แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนาผู้เรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พัฒนาผู้เรียน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

1.ทำไมร่วมพิธีวันเฉลิมฯ ไม่แต่งเครื่องแบบเต็มยศ, 2.การขอดูคะแนนสอบครูผู้ช่วย, 3.แต่งเครื่องแบบพิธีการ กรณี..., 4.เข้าร่วมงานมหกรรมฯภาคใต้ เบิกจากงบพัฒนาผู้เรียนได้ไหม, 5.การซื้อเก้าอี้พลาสติด วัสดุคงทน, 6.กศน.เรียน รด.ได้ไหม, 7.เข็มเชิดชูเกียรติต้องเป็นครูเท่านั้น ปฏิบัติงานบน สนง.จังหวัดไม่มีสิทธิ์ใช่มั๊ย

 

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

 

         1. วันหยุด 28 ก.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว..แต่งเครื่องแบบปกติขาว..เลยสงสัยว่าเมื่อไหร่จะแต่งเครื่องแบบเต็มยศ

             ผมตอบว่า   มีผู้บอกว่า ที่ผ่าน ๆ มานั้น ไม่ถูกต้องเหมาะสม ปีหลัง ๆ นี้ จึงเปลี่ยนให้ถูกต้องเหมาะสม คือ
             เครื่องแบบเต็มยศจะใช้ในพระราชพิธีที่มีหมายกำหนดการ มีการเสด็จพระราชดำเนิน หรือมอบหมายพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์ โดยสำนักพระราชวังจะระบุการแต่งกายมาพร้อมกับหมายกำหนดการ

         2. วันที่ 3 ก.ย.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  จะขอดูคะแนนสอบครูผู้ช่วย กศน.ภาค ก-ข ได้ไหม

             ผมตอบว่า   การขอดูคะแนนสอบ ต้องรอให้กระบวนการสอบเสร็จสิ้นทั้งหมดก่อน จึงจะยื่นคำร้องขอดูได้
            หลังประกาศผลสอบครั้งสุดท้าย ให้บันทึกขอดูคะแนน เรียนประธาน อ.ก.ค.ศ.สป. ส่งไปหรือยื่นที่ กจ.กศน. ไม่ต้องผ่านอำเภอ/จังหวัด เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
            โทร.ถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ กจ.กศน. 02-2822159

            3. วันที่ 31 ส.ค.63 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ถามเพื่อเป็นความรู้เป็นการส่วนตัวนะคะ งานเกษียณแต่งชุดใหญ่ ขาว-ดำ ประดับเครื่องราช ได้ไหมคะ

            ผมตอบว่า   ไม่ได้.. ปัจจุบันแม้แต่พิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทุกอำเภอจัดในวันเฉลิมฯ ยังให้แต่งเครื่องแบบพิธีการปกติขาว (กางเกงกระโปรงขาว)

            ส่วนเครื่องแบบเต็มยศ ( กางเกงกระโปรงดำ ) จะใช้ในพระราชพิธีที่มีหมายกำหนดการ มีการเสด็จพระราชดำเนิน หรือมอบหมายพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จแทนพระองค์ โดยสำนักพระราชวังจะระบุการแต่งกายมาพร้อมกับหมายกำหนดการ

            ผู้ถาม ถามต่อ ว่า  ปกติขาวก็ไม่ได้เช่นกันใช่ไหมคะ
            ผมตอบว่า  ทำไมงานเกษียณจึงจะให้แต่งเครื่องแบบพิธีการด้วย มีเหตุผลอย่างไร?

            เครื่องแบบปกติขาว
            ใช้ในงาน เช่น พิธีวางศิลาฤกษ์ พิธีเปิดสถานที่ราชการ งานเลี้ยงที่เกี่ยวกับราชการ การรับเสด็จพระราชดําเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ งานวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ต่าง ๆ งานส่วนตัว เช่น งานมงคลสมรส งานพระราชทานเพลิงศพ ฯลฯ

            เครื่องแบบครึ่งยศ
            ส่วนมากใช้ในงานซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนิน แต่เป็นงานที่มีความสําคัญรองไปจากงานซึ่งต้องแต่งเครื่องแบบเต็มยศ เช่น งานเสด็จพระราชดําเนินพระราชทานเพลิงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือบุคคลสําคัญ ฯลฯ

            เครื่องแบบเต็มยศ
            ใช้ในพระราชพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภา พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล งานสโมสรสันนิบาตทําเนียบรัฐบาล ( พิธีที่มีหมายกำหนดการให้แต่งเครื่องแบบเต็มยศ )

