แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคากลาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคากลาง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

1.ขาดสอบปลายภาค สองภาค ให้คัดชื่อออก เป็นระเบียบหรือแนวปฏิบัติ, 2.กำหนดราคาอ้างอิงใหม่ ค่าหนังสือเรียน, 3.ห้ามซื้อ/จ้างพิมพ์หนังสือเรียน ที่ยังไม่แก้ไขต้นฉบับ ( ต้องไม่ใช้ใบแทรก ), 4.มีหลักเกณฑ์เงินอุดหนุนใหม่ ไม่ให้อำเภอใช้พัฒนาบุคลากร ไหม?, 5.เป็นพนักงานราชการ 10 กว่าปี แล้วลาออก ยังแต่งเครื่องแบบได้ไหม, 6.ครู กศน.ตำบล ขอย้ายภายในอำเภอ จากตำบลที่มีอยู่ 2 คน ไปตำบลที่มีอยู่ 1 คน ได้ไหม, 7.ประเมินครู ศรช.- พนักงานราชการไปต่างประเทศช่วงลาพักผ่อน



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. คืนวันที่ 7 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ในการสอบปลายภาคเรียน ที่ว่า นศ. ขาดสอบสองภาคเรียนให้คัดชื่อออกจากระบบนั้น เป็นระเบียบหรือแนวปฏิบัติ และถ้าขาดสอบหนึ่งภาคเรียนสามารถคัดชื่อออกได้ไหม ขอความชัดเจน

             ผมตอบว่า  ไม่มีทั้งระเบียบและแนวปฏิบัติให้คัดชื่อออกกรณีขาดสอบปลายภาคสองภาคเรียน แต่เคยมีนโยบายของท่านเลขาธิการ กศน.บอกว่า ถ้า นศ.ขาดสอบปลายภาคติดต่อกันสองภาคเรียนก็ไม่ควรให้ลงทะเบียนเรียนต่อ เพราะ อาจจะเป็น นศ.ผี หรือ นศ.ที่ไม่ได้ประสงค์จะเรียนแต่ครูฝืนให้ลงทะเบียนเพื่อให้ได้จำนวน นศ.ตามเกณฑ์
             ส่วนระเบียบหลักเกณฑ์ กำหนดว่า ถ้า นศ.ขาดการติดต่อ ไม่มาลงทะเบียนรักษาสถานภาพการเป็น นศ. ติดต่อกันเกิน 6 ภาคเรียน ก็จะพ้นสภาพการเป็น นศ.โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคัดชื่อออก

             ในส่วนของนโยบายที่ไม่ให้ผู้ขาดสอบปลายภาคติดต่อกันสองภาคเรียน มาลงทะเบียนเรียนต่อนั้น โดยหลักการถ้า นศ.ตั้งใจจะลงทะเบียนเรียนต่อโดยจะเรียนจริง ๆ เราไม่มีสิทธิห้ามลงทะเบียนเรียนต่อ  ดังนั้นในทางปฏิบัติแต่ละสถานศึกษาจะมีวิธีดำเนินการต่างกัน เช่น
             บางแห่ง ถ้าขาดสอบปลายภาคติดต่อกันสองภาคเรียนแล้วจะเรียนต่อ ก็ให้ตัวตนมายืนยันลงทะเบียนเรียนกับหัวหน้ากลุ่มตำบล ไม่ใช่ลงทะเบียนกับครู  และถ้าขาดสอบปลายภาคติดต่อกันเป็นภาคเรียนที่สามแล้วจะเรียนต่ออีก ต้องมายืนยันตัวตนลงทะเบียนกับ ผอ. ให้ ผอ.พิจารณาว่าลงทะเบียนแล้วจะมาเรียนแน่หรือไม่
             บางแห่ง แค่ขาดสอบปลายภาคเพียงภาคเรียนเดียวก็ให้ลงทะเบียนเรียนต่อกับหัวหน้ากลุ่ม ถ้าขาดสอบติดต่อกันสองภาคเรียนก็ให้มาลงทะเบียนกับ ผอ.เลย เป็นต้น
             ขึ้นอยู่กับนโยบายผู้บริหารในแต่ละแห่ง

