แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษียณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษียณ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562

1.ครูอาสาฯ ศศช. จะย้ายมาตำแหน่งครูอาสาฯพื้นที่ปกติ ได้ไหม, 2.การออกใบวุฒิกรณีสถานศึกษาค้นหาหลักฐานเดิมไม่พบ, 3.พนักงานราชการเกิด 7 ต.ค.03 เกษียณเมื่อไร, 4.พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมออกใหม่ ปี 62 ผู้จบนักธรรมเอก สมัครเรียน ม.ปลายได้เลยไหม, 5.ชื่อภาษาอังกฤษของวิชาเลือก, 6.พนักงานราชการ เงินเดือนเต็มขั้นเท่าไร, 7.หลักฐานการลาออกจาก ปวช.มาถูกต้อง มาเรียน ม.ปลายจนจบไปแล้วจึงตรวจสอบวุฒิเดิมพบว่าไม่จบ ม.ต้น!?


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. คืนวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่ง พนักงานราชการ ครูอาสาสมัครฯ ประเภท ศศช. ถ้าจะย้ายมาทำตำแหน่งครูอาสาสมัคร พื้นที่ปกติในตำแหน่งที่ว่างลง สามารถย้ายได้ไหมคะ

             ผมตอบว่า   ไม่ได้ เพราะคนละตำแหน่งกัน
             โดยแนวปฏิบัติของระบบพนักงานราชการ กศน. ( ตามหนังสือ สนง.กศน.ที่ ศธ 0210.118/6651 ลว.12 ธ.ค.60 ) กำหนดในข้อ 4.3 ว่า ต้องตำแหน่งเดียวกัน






         2. วันที่ 28 พ.ย.62 มีท่านรอง ผอ.สนง.กศน.จ. โทร.มาถามผมว่า มี นศ.ที่เคยเรียนโรงเรียนผู้ใหญ่แต่ไม่เคยขอใบวุฒิ มาขอใบวุฒิโดยบอกว่าเรียนจบ แต่ค้นดูเอกสารหลักฐานเก่าขณะนี้คงเหลือเพียงเล่มเดียวซึ่งมีชื่อ นศ.รายนี้ แต่หลักฐานไม่ชัดเจนว่าเรียนจบ อย่างไรก็ตามหลักฐานเท่าที่เหลืออยู่คิดว่าเป็นไปได้ว่าเรียนจบ กรณีนี้ควรทำอย่างไร

             ผมตอบว่า   ถ้าเอกสารหลักฐานที่เหลืออยู่ ไม่สามารถออก “หลักฐานแสดงผลการเรียน” ได้ แต่ผู้เรียนยืนยันว่าเรียนจบ และเราคิดว่าเป็นไปได้ว่าเรียนจบ ให้ใช้ "ระเบียบกระทรวงศึกษาว่าด้วยเรื่องใบสุทธิของสถานศึกษาและหนังสือรับรองความรู้ของสถานศึกษา พ.ศ.2547" ซึ่งใช้กับการออก “หนังสือรับรองความรู้” ในกรณีไม่มีข้อมูลที่สามารถออกหลักฐานแสดงผลการเรียนได้
             เนื้อหาสาระของการออกหนังสือรับรองความรู้ตามระเบียบปี 47 คือ
             "การออกหนังสือรับรองความรู้ สถานศึกษาจะออกได้เฉพาะในกรณีที่สถานศึกษาไม่สามารถออกใบสุทธิ(หลักฐานแสดงผลการเรียน)ให้ หรือสำเนาต้นขั้วใบสุทธิให้ได้ ซึ่งอาจมีเหตุจากต้นขั้วใบสุทธิสูญหายหรือไม่ปรากฏหลักฐานการออกใบสุทธิหรือไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใด เมื่อสถานศึกษาใดพบกรณีดังกล่าวนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยใบสุทธิของสถานศึกษาและหนังสือรับรองความรู้ของสถานศึกษาพ.ศ.2547 ข้อ 6 มีขั้นตอนการปฏิบัติให้สถานศึกษาไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน
             กล่าวคือไต่สวนให้ได้ความจริงว่าบุคคลผู้มาขอหนังสือรับรองความรู้จบการศึกษาในสถานศึกษานั้นจริงหรือไม่ อาจสอบสวนหาพยานหลักฐานเอกสารก่อน หากไม่ปรากฏร่องรอยจากพยานเอกสารเลย ก็จำเป็นต้องหาพยานหลักฐานจากพยานบุคคล สถานศึกษาต้องไต่สวนจนกระทั่งได้หลักฐานเพียงพอว่าบุคคลนั้นจบการศึกษาจริง แล้วรายงานผลการไต่สวนให้หน่วยงานต้นสังกัดเหนือสถานศึกษาชั้นหนึ่งพิจารณาว่าเห็นควรให้ออกหนังสือรับรองความรู้ให้หรือไม่ หากเห็นว่าพยานหลักฐานเชื่อถือได้ก็อนุญาตให้สถานศึกษาออกหนังสือรับรองความรู้ให้ “สถานศึกษา” ไม่มีอำนาจพิจารณาเอง "
             การออกหนังสือรับรองความรู้กรณีนี้ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่เกิน 100 บาท ( รับรองโดยไม่ต้องระบุคะแนนหรือระดับผลการเรียนแต่ละวิชา )
             มีระเบียบนี้ และแบบฟอร์ม "หนังสือรับรองความรู้" อยู่ในคู่มือดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 135-137

