แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นศ.ซ้ำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นศ.ซ้ำ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

1.แก้อีกแล้วจ้า..ค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมประชาชน, 2.นศ.ซ้ำซ้อน ไม่ยอมเอาออก, 3.วิทยากรเบิก 2 หลักสูตร ในวันเดียวกัน ได้ไหม, 4.คุณวุฒิผู้สมัครพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน., 5.ไม่รับผู้จบ กศน., 6.เพิ่งมาสมัคร กศ.ขั้นพื้นฐาน รับได้ไหม, 7.กศน.จ.สงขลา บอกว่า กศ.ต่อเนื่อง แม้จะใช้หลักสูตรที่สำนักงาน กศน.ส่วนกลางกำหนดมา ก็ต้องให้กรรมการสถานศึกษาเห็นชอบหลักสูตร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ตามที่มีการแก้ไขหลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายการจัดฝึกอบรมประชาชนของสถานศึกษา ไปเมื่อวันที่ 26 เม.ย.61 นั้น บัดนี้ มีการปรับแก้ไขเป็นฉบับใหม่ 5 มิ.ย.61 ( ยกเลิกฉบับ 26 เม.ย.61 ) โดยมีการปรับแก้ดังนี้

             1)  กลุ่มเป้าหมาย จาก ไม่ต่ำกว่า 10 คน เปลี่ยนกลับไปเป็น ไม่ต่ำกว่า 15 คน
             2)  ค่าใช้จ่าย ตัดประโยคที่ว่า “ให้ใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศฯ” ออก
             3)  “ค่าเช่ายานพาหนะตามที่สถานบริการเรียกเก็บโดยประหยัด” แก้เป็น “ค่าเช่าเหมายานพาหนะหรือค่าจ้างเหมายานพาหนะ ให้เป็นไปตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้าง”
             4)  “ค่าเช่าสถานที่จัดอบรมตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด ตามที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ” เพิ่มประโยคว่า “ทั้งนี้ให้พิจารณาสถานที่ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นอันดับแรก” ต่อท้ายเข้ามาเหมือนฉบับก่อน
             5)  บรรทัดสุดท้าย “ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น... ...” ตัดคำว่า “และตามเป้าหมายที่ได้รับการจัดสรรด้วย” ออก
             ดูหนังสือแจ้งหลักเกณฑ์ฉบับใหม่ ที่  https://www.dropbox.com/s/5zmo1zcaqwnqxkm/TrainJune61.pdf?dl=0

         2. วันที่ 6 มิ.ย.61 มีผู้นำภาพการลงทะเบียนเรียนซ้ำซ้อน มาลงในกลุ่มไลน์ ITw NFE  แล้วถามว่า กรณีนศ.กลับมาอยู่บ้านแล้วเรียนที่บ้าน ตะทำอย่างไรดี กทม.ก็ไม่เอาออก

             ผมตอบว่า  ดูในใบลงทะเบียนเรียนภาคเรียนนี้ ว่า ลายมือชื่อในใบลงทะเบียนของสถานศึกษาไหน ที่เป็นลายมือชื่อของ นศ. แล้วสรุปว่า นศ.ลงทะเบียนเรียนที่สถานศึกษานั้น
             ส่วนอีกสถานศึกษาหนึ่ง ถ้าผู้อื่นลงชื่อแทน นศ. ผู้ที่ลงชื่อแทนก็มีความผิด   ควรให้ ผอ.กับ ผอ. พูดคุยกัน
             ( กรณี กทม.ฝากเรียน โดยไม่ย้าย-ลาออก ภาคเรียนนี้ต้องยังไม่ลงทะเบียนเรียนที่ กทม. แต่ให้ลงทะเบียนเรียนที่กำแพงเพชรก่อน แล้ว กทม.จึงลงทะเบียนให้ในภายหลัง )

         3. วันที่ 6 มิ.ย.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ปรึกษาหน่อยค่ะการเบิกค่าตอบแทนวิทยากรอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจวิทยากรคนหนึ่งสามารถเบิกได้ 2 หลักสูตรในแต่ละวันได้หรือเปล่าค่ะ

             เรื่องนี้  ท่านอาจารย์สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า  ถ้าเป็นคนละกลุ่ม เวลาไม่เหลื่อมซ้อนกัน ก็เบิกได้

         4. แก้ไขคุณวุฒิการรับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งครูอาสาสมัครฯ ครู กศน.ตำบล และครู ศรช.
             ( พนักงานราชการตำแหน่งครู ศรช. คงมีเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนจังหวัดอื่น ครู ศรช.ไม่ใช่พนักงานราชการ )

             จากเดิม ต้องมีวุฒิการศึกษา ครุศาสตร์บัณฑิต หรือ การศึกษาบัณฑิต หรือ ศึกษาศาสตร์บัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง
             และเฉพาะบุคลากรในสังกัด กศน. เพิ่มวุฒิ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูได้อีก 1 วุฒิ
             แก้ไขเป็น ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีตามที่ ก.ค.ศ. และ/หรือ คุรุสภา รับรอง ( ซึ่งรับรองคุณวุฒิไว้มากมายหลากหลายสาขา ) หรือ มีวุฒิ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู
             ( ทั้งบุคลากรในสังกัด กศน. และนอกสังกัด ไม่แบ่งแยกคุณวุฒิต่างกัน )
             เป็นการเปิดกว้างขึ้นมาก
             ดูหนังสือแจ้งที่
             https://www.dropbox.com/s/ygpt3cl58afrfkb/PRGteacherWut.pdf?dl=0

