แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำแหน่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566

1.เกณฑ์ข้าราชการครูขอย้าย เหลือ 2 ปีแล้วใช่ไหม, 2.การพิมพ์ตำแหน่งของครูที่รักษาการ ผอ. ลงในใบ รบ. พิมพ์ย่อหรือเต็ม, 3.ใช้เงินอุดหนุนจัดอบรมลูกเสือ ซื้อลำโพงได้ไหม, 4.การจ้างครู ติดอากรแสตมป์หรือตีตราสาร, 5.มีอัตราตำแหน่งรอง ผอ.สถานศึกษา กศน.ไหม, 6.หลักสูตร 2544, 2551 ออกเลขที่ประกาศนียบัตรอย่างไร, 7.จบเปรียญธรรม 5 ประโยค เรียนมหาจุฬาฯจนจบ เขาบอกให้หาวุฒิ ม.6 มาแจ้งจบ

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 8 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เนื่องด้วยเกณฑ์การย้ายของข้าราชการครู ที่กคศ.กำหนดใหม่ ให้ยกเลิกเกณฑ์4ปี เหลือ2ปี  ครูที่สอบบรรจุ กรณีพิเศษ ของสำนักงานกศน. ปี63 พ้นการพัฒนาอย่างเข้มแล้ว สามารถเขียนย้านในเดือน ม.ค.66 นี้ได้มั้ย

             ผมตอบว่า   ว18/2565 นี้ ครูที่สอบบรรจุกรณีพิเศษ ( สอบคัดเลือกจากบุคลากรภายในสังกัดที่สอนครบ 3 ปี ) ไม่ได้ลดอายุงานเหลือ 2 ปีนะ กลุ่มกรณีนี้ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบบรรจุนั้น  แต่ถ้าเป็นสอบบรรจุที่รับบุคลลทั่วไปทั้งบุคลากรภายในและคนทั่วไปสมัครสอบบรรจุได้ จึงลดอายุงานเหลือ 2 ปียื่นขอย้ายได้ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ให้ขอย้ายตั้งแต่ ม.ค.2566

         2. วันเสาร์ที่ 12 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ในกรณีไม่มีผู้บริหาร และมี ขรก.ครูรักษาการฯ  ในใบ รบ.ตำแหน่งผู้บริหารต้องพิมม์ว่า  ครู  รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ......หรือใส่คำว่าผู้บริหารสถานศึกษา  (ใส่รักษาการจะยาวมาก)

             ผมตอบว่า   ถ้าจะให้ถูกต้อง พิมพ์ว่า "ครู รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ....." ( คำว่า "กศน." พิมพ์คำย่อก็ได้ คำเต็มก็ได้ ส่วนวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการพิเศษ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ )
             การพิมพ์ชื่อตำแหน่งในใบ รบ. ด้วยโปรแกรม ITw สามารถพิมพ์ตำแหน่งได้ยาว 2 บรรทัด ตามตัวอย่างใน 2 ภาพประกอบนี้



 

         3. เช้าวันที่ 24 พ.ย.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เราจัดกิจกรรมอบรมลูกเสือระดับชั้นbtc.ให้คุณครู แต่เราขาดพวกลำโพง เคลื่อนที่ หรือแบบสะพาย เราสามารถ ซื้อผ่านโครงการได้มั้ย เนื่องจากการเช่า ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม การอบรมลูกเสือ มีฐานการเรียนรู้หลายฐาน ถ้าเช่าทุกฐานคงไม่ไหว และมีกิจกรรมเดินทางไกล ซึ่งแบ่งและแยกเดินเป็นหมู่ๆ คงไม่มีใครลากล้อลำโพง หรือเช่ารถลำโพงขับตามได้ เลยมีข้อสงสัยว่าเราสามารถจัดซื้อได้ตามหนังสือ ว119ของคณะกรรมการวินัจฉัย กระทรวงการคลัง /และกรอบการใช้เงินอุดหนุนปี63 ได้มั้ย

