แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

1.ใบ รบ.จะใช้ชื่อบิดามารดาจริง หรือบิดามารดาบุญธรรม, 2.ขอเอกสารการเปลี่ยนชื่อ ศบอ.เป็น กศน.อ., 3.คำถามจากครูผู้สอนคนพิการใน กทม. ยาวจัง, 4.ผอ.วิตกว่าต้องตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเรียน, 5.ไม่จำกัดอายุผลการเรียนแล้วใช่ไหม, 6.กิจกรรมจิตอาสา เบิกค่าอาหารได้ไหม, 7.คนเดียวกัน เซ็นทั้งเป็นนายทะเบียนและผู้บริหาร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 8 พ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  อยากได้ระเบียบ การรับรองบุตรบุญธรรม กรณีืั้นักศึกษามายื่นเอกสารสมัครเรียนและจบ การออกใบรบ.ต้องใส่ชื่อบิดามารดาจริงหรือบิดามารดาที่นักศึกษาแนบหลักฐานการรับรองบุตรบุญธรรมค่ะ

             ผมตอบว่า   ให้ใช้ชื่อบิดามารดาตามใน “ทะเบียนบ้าน” ที่เป็นปัจจุบันก่อนจบ ( ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงชื่อเหล่านี้หลังจบ เราก็ไม่ต้องเปลี่ยนตาม )

         2. วันเดียวกัน (8 พ.ย.) มีผู้ถามในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  ขอคำแนะนำเกี่ยวกับ คำสั่ง หรือ เอกสารที่จัดตั้ง กศน.อำเภอ......จากศูนย์บริการการศึกษา.....มาเป็น..ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ.......... (จะนำไปแนบเรื่องยื่นขอติดตั้งมิเตอร์น้ำประปา)

             ผมตอบว่า   เอกสารคือ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนฯ พ.ศ.2551
             ดาวโหลดได้ที่  http://bit.ly/2NUxONW

         3. วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เป็นครูสอนคนพิการ กศน เขต....... มีเรื่องสอบถามใน3ประเด็น
             ประเด็นที่1 ขอสอบถามว่า เด็กพิการที่มีความประสงค์จะเรียน กับ กศน แต่ไม่มีบัตรผู้พิการ สามารถเรียนได้หรือไม่ เนื่องด้วยทาง ผู้อำนวยการ กศน เขต....... ได้ให้ความช่วยเหลือ ศูนย์การเรียนรู้เด็กพิเศษแห่งหนึ่ง ที่เข้ามาติดต่อ กับทาง กศน เขต....... ทางท่าน ผอ ก็ได้ให้ความช่วยเหลือกับทางศูนย์การเรียนเด็กพิเศษแห่งนั้น โดยการส่งครูเข้าไปจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาในสถานที่นั้นเพื่อเป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่พลาดโอกาส แต่เนื่องด้วยผู้เรียนบางรายในสถานที่นั้น บางรายก็มีบัตรผู้พิการ บางรายมีแค่ใบรับรองเเพทย์ว่ามีอาการของโรคประจำตัว และในบางรายมีความผิดปกติบางอย่างไม่เหมือนนักศึกษาปกติแต่ผู้ปกครองไม่พาไปทำบัตรผู้พิการ จึงสอบถามว่า สามารถนำผู้เรียนในลักษณะนี้เข้าเรียนในกลุ่มนักศึกษากลุ่มเป้าหมายพิเศษได้หรือไม่หรือต้องเรียนกับกลุ่มนักศึกษาปกติหากไม่มีบัตรผู้พิการ เนื่องด้วยหลายๆปัจจัยของผู้ปกครองและจากสภาพเเวดล้อมหลายปัจจัย ในด้านสังคมหลายเหตุผลของสถานที่พบกลุ่มเเห่งนั้น ที่ฉันเข้าไปสอน.
             ฉันสามารถ รับสมัครนักศึกษากลุ่มนี้เข้ารับการศึกษาของ กศน กลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้หรือไม่ หรือว่า ในรายที่ไม่มีบัตรผู้พิการจะต้องให้ไปเรียนกับนักศึกษาปกติหรือเปล่า.
             ประเด็นที่2 กรรมการสถานศึกษาของ กศน ทุกแห่งมีบทบาทหน้าที่ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช่มั้ย แต่ไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมการวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาของ นักศึกษา กศน และ ไม่ได้มีหน้าที่รับสมัครนักศึกษาและคัดเลือกคุณสมบัติของนักศึกษาในเเต่ละรายของนักศึกษากลุ่มเป้าหมายพิเศษในการตรวจเอกสารในการรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียน กศน ในเเต่ละเทอมใช่หรือไม่.
             หน้าที่การตรวจเอกสารและการรับสมัครฉันจำได้ว่าเป็นหน้าที่ของครูประจำกลุ่มและนายทะเบียนส่วนกรรมการสถานศึกษาไม่มีหน้าที่ตรงนี้ใช่มั้ย.
             ประเด็นที่3 ในขณะนี้ฉันทำงานใน กศน เขต....... แต่ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษของฉัน อาศัยอยู่เขตพื้นที่อื่น หรือ มีภูมิลำเนาอยู่เขตพื้นที่อื่น แต่ผู้เรียนมีความประสงค์ที่จะเรียน กศน เขต ที่ฉันทำงานอยู่ สามารถเรียนได้ใช่มั้ย และฉันสามารถขับรถไปสอนนักศึกษากลุ่มเป้าหมายพิเศษในเขตอื่นๆ ที่เป็นนักศึกษาของเขตที่ฉันทำงานอยู่ ได้ใช่มั้ย เพราะฉันได้ค่าเดินทางไปสอนนักศึกษาจากกรมทุกเดือน ประเด็นนี้ไม่ผิดระเบียบใช่มั้ย และการปฎิบัติของฉันถือว่าเป๋นการบริการผู้เรียนใช่มั่ย.