         5. คืนวันที่ 15 มิ.ย.61 มีครู กศน.ตำบล นำภาพประกาศรับสมัครพนักงานฝ่ายผลิต แต่ระบุว่า “ไม่รับ ก.ศ.น” ของ บ.โคมัตซุเซอิกิ(ประเทศไทย)จำกัด ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ซึ่งผู้โพสต์นำมาจาก https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1217263  มาลงในเฟซบุ๊กกลุ่มครูนอกระบบ
             ทำให้คน กศน.บางคนแสดงความคิดเห็นด้วยความไม่พอใจ เช่น บางคนว่า “ไม่รับก็ไม่ต้องไปสมัครที่นี่ และคนที่เคยจบกศน.ก็ไม่ต้องไปอุดหนุนสินค้า คนกศน.ใจไม่แคบ คนกศน.ใช้สมองมากกว่าตรรกะเท่าเม็ดถั่วแบบนี้”

              ( เมื่อมีการเผยแพร่ด้านลบของ กศน. มักจะมีคน กศน.ไม่พอใจ และบ่อยครั้งคนที่นำมาเผยแพร่จะถูกคน กศน.รังเกียจนินทาว่าร้ายไปด้วย )
             เรื่องของ กศน. มีทั้งด้านบวกและด้านลบ
             สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี กล่าวว่า "คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้าแต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้านมาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง"
             กระจกหกด้าน คือ ส่องให้ครบทุกด้าน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง
             คนที่รับฟังแต่คำยกยอ จะไม่มีทางเจริญขึ้น แต่กลับกัน คนที่ยอมรับฟังคำตำหนิติเตียน กลับเป็นคนที่เจริญ
             ยิ่งมีคนพูดถึงปัญหา จะยิ่งเป็นประโยชน์ในการปรับปรุง
             ให้ถือว่าการตำหนิของเค้าเป็นการแนะนำ ไม่ใช่ดูถูก
             ถ้ายอมรับฟังคำตำหนิได้ เราจะรู้ปัญหามากขึ้น หากมองแต่เรื่องเจ๋ง ๆ ของตัวเอง โดยไม่มองข้อเสีย เราก็คงไปไม่ได้ไกลนัก  เรามีสิ่งดี ๆ มากมาย แต่สิ่งไม่ดีก็มากเช่นกัน เราต้องยอมรับและช่วยกันปรับปรุงสิ่งไม่ดี ไม่ใช่ปิดตาข้างนึงแล้วมองแต่สิ่งดี ๆ  เรื่องไม่ดีก็ต้องยอมรับกันบ้าง ไม่ใช่หาแต่คำแก้ตัวสวยหรู
             ขี้ ถึงมันจะเหม็น มันก็เอามาเป็นปุ๋ยได้ ทำไห้พืชเจริญงอกงามได้เช่นกัน
             ถ้าเราฟังแต่คำชมเชยยกยอ แล้วไม่พอใจคำตำหนิติเตียน เราจะเสื่อม

             ในการ “ประเมิน” ภายนอก ของ สมศ. ไม่ได้ประเมินจากคนเพียงบางกลุ่ม แต่ในแต่ละตัวบ่งชี้ จะ วัด/เก็บข้อมูล จากผู้เรียน “ทุกคน” แล้วประเมินจาก “ร้อยละ” ของผู้ผ่านเกณฑ์

             นิ่งฟังคำติบ้าง เป็นไง
ฟังเสร็จได้นำไป ปรับแก้
คำชมไป่ให้อะไร สักนิด
มัวแต่ปลื้มลืมแม้ กระทั่งรู้ ตัวเอง
             นิ่งฟังคำติบ้างเป็นหนทางได้ปรับตัว ทำผิดอย่าถือตัวไม่ต้องกลัวเสียหน้าตา
ถ้าฟังแต่คำชมมัวหลงลมเขาชมมา เป็นปลื้มลืมพิจารณาว่าตูข้าหน้าเป็นไง
             สักวาอันคำชมนั้นน่าฟัง แต่ไม่ยังประโยชน์ดอกบอกให้หนา
เพียงทำให้ใจชุ่มชื่นรื่นอุรา ได้ฟังมาอย่าเป็นปลื้มทำลืมตน
คำติติงไม่น่าฟังยังประโยชน์ แม้น่าโกรธคิดให้ดีมีเหตุผล
ได้บอกเล่าให้เรารู้ดูตัวตน จงนิ่งทนรับฟังไว้แก้ไขเอย





         6. วันที่ 15 มิ.ย.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า หลักฐาน ระเบียนแสดงผลการเรียน ออกวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ระบุศึกษาต่อที่อื่น มาศึกษาต่อกับกศน. แต่เราเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค. กรณีอย่างนี้รับได้ไหม

             ผมตอบว่า   ตามระเบียบแล้ว สถานศึกษาสามารถขยายเวลารับสมัครและลงทะเบียนเรียนออกไปได้อีกไม่เกิน 20 วัน ( จากวันที่ 16 พ.ค. ขยายได้ถึง 5 มิ.ย. )
             ถ้าหมดเวลาลงทะเบียนแล้ว ที่จริงก็สามารถรับสมัครขึ้นทะเบียนรับรหัสเป็นนักศึกษาได้ตลอดเวลา แต่จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาในภาคเรียนนั้นไม่ได้ ต้องรอไปลงทะเบียนเรียนรายวิชาในภาคเรียนถัดไป เพราะเกี่ยวพันกับอีกหลายเรื่อง เช่น ข้อสอบปลายภาคขอไปแล้ว, เวลาเรียนไม่น้อยกว่า 18 ครั้ง ฯลฯ

