชื่อในรายการข้างต้น ให้พิจารณาดังนี้
             - ครุภัณฑ์ คือ สิ่งของที่ โดยสภาพมีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้ยืนนาน เมื่อชำรุดเสียหายก็สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดังเดิม
             - วัสดุ คือ สิ่งของที่ เมื่อใช้แล้วย่อมแปรเปลี่ยนสภาพหรือหมดไป หรือเป็นอะไหล่/ส่วนประกอบสิ่งของอื่น หรือคงทนแต่อายุการใช้งานไม่ยืนนานเมื่อชำรุดก็ไม่คุ้มที่จะซ่อมแซม

             ในการซื้อครุภัณฑ์ ส่วนมากเราจะได้รับการจัดสรรที่กำหนดราคาและสเป็คมาแล้ว แต่บางกรณีที่เราจะกำหนดเองเพื่อขอตั้งงบประมาณ หรือจะซื้อด้วยเงินรายได้สถานศึกษา/หน่วยงาน เราต้องดูมาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ซึ่ง ณ มี.ค.61 ดูบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ฉบับเดือน ม.ค.61 ( จะมีการปรับปรุงราคาเป็นระยะ ๆ )  ดู "มาตรฐานครุภัณฑ์" ได้ที่  http://www.bb.go.th/bbhome/page.asp?option=content&dsc=%C3%D2%A4%D2%C1%D2%B5%C3%B0%D2%B9&folddsc=32004  

             เฉลย :  ปัจจุบันเลิกการกำหนดราคา 5,000 บาท แล้ว
             เก้าอี้ไม้ เป็นครุภัณฑ์ เพราะมีในตัวอย่างรายการสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์ และ สภาพคงทนถาวร ใช้นั่งแล้วไม่แปรเปลี่ยนสภาพหรือหมดไป เมื่อชำรุดก็ให้
“ช่างไม้” ซ่อมแซมให้เป็นสภาพเดิมได้
             ส่วน เก้าอี้พลาสติก เป็นวัสดุ เพราะมีในตัวอย่างรายการสิ่งของที่เป็นวัสดุ และ แม้จะมีสภาพคงทนใช้นั่งแล้วไม่แปรเปลี่ยนสภาพหรือหมดไป แต่เมื่อชำรุดโดยปกติจะไม่มี
“ช่างพลาสติก” ซ่อมให้สภาพเหมือนเดิม

         7. จัดกันยังไง ? กป.กศน.กำหนดคู่มือให้จัดอบรมประชาชน 1-3 วัน แต่ให้อบรมภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ 30 ชม.
             เย็นวันที่
13 มี.ค.61 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  โครงการอบรมภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพ กศน.ให้จัดตามคู่มืออบรมประชาชน คำถามคือ เราสามารถ อบรบ แล้วก็ดูงาน ในโครงฯเดียวกันได้เลยมัย อบรม 2 วัน ดูงาน 1 วัน (แล้วทำไมในคู่มือต้องกำหนดโครงการ 1-3 วันด้วย ถ้าจัดมากกว่านี้ได้มัย)

             ผมตอบว่า   การจัดฝึกอบรมประชาชนในโครงการต่าง ๆ ก็ให้จัดอยู่ภายใน กรอบ คู่มือฝึกอบรมประชาชน เป็นธรรมดา  คู่มือฝึกอบรมประชาชน ที่ว่า โครงการ 1-3 วัน นั้น เป็น "คู่มือของการจัดการศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบการฝึกอบรมประชาชน ของทุกโครงการ/กิจกรรม" ( ยกเว้นการจัดเวทีประชาคม จำนวนวันตามความเหมาะสม )
             แต่ สำหรับ โครงการภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ นี้ กำหนดว่า ในแต่ละรุ่นให้จัดหลักสูตร
30 ชั่วโมง จำนวน 30 คน งบประมาณ 31,000 บาท
             ในทางปฏิบัติคงทำได้ยากหรือทำไม่ได้ เพราะ
             - จะให้ครบ 30 ชม.ใน 3 วัน ต้องเป็นลักษณะการเข้าค่ายมีภาคกลางคืนทั้ง 3 วัน รวมทั้งวันสุดท้ายด้วย ซึ่งไม่เหมาะกับประชาชน ( ชาวบ้าน )  นอกจากจะจัดกับ นศ.กศน.ตามสไตล์เราโดยบอกว่า นศ.เราเป็นกลุ่มอาชีพเดียวกัน
             - ถ้าจะจัดเฉพาะกลางวัน 4 วัน ให้ครบ 30 ชม. ต้องวันละ 7 ชม. 30 นาที เริ่มตั้งแต่ 8.30 น. เลิก 17.00 น. พักกลางวัน 1 ชม. วันสุดท้ายก็ต้องเลิก 17.00 น. ซึ่งก็ไม่เหมาะกับชาวบ้าน

             ตามหลักการ หลักสูตรเกิน 30 ชั่วโมง จำนวนคนเกิน 30 คน ไม่เป็นไร แต่งบประมาณไม่เกิน 31,000 บาท เราต้องเขียนโครงการทำหลักสูตรขึ้นมา จำนวนไม่ต่ำกว่า 30 ชั่วโมง ในจำนวนชั่วโมงนี้จะมีการศึกษาดูงานด้วยหรือไม่ก็ได้ ขอให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ( ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตประจำวันได้ )
             ตามกรอบการฝึกอบรมประชาชนทั่วไปให้จัดไม่เกิน 3 วัน แต่ถ้า 3 วัน ไม่ครบ 30 ชม. จะจัดเกิน 3 วันเพื่อให้ครบ 30 ชม.ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเงิน 31,000 บาทพอจัด ( จำนวนคนไม่น้อยกว่า 30 คนนะ )