             ผมตอบดังนี้
             ตอบประเด็นที่ 1
             ผมไม่เห็นระเบียบหลักเกณฑ์ของ กศน.ที่ระบุว่า นักศึกษาพิการต้องมีบัตรผู้พิการ ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีบัตรผู้พิการก็เข้าเป็นนักศึกษากลุ่มเป้าหมายพิเศษได้ แต่ ต้องพิการจริง มิฉะนั้นอาจมีปัญหาภายหลังถ้ามีการร้องกัน
             อย่างไรก็ตาม เขาก็ควรทำบัตรผู้พิการนะ มันทำยากนักหรือถ้าพิการจริง ทำแล้วจะได้เบี้ยยังชีพคนพิการอีกด้วยนะ
             ในส่วนของการเรียนร่วมกับนักศึกษาปกตินั้น เป็นอีกส่วนหนึ่ง นักษาพิการไม่ว่าจะมีบัตรผู้พิการหรือไม่ ก็สามารถจัดให้เรียนร่วมในกลุ่มนักศึกษาปกติ หรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละราย
             ตอบประเด็นที่ 2
             กรรมการสถานศึกษาของ กศน. กับของ สพฐ. ใช้ระเบียบคนละฉบับนะ ไม่เหมือนกัน แต่บทบาทหน้าที่ตามที่ถามมานั้น ก็ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกรรมการสถานศึกษา อย่างไรก็ตอบ ผอ.สถานศึกษาอาจขอให้เขาร่วมทำได้เป็นรายกรณีไป
             ตอบประเด็นที่ 3
             นักศึกษา กศน.มีสิทธิเลือกสมัครเรียนที่อำเภอ/เขตไหนก็ได้ ตามที่เขาสะดวก ไม่จำเป็นต้องเรียนตามทะเบียนบ้าน แต่ไม่ใช่ว่าครูขอให้เขามาลงในกลุ่มตนโดยเขาไม่ได้สะดวกจะมาเรียนที่กลุ่มตนจริง
             อย่างไรก็ตาม กศน.อำเภอ/เขตมีหน้าที่จัดการศึกษาภายในอำเภอ/เขต การข้ามเขตจะเป็นการก้าวก่ายกันวุ่นวาย ถ้าเขาสะดวกจะเรียนในเขตไหนเขาก็ต้องเรียนในเขตนั้น ไม่ใช่ให้ครูไปสอนข้ามเขต