         7. วันที่ 18 มิ.ย.61 มีบุคลากร กศน.อำเภอ ใน จ.สงขลา ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  จังหวัดบอกว่า การอบรม e-Commerce ในศูนย์ดิจิทัลชุมชมของ กศน. แม้จะใช้หลักสูตรตามที่สำนักงาน กศน.ส่วนกลางกำหนด ก็ต้องให้กรรมการสถานศึกษาเห็นชอบหลักสูตรอีกด้วย
             ถูกต้องหรือไม่

             ผมตอบว่า   ให้ดูใน ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 กับ คู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ว่า ได้ระบุในเรื่องหลักสูตรไว้อย่างไร

             ผมเปิดดูแล้ว ปรากฏว่า ระเบียบฯกับคู่มือฯนี้ ไม่ค่อยตรงกัน  ( มีระเบียบฯอยู่ในภาคผนวกของคู่มือฯ ดาวน์โหลดได้ในข้อ 33.3 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html )
             โดย ระเบียบฯ กำหนดไว้ในข้อ 8 ว่า “การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ให้ใช้หลักสูตรที่ได้รับอนุมัติโดยสถานศึกษา และหรือ หลักสูตรที่หน่วยงานภาครัฐอื่นได้อนุมัติและอนุญาตให้ใช้แล้ว”
             ส่วน คู่มือฯ ระบุไว้ในหัวข้อ แนวทางการจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ในหน้า 5 ว่า “ทั้งนี้ หลักสูตรต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา และได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษา”
             กศน.จ.สงขลา คงกำหนดให้ดำเนินการตามคู่มือฯ


วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

1.พบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง, 2.เรื่องเครียด ( ครูลงทะเบียนให้ นศ.ซ้ำ แล้วไม่ให้ถอน จะฟ้อง สตง. !? ), 3.บ้านพักข้าราชการว่าง จะเบิกค่าเช่าบ้านได้กรณีใด, 4.ราคากลางหนังสือเรียน อาจไม่ใช้ราคาที่เคยซื้อต่ำสุด แต่ต้องมีเหตุผลเพียงพอ, 5.เกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท, 6.เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย, 7.ข้อ 1-9 ข้อไหนถูก ( การรักษาการในตำแหน่ง )



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. แจ้งใหม่ให้จัดการเรียนรู้แบบพบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น
             - จัดกระบวนการเรียนรู้ในรายวิชาที่ลงทะเบียน ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
             - จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน การคิดเป็น การอ่านการเขียน และทักษะการสื่อสารถ่ายทอดกระบวนการคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ 3 ชั่วโมง
             https://db.tt/RsGZG7SW

         2. มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ครูที่อำเภอ ... ... ถามหนูว่าจะเรียนที่ไหนแน่ทำไมลงทะเบียน 2 ที่  หนูบอกว่าเทอมนี้หนูไม่ได้ลงทะเบียนที่อำเภอ ... ... ครูให้หนูไปถอนการลงทะเบียน แต่ครูที่อำเภอ ... ... บอกว่าเขาไม่มีนโยบายให้ถอนการลงทะเบียน ส่วนครูที่อำเภอ ... ก็บอกว่าเรียน 2 แห่งไม่ได้   ทำไมครู 2 แห่งไม่คุยกันเองคะ หนูจะต้องฟ้องไปที่ ปปช. สตง. หรือที่ไหนคะ

             ผมตอบว่า   เรื่องที่ นศ.ไม่ได้ลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียนด้วยตนเอง แต่สถานศึกษาไม่ยอมถอนใบลงทะเบียนนี้ออก ไม่น่าจะเกิดขึ้น หน่วยงานภายนอกคงไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าจะแจ้ง สตง. ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนะ   ควรเขียนจดหมายแจ้งไปที่หน่วยงานภายใน กศน. เช่น สนง.กศน.จังหวัดก่อน ถ้าไม่ได้ผลจึงแจ้งไปที่หน่วยงานภายนอก ( เพื่อเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานภายในเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริต ต่อไปครู 2 แห่งจะได้คุยกันเองได้ )

         3. เช้าวันที่ 1 ธ.ค.58 รอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด ท่านหนึ่ง ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ระเบียบเกี่ยวกับบ้านพักข้าราชการ ยังแบ่งประเภทเหมือนเดิมหรือเปล่า เช่น บ้านพักข้าราชการระดับ 7-8 และ กศน. จังหวัดต่างๆที่มีบ้านพัก เป็นบ้านพักผู้อำนวยการ หรือบ้านพักข้าราชการ ระดับ 7-8

             ผมตอบว่า   ในการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการ จะแบ่งเพียง 2 ประเภท คือบ้านพัก ผอ. กับ บ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  โดยทั่วไป บ้านพักข้าราชการของ กศน.จังหวัด ที่มีหลายหลัง จะมี 1 หลังที่เป็นบ้านพัก ผอ.  หลังอื่น ๆ เป็นบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  แต่ถ้า กศน.จังหวัดใดมีบ้านพักข้าราชการหลังเดียว ก็คงเป็นบ้านพัก ผอ.
             ผมถามกลับว่า  จะถามว่า ถ้ามีบ้านพักว่างอยู่ แต่เป็นบ้านพักคนละประเภท จะไม่อยู่ แต่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ไหม ใช่หรือเปล่า
             ท่านรองฯ บอกว่า ใช่

