แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกรด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกรด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562

1.ผอ.กศน.อำเภอ ไล่นักศึกษาไม่ใส่เครื่องแบบ ออกจากห้องสอบ (ระเบียบเครื่องแบบนักศึกษา กศน.), 2.ผอ.ใหม่ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ ได้ไหม, 3.ครู ศรช.ย้ายได้ไหม, 4.มหาวิทยาลัยไม่รับผู้ผ่านเทียบระดับ กศน., 5.ถามเรื่องกิจกรรมพัฒนาสังคม, 6.ถามเรื่องผู้ตรวจสอบภายใน ทักท้วงศูนย์ฝึกอาชีพ, 7.นักศึกษารหัส 531 เพิ่งส่งชื่อสอบ E-Exam จะจบได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เช้าวันเสาร์ที่ 30 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ระเบียบเกี่ยวกับชุดนักศึกษา กศน. มีหรือเปล่าว่าจะต้อง กางเกงหรือกระโปรงสีดำ เสื้อเชิตสีขาว เข็มขัดหนัง หัวเข็มขัดโลโก้ กศน. ถุงเท้าสีขาว รองเท้าคัทชู หุ้มส้นสีดำ ซึ่งฉันคิดว่าไม่มีแบบ ขอให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพ ก็เพียงพอแล้ว   ฉันสงสัย เพราะการสอบที่ผ่านมา ได้มี ผอ.กศน.อำเภอบางที่ ได้ไล่นักศึกษาออกจากห้องสอบ เพราะไม่ใส่เครื่องแบบนักศึกษา ซึ่งฉันไม่ทราบว่ามีระเบียบจากกระทรวง กฏเกณฑ์ต่างๆ หรือประกาศจากกระทรวง หรือจาก สนง.กศน.ส่วนกลาง อะไรบ้าง เกี่ยวกับชุดการแต่งกายของนักศึกษา กศน.

             ผมตอบว่า   ตอนต้นปี 2555 กศน.มีการประกวดออกแบบอุปกรณ์เครื่องแบบนักศึกษา กศน. เพื่อจะจดลิขสิทธิ์/ออกเป็นระเบียบเครื่องแบบนักศึกษา กศน. แต่.. ในที่สุดเรื่องนี้ก็ยกเลิกไป ถ้าจำไม่ผิดเป็นเพราะมี นักศึกษา/ผู้ปกครอง ร้องเรียนเรื่องเครื่องแบบเนื่องจากสิ้นเปลื้องด้วย และไม่สอดคล้องกับหลักการ กศน. โดยมี กศน.อำเภอ/เขต บางแห่งเก็บเงิน นศ.เพื่อการจัดทำ/จัดซื้ออุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบเหล่านี้ ซึ่งไม่ถูกต้อง
             ปัจจุบันส่วนกลางจึงไม่ได้กำหนดเครื่องแบบนักศึกษา กศน.
             สถานศึกษาสามารถกำหนดเองได้ นศ.จะใช้แบบที่เอกชนเขาทำขายกันเองก็ได้ แต่จะบังคับหรือกำหนดให้ นศ.ซื้อไม่ได้ ถ้าเครื่องแบบที่กำหนดนั้นมีค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองกว่าปกติทั่วไป ก็จะบังคับให้ นศ.แต่งเครื่องแบบนั้นไม่ได้นะ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

         2. คืนวันที่ 29 มี.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ผอ.กศน.อำเภอป้ายแดง พบว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือราชการของ ผอ.กศน.อำเภอนั้น เสีย ปิดการใช้งานไว้ จึงจะซื้อเครื่องใหม่ จะได้หรือไม่ มีวิธีดำเนินการอย่างไร