         4. วันที่ 11 พ.ย.62 มี ผอ.ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  พี่เอกคะ พี่มีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม ที่ออกมาตอนท่านกฤษชัย เป็นเลขาค่ะ เรื่องที่ว่าหนังสือซื้อ กศน.อำเภอต้องตรวจเนื้อหาเอง ค่ะ ถ้ามี อยากได้ค่ะพี่ส่งให้ในเฟสฯก็ได้ค่ะ  ผอ.อำเภอ ที่สั่งซื้อหนังสือเรียน ไม่จ้างพิมพ์ วิตกว่าต้องตรวจสอบความถูกต้องเองค่ะ

             ผมตอบว่า   เขาไม่ได้หมายถึงตรวจละเอียด เพราะหนังสือของเอกชนก็ต้องผ่านการตรวจ มีหลักฐานการตรวจจากส่วนกลางหรือศูนย์ภาคก่อน
             แต่ที่ให้สถานศึกษาตรวจกรณีนี้หมายถึง หนังสือที่เคยผ่านการตรวจก่อนการเปลี่ยนรัชกาลแล้ว ก็ยังต้องปรับแก้คำหรือข้อความเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์/ประวัติศาสตร์อีก
             คือให้สถานศึกษาตรวจว่าหนังสือนั้นปรับแก้ข้อความเกี่ยวกับพระมหากษัติย์/ประวัติศาสตร์แล้วหรือไม่ ไม่ใช่ตรวจละเอียดทั้งเล่ม
             ( แต่เพื่อความสะดวกและมาตรฐาน จะใช้วิธีจ้างพิมพ์ตามต้นฉบับของเรา ก็มีเหตุผลครับ )

         5. วันที่ 13 พ.ย.62 มี ผอ.ถามผมทางไลน์ ว่า  ขอสอบถามอายุของผลการเรียนที่เรียนกับ กศน.ค่ะ อันนี้ครูเอกชัยเคยตอบไว้ ( ผู้ถามลงภาพเอกสารมา 3 ภาพ ) ไม่จำกัดอายุผลการเรียนแล้วใช่ไหมคะ

             ผมตอบว่า   นำภาพเอกสารมา 3 ภาพ จนผมไม่รู้ว่าจะเจาะจงถามประเด็นไหน
             ประเด็นต่าง ๆ ยังเหมือนเดิมคือ ถ้าหมายถึงผลการเรียนสายสามัญที่จัดเป็นชั้นเรียน ( ไม่ใช่ผลการเรียนการศึกษาต่อเนื่อง ) จะนับอายุผลการเรียนรายวิชา เฉพาะในช่วงที่กำลังเรียนยังไม่จบยังไม่ลาออก แต่ถ้ารายวิชาเหล่านั้นไปปรากฏในใบ รบ.แล้ว ( เรียนจบหรือลาออก ) รายวิชาที่อยู่ในใบ รบ./ใบระเบียน ไม่ว่าจะเรียนมาจากสังกัดไหน จะไม่จำกัดอายุผลการเรียน เช่นลาออกจาก ป.5 มาตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ก็ยังเทียบโอนได้

         6. วันที่ 18 พ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ด้านจิตอาสาสามารถเบิกค่าอาหารได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้าจัดในลักษณะ การเข้าค่าย ฝึกอบรม ก็มีอัตรากำหนดให้เบิกได้ ( ตามข้อ 1.1-1.2 ในตารางแนบท้ายคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 669/61 ลว.20 มี.ค.61 )

         7. วันที่ 21 พ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ที่อำเภอตอนนี้ไม่มีผอ.กศน.เพราะเกษียณไปแล้ว แต่มีข้าราชการตำแหน่งนายทะเบียน และรักษาการในตำแหน่งผอ.กศน.(คนเดียวกัน) ถ้าออกใบระเบียนการศึกษา นี่สามารถเซ็นได้ทั้งสองที่เลยไหมคะ