             เรื่องนี้  ผมถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ได้รับคำตอบจาก อ.สกุลนา และ อ.สุณีย์ ว่า  ต้องมีรายละเอียดอื่น ๆ ประกอบการพิจารณา จึงจะตอบได้ถูกต้องเป็นกรณี ๆ ไป  แต่โดยทั่วไปคือ
             1)  ถ้าบ้านพัก ผอ.มีอยู่ ผอ.จังหวัดจะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ แม้แต่จะเคยเบิกค่าเช่าซื้ออยู่ก็ต้องหยุดเบิก
             2)  กรณีข้าราชการ กศน.จังหวัด ที่ไม่ใช่ ผอ. จะเบิกค่าเช่าบ้าน ( คำว่าข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.นี้ รวมถึง รอง ผอ.ด้วย โดยบ้านพัก ผอ. ไม่ใช่บ้านพักรอง ผอ. )  ให้ ผอ. หรือ “กรรมการจัดบ้านพัก” พิจารณากำหนดดังต่อไปนี้ ( ผอ.มีอำนาจในการพิจารณากำหนดตามหลักเกณฑ์ แต่ ผอ.จะตั้ง “กรรมการจัดบ้านพัก” ขึ้นมากำหนดแทนตนหรือไม่ก็ได้ )
                  - ถ้าบ้านพัก ผอ. ว่างอยู่ แต่ผู้ที่จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ใช่ ผอ. จะกำหนดให้ข้าราชการผู้นั้นเข้าอยู่บ้านพัก ผอ. หรือไม่ก็ได้ จะให้ข้าราชการเบิกค่าเช่าบ้านโดยปล่อยให้บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ก็ได้  แต่ถ้ากำหนดให้เข้าอยู่บ้านพัก ผอ. ข้าราชการอื่นนั้นก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้
                  - กรณีมีบ้านพักว่าง แต่ข้าราชการเคยเบิกค่าเช่าซื้อบ้านอยู่ก่อนย้ายมา สามารถกำหนดว่าไม่ต้องเข้าอยู่บ้านพัก แต่ให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้  แต่จะให้เบิกค่า “เช่าบ้าน” โดยมีบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.ว่างอยู่ ไม่ได้  ( ถ้าเป็นตัว ผอ.จะเบิก แต่บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ แม้ ผอ.จะเคยเบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” อยู่ก่อน ก็ต้องหยุดเบิก จะกำหนดให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้เฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ ผอ. )
                     กรณีบ้านพักไม่ว่างเพราะมีคนที่ไม่ตรงประเภทเข้าไปอยู่ เช่น ให้ลูกจ้างเข้าไปอยู่ ผู้มีสิทธิ์ก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้เช่นกัน
                  - กรณีจะอ้างว่า บ้านพักชำรุด ต้องชำรุดมากจนอยู่ไม่ได้จริง


         4. วันที่ 3 ธ.ค.58 ผมเรียนถาม อ.พัฒน์ฌามนท์ กจ.กศน. ( จนท.เจ้าของเรื่อง “ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหาหนังสือแบบเรียนหรือพัสดุอื่น” ) ว่า  ตามหนังสือซักซ้อมความเข้าใจดังกล่าว กำหนดให้การจัดหาหนังสือเรียน จะต้องกำหนดราคากลาง โดย สืบค้นจากราคาในท้องตลาด หรือ ราคาซื้อขายย้อนหลังสองปีงบประมาณ และให้นำราคาต่ำสุดมาเป็นราคา กลาง นั้น   เนื่องจาก ราคาที่บางอำเภอในจังหวัด และอีกหลายจังหวัด ซื้อในปีงบประมาณที่ผ่านมา ต่ำผิดปกติ เพราะ ผู้ขายต่อสู้เอาชนะกัน โดยนำหนังสือที่ค้างสต๊อกอยู่จำนวนมากมาขายให้ในราคาต่ำผิดปกติ เล่มละเพียง 7 บาท หรือน้อยกว่า  ถ้านำราคา 7 บาทนี้มาเป็นราคากลางจะมีปัญหา   ขอถามว่าจะไม่ใช้ราคาต่ำสุดที่เคยซื้อผิดปกตินี้มาเป็นราคากลางได้หรือไม่
             อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า  ถ้ามีเหตุผลเพียงพอว่าราคาต่ำกว่าต้นทุนผิดปกติจริง เพื่อไม่ให้เสียเวลาล่าช้าในการจัดหา ก็ไม่ใช้ราคาที่ต่ำสุดผิดปกตินี้เป็นราคากลางได้ แต่ใช้การสืบจากราคาในท้องตลาด จากผู้ขาย/ผู้พิมพ์แต่ละราย และนำราคาของรายต่ำสุด สเป็คเดียวกัน ( ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ) มาเป็นราคากลางได้

             ผมถามต่อ ว่า  ถ้าจังหวัดเป็นผู้พิจารณากำหนดราคากลางตามเกณฑ์นี้ แล้วใช้เป็นราคากลางเท่ากันของทุกอำเภอในจังหวัด ได้หรือไม่   อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า ถ้าคุยกันแล้วจังหวัดยอมทำให้ ก็ได้

         5. แนวปฏิบัติในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ และเกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท ( ครู กศน.ตำบลต้องไม่เกิน 2 กลุ่ม ฯลฯ )
            
https://db.tt/hi6OAecR

         6. วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค.58 ผมเผยแพร่เรื่องการแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ลงในเฟซบุ๊ค ว่า  เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย

             การแต่งเครื่องแบบพิธีการไว้ทุกข์ ถ้าเป็นชุดปกติขาว หรือชุดครึ่งยศ เต็มยศ ( เสื้อขาว กางเกงประโปรงดำ ) ให้ใส่ปลอกแขนดำไว้ทุกข์ข้างซ้ายเหนือข้อศอก
             แต่ถ้าแต่งเครื่องแบบปกติสีกากี ก็แต่งตามปกติ สีกากีไม่มีปลอกแขน ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย
             เครื่องแบบองค์กรของแต่ละหน่วยงาน (
UNIFORM) ก็ถือเป็นการใส่ไว้ทุกข์ได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน
             กรณีแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ ควรงดเครื่องหมายเฉลิมพระเกียรติงานมงคลพระมหากษัตริย์  ( ส่วนเข็มเครื่องหมายที่ประดับได้ เช่น เข็มที่ระลึกของสมเด็จพระสังฆราช
, เข็มที่ระลึกงานพระศพสมเด็จย่า, พระพี่นาง ฯลฯ )