         3. เดิมมีพนักงานราชการ จ.สกลนคร ที่เป็นพนักงานราชการ กศน.มาตั้งแต่เริ่มมีพนักงานราชการ ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า เกิดวันที่ 7 ต.ค.03 เหลือเวลาปฏิยัติหน้าที่ถึง 30 ก.ย.63 นี้ ถูกต้องมั้ย
             ผมตอบไปว่า  ไม่ใช่ครับ ปฏิบัติหน้าที่ได้ถึง 30 ก.ย.64 เพราะเกิดหลังวันที่ 1 ต.ค.03 ( ตามข้อกำหนดในภาพประกอบโพสต์นี้ )

             ต่อมา  วันหยุด 5 ธ.ค.62 ผู้ถามคนเดิม แจ้งว่า  ทาง จนท.จังหวัดยังคงแจ้งว่าต้องเกษียณ 30 ก.ย.63 นี้ เขาว่าถามสำนักแล้ว เลยทำให้ฉันสับสน เพราะฉันเปิดหาระเบียบพนักงานราชการก็เหมือน อจ.แนะนำ
             ผมตอบว่า  โทร.ปรึกษา กจ.กศน.ครับ 02-2822159 ถ้า กจ.บอกว่าสามารถต่อสัญญาได้ถึง 30 ก.ย.64 ก็ถามชื่อ จนท.กจ.คนนั้นไว้ แล้วมาบอก จนท.จังหวัด ถ้าเจ้าหน้าที่จังหวัดไม่เชื่อ ก็ขอให้เขาโทร.ถาม จนท.กจ.คนนั้น
             ( ผมถามท่านวรวิทย์ สุระโคตร ท่านก็บอกว่าต่อได้อีก 1 ปี และวันที่ 6 ธ.ค.62 ผมถามท่าน อ.ณัฐพนธ์ กจ.กศน. หลังจากคุยกันแล้วท่านก็สรุปว่าต่อได้อีก 1 ปีเช่นกัน )

             ต่อมา ผู้ถามแจ้งว่า  อจ.ณัฐพนธ์ แนะนำตามที่อจ.เอกชัย แนะนำมา ฉันได้อายุราชการอีกปี ก.ย.64 เกษียณ และฉันได้บันทึกเสียงขณะขอคำแนะนำจากกจ.ณัฐพนธ์ ด้วย






         4. พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมออกใหม่ ปี 62 ผู้จบนักธรรมเอก สมัครเรียน ม.ปลายได้เลยไหม

             มีผู้ถามผมด้วยคำถามนี้ 3 หรือ 4 รายแล้ว
             วันที่ 11 ธ.ค.62 ผมได้รับคำตอบเรื่องนี้จาก อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ว่า  ปฏิบัติตาม พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 ได้เลย ส่วนกลางจะปรับเพิ่มในคู่มือการดำเนินงานตามมา แต่ ให้ดู พรบ.ใหม่นี้ให้ดี ( ดูได้ที่  http://bit.ly/2VBDl2L ) คือ มาตรา 21-22 ระบุว่า ให้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแก่สามเณรซึ่งเป็นเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับและมีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่า ป.6 หรือเทียบเท่า
             ฉะนั้น ผู้เรียนจบนักธรรมเอกที่จะเทียบเท่า ม.ต้น ตาม พรบ.ใหม่นี้ จะต้องเป็นผู้เรียนที่พ้นการศึกษาภาคบังคับซึ่งได้สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่วนผู้ที่เรียนชั้นนักธรรมเอกโดยไม่จบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 หรือเทียบเท่า ( เรียนตาม พรบ.เดิม ) ก็ยังเทียบเท่าระดับประถมเหมือนเดิมนะ
             ( ถ้าเพิ่งจะเรียนนักธรรมเอกตอนนี้ จะต้องจบ ม.ต้นก่อน เพราะการศึกษาภาคบังคับตอนนี้คือ ม.ต้น แต่ถ้าเรียนนักธรรมเอกมานานแล้วตั้งแต่การศึกษาภาคบังคับยังเป็น ป.4 ตอนนั้นก็จะต้องจบ ป.6 แล้ว เพราะระบุว่าต้องไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ และ ไม่ต่ำกว่า ป.6 )

