แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรณีพิเศษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรณีพิเศษ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

1.ครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ ป่วยเป็นมะเร็ง ขอย้ายกรณีพิเศษ-ย้ายสับเปลี่ยน ได้ไหม?, 2.เครื่องแบบพนักงานราชการ สป.ศธ.(กศน.), 3.การสะสมวันลาพักผ่อน, 4.ห้องสมุดฯรับเงินค่าฝากรถ ผิดไหม, 5.ลาออกจากพนักงานราชการแล้ว ถามเรื่องคืนเครื่องราชฯ, 6.ขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารแล้ว จะส่งใบมาตามที่อยู่หรือที่ กศน., 7.ย้ายสถานศึกษา ต้องสอบ N-NET(E-Exam) ใหม่

 สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 19 ต.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เป็นครูผู้ช่วย กศน. รอบพิเศษ ขอเรียนถามอาจารย์
             คำถามที่ 1 ป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ ผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้งจะสามารถขอย้ายกรณีพิเศษได้ไหม
             คำถามที่ 2 จะขอสับเปลี่ยนกับครูผู้ช่วยที่มีเอกเดียวกันได้ไหม

             ผมตอบว่า   การขอย้ายสับเปลี่ยน ( การย้ายกรณีปกติ ) ยังขอย้ายไม่ได้ ( การขอย้ายสับเปลี่ยนของ กศน. ไม่ต้องเป็นเอกเดียวกัน )
             ส่วนการย้ายเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง ( การย้ายกรณีพิเศษ ) ต้องเป็นผู้เจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และแพทย์แผนปัจจุบันในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์แผนปัจจุบันรับรอง
             ลองยื่นหลักฐานให้ส่วนกลางพิจารณานะ

         2. วันที่ 26 ต.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  หนูเป็นครู กศน.ตำบลค่ะ อยากสอบถามเรื่องเครื่องแบบของพนักงานราชการครูกศน.ที่ถูกต้องและปัจจุบัน

             ผมตอบว่า   เครื่องแบบปกติใช่ไหม ดูจากประกาศฯที่  https://drive.google.com/file/d/1foMzLLNMp4U7ty2YyXjChQddTVUCcL2z/view?usp=sharing 
             หรือ  https://bit.ly/35xPQi3
             และ ดูภาพประกอบโพสต์นี้

 



 

         3. เช้าวันที่ 16 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  วันพักร้อนของพนักงานราชการ พักได้ 10 ถ้าเลยเก็บไว้ปีถัดไป แล้วปีถัดไปใช่หมด 10 วัน แต่ยังมีที่สะสม เหลือ 2 วันจะใช่ 2 วันที่เหลือได้ไหมค่ะ
             ปีที่ 1 ลา 5 วัน
             ปีที่ 2 ลา 13 วัน
             ปีที่ 3 ลา 12 วัน ได้ไหมค่ะ

             ผมตอบว่า   ได้
             ( ตามระเบียบใช้คำว่าลาพักผ่อน ไม่ใช่ลาพักร้อน เพราะลาได้ทุกฤดู) พนักงานราชการลาพักผ่อนได้ปีละ 10 วัน ปีใดลาไม่หมด ยกวันลาที่เหลือไปรวมกับปีถัดไปได้ไม่เกิน 5 วัน รวมเป็นไม่เกิน 15 วันในปีถัดไป
             ( พนักงานราชการแม้อายุงาน 10 ปีขึ้นไป ก็สะสมได้ไม่เกิน 15 วัน ต่างกับข้าราชการที่ยกไปได้ไม่เกิน 10 วัน รวมเป็นไม่เกิน 20 วัน ถ้าข้าราชการรับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี สะสมรวมไม่เกิน 30 วัน
             ส่วนชายแดนใต้ลาได้ปีละ 20 วัน สะสมปีถัดไปรวมไม่เกิน 30 วัน ถ้ารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี สะสมรวมไม่เกิน 40 วัน)
             สมมุติว่าปีแรกพนักงานราชการมีสิทธิลา 10 วัน แต่ลาไม่ครบ ถ้าเหลือเกิน 5 วัน ส่วนที่เหลือเกิน 5 วันนั้นจะตัดทิ้งหายขาดไปเลย จะนำวันที่เหลือเกิน 5 วันนั้นไปรวมกับปีใดอีกไม่ได้ เช่น ถ้าปีแรกมีสิทธิลา 10 วัน และ
             - ถ้าปีแรกลา 0-5 วัน ปีต่อไปจะมีสิทธิลา 15 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 6 วัน ปีต่อไปจะมีสิทธิลา 14 วัน