         2. กศน.ประกาศกำหนดราคาอ้างอิง ค่าหนังสือเรียน และหนังสือสรุปเนื้อหาที่ต้องรู้ วิชาบังคับ ทั้ง 3 ระดับ รวม 42 วิชา โดยกำหนดราคาอ้างอิงพร้อมสเป็คการ “จ้างพิมพ์” ใหม่ ตามประกาศฉบับลงวันที่ 6 ก.ย.60
             ( ในกรณีที่ กำหนดราคาอ้างอิงสำหรับ 500 เล่ม กับ 600 เล่ม  ถ้าจ้างพิมพ์มากกว่า 500 เล่ม แต่น้อยกว่า 600 เล่ม หัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. บอกว่าเพื่อประโยนชน์ของทางราชการให้ใช้ราคาอ้างอิงของจำนวนที่มากกว่า ( ราคาถูกกว่า ) คือราคาสำหรับ 600 เล่ม )

             ส่วนการ “ซื้อ” ยังใช้ราคาอ้างอิงตามประกาศฉบับปี 57 โดยฉบับปี 57 นี้ให้ดูเฉพาะราคาซื้อ ไม่ต้องดูราคาจ้างแล้ว
             สามารถดาวน์โหลดได้ที่ 
             -
https://www.dropbox.com/s/qdhrdewkrcocpz0/pricebookNFE60.pdf?dl=1  หรือที่
             -
http://goo.gl/Qmcvr2  ( ไฟล์ลิ้งค์นี้ชัดกว่า แต่ไฟล์ใหญ่มาก ๆ )

         3. ห้ามซื้อ/จ้างพิมพ์ หนังสือเรียน กศน. ที่ต้นฉบับยังไม่แก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ถูกต้อง
             จะต้องเป็นการพิมพ์แก้ไขเนื้อหา จัดทำรูปเล่มเรียบร้อย โดยต้องไม่มีการจัดทำใบแทรกประกอบในหนังสือเรียน
             
( ใช้ต้นฉบับที่ปรับปรุงถูกต้องสมบูรณ์แล้วในการจ้างพิมพ์ และในการจัดซื้อให้ตรวจสอบความถูกต้อง รวมทั้งหนังสือรายวิชาเลือกเสรีที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเองด้วย )
            
https://www.dropbox.com/s/y37mlq7ae7pbmxm/bookstop.pdf?dl=1 

         4. คืนวันที่ 13 ก.ย.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีระเบียบสำนักงาน กศน.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุน ปี 2560 ไหม ที่เห็นล่าสุดมีแต่ระเบียบปี 2559 แต่ จนท.แผนจังหวัดบอกว่า ระเบียบปี 60 กำหนด 12 ข้อ โดยตัดเรื่องพัฒนาบุคลากรออกไป ไม่ให้จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากร อำเภอไม่สามารถทำได้ เป็นอำนาจจังหวัด.. เลยอยากหาข้อเท็จจริง

             ผมตอบว่า   ไม่เห็นมีระเบียบปี 60 นะ.. การพัฒนาบุคลากรด้วยเงินอุดหนุน ต้องพัฒนาเฉพาะครู กศน.ที่มีบทบาทหน้าที่สอน กศ.ขั้นพื้นฐาน และต้องพัฒนาในเรื่อง กศ.ขั้นพื้นฐาน โดยโครงการพัฒนาฯถ้าพาครูไปต่างจังหวัด หรือใช้เงินรวมเกินอำนาจอำเภอ หรือจัดในลักษณะฝึกอบรม ก็ต้องได้รับอนุมัติโครงการจากจังหวัด

             เพื่อความแน่ใจ ผมได้เรียนถามเรื่องนี้กับกลุ่มการคลัง และหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. อีกครั้งในวันนี้ ( 14 ก.ย.60 )
             - กลุ่มการคลัง บอกว่า ไม่ได้ออกระเบียบหลักเกณฑ์ใหม่ ยังใช้ฉบับเดิม
             - หน่วยตรวจสอบภายใน บอกว่า อำเภอมีหน้าที่จัดอบรมพัฒนาบุคลากร "ของตนเอง" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา ( กศน.อำเภอ/เขต ) ข้อ 9   ไม่เคยได้ยินว่ามีระเบียบเงินอุดหนุนฉบับใหม่ เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดของบางคนแล้วนำไปพูดเลยขยายไปไกล