         4. วันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.63 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กศน.อำเภอตะกั่วทุ่ง จะต้องนำนักศึกษาเข้าร่วมงานมหกรรม ฯ ภาคใต้ จึงอยากเรียนถามอาจารย์ว่าจะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งของครูและนักศึกษา เช่น ค่าเหมารถ ค่าที่พัก จากงบพัฒนาผู้เรียนได้ไหมคะ

            ผมตอบว่า   ให้ดูจากระเบียบ 2 เรื่อง คือ

             (1)  ดูว่ากิจกรรมลักษณะนี้ ทำเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้หรือไม่ คือ เข้าข้อใดของกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ?
                  ( คุณไม่ได้บอกว่าเข้าร่วมงานในลักษณะใด เช่นแค่ทัศนศึกษาชมนิทรรศการ หรือร่วมแสดงแข่งขัน หรือย่างไร และงานมหกรรมภาคใต้นี้มีกิจกรรมที่จะเสริมหลักสูตรอย่างไรบ้าง  ผมทราบว่ามี “สินค้า กศน.Premium” ถ้ามีการให้เรียนให้ฝึก การตลาด/การผลิตสินค้า ก็อาจเข้ากรอบข้อ 11 กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ
                  ถ้าไม่ใช่กิจกรรมที่จะพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในเนื้อหาวิชาตามหลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน หรือพัฒนาทักษะชีวิตตามหัวข้อในกรอบฯ ก็จะไม่ใช่โครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน )
            (2)  ถ้าทำเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้ จึงดูว่าเบิกจ่ายอะไรได้ จาก หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน ข้อ 12.1 ( ดูในช่องหมายเหตุด้วย ) ที่  https://drive.google.com/file/d/1P1MscOtVENdpHzMJaWNdLBu28s1kuwf_/view

         5. วันที่ 2 ก.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เก้าอี้พลาสติกที่กำลังจะซื้อเก้าอี้พลาสติกเป็นวัสดุคงทนใช่มั้ยคะแต่หนูอยากทราบว่าใช้ระเบียบตัวไหน

            ผมตอบว่า   เก้าอี้พลาสติก ไม่ใช่ครุภัณฑ์ เพราะไม่คุ้มที่จะซ่อม ไม่มีช่าง/ร้านรับซ่อมแบบช่างไม้ แม้ซ่อมได้ก็จะสภาพไม่เหมือนเดิม จัดซื้อได้ด้วยงบดำเนินงาน (ค่าวัสดุ)
            การที่เป็นวัสดุคงทน คือ หลังจากลงทะเบียนพัสดุแล้ว ให้ยืม ไม่ใช่ให้เบิกขาดหมดไปเลยเหมือนวัสดุสิ้นเปลือง

         6. เย็นวันที่ 3 ก.ย.63 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  กศน.เรียน รด. ได้ไหม

            ผมตอบว่า   กศน.อำเภอ/เขต แต่ละแห่ง มักจะไม่ขอเปิด รด. เพราะนักศึกษา กศน.ที่ต้องการเรียน รด.มีน้อยมาก
            และถ้าจะขอให้นักศึกษา กศน.ไปเรียน รด.กับโรงเรียน ตอนจบก็ทำเรื่องยุ่งยาก
            ดูข้อมูลที่ผมเคยโพสต์เรื่องนี้แล้ว เช่นในข้อ 3 ที่
            http://nfeph.blogspot.com/2017/08/btc.html



 

         7. วันที่ 9 ก.ย.63 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เข็มเชิดชูเกียรติต้องเป็นครูเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้รับใช่มั๊ยคะ ปฏิบัติงานบนสำนักงานจังหวัด..ไม่มีสิทธิ์ใช่มั๊ยคะ

             ผมตอบว่า   ผู้ขอรับเข็มเชิดชูเกียรติต้องเป็น ครู ที่ปฏิบัติหน้าที่สอน ในตำแหน่งพนักงานราชการ( ครูอาสาสมัครฯ/ครู กศน.ตำบล ) หรือ ครู ศรช.