             เรื่องนี้  ผมนำไปถามต่อในกลุ่มไลน์สแควร์ กศน. มี ผอ.กศน.อำเภอ 2 ท่าน ช่วยตอบว่า  โทรศัพท์มือถือเป็นครุภัณฑ์ จึงซื้อด้วยเงินงบประมาณไม่ได้ ต้องซื้อด้วยเงินรายได้สถานศึกษา ตามระเบียบพัสดุ ( ถ้าย้าย ไม่สามารถนำเครื่องติดตัวไปได้ เพราะเป็นทรัพย์สินของสถานศึกษา ) โดยถ้าเครื่องเดิมซื้อด้วยเงินรายได้สถานศึกษาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนจำหน่ายเครื่องเดิมออกจากทะเบียนพัสดุก่อน
             อนึ่ง ผอ.กศน.อำเภอ ส่วนหนึ่ง ใช้เงินส่วนตัวซื้อเครื่อง แต่เบอร์ใช้สิทธิของทางราชการ ( เบอร์ที่จดทะเบียนในนาม กศน. ตามโครงการสานสายใย กศน.) เมื่อหมดสัญญาเครื่องจะเป็นของผู้ซื้อ ถ้าย้ายก็นำติดตัวไปได้

         3. วันที่ 2 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อยากทราบว่าครู ศรช. ย้าย อำเภอปฏิบัติงานได้ไหมคะ

             ผมตอบว่า   ปัจจุบัน ครู ศรช.เป็นผู้รับจ้างเหมาบริการ  ผู้จ้างคือ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด ( ในสัญญาจ้างข้อ 1 ระบุอำเภอที่ปฏิบัติงานไว้ด้วย )  ฉะนั้น ตามหลักการจึงย้ายไม่ได้ แต่ถ้าเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย (พอใจทั้ง ผอ.จังหวัด+ผอ.อำเภอทั้งสองแห่ง+ผู้รับจ้าง) ก็ย้ายได้  วิธีการในแต่ละจังหวัดอาจแตกต่างกัน เช่น รอให้หมดสัญญาก่อน เมื่อทำสัญญา/จ้างใหม่จึงเปลี่ยนอำเภอที่ปฏิบัติงาน

         4. เช้าวันที่ 1 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  นักศึกษาที่จบแบบเทียบระดับการศึกษา ไปสมัครเรียนที่ ม.ศรีปทุม เขาไม่รับค่ะ เขาอยากได้ใบเกรดและเกรดเฉลี่ย หนูจะมีแนวทางไหนที่จะออกเอกสารหลักฐาน หรือใช้ระเบียบอันไหนค่ะ ที่จะสามารถอ้างอิงได้ค่ะ

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ผมโพสต์บ่อยมากแล้ว เช่นในข้อ 1 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/03/  ว่า
             ใบวุฒิเทียบระดับไม่มีเกรด จึงเรียนต่อได้เฉพาะสถานศึกษาที่ไม่ดูเกรด เช่น ปวช. ปวส. นายสิบตำรวจทหาร มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเปิด ม.ราชภัฏเฉพาะสาขาการพัฒนาชุมชน
             ปกติมหาวิทยาลัยเอกชนจะไม่ดูเกรด ถ้ามหาวิทยาลัย/สถานศึกษาใด ยืนยันว่า สาขาวิชานั้นเขาต้องดูเกรด เราก็สมัครเรียนที่นั่นไม่ได้  (ควรบอกข้อมูลนี้ให้ผู้มาสมัครเทียบระดับฯรู้ตั้งแต่วันที่เขามาสมัคร)

         5. คืนวันที่ 2 เม.ย.62 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์สแควร์ กศน. ว่า  ใครมีกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาสังคม กศน.บ้างคะรบกวนขอหน่อยนะคะ