             ผมตอบว่า  
             1)  พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และเมื่อชำรุดเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้หรือไม่คุ้มค่าในการซ่อมแซม จะไม่ถือเป็นครุภัณฑ์ แต่ เครื่องขยายเสียงและลำโพงมีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ และเมื่อชำรุดเสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้เพราะมีร้านรับซ่อมลำโพง ลำโพงจึงเป็นครุภัณฑ์
             2)  หนังสือ ว119 นั้น คือ ซื้อก่อนแล้วทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างตามหลัง ใช้ในกรณีวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท แต่ดูรายการตามตาราง 1-2 ที่แนบหนังสือ ว119 ก็ไม่เห็นมีรายการครุภัณฑ์
             3)  จะใช้เงินอุดหนุนรายหัว จัดอบรมลูกเสือให้ครูใช่ไหม ในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศน.ปี 63
                  - ข้อ 4 ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็ไม่รวมค่าครุภัณฑ์
                  - ข้อ 12.2 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมกีฬา กศน. ก็มีแต่ค่าเช่าอุกรณ์เครื่องเสียง ไม่มีค่าซื้อ
                  - ข้อ 12.3 ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมลูกเสือ อาสายุวกาชาด ( หมายถึงจัดกิจกรรมให้นักศึกษา ไม่ใช่จัดกิจกรรมให้ครู ) ก็มีแต่ค่าเครื่องแบบ
             4)  ลองเสนอจัดซื้อจัดจ้างไปยัง สนง.กศน.จังหวัดก็ได้ ถ้าจังหวัดอนุมัติ จังหวัดก็จะร่วมรับผิดชอบ

         4. คืนวันที่ 7 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  การจ้างครูต่างประเทศ หนูดูในเพจของอาจารย์บอกว่าติดอากรแสตมป์ แต่ในเพจกฎหมายให้ตีตราสาร หนูรบกวนขอความรู้อาจารย์ค่ะเพื่อจะได้ปฏิบัติได้ถูก

             ผมตอบว่า   "สัญญาจ้าง" เป็น "ตราสาร" ชนิดหนึ่ง
             ส่วนคำว่า "ตีตราสาร หรือ การตราสาร" คือ
ชำระเป็นเงินที่สำนักงานสรรพากร แทนการซื้ออากรสแตมป์มาติด ซึ่งสำนักงานสรรพากรจะ "สลักหลังตราสาร" ( สลักหลังสัญญาจ้าง ) เป็นหลักฐานว่าชำระค่าภาษีอากรแทนการซื้ออากรแสตมป์แล้ว

             กรณีค่าจ้างตลอดระยะเวลาจ้างตามสัญญาจ้าง รวมตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ให้นำสัญญาไปสลักหลังตราสารเพื่อชำระค่าอากรแทนการปิดอากรแสตมป์ ที่สำนักงานสรรพากร

              ( ในเพจผม ไม่ได้กล่าวถึงการจ้างถึง 2 แสนบาท เพราะ กศน.จ้างเดือนละ 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน รวมไม่ถึง 2 แสนบาท )

         5. เช้าวันที่ 29 ธ.ค.65 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สนง กศน มีอัตรา ต่ำแหน่งไหม ถ้ามี อยู่ในส่วนไหน

             ผมตอบว่า   มีตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่ สถานศึกษาขึ้นตรง เช่น สถาบัน กศน.ภาค, สทก., สธ., ศฝช., ศว.,
              ( เคยมีการกำหนดไว้ในโครงสร้างกรอบอัตรากำลังของ กศน.เขต/อำเภอ ขนาดเล็กถึงใหญ่พิเศษ แต่ยังไม่มีอัตราเงินเดือน)

         6. คืนวันที่ 10 ม.ค.66 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ใบประกาศนียบัตร หลักสูตร 51 ในส่วนของเลขที่ ให้ระบุเป็นลำดับที่ หรือรหัสนักศึกษาค่ะ ในคู่มือบอกให้ระบุเป็นลำดับที่ แต่ในหนังสือ หน้าที่ 181 ให้ระบุเป็นรหัสนักศึกษาหลักสูตร 2531 2530 2533 แล้วหลักสูตร 51 ละค่ะ ออกได้ทั้งที่เป็นเลขลำดับที่ใบประกาศที่จองไว้ในระบบ /รหัสนักศึกษาใช่ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   เลขที่ประกาศนียบัตร