         5. วันที่ 11 ธ.ค.62 มีผู้ถามในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  รบกวนสอบถาม.. มีท่านใดเคยออกใบ รบ.ฉบับภาษาอังกฤษบ้างคะ.. จะรบกวนขอดูตัวอย่างค่ะ... ตอนนี้ที่ปริ้นมา ติดอยู่ 2 รายวิชาที่หาชื่อภาษาอังกฤษยังไม่ได้ค่ะ.. วิชาอาเซียน ศึกษาและวิชาการพัฒนาอาชีพค่ะ

             ผมตอบว่า   อาเซียนศึกษา = ASEAN Studies
             ปกติในหนังสือ "เอกสารการศึกษาฉบับภาษาอังกฤษ" ปกสีชมพู จะมีชื่อวิชาภาษาอังกฤษ ที่เป็นวิชาบังคับ และวิชาเลือกที่ส่วนกลางพัฒนาขึ้น ( ในโปรแกรม ITw รุ่นล่าสุด ก็ใส่ชื่อวิชาภาษาอังกฤษเหล่านี้ไว้แล้ว ) หนังสือนี้พิมพ์เมื่อปี 2554
             ส่วนชื่อวิชาภาษาอังกฤษของวิชาเลือกที่ส่วนกลางพัฒนาขึ้นหลังหนังสือเล่มนี้ บางวิชาจะมีอยู่ใน “ระบบการออกรหัสวิชาเลือก” เช่นวิชาอาเซียนศึกษา ถ้าไม่มี รวมทั้งวิชาเลือกที่สถานศึกษาพัฒนาขึ้น ให้ถามกลุ่มพัฒนา กศน.หรือสถานศึกษาที่เป็นผู้พัฒนาวิชานั้น ถ้าสถานศึกษาผู้พัฒนาตอบไม่ได้ ให้ถาม อ.ชาลินี กลุ่มพัฒนา กศน. 02-382-1895

         6. เย็นวันที่ 12 ธ.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เงินเดือนขั้นเติมของพนักงานราชการกลุ่มงานบริการเท่าไหร่คะ ถ้าเติมขั้นแล้วสามารถปรับฐานเงินเดือนเพิ่มได้อีกหรือไม่คะ..

             ผมตอบว่า   ค่าตอบแทนพนักงานราชการกลุ่มงานบริการ ขั้นสูง ( เต็มขั้น ) ปัจจุบัน = 20,210  พนักงานราชการทุกสังกัดทุกกระทรวงใช้ระเบียบเดียวกัน  ถ้าตำแหน่งครู กศน.ตำบล จะอยู่ในกลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มนี้อัตราปัจจุบันปี 2562 ตันที่ 34,700
             จะเลื่อนค่าตอบแทนเกินขั้นสูงไม่ได้
             แต่ประมาณทุก 4-5 ปี รัฐบาลก็มักจะปรับเพิ่มขยายเพดานขั้นสูงขึ้นไปเป็นระยะ ๆ ( ข้าราชการก็มีเพดานเงินเดือนเช่นกัน )






         7. เย็นวันที่ 17 ธ.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีปัญหาเรื่องการออกใบ รบ. ให้นักศึกษา คือ ได้อนุมัติจบแล้วให้ใบ รบ.ม.ปลาย กับนักศึกษาไป เนื่องจากผลการตรวจสอบวุฒิปวช ที่ลาออกมาเทียบโอน ผลตรวจกลับมาว่าถูกต้องเป็นวุฒิจริง (มาเรียน ม.ปลาย 3 เทอมจบ) แต่ผลตรวจสอบวุฒิ ม.ต้น ที่โรงเรียนเดิม ตรวจสอบกลับมาแจ้งว่าเป็นวุฒิปลอม นศ.ส่งวุฒิม.3 หลังจากที่เรียน ม.ปลายกับเราแล้ว และผลตรวจสอบก็กลับมาช้า