             ผมตอบว่า   ใช่ครับ


วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

1.ไปราชการในเขตที่เช่าซื้อบ้านไว้ เบิกค่าเช่าที่พักได้ไหม, 2.พรบ.ไปราชการฯฉบับใหม่ ทุกระดับตำแหน่งใช้รถรับจ้าง-รถส่วนตัวได้, 3.ไม่เรียนวิชาเลือกบังคับ จะจบได้ไหม, 4.ค่าอาหาร นศ.เข้าค่าย ให้ทำเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุ, 5.การซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน, 6.วิธีช่วยให้สมองดีในวันสอบ, 7.การเปลี่ยนสายงานของ ขรก.38 ค.(2)



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ผู้บริหารหรือครูไปราชการอำเภอที่เช่าซื้อบ้านไว้ สามารถเบิกค่าที่พักได้หรือเปล่า

             เรื่องนี้  ผมได้เรียนถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน.ในวันที่ 26 ก.พ.60 นี้ ได้รับคำตอบว่า
             จากการศึกษาระเบียบในเบื้องต้น ระเบียบไม่ได้ระบุห้ามประเด็นนี้ไว้โดยตรง ถ้าเช่าที่พักที่อื่นและต้องชำระค่าเช่าที่พักจริงก็เบิกค่าเช่าที่พักได้ แต่ถ้าพัก ณ บ้านที่เช่าซื้อไว้ หรือพักที่อื่นแต่ไม่ต้องจ่ายค่าเข่าที่พักจริง แล้วเบิกค่าที่พัก แม้จะเบิกแบบเหมาจ่าย ไม่ได้ระบุว่าพักที่ใด ก็มีความผิดถ้ามีการตรวจสอบพบ

         2. พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560

             1)  แก้ไขบทนิยามคำว่า “ข้าราชการ” โดยตัด “ข้าราชการฝ่ายตุลาการ และข้าราชการฝ่ายอัยการ"  ออก ซึ่งมีผลให้พระราชกฤษฎีกาฯไม่ใช้บังคับกับข้าราชการตุลาการและอัยการ เนื่องจากสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานอัยการมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

             2)  แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้เดินทางไปราชการทุกระดับตำแหน่ง สามารถเดินทางโดยพาหนะรับจ้างได้ โดยผู้เดินทางต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

             3)  เพิ่มเติมให้ใช้พาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ โดยผู้เดินทางต้องใช้พาหนะส่วนตัวนั้นตลอดเส้นทาง ถ้าไม่สามารถใช้พาหนะส่วนตัวได้ตลอดเส้นทาง ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอนุญาต

             4)  กำหนดชั้นโดยสารเครื่องบินในการเดินทางไปราชการสำหรับ การเดินทางในประเทศ โดยให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (อธิบดีหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ เอกอัครราชทูต รองปลัดกระทรวง)  ตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น  ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง  ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ  ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ  โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด

                  ส่วนการเดินทางในต่างประเทศ ให้พิจารณาจากระยะเวลาในการเดินทาง คือ
                  - ระยะเวลาการเดินทางตั้งแต่เก้าชั่วโมงขึ้นไป กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด
                  - ระยะเวลาการเดินทางต่ำกว่าเก้าชั่วโมง กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้แก่ อธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ตรวจราชการ เอกอัครราชทูต รองปลัดกระทรวง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า  โดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจ  และกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ตำแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า  โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด
                  ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเดินทาง

                  นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นต้องโดยสารเครื่องบินในชั้นที่สูงกว่าสิทธิ สามารถเดินทางได้แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากปลัดกระทรวงเจ้าสังกัดก่อน ยกเว้นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญลงมา ประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษลงมา ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น  ให้โดยสารเครื่องบินในชั้นประหยัดเท่านั้น

             5)  กรณีข้าราชการที่ปฏิบัติราชการประจำในต่างประเทศย้ายไปประจำสำนักงานซึ่งต่างสังกัด ให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากสังกัดใหม่ที่ไปประจำ ( เดิมไม่มีกำหนด ในเรื่องนี้ไว้ )
                  รวมทั้งกำหนดเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ จัดให้มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับชั้นโดยสารเครื่องบิน เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ

         3. วันที่ 28 ก.พ.60 ครู กศน.ตำบล อ.แม่สาย ถามผมระหว่างที่นั่งประชุมใกล้กัน ว่า  นศ.ออกมาจากในระบบ เทียบโอนเข้าสู่หลักสูตร กศน. ซึ่งเทียบโอนได้มากจนสามารถเรียนเทอมเดียวจบ แต่ติดที่วิชาเลือกที่เทียบโอนได้ไม่ใช่วิชาเลือกบังคับ ถ้าต้องเรียนวิชาเลือกบังคับอีก 2 วิชา จะไม่สามารถเรียนจบในเทอมเดียว โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ไม่ยอมให้จบ  ถามจากส่วนกลางได้รับคำแนะนำให้กลับไปใช้โปรแกรม ITw รุ่นเก่าสำหรับ นศ.รายนี้เพื่อให้จบได้ในเทอมเดียว
             ถามว่าจะต้องปฏิบัติอย่างนี้ใช่หรือไม่

             เรื่องนี้  ผมเรียนถามกลุ่มพัฒนา กศน. ได้รับคำตอบว่า เป็นไปตามที่ถาม คือ นโยบายให้ นศ. รหัส 591...... เป็นต้นไป ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ 2 วิชา แต่ถ้า เทียบโอนได้วิชาเลือกครบหน่วยกิตแล้ว ก็ไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับก็ได้ แต่ถ้ายังเหลือวิชาเลือกที่ต้องเรียนอีกก็ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ
             กรณีที่ได้วิชาเลือกครบแล้วไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ แต่โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ไม่ยอมให้จบ ให้แก้ไขโดยวิธีกลับไปใช้โปรแกรม ITw รุ่นเก่าก่อนรุ่น 3 ต.ค.59 เฉพาะรายนี้  ( คงไม่แก้โปรแกรม ITw รุ่นใหม่ให้เลือกได้ เพราะเป็นปัญหาส่วนน้อย และถ้าเลือกได้ บางแห่งอาจเลือกให้ นศ.ที่ต้องเรียนวิชาเลือก ให้เรียนวิชาเลือกอื่นที่ไม่ใช่วิชาเลือกบังคับ )

         4. วันที่ 13 มี.ค.60 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การเบิกจ่ายเงินนักศึกษาเข้าค่ายฝึกอบรม พักค้างคืน เดิม อาหารและเครื่องดื่มจะเบิกตามระเบียบฝึกอบรม แต่ปัจจุบัน กศน.จังหวัด... ... ให้จัดจ้างเหมาทำอาหารตามระเบียบพัสดุ บอกว่าจะเบิกตามระเบียบฝึกอบรมไม่ได้เพราะเป็นงบเงินอุดหนุน
             จึงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ จึงขอให้ช่วยไขข้อข้องใจ แท้จริงแล้วควรปฏิบัติวิธีการใดถึงจะถูกต้อง

             เรื่องนี้  การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน กศ.ขั้นพื้นฐาน ในการเข้าค่ายพัฒนา “นักศึกษา” ไม่ใช่การฝึกอบรมประชาชน จึงใช้ระเบียบการฝึกอบรมไม่ได้
             ในการจัดอาหาร-เครื่องดื่มต้องทำเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุ
             ( อ.ชลลดา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. บอกว่า หน่วยตรวจสอบภายในเป็นผู้ไปแนะนำเรื่องนี้ให้จัดจ้างตามระเบียบพัสดุอย่างนี้ )

         5. คืนวันที่ 15 มี.ค.60 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก เรื่องการซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน  ว่า

             อย่าลืมนะ การจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ให้ดาวน์โหลดต้นฉบับหนังสือเรียนที่ปรับปรุงใหม่แล้ว มาเป็นต้นฉบับในการจ้างพิมพ์  ( การซื้อก็ต้องซื้อหนังสือเรียนที่ปรับปรุงใหม่แล้ว )
             ในช่วงต้นปี
2560 มีการปรับปรุงถึง 18 วิชา
            
( ปรับปรุงเพิ่มเติมพระนามรัชกาลที่ 9-10, พระนามพระบรมวงศานุวงศ์, คำที่เกี่ยวข้อง, วันสำคัญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์, พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ปรัชญา, สมเด็จพระสังฆราช, พระพรหมคุณาภรณ์ )
             ดูหนังสือแจ้งที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheingeTextR10.pdf

         6. วันที่ 17 มี.ค.60 มีผู้ขอคำแนะนำผมทางไลน์กลุ่มห้องสมุดชาวตลาด ว่า  ขอคำแนะนำให้กับน้องๆที่สมัครสอบบรรณารักษ์ กศน.