             1) ในหนังสือ(คู่มือการดำเนินงาน) หน้าที่ 181 ให้ออกเลขที่ประกาศนียบัตรสำหรับหลักสูตร 2530 2533 ด้วยเลขรหัสประจำตัวนักศึกษา ซึ่งเป็นไปตาม คำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2524
             2) ต่อมา พ.ศ. 2539 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ได้ยกเลิกระเบียบปี พ.ศ.2524 โดยคำอธิบายการกรอกประกาศนียบัตรท้ายระเบียบปี 2539 กำหนดว่า "เลขที่ ให้เขียนเฉพาะเลขลำดับที่ โดยไม่ต้องใส่เลข 0 นำหน้า และไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ เช่น ๑ ๒ ๓ ..."
             3) ฉะนั้น หลักสูตร 2544 (ประกาศนียบัตรคือ ปพ.2) และหลักสูตร 2551 ( ประกาศนียบัตรคือ กศน.2 ) ที่ถูกต้อง เลขที่ก็เป็นเลขลำดับที่ ๑ ๒ ๓ ...
             4) สำหรับหลักสูตร กศน.2551 ให้ดูในคู่มือการดำเนินงาน หน้า 179 ข้อ 4.8 ระบุว่า "เลขที่ประกาศนียบัตร ... ... ให้ระบุเลข ๑ ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการอนุมัติการสอบ
                 และหน้า 171 เป็นคำอธิบายท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกประกาศนียบัตร พ.ศ.2539 ข้อ 2.4.1 ระบุว่า เขียนหรือพิมพ์เฉพาะเลขลำดับ ไม่ต้องลง พ.ศ.กำกับ)
                 ( การออกเลขที่ประกาศนียบัตรหลักสูตร 2551 ในโปรแกรม ITw คุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw บอกว่า ให้คีย์เลขที่ประกาศนียบัตรในเมนู 1-5 ( ขั้นตอนการดำเนินงาน - แก้ไขข้อมูลการจบ/ออก )

         7. คืนวันที่ 12 ม.ค.66 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อาตมาจบเอาประโยค5ไปสมัครเรียนมหาจุฬา ตอนนี้กำลังแจ้งจบ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าแจ้งจบไม่ได้ ต้องไปหาวุฒิม.6มาแจ้งจบ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางมหาลัยไม่ได้สอนวิชาสามัญเพิ่มให้ จึงสอบถามว่าเราจะสามารถเทียบโอนวุฒิได้ไหมครับ

             ผมตอบว่า   การเทียบวุฒิทางธรรม กับวุฒิ ม.ปลาย(ม.6) นั้น
             ถ้าเป็น พรบ.การศึกษาพระปริยัติธรรมฉบับใหม่ 2562 แค่เปรียญธรรม 3 ประโยค ก็เทียบเท่า ม.ปลาย(ม.6) แล้ว แต่ต้องเรียนตาม พรบ.ใหม่นี้ คือจะต้องเรียนวิชาสามัญเพิ่มเติม
             เมื่อท่านไม่ได้เรียนตาม พรบ.ใหม่ ท่านต้องเทียบวุฒิแบบเดิมตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการฉบับลงวันที่ 22 ส.ค.2526 ( ตามภาพประกอบ ) คือ ปธ.5 จะเทียบเท่า ม.ปลาย ต้องได้รับแต่งตั้งให้สอนวิชาพระปริยัติธรรมในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำการสอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง  และไปขอเทียบเป็นวุฒิ ม.ปลาย ที่ สำนักทดสอบทางการศึกษา อาคาร สพฐ.4 ชั้น 1 กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ  ( ตอนช่วงโควิดระบาดหนักเขาให้ขอเทียบฯทางไปรษณีย์ได้ แต่ตอนนี้คงต้องไปเอง ถ้าจะให้แน่ใจ โทร.ถามที่ 02 288 5789-92 )
             ถ้าท่านไม่เข้าหลักเกณฑ์และ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ. ไม่เทียบวุฒิ ม.ปลายให้ ก็ไม่ถือว่าท่านจบ ม.ปลาย ท่านก็ไม่มีวุฒิ ม.6 ไปแจ้งจบครับ


 

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

1.หลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐาน กศน. ยึดติดในระบบมากแค่ไหน ทำไม ?, 2.”กระบวนการ กศน.” ถ้าได้ตามภาพนี้ก็วิเศษ, 3.จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวันพบกลุ่ม เบิกได้หรือไม่, 4.การลงตำแหน่ง ผอ.ในใบ รบ. ใช้คำย่อได้ไหม, 5.ต้องทำ กพช.คุณธรรม 50 ชั่วโมง ไหม ( การเข้ากลุ่มไลน์สแควร์ กศน.), 6.อบรมประชาชน พาไปศึกษาดูงานที่ กศน.อำเภออื่นโดยเขาให้ครู กศน.เป็นวิทยากร จะจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไหม, 7.มีแผนการจัดการเรียนรู้วิชาบังคับไหมคับ