             ผมร่วมตอบว่า   ถ้าเรา ใช้คำ/ตัดคำ ตามใจเรา ก็จะทำให้มีคนเข้าใจน้อยลง เข้าใจไม่ตรงกัน/เข้าใจผิด ต้องเสียเวลาซักถาม
             คำนี้ควรใช้ว่า “การศึกษาต่อเนื่อง กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชน”
             ผมไม่แน่ใจว่า “กรอบแนวทางการจัด” ที่ต้องการถาม หมายถึงอย่างไรแน่ ( ใช้กรอบแนวทางการจัดการศึกษาต่อเนื่อง )
             การศึกษาต่อเนื่อง กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการศึกษาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยยึด ปรัชญาคิดเป็น/ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิด ( งบดำเนินงาน หัวละ 400 บาท ) ให้จัดในรูปแบบฝึกอบรมประชาชน ( ต้องทำโครงการ มีหลักสูตร ไม่ต้องลงทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน. ) เช่น
             1)  กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชนชน เรื่อง ขยะ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะสุขอนามัย การอนุรักษ์ทรัพยากร ประชาธิปไตย วัฒนธรรมประเพณี พลังงาน วิสาหกิจชุมชน การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ-ศาส-กษัตริย์ การคุ้มครองผู้บริโภค การป้องกันการทุจริต เศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งการสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ เป็นต้น
             2)  เรียนรู้ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท
             ถ้ายังไม่มีผู้ตอบตรงตามที่ต้องการ ลองถามอีกครั้ง แล้วคอยคนที่เข้าใจคำของคุณ มาตอบนะครับ

         6. เย็นวันที่ 2 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  มีระเบียบเกี่ยวกับการจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ระบุให้จัดภายในพื้นที่ตำบลนั้นๆ. ไหม เพราะตอนนี้หน่วยสอบภายในตรวจสอบการจัดกิจกรรมศูนย์ฝึก ว่าจัดนอกพื้นที่ตำบล. (ปล หลายอำเภอเอางบมาพัฒนาอาคารสถานที่โดยงบศูนย์ฝึกในรูปช่างพื้นฐาน) ฉันว่าถ้ามาตรวจสอบแบบนี้ผิดทั่วประเทศเลยนะ ผอ.อนุมัติการจัด จว.เซ็นการเบิกจ่าย”

             ผมตอบว่า   หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. หรือ สตง. แน่.. เข้าใจว่าเขามีเหตุผลสำคัญอื่นในการทักท้วงมากกว่า  ถ้าฟังต่อมาจากคนนั้นคนนี้ ไม่ได้ฟังชัดๆจากผู้ตรวจสอบฯ อาจเข้าใจกันผิด เพราะแต่ละคนก็พูด ตัด/ต่อ เข้าข้างพวกเดียวกัน


         7. วันที่ 5 เม.ย.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  นักศึกษารหัส 531 จบ 552 นักศีกษาไม่เข้าสอบ n-net หรือ e exam ในภาคเรียนสุดท้ายทีจะจบ จนกระทั้งนึกขึ้นได้ว่าจะใช้วุฒิ เลยให้ครูส่งชื่อเข้าสอบ e exam เมื่อกุมภาพันธ์ 62 ที่ผ่านมา (เมื่อเช็คจากระบบ ITW ของอำเภอปรากฎว่าผลการเรียนยังอยู่ และจนท ทะเบียนกำลังจะอัพข้อมูล e -exam เข้าระบบ ITW51) ถามว่า กรณีนีั้สามารถอนุมัติการจบให้นักศึกษาได้หรือไม่ เพราะผลการเรียนเกิน 10 ภาคเรียน (แต่เป็นผลการเรียนที่จบหลักสูตรแล้ว)

และขอถามอีกว่า เมื่อมีผู้รียนได้ผลการเรียนได้ครบทุกรายวิชาตามหลักสูตรแล้ว แต่ไม่ประสงค์จะเข้าสอบ n-net หรือ e-exam สถานศึกษาจำเป็นต้องรักษาสภาพนักศึกษาให้หรือไม่