กรณีนี้ฉันทำบันทึกรายงานให้ผู้อำนวยการทราบและจะดำเนินการประกาศยกเลิกใบรบ.ต่อไป ขั้นตอนนี้ถูกต้องแล้วใช่ไหม

             ผมตอบว่า   ใช่ครับ
             1)  เพิกถอนวุฒิการศึกษา โดย
                  - ในโปรแกรม IT ให้ใช้เมนู 1-1-5 ( 1.ขั้นตอนการดำเนินงาน - 1.บันทึกประวัตินักศึกษา - 5.แก้ไขข้อมูลการจบออก  โดยเลือกสาเหตุที่จบ/ออก เป็น “4.พ้นสภาพ”)
             - ในเอกสารทะเบียนต่าง ๆ รวมทั้งในคู่ฉบับใบ รบ.ให้เขียนว่า “เพิกถอนสภาพการเป็นนักศึกษาเพราะวุฒิการศึกษาเดิมไม่ถูกต้อง”
             - ถ้ารายงาน GPA แล้ว ให้ทำหนังสือราชการแจ้งข้อมูลแก้ไขไปพร้อมรายงาน GPA ชุดใหม่
             2)  ประกาศยกเลิก ใบ รบ.
                  แต่ในส่วนการประกาศยกเลิกใบ รบ.นี้ มีหลายแห่ง สถานศึกษายังประกาศยกเลิกเอง แต่กรณีเป็นหลักสูตร 51 ถ้าดูในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป 104/2553 เรื่องการใช้ระเบียนแสดงผลการเรียนฯ ข้อ 5.2.1-5.2.3 ( ดูในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 158 ) จะเห็นว่าหลักสูตร 51 ให้สำนักงาน กศน.ประกาศยกเลิก

                   ข้อ 5.2.1 กับ 5.2.2 ใช้คำว่า “รายงาน” ส่วน 5.2.3 ใช้คำว่า “ประกาศยกเลิก”  ของ สพฐ.เขาก็ไม่ได้ให้โรงเรียนประกาศ แต่เป็นประกาศเขตพื้นที่





วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

1.พนักงานราชการเกษียณแล้ว แต่งเครื่องแบบไม่ได้, 2.ครู กศน.ตำบล/แขวงที่ไม่ใช่หัวหน้า กศน.ตำบล ลงนามในบันทึกข้อความได้ไหม, 3.พนักงานราชการใส่เครื่องชุดขาวในวันเผาศพได้ไหม, 4.พนักงานราชาการเกิดหลังปีงบประมาณต่ออีกหรือไม่ ?, 5.ความไม่เข้าใจชัดเจนในเรื่อง กพช., 6.พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวในพิธีหมั้นได้ไหม, 7.การเรียนเพิ่มหน่วยกิตวิชาวิทย์-คณิต หลังจบ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันที่ 10 ก.ย.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีพนักงานราชการได้รับเครื่องราชฯ เมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อมีงานพิธีสามารถแต่งชุดปกติขาวได้หรือเปล่าค่ะ