             - ถ้าปีแรกลา 0-5 วัน ปีที่สองลา 15 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 10 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 0 วัน ปีที่สองลา 0 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 15 วัน
             - ถ้าปีแรกลา 0 วัน ปีที่สองลา 15 วัน ปีที่สามจะมีสิทธิลา 10 วัน


 

         4. ดึกวันเสาร์ที่ 28 พ.ย.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี รับฝากรถ ของผู้มาเที่ยวงานประจำปี ของจังหวัด โดยรับฝากนอกเวลาราชการ และให้ ครู กศน.เป็น ผู้รับฝาก มีความผิดไหม โดยเงิน จะนำเข้า รายได้สถานศึกษา และ ผอ.จังหวัด อนุญาต ให้ รับฝากรถได้

             ผมตอบว่า   ก็ไม่มีความผิดนะ แต่ควรมีระเบียบหลักเกณฑ์อัตราการเก็บเงินรองรับ และการรับเงินรายได้สถานศึกษาต้องออกใบเสร็จราชการ


 

         5. เย็นวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีที่เราเป็นพนักงานราชการ ได้รับเครื่องราช แล่วลาออก ไม่ทำงานที่ไหนอีกแล้ว ต้องทำอย่างรัยกับเครื่องราชค่ะ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย   แล้วพ่อเสีย พี่สาวรับราชการเลยขอพระราชทานเพลิงให้พ่อ แล้วให้ดิฉันอ่านประวัติ เราจะต้องใส่ชุดขาวมั๊ยคะ

             ผมตอบว่า
             1)  ปกติยังสามารถเก็บเหรียญตราชั้นสูงสุดของแต่ละตระกูลไว้ต่อไปได้จนเสียชีวิต นำไปโชว์ในงานศพก็ได้ เสร็จแล้วตามหลักกฎหมายทายาทต้องรับผิดชอบส่งคืน ทายาทตามกฎหมายจะบอกว่าไม่รับรู้ไม่ได้ ถ้าหาไม่พบทายาทก็ต้องชดใช้เป็นเงิน
                  จึงเป็นภาระกับทายาท ดังนั้นพอเกษียณหรือลาออกไม่รับราชการอีกแล้ว หลายคนก็มักจะส่งคืนกันเองให้เสร็จไปเลย
                  คุณไม่ได้บอกว่าตอนเป็นพนักงานราชการนั้นสังกัด กศน.หรือไม่ ถ้าใช่ก็ลองไปส่งคืนที่ สนง.กศน.จังหวัด
             2)  คนอ่านประวัติผู้วายชนม์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดปกติขาว โดยเฉพาะคุณถ้าลาออกแล้วและเป็นสตรี จะใส่ชุดปกติขาวไม่ได้แล้ว
                  พนักงานราชการที่ลาออกแล้วจะใส่ชุดปกติขาวไม่ได้ ถ้าเป็นบุรุษยังใส่ชุดขาวที่เป็นเครื่องแบบขอเฝ้า(ไม่ใช่เครื่องแบบปกติขาว)ได้ แต่สตรีไม่มีชุดขอเฝ้าที่คล้ายเครื่องแบบปกติขาว