 

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

1.สงสัยเรื่องงบการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, 2.ให้เรียนวิชาเลือกบังคับทั้งสี่วิชาได้ไหม เพื่อลดภาระ, 3.ขอคู่มือเทียบระดับ, 4.การทำวิทยฐานะ ผอ.อำเภอ, 5.เกินห้าปี เทียบโอนได้ไหม, 6.วิชาที่เรียนเกิน 5 ปีก่อนวันลาออก แต่ปรากฏในใบ รบ. จะหมดอายุไหม, 7.ใช้งบ “1 อำเภอ 1 อาชีพ” สอนวิชาช่างพื้นฐานได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 22 พ.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของ นศ.กศน. ใน 1 เทอม แต่ละคนต้องได้รับการพัฒนาอย่างน้อย 1 ครั้ง ตามที่จัดสรรงบฯให้เทอมละ 2 รอบ ๆ ละ 1 ไตรมาส หรือเปล่า หรืออย่างไร

             ผมตอบว่า
             - ใน 1 เทอม นศ.แต่ละคนต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างน้อย 1 ครั้ง
             - โดยปกติจะจัดสรรงบประมาณให้เทอมละ 1 รอบ แต่ที่ปีหลัง ๆ จัดสรรงบประมาณให้เทอมละ 2 ครั้ง ( ไม่ใช่ครั้งละ 1 ไตรมาส ) เพราะ การจัดสรรครั้งแรกยังไม่รู้จำนวน นศ.ของเทอมนั้นที่ชัดเจน จึงใช้จำนวน นศ.ของเทอมก่อนมาเป็นฐานในการจัดสรร 50 % ก่อน และเมื่อรู้จำนวน นศ.ที่ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนแล้ว จะมีการจัดสรรครั้งที่สองเพื่อปรับให้จำนวนเงินเต็มตามจำนวน นศ.ของเทอมนั้น

         2. วันที่ 25 พ.ค.60 มี ศน.จาก สนง.กศน.จังหวัด ถามผมทางไลน์ ว่า  วิชาเลือกบังคับ 4 วิชา ถ้าให้ นศ.ลงทั้ง 4 วิชา โปรแกรมไอทีจะยอมให้จบรึเปล่า เพราะทั้ง 4 วิชาน่าสนใจ และช่วยลดภาระสถานศึกษาได้อีกด้วย

             ผมตอบว่า   โปรแกรมยอมให้จบ แต่

             - ดูตารางสอบ วิชาเลือกบังคับจะสอบปลายภาคในเวลาเดียวกันครั้งละ 2 วิชานะ
             - อาจจะขัดหลักการของแผนการเรียนรู้รายบุคคลบ้าง คือทุกแผนต้องลดหน่วยกิตลง โดยวิชาเลือกบังคับที่เกิน 2 วิชาจะไปอยู่ในทุกแผนซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับแต่ละแผน

             ศน.ผู้ถาม บอกว่า ให้ลงเรียนวิชาเลือกบังคับเทอมละ 1 วิชา จะไม่ชนเวลาสอบ แต่ที่กลัวคือไอทีจะไม่ยอมให้จบ เพราะเห็นระบุว่าให้เลือก 2 ใน 4 วิชา
             ผมตอบว่า  โปรแกรมยอมให้จบแน่
             ( แม้จะไม่เป็นไปตามอุดมคติของแผนการเรียนรู้
“รายบุคคล” เพราะเป็นการเพิ่มวิชาบังคับ ลดวิชาเลือกที่สอดคล้องกับสภาพของแต่ละคน แต่ถ้าทุกแผนลดหน่วยกิตลง ลดวิชาเลือกเสรี ก็ช่วยลดภาระสถานศึกษาได้จริง วิชาเลือกบังคับมีหลักสูตร/หนังสือเรียน/ข้อสอบปลายภาคให้อยู่แล้ว 
             เรื่องนี้ทั้งคุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. และคุณสุขุม ผู้พัฒนาโปรแกรม
ITw บอกว่า เรียนวิชาเลือกบังคับทั้ง 4 วิชาได้ โดยจะเรียนเกินหรือจะไปลดวิชาเลือกเสรีในแต่ละแผนก็ได้

             คุณสุขุมบอกแถมว่า กำลังปรับโปรแกรมฯออกเวอร์ชั่นใหม่ ปรับสำหรับผู้ที่เทียบโอนแล้วเหลือวิชาเลือกที่ต้องเรียนไม่เกิน 4 หน่วยกิตในระดับประถม ไม่เกิน 6 หน่วยกิตในระดับ ม.ต้น-ปลาย ก็จบได้โดยไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ และปรับโครงสร้างการเรียนระดับประถมของเด็กในวัยเรียนให้เป็น 6 ชั้น ๆ ละ 2 ภาคเรียน )