             ครูแหม่ง ราชมนตรี (กล้วยไม้ดิน คนนอกระบบ) บอกว่า  ขั้นตอนที่นี่ จัดทำโครงการ ทำหลักสูตร กำหนดตารางการอบรม จัดรูปแบบการฝึกอบรมประชาชน จัดฝึกอบรม 30 ช.ม. 6 วันๆละ 5 ช.ม.ค่ะ ตามแนวทางที่แนบมาพร้อมการจัดสรรงบประมาณค่ะ
             ผมตอบว่า  ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น   ผมก็งงว่าทำไมคู่มือการฝึกอบรมกำหนดว่าให้อบรม
1-3 วัน ซ้ำยังวงเล็บว่ายกเว้นการจัดเวทีประชาคมด้วย เป็นการย้ำว่าอย่างอื่นไม่ยกเว้น ต้องจัด 1-3 วัน
             อาจเป็นเพราะโครงการนี้เหมาะที่จะจัดรูปแบบชั้นเรียนหลักสูตรไม่ต่ำกว่า
30 ชม. แต่ก็อยากให้เบิกจ่ายเงินได้มากแบบฝึกอบรม จึงออกมาเป็นอย่างนี้
            
นายหนุ่ม เขาแก้ว ถามว่า  หลักสูตรฝึกอบรมจะทำแบบชั้นเรียนได้มั้ย มีการวัดก่อนและหลัง มีหลักสูตรที่ชัดเจนอาจจะดึงเนื้อหามาจากหนังสือเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้อง
             ผมตอบว่า  ได้ซิ ทุกหลักสูตร หรือแม้แต่ทุกกิจกรรม ควรมีการประเมินผลว่าทำได้ดีหรือไม่แค่ไหน ซึ่งการ
Post Test อย่างเดียว หรือ Pre + Post Test ก็เป็นการประเมินที่ชัดเจนกว่าการสังเกต/การสรุปแบบคิดเอาเอง   เมื่อก่อน จังหวัดจัดอบรมต่าง ๆ ก็มีการ Pre-Post Test
             เรื่อง หลักสูตร/เนื้อหา ก็เอามาจากหนังสือเรียนได้ เขาบอกประเด็นนี้ไว้ในแนวทางการดำเนินงานโครงการนี้แล้ว

             Santitham Banchang MJ บอกว่า กศน.ตำบลบ้านฉาง ระยอง รับสมัครผู้เรียนเป็นประชาชนทั่วไปเพื่อฝึกอาชีพนวดเพื่อสุขภาพ หลักสูตร 60 ชั่วโมง จำนวน 20 คน หลังจากฝึกอาชีพเสร็จ เว้น 2 วัน เปิดโครงการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพนวดแผนไทยต่ออีก 6 วัน วันละ 5 ชั่วโมง จำนวน 30 คน โดยมาจากผู้เรียน 20 คนแรกที่อบรมอาชีพมาร้อนๆกับอีก 10 คนจากสถานประกอบการนวดไทยที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เพราะเป็นสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้วจึงมีความต้องการด้านภาษา
             ผมตอบว่า  ดีจัง


วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

1.เรื่องน่าสนใจที่หลายคนยังไม่รู้ (ซื้อพัสดุเกินห้าแสน อำเภอเป็นผู้ดำเนินการ-ให้จ้างเหมาบริการไปประชุมอบรมไม่ได้-การประดับธงชาติอาเซียน), 2.วิชาเลือกที่เรียนได้ทุกระดับต้องแยกข้อสอบหรือไม่, 3.การขอเครื่องราชฯของ ขรก.ครู, 4.ให้ครู กศน. หยุดวันศุกร์-เสาร์ แทนการหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ได้หรือ ?, 5.พนักงานราชการขอใช้รถส่วนตัวไปราชการ, 6.จบ มสธ. ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่ได้แล้ว, 7.ครู ศรช. ครูสอนคนพิการ เบิกค่าคุมสอบปลายภาคได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ระหว่างการอบรม "ยุทธศาสตร์และกระบวนทัศน์การจัดการเรียนการสอนของ กศน.ตำบล"  ของ กศน.พระนครศรีอยุธยา ที่ เฮฟเว่นแควรีสอร์ท กาญจนบุรี 4-6 ก.พ.58  ในช่วงก่อนพักเที่ยงวันที่ 5 ก.พ. คุณดำรงค์ศักดิ์ ว่าวกำเหนิด อดีตเจ้าพนักงานพัสดุ สป.ศธ. มีความเชี่ยวชาญด้านการพัสดุมากที่สุดคนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันเกษียณแล้วมาเป็นที่ปรึกษาที่ สนง.กศน.จ.พระนครศรีอยุธยา  ได้มาแนะนำเรื่องน่าสนใจในที่ประชุม เช่น

             - การซื้อการจ้างพัสดุของ กศน.อำเภอ/เขต แม้วงเงินจะเกินที่ได้รับมอบอำนาจ 500,000 บาท. กศน.อำเภอ/เขต ก็ยังเป็นผู้ดำเนินการได้ เพียงแต่ในขั้นตอนขออนุมัติหลักการต้องส่งเรื่องต่อไปให้จังหวัดอนุมัติ  จากนั้น ถ้าจังหวัดลงนามตั้งบุคลากรอำเภอเป็นกรรมการและให้ยื่นซองที่อำเภอ  กศน.อำเภอ/เขตก็ดำเนินการต่อ  ถ้าผลการสอบราคาได้ราคาน้อยกว่าวงเงิน โดยไม่เกิน 500,000 บาท กศน.อำเภอ/เขตก็อนุมัติจัดซื้อจัดจ้างเองเลย  แต่ถ้าผลการสอบราคาจะเสนอซื้อ/จ้างในราคาเกิน 500,000 บาท ก็ส่งไปขออนุมัติที่จังหวัดอีกครั้ง