         ผมตอบว่า   ถ้าวิชาแรกที่เรียนผ่าน ยังไม่เกิน 10 ภาคเรียน และไม่ขาดการรักษาสภาพเกิน 6 ภาคเรียน ก็อนุมัติให้นักศึกษาจบได้ แต่ที่บอกว่านักศึกษารหัส 531 นั้น วิชาแรกที่เรียนผ่านคงเกิน 10 ภาคเรียนนานแล้วนะ ถ้ายังไม่สอบ N-NET หรือ E-Exam ก็ยังไม่จบ ยังต้องนับจำนวนภาคเรียนต่อเรื่อย ๆ จะบอกว่าผลการเรียนจบหลักสูตรแล้วไม่ได้
         ส่วนการรักษาสภาพ ไม่ว่ากรณีใด สถานศึกษาจะรักษาสภาพให้นักศึกษาไม่ได้ ถ้านักศึกษาไม่รักษาสภาพด้วยตนเอง ขาดการติดต่อเกิน 6 ภาคเรียน ก็พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา (ถ้ายังไม่สอบ N-NET หรือ E-Exam ก็คือยังไม่จบ ยังต้องรักษาสภาพ)
         เรื่องเหล่านี้ โปรแกรม ITw มันรู้ระเบียบ วิชาที่เกิน 10 ภาคเรียน จะเปลี่ยนเป็นตัวสีจาง และถ้าขาดการรักษาภาพเกิน 6 ภาคเรียน มันก็ไม่ยอมให้ออกหลักฐานใด ๆ หรอก

         ผู้ถาม ถามต่ออีก ว่า  แล้วจะเทียบโอนให้แก่ได้ไหมคะ(เทียบใหม่-ให้แก่ลาออก)
         ผมตอบว่า  หมายถึงจะให้ลาออกย้อนหลังใช่ไหม  ถ้าเข้าโปรแกรมไปลาออกในเทอมนี้ ตอนที่พ้นสภาพแล้ว จะลาออกไม่ได้แล้ว ถ้าพ้นสภาพแล้วโปรแกรมจะไม่ยอมให้ทำอะไรทั้งนั้น
         แต่ถ้าเข้าโปรแกรมโดยเปลี่ยนเป็นภาคเรียนย้อนหลังไปยังภาคเรียนที่ยังไม่พ้นสภาพ ก็ลาออกได้ ได้ใบ รบ.จากการลาออก แต่นายทะเบียนและ ผอ.ที่จะเซ็นชื่อในใบ รบ.ต้องเป็นคนเก่า ณ วันย้อนหลังนะ ถ้าตอนนี้เปลี่ยนนายทะเบียนและ ผอ.เป็นคนใหม่แล้วจะมีปัญหา
         ในวันลาออก เฉพาะวิชาที่ยังไม่หมดอายุจึงจะปรากฏในใบ รบ.ที่ลาออก สามารถนำมาโอนได้เฉพาะวิชาที่ปรากฏในใบ รบ.ที่ลาออก


วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

1.ออกจากประกันสังคม ( ออกจากพนักงานราชการ ) เพราะสอบบรรจุได้ จะได้เงินอะไรจากประกันสังคม, 2.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถ้ารอหมดอายุแล้วจึงต่อ จะถูกปรับ 200 บาท/เดือน, 3.คำนวณเกรดการเทียบโอนฯได้ 2.25 ควรให้เกรด 2 หรือ 2.5, 4.ใบประกาศนียบัตรหมด ต้องดำเนินการอย่างไร, 5.ให้ข้าราชการใน ค่ายทหาร/เรือนจำ/สถานพินิจ เป็นครูประจำกลุ่มได้ไหม, 6.เรื่องปกติของ กศน. แต่เขารับไม่ได้, 7.เรียนผ่านทุกวิชาแล้ว ขาดแต่สอบ N-NET กับ กพช. ต้องลงทะเบียนอย่างไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1.
คืนวันที่ 9 พ.ย.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า
             “ ฉันได้ข้อมูลจากการเข้าอบรมเรื่องกฏหมายเกี่ยวกับพนักงานราชการชึ่ง ผอ.กจ.และ อ.จักราวุธ เป็นวิทยากร ให้กับครู กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด และฉันได้โทรปรึกษากับ อ.จักราวุธ อาจารย์ก็แนะนำในเรื่องการขอเงินจากกองทุนประกันสังคม ในกรณีที่ลาออกจากประกันสังคมเนื่องจากสอบได้ครูผู้ช่วย เราสามารถขอเงินกองทุนประกันสังคม ในส่วนที่เราจ่าย 5 เปอร์เช็นแต่ละเดือน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.กองทุนประกันสังคม 2.กองทุนส่วนการรักษาพยาบาล 3.กองทุนสำหรับการว่างงาน. และเราสามารถขอส่วนที่เป็นกองทุนในส่วนที่เราไม่ได้ใช้จาก ส่วนที่เป็นการรักษาพยาบาล ที่เราไม่ได้ใช้บริการในแต่ละป ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลเราก็สามารถขอ ในส่วนนี้คืนได้ในกรณีที่ลาออก และเมื่อสถานะการประกันลาออกจากประกันสังคมให้ขอโค๊ตการจ่ายเงินสมทบเดือนสุดท้ายและเดือนแรกเพื่อจะดำเนินการขอเงินส่วนนี้ผ่านทางเว็ปไชต์
                แต่ภายหลังฉันไม่สามารถติดต่อ อ.จักราวุธ ได้. ฉันจึงปรึกษาขอคำแนะนำจากอาจารย์อีกทาง ว่าข้อมูลที่ฉันได้มาเป็นจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป ”