         3. วันที่ 24 พ.ค.60 มี ขรก.ครู กศน.อำเภอ ในอยุธยา โทร.มาถามผมเรื่องเทียบระดับฯ ผมตอบดังนี้

             1)  มีผู้เทียบระดับการศึกษาฯสูงสุดฯ ( ม.6 ใน 8 เดือน ) สอบผ่านภาคทฤษฎีทั้ง 9 วิชา แต่ยังไม่ประเมินภาคประสบการณ์ ผ่านไป 2-3 ปีแล้ว จะมาลงทะเบียนใหม่เพื่อประเมินภาคประสบการณ์ จะต้องเก็บค่าธรรมเนียมในปีที่เว้นไปด้วยหรือไม่
                  ผมตอบว่า  ถ้าสอบผ่านแต่ภาคทฤษี ไม่ผ่านภาคประสบการณ์ในรอบการประเมินนั้น จะสะสมผลการประเมินภาคทฤษฎีไว้ไม่ได้ ต้องลงทะเบียนสอบใหม่หมด

             2)  ผู้ถามเปลี่ยนคำถามใหม่ เป็นว่า ถ้ามีผู้เทียบระดับการศึกษาฯ ผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคประสบการณ์ ในบางวิชาไป 2-3 ปีแล้ว แต่ยังไม่ครบ 9 วิชา  จะมาลงทะเบียนใหม่เพื่อประเมินวิชาที่เหลือ จะต้องเก็บค่าธรรมเนียมในปีที่เว้นไปด้วยหรือไม่
                  ผมตอบว่า  รอบการประเมินที่เว้นไป ไม่ได้ลงทะเบียน ก็ไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียม รอบไหนมาลงทะเบียนก็เก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะรอบนั้น  ( รวมแล้วต้องประเมินให้จบผ่านหมดภายใน 5 ปีนะ รวมช่วงที่เว้นด้วยเกิน 5 ปีไม่ได้ และห้ามรับขึ้นทะเบียนเทียบระดับฯสูงสุดฯรายใหม่แล้ว )

             3)  ผู้เข้าประเมินจะเปลี่ยนไปเทียบระดับแบบเดิม ( ไต่ระดับ ) ซึ่งผู้ถามไม่เคยจัด  ขอให้นำไฟล์คู่มือการเทียบระดับแบบเดิม มาลงในกลุ่มไลน์หรือในเฟซบุ๊กให้ด้วย
                  ผมตอบว่า
                  - ดาวน์โหลดคู่มือการดำเนินงานเทียบระดับฯแบบเดิม ( ไต่ระดับ ) ฉบับปรับปรุง ปี 2559 ได้ที่
                    
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/manualTeab59.pdf
                  - ดาวน์โหลดเอกสารงานเทียบระดับอื่น ๆ เช่น คู่มือกรรมการฯ คู่มือผู้เข้าประเมินฯ ได้ที่
                    
http://203.172.142.102/pattana/compare.html

         4. วันที่ 26 พ.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอคำแนะนำแนวทางในการทำวิทยฐานะชำนาญการพิเศษผู้บริหาร(ผอ.อำเภอ)

             ผมตอบว่า   การทำวิทยฐานะของผู้บริหารสถานศึกษา ให้ทำตามแบบดั่งเดิม คือแบบทำผลงานวิชาการ ตาม ว 17 ปี 52 ( ชายแดนใต้จะเป็น ว 10 ปี 54 )
             ที่มีข่าวว่า ออกหลักเกณฑ์ใหม่ในวันที่ 5 ก.ค.60 นั้น เฉพาะสายผู้สอนเท่านั้น
             ตอนนี้ผู้บริหารสถานศึกษายื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยาฐานะได้ตามแบบ ว 17 เท่านั้น ส่วน ว 13 ปี 56 ( แบบได้รับรางวัลระดับชาติ-เชิงประจักษ์ ) เลิกให้ยื่นรายใหม่แล้ว และ ว 17 ปี 58 ( แบบ P.A. ประเมินตามข้อตกลงการพัฒนางาน ) ก็ล้มเลิกไปแล้ว