         5. ดึกวันที่ 12 ก.ย.60 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในเฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีที่เคยเป็นครูอาสามา 10 กว่าปี แล้วลาออก สามารถใส่ชุดขาวปกติได้ไหม

             ผมตอบว่า   เมื่อลาออกพ้นจากการเป็นพนักงานราชการแล้ว ก็หมดสิทธิแต่งเครื่องแบบพนักงานราชการแล้ว
             ( ที่ผู้รับบำนาญเขาแต่งชุดปกติขาวได้นั้น เขาไม่ได้แต่งเครื่องแบบข้าราชการ แต่เขาแต่งเครื่องแบบผู้รับบำนาญซึ่งเกือบเหมือนกับเครื่องแบบข้าราชการ )

         6. คืนวันที่ 14 ก.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ครู กศน.ตำบลที่มี 2 คน ถ้าจะย้ายไปอีกตำบลที่มีครู กศน.ตำบลอยู่แล้ว อำเภอเดียวกัน จะยื่นย้ายคราวนี้ได้หรือเปล่า ตำบลที่จะย้ายไปมีนักศึกษาและหมู่บ้านมากกว่า ถ้าย้ายไปก็ไม่ต้องจ้างครู ศรช.เพิ่ม อ่านดูเงือนไขการย้ายไม่แน่ใจ

             ผมตอบว่า   ถ้าเป็นตำแหน่งครู กศน.ตำบล เลขที่ตำแหน่งจะระบุตำบลเลยว่าเลขที่นี้อยู่ตำบลไหน
             ตำบลที่จะย้ายไปนั้นมีเลขที่ตำแหน่งกี่เลขที่ล่ะ ถ้ามีเลขที่เดียวและเจ้าของเลขที่ตำแหน่งนั้นไม่ได้ย้ายออกก็คือตำบลนั้นไม่มีตำแหน่งว่าง คนอื่นจะย้ายไปลงไม่ได้ เงื่อนไขที่สำคัญคือต้องมีตำแหน่งว่าง หรือย้ายสับเปลี่ยนในตำแหน่งเดียวกัน คำว่าตำแหน่งว่างคือมีเลขที่ตำแหน่งว่าง
             ( ถามจังหวัดดูว่า ปัจจุบันมีตำบลใดที่มีเลขที่ตำแหน่งครู กศน.ตำบล แต่ไม่มีคนครองตำแหน่งอยู่ ก็จะเป็นตำแหน่งว่าง ซึ่งครู กศน.ตำบลอื่นขอย้ายไปลงได้โดยไม่ต้องสับเปลี่ยน
               แต่ถ้าไม่มีเลขที่ตำแหน่งว่างอยู่เลย ก็จะขอย้ายสับเปลี่ยนได้เท่านั้น จะขอย้ายไปเพิ่มโดย
“ย้ายเลขที่ตำแหน่ง” ของตนตามตัวไปด้วยไม่ได้
             การ
“ย้ายเลขที่ตำแหน่ง” ก็คือการเกลี่ยอัตรา ซึ่งปกติจะเกลี่ยเฉพาะตำแหน่งว่าง โดยเกลี่ยจากตำบลที่มีอัตราเกินเกณฑ์ไปยังตำบลที่ยังไม่มีอัตราครู กศน.ตำบล
             ถ้าจะเกลี่ยตำแหน่งที่มีคนครองอยู่โดยเจ้าตัวเต็มใจไป ก็ต้องเข้าเกณฑ์นี้ เช่นเกลี่ยจากตำบลที่ปัจจุบันมีครู กศน.ตำบล 3 อัตรา ไปยังตำบลที่ยังไม่มีอัตราครู กศน.ตำบล โดยแจ้งให้ส่วนกลางเป็นผู้ดำเนินการเกลี่ย )