         6. คืนวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ตอนนี้ทำเรื่องผ่อนผันแล้วคับ แล้วใบที่ทางอำเภอที่ต้องไปเกณฑ์ทหารเค้าจะส่งใบมาตามที่อยู่หรือส่งมาที่กศนหรอคับ

             ผมตอบว่า   กศน.จังหวัด จะแจ้งไปที่ กศน.อำเภอ ตามลักษณะหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้
             คุณก็ไปแสดงตัวตาม วัน-เวลา-สถานที่ ที่ระบุใน สด.35


 

         7. เย็นวันที่ 18 ธ.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  หนูเรียนกศน.การศึกษาทางไกล ระบบเทียบโอน ม.ปลาย หนูจะจบเทอมนี้ (เทียบโอนเพราะหนูเคยเรียนกศนอีกที่มาก่อน แล้วไม่สะดวกเลยย้ายไปเรียนทางไกล) พอหนูจะจบหนูเก็บกพชครบหมดแล้ว หนูสอบถามว่าหนูต้องสอบ N-net อีกรอบไหม (เพราะหนูเคยสอบจากที่กศนเก่ามาแล้ว ใช้ผลข้อสอบเก่าได้ไหม) ติดต่อฝ่ายทะเบียนแจ้งว่าได้ (สอบถามก่อนมีการสอบn-netรอบล่าสุด) หนูมีผลสอบพร้อมชื่ออยู่ในเว็บ n-net เมื่อครั้งที่เคยเรียน กศนที่เก่า)
         พอมาวันนี้หนูไปทำเรื่องจบ เขากลับมาบอกว่า ผลสอบn-nEt ของปีเก่าใช้ไม่ได้ เพราะว่าเขาเพิ่งมาเปลี่ยนระบบหลังจากมีการสอบn-net รอบล่าสุดว่าไม่ให้ใช้ผลสอบเก่า

         ผมตอบว่า   ใช่ครับ มีหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 26 ต.ค.63 ว่า ถ้าลาออกและสมัครใหม่ ( การย้ายสถานศึกษาก็ต้องลาออกและสมัครใหม่ ) ไม่สามารถใช้ผลสอบ N-NET เก่า ต้องสอบใหม่
         ( ไม่ใช่สอบ N-NET แบบเดิมใหม่นะ แต่ให้สอบ E-Exam แทน )



 

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563

1.ตำแหน่งครูอาสาฯว่าง จะจ้างครูอาสาฯคนใหม่ได้ไหม, 2.การสอบ E-Exam กรณีปกติ กับกรณีพิเศษ, 3.ใบ รบ.ตอนจบเป็นฆราวาส สูญหาย มาขอใหม่ตอนเป็นพระ ไม่มีรูปฆราวาสแล้ว ทำอย่างไร?, 4.คุมสอบภาคบ่าย 40 นาที จ่ายค่าตอบแทนอย่างไร, 5.ฝากสอบได้ไหม, 6.เลื่อนสอบได้ไหม, 7.จบ ม.6 แล้วบวช อยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  อาจารย์มีหนังสือสั่งการ หรือแจ้งจากสำนักงาน กศน ไหม ที่มีเนื้อหาทำนองว่า เมื่อครูอาสาสมัครฯ ของสถานศึกษาว่าลง หากสถานศึกษายังมีความจำเป็นที่ต้องมีครูอาสาสมัคร ก็สามารถบรรจุในตำแหน่งเดิมได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งนักวิชาการก็ โดยบรรจุในสถานศึกษานั้น คือไม่อยากให้จังหวัดตัดตำแหน่งครูอาสาสมัครไป ครูอาสาสมัคร จะเกษียณ ก.ย นี้