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 19 พ.ย.61 มี ผอ.กศน.อำเภอ ซึ่งเป็นผู้ร่วมออกข้อสอบปลายภาค กศน.คนหนึ่ง โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า  เทอมที่ผ่านมาบางวิชานักศึกษาได้คะแนนเฉลี่ย ต่ำกว่าครึ่ง คณะทำงานสร้างข้อสอบเลยคุยกันว่า
             “จะแก้ที่จุดไหน ?”
             ผอ.ผู้โพสต์ แสดงความคิดเห็นพร้อมตั้งคำถามต่อไปเองว่า “คนออกข้อสอบ ก็กางหนังสือแบบเรียน(ของ กองพัฒฯ) ออกข้อสอบนี่แหละ แทบจะลอกข้อความตามหนังสือมาเลยทีเดียว
             ปัญหาอยู่ที่ ???
             ก.คนออกข้อสอบ ยาก
             ข.นักศึกษาไม่เคยอ่านหนังสือสอบ
             ค.ครูได้สอนมากน้อยแค่ไหน
             ง.นักศึกษาอ่านข้อสอบตอนสอบไม๊ ใช้เวลาสอบเท่าไร”

             เรื่องนี้  ผมร่วมแสดงความคิดเห็นว่า
             “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้อสอบ แต่อยู่ที่นักศึกษาและครู “รู้แกว” แล้วว่า ยังไง ๆ ก็จบ ( เพราะคะแนนเก็บมากแล้ว ) เลยไม่สนใจการเรียนการสอนการสอบ
             การจะแก้ที่ข้อสอบ ที่ทำได้คือ ออกข้อสอบง่าย ๆ เพื่อให้นักศึกษามีกำลังใจอ่านข้อสอบ”

             แต่ก็มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นคนหนึ่ง บอกว่า
             คนออกข้อสอบหาทางออกจุดคิดได้หรือยัง...เขาอยากให้ “ใส่เสื้อเบอร์อะไรก็จัดการให้ใส่ได้”...เรียกว่าการพัฒนาตามจุดประสงค์...งงเดะ คริ คริ”
             ผมจึงร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ว่า
             การสอนและการสอบต้องยึดสิ่งเดียวกัน จึงจะออกมาตรงกัน คือยึด "ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง" ของหลักสูตรนั้น ๆ ซึ่งจะกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังกระจายไว้แต่ละเนื้อหาตลอดหลักสูตรวิชานั้น ๆ อย่างเหมาะสม
             ถ้าทั้งผู้เรียนผู้สอนและผู้ออกข้อสอบยึดสิ่งเดียวกัน ก็จะออกมาตรงกัน
             ส่วนกลางทำข้อสอบเฉพาะปลายภาค และเฉพาะ “วิชาบังคับ” เท่านั้น ในส่วนของ วิชาบังคับ ที่เป็นวิชาแกนกลางให้ หลักสูตรในระดับเดียวกัน "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ์ เหมือนกัน" ข้อสอบก็เหมือนกัน แต่บางแห่งเกรดเฉลี่ยอาจเป็น 3-4 บางแห่งอาจแค่ 1-2 ก็ไม่เป็นไร เกณฑ์ขั้นต่ำได้ถึง 50 % ก็ผ่าน
             แต่ในส่วน "วิชาเลือกเสรี" ผู้กำหนดหลักสูตรวิชานั้น ๆ ก็กำหนด "ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง" เอง กำหนดให้เหมาะสมกับปัญหาและสภาพของชุมชน ส่วนกลางไม่ได้ทำข้อสอบวิชาเลือกเสรี
             แม้หลักสูตรจะ "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ์ เหมือนกัน" แต่วิชาบังคับของหลักสูตร กศน. ก็ไม่ได้ลอกวิชาบังคับของในระบบมาทั้งหมด ( ลองเทียบกันดู )
             นอกจากนี้ หลักสูตร กศน.กำหนดให้เรียนวิชาบังคับไม่มากนัก โดยเฉพาะระดับ ม.ปลาย มีวิชาบังคับเพียง 58 % เกินครึ่งนิดหน่อย ที่เหลือ 42 % เป็นหน่วยกิตของวิชาเลือก
             จึงสรุปได้ว่า แม้จะ "เทียบเท่า / มีศักดิ์และสิทธิ เหมือนกัน" ผู้เรียนมีสิทธิไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นเหมือนกัน แต่หลักสูตร กศน. โดยเฉพาะ ม.ปลาย ก็แตกต่างจากหลักสูตรในระบบมากกว่า 42 %