             ผมตอบว่า   เรื่องเครื่องราชฯ กับ เครื่องแบบ เป็นคนละส่วนกัน
             พนักงานราชการ กับ ข้าราชการ แตกต่างกัน
             ข้าราชการเกษียณแล้วรับบำนาญ ถือเป็นข้าราชการนอกประจำการ แต่จะแต่งเครื่องแบบเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเครื่องหมายสังกัดข้างขวาเป็นเครื่องหมาย "นก" (นอกราชการ) ส่วนข้าราชการเกษียณที่รับบำเหน็จไม่รับบำนาญจะหมดสิทธิ์แต่งเครื่องแบบ
             แต่ พนักงานราชการ จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้คำว่าเกษียณ ใช้คำว่า หมดสัญญา ( เราพูดกันสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าเกษียณ )
             พนักงานราชการที่หมดสัญญาแล้ว จะแต่งเครื่องแบบพนักงานราชการไม่ได้ครับ
             บุคคลทั่วไปที่เป็นบุรุษ สามารถแต่งชุด "ขอเฝ้า" ได้ ซึ่งเป็นชุดขาวเหมือนชุดปกติขาวนี่แหละ พนักงานราชการชายที่หมดสัญญาหรือเกษียณแล้วก็แต่งชุดขอเฝ้าได้ ชุดขอเฝ้านี้ประดับเครื่องราชฯที่ได้รับได้ แต่จะติดเครื่องหมายต่าง ๆ เหมือนเครื่องแบบพนักงานราชการไม่ได้ กระดุมก็เป็นกระดุมเกลี้ยงสีทอง
             ส่วนสตรี ไม่มีชุดขอเฝ้าสีขาว พนักงานราชการสตรีที่หมดสัญญาแล้วจะแต่งชุดขาวแบบชุดปกติขาวไม่ได้ ถ้าจะประดับเครื่องราชฯร่วมงานก็ต้องแต่งชุดไทย
             ( ถ้าเป็นการประดับเหรียญจริงของเครื่องราชฯ สตรีที่แต่งชุดไทยยังใช้เครื่องราชฯที่ผูกเป็นโบว์ปีกแมลงปอเหมือนเดิมนะ ที่มีการเปลี่ยนเป็นเหมือนแบบบุรุษนั้น เฉพาะกรณีแต่งเครื่องแบบ )


         2. เวลา 06.40 น.วันที่ 11 ก.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนังสือภายใน(บันทึกข้อความ) ของกศน.แขวง หรือกลุ่มงาน ครูที่ไม่ได้เป็นหัวหน้ากศน.แขวง หรือหัวหน้ากลุ่มงาน มีสิทธิ์เซ็นมั้ย เช่น หนังสือบันทึกข้อความของกศน.แขวง แต่เซ็นเองไม่ให้หัวหน้ากศน.แขวง เซ็น

             ผมตอบว่า   "หนังสือภายใน" บุคลากรทุกคนที่เป็นเจ้าของเรื่อง ลงนามตั้งต้นได้ครับ แต่ ที่ถูกต้องก็ต้องให้หัวหน้าตามลำดับ ลงนาม(อาจลงความเห็นด้วย)ต่อท้าย หรือด้านริมซ้าย ไปตามลำดับ จนถึงผู้บริหารที่เสนอ
             ถ้าเจ้าของเรื่องลงนามแล้วเสนอตรงถึง ผอ.กศน.เขต โดยไม่ผ่านหัวหน้าตามลำดับ ก็เป็นอำนาจของ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต จะอนุโลมหรือไม่อย่างไร
             ปกติก็จะให้ผ่านหัวหน้าหรือผู้ทำการแทนหัวหน้าตามลำดับ หลายแห่งให้ผ่านหัวหน้าฝ่าย/กลุ่มงานใน กศน.อำเภอ/เขต อีกด้วย เว้นแต่จะไม่ใช่เรื่องงานประจำ เช่นบันทึกแจ้งร้องเรียนกล่าวโทษหัวหน้า
             ผอ.กศน.อำเภอ/เขตบางแห่งก็อาจกำหนดให้หัวหน้า กศน.ตำบล/แขวง เป็นผู้ลงนามตั้งต้นเลย
             สรุปว่า หนังสือภายใน ผู้บริหารหน่วยงานนั้นมีอำนาจอนุโลมกำหนดรายละเอียด
             ( ตำบลที่มีครู กศน.ตำบลมากกว่า 1 คน ก็มีปัญหาอีกแบบเนอะ  ดูคำตอบเดิมของผมในข้อ 3 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/02/dmis.html )


         3. วันที่ 11 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการ ถ้าบิดามารดาเสียชีวิตสามารถใส่เครื่องชุดขาวในวันเผาศพได้ไหมค่ะ
             ผมตอบว่า  ใส่ในโอกาสพระราชทานเพลิงศพใช่ไหม ถ้าพระราชทานเพลิงศพ พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ ( สวมปลอกแขนดำ ) ได้

         4. วันเดียวกัน (11 ก.ย.) มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในเฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชาการเกิดหลังปีงบประมาณต่ออีกหรือไม่ค่ะ

             ผมตอบว่า   ลักษณะเดียวกับข้าราชการเกษียณครับ ถ้าเกิดหลังวันที่ 1 ต.ค.ก็ทำสัญญาจ้างได้ถึง 30 ก.ย.ปีถัดไป ( ไม่ใช่ทำสัญญา 4 ปี )