             ผมตอบว่า   เรื่องตำแหน่งครูอาสาฯ ล่าสุดต้องดำเนินการตามข้อ 2 ของหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้ คือ
             1)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯมากกว่าจำนวนอำเภอ เมื่อมีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม ต้องขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้น เป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม เช่นถ้าอำเภอไม่มีข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ก็เปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างเป็นพนักงานราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ แล้วเลิกจ้างเหมาบริการตำแหน่งบรรณารักษ์ เป็นต้น
                  เปลี่ยนตำแหน่งแล้วอยู่ที่อำเภอเดิมหรือจะย้ายไปอยู่ที่อำเภออื่น จังหวัดก็คุยกับอำเภอแล้วจังหวัดเสนอขอไปที่ส่วนกลาง
             2)  ถ้าจังหวัดนั้นมีจำนวนครูอาสาฯไม่มากกว่าจำนวนอำเภอ แม้มีครูอาสาฯออกด้วยเหตุใดๆก็ตาม จะขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่างลงนั้นเป็นตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม หรือจะจ้างในตำแหน่งครูอาสาฯคนใหม่ก็ได้  ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่งหรือจ้างครูอาสาคนใหม่แล้วจะให้อยู่ที่อำเภอเดิมหรืออำเภอใด จังหวัดก็คุยกับอำเภอต่างๆ ถ้าสรุปว่าไม่เปลี่ยนตำแหน่งและไม่เปลี่ยนอำเภอก็ไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง จังหวัดจ้างครูอาสาฯคนใหม่ไว้อำเภอเดิมได้เลย แต่ถ้าจะเปลี่ยนตำแหน่ง และ/หรือ เปลี่ยนอำเภอ จังหวัดต้องเสนอส่วนกลาง

         2. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 29 ก.พ.) ผมถามข้อมูลความรู้จาก อ.ธานี เครืออยู่ กลุ่มพัฒนา กศน. ทางไลน์ เรื่องการสอบ E-Exam กรณีปกติกับกรณีพิเศษ ได้รับความรู้จาก อ.ธานี สรุปได้ดังนี้

             1)  การสอบ E-Exam กรณีปกติ มีกรณีเดียว คือ เคยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบ จะขอสอบ E-Exam ในภาคเรียนหลังจากภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET และจะสอบในศูนย์ทดสอบฯภายในจังหวัดที่เรียนนั้น
                  กรณีปกตินี้ สถานศึกษาสามารถลงทะเบียนสอบให้นักศึกษาในระบบออนไลน์ตามช่วงเวลาที่กำหนดได้เลย ไม่ต้องยื่นคำร้องไปถึงส่วนกลาง
             2)  การสอบ E-Exam กรณีพิเศษ มี 4 กรณีย่อย คือ
                  2.1  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้ก็ไม่ได้ลงทะเบียนสอบ E-Exam "กรณีปกติ" ในช่วงเวลาที่กำหนด
                  2.2  กรณีที่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แล้วขาดสอบในภาคเรียนก่อนหน้า และภาคเรียนนี้จะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯต่างจังหวัด แม้จะสามารถลงทะเบียนสอบในช่วงเวลาปกติก็ตาม ถ้าจะขอไปสอบที่ศูนย์ทดสอบฯในจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดที่เรียน ถือเป็นกรณีพิเศษหมด
                  2.3  กรณีส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.ในภาคเรียนนี้ แต่ขาดสอบโดยมีเหตุจำเป็น เช่น ป่วย ติดราชการทหาร เป็นต้น และจะขอสอบ E-Exam ปลายภาคเรียนที่ขาดสอบ N-NET นี้เลย
                  2.4  กรณีไม่เคยส่งชื่อสอบ N-NET ของ สทศ.แต่มีความจำเป็นต้องรีบจบ/ต้องใช้วุฒิการศึกษา ไม่สามารถรอส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ได้
                  การขอสอบกรณีพิเศษทั้ง 4 กรณีย่อย นักศึกษาต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงเหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา แล้วสถานศึกษาส่งไปยังสำนักงาน กศน.จังหวัด ถ้า สนง.กศน.จังหวัดพิจารณาว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่เหมาะสม ก็ส่งคำร้องต่อไปยังสำนักงาน กศน.ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ลงทะเบียนสอบต่อไป