             ผมตอบว่า   อาจจะฟังผิด.. ขอคืนค่ารักษาพยาบาลไม่ได้หรอกครับ เพราะสำนักงานประกันสังคมเขาจ่ายเงินเหมาจ่ายส่วนของเราให้โรงพยาบาลไปทุกปีแล้ว บางคนใช้เกินบางคนใช้ไม่หมด ถ้าคืนคนที่ใช้ไม่หมด แล้วคนที่ใช้เกินจะเอาที่ไหนมาล่ะ
             สิ่งที่จะได้ตามเกณฑ์คือ ส่วนของเงินออมกรณีชราภาพ กับเงินกรณีว่างงาน  ดูที่ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ในข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/02/blog-post.html
             ในส่วนของสิทธิประโยชน์ “กรณีว่างงาน” ถ้าจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือนติดต่อกัน และอายุไม่เกิน 55 ปี จะได้รับสิทธินี้ แต่ต้องไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานกับสำนักงานจัดหางานภายใน 30 วัน นับจากวันลาออก นะ ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานจัดหางานนะ แล้วมาเบิกที่ สนง.ประกันสังคม ไม่ใช่ขึ้นทะเบียนกับ สนง.ประกันสังคม
             ซึ่งจะได้เงิน 30 % ของค่าจ้างจริง ( แต่ถ้าค่าจ้างเกินเดือนละ 15,000 บาท ให้คิดค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท คือจะได้เงินไม่เกินเดือนละ 4,500 บาท ) เป็นเวลา 90 วัน ( 3 เดือน ) รวมจะได้ไม่เกิน 13,500 บาท โดยต้องรายงานตัวเป็นผู้ว่างงานทุกเดือน
             ถ้าขึ้นทะเบียนหลัง 30 วัน นับจากวันลาออก จะได้รับเงินลดลงตามวันทั้งหมดนับจากวันลาออกถึงวันขึ้นทะเบียน เช่น ถ้าขึ้นทะเบียนวันที่ 27 นับจากวันลาออก จะได้รับสิทธิเต็ม 90 วัน แต่ถ้าขึ้นทะเบียนวันที่ 32 นับจากวันลาออก จะถูกตัดสิทธิไป 31 วันเลย เหลือได้รับเงินเพียง 59 วัน และถ้าขึ้นทะเบียนช้าเกิน 3 เดือน ก็จะไม่ได้รับเงินนี้เลย แต่เกินแล้วจะขึ้นทะเบียนก็ได้ เพื่อให้สำนักงานจัดหางานเขาจัดหางานใหม่ให้เท่านั้น
             ลองขึ้นทะเบียนทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน ที่  https://empui.doe.go.th/auth/index  ก็ได้
             แม้การออกจากงานเพราะหมดสัญญาแล้วไม่จ้างต่อ ก็ได้รับสิทธินี้ ยกเว้นถูกเลิกจ้างกรณีทำความผิดต่าง ๆ จึงจะไม่ได้รับสิทธินี้