         5. วันที่ 12 ก.ย.62 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ “เมืองนักอ่าน 2560” ว่า รบกวนถามหน่อยค่ะ ถ้านศ.บริจาคอวัยวะและดวงตาเมื่อเดือนม.ค.62 จะขอกพช.เทอมนี้ได้ไหมคะ

             ผมร่วมตอบว่า   เรื่องนี้ขออธิบายยาวหน่อยนะ ดังนี้
             1)  กพช.ตามหลักสูตร กศน.51 กับ 31 แตกต่างกัน

                  - หลักสูตร 31 ให้ “หน่วยกิจกรรม” ตามความสำคัญ/ประโยชน์/ความยากของกิจกรรม ( ม.ต้น 41 หน่วยกิจกรรม, ม.ปลาย 48 หน่วยกิจกรรม )
                  - หลักสูตร 51 ให้ “ชั่วโมง” กพช. ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ “กิจกรรม” นั้น ( ระดับละ 200 ชั่วโมง ไม่ต้องมีคณะกรรมการมาพิจารณาจำนวนหน่วยกิจกรรม แต่เรายังหลงยึดติดกับหลักสูตร 31 )
                  ปกติ กพช. ต้องเป็น “กิจกรรม”
                  แต่การบริจาคอวัยวะและดวงตา ใช้เวลาบริจาคถึงชั่วโมงไหม จะให้จำนวนชั่วโมง กพช.กี่ชั่วโมง ?
             2)  การทำ กพช.ในช่วงที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน.แล้ว นักศึกษาต้องเสนอโครงการก่อนทำ
                  ถ้าทำก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ก็ให้ใช้วิธีเทียบโอน กพช.
                  คำถามนี้ระบุว่าทำในช่วงขึ้นทะเบียนเป็น นศ.แล้ว แต่ไม่ได้เสนอก่อนทำ
             จากคำถามนี้ จึงไม่ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ แต่ ถ้าจะอนุโลมให้ “ตามที่ผู้บริหารเห็นสมควร” ก็คงไม่เสียหายมั้งครับ จัดไป “ตามที่ผู้บริหารเห็นสมควร” ครับ
             แต่ผมว่าควรทำความเข้าใจกับครูและนักศึกษาเรื่อง กพช.ให้ถูกต้อง มีกิจกรรม กพช.ดี ๆ ให้เลือกอีกมาก ครั้งต่อไปทำให้ถูกจะได้สบายใจ

         6. เย็นวันที่ 12 ก.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พนักงานราชการแต่งเครื่องแบบปกติขาวในพิธีหมั่นช่วงเช้าของการแต่งงานได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้ายังเป็นพนักงานราชการก็มีสิทธิแต่งเครื่องแบบครับ ในพิธีหมั้น พิธีแต่งงาน พิธีรับปริญญาแต่งชุดขาวใต้เสื้อครุย ก็แต่งได้

         7. วันที่ 13 ก.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์โอเพนแช็ท กลุ่ม กศน. ห้องข่าวสารครูเอกชัย ว่า  สอบถามผู้รู้ นักศึกษาเรียนจบ กศน.ม.ปลาย แล้วแต่อยากลงสมัครเรียน ม.ปลายอีก เพื่อเก็บหน่วยกิต (รายวิชาวิทยาศาสตร์) เพิ่มเติม สมัครเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในคณะ พยาบาลศาสตร์ ได้หรือไม่ อย่างไร

             ผมตอบว่า   เรียนเพิ่มเติมได้ในวิชาที่ยังไม่เคยเรียนผ่านได้เกรด 1 ขึ้นไป โดย
             - ตอนที่ลงทะเบียนเรียน ในช่อง "ประเภท" ด้านล่าง ( เมนู 1-3-1 ในโปรแกรม ITw ) ให้เลือกเป็น "9. เรียนเพิ่มเติมหลังจบ"
             - เมื่อจะออกหลักฐานการเรียน ให้เข้าไปที่เมนู 1-1-5 ( แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )
                ในช่อง "สาเหตุที่จบ/ออก" ให้เลือก "6. ศึกษาเพิ่มเติมหลังเรียนจบ" และใช้ใบ รบ. ออกตามปกติ
             ซึ่งจะได้ใบ รบ.ใบใหม่ที่มีแต่วิชาที่เรียนเพิ่มเติม นำไปใช้ควบคุู่กับใบ รบ.เดิม ใช้เกรดเฉลี่ยจากใบ รบ.เดิม ( การเรียนเพิ่มเติมหลังจบจะไม่เปลี่ยนเกรดเฉลี่ยนะ )