         3. คืนวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  มีปัญหานิดค่ะ พระจะขอใบรับรองวุฒิกศน. มปลาย (แทนใบเก่าที่หาย) ใช้รูปถ่ายพระสงฆ์ ถูกมั้ย คะ? ท่านบอกเจ้าหน้าที่ให้ใช้รูปถ่ายสวมเสื้อนักศึกษา ซึ่งท่านไม่มี เพราะเป็นพระ แบบนี้ทำยังไงคะ

             ผมตอบว่า   ตอนที่เรียนจนจบเป็นฆราวาส ได้ใบวุฒิติดรูปฆราวาส แต่ใบวุฒิหาย จะขอใหม่ เจ้าหน้าที่ขอรูปฆราวาส แต่ท่านไม่มีเพราะปัจจุบันท่านเป็นพระสงฆ์ ใช่ไหม ( คุณเป็นโยมของท่านใช่ไหม )
             การออกใบ รบ.(ใบวุฒิ) ตอนจบครั้งแรก รูปถ่ายต้องสอดคล้องกับคำหน้านาม ณ วันจบ เช่นถ้าคำนำหน้านามเป็นนายรูปถ่ายก็ใส่เสื้อฆราวาส ถ้าคำนำหน้านามเป็นพระภิกษุสามเณรรูปถ่ายก็สวมจีวร ถ้าคำนำหน้านามเป็นยศรูปถ่ายก็ใส่เครื่องแบบตามยศ
             แต่การออกใบ รบ.ตอนขอใหม่แทนใบเก่าที่สูญหาย ต่างกัน ผมเคยตอบประเด็นนี้แล้วในข้อ 4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/11/rachsute.html
             คุณลองนำคำตอบนี้และคำตอบในข้อ 4 ของผมนั้น ไปให้เจ้าหน้าที่ดู ถ้าเขาไม่เชื่อก็ขอคุยกับ ผอ.เขา ถ้าผอ.ไม่เชื่ออีกก็ขอคุยกับระดับเหนือขึ้นไปคือเริ่มจากระดับ กศน.จังหวัด
             คำตอบคือ ต้องใช้รูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ณ เวลาปัจจุบันตอนขอใหม่นี้ แม้จะไม่สอดคล้องกับคำหน้านามในใบ รบ.ก็ไม่เป็นไร ( คำนำหน้านามใช้นายตามเดิม แต่รูปในใบ รบ.ที่ขอใหม่สวมจีวร ไม่เป็นไร )
             ประเด็นนี้ตรงข้ามกับคำตอบในข้อ 4 นั้น คือในข้อ 4 ใบ รบ.เดิมรูปสวมจีวร แต่ตอนขอใหม่ลาสิกขานานแล้ว รูปในใบ รบ.ใหม่เป็นฆราวาสแต่คำนำหน้านามเป็นสามเณร ซึ่งหลักการเดียวกันคือใช้รูปปัจจุบัน

             เมื่อผมนำ การถาม-ตอบนี้ ไปลงในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. มีผู้ถามว่า กรณีนี้เขามีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ขอเปลี่ยนคำนำหน้าให้ตรงกับปัจจุบันได้ไหมคะ
             ผมตอบว่า  ไม่ได้.. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้า ต้องลงวันที่ก่อนวันอนุมัติการจบเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนหลังจากนี้สถานศึกษาจะเปลี่ยนให้ไม่ได้ เมื่อเขานำใบ รบ.ไปใช้ที่ใดเขาต้องใช้ใบ รบ.ประกอบควบคู่กับใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้าเอาเอง
             และปกติการเปลี่ยนต้องแจ้งสถานศึกษาก่อนจบด้วย ถ้าหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล-คำนำหน้านาม ลงวันที่ก่อนวันอนุมัติจบแต่เขาแจ้งสถานศึกษาหลังจบ กรณีนี้แล้วแต่สถานศึกษาจะอนุเคราะห์เปลี่ยนให้หรือไม่ก็ได้