         5. เย็นวันเสาร์ที่ 27 พ.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันเอาใบ รบ. ( ใบ ปพ.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2551 ) มาขอเทียบโอน แต่ทาง กศน.อ. ... ... บอกว่าเทียบโอนให้ไม่ได้ เพราะใบ รบ.ผลการเรียนหมดอายุ เกินห้าปีแล้ว ให้เรียน ม.ปลายใหม่เลย ซึ่งฉันเพิ่งลาออกเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วมาสมัครเดือนเมษายน ฉันอยากทราบว่า ใบ รบ.มีหมดอายุด้วยหรือ เพราะในใบ รบ.ที่ส่งให้เขาตอนขอเทียบ ข้างหลังระบุว่าเพื่อศึกษาต่อสถาบันอื่น ฉันขอดูระเบียบและหลักเกณฑ์การนับเวลาใบ รบ. เขาก็บอกไม่ว่างไม่มีเวลาจะมาเปิดให้ดู เขาเคยทำกันแบบนี้มาตลอด ฉันควรทำอย่างไรดี ทางทะเบียน รร.เดิม ก็บอกว่าผลการเรียนไม่มีวันหมดอายุ ใบ รบ.ที่ส่งให้เขาก็ฉบับจริงด้วย

             ผมตอบว่า   ถ้าออกใบระเบียนแล้ว ผลการเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานจะไม่กำหนดอายุ ถ้ามีวันหมดอายุ คนที่เรียนจบ ม.ต้น แล้วไม่เรียนต่อ ม.ปลาย ภายใน 5 ปี ก็ต้องเรียน ม.ต้นใหม่อย่างนั้นหรือ
             ( แม้แต่จบ ป.4 มา 30 ปีแล้ว ยังให้เทียบโอนได้ 24 หน่วยกิตเลย )
             ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว เช่น ใน
             - ข้อ 3 (2) ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html
             - ข้อ 9 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/506950
              
( ตามหนังสือ “แนวทางการเทียบโอนผลการเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” หน้า 5 ข้อ 5 กำหนดว่า การเทียบโอนจาก กศ.ขั้นพื้นฐาน ไม่กำหนดอายุของผลการเรียนที่นำมาเทียบโอน ถ้าเป็นการเทียบโอนจากการศึกษาต่อเนื่อง จึงให้สถานศึกษาพิจารณาว่าจะกำหนดอายุของผลการเรียนรู้ที่นำมาเทียบโอนไม่ให้เกินกี่ปีหรือไม่ )

         6. เช้าวันที่ 29 พ.ค.60 ผมถามคุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ว่า  มี นร.ลาออกจากในระบบ มาสมัครเรียน ม.ปลายที่ กศน. เขาเรียน ม.4-ม.6 ระหว่างปีการศึกษา 2553-2555 เรียนจนสอบปลายภาค 2 ของ ม.6 แล้ว แต่บางวิชาไม่ผ่าน และไม่แก้ จึงไม่จบ นร.คนนี้เพิ่งไปลาออกเมื่อ มี.ค.60 วันที่ลาออกนี้วิชาที่เรียนตอน ม.4-5 เมื่อปี กศ.53-54 จะเกิน 5 ปีแล้ว แต่ก็ยังปรากฏในใบ รบ.ที่ลาออก ( รร.ในระบบเขาคงไม่ได้กำหนดให้มีการหมดอายุวิชาเหมือน กศน. )
             ถามว่า  วิชาที่ปรากฏในใบ รบ. แต่เกิน 5 ปีก่อนวันลาออก จะเทียบโอนเข้าหลักสูตร กศน.ได้ไหม

             คุณกิตติพงษ์ตอบว่า  ถ้าปริ้นท์ระเบียบ ปพ.1 ออกมาได้ ก็ใช้ได้ตลอดไม่หมดอายุ ตามแนวทางเล่มเขียว
             ส่วนของ กศน. ถ้า 5 ปีแล้วยังไม่จบ รายวิชาที่เกิน 5 ปีจะปริ้นท์ออกมาไม่ได้ ต้องรีบลาออกและปริ้นท์ระเบียบออกมา ไม่งั้นวิชาจะหมดอายุไปเรื่อย ๆ เหมือนงูกินหาง   กศน.กำหนด 5 ปี เพราะมีบางคนหายไปไม่จบซักที เป็นภาระทะเบียนเมื่อผ่านไปหลายปีกลายเป็นมี นศ.จำนวนมากมาย  ส่วนในระบบเขาหลักสูตร 3 ปี  ประถม 6 ปี  แต่ละรุ่นเรียนไปพร้อมกัน ไม่มีปัญหาเรื่องการดรอปเรียน/หายไปเหมือน กศน. เขาเลยไม่กำหนดอายุรายวิชาไว้
             ( เมื่อไม่กำหนดอายุ ก็ไม่มีวันหมดอายุ สรุปว่า ผลการเรียนที่ปรากฏในใบระเบียนแสดงผลการเรียน กศ.ขั้นพื้นฐาน จะไม่มีวันหมดอายุ แม้จะเรียนเกิน 5 ปีก่อนวันลาออกหรือกรณีใด ๆ ก็ตาม )