         7. วันที่ 18 ธ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  คำว่า ปฏิบัติราชการแทน / รักษาราชการแทน / รักษาการในตำแหน่ง ตามตัวอย่างที่ส่งให้ดู ตั้งแต่ข้อที่ 1-9 ข้อใดถูกต้อง

             ผมตอบว่า
             1)  ถ้าผู้รักษาการ อยู่ในหน่วยงานที่รักษาการ ก็ไม่ต้องระบุหน่วยงานของผู้รักษาการ คือ ใช้คำว่า "รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"  ไม่ต้องใช้ว่า  "รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"
             2)  คำว่า "รักษาราชการแทน" เป็นคำในกฏหมาย กพ. และมหาดไทย  ส่วน กศน.เราใช้ พรบ.ขรก.ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งให้ใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง" ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
             3)  ส่วนการ
“ปฏิบัติราชการแทน” นั้น เป็นอีกกรณีหนึ่ง คือกรณีผู้มีอำนาจออกคำสั่งมอบอำนาจบางเรื่องให้ผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการแทน/พิจารณาอนุมัติแทน ในเรื่องนั้น ๆ  เป็นการกระจายอำนาจเพื่อความคล่องตัว  โดยให้ปฏิบัติราชการแทนแม้ผู้มอบอำนาจจะอยู่/ไม่ได้ไปไหน  เรื่องที่จะออกคำสั่งมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนได้นี้ ต้องเป็นเรื่องในอำนาจโดยตรงของผู้มอบ  ถ้าเป็นเรื่องที่ ผอ.รับมอบอำนาจมาจากปลัดกระทรวงฯ จะมามอบอำนาจต่อให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนอีกช่วงหนึ่งไม่ได้
             4)  สำหรับวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ของผู้รักษาการ นั้น ท่านวรวิทย์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติการ กจ.กศน. บอกว่า จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ




วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

1.เงินค่าซื้อหนังสือ เหลือ ซื้ออย่างอื่นได้ไหม, 2.กศน.อำเภอ/เขต จัด กศ.รูปแบบทางไกลได้หรือ-ไฮไลท์ของ กศน.-อบรมการจัด กศ.วิธีเรียนทางไกลให้มีคุณภาพ, 3.การยื่นทำวิทยฐานะ, 4.ให้ของที่ระลึกวิทยากร แทนการจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร, 5.นักศึกษาซ้ำซ้อน, 6.ศน.บอกว่าป้ายผิด, 7.ไม่เซ็นรับทราบคำสั่ง-ลบข้อมูล IT ทิ้ง



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. มี ผอ.กศน.อำเภอ/เขต 2 ท่าน ถามผมด้วยวาจา และทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คว่า  สอบราคาซื้อหนังสือแล้วมีเงินเหลือ เงินที่เหลือนี้จะใช้ซื้ออย่างอื่นอีกได้หรือไม่

             เรื่องนี้  ผมเรียนถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 ได้คำตอบว่า
             1)  การจัดสรรงบประมาณค่าหนังสือสำหรับบ้านหนังสืออัจฉริยะ กำหนดชัดเจนว่าให้ซื้อหนังสือพิมพ์กี่ฉบับ ซื้อวารสารกี่ฉบับ ถ้าซื้อครบถ้วนตามที่กำหนดแล้ว จะซื้อเกินไม่ได้ ถ้าเงินเหลือต้องส่งคืน
             2)  เงินอุดหนุนที่จัดสรรมาให้ซื้อ หนังสือเรียน ถ้ามีเงินเหลือ สามารถซื้อ “หนังสือเรียน” อื่น เช่น หนังสือเรียนรายวิชาเลือก ได้ เว้นแต่ ปีใด ผู้บริหารระดับสูงกำหนดนโยบายว่าถ้าเงินเหลือให้ส่งคืน ก็ต้องส่งเงินที่เหลือคืน เช่น ในการประชุมประเมินผลและพัฒนางาน กศน.ในปีงบประมาณ 2558 เมื่อ 27 พ.ค.58 ที่โรงแรมบัดดี้โอเรียนทอลริเวอร์ไซด์ ปากเกล็ด นนทบุรี ท่านเลขาธิการ กศน. แจ้งว่า การ ซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน สามารถซื้อหนังสือเรียนเสริมได้ และถ้ามีเงินเหลือในการจัดซื้อครั้งที่ 2 ให้รีบส่งเงืนคืน


         2. วันที่ 25-26 พ.ค.58 ผมไปเข้าฝึกอบรมหลักสูตร “การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิธีเรียนทางไกล ให้มีคุณภาพ” ที่ โรงแรมวังยาวรีสอร์ท จ.นครนายก
             การดำเนินงานจัด กศ.ทางไกลของสถาบัน กศ.ทางไกล มีการประยุกต์จนแตกต่างไปจากหลักสูตร เช่น ม.ต้น มีแต่วิชา “บังคับเลือก” ไม่มีวิชาเลือกเสรี, จัดให้เรียนวิชาความรอบรู้ในการเรียน แทนการทำโครงงาน ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ “เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ” เพราะรูปแบบการเรียนทางไกล นศ.ไม่มีเวลา/ไม่ต้องมาเรียนกับครู ( ถ้าจะทำตามอุดมคติของหลักสูตรทั้งหมด เช่นให้ นศ.มาเรียนสัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดคุณภาพ แต่ “เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ” ที่ท่านรองเลขาธิการฯ ดร.ดิศกุล ใช้คำว่า “Mission Impossible” ก็ไม่มีประโยชน์ )
             ถึงแม้จะประยุกต์จนแตกต่างไปจากหลักสูตร แต่คุณภาพที่พิสูจน์ได้จากคะแนนเฉลี่ยการสอบ N-NET ของ นศ.สถาบัน กศ.ทางไกล ก็สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของ กศน.ทั่วประเทศ ในทุกสาระ