             - การจ้างเหมาบริการ ปกติจะให้ผู้รับจ้างไปประชุมอบรมไม่ได้ ลักษณะเดียวกับการจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไม่ถือว่าผู้รับจ้างเป็นบุคลากรของส่วนราชการ จะให้ผู้รับจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ไปประชุมอบรมเรื่องการพิมพ์หนังสือเรียนหรือเรื่องอื่น โดยเบิกค่าเบี้ย เลี้ยงที่พักค่าเดินทางจากส่วนราชการ ไม่ได้  เช่น การจ้างบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ ต้องเลือกจ้างจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถในงานบรรณารักษ์อยู่แล้ว จ้างมาให้ทำงานเลย ไม่ใช่การฝึกงาน จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องบรรณารักษ์อีกไม่ได้ จะส่งไปประชุมอบรมเรื่องอื่นก็ไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนือบทบาทหน้าที่ .. แต่.. ถ้ามีเหตุผล เช่น ส่วนกลางกำหนดแนวปฏิบัติมาให้ห้องสมุดทุกแห่งปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน จึงต้องจัดอบรมชี้แจงแนวปฏิบัติ เป็นต้น.. ซึ่ง จ.พระนครศรีอยุธยาก็ทำโครงการให้บรรณารักษ์ไปประชุมอบรมในลักษณะนี้แล้ว กำลังจะจัดประชุมอบรมในไม่ช้านี้
                ผู้รับจ้างเหมาบริการจะเบิกค่าปฏิบัติงานนอกเวลาราชการได้ก็ต่อเมื่อกำหนดในสัญญาจ้างไว้ชัดเจนว่าให้เบิกได้อย่างไร   ( ข้อมูลบางส่วนนี้ผมสอบถามคุณดำรงศักดิ์เพิ่มเติมหลังการแนะนำในที่ประชุม )

             - ธงชาติของทุกประเทศเป็นของสูง เป็นที่เคารพ มีศักดิ์ศรี แสดงถึงความเป็นเอกราช  การชักธงชาติของประเทศอื่นขึ้นสู่ยอดเสานอกอาคาร ในแต่ละประเทศจะมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ  ส่วนในที่อื่น ๆ เช่นสถานศึกษาต่าง ๆ สามารถประดับธงชาติประเทศอื่นเป็นครั้งคราวได้ในระหว่างการประชุมหรือการจัดงานจัดกิจกรรม เช่นในวันอาเซียน 8 สิงหาคมของทุกปี เป็นต้น
                การติดตั้งหรือปักธงอาเซียน ต้องเรียงลำดับธงชาติสมาชิกอาเซียนตามตัวอักษรในภาษาอังกฤษของชื่อประเทศ และต่อด้วยธงอาเซียน ดังนี้
                1)  Brunei Darussalam บรูไน ดารุสซาลาม
                2)  Cambodia กัมพูชา
                3)  Indonesia อินโดนีเซีย
                4)  Lao ลาว
                5)  Malaysia มาเลเซีย
                6)  Myanmar พม่า
                7)  Philippines ฟิลิปปินส์
                8)  Singapore สิงคโปร์
                9)  Thailand ไทย
               10)  Vietnam เวียดนาม
               11)  ธงอาเซียน








         2. วันที่ 6 ก.พ.58 Nana Veo ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  การออกข้อสอบวิชาเลือก ถ้าวิชาที่ใช้รหัสเดียวกัน 3 ระดับ การออกข้อสอบจำเป็นต้องทำชุดเดียวกันแล้วนำไปสอบทั้ง 3 ระดับเลยมั้ย หรือว่าข้อสอบวิชาเดียวกันเช่นรหัส อช02013 ออกไม่เหมือนกัน
                ผมตอบว่า   รหัสเดียวกัน คือวิชาเดียวกัน ทำข้อสอบชุดเดียวกันได้ ดีกว่าสะดวกกว่า ถ้าอยากทำไม่เหมือนกันก็ได้ ไม่ผิด แต่ไม่สะดวก  จะอ้างว่า ม.ปลายเรียนยากกว่านั้น ไม่จริง ก็มันเป็นวิชาเดียวกัน ถึงจะระดับประถมก็ต้องเรียนทั้งเล่ม ( เล่มเดียวกัน )   การออกข้อสอบที่ถูกต้อง ต้องออกให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหลักสูตร จะบอกว่าระดับประถมเรียนในบทแรก ๆ ระดับ ม.ต้น เรียนกลางๆเล่ม ระดับ ม.ปลาย เรียนบทท้ายๆเล่ม ก็แสดงว่าจัดการเรียนการสอนในแต่ละระดับไม่ครบถ้วนตามเนื้อหาหลักสูตร
                คนละอย่างกับวิชาที่เนื้อหาคล้ายกัน แต่รหัสต่างกัน เช่น พค11001 คณิตศาสตร์, พค21001 คณิตศาสตร์, พค31001 คณิตศาสตร์  3 วิชานี้ถึงแม้จะมีเนื้อหาซ้ำกันเกิน 50 % แต่ก็ต่างกันบ้าง  เมื่อรหัสต่างกันก็เป็นคนละวิชากัน ข้อสอบอาจจะเหมือนกันได้เพียงบางข้อ
                วิชาที่รหัสเดียวกัน ถ้าใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั้ง 3 ระดับ เวลาสอบทั้งสามระดับในวิชานี้ ต้องสอบในเวลาเดียวกันนะ