         7. วันที่ 2 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  สอบถามระเบียบเกี่ยวกับ โครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ เราสามารถสอนเป็นวิชาชีพได้หรือไม่ เช่น ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เพราะอาชีพนี้เป็นที่ต้องการในปัจจุบัน

             ผมตอบว่า   งบฯ “1 อำเภอ 1 อาชีพ” จะจัดสอนอาชีพใดก็ได้ เพียงแต่เขาแยกงบนี้ออกมาเป็นส่วนของระดับอำเภอ ไม่ได้จัดสรรเป็นรายตำบล  ปกติไม่ให้จัดในรูปแบบอบรม แต่ให้จัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน ให้จัดสอน/พัฒนาอาชีพที่เหมาะกับสภาพอำเภอนั้น 1 อาชีพ ซ้ำกับอำเภออื่นก็ได้  ถ้าจะจัดสอนเป็นวิชาอาชีพช่างพื้นฐานก็ได้ ปัจจุบันช่างรับบริการซ่อมบำรุงตามบ้านก็ยังมีไม่มากและมีรายได้ดีเพราะคนที่ซ่อมบำรุงภายในบ้านตัวเองไม่เป็นต้องหาจ้างช่างมีมากขึ้น แต่การสอนอาชีพช่างคงต้องจัดในรูปแบบชั้นเรียนจึงจะเหมาะสมกับเนื้อหาวิชาอาชีพช่างพื้นฐาน ( ช่างภายในบ้าน )


วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

1.ไปราชการในเขตที่เช่าซื้อบ้านไว้ เบิกค่าเช่าที่พักได้ไหม, 2.พรบ.ไปราชการฯฉบับใหม่ ทุกระดับตำแหน่งใช้รถรับจ้าง-รถส่วนตัวได้, 3.ไม่เรียนวิชาเลือกบังคับ จะจบได้ไหม, 4.ค่าอาหาร นศ.เข้าค่าย ให้ทำเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุ, 5.การซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน, 6.วิธีช่วยให้สมองดีในวันสอบ, 7.การเปลี่ยนสายงานของ ขรก.38 ค.(2)



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ผู้บริหารหรือครูไปราชการอำเภอที่เช่าซื้อบ้านไว้ สามารถเบิกค่าที่พักได้หรือเปล่า

             เรื่องนี้  ผมได้เรียนถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน.ในวันที่ 26 ก.พ.60 นี้ ได้รับคำตอบว่า
             จากการศึกษาระเบียบในเบื้องต้น ระเบียบไม่ได้ระบุห้ามประเด็นนี้ไว้โดยตรง ถ้าเช่าที่พักที่อื่นและต้องชำระค่าเช่าที่พักจริงก็เบิกค่าเช่าที่พักได้ แต่ถ้าพัก ณ บ้านที่เช่าซื้อไว้ หรือพักที่อื่นแต่ไม่ต้องจ่ายค่าเข่าที่พักจริง แล้วเบิกค่าที่พัก แม้จะเบิกแบบเหมาจ่าย ไม่ได้ระบุว่าพักที่ใด ก็มีความผิดถ้ามีการตรวจสอบพบ

         2. พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560

             1)  แก้ไขบทนิยามคำว่า “ข้าราชการ” โดยตัด “ข้าราชการฝ่ายตุลาการ และข้าราชการฝ่ายอัยการ"  ออก ซึ่งมีผลให้พระราชกฤษฎีกาฯไม่ใช้บังคับกับข้าราชการตุลาการและอัยการ เนื่องจากสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานอัยการมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

             2)  แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้เดินทางไปราชการทุกระดับตำแหน่ง สามารถเดินทางโดยพาหนะรับจ้างได้ โดยผู้เดินทางต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

             3)  เพิ่มเติมให้ใช้พาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ โดยผู้เดินทางต้องใช้พาหนะส่วนตัวนั้นตลอดเส้นทาง ถ้าไม่สามารถใช้พาหนะส่วนตัวได้ตลอดเส้นทาง ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอนุญาต

             4)  กำหนดชั้นโดยสารเครื่องบินในการเดินทางไปราชการสำหรับ การเดินทางในประเทศ โดยให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (อธิบดีหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ เอกอัครราชทูต รองปลัดกระทรวง)  ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น  ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง  ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ  ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ  โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด

                  ส่วนการเดินทางในต่างประเทศ ให้พิจารณาจากระยะเวลาในการเดินทาง คือ
                  - ระยะเวลาการเดินทางตั้งแต่เก้าชั่วโมงขึ้นไป กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด
                  - ระยะเวลาการเดินทางต่ำกว่าเก้าชั่วโมง กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้แก่ อธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ เอกอัครราชทูต รองปลัดกระทรวง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า  โดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจ  และกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า  โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด
                  ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเดินทาง

                  นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นต้องโดยสารเครื่องบินในชั้นที่สูงกว่าสิทธิ สามารถเดินทางได้แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากปลัดกระทรวงเจ้าสังกัดก่อน ยกเว้นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญลงมา ประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษลงมา ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น  ให้โดยสารเครื่องบินในชั้นประหยัดเท่านั้น

             5)  กรณีข้าราชการที่ปฏิบัติราชการประจำในต่างประเทศย้ายไปประจำสำนักงานซึ่งต่างสังกัด ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากสังกัดใหม่ที่ไปประจำ ( เดิมไม่มีกำหนด ในเรื่องนี้ไว้ )
                  รวมทั้งกำหนดเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ จัดให้มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับชั้นโดยสารเครื่องบิน เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ

         3. วันที่ 28 ก.พ.60 ครู กศน.ตำบล อ.แม่สาย ถามผมระหว่างที่นั่งประชุมใกล้กัน ว่า  นศ.ออกมาจากในระบบ เทียบโอนเข้าสู่หลักสูตร กศน. ซึ่งเทียบโอนได้มากจนสามารถเรียนเทอมเดียวจบ แต่ติดที่วิชาเลือกที่เทียบโอนได้ไม่ใช่วิชาเลือกบังคับ ถ้าต้องเรียนวิชาเลือกบังคับอีก 2 วิชา จะไม่สามารถเรียนจบในเทอมเดียว โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ไม่ยอมให้จบ  ถามจากส่วนกลางได้รับคำแนะนำให้กลับไปใช้โปรแกรม ITw รุ่นเก่าสำหรับ นศ.รายนี้เพื่อให้จบได้ในเทอมเดียว
             ถามว่าจะต้องปฏิบัติอย่างนี้ใช่หรือไม่

             เรื่องนี้  ผมเรียนถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้รับคำตอบว่า เป็นไปตามที่ถาม คือ นโยบายให้ นศ. รหัส 591...... เป็นต้นไป ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ 2 วิชา แต่ถ้า เทียบโอนได้วิชาเลือกครบหน่วยกิตแล้ว ก็ไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับก็ได้ แต่ถ้ายังเหลือวิชาเลือกที่ต้องเรียนอีกก็ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ
             กรณีที่ได้วิชาเลือกครบแล้วไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ แต่โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ไม่ยอมให้จบ ให้แก้ไขโดยวิธีกลับไปใช้โปรแกรม ITw รุ่นเก่าก่อนรุ่น 3 ต.ค.59 เฉพาะรายนี้  ( คงไม่แก้โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ให้เลือกได้ เพราะเป็นปัญหาส่วนน้อย และถ้าเลือกได้ บางแห่งอาจเลือกให้ นศ.ที่ต้องเรียนวิชาเลือก ให้เรียนวิชาเลือกอื่นที่ไม่ใช่วิชาเลือกบังคับ )

         4. วันที่ 13 มี.ค.60 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การเบิกจ่ายเงินนักศึกษาเข้าค่ายฝึกอบรม พักค้างคืน เดิม อาหารและเครื่องดื่มจะเบิกตามระเบียบฝึกอบรม แต่ปัจจุบัน กศน.จังหวัด... ... ให้จัดจ้างเหมาทำอาหารตามระเบียบพัสดุ บอกว่าจะเบิกตามระเบียบฝึกอบรมไม่ได้เพราะเป็นงบเงินอุดหนุน
             จึงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ จึงขอให้ช่วยไขข้อข้องใจ แท้จริงแล้วควรปฏิบัติวิธีการใดถึงจะถูกต้อง