         7. วันเดียวกัน ( 14 ก.ย.) มีครู กศน.ตำบล ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ครู ศรช.มาทำงานได้ 1 เดือน เขาจะต้องเข้ารับการประเมินเพื่อจ้างต่อไหม
             และ ถ้าฉันลาพักผ่อน แต่ช่วงที่ลาฉันจะไปต่างประเทศ ต้องทำหนังสือขออนุญาตสำนักหรือเปล่า

             ผมตอบว่า
             1)  ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ให้ประเมินผู้รับจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ เพื่อจ้างต่อ ( ผมโพสต์ประเด็นนี้เมื่อไม่นาน )
             2)  บุคลากรของรัฐ ( ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ-พนักงานราชการ ) จะไปต่างประเทศ แม้จะไปด้วยเงินส่วนตัวในวันหยุด/วันลาพักผ่อน ก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตส่วนกลาง


วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

1.ราคากลางการซื้อพัสดุ, 2.วิธีหาพิกัด-MOEnet-ค่าครุภัณฑ์, 3.เครื่องแบบพนักงานราชการหญิง ปล่อยเอวไม่คาดเข็มขัดได้, 4.ที่ไหนใช้ MOEnet ถ้าอินเตอร์เน็ตขัดข้อง ให้รีบโทร.แจ้งหมายเลขวงจร, 5.ให้ผู้เรียน ป.บัณฑิต ฝึกสอนที่ กศน.ได้- เพิ่มการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้เข้าเทียบระดับฯ-การจัดและเบิกจ่ายงานการศึกษาต่อเนื่องแบบอบรม, 6.นักศึกษาที่เป็นทหารชายแดนใต้ จะใช้การคุ้มครองครู-พระ เป็น กพช.ได้ไหม, 7.เก็บเอกสารประวัตินักศึกษาที่งานทะเบียน หรือที่ครู



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ดึกวันที่ 19 ก.พ.59 มีผู้ถามผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ค ว่า  หนูเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุของ รร. ถามเพื่อความแน่ใจ ว่า ณ ปัจจุบัน ปี 2559 ไม่มีการกำหนดราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษแล้วใช้ไหม  แล้วราคากลางกระดาษของกรมบัญชีกลางจากเว็บไซต์ ... ... อันนี้ คืออะไร

             ผมตอบว่า
             1)  ราคากลางกระดาษยกเลิกตั้งแต่ 1 เม.ย.50  ส่วนไฟล์เอกสารราคากลางกระดาษของกรมบัญชีกลาง ... ... นี้ คงเป็นไฟล์เอกสารเก่าตั้งแต่ก่อน 1 เม.ย.50
                   ( อ่านใน
                     - ข้อ 1 (2) ที่ http://nfeph.blogspot.com/2015/01/n-net.html และ
                     - ที่ http://www2.cgd.go.th/webboard_topicdetail.asp… )
                  แต่ การซื้อ/จ้าง พัสดุ ราคาเกินแสนบาท ต้องกำหนดราคากลาง ถ้าไม่กำหนดราคากลาง ก็ผิด

 

         2. ดึกวันที่ 26 ก.พ.59 ผมเผยแพร่เรื่อง วิธีหาพิกัด-MOEnet-ค่าครุภัณฑ์ ลงในเฟซบุ๊ค  ดังนี้

             2.1  วิธีหาพิกัดโดยใช้กูเกิ้ลแมพ  ( อยู่ที่ไหนก็ดูพิกัดได้ ไม่ต้องไปถึงที่ )