             เรื่องเงินกรณีว่างงานนี้ มีข้อมูลแตกต่างกัน คือ ท่านประกันสังคมจังหวัดท่านหนึ่งบอกว่า “ถ้าสำนักงานประกันสังคมรู้ว่าออกแล้วมีงานทำใหม่ จะไม่จ่ายให้”
             แต่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ยืนยันว่า จ่ายให้ 90 วัน แม้จะถามย้ำว่า ออกจากประกันสังคมแล้วเป็นข้าราชการต่อทันทีนะ ก็ยังยืนยันว่าจ่ายให้ 90 วัน

         2. เดือนมิถุนายน 2562 จะเป็นอีกรอบหนึ่งที่ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมดอายุมากที่สุด
             ดังนั้น ลองดูใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู/ผู้บริหาร ของตนเอง ว่าจะหมดอายุเมื่อไร ถ้าจะหมดอายุในเดือนมิถุนายน 2562
             "เดือนหน้า" ธันวาคม 2561 ก็เริ่มต่ออายุได้แล้วนะ
             เพราะต้องต่ออายุภายใน 180 วัน ก่อนวันหมดอายุ ถ้ารอให้หมดอายุแล้วจึงต่อ จะเสียค่าปรับเดือนละ 200 บาท เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน และถ้าปล่อยให้หมดอายุครบ 5 ปี จะต่ออายุไม่ได้เลย
             ตอนนี้เจ้าหน้าที่คุรุสภาจังหวัดย้ายไปอยู่ที่ สนง.ศธจ. แล้ว ไปต่ออายุที่ สนง.ศธจ.





         3. เย็นวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอความรู้เกี่ยวกับการเทียบโอนหน่อย ถ้าฉันคำนวณแล้วได้ผล 2.25 เราควรให้นักเรียนเกรด 2 หรือ  2.5

และถ้าคำนวณได้ 2.75 เราควรให้เกรด 2.5 หรือ 3

             ผมตอบว่า   เกรดของ “แต่ละวิชา” ของเรา ให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ ให้ทศนิยมเป็น .00 หรือ .50 เพราะเกรดรายวิชาจะต้องมีทศนิยมเป็น .00 หรือ .50  โดย ถ้าใกล้เลขต่ำให้ปัดลง ถ้าใกล้เลขสูงหรือใกล้เท่ากันให้ปัดขึ้น 
             ( ส่วน ระดับผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร จะมีทศนิยมสองตำแหน่งเป็นเท่าไรก็ได้ ตัดตำแหน่งที่สามทิ้งเลย ไม่ปัด )
             กรณีที่ถามนี้ 2.25 ใกล้ทั้ง 2.00 และใกล้ 2.50 เท่ากัน ให้ปัดขึ้นเป็น 2.50, ถ้า 2.24 ปัดลงเป็น 2.00, ถ้า 2.75 ปัดขึ้นเป็น 3.00
             ( ถ้าสนใจไฟล์ PowerPoint ที่ผมทำไปประกอบการบรรยายเรื่องการเทียบโอนฯ ตั้งแต่ปี 2557  ดาวน์โหลดได้ที่
                https://drive.google.com/file/d/1Wz94AeyF2vWVY5e7GgB-REs5Eked06dR/view?usp=sharing )






         4. วันเดียวกัน ( 11 พ.ย.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เนื่องจากใบประกาศนียบัตร (กศน.2) ระดับ ม.ปลาย ของ กศน.อำเภอ หมด ไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

             ผมตอบว่า   ประกาศนียบัตร ( กศน.2 ) เป็นหลักฐานการศึกษาควบคุมและบังคับแบบ เช่นเดียวกับ ระเบียนแสดงผลการเรียน ( กศน.1 ) จึงดำเนินการในลักษณะเดียวกัน คือ กศน.อำเภอ ทำหนังสือไป กศน.จังหวัด ขอให้ กศน.จังหวัดดำเนินการสั่งซื้อให้
             เป็นไปตามหนังสือแจ้งในภาพประกอบโพสต์นี้ ( หนังสือนี้ได้มาจากคุณ KRUSURAPEE-Jam )