         3. วันเดียวกัน ( 6 ก.พ.) December Mju ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  เคยเป็นพนักงานราชการ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้น บ.ช. ประกาศเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ต่อมาสอบได้บรรจุเป็นข้าราชการครูเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่อไปถ้าจะทำการขอ จะขอชั้นอะไร  สอบถามเอาไว้ก่อน

             ผมตอบว่า   ถ้าบรรจุเป็นครูผู้ช่วย ก็เหมือนกับครูผู้ช่วยคนอื่นๆคือ ให้รอให้บรรจุเป็น ขรก.ครูครบ 5 ปีจึงขอ ( เริ่มนับตั้งแต่วันบรรจุเป็นครูผู้ช่วย )  โดยถ้าในวันที่บรรจุครบ 5 ปีนั้น เป็นอันดับ คศ.1 ก็ขอ ต.ม.  ถ้าในวันที่บรรจุครบ 5 ปีนั้น เป็นอันดับ คศ.2 แล้ว ก็ขอ ต.ช.

         4. วันที่ 4 ก.พ.58 มีผู้ถามผมว่า  ให้ครู กศน.หยุดวันศุกร์-เสาร์ แทนการหยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ได้หรือไม่

             เรื่องนี้  ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2502 ข้อ 3 กำหนดว่า  “ถ้าส่วนราชการใดจะใช้ระเบียบพิเศษนอกเหนือไปจากที่กล่าว ( ระเบียบที่กล่าว คือ เวลาทำงานตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 16.30 น. หยุดกลางวันเวลา 12.00 น. ถึง 13.00 น. และวันหยุดราชการประจำสัปดาห์คือวันเสาร์ และวันอาทิตย์หยุดราชการเต็มวันทั้ง 2 วัน )  เพื่อความสะดวกให้ทำได้ แต่เมื่อคำนวณเวลาทำงานรวมกันในสัปดาห์หนึ่ง ๆ แล้ว ต้องเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนรวมเวลาราชการในสัปดาห์หนึ่ง ๆ ดังกล่าว ( ไม่น้อยกว่า 35 ชั่วโมง ) และสำหรับโรงเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด”
             ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถาน ศึกษา พ.ศ.2547 ข้อ 5 วรรคสอง กำหนดว่า  “สถานศึกษาใดมีความจำเป็นต้องกำหนดเวลาทำงานหรือวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาเป็นผู้กำหนด และรายงานส่วนราชการต้นสังกัดทราบ ทั้งนี้ ต้องมีเวลาทำงานไม่น้อยกว่า 35 ชั่วโมง” ( ไม่นับรวมเวลาหยุดพักวันละ 1 ชั่วโมง ) ถ้าจะหยุดวันศุกร์เต็มวัน วันอาทิตย์ต้องทำงานเต็มวัน ( 8.30 - 16.30 น.)   ดูระเบียบกระทรวงศึกษาธิการฉบับนี้ได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/1090140…/PDF/stopday.pdf

             จากระเบียบดังกล่าว อนุโลมได้ว่า ถึงแม้หน่วยงาน/สถานศึกษาจะยังหยุดราชการในวันเสาร์อาทิตย์ แต่ก็สามารถให้บุคลากรบางคนหยุดในวันอื่นแทนวันเสาร์อาทิตย์ได้  ซึ่งโดยปกติถ้าหยุดในวันศุกร์เสาร์เต็มวัน วันอาทิตย์ก็ต้องสอนเต็มวัน ถ้าวันอาทิตย์สอนครึ่งวัน วันศุกร์ก็หยุดเพียงครึ่งวัน

         5. เย็นวันที่ 9 ก.พ.58 Sura Phong ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  พนักงานราชการขออนุญาตเดินทางไปราชการโดยรถยนต์ส่วนตัวได้ไหม..มีระเบียบไหม..

             เรื่องนี้  เคยตอบไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งแล้ว เช่นในข้อ 2 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/06/2-2-2.html ว่า  ได้ แม้ไม่มีข้าราชการไปด้วย  อยู่ที่ผู้มีอำนาจอนุมัติจะพิจารณาอนุมัติตามความจำเป็นและความเหมาะสม  แต่ ผู้มีอำนาจอนุมัติให้ใช้รถส่วนตัว ไม่ใช่ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต  โดย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการประชุมของทางราชการ พ.ศ.2524 ข้อ 11 ( 4 ) กำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ให้เป็นอำนาจของอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ( ของ กศน. ขณะนี้หมายถึงปลัดกระทรวง ) ซึ่งจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ เป็นผู้อนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรแทนก็ได้
             ตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 270/51
ปลัดกระทรวงมอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จ./กทม. ในข้อ 8 ว่า  “การอนุมัติให้เดินทางไปราชการภายในราชอาณาจักรของตนเอง ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัด และบุคคลภายนอก การอนุมัติค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การใช้รถยนต์ส่วนตัวไปราชการ... ...”
             แต่ ในคำสั่งที่มอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อ./ข. ที่ 489/51 ข้อ 9 ระบุดังนี้
             - วรรคหนึ่ง  การอนุมัติไปราชการ ... ของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ ลูกจ้าง บุคคลภายนอก ... ...
             - วรรคสอง  การอนุมัติไปราชการสำหรับตนเอง ของ ผอ.กศน.อ. ภายในเขตจังหวัดที่สถานศึกษาตั้งอยู่ และจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับจังหวัดนั้น ... ...
             - วรรคสาม  การอนุมัติการใช้รถยนต์ส่วนตัวไปราชการภายในเขตพื้นที่ตาม
วรรคสอง
             สรุปว่า  ผอ.กศน.อ./ข. มีอำนาจอนุมัติการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้เฉพาะการไปราชการภายในเขตพื้นที่ของตนเอง  ส่วนข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง อื่น ๆ ถ้าจะขออนุมัติไปราชการ
โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวต้องขออนุมัติ ผอ.สนง.กศน.จ./กทม.

         6. เย็นวันที่ 10 ก.พ.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องจบ มสธ. ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่ได้แล้ว  ว่า
             ยังมีผู้ให้ข้อมูลผิด เป็นระยะ ๆ ว่า เรียน มสธ.สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ เช่นเอกหลักสูตรและการสอน จบแล้วขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้  ในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบก็มีผู้ให้ข้อมูลผิดอย่างนี้ ทำให้มีผู้เข้าใจผิดเสียเวลาเสียเงินไปสมัครเรียนโดยหวังใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่ได้ต้องการแค่ความรู้

             เมื่อ 2 ปีก่อน วันที่ 30 พ.ย.55 ผมเขียนให้ข้อมูลในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า เรื่องที่ว่าเรียน มสธ.สาขาวิชาศึกษาศาสตร์จบแล้วขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้นั้น เป็นข้อมูลเก่าเมื่อ 4 ปีก่อน
             ที่ถูกต้องคือ
             - ถ้าเริ่มเรียนหลัง 19 ส.ค.53 ถึงปีการศึกษา 2556 คุรุสภาไม่รับรองแล้ว ต้องใช้วิธีนำใบแสดงผลการเรียนไปยื่นขอเทียบโอน ซึ่งจะเทียบโอนได้ไม่ครบทุกมาตรฐาน
             - ถ้าเริ่มเรียนหลังปีการศึกษา 2556 คุรุสภาไม่รับเทียบโอนแล้ว
             ถ้าถามว่า แล้วจะเรียนทำไม  ตอบว่า ถ้าเรียนจบหลักสูตร สิ่งที่ได้คือ ได้ความรู้ ไปใช้ในด้านการเผยแพร่ให้ความรู้ต่าง ๆ เช่นเป็นวิทยากร หรือการสอนที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ( สอนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การศึกษาขั้นพื้นฐาน )  หรือถ้ายังจะมีการเปิดสอบมาตรฐานวิชาชีพครูอีก ก็นำความรู้ที่เรียนมานี้ไปใช้ในการสอบ ( อาจจะดีกว่าดูหนังสือเตรียมสอบด้วยตนเอง )

             ในขณะนี้ การเรียนเพื่อเป็นเส้นทางให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีเพียง 2 กรณี คือ
             1)  เรียนปริญญาทางการศึกษาหลักสูตรใหม่ ( หลักสูตร 5 ปี ) ในสถาบันที่คุรุสภารับรอง
             2)  สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นครูอยู่แล้ว แต่ยังไม่มี “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” มีเพียง “หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ” เช่น ครูจ้างสอน ครู ศรช. ใหเรียน ป.บัณฑิต ตามหลักสูตรที่คุรุสภากำหนดและอนุญาตให้สถาบันการศึกษาบางแห่งเปิดสอน

         7. เย็นวันที่ 11 ก.พ.58 ปนันท์ญา ตันทอง กศน.อ.ท่าวังผา ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ครู ศรช.และครูสอนคนพิการ เบิกเงินค่าคุมสอบปลายภาคเรียนได้หรือเปล่า

             ผมตอบว่า   ตอบบ่อยแล้ว ครู กศน.ตำบล ครู ศรช. และครูสอนคนพิการ เบิกเงินค่าคุมสอบปลายภาคเรียนได้ ถ้ามีเงินอุดหนุนมากพอและผู้บริหารให้เบิก  ดูคำตอบเก่า ๆ เช่น ในข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/09/n.html
             ครู ศรช. และ ครูสอนคนพิการเบิกค่าคุมสอบได้ แต่ ปัญหาคือ วันเสาร์-อาทิตย์ ( วันคุมสอบ ) อาจไม่ใช่วันหยุดราชการของครู ศรช.บาง คน  เช่น กศน.อ.บางแห่ง กำหนดให้ครู ศรช.และบรรณารักษ์บางคนทำงานในวันอาทิตย์ถึงพฤหัสฯ หยุดวันศุกร์เสาร์  กรณีนี้วันอาทิตย์จะเป็นวันทำการปกติของเขา  ซึ่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนการสอบ พ.ศ.2549 กำหนดว่าให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบในวันทำการปกติ เบิกค่าดำเนินการสอบในอัตราครึ่งหนึ่ง  และ หลักเกณฑ์ กศน. กำหนดว่า บุคลากรในสังกัด กศน.ถ้าทำงาน เช่น สอนวิชาชีพ สอนเสริม ในเวลาราชการ ไม่ให้เบิกค่าตอบแทน
             ฉะนั้น ถ้าจะให้ครู ศรช.เบิกค่าคุมสอบเต็ม เมื่อพบกลุ่มครั้งสุดท้ายก่อนสอบปลายภาคแล้ว กศน.อ.ต้องปรับเปลี่ยนให้ครู ศรช.มาทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ทุกวันทันที เพื่อให้วันเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดราชการของเขา


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

1.การเปรียบเทียบคะแนน SAR 3 ปี ในการประเมินฯภายในภายนอก, 2.ชักธงชาติ หญิงชายใครซ้ายขวา, 3.การบรรจุครูผู้ช่วยต่างบัญชี, 4.พนักงานราชการลาคลอด, 5.1 ช่วงนี้มีกฏอัยการศึกทั่วประเทศ ได้เวลาทวีคูณไหม, 5.2 เงินเดือนเต็มขั้นจะข้ามไปแท่ง คศ.4 ไหม, 6.ไม่สามารถเก็บเงินค่าใช้บริการห้องสมุดฯได้, 7.การขอพระราชทานเครื่องราชฯข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และขอชั้นสายสะพายให้ผู้บริหารที่จะเกษียณ



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 28 ม.ค.58 สบาย สบาย กับ สกายนนท์ ครู ศรช. กศน.ข.ทวีวัฒนา เขียนในอินบ็อกซ์ผม ว่า  หาวิธีการคิดคะแนนของ sar ปี 54 ให้เป็นร้อยละไม่เจอ รบกวนช่วยบอกอีกครั้ง

             ผมตอบว่า   จะเปรียบเทียบคะแนน SAR 3 ปีใช่ไหม ถ้าใช่ จะเปรียบเทียบกันด้วยคะแนนรวมเพียงตัวเดียวเท่านั้น ถ้าคะแนนเต็มแต่ละปีเท่ากัน ก็นำคะแนนที่ได้มาเปรียบเทียบกันได้เลย ถ้าคะแนนเต็มไม่เท่ากันก็ต้องปรับสัดส่วนแปลงคะแนนให้คะแนนเต็มเท่ากันกันก่อน เช่น สมมุติว่า SAR ปี 54 คะแนนเต็ม 5 แต่ SAR ปี 55-56 คะแนนเต็ม 100 ก็ปรับให้คะแนนเต็มของทุกปี เป็น 5 ทั้งหมด หรือเป็น 100 ทั้งหมด  แต่ปกติจะแปลงเป็นคะแนนเต็ม 5 นะ เพราะจะดูด้วยว่าได้คะแนนถึง 4.5 จากคะแนนเต็ม 5 หรือไม่
             เปรียบเทียบย้อนหลัง 3 ปี ถ้าคะแนนสูงขึ้นทุกปี ( หรือถ้าคะแนนถึง 4.5 ขึ้นไปจากคะแนนเต็ม 5 แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสูงขึ้นอีก ) จึงจะได้คะแนนตัวบ่งชี้นี้เต็ม  ประเด็นนี้
ถ้าเป็นการประเมินภายในจะอยู่ในตัวบ่งชี้ที่ 4.2 ถ้าเป็นการประเมินภายนอกของ สมศ. จะอยู่ในตัวบ่งชี้ที่ 8
             เช่น สมมุติว่า
             - ปี 54 คะแนนรวม SAR ได้ 4.2 จากคะแนนเต็ม 5 ( ไม่ต้องปรับ เพราะคะแนนเต็มเป็น 5 อยู่แล้ว )
             - ปี 55 คะแนนรวม SAR ได้ 92.00 จากคะแนนเต็ม 100 ก็เทียบสัดส่วนให้คะแนนเต็ม 5
                = (92 X 5) หารด้วย 100 จะได้ 4.6
             - ปี 56 คะแนนรวม SAR ได้ 90.00 จากคะแนนเต็ม 100 ก็เทียบสัดส่วนให้คะแนนเต็ม 5
                = (90 X 5) หารด้วย 100 จะได้ 4.5
             จะเห็นว่า คะแนน SAR 3 ปีย้อนหลัง คือ 4.2, 4.6 และ 4.5 แม้จะไม่สูงขึ้นทุกปี โดยปี 56 ต่ำกว่าปี 55 แต่ ปี 56 คะแนนถึง 4.5 อย่างนี้ก็ได้คะแนนเต็มในด้านพัฒนาการ ของตัวบ่งชี้นี้

             แต่.. ตอนทำ SAR ( ประเมินภายในโดยสถานศึกษาประเมินตนเอง ) ปี 57 จะเปรียบเทียบคะแนน SAR ย้อนหลัง 3 ปี คือปี 54-56 แตกต่างจากการประเมินภายนอก ถ้าคณะกรรมการเข้าประเมินในช่วงปีงบประมาณ 2558 นี้ จะเปรียบเทียบคะแนน SAR ย้อนหลัง 3 ปี คือปี 55-57 นะ
              ( เคยตอบเรื่องนี้ในข้อ 3 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/503537 )


         2. ดึกวันที่ 29 ม.ค.58 ครูปู ภัทรนันท์ สว่างวิจิตรา ถามบนไทม์ไลน์ผม ว่า  การเชิญธงชาติที่ถูกต้องถ้าหันหน้าเข้าหาเสาธงแล้ว ผู้หญิงยืนฝั่งไหน  เห็นตามโรงเรียนประถมผู้หญิงยืนด้านขวา แต่ลูกเสือผู้หญิงยืนซ้าย

             ผมตอบว่า   ผู้ที่ยืนด้านขวา จะเป็นผู้แก้เชือกจากเสาก่อนเริ่มชักธง และเป็นผู้ผูกเชือกกับเสาเมื่อชักธงเสร็จ โดยเมื่อเริ่มชักธง ธงจะอยู่กับผู้ที่ยืนด้านขวานี้ ผู้ที่ยืนด้านซ้ายจะเป็นผู้ชักธง ผู้ที่ยืนด้านขวาเป็นผู้ปล่อยเชือกตามเฉย ๆ
             กรณีที่ผู้ชักธงเป็นหญิงกับชาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้การชักหรือการแสดงธงชาติและธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ.2529 และ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการชักธงชาติในสถานศึกษา พ.ศ. 2547 ไม่ได้กำหนดว่าชายหรือหญิงจะต้องยืนอยู่ด้านใด  ชายจะยืนด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ถ้าหญิงยืนอยู่ด้ายซ้าย หญิงจะเป็นผู้ชักธง ถ้าหญิงยืนอยู่ด้านขวาหญิงจะเป็นผู้แก้เชือกและผูกเชือกที่เสา   แต่ สำหรับลูกเสือ กำหนดว่ากรณีที่ผู้ชักธงเป็นหญิงกับชาย ให้หญิงยืนด้านซ้าย ( เป็นผู้ชักธง ) ชายยืนด้านขวา