                   1)  เข้าดูแผนที่ ที่  https://www.google.co.th/maps/@14,100,7z?hl=th
                   2)  หาดูว่าจุดที่ต้องการจะดูพิกัด นั้น อยู่บริเวณใดของแผนที่ แล้วเลื่อนให้บริเวณนั้นมาอยู่กลางจอ  ( เลื่อนโดยใช้เม้าส์คลิกซ้ายที่แผนที่ค้างไว้แล้วลาก )
                   3)  ขยายภาพแผนที่โดยคลิกที่เครื่องหมาย +  แล้วเลื่อนให้บริเวณที่ต้องการมาอยู่กลางจออีก  ค่อย ๆ ขยายภาพและเลื่อนภาพสลับกันไป จนไม่สามารถขยายได้อีก
                   4)  เปลี่ยนมุมมอง จากมุมมองแผนที่ เป็นมุมมองภาพถ่ายโลกจากดาวเทียม  โดยคลิกที่สัญลักษณ์ภาพ Earth
                   5)  หาว่าจุดที่ต้องการ ( เช่น กศน.ตำบล ) นั้น อยู่ตรงไหน แล้วใช้เม้าส์ชี้ให้ตรงกลางหลังคา กศน.ตำบล ค้างไว้แล้วคลิกขวา ( ตอนคลิกขวานี้ อย่าให้เม้าส์ขยับเขยื่อนออกไปนอกหลังคา ) แล้วเลื่อนเม้าส์มาคลิกซ้ายเลือก “ที่นี่มีอะไร ( What’s here? )”  ก็จะมีชื่อสถานที่และเลขพิกัดขึ้นมา เช่น 14.458139, 100.370531  ( เลขจำนวนแรกคือละติจูดหรือองศาเหนือ จำนวนหลังคือลองจิจูดหรือองศาตะวันออก )
                   6)  เราอาจจะจดเลขพิกัดไว้ หรือคลิกซ้ายที่เลขพิกัดนั้น เลขพิกัดจะไปปรากฏที่มุมขวาบน ให้เราสามารถลากคลุมตัวเลขและก็อปปี้เพื่อไปวางที่อื่นได้





             2.2  อินเทอร์เน็ตของ กศน.จังหวัด อำเภอ และห้องสมุด  อยู่ในเครือข่าย MOEnet  จ่ายค่าใช้อินเทอร์เน็ตโดยกระทรวง  ถ้าระบบอินเทอร์เน็ตเสีย ให้รีบแจ้ง 1477 โดยบอกหมายเลขวงจร  ( มีข้อตกลงว่า เขาต้องแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง และถ้าเสียเกิน 15 วัน กระทรวงจะไม่จ่ายค่าใช้อินเทอร์เน็ตเดือนนั้น )

             2.3  ค่าซ่อมลำโพงโทรศัพท์มือถือของ ผอ. เป็นค่าครุภัณฑ์



         3. คืนวันที่ 8 มี.ค.59 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า การแต่งกายของพนักงานราชการ ครู กศน.ตำบล ชุดสีกากี ที่สวมในทุกวันจันทร์ สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ เข็มขัดสีดำ แต่มีครู กศน.ตำบลบางท่านที่เป็นผู้หญิง..ใส่แบบเสื้อปิดกระโปรง.. เขาแจ้งว่าเป็นชุดลำลอง ไม่มีใครใส่เข็มขัดสีดำกันหรอก... การแต่งกายแบบนี้ถูกต้องหรือ

             เรื่องนี้  ถ้าเป็นข้าราชการพลเรือนหญิง จะมีเสื้อแบบปล่อยเอว ( ปล่อยชายทับกระโปรง ) แต่ตามระเบียบข้าราชการพลเรือนที่จริง เสื้อแบบปล่อยเอวก็ให้มีเข็มขัดคาดทับเสื้อ แต่เป็นเข็มขัดผ้า หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า ไม่ใช่เข็มขัดหัวโลหะตราครุฑ
             แต่ข้าราชการพลเรือนหญิงที่ใส่เสื้อแบบปล่อยเอวส่วนใหญ่จะใช้เสื้อเข้ารูปแล้วไม่คาดเข็มขัด

             ผมเรียนถามเรื่องนี้กับ กจ.กศน.วันที่ 9 มี.ค.59  ได้รับคำตอบว่า พนักงานราชการหญิง ใส่เครื่องแบบมาปฏิบัติงานปกติ โดยใส่เสื้อแบบ คอแบะ ปล่อยเอว เข้ารูป ไม่คาดเข็มขัด ได้
 