             อ.วาสนา บรรยายว่า ปัจจุบัน กศน.อำเภอ/เขต ไม่สามารถจัด กศ.รูปแบบทางไกลได้ เพราะ ประกาศสำนักงาน กศน.ฉบับลงวันที่ 8 ต.ค.55 ที่กำหนดว่า วิธีเรียนรู้แบบ กศน. ( หลักสูตร 51 มีวิธีเรียนเพียงวิธีเดียว คือวิธีเรียนรู้แบบ กศน. แต่มีรูปแบบการเรียนหลายรูปแบบ เช่นรูปแบบพบกลุ่ม รูปแบบทางไกล ) ต้องมีเวลาพบกลุ่มหรือพบครูไม่น้อยกว่า 75 % ยกเว้นเฉพาะ นศ.ของสถาบัน กศ.ทางไกล
             เมื่อต้องมาพบกลุ่ม/พบครู 75 % ก็จะเป็นรูปแบบการเรียนทางไกลไม่ได้
             กศน.อำเภอ/เขต จึงจัดการเรียนการสอนรูปแบบทางไกลไม่ได้
             เพื่อให้ กศน.อำเภอ/เขต สามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบทางไกลได้ สถาบัน กศ.ทางไกลจึงเสนอให้แก้ประกาศฉบับนี้ โดยปรับแก้จาก “ยกเว้น นศ.ของสถาบัน กศ.ทางไกล” เป็น “ยกเว้นรูปแบบการเรียนแบบทางไกล”
             ซึ่งท่านเลขาธิการ กศน.รับหลักการและมอบให้แก้ไขแล้ว ขั้นต่อไปคงต้องให้กลุ่มพัฒนา กศน.พิจารณาเสนอประกาศแก้ไขให้ลงนาม ( ยังไม่รู้ว่ากลุ่มพัฒนา กศน. จะอธิบายตีความประกาศฉบับเดิมว่าอย่างไร ประเด็นที่เข้าใจกันเดิมนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร )

             ถ้า กศน.อำเภอ/เขต จัดการเรียนการสอนรูปแบบของสถาบัน กศ.ทางไกล ( นศ.ไม่ต้องมาพบกลุ่ม/พบครู แต่เป็น มินิ มสธ.) ได้เอง รับ นศ.รูปแบบทางไกลเป็นของตนเอง ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวของ นศ.ส่วนนี้ และนับหัว นศ.ส่วนนี้อยู่ใน 60 คนที่เป็น นศ.ของครู กศน. ก็จะเกิดความสะดวกคล่องตัว และจะเป็นไฮไลท์ของ กศน.

             เรื่องน่าสนใจที่ทราบจากการเข้าอบรมครั้งนี้ เช่น ภาค 1/58 จะให้ นศ.ที่เรียนทางไกล สอบปลายภาคที่อำเภอ ( ใครจะย้ายที่อยู่ปัจจุบันเพื่อไปสอบที่อำเภออื่น ให้แจ้งตั้งแต่ต้นเทอม )  และเรื่องที่สถาบัน กศ.ทางไกลขอความร่วมมือจาก กศน.อำเภอ/เขต คือ
             1)  การประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับผู้สนใจ
             2)  การช่วยจัดสอบปลายภาค และส่งกระดาษคำตอบให้ทันเวลาที่กำหนด
             3)  ในอนาคต ถ้าอำเภอใดมีนักศึกษาจำนวนมาก อาจต้องช่วยจัดสัมมนาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตก่อนจบหลักสูตร






         3. ในการอบรมตามข้อ 2. ท่าน อ. สาธิต เจรีรัตน์ ( ครูเชี่ยวชาญ ผู้แทน ขรก.ครู ใน อ.ก.ค.ศ. สป.) เป็นพิธีกร  ท่านอาศัยช่วงเวลาว่างบางช่วง พูดถึงเรื่องการทำวิทยฐานะในรูปแบบปัจจุบัน ให้ผู้เข้าอบรมได้รับทราบข่าวสารที่น่าสนใจ ดังนี้
             ปัจจุบันมีรูปแบบการทำวิทยฐานะที่สำคัญ 3 รูปแบบ ตามหนังสือเวียน ( ว.) ของ ก.ค.ศ. 3 ฉบับ คือ
             1)  ว 7 ปี 58 ( วิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน = P.A. : Performance Agreement ) ออกใหม่ ใช้เฉพาะการยื่นทำชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ   วันที่ 3-5 มิ.ย.58 ก.ค.ศ.จะทำคู่มือ และก่อนยื่น ต้องรอแต่ละส่วนราชการต้นสังกัด ทำการทดสอบความรู้ความสามารถเชิงทฤษฎีและการประเมินประสบการณ์วิชาชีพก่อน  ใครสอบผ่าน ( จะทำชำนาญการพิเศษต้องสอบได้คะแนน 70 % ขึ้นไป จะทำเชี่ยวชาญต้องสอบได้คะแนน 75 % ขึ้นไป ) จึงจะยื่นแผน ( ข้อตกลงการพัฒนางาน ) ขอรับการประเมินรูปแบบนี้ได้  และการประเมินฯ จะประเมินในอนาคตว่าทำได้ตามแผนหรือข้อตกลงการพัฒนางานหรือไม่อย่างไร
             2)  ว 17 ปี 52 ( แบบทั่วไป  มิได้ถูกยกเลิก ใครจะยื่นขอรับการประเมินรูปแบบเดิมนี้ ก็ยังยื่นต่อไปได้ตามเดิม )
             3)  ว 13 ปี 56 ( เชิงประจักษ์-ได้รางวัลระดับชาติ  ให้ยื่นในเดือน ธ.ค.58 เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว )

         4. วันที่ 29 พ.ค.58 เอมอร เทพประดิษฐ์ บ้าน ครูเอม ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  จัดโครงการอบรม ไม่เบิกค่าตอบแทนวิทยากร แต่ซื้อของที่ระลึกให้วิทยากร ได้ไม่เกินกี่บาท

             ผมตอบว่า  ไม่มีระเบียบให้ใช้เงินงบประมาณซื้อของที่ระลึกให้วิทยากร
             ผู้ถาม ถามต่อว่า  แล้วค่าของสมนาคุณ มันแตกต่างจากของที่ระลึกตรงไหน
             ผมตอบว่า “ค่าสมนาคุณวิทยากร” ( ไม่ใช่ค่า ของ สมนาคุณวิทยากร ไม่มีคำว่า ของ )  ก็คือค่าตอบแทนวิทยากรนั่นเอง มีเกณฑ์การจ่ายเป็นเงิน ( บาท )
             ที่เขาให้ของที่ระลึกกับวิทยากรกันนั้น เขาใช้เงินนอกระบบซื้อของที่ระลึกกัน หรือเป็นของที่ระลึกที่ไม่ต้องซื้อใหม่
             ผู้ถาม เขียนต่อ ว่า  เชิญวิทยากร ไม่มีค่าตอบแทนวิทยากร แต่ซื้อของที่ระลึกมอบให้วิทยากร ในโครงการเขียนไว้ว่าซื้อของที่ระลึกมอบให้วิทยากร
             ผมตอบว่า  ถึงแม้โครงการจะเขียนไว้ และโครงการได้รับอนุมัติแล้ว แต่ถ้าไม่มีระเบียบรองรับก็เบิกจ่ายไม่ได้ ต้องขอแก้ไขโครงการจากผู้อนุมัติโครงการ เปลี่ยนเป็นค่าสมนาคุณวิทยากรซึ่งวิทยากรต้องเซ็นชื่อรับเงินสมนาคุณเป็นหลักฐาน
            แต่ถ้าหมายถึง ในการฝึกอบรมนั้นมีการไปดูงาน จึงจะจ่าย “ค่าของสมนาคุณในการดูงาน” โดยเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แห่งละ ( ไม่ใช่คนละ ) ไม่เกิน 1,500 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ( ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 8 (11)

         5. วันที่ 2 มิ.ย.58 Panom Witheeprai เขียนในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  อยู่ กศน.มวกเหล็ก ขอรายชื่อนักศึกษาซ้ำซ้อน หาในครู กศน.นอกระบบ ไม่พบ

             ผมตอบว่า   วิธีการตรวจสอบจำนวนนักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐาน ลงทะเบียน 2 แห่ง บัตรประชาชน ซ้ำซ้อน/ไม่ถูกต้อง
             เข้าไปที่  http://203.172.142.230/NFE-MIS/student_itw_conclus_process.php
             แล้วคลิกที่ชื่อจังหวัด เพื่อดูข้อมูลแต่ละอำเภอ
             ถ้ามีจำนวนนักศึกษาที่มีปัญหา ให้คลิกที่ตัวเลขจำนวนนักศึกษาที่มีปัญหานั้น เพื่อดูรายชื่อนักศึกษาที่มีปัญหา
             และคลิกต่อที่ชื่อนักศึกษาที่มีปัญหา เพื่อดูข้อมูลว่าซ้ำซ้อนกับอำเภอใด

             กลุ่มแผนงาน กศน. บอกว่า อำเภอที่มี นศ. ซ้ำกัน จะไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวของ นศ.รายนั้นทั้ง 2 อำเภอ  ถ้าพ้นวันที่ 7 มิ.ย.58 ข้อมูลในเว็บฯยังซ้ำอยู่ ก็จะตัดออกทั้ง 2 อำเภอ

             ถ้าอำเภอที่ซ้ำ ประสานงานตกลงกันแล้วว่า อำเภอใดจะเป็นฝ่ายถอนการลงทะเบียน ( อาจต้องให้ ผอ. คุยกับ ผอ. )  เมื่อถอนการลงทะเบียนในโปรแกรม ITw แล้ว อำเภอนั้นต้องนำส่งข้อมูลจากโปรแกรมขึ้นเว็บใหม่ ( บางจังหวัดให้อำเภอส่งข้อมูลขึ้นเว็บเอง บางจังหวัดให้อำเภอส่งข้อมูลให้จังหวัดเป็นผู้นำขึ้นเว็บ )  โดยต้องนำข้อมูลใหม่ขึ้นเว็บไม่ให้เหลือข้อมูลซ้ำ ภายในวันที่ 7 มิ.ย.58
              ( อย่าลืมเข้าไปตรวจสอบจำนวน นศ. “นอกงบประมาณ” ด้วย โดยคลิกเลือกที่หัวตาราง เปลี่ยนจาก “ในงบประมาณ” เป็น “นอกงบประมาณ”   มีบางอำเภอคีย์ข้อมูลลงโปรแกรม ITw ผิด เข้ากลุ่มนอกงบประมาณนี้หลายคนโดยไม่ตั้งใจ  ถ้ามีจำนวนอยู่ในกลุ่มนี้ จะไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว
             นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อมูล รายงานสรุปจำนวนนักศึกษาพิการ, รายงานสรุปจำนวนนักศึกษา English Program ที่  http://203.172.142.230/NFE-MIS/student_itw_is.php  ด้วย