 

         2. “กระบวนการ กศน.” ถ้าเปลี่ยน INPUT เป็น OUTPUT ตามภาพนี้ได้ ก็วิเศษ..
             ( ภาพกระบวนการในการพัฒนา ตามทฤษฎี "เตาหลอม" ของ “อ.ยักษ์” : ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร )







         3. วันที่ 28 พ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน.. กิจกรรมกีฬา กศน.อำเภอ ในวันอาทิตย์วันเดียว สามารถเบิกค่าอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ให้กับนักกีฬา กรรมการ เจ้าหน้าที่ในวันนั้น ได้หรือไม่.. (ดูรายละเอียดจากหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนฯ ล่าสุด ลว 20 มี.ค.61.. แต่ไม่แน่ใจว่าจะเบิกได้หรือไม่ เพราะจัดในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพบกลุ่ม)

             ผมตอบว่า
             1)  เบิกได้ตามอัตราของกิจกรรมการการแข่งขันกีฬาในหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายข้อ 1.1 และ 1.2 ซึ่งค่าอาหาร/อาหารว่าง-เครื่องดื่ม อัตราจะต่ำกว่ากิจกรรมเข้าค่าย-อบรม
             2)  จัดแข่งขันในวันอาทิตย์ก็เบิกได้ โดยถ้าซ้ำซ้อนกับการพบกลุ่ม ก็อาจเลื่อนการพบกลุ่มไปวันอื่นให้ครบตามเกณฑ์การพบกลุ่ม
             ( บางคนอาจพูดว่า
             - การแข่งขันกีฬาก็ถือเป็นการพบกลุ่มอย่างหนึ่ง หรือ
             - การเรียน “วิธีพบกลุ่ม” สมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่เห็นประโยชน์ของการมาพบกลุ่มให้ครบตามเกณฑ์ บางแห่งเหลือพบกลุ่มจริงไม่ถึง 9 ครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร
             การพูด 2 ลักษณะนี้ เป็นการพูดแบบ กศน.ที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ถูกต้องตามระเบียบหลักเกณฑ์  แต่ละคนคิดต่างกันมีเหตุผลต่างกัน ผู้ที่ออกระเบียบก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล ถ้าคิดว่าระเบียบที่กำหนดเกณฑ์การพบกลุ่มล้าสมัยแล้วก็ต้องเสนอให้ผู้ออกระเบียบเห็นด้วยและแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหลักเกณฑ์ก่อน )

 

         4. วันที่ 6 ธ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  "การลงตำแหน่งของ ผอ. ในใบระเบียนแสดงผลการเรียน สามารถใช้เป็นตัวย่อได้รึเปล่า(เช่น ผอ.กศน.....)"

             เรื่องนี้  คำว่า กศน. นั้น ย่อได้อยู่แล้วเพราะมีกำหนดคำย่อนี้ไว้ในกฎหมาย ส่วนคำอื่น ( เช่น "รักษาการในตำแหน่ง", "ผู้อำนวยการ", "อำเภอ" ) ผมก็ไม่แน่ใจว่าย่อได้หรือไม่ ผมจึงนำคำถามนี้ไปถามในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ
            ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.น่าน ให้ความเห็นว่า “ถ้ายังไม่มีประกาศจากส่วนกลางให้ใช้คำย่อใด ก็ให้ใช้คำเต็ม” ( คำว่า “ผู้อำนวยการ”, “อำเภอ”, “รักษาการในตำแหน่ง” ยังต้องพิมพ์เต็ม ส่วนคำว่า “กศน.” ใช้ได้ )

         5. เช้าวันนี้ 27 พ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์สแควร์ กศน. ว่า  นักศึกษาต้องทำ กพช.คุณธรรม 50 ชั่วโมง จึงจะจบหลักสูตรไหม