             เรื่องนี้  การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศ.ขั้นพื้นฐาน ในการเข้าค่ายพัฒนา “นักศึกษา” ไม่ใช่การฝึกอบรมประชาชน จึงใช้ระเบียบการฝึกอบรมไม่ได้
             ในการจัดอาหาร-เครื่องดื่มต้องทำเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุ
             ( อ.ชลลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า หน่วยตรวจสอบภายในเป็นผู้ไปแนะนำเรื่องนี้ให้จัดจ้างตามระเบียบพัสดุอย่างนี้ )

         5. คืนวันที่ 15 มี.ค.60 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก เรื่องการซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน  ว่า

             อย่าลืมนะ การจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ให้ดาวน์โหลดต้นฉบับหนังสือเรียนที่ปรับปรุงใหม่แล้ว มาเป็นต้นฉบับในการจ้างพิมพ์  ( การซื้อก็ต้องซื้อหนังสือเรียนที่ปรับปรุงใหม่แล้ว )
             ในช่วงต้นปี
2560 มีการปรับปรุงถึง 18 วิชา
            
( ปรับปรุงเพิ่มเติมพระนามรัชกาลที่ 9-10, พระนามพระบรมวงศานุวงศ์, คำที่เกี่ยวข้อง, วันสำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์, พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ปรัชญา, สมเด็จพระสังฆราช, พระพรหมคุณาภรณ์ )
             ดูหนังสือแจ้งที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheingeTextR10.pdf

         6. วันที่ 17 มี.ค.60 มีผู้ขอคำแนะนำผมทางไลน์กลุ่มห้องสมุดชาวตลาด ว่า  ขอคำแนะนำให้กับน้องๆที่สมัครสอบบรรณารักษ์ กศน.

             ผมไม่รู้ว่าขอคำแนะนำด้านไหน และผมก็ไม่รู้จะแนะนำอะไร จึงขอแนะนำวิธีกระตุ้นให้สมองปราดเปรื่องในการทำข้อสอบ ว่า
             เราสามารถกระตุ้นสมองเพื่อให้สติปัญญาดีขึ้น ( หรือเฉื่อยชา ) ได้ โดย
             - ถ้าได้พักผ่อนเพียงพอ สมองก็จะทำงานได้ดี และในทางตรงข้าม สมองจะเฉื่อยชา คิดอะไรไม่ค่อยออก หลง ๆ ลืม ๆ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ  ฉะนั้นคืนวันก่อนวันสอบจึงไม่ควรนอนดึกมาก หรือนอนน้อยเกินไป

             - น้ำ มีส่วนช่วยให้สมองชุ่มชื่น กระตุ้นการคิดได้ดี  ในวันสอบและก่อนเข้าห้องสอบควรดื่มน้ำให้เพียงพอเหมาะสม

             - ยา บางชนิดมีผลตรงข้ามกับน้ำ เช่น ยาแก้ไข้ แก้หวัด แก้แพ้ ยากดประสาท จะทำให้สมองเบลอ คิดไม่ออก  ฉะนั้น ควรดูแลรักษาสุขภาพ จะได้ไม่ต้องใช้ยาเหล่านี้ในวันสอบ

             - ในวันสอบ ควรไปถึงสนามสอบ และหาห้องสอบ แต่เนิ่น ๆ เมื่อหาห้องสอบเจอแล้วยังเหลือเวลาเตรียมความพร้อม-นั่งพัก-เข้าห้องน้ำ ให้เรียบร้อย จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งพร้อมที่จะคิดวิเคราะห์  แต่ถ้าไปถึงสนามสอบใกล้ถึงเวลาเข้าห้องสอบ กว่าจะหาห้องสอบพบก็ถึงเวลาเข้าห้อง จะลุกลนตื่นเต้นตกใจ ทำให้สมองสับสนไม่ปลอดโปร่ง คิดไม่ออกจำไม่ได้

         7. วันที่ 20 มี.ค.60 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก เรื่องการเปลี่ยนสายงานของ ขรก. 38 ค.(2) ว่า

             ตามที่ ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้เปลี่ยนสายงานและมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น นั้น
             เนื่องจากขณะนี้ ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูง กว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง และ ก.ค.ศ.ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวมาใช้กับ ขรก.38 ค.(2) ด้วยแล้ว
             ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกตำแหน่งประเภททั่วไปให้เป็นประเภทวิชาการ ให้สอดคล้องกับมติ ครม. ใหม่ ดังนี้
             - คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก คือ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ที่รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท
             - ให้บรรจุและแต่งตั้งเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ โดยให้ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม  กรณีที่เงินเดือนเดิมสูงกว่าขั้นสูงของระดับปฏิบัติการ ให้ได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด