แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

1.โปรแกรม ITw ไม่ยอมให้จบเพราะเรียนวิชาเลือกบังคับไม่ครบ 2 วิชา, 2.การออกเลขที่ใบสำคัญวิชาชีพ, 3.เงินอุดหนุนรายหัว เบิกค่าอะไรได้บ้าง, 4.ส่งไปไหนแน่ ตรวจสอบวุฒิ รร.เอกชนที่ยุบเลิกแล้ว, 5.ใช้ตรานูนประทับใบ รบ. ?, 6.พิมพ์ชื่อในใบ รบ.ผิด ออกใบใหม่อย่างไร, 7.หาต้นขั้วใบ รบ. ไม่พบ



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. มีผู้ถามผมตรงกัน ทั้งทางไลน์ ทางหน้าเฟซ ทางอินบ็อกซ์ ว่า  นศ.เทียบโอนแล้วปกติจะเรียนเพียง 1 หรือ 2 ภาคเรียนจบ แต่โปรแกรม ITw ไม่ยอมให้จบ เพราะวิชาเลือกบังคับไม่ครบ 2 วิชา

             เรื่องนี้   ผมถามคุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. เมื่อเย็นวันหยุดชดเชย 17 เม.ย.60 ได้รับคำตอบว่า
             นศ.รหัส 591..... เป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็น นศ.ใหม่ หรือ นศ.เก่าที่ย้ายแล้วได้รหัสใหม่  ถ้าเทียบโอนหรือโอนย้ายวิชาเลือกแล้ววิชาเลือกยังไม่ครบ ก็ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ จึงจะจบ
             แต่ถ้า เทียบโอนหรือโอนย้ายวิชาเลือกแล้วได้วิชาเลือกครบตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนด แล้ว แม้วิชาเลือกเหล่านั้นจะไม่ใช่วิชาเลือกบังคับเลย หรือเป็นวิชาเลือกบังคับไม่ครบ 2 วิชา ก็ให้จบได้ โดยกรณีนี้ถ้าโปรแกรม ITw ไม่ยอมให้จบ ก็ใช้วิธีในข้อ 3 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/03/38k-2.html

             บางคนบอกว่า “ไม่รู้มาก่อนว่าถ้าไม่ลงวิชาเลือกบังคับ 2 วิชา จะไม่จบ ไม่มีหนังสือแจ้งมา ถามอำเภออื่นก็ไม่รู้เหมือนกัน”
             เรื่องนี้ ผมเคยโพสต์ 3-4 ครั้ง อยู่ใน “แนวทางการปรับปรุงและเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินงานตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ( ปรับปรุง พ.ศ.2559 )" ซึ่งมีการประชุมชี้แจงในระดับต่าง ๆ พร้อมกับเรื่องวิชาเลือกเสรี/โปรแกรมการเรียนรู้ และชี้แจงผ่านรายการสายใย กศน. เมื่อวันที่ 17 มี.ค.59 ( แจ้งตามหนังสือ สนง.กศน. ที่ ศธ 0210.03/1453 ลงวันที่ 16 มี.ค.59 )
             แต่อำเภอ/จังหวัด ก็มีกิจกรรมมาก มักจะจัดกิจกรรมทับซ้อนกับช่วงเวลาของรายการสายใย กศน. และแต่ละคนก็ไม่ว่างที่จะดูรายการสายใย กศน.ย้อนหลัง จึงมีหลายเรื่องที่หลายคนไม่รู้ เช่นเรื่องการจัดการศึกษาทางไกลแบบใหม่ที่ให้นับเป็นจำนวน นศ.ของครู และ กศน.อำเภอได้เงินอุดหนุนรายหัวของ นศ.ที่เรียนทางไกล

         2. วันที่ 18 เม.ย.60 ผอ.กศน.อำเภอใน จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านหนึ่ง โทร.มาถามผม ว่า  การออกเลขที่ใบสำคัญวิชาชีพ ใช้เลขที่หนังสือราชการ หรือใช้เลขที่ทับปี พ.ศ. เมื่อขึ้นเดือน ม.ค.ก็เริ่มเลขที่ 1 ใหม่

             ผมตอบว่า   ใช้เลขที่ ทับ ปี พ.ศ. เมื่อขึ้นเดือน ม.ค.ก็เริ่มเลขที่ 1 ใหม่
             โดยทั่วไป การออกเลขที่ใบสำคัญ/วุฒิบัตร ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนดของใบสำคัญ/วุฒิบัตร นั้น ๆ
             ถ้าใบสำคัญ/วุฒิบัตร ใด ไม่ได้กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ในการออกเลขที่ไว้ ( ปัจจุบัน ระเบียบเกี่ยวกับใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ได้ยกเลิกไปแล้ว ระเบียบปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 13 แต่เพียงว่า "ให้สถานศึกษาออกวุฒิบัตรที่แสดงการจบหลักสูตร โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม" เท่านั้น ไม่ได้กำหนดวิธีออกเลขที่ไว้ )  ก็ให้หน่วยงานกำหนดวิธีออกเลขที่เอง  ให้มีการเรียงลำดับที่สามารถค้นหาเพื่อการตรวจสอบได้ง่าย คือ ใช้เลขที่ ทับ ปี พ.ศ.
             โดยเฉพาะเอกสารของทางราชการจะมีการออกเลขที่เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ

             แต่ทั้งนี้ เมื่อมีการออกเลขที่ ก็ต้องมีสมุดทะเบียนในการออกเลขที่ ว่าใบสำคัญ/วุฒิบัตร เลขที่นั้นออกให้ในรายการใด แก่ใคร เมื่อไร ฯลฯ เมื่อมีการตรวจสอบในภายหลังว่าใบสำคัญ/วุฒิบัตรนั้น เป็นของจริงหรือไม่ ( ปัจจุบันใบสำคัญ/วุฒิบัตร ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้ในการเทียบโอนความรู้ ใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อมูลการเทียบระดับการศึกษา เป็นต้น จึงอาจมีการปลอมแปลงได้ ) ก็สามารถตรวจสอบจากสมุดทะเบียนได้โดยง่าย
             ถ้าออกเลขที่แต่ไม่มีทะเบียน ก็ลักษณะคล้ายการทำหนังสือมีเลขหน้าในแต่ละหน้า แต่ไม่มีเลขหน้าในสารบัญ หรือมีเลขหน้าในสารบัญ แต่ไม่มีเลขหน้าในแต่ละหน้า ซึ่งแทบจะไม่มีประโยชน์


         3. เย็นวันที่ 19 เม.ย.60 แดง พัฒนสิน กศน.พิชัย ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค เกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว 3 ข้อ ดังนี้

             1)  เงินอุดหนุน(ไม่ใช่งบ กพร.)จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนเช่นเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาอาชีพ สามารถซื้อวัสดุเกี่ยวกับการทำกิจกรรม เช่น ต้นไม้ วัสดุที่เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมัก วัสดุการฝึกอาชีพของนักศึกษา ซึ่งจัดกิจกรรมไม่ใช่วันพบกลุ่ม ได้หรือเปล่า
                  ผมตอบว่า  เงินอุดหนุนรายหัว ( ที่ไม่ใช่งบพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ) ซื้อสื่อ/วัสดุอุปกรณ์การศึกษา ได้ ( ตามข้อ 11 ของคำสั่ง สนง.ปลัดฯ ที่ 605/59 ) แม้จะจัดกิจกรรมเรียนรู้เสริมหลักสูตรในวันที่ไม่ได้พบกลุ่ม แต่เป็นสื่อ/วัสดุอุปกรณ์การศึกษาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับ นศ.กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็ซื้อได้
                   ( แต่การซื้อสิ่งมีชีวิตต้องระวัง ถ้ายกผลผลิตให้ผู้เรียนก็ผิดระเบียบ.. ดูในข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/06/51.html )

             2)  กิจกรรมที่เป็นฐานการเรียนรู้เช่นส่งเสริมการอ่าน อาชีพ ไม่มีวิทยากรบรรยาย สามารถเบิกค่าอาหาร ค่าอาหารว่างฯ ค่าวัสดุเกี่ยวกับกิจกรรมที่จัดเสริมหลักสูตรได้หรือเปล่า
                  ผมตอบว่า  จะเบิกค่าอาหาร ค่าอาหารว่าง ตามข้อ 8 ของคำสั่ง สนง.ปลัดฯ ที่ 605/59 ต้องเป็นการจัดกิจกรรมเรียนรู้เสริมหลักสูตรในลักษณะการเข้าค่าย การฝึกอบรม ในสถานที่ของเอกชนหรือส่วนราชการอื่น โดยจ่ายให้แก่เอกชนหรือส่วนราชการอื่น ( จ่ายได้ตามอัตราแนบท้ายคำสั่ง สนง.ปลัดฯ ที่ 605/59 แม้จะไม่ได้จ่ายค่าวิทยากรบรรยายด้วย เช่นครูเป็นวิทยากรเอง )

             3)  ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องฯ(ข้อ15 ตามคำสั่งสำนักปลัด)เบิกอะไรได้บ้าง
                  ผมตอบว่า  ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องฯ ( ตามข้อ 15 ของคำสั่ง สนง.ปลัดฯ ที่ 605/59 ) ก็เหมือนกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องฯ ตามข้อ 14 ของคำสั่งฉบับเดิม คือ หมายถึง ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน นอกเหนือจากข้อ 1-14  ซึ่ง “ต้องขออนุมัติปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรายกรณี” ( ดูที่คำตอบเดิมในข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/07/30.html )

         4. คืนวันที่ 20 เม.ย.60 มี ผอ.กศน.เขต โทร.มาถามผม ว่า  การตรวจสอบวุฒิที่จบจากโรงเรียนเอกชนที่ยุบเลิกแล้ว ต้องส่งไปตรวจสอบที่ไหน

             ครั้งแรก ผมตอบว่า ส่งไปตรวจสอบที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่หลังจากนั้นผมเปิดดูเรื่อง การตรวจสอบวุฒิการศึกษา ในหนังสือ "คู่มือการดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2555)" หน้า 81 ปกสีเลือดหมู ที่ส่งให้ กศน.อำเภอ/เขตทุกแห่ง เมื่อ ธ.ค.55 ระบุว่า “ผู้จบการศึกษาจากโรงเรียนเอกชนที่ยุบเลิกแล้ว ให้ตรวจสอบไปที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน” ( สช.)
             เพื่อความชัดเจน ผมจึงถามกรณีโรงเรียนเอกชนเลิกกิจการแล้วนี้ จาก สช. ได้รับคำตอบว่า
             1)  ถ้าจบการศึกษาจากโรงเรียนสามัญศึกษาของเอกชนในเขต กทม. ให้ส่งไปตรวจสอบวุฒิที่ สช.
             2)  ถ้าจบจากโรงเรียนในต่างจังหวัด ต้องดูว่าจบนานก่อนตั้ง สนง.เขตพื้นที่การศึกษา หรือไม่ โดย
                  - ถ้าจบก่อนปีการศึกษา 2546 ให้ส่งไปตรวจสอบที่ สช.
                  - ถ้าจบตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 เป็นต้นมา ให้ส่งไปตรวจสอบที่ สนง.เขตพื้นที่การศึกษา



         5. วันที่ 25 เม.ย.60 มีนายทะเบียน กศน.อำเภอ โทร.มาถามผม ว่า  ใบ รบ. ใช้ตรานูนประทับ ส่วนในใบประกาศนียบัตร จะใช้ตรานูน หรือจะใช้ตราที่ประทับด้วยหมึก และใช้หมึกสีอะไร

             ผมตอบว่า  ที่ถูกต้อง ทั้งในใบ รบ. และใบประกาศนียบัตร ให้ประทับตราด้วยหมึกสีแดงชาด  ไม่มีระเบียบให้ใช้ตรานูน
             - ตามคำอธิบายการกรอกระเบียนแสดงผลการเรียน ข้อ 5.7 กำหนดว่า “ประทับตราประจำสถานศึกษาด้วยหมึกสีแดงชาด” และ

             - ตามคำอธิบายการออกและกรอกรายการประกาศนียบัตร กำหนดไว้ในข้อ 2.4.7 ว่า “ประกาศนียบัตรทุกฉบับ ทุกประเภท ต้องใช้ตราส่วนราชการหรือตราประจำสถานศึกษา ประทับบนลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามไว้เป็นสำคัญ โดยใช้สีแดงชาด”

         6. วันเดียวกัน ( 25 เม.ย.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ได้ออกใบ รบ.ให้ นศ.ไปเมื่อภาคเรียนที่ 2/58 แล้ว นศ.มาแจ้งว่าชื่อเขาผิด (เราทำผิดจริง) จะแก้ไขใหม่ต้องยกเลิกฉบับเดิมและออกใหม่ใช่หรือเปล่า และออกเป็นปัจจุบัน ณ วันนี้ใช่เปล่า บังเอิญว่า กศน.เปลี่ยน ผอ.ใหม่ด้วย และถ้าเราแก้ไขข้อมูล จะต้องทำรายงานผู้จบใหม่หรือเปล่า

             ผมตอบว่า   ให้นายทะเบียน และ ผอ.คนปัจจุบันลงนาม วันที่ใต้ลายเซ็น ผอ. ก็เป็นวันที่ปัจจุบัน แต่วันที่ของส่วนอื่น ๆ เหมือนเดิม
             ออกใบใหม่ให้เขา ส่วนใบเก่าไม่ต้องประกาศยกเลิกก็ได้ แต่ต้องนำใบเก่าทั้ง 2 ฉบับ ( ต้นขั้ว-คู่ฉบับ ) มาเก็บติดกันไว้ตลอดอย่าให้สูญหาย และขีดยกเลิกไม่ให้ใครนำไปใช้ได้อีก โดยเขียนระบุไว้ด้วยว่า พิมพ์ชื่อผิด ออกใบใหม่ให้แล้วเลขที่ .......
             และถ้าชื่อในรายงานผู้จบหลักสูตรผิดด้วย ก็ต้องทำรายงานผู้จบหลักสูตรใหม่

         7. เช้าวันที่ 27 เม.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  หลานเพื่อนจบโรงเรียนผู้ใหญ่ กศน. ไปสมัครเรียนต่อ ม.ปลาย แต่ทำใบ รบ.กศน.ม.ต้น ตัวจริงหาย ไปแจ้งหายที่ สน.ตำรวจ และไปที่ กศน. เพื่อขอใบแทน แต่ กศน.หาไม่พบ  กรณีนี้ต้องถามหน่วยงานไหน และจะต้องทำอย่างไรต่อไป

             ผมตอบว่า   ถ้าจบจากโรงเรียนผู้ใหญ่ ปัจจุบันจะเก็บหลักฐานเก่าไว้ที่ สนง.กศน.จังหวัด
             ถ้าหาต้นขั้วใบระเบียบไม่พบ ก็ต้องดูจากเอกสารหลักฐานอื่น ๆ  ถ้ามีเอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เชื่อได้ว่า เรียนจบ/เป็นสำเนาใบ รบ.ที่สำเนาจากต้นฉบับ จริง ก็ออกหนังสือรับรองให้ได้ ตามวิธีที่ผมเคยตอบในข้อ 2 (5) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/11/ep.html
             แต่ถ้าเอกสารหลักฐานอื่นก็สูญหายหมดแล้ว ต้องดำเนินการตาม “ระเบียบกระทรวงศึกษาว่าด้วยเรื่องใบสุทธิของสถานศึกษาและหนังสือรับรองความรู้ของสถานศึกษา พ.ศ.2547” คือไต่สวนก่อนออกหนังสือรับรอง ตามวิธีที่ผมเคยตอบในข้อ 4 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/534315 
             ถ้า จนท.สนง.กศน.จ. ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ควรสอบถามจากกลุ่มพัฒนา กศน.


วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

1.ย้ายสถานศึกษา หลักสูตรเดียวกัน โอนได้หมดทุกวิชา, 2.บิลน้ำมันที่เติมในการเดินทางไปราชการให้เขียนว่ารับเงินจากหน่วยงานหรือรับเงินจากชื่อบุคคล, 3.จะสอบเป็นครู กศน. ไม่จบ 3 สาขาก็สอบได้ถ้าจบ ป.บัณฑิต, 4.ใบสำคัญวิชาชีพ, 5.การขอโอนเป็นครู และจะทำครูชำนาญการ, 6.การศึกษาต่อเนื่อง(4 อย่าง) เบิกจ่ายได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากรกับค่าวัสดุฝึก, 7.คุณสมบัติ-เกณฑ์-วิชา สอบรอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 พ.ค.58  นางจุไรรัตน์ เจริญสุข ขรก.ครู กศน.อ.ศรีสมเด็จ โทร.มาถามผม ว่า  จัด กศ.ขั้นพื้นฐานในค่ายทหาร ให้แก่ทหารกองประจำการ ( ทหารเกณฑ์ )  แต่ทหารเกณฑ์บางรายจะปลดประจำการโดยที่ยังเรียนไม่จบ ( ใกล้จะจบแล้วมีเพียงบางรายวิชาไม่ผ่าน )  จึงออกใบ รบ.ให้ ว่า “ศึกษาต่อที่อื่น”  ถามว่า ถ้านำใบ รบ.นี้ ไปเทียบโอนเข้าเรียนที่สถานศึกษาอื่น จะเทียบโอนได้หมด หรือเป็นไปตามระเบียบการเทียบโอนคือเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น

             ผมตอบว่า  ถ้าเป็นหลักสูตรเดียวกัน เช่น หลักสูตร กศน.2551 เหมือนกัน จะโอนได้หมดทุกวิชา รวมทั้ง กพช.ด้วย ยกเว้นเฉพาะวิชาเลือกที่ไม่มีในสถานศึกษาแห่งใหม่  ( จริง ๆ แล้ว หลักสูตรเดียวกัน ไม่ถือเป็นการ “เทียบโอน” แต่เป็นการ “โอน” ผลการเรียน ซึ่งนายทะเบียนสามารถดำเนินการโอนได้โดยไม่ต้องให้คณะกรรมการเทียบโอนฯพิจารณา  แต่ในโปรแกรม ITw เรื่องการโอนนี้ยังรวมอยู่ในเรื่อง การเทียบโอน )   ถ้าต่างหลักสูตร เช่นจากหลักสูตร 51 ในระบบ มาหลักสูตร กศน.51 หรือ จากสูตร กศน.44 มาหลักสูตร กศน.51 จึงจะเทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดในระดับชั้น และเทียบโอน กพช.ไม่ได้เลย

         2. วันเดียวกัน ( 11 พ.ค.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีที่เดินทางไปราชการ ทำไมการเงินถึงให้เขียนบิลน้ำมันเป็นชื่อคนที่เป็นเจ้าของโครงการด้วยล่ะ เดิมเขียนชื่อที่อยู่สำนักงาน ถามแทบจะทุกจังหวัดไม่มีการเขียนชื่อคน เค้าเขียนกันแบบเดิมทั้งนั้น

             เรื่องนี้  อ.ชลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ตอบว่า  ต้องเขียนชื่อสำนักงาน ไม่ว่าจะซื้อระหว่างไปราชการ หรือซื้อในโครงการ หรือซื้อแบบใด  ถ้าเป็นการขอใช้รถส่วนตัวไปราชการ ก็ไม่ต้องใช้ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
             ( การเขียนชื่อคน อาจจะทำให้ส่อไปในทางที่ นำใบเสร็จค่าน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนตัว มาเขียนชื่อหน่วยงานเพิ่มเติมแล้วนำมาเบิกเงินจากทางราชการ )

             ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง ต้องประกอบด้วยข้อมูลสำคัญดังนี้
             - วัน เดือน ปี
             - สถานที่ออกใบเสร็จรับเงิน ถ้าเป็นใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานใหญ่ ต้องระบุสาขาหรือสถานที่ประกอบการนั้น ๆ
             - ชื่อหน่วยงานที่จ่ายเงิน
             - ทะเบียนรถ  ต้องถูกต้องตรงกันกับใบขออนุมัติการเดินทาง
             - ต้องระบุปริมาณน้ำมัน ราคาต่อหน่วย และจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น (ทั้งตัวเลข ตัวอักษร)
             - มีผู้เซ็นชื่อรับเงิน

         3. เพิ่มเติมคุณสมบัติการสมัครสอบพนักงานราชการ กศน. ตำแหน่งครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล เป็น มีวุฒิ ครุศาสตร์บัณฑิต หรือศึกษาศาสตร์บัณฑิต หรือการศึกษาบัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง หรือ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ที่คุรุสภารับรอง

             ( ถ้าที่ใดประกาศรับสมัครตามคุณสมบัติเดิมไปแล้ว แต่ยังไม่มีการเลือกสรร ก็ให้ปรับเพิ่มคุณสมบัติตามนี้และขยายเวลารับสมัครด้วย )
             หมายรวมถึงตำแหน่งครู ศรช.ชายแดนใต้ที่เป็นพนักงานราชการ ด้วย


         4. วันที่ 11 พ.ค.58 พิศนภา แซนดี้ ลาวิลัย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การสั่งซื้อใบสำคัญวิชาชีพ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อใช่ไหม อยากได้คำสั่งมอบอำนาจนี้

             ผมตอบว่า   ใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ไม่ใช่วุฒิการศึกษา ไม่ต้องให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ลงนามสั่งซื้อ  และปัจจุบัน ระเบียบเกี่ยวกับใบสำคัญการจบหลักสูตรระยะสั้น ก็ได้ยกเลิกไปแล้ว ระเบียบปัจจุบันคือ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 13 แต่เพียงว่า "ให้สถานศึกษาออกวุฒิบัตรที่แสดงการจบหลักสูตร โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม"
             ( สถานศึกษาสามารถจัดพิมพ์วุฒิบัตรเองได้ )

         5. คืนวันเสาร์ที่ 16 พ.ค.58 กศน.ตำบลนาข่า ท่าบ่อ หนองคาย ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กรณีบรรณารักษ์ได้รับคำสั่งให้เป็นครูประจำกลุ่มโดยไม่มีค่าตอบแทน จะต้องรับผิดชอบ นศ.กี่คน/เทอม ถึงจะมีสิทธิ์โอนเป็นครู เมื่อสอนครบ 2 ปี

             ผมตอบว่า   ก็สอนอย่างน้อย 1 กลุ่มนั่นแหละ ไม่ได้กำหนดจำนวน นศ. แต่ก็พิจารณาจำนวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ด้วย
              ( สอดคล้องกับการจะทำชำนาญการหลังจากโอนเป็นครูแล้ว คือก่อนโอนถ้าสอนไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงหรือคาบ จะนำประสบการณ์การสอนนี้มาลดเวลาในคุณสมบัติการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการได้เต็มเวลา เช่นก่อนโอนเคยสอนสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 2 ปี ถ้าสอนไม่ถึงสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมง ต้องสอนมากกว่า 2 ปี จึงจะขอโอนได้ )

             คุณสมบัติของข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น ข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ข้าราชการใน สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ที่มีสิทธิ์ขอโอนเป็นข้าราชการครู คือ
             1)  จบปริญญาสาขาวิชาที่ ก.ค.ศ.รับรองและกำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครู ( ปกติข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ จะมีคุณสมบัติข้อนี้อยู่แล้ว )
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
             3)  มีประสบการณ์การสอน 2 ปี
             ยื่นคำร้องขอโอนเป็นข้าราชการครู โดยใช้แบบฟอร์มคำร้องขอโอนแบบเดียวกับคำร้องขอย้าย  ส่วนใหญ่จะยื่นคำร้องขอโอนในช่วงการขอย้าย/โอนกรณีปกติ ปีละ 2 ครั้ง คือช่วงวันที่ 1-15 ก.พ. กับ 1-15 ส.ค.  หรือยื่นในช่วงที่ส่วนกลางแจ้งเรื่องนี้มา คือ 3-4 ปีหลัง ส่วนกลางจะกันอัตราข้าราชการครูไว้รับโอนกรณีนี้ปีละ 10 อัตรา ซึ่งจะแจ้งอัตรามาให้ขอโอนกัน

             เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอโอนเป็นข้าราชการครู ก็เป็นเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 1.- 3.
             โดยเอกสารหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติตามข้อ 3. ( ประสบการณ์การสอน ) ค่อนข้างจะจัดหา/จัดทำยากสักหน่อย เท่าที่ทราบ ก.ค.ศ.เคยขอเอกสารหลักฐานตามข้อ 3. คือ
             - หนังสือรับรองประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ในการสอน ระบุช่วงเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ และรายงานว่าทำการสอนวิชาใดบ้าง จำนวนสัปดาห์ละกี่ชั่วโมงหรือกี่คาบ รวมทั้งรายชื่อนักเรียน/นักศึกษาที่ทำการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
             - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน/นักศึกษา จากการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับรองข้อมูลดังกล่าวด้วย
              ( เคยเขียนเรื่องนี้ ในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/11/asean.html )