         3. วันที่ ( 30 ม.ค.58 ) ผมเรียนถามท่าน ผอ.กจ.ว่า  ตอนนี้มีอัตราว่างของสถานศึกษาทั่วไป 98 อัตรา และของศูนย์วิทย์ฯอีก 21 อัตรา แต่บัญชีครูผู้ช่วยศูนย์วิทย์ไม่เหลือผู้ขึ้นบัญชีค้างอยู่แล้ว จะนำผู้ขึ้นบัญชีทั่วไป ไปบรรจุที่ศูนย์วิทย์ฯได้หรือไม่   ท่าน ผอ.กจ.บอกว่า ไม่ได้  และจะไปบรรจุในบัญชีจังหวัดชานแดนใต้ก็ไม่ได้เช่นกัน  บรรจุข้ามกลุ่มไม่ได้   แต่ ข้าราชการเก่าทั้ง 3 กลุ่มนี้ สามารถขอย้ายข้ามกลุ่มได้ ( จะย้ายไปศูนย์วิทย์ฯ ต้องจบเอกวิทย์ )
             ฉะนั้นจึงจะเรียกบรรจุครูผู้ช่วยได้เพียง 2 บัญชี รวมประมาณ 98 คน แต่จะเท่าไรแน่ยังบอกไม่ได้ เพราะถ้ามี ขรก.ครูเก่า จากสถานศึกษาทั่วไปทั้งชายแดนใต้และจังหวัดอื่น ย้ายไปศูนย์วิทย์ ก็จะเกิดอัตราว่างในบัญชีทั่วไปกับบัญชีชายแดนใต้ รวมบรรจุได้มากกว่า 98 คน  ในทางกลับกัน ถ้ามี ขรก.ครูเก่าจากศูนย์วิทย์ย้ายมาสถานศึกษาทั่วไป ก็จะเหลืออัตราว่างสำหรับ 2 บัญชีนี้น้อยกว่า 98 อัตรา
             จำนวนตำแหน่งว่างที่จะเรียกบรรจุในบัญชีทั่วไปกับบัญชีชายแดนใต้ ก็ยังบอกไม่ได้เช่นกันว่าจะบรรจุได้บัญชัละอีกกี่คน รู้แต่ว่ารวมประมาณ 98 คน เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีครูเก่าชายแดนใต้ย้ายมาจังหวัดทั่วไปกี่คน หรือมีครูเก่าจากจังหวัดทั่วไปย้ายไปชายแดนใต้กี่คน ( กลุ่มไหนย้ายออกมากกว่าย้ายเข้า ก็จะมีอัตราว่างในบัญชีนั้นมากขึ้น )
             การให้ขอย้ายครั้งนี้ บรรณารักษ์ขอโอนเป็นครูไม่ได้ เรื่องบรรณารักษ์โอนเป็นครูผ่านมาแล้ว ต้องรอครั้งต่อไป หนังสือฉบับนี้ถ้าบรรณารักษ์จะขอย้ายเปลี่ยนตำแหน่งต้องเป็นตำแหน่งในประเภทบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ด้วยกัน


         4. คืนวันที่ 28 ม.ค.58 นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว สมหมาย ดีทิพย์ ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  พนักงานราชการลาคลอด 45 วัน ได้รับค่าตอบแทนจากต้นสังกัด 45 วัน และได้รับค่าคลอดบุตรและค่าตอบแทนจากประกันสังคม ถ้ากลับเข้ามาทำงานจะได้รับค่าตอบแทนจากต้นส้งกัดหรือไม่ (ประมาณว่า 45 วันหลังที่กลับมาทำงานจะได้รับเงินเดือนไหม )

             ผมตอบว่า   แม้พนักงานราชการมีสิทธิลาคลอด 90 วัน แต่ถ้าลาหยุดเกิน 45 วัน จะไม่ได้รับเงินเดือนในส่วนที่เกิน ถ้าลาไม่เกิน 45 วัน ก็ได้รับเงินเดือนเต็มตามปกติทุกอย่าง  ส่วนของประกันสังคมก็ได้เพิ่มต่างหากอีกเดือนครึ่ง ( ประกันสังคมเขาไม่สนใจว่าจะลาหรือไม่ จะลากี่วัน จะได้เงินเดือนจากต้นสังกัดเท่าไร  ขอแค่คลอดบุตรคนที่ 1-2 เขาก็จ่ายให้เดือนครึ่งทุกคน )  เคยตอบ 3 ครั้งแล้ว

         5. เย็นวันที่ 4 ก.พ.58 Anupan Chaiwirach เขียนในอินบ็อกซ์ผม 4 ข้อ ผมขอนำข้อที่น่าสนใจมาเผยแพร่ต่อ 2 ข้อ คือ