             ผมไม่รู้ว่าขอคำแนะนำด้านไหน และผมก็ไม่รู้จะแนะนำอะไร จึงขอแนะนำวิธีกระตุ้นให้สมองปราดเปรื่องในการทำข้อสอบ ว่า
             เราสามารถกระตุ้นสมองเพื่อให้สติปัญญาดีขึ้น ( หรือเฉื่อยชา ) ได้ โดย
             - ถ้าได้พักผ่อนเพียงพอ สมองก็จะทำงานได้ดี และในทางตรงข้าม สมองจะเฉื่อยชา คิดอะไรไม่ค่อยออก หลง ๆ ลืม ๆ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ  ฉะนั้นคืนวันก่อนวันสอบจึงไม่ควรนอนดึกมาก หรือนอนน้อยเกินไป

             - น้ำ มีส่วนช่วยให้สมองชุ่มชื่น กระตุ้นการคิดได้ดี  ในวันสอบและก่อนเข้าห้องสอบควรดื่มน้ำให้เพียงพอเหมาะสม

             - ยา บางชนิดมีผลตรงข้ามกับน้ำ เช่น ยาแก้ไข้ แก้หวัด แก้แพ้ ยากดประสาท จะทำให้สมองเบลอ คิดไม่ออก  ฉะนั้น ควรดูแลรักษาสุขภาพ จะได้ไม่ต้องใช้ยาเหล่านี้ในวันสอบ

             - ในวันสอบ ควรไปถึงสนามสอบ และหาห้องสอบ แต่เนิ่น ๆ เมื่อหาห้องสอบเจอแล้วยังเหลือเวลาเตรียมความพร้อม-นั่งพัก-เข้าห้องน้ำ ให้เรียบร้อย จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งพร้อมที่จะคิดวิเคราะห์  แต่ถ้าไปถึงสนามสอบใกล้ถึงเวลาเข้าห้องสอบ กว่าจะหาห้องสอบพบก็ถึงเวลาเข้าห้อง จะลุกลนตื่นเต้นตกใจ ทำให้สมองสับสนไม่ปลอดโปร่ง คิดไม่ออกจำไม่ได้

         7. วันที่ 20 มี.ค.60 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก เรื่องการเปลี่ยนสายงานของ ขรก. 38 ค.(2) ว่า

             ตามที่ ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้เปลี่ยนสายงานและมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น นั้น
             เนื่องจากขณะนี้ ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนสูง กว่าขั้นสูงของตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง และ ก.ค.ศ.ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวมาใช้กับ ขรก.38 ค.(2) ด้วยแล้ว
             ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกตำแหน่งประเภททั่วไปให้เป็นประเภทวิชาการ ให้สอดคล้องกับมติ ครม. ใหม่ ดังนี้
             - คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก คือ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ที่รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท
             - ให้บรรจุและแต่งตั้งเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ โดยให้ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม  กรณีที่เงินเดือนเดิมสูงกว่าขั้นสูงของระดับปฏิบัติการ ให้ได้รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด


วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

1.นศ.กศน.เป็นกลุ่มเป้าหมาย กศ.ต่อเนื่องได้ไหม, 2.เนื้อหาเรื่องใดเป็นทักษะชีวิต, 3.จ้างพิมพ์หนังสือ 2 แสน ไม่ทำสัญญาได้ไหม, 4.การจ้างครูประเภทต่าง ๆ แบบจ้างเหมาบริการ, 5.พนักงานราชการย้าย(ปฏิบัติงานนอกพื้นที่) ข้ามจังหวัด-จังหวัดที่มีครู กศน.ตำบล เกิน/ขาด, 6.ใบวุฒิปลอม ออกโดย กศน.ตำบล, 7.ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ เป็นช่างพื้นฐานหรือไม่