             ส่วนเมื่อโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว จะยื่นขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ได้ ต้องเป็นครูแล้ว 6 ปี สำหรับผู้มีวุฒิ ป.ตรี, 4 ปีสำหรับ ป.โท, 2 ปีสำหรับ ป.เอก ( ชายแดนใต้ ลดเวลาลงครึ่งหนึ่ง )  แต่ถ้ามีประสบการณ์การสอนก่อนโอน จะลดเวลาลงได้อีก แต่ถึงลดได้ ก็ลดได้ไม่หมด ต้องมาเป็นครูอย่างน้อย 2 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้   ประสบการณ์การสอนนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
             1)  ประสบการณ์ในการสอนโดยตรง
                  จำนวนชั่วโมงสอนอย่างต่ำ กำหนดในแต่ละสังกัดไม่เท่ากัน เช่น อาชีวศึกษาจะกำหนดไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนการสอนในสถานศึกษา กศน. กำหนดไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
                  ถ้าเคยสอนไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กีปี ก็ลดได้เท่านั้นปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึง 10 ชั่วโมง แต่ถึงครึ่ง คือสอนสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ก็ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่ง เช่นเคยสอนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง อยู่ 2 ปี ก็ลดเวลาได้ 1 ปี
                  ถ้าเคยสอนสัปดาห์ละไม่ถึงครึ่ง เช่นสอนสัปดาหล์ละ 4 ชั่วโมง จะลดเวลาได้ 1 ใน 4   เช่น นาย ก. วุฒิ ป.ตรี อยู่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่ชายแดนใต้ โอนมาเป็น ขรก.ครู โดยก่อนโอน เป็น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์ ซึ่งในช่วงที่เป็นบรรณารักษ์นั้นได้เป็นครูประจำกลุ่มด้วย สอนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง อยู่ 4 ปี กรณีนี้จะลดเวลาได้เพียง 1 ปี คือต้องโอนเป็น ขรก.ครูแล้ว 5 ปี จึงจะยื่นขอชำนาญการได้

             2)  เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ใช่การสอนโดยตรง เช่น งานบริหารจัดการศึกษา กรณีนี้ถ้าเคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในกระทรวงศึกษาธิการ ลดเวลาได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

             ดูรายละเอียดเรื่องการใช้ประสบการณ์สอน ลดเวลาขอชำนาญการ ในระเบียบหลักเกณฑ์ได้ที่
             https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/experience.pdf



         6. วันที่ 18 พ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน และเศรษฐกิจพอเพียง สามารถไปดูงานได้หรือไม่ ถ้าไปได้ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง   รับผิดชอบงานการศึกษาต่อเนื่องอยู่ที่ กศน.จังหวัด หลายๆ อำเภอเขียนโครงการจะไปศึกษาดูงานกันมาก พยายามหาระเบียบแล้วก็ไม่ได้กล่าวถึงการไปดูงานเลย

             ผมตอบว่า   การศึกษาต่อเนื่อง ที่ใช้งบดำเนินงาน ( จัดการศึกษาฯ ) ซึ่งเป็นงบปกติ จะเบิกจ่ายเป็นค่าฝึกอบรมและค่าเดินทางไปศึกษาดูงานไม่ได้ แต่มีบางปีได้รับงบศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนมาเป็นเงินหมวดรายจ่ายอื่น จึงจะเบิกจ่ายเป็นค่าไปราชการศึกษาดูงานได้
             ผมเคยตอบเรื่องนี้ เช่นในข้อ 4 ที่ https://www.gotoknow.org/posts/497236
             การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) ที่ใช้งบดำเนินงานปกติ จ่ายได้เฉพาะตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55 เรื่องการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น ( ดูหนังสือฉบับนี้ได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/costs_study.pdf ) ซึ่งระบุว่าเบิกได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากร กับค่าวัสดุฝึก  หนังสือฉบับนี้ระบุในย่อหน้าสุดท้ายว่า ถ้าเป็นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนภายในองค์กร จึงจะเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ-ค่าวิทยากร ได้ตามระเบียบการฝึกอบรม
             อย่างไรก็ตาม การศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) สามารถไปศึกษาดูงานในแหล่งประกอบการได้โดยไม่เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง-ที่พัก-พาหนะ เช่นไปศึกษาดูงานที่แหล่งประกอบการในพื้นที่ โดยจ่ายค่าตอบแทนผู้ให้ความรู้ในแหล่งประกอบการได้
              ( ไม่เชื่อก็ถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. )

         7. ดึกวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.58 นาย บิ๊ก ถามในไทม์ไลน์เฟซบุ๊คผม ว่า ขอความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติและเกณฑ์การสอบและวิชาที่จะสอบรองผอ.กศน.จังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในประกาศรับสมัครครั้งล่าสุดเลย จะมีข้อมูลเหล่านี้  ( ดูประกาศที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/rongPOj.pdf )