         6. คืนวันที่ 2 มิ.ย.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  อยากรู้เรื่องป้าย กศน.ตำบล เนื่องด้วย ศน.จังหวัดว่าทำไมยังมีศูนย์การเรียนชุมชนอยู่ด้านล่างป้าย ศน.บอกว่าไม่ถูก

             ผมตอบว่า   ศูนย์การเรียนชุม มีได้ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน  แต่ กศน.ตำบล ให้ประกาศจัดตั้งเพียงตำบลละ 1 แห่ง  ถ้าแห่งใดประกาศจัดตั้งเป็น กศน.ตำบล แล้ว ก็ใช้ชื่อ กศน.ตำบล แทนชื่อศูนย์การเรียนชุมชน
             ในภาคอิสาน-ภาคเหนือ เดิมมีศูนย์การเรียนชุมชนในตำบลเดียวหลายแห่ง ปัจจุบันยังมีศูนย์การเรียนชุมชนอยู่  เปลี่ยนเป็น กศน.ตำบลเพียงตำบลละแห่งเดียว  ถ้าเปลี่ยนแล้วในป้ายก็ไม่ต้องมีชื่อศูนย์การเรียนชุมชน  ( แต่ถ้าชื่อเดิมมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จะเขียนชื่อเดิมไว้ในป้ายด้วยก็ไม่ผิดกฎหมาย )






         7. คืนวันเดียวกัน ( 2 มิ.ย.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า 

            1)  ถ้าข้าราชการครู/ครูอาสาสมัคร/และครู กศน.ตำบล ไม่เซ็นรับทราบคำสั่งที่ ผอ.มอบหมายงาน มีความผิดตามระเบียบใช่ไหม

             2)  ต่อจากข้อ 1) ถ้าพนักงานราชการที่เป็นเจ้าหน้าที่ไอที เจตนาลบข้อมูลนักศึกษาที่ลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 1/2558 เสร็จแล้ว ลบออกเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย เพราะไม่พอใจ ผอ. ทำให้ส่งไม่ทันขึ้นเว็บ มีความผิดอย่างไร ผอ.แจ้งความได้ไหม

             3)  ผอ.อำเภอส่งตัวพนักงานราชการคนนี้กลับ กศน.จังหวัดผู้จ้าง แต่ ผอ.จังหวัดไม่รับกลับ ควรทำอย่างไร

             ผมตอบว่า

             1)  การไม่เซ็นรับทราบคำสั่งโดยไม่มีเหตุผล มีความผิด  ถ้าจะไม่ทำตามคำสั่งต้องบันทึกแจ้งเหตุผล  ( การจะบันทึกแจ้งเหตุผล อาจยากในทางปฏิบัติ แต่ก็มีผู้บันทึกมาแล้ว )  ถ้าไม่เซ็นรับทราบคำสั่ง ผอ.อาจหาพยานว่าให้เซ็นแล้วไม่ยอมเซ็น เพื่อเอาผิดฐานไม่ปฏิบัติตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายได้

             2)  การเจตนาลบข้อมูลทำให้ส่งข้อมูลไม่ทัน เป็นความผิด จะผิดมากหรือน้อย เป็นความผิดร้ายแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่ตามมา ว่ามีผลเสียหายร้ายแรงแค่ไหนหรือไม่ แก้ไขได้หรือไม่ เช่น ทำให้ไม่ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวหรือไม่ ทำให้ นศ.ไม่มีสิทธิเรียนหรือไม่

                  เรื่องภายใน คนทำเป็นบุคลากรในสังกัด ทำกับงานภายใน จะไปแจ้งความทำไม ต้องบริหารจัดการภายใน จะลงโทษต้องตรวจสอบตามขั้นตอนให้ชัดเจน ลบจริงหรือไม่ เจตนาที่แท้จริงคืออะไร ถ้าเจตนาลบข้อมูลให้มีปัญหาจริงก็มีความผิดมากน้อยตามพฤติกรรมและความเสียหาย

             3)  การที่จังหวัดเป็นผู้จ้าง ไม่ได้แปลว่าพนักงานราชการคนนั้นต้องทำงานที่จังหวัด  บางตำแหน่ง "ต้อง" ทำงานที่สถานศึกษา ทำงานที่จังหวัดไม่ได้
                  ผอ.สถานศึกษาต้องใช้ความสามารถบริหารจัดการให้ทำงานร่วมกันได้ ทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสีย  ถ้าใช้หลักการบริหารต่างๆแล้วไม่ได้ผล ยังมีปัญหา มีความผิดจริง ก็ลงโทษ แจ้งจังหวัดพิจารณาดำเนินการลงโทษตามขั้นตอน ( ซึ่งไม่มีขั้นตอนให้ส่งไปอยู่ที่อื่น )  ถ้ามีความผิดมากก็เลิกจ้าง

             ผมตอบคำถามนี้ตอนเช้า พอตอนกลางวันได้รับแจ้งว่า พนักงานราชการที่ลบข้อมูล นำข้อมูล BackUp มาให้แล้ว
             เรื่องนี้ ข้อเท็จจริงอาจไม่เป็นไปตามความข้างเดียวนี้ก็ได้ แต่ที่ผมยังนำเรื่องนี้มาลงเผยแพร่ ก็เพื่อจะให้ข้อคิดเห็นว่า ถ้า พฤติกรรมเป็นไปตามที่บอกนี้จริง จะมีความผิดหรือไม่ อย่างไร