         5. วันนี้ ( 12 พ.ย.) มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า 
             “ กรณีกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่นในค่ายทหาร ในเรือนจำ ในสถานพินิจ ทางกศนอำเภอมีสิทธิ์จ้างครูประจำกลุ่ม ที่เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นข้าราชการ ประจำหน่วยงานนั้นๆได้หรือเปล่า
                ถ้าได้ มีระเบียบหรือคำสั่งตัวไหนที่รองรับหรือเปล่า
                ( เนื่องจาก การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ จาก เจ้าหน้าที่ ประจำหน่วยงานนั้นๆ ) ”

             เรื่องนี้   เพื่อความมั่นใจ ผมนำคำถามไปให้สมาชิกกลุ่มไลน์ ITw NFE ช่วยกันให้ข้อมูลด้วย แล้วผมจึงตอบว่า
             กศน.จังหวัด สามารถแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการในหน่วยทหาร เรือนจำ/สถานพินิจ เป็นครูประจำกลุ่มได้  เพราะไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ห้าม ผู้ที่บอกว่าไม่ได้ เขาอาศัยระเบียบหลักเกณฑ์ใด  เข้าใจว่าปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ยังแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการในหน่วยทหาร เรือนจำ/สถานพินิจ เป็นครูประจำกลุ่ม มีเพียงส่วนน้อยที่แต่งตั้งคนนอกเข้าไปเป็นครูประจำกลุ่ม
             ใน “คู่มือการจัด กศ.ตามหลักสูตร กศน.51 สำหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน” ( คู่มือนี้ออกเมื่อปี 2560 ) หน้า 4 ก็ระบุว่า กศน.แต่งตั้งครูประจำกลุ่มจาก ครูสามัญหรือครูวิชาชีพหรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมาย ของกรมพินิจฯ
             ( ในหน่วยทหาร/เรือนจำ ก็ลักษณะเดียวกัน )

         6. เย็นวันที่ 13 พ.ย.61 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันทำงานอยู่ กศน. แล้วเรียนต่อ ป.บัณฑิต แล้วทีนี้เวลาฝึกสอน ฉันสามารถฝึกสอนที่ กศน.ได้ใหม