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้
 

         1. เช้าวันที่ 23 มิ.ย.59 Pattanan Dondee ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  กลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษาต่อเนื่อง กรณีเป็นนักศึกษาหลักสูตร กศ.ขั้นพื้นฐานสามารถนำมาเป็นกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   กลุ่มเป้าหมายคือประชาชน  แต่ นศ.กศน.ขั้นพื้นฐาน ก็เป็นประชาชน ย่อมเป็นกลุ่มเป้าหมายได้  แต่ถ้ากลุ่มนั้นมีแต่ นศ.กศ.ขั้นพื้นฐานล้วน ๆ ก็ไม่เหมาะ โดยเฉพาะถ้าจัดในช่วงเวลาพบกลุ่ม กศ.ขั้นพื้นฐาน โดยงด/ไม่เลื่อนการพบกลุ่ม ยิ่งไม่ถูก
 

         2. ครู กศน.ตำบลที่ กศน.อ.ผักไห่ คนหนึ่ง ไม่เข้าใจความแตกต่างของ วิชาชีพ-ทักษะชีวิต-เศรษฐกิจพอเพียง-เทคโนโลโยลีที่เหมาะสม เช่น เสนอขอจัด กศ.ต่อเนื่อง ในเรื่องแนะแนวการศึกษาต่อ  เสนอจัดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในเรื่องเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร  เสนอจัดทักษะชีวิตในเรื่องการปลูกพืชผักสวนครัว

             ผมอธิบายว่า  การแนะแนวการศึกษาต่อเป็น กศ.ขั้นพื้นฐานมากกว่า กศ.ต่อเนื่อง  การปลูกพืชผักสวนครัวเป็นเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่าทักษะชีวิต  ให้หาวิชาใหม่  วิชาที่เขาหามาใหม่ก็ไม่ตรงอีก  บางครั้งผมก็ปล่อยผ่านเรื่องส่งให้จังหวัดพิจารณา เพราะอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ   มาแนะนำในเฟซบุ๊คนี้ดีกว่า

             "ทักษะชีวิต" จัดฝึกอบรมได้ใน "เนื้อหาวิชา" 7 เรื่อง ได้แก่
              ( เนื้อหาวิชาเหล่านี้ ให้จัด "กิจกรรม" ให้เกิดทักษะชีวิต 10 ทักษะ คือ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสร้างสัมพันธภาพ การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง ความเห็นใจผู้อื่น การจัดการกับอารมณ์ การจัดการกับความเครียด )
             1)  สุขภาพกาย-จิต
             2)  ยาเสพติด
             3)  เพศศึกษา
             4)  คุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์
             5)  ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
             6)  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
             7)  ประชาธิปไตยในวิถีชีวิต

         3. วันที่ 23 มิ.ย.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊กผม ว่า  จ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนงบ 2 แสนบาท ใช้ใบสั่งจ้างหรือสัญญาจ้าง  เห็น ผอ. บอกว่าใช้ใบสั่งจ้างก็ได้

             ผมตอบว่า   ตามระเบียบพัสดุ ข้อ 133 การซื้อการจ้างโดยวิธีตกลงราคา กับวิธีพิเศษ ใช้ใบสั่งซื้อ/จ้างแทนสัญญาได้ อยู่ในดุลยพินิจ อาจให้ทำสัญญาเพื่อความรัดกุม  ( ช่วง 1 ต.ค.58 - 30 ก.ย.59 วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท ใช้วิธีตกลงราคาได้ )  ลักษณะเดียวกับที่ผมเคยตอบใน
             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/09/n.html  และ
             - ข้อ 4 (2) ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/10/sar.html

 

         4. วันเดียวกัน ( 23 มิ.ย. ) ส่วนกลางส่งเรื่องการจ้างครูประเภทต่าง ๆ แบบจ้างเหมาบริการ ให้ทุกจังหวัดทางอีเมล

             ดูได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/teacherJang.pdf  

              ( ครูสอนคนพิการ, ครู ปวช., ครู กพด., ครูชาวเล, ครู ศรช., ครูบ้านยามชายแดน, ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน, ครูประจำกลุ่มยกเว้นครูประจำกลุ่มที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ )

             ส่งตัวอย่างแบบฟอร์มสัญญาจ้างให้ด้วย
             ถ้าจ้างด้วยเงินอุดหนุน เช่น ครู ศรช. ให้จ้างครั้งละ 6 เดือน ( ครึ่งปีงบประมาณ )  ถ้าจ้างด้วยงบดำเนินงาน เช่น ครู กพด. ครูบ้านยามชายแดน ให้จ้างครั้งละ 1 ปีงบประมาณ
             ถ้าจ้างโดยวิธีตกลงราคา หรือวิธีพิเศษ โดยไม่ทำสัญญา จะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่ได้

             การจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
             ค่าเบี้ยเลี้ยงไปราชการวันละ 240 บาท  ค่าที่พักเบิกได้ตามระเบียบ  ค่าพาหนะตามความจำเป็นและประหยัด  ค่าทำงานนอกสัญญา ชั่วโมงละ 50 บาท

         5. จังหวัดที่มีครู กศน.ตำบล เกิน/ขาด, พนักงานราชการย้าย ( ปฏิบัติงานนอกพื้นที่ ) ข้ามจังหวัด  อ่านข้อ 2 ของหนังสือแจ้งที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/PRGchenge.pdf

         6. วันที่ 24 มิ.ย.59 ผอ.กศน.อ.สวรรคโลก โทร.มาถามผม ว่า  มีวิทยาลัยชุมชน ส่งใบวุฒิการศึกษาที่ระบุว่าเรียนจบจาก กศน.ตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอสวรรคโลก มาให้ กศน.ตำบลแห่งนั้นตรวจสอบ ซึ่งเป็นใบวุฒิปลอม กรณีนี้ใครจะเป็นผู้แจ้งความ

             ผมตอบว่า   ปกติสถานศึกษาที่ถูกปลอมแปลงเอกสารจะเป็นผู้แจ้งความ แต่ กศน.ตำบลไม่ใช่สถานศึกษา  อย่างไรก็ตาม กศน.ตำบลเป็นส่วนหนึ่งของ กศน.อ.สวรรคโลก ฉะนั้น กศน.อ.สวรรคโลกอาจจะต้องเป็นผู้แจ้งความ แต่ผมไม่แน่ใจจึงแนะนำให้หารือนิติกร กจ.กศน.
             กศน.อ.สวรรคโลกได้หารือ กจ.กศน. และผมเองก็หารือเรื่องนี้กับท่านวรวิทย์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติกร กจ.กศน.ด้วย  จากการหารือกันสรุปว่า กศน.ตำบลเป็นส่วนหนึ่งของ กศน.อ.สวรรคโลก ปกติต้องรายงานให้ปลัดกระทรวงมอบอำนาจให้ไปแจ้งความ แต่เรื่องการปลอมแปลงเอกสารใบวุฒิปลอมนี้ ในเบื้องต้นให้ กศน.อ.สวรรคโลกไปแจ้งความ และรายงาน สนง.กศน.จังหวัดโดยเร็ว เพื่อให้จังหวัดรายงานเข้าไปส่วนกลางต่อไป

 

         7. วันที่ 6 ก.ค.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  หลักสูตรช่างพื้นฐาน เราสามารถเปิดหลักสูตรช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่  หัวหน้างานต่อเนื่องที่อำเภอบอกว่าไม่สามารถเปิดได้ ต้องเป็นช่างปูน ช่างประปาหรือช่างไฟฯ  ส่วนช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ไม่ถือเป็นช่างพื้นฐาน

             ผมตอบว่า   หลักสูตรช่างพื้นฐาน ( ช่างภายในบ้าน ) เช่น ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างปูน ช่างทาสี ช่างเชื่อม ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและเครื่องใช้สำนักงาน
             ส่วนช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ แล้วแต่จะตีความ บางคนก็ว่าช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ช่างพื้นฐาน บางคนก็ว่าใช่เพราะคอมพิวเตอร์ก็เป็นเครื่องใช้ภายในบ้าน
             เปิดไปก็ไม่ผิด