             ( กลุ่มไลน์สแควร์ กศน. นี้ รับสมาชิกกลุ่มเฉพาะบุคลากร กศน. ไม่รวมนักศึกษา ปัจจุบันมีสมาชิกพันกว่าคน สื่อสารถามตอบกันในเรื่องวงใน กศน.
              ใครสนใจจะเข้ากลุ่มนี้ ขอให้แจ้งขอเข้ากลุ่มโดยบอกทั้ง ตำแหน่ง และ สังกัด “ที่ชัดเจน” เช่น “ครูอาสาสมัคร กศน.อ.หนองหูลิง” ไปที่ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มอยู่แล้ว หรือที่อินบ็อกซ์กล่องข้อความผมก็ได้ จะส่งลิ้งค์หรือ QR-code สำหรับเข้ากลุ่มให้ )

             ผมตอบว่า   กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช.) ส่งตามหนังสือที่ ศธ 0210.04/5242 ลงวันที่ 21 พ.ย.55  ( กำหนดโดย กป.กศน. ตั้งแต่ กพช.ยังเป็น ไม่น้อยกว่า 100 ชม.)
             ถ้าอ่านและตีความหนังสือนำส่งฉบับนี้ จะสรุปได้ว่า ใน 100 ชม. นศ.ต้องทำกิจกรรมศีลธรรม 50 ชั่วโมง และกิจกรรมตามนโยบาย กศน. 50 ชั่วโมง
             ต่อมามีการเพิ่ม กพช.เป็นไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง ( บังคับใช้เป็นเงื่อนไขการจบหลักสูตรสำหรับนักศึกษารหัส 562... เป็นต้นมา )  แต่ กป.กศน.ยังไม่ได้กำหนดกรอบใหม่
             จึงยังต้องทำทั้ง 2 ส่วน ๆ ละ ไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่รวมไม่น้อยกว่า 200 ชม.
             ( กิจกรรมศีลธรรม ไม่จำเป็นต้องเข้าค่ายคุณธรรมเท่านั้น นักศึกษาอาจทำด้วยตนเองก็ได้ เช่น กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมทางศาสนา ฯลฯ  ดูรายละเอียดในหนังสือแจ้งกรอบ กพช.ที่
             https://drive.google.com/file/d/1kLatNTL4vYuFhL7QJt3kS85evhJ7uei_/view?usp=sharing )

 

         6. วันที่ 12 ธ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์สแควร์ “กศน.” ว่า งบต่อเนื่อง การศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บุคลากรภายในองค์กรเป็นวิทยากรได้หรือไม่ เช่นครู ศรช./ครูกศน.

             เรื่องนี้  อ.สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า
             การศึกษาต่อเนื่อง รูปแบบการอบรมประชาชน นั้น บุคลากรของหน่วยงานอื่นที่เป็นแหล่งศึกษาดูงาน เบิกค่าตอบแทนวิทยากรได้ ถ้า “ระบุในตารางการอบรมว่าเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อใดช่วงเวลาใด”
             แต่ ถ้าวิทยากรคนนั้นเป็นบุคลากรในสังกัด กศน.ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นวิทยากรช่วงในหรือนอกเวลาราชการ ก็ไม่เหมาะสมที่จะรับค่าตอบแทนวิทยากร  โดย วิทยากรสังกัดเดียวกับส่วนราชการผู้จัด อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการผู้จัด ( อธิบดี/ปลัดกระทรวง )

         7. วันที่ 14 ธ.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีแผนการจัดการเรียนรู้วิชาบังคับไหมคับ

             ผมตอบว่า
             1)  กลุ่มพัฒนา กศน. ได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาบังคับในหลักสูตร 2551 มีทั้งแผนฯแบบรายวิชา ( วิชาบังคับ ม.ต้น – ปลาย ครบหมดทั้ง 14 รายวิชา แต่ไม่มีระดับประถม ) และแผนฯแบบบูรณาการ ( มีไม่มาก )  ใครสนใจดาวน์โหลดได้ที่  http://bit.ly/2UK5alm
                  ( ไฟล์ใหญ่มาก 46 MB ใช้เวลาดาวน์โหลดนานมาก ใครดาวน์โหลดไม่เป็นก็แล้วแต่นะ )
             2) ชาว กศน. หลายคน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ต่าง ๆ ขึ้นเว็บเผยแพร่ไว้ ลองเสิร์ชหาดู จะพบไม่น้อย
                  เช่น ของคุณอาคม จันตะนี ที่  https://goo.gl/gkwYR6 เป็นต้น