             ผมตอบว่า   ตามระเบียบ/หลักการ สามารถฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและปฏิบัติการสอนที่ กศน. ได้ เพราะคุรุสภากำหนดหลักเกณฑ์ว่าสถานศึกษาที่จะฝึกปฏิบัติการสอน ต้องเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและผ่านการประเมินภายนอกจาก สมศ. ซึ่ง กศน.ก็เข้าเกณฑ์นี้
             แต่ในทางปฏิบัติ
             - บางมหาวิทยาลัย ให้ ฝึกปฏิบัติการสอนที่ กศน. ได้ เช่น ม.นราธิวาส, ม.ราชภัฏเชียงใหม่, มรท.ราชมงคลพระนคร, ม.ราชภัฏเพชรบุรี, ม.ราชภัฏเชียงราย, ม.ราชภัฏนครราชสีมา, วิทยาลัยสันตพล, ม.เชนต์จอห์น, ม.ราชภัฏร้อยเอ็ด
             - บางมหาวิทยาลัย ไม่ให้ ฝึกปฎิบัติการสอนที่ กศน. เช่น ม.ราชภัฏเทพสตรี, ม.ราชภัฏนครปฐม, ม.ราชภัฏเพชรบูรณ์, ม.ราชภัฏสวนดุสิต, ม.ราชภัฏศรีษะเกษ
             สาเหตุที่บางมหาวิทยาลัย ไม่ให้ ฝึกปฏิบัติการสอนที่ กศน. เพราะเขารับไม่ได้ในเรื่องปกติของเรา คือ สอนไม่ตรงตาม ตาราง/เวลาสอน ไม่ตรงแผนการสอน ทำให้เขาเสียเวลามานิเทศเก้อ
             การนิเทศส่วนใหญ่จะแจ้งแผนล่วงหน้า แต่ บางมหาวิทยาลัยทำแผนนิเทศบอกช่วงนิเทศกว้างหลายวันโดยไม่ระบุรายละเอียดว่าวันใดไปที่ใด อย่างไรก็ตามอาจารย์นิเทศก็มักโทร.บอกล่วงหน้า แต่อาจารย์นิเทศบางท่านไม่บอกล่วงหน้า ( อาจารย์นิเทศจะไม่มีเวลามานิเทศในวันเสาร์อาทิตย์ )
             เรื่องนิเทศการฝึกปฏิบัติการสอน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการเรียน ป.บัณฑิต ดังจะเห็นได้จาก คุรุสภากำหนดโควตาให้มหาวิทยาลัยรับผู้เรียน ป.บัณฑิตได้ตามจำนวนอาจารย์ที่จะไปนิเทศนี่แหละ คือถ้ามหาวิทยาลัยไหนมีอาจารย์นิเทศ 1 คน ก็ให้รับผู้เรียน ป.บัณฑิตได้ครั้งละ 10 คน ถ้ามีอาจารย์นิเทศ 10 คน ก็รับได้ครั้งละ 100 คน
             นักศึกษา กศน.เรา ก็มาไม่ค่อยตรงเวลา ตารางสอนระบุเริ่ม 9.00 น. แต่ 9.30 น.แล้ว นักศึกษาเพิ่งมาครึ่งเดียว
             สรุปคือ ตามระเบียบ/หลักการนั้น สามารถฝึกปฏิบัติการสอนที่ กศน.ได้  ถ้ามหาวิทยาลัยใดไม่ให้ฝึกปฏิบัติการสอนที่ กศน. และ เรามั่นใจว่าจะสอนตรงตาม ตารางสอน/เวลาสอน/แผนการสอน ได้ ก็เจรจากับมหาวิทยาลัย ถ้ามหาวิทยาลัยยอมให้ฝึกปฏิบัติการสอนที่ กศน.แล้ว ก็พยายามรักษาไว้ โดยสอนให้ตรงตาม ตารางสอน/เวลาสอน/แผนการสอน ไม่ให้อาจารย์มานิเทศเก้อ
             ( ปกติตารางสอน กศน.ที่ส่งมหาวิทยาลัย ต้องระบุชั่วโมงสอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 10-12 ชม. ครูจึงมีสิทธิ์สมัครเรียน ป.บัณฑิต แต่ถ้าครู กศน.ไปฝึกปฏิบัติการสอนที่โรงเรียน สพฐ. ในส่วนตารางสอนที่ สพฐ.ต้องระบุชั่วโมงสอนอีกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 6-8 ชั่วโมง )

         7. วันที่ 14 พ.ย.61  มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  กรณีที่นักศึกษาเรียนครบตามหน่วยกิต แต่ขาดสอบ n-net และ กพช.ไม่ครบ จะต้องลงทะเบียนหรือจะทำยังไง

             ผมตอบว่า  ก็ให้เขาสอบ N-NET และทำ กพช.จนกว่าจะครบ
             ถ้าไม่ทิ้งไว้เกิน 6 เทอม หรือรวมเวลาตั้งแต่ได้ผลการเรียนวิชาแรกเกิน 10 เทอม ก็ไม่มีปัญหาอะไร  แต่ถ้าจะทำไม่เสร็จใน 6 เทอม ต้องให้เขาลงทะเบียนรักษาสถานภาพไว้ด้วย เพราะการบันทึกภาคเรียนที่สอบ N-NET และการบันทึกชั่วโมง กพช.ในภาคเรียนใด โปรแกรม ITw ไม่ได้ถือว่าเป็นการลงทะเบียน/รักษาสถานสภาพ