             5.1  ประกาศกฏอัยการศึกเราคงได้รับวันทวีคูณนะ
                   ผมตอบว่า   เรื่องเวลาราชการทวีคูณนั้น สมัยก่อน กฎหมายบำเหน็จบำนาญกำหนดไว้ตายตัวว่าข้าราชการที่รับราชการในเขตประกาศใช้กฎอัยการศึก จะได้รับเวลาราชการทวีคูณ แต่ตอนหลัง พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2543 เปลี่ยนให้ ครม.เป็น ผู้กำหนดว่าจะให้ข้าราชการประเภทใดไดัรับเวลาราชการทวีคูณ  ถ้าข้าราชการประเภทใดไม่ได้เสี่ยงภัยอะไรในช่วงประกาศกฏอัยการศึกนั้น ครม.ก็ไม่ให้ได้รับเวลาราชการทวีคูณ
                   การประกาศกฏอัยการศึกในช่วงล่าสุดนี้ยังไม่ยกเลิกการใช้กฏอัยการศึก  ครม.ยังไม่ได้พิจารณากำหนดในเรื่องนี้ จึงยังไม่แน่นอนชัดเจนว่าข้าราชการประเภทใดจะได้รับเวลาราชการทวีคูณ
                   อย่างไรก็ตาม  การคำนวณบำเหน็จบำนาญของผู้เข้า กบข. ให้ใช้เวลาราชการมาคำนวณไม่เกิน 35 ปี เวลาทวีคูณจึงไม่มีความหมายถ้ารวมแล้วเกิน 35 ปี  ( ผู้ที่อายุราชการเกิน 35 ปี โดยเฉพาะตำรวจทหารที่มีเวลาราชการทวีคูณมาก จึงต้องการ Undo กลับไปใช้ พรบ.บำเหน็จบำนาญเดิม )

             5.2  เงินเดือนตันมาปีนึงแล้ว จะข้ามไปแท่ง คศ.4. ไหม
                   ผมตอบว่า   ใช่  เรื่องเงินเดือนเลื่อนไหลทะลุแท่งนี้ กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 21 ธ.ค.55 มีผลบังคับใช้แล้ว มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554  โดยมีผลให้ ครูที่เงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของอันดับ (ตัน) คศ.2 คศ.3 หรือ คศ.4 แล้วแต่กรณี  จะได้รับการเลื่อนเงินเดือนต่อไปได้โดยให้ไปอาศัยรับเงินเดือนในอันดับถัดไป ได้อีกหนึ่งอันดับ   ตัวอย่างเช่น ข้าราชการครูที่เงินเดือนตันอันดับ คศ.3 ที่อัตรา 53,080 บาทแล้ว จะได้เลื่อนเงินเดือนสูงขึ้นต่อไปได้อีก โดยอาศัยเบิกในอันดับ คศ.4 อัตรา 53,820 บาท และเลื่อนต่อไปได้จนถึงขั้นสูงของอันดับ คศ.4 คืออัตรา 62,760 บาท เป็นต้น
                   ( แต่ วิทยฐานะ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามอันดับเงินเดือนเดิม )

         6. วันที่ 4 ก.พ.58 Kapoom Ka ถามในหน้าเฟซบุ๊คผม ว่า  เมื่อปี 2552 มีหนังสือที่ ศธ 0210.122/992 เรื่องการเก็บเงินห้องสมุด ทำให้ห้องสมุดต้องยกเว้นการเก็บเงินค่าสมาชิกรายปีแก่ประชาชนทุกคน  อยากทราบว่าในขณะนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แล้วมีหนังสือเรื่องนี้ไหม  เนื่องจากผู้บริหารต้องการความชัดเจนในการเก็บค่าสมาชิก แต่หาในเน็ตไม่เจอ หาได้แต่เลขที่หนังสือ

             ผมตอบว่า   ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นหนังสือราชการซักซ้อมความเข้าใจจากสำนักฯ ที่ต้องปฏิบัติตาม








         7. เย็นวันที่ 5 ก.พ.58 Anupan Chaiwirach ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  ผู้บริหารที่เงินเดือนเต็มขั้น คศ.3 และจะเกษียณ  จะขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพายได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ได้  ช่วงนี้ถึงเวลาขอพอดี ให้จังหวัดส่งเรื่องถึงสำนักงาน กศน.ภายในวันที่ 31 มี.ค.58  ตามหนังสือแจ้งที่  http://www.nfe.go.th/onie2014/index.php?option=com_attachments&task=download&id=673

             - พนักงานราชการที่ได้เครื่องราชฯชั้นที่ 5 ( บ.ช. : เบญจมาภรณ์ช้างเผือก ) มาครบ 5 ปี นับถึงวันที่ 5 ธ.ค.58 ปีนี้ให้ขอพระราชทานชั้นที่ 4 ( จ.ม. : จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย )

             - ตามหนังสือแจ้งของสำนักงาน กศน. ในส่วนของการขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพาย ( ป.ม. ) สำหรับระดับ 8 ( คศ.3 ) ให้ขอได้เฉพาะผู้บริหาร ที่เงินเดือนเต็มขั้น ได้ ท.ช.มาแล้ว 5 ปี และเป็นปีที่เกษียณหรือจะเกษียณ เท่านั้น   ( เดิม ผู้บริหาร และครู คศ.3 ที่ไม่ใช่ปีที่จะเกษียณ ก็ขอได้ แต่ภายหลังเปลี่ยนแปลงตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0508/ท1330ลงวันที่ 3 มี.ค.57 ที่แจ้งว่า  คศ.3 ขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ได้เฉพาะ ผอ.ที่จะเกษียณเท่านั้น  ฉะนั้น ถ้าไม่ใช่ คศ.4 หรือไม่ใช่ ผอ.ที่จะเกษียณ ก็ไม่ต้องขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพายไปอีกแล้ว )