         4. วันที่ 5 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคกรรมการกำกับห้องวันที่ 14มี.ค.63 คุมสอบภาคเช้าเริ่มเวลา 08.30-12.30 น. และภาคบ่ายเวลาเริ่มเวลา 16.00- 16.40 น. จ่ายค่าตอบแทนอย่างไรคะ

             ผมตอบว่า   กรณีนี้อนุโลมให้เบิกเต็มวัน แม้ช่วงกลางจะไม่ได้คุมสอบ เพราะเขาแต่งตัวออกจากบ้านมาแล้ว ช่วงกลางคงไม่ได้กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อน
             ถ้าเริ่มคุมสอบหลัง 9.00 น. และ/หรือ เลิกสอบก่อน 16.00 น. จึงให้เบิกครึ่งวัน
             ( ดูคำตอบเก่าในข้อ 6 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2015/02/e-exam-7.html )

         5. เย็นวันที่ 6 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางไลน์กลุ่ม ITw NFE ว่า  นักศึกษามาสมัครเรียนไว้เทอมนี้พอหลังปีใหม่ลงไปทำงานที่ กทม.แล้วโทรมาว่าขึ้นมาสอบวันที่ 14-15 ไม่ได้ขอสอบใน กทม.ได้มั้ยเขาบอก กศน.ที่ไกล้ที่เขาอยู่มาให้ค่ะ หนูก็เลยประสานไปที่อำเภอว่าขอฝากสอบ เจ้าหน้าที่อำภอนี้บอกฝากไม่ได้ มีแบบนี้ด้วยเหรอ หนูก็เลยรบกวนถามอาจารย์ว่า กศน.เราฝากสอบกับอำเภออื่นหรือจังหวัดอื่นได้หรือไม่ค่ะจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไปค่ะ

             ผมตอบว่า   ฝากสอบอย่างเดียว หรือฝากเรียนอย่างเดียว ไม่ได้ ต้องฝากทั้งเรียนและสอบ ทั้งเทอมเลย โดยต้องฝากตั้งแต่ต้นเทอม มิฉะนั้นจะมีปัญหาหลายอย่าง เช่นวิชาไม่ตรงกัน จะเอาข้อสอบที่ไหน โดยเฉพาะวิชาเลือกเสรีไม่ค่อยตรงกัน แม้แต่วิชาบังคับ+เลือกบังคับ ก็ไม่ใช่ว่าทุกแห่งจะมีข้อสอบทั้ง 14+6 วิชาทั้ง 3 ระดับ ทุกเทอม เพราะแต่ละเทอมเปิดวิชาบังคับไม่ครบทุกวิชา ถึงจะมีบางวิชาตรงกัน แต่เขาจัดห้องสอบไปแล้วจะเอาเข้าโปรแกรมห้องสอบอย่างไร หรือให้สอบกับกรรมการกลางหรือเข้าห้องสอบที่มีคนขาดสอบ ตรวจข้อสอบที่ไหน ฯลฯ
             ผมเคยโพสต์เรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ลองอ่านดู เช่นใน
             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/09/51-55.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/03/5000.html
             - ข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/e-exam.html

         6. คืนวันเดียวกัน ( 6 มี.ค.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  การสอบปลายภาคเรียน สมมุติว่า มีนักเรียนที่ทำงาน กับ อบต. แล้วเค้าติดภาระกิจไปราชการ ไม่สามารถมาสอบได้ตามกำหนดเวลา แต่เค้าทำหนังสือจากต้นสังกัดขอสอบปลายภาค หลังกำหนดการการสอบปลายภาค มายัง ผอ.อำเภอ แล้ว ผอ.อำเภออนุญาตให้สอบหลังกำหนดการสอบปลายภาคได้ มันมีระเบียบให้สามารถสอบหลังได้มั้ย

             ผมตอบว่า   กรณีมีเหตุจำเป็น การเลื่อนสอบ ต้องใช้ข้อสอบคนละฉบับ ส่วนกลางหรือภาคจะมีข้อสอบฉบับสำรอง ( คู่ขนานกัน แต่คนละฉบับ ส่วนใหญ่ทหารกองประจำการจะขอใช้ข้อสอบนี้สอบนอกตารางเพราะติดภารกิจ )
             การสอบที่ใช้ข้อสอบฉบับเดียวกัน โดยเฉพาะข้อสอบระดับชาติ จะสอบนอกตารางไม่ได้ เพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว เมื่อสอบเสร็จกรรมการกลางต้องตรวจนับบรรจุคืนเข้าซอง ส่งคืนจังหวัด/ทำลาย
             ด้วยเหตุนี้จึงต้องแจ้งตารางสอบให้นักศึกษาทราบตั้งแต่ต้นเทอมเลย เพื่อให้เขามีเวลาเคลียร์ให้ว่าง (ไม่ใช่เคลียร์ที่เรา)
             ผมเคยตอบเหตุผลเรื่องนี้ 3-4 ครั้งแล้ว ลองดูใน
             - ข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2018/09/mou.html
             - ข้อ 6 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/474979
             ในส่วนของเอกสารอ้างอิง ไม่มี “ระเบียบ” โดยตรง แต่มีหนังสือราชการตั้งแต่ปี 2553 ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ( ตอนนั้นสถาบันภาคเป็นผู้พิมพ์ข้อสอบทั้งหมด ) คือหนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมาก ที่ ศธ 0210.03/4031 ลงวันที่ 17 พ.ย.2553 ระบุไว้ในข้อ 2. ว่า “กำหนดการเลื่อนสอบให้สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดเอง โดยขอความเห็นชอบจากสำนักงาน กศน.จังหวัด ส่วนการสั่งข้อสอบกรณีเลื่อนสอบให้แจ้งขอข้อสอบที่สถาบัน กศน.ภาค”





         7. วันที่ 19 มี.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเรียนจบม.6แล้วบวชอยากเรียนธรรมจะต้องเริ่มชั้นไหน

            ผมนำเรื่องนี้ไปถามในกลุ่มไลน์ต่าง ๆ   มีผู้รู้ระดับ ผอ. 3 ท่าน ช่วยตอบมาดังนี้
            ไม่ว่าจะมีวุฒิทางโลกสูงเพียงใดแล้ว การเรียนทางธรรมก็ต้องเริ่มต้นเรียนที่ชั้นต้นไปตามลำดับ ไม่มีการข้ามชั้น แต่มีนักธรรม กับเปรียญธรรม
            - นักธรรม ต้องเริ่มเรียนจากนักธรรมชั้นตรีก่อน ต่อด้วยชั้นโท ชั้นเอก
            - เปรียญธรรม(บาลี) ต้องเริ่มจากบาลีไวยากรณ์ก่อน แล้วต่อด้วย เปรียญธรรม ( ปธ.) 1 จนถึง 9 ตามลำดับ
            จะเรียนทั้งนักธรรมและเปรียญธรรมไปพร้อมกันก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า
            เมื่อผ่าน ปธ.2 แล้วจะเริ่มเรียน ปธ.3 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นตรีก่อน
            จะเริ่มเรียน ปธ 4 ต้องสอบได้นักธรรมโทก่อน
            จะสอบ ปธ 7 ต้องสอบได้นักธรรมชั้นเอกก่อน
            ได้ ปธ 3 ถ้าเป็นพระเขาก็เรียกท่านมหาแล้ว แต่ถ้าเป็นสามเณรจะไม่เรียกมหา แต่จะเรียกสามเณรเปรียญ
            ถ้าฆราวาสเรียนนักธรรม จะเป็นธรรมศึกษาตรี-เอก ถ้าเรียนเปรียญธรรม จะเป็นบาลีศึกษา ( บ.ศ.) 1-9