         4. อินเทอร์เน็ตของ กศน.ภาค/จังหวัด/สถานศึกษาขึ้นตรง/อำเภอ/ห้องสมุด ทุกแห่ง รวมทั้ง ศรช.บางแห่ง ที่ใช้เครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ ( MOEnet ) จะเหมาจ่ายค่าใช้อินเทอร์เน็ตโดยส่วนกลาง ( สป.ศธ.)  ถ้าระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ให้รีบโทร.แจ้ง 1477 โดยบอกหมายเลขวงจร

             ดูหมายเลขวงจรของแต่ละแห่งที่  https://db.tt/65pk60db
              ( คลิกเลือกจังหวัดจากตัวกรองที่หัวคอลัมน์ “จังหวัด” )

             มีข้อตกลงว่า  เขาต้องแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง
             และถ้าขัดข้องเกิน 15 วัน กระทรวงจะไม่จ่ายค่าใช้อินเทอร์เน็ตเดือนนั้น ฉะนั้นถ้าขัดข้องเกิน 15 วัน ให้แจ้ง สป.ศธ. ( MOEnet )

              ( สำหรับ กศน.ตำบล/ศรช. ที่ไม่ได้ใช้ MOEnet ของกระทรวง ศธ. จะดูลักษณะอินเตอร์เน็ตและหมายเลข ได้ที่  https://db.tt/BcNb2Kud )

         5. คืนวันที่ 11 ถึงคืนวันที่ 15 มี.ค.59 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง เกณฑ์การประเมินพนักงานราชการ  เรื่องให้ผู้เรียน ป.บัณฑิต ฝึกสอนที่ กศน.ได้  เรื่องเพิ่มการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้เข้าเทียบระดับฯ  เรื่องการจัดและเบิกจ่ายงานการศึกษาต่อเนื่องแบบอบรม  ว่า

             5.1  กรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการ
                   ดูรายละเอียดที่ https://db.tt/KMnqJLi8

             5.2  ให้ผู้เรียน ป.บัณฑิต ฝึกสอน ( ฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน และปฏิบัติการสอน ) ในสถานศึกษา กศน. ได้





             5.3  เพิ่มการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้เข้าเทียบระดับฯ จากรายละ 1,500 บาท เป็น 3,000 บาท ( รายเก่า ที่เคยเก็บ 750 บาท ก็เปลี่ยนเป็น 3,000 บาท ทุกครั้งที่ลงทะเบียน )




             5.4  จัดและเบิกจ่ายงานการศึกษาต่อเนื่องแบบอบรมได้แล้ว
             การศึกษาต่อเนื่อง.. อะไรจัดและเบิกจ่ายแบบฝึกอบรมได้เท่าไร อะไรไม่ได้ ?
             กศน.โดย กป. ได้จัดทำคู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่องแบบฝึกอบรม 1 เล่ม และแบบกลุ่มสนใจ/ชั้นเรียน 1 เล่ม  ดาวน์โหลดได้ที่
             - คู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( ฉบับปรับปรุง 2559 ) แบบกลุ่มสนใจ/ชั้นเรียน
               https://db.tt/zDLTGTrC
             - คู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่อง แบบฝึกอบรม
               https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/ManualTrain.pdf


               ถ้าแบ่ง กศน.ต่อเนื่อง ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ( เอกสารแต่ละฉบับอาจแบ่งต่างกัน )  คือ
              1)  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ/ศูนย์ฝึกอาชีพ ( งบรายจ่ายอื่น ) เช่น
                   1.1)  พัฒนาอาชีพ ( ต่อยอดอาชีพเดิม )  ให้จัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน
                   1.2)  1 อำเภอ 1 อาชีพ  ให้จัดในรูปแบบกลุ่มสนใจหรือชั้นเรียน
                   1.3)  ช่างพื้นฐาน  ต้องจัดในรูปแบบชั้นเรียน
             2)  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ( งบดำเนินงาน หรือรายจ่ายอื่น ) เช่น
                   2.1  พัฒนาทักษะชีวิต 10 ประการ ให้แก่ประชาทุกช่วงวัย ใน 7 เรื่อง ( สุขภาพกาย-จิต ยาเสพติด เพศศึกษา คุณธรรม-ค่านิยม ความปลอดภัย ทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย )  จัดได้ทั้ง 3 รูปแบบ ตามความเหมาะสมของงบประมาณและเนื้อหา
                   2.2  ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้จัดในรูปแบบชั้นเรียนหรือฝึกอบรม
                   2.3  พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ( งบรายจ่ายอื่น ) ให้จัดในรูปแบบฝึกอบรม
                         - หลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ ( 70 และ 420 ช.ม.)
                         - เสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
             3)  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ( งบดำเนินงาน ) ให้จัดในรูปแบบฝึกอบรม เช่น
                   3.1  กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชนชน เรื่อง การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ-ศาส-กษัตริย์ การคุ้มครองผู้บริโภค การป้องกันการทุจริต เศรษฐกิจชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม
                   3.2 เรียนรู้ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท

             การจัดการศึกษาต่อเนื่องทั้ง 3 ประเภทนี้ ทุกประเภทต้องมีหลักสูตร  แบ่งรูปแบบการจัดได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ
             1)  รูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน ( ไม่ต้องทำโครงการ )  ผู้เรียนต้องลงทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน. ใช้วิทยากรในการสอน เบิกได้เฉพาะค่าตอบแทนวิทยากรกับค่าวัสดุ แบ่งย่อยเป็น 2 แบบ  ดังนี้
                   1.1  แบบกลุ่มสนใจ  เป็นการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรละไม่เกิน 30 ชั่วโมง วันละไม่เกิน 3 ชั่วโมง ผู้เรียนกลุ่มละ 6 คนขึ้นไป  เบิกค่าตอบแทนวิทยากรไม่เกิน 120 บาท/ชม. กรณีมีการฝึกปฏิบัติเบิกค่าวัสดุได้ไม่เกิน 1,000 บาท/กลุ่ม
                   1.2  แบบชั้นเรียนวิชาชีพ  เป็นการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรระยะสั้น 31-100 ช.ม. หรือระยะยาว 100 ช.ม.ขึ้นไป  ผู้เรียนกลุ่มละ 11 คนขึ้นไป  ส่วนกลางไม่กำหนดจำนวนชั่วโมงต่อวัน ผู้บริหารระดับจังหวัด/อำเภอสามารถกำหนดอย่างไรหรือไม่ก็ได้  เบิกค่าตอบแทนวิทยากรไม่เกิน 200 บาท/ชม.  ค่าวัสดุเบิกได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมดังนี้
                         - หลักสูตร 31-50 ชม. ไม่เกิน 3,000 บาท/กลุ่ม
                         - หลักสูตร 51-70 ชม. ไม่เกิน 4,000 บาท/กลุ่ม
                         - หลักสูตร 71 ชม.ขึ้นไป ไม่เกิน 5,000 บาท/กลุ่ม
             2)  รูปแบบอบรมประชาชน ( ต้องทำโครงการ )  เป็นหลักสูตรที่ใช้กระบวนการฝึกอบรมให้กับประชาชน ไม่ต้องลงทะเบียนเป็นนักศึกษา กศน. เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด ภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ดังนี้
                  – ค่าตอบแทนวิทยากร ไม่เกิน 200 บาท/ชม.
                  – ค่าอาหารมื้อหลัก ไม่เกินมื้อละ 70 บาท/คน
                  – ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ไม่เกินมื้อละ 25 บาท/คน
                  – ค่าวัสดุในการจัดฝึกอบรม เท่าที่จำเป็นเหมาะสมและประหยัด
                  – ค่าจ้างเหมายานพาหนะในการศึกษาดูงาน  ตามที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บโดยประหยัด
                  – ค่าเช่าสถานที่อบรมตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด ตามที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ โดยให้พิจารณาสถานที่ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นอันดับแรก
                  – ค่าเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด
                  – ค่าของสมนาคุณในการศึกษาดูงาน เบิกเท่าที่จ่ายจริง แห่งละไม่เกิน 1,500 บาท
 

         6. วันที่ 16 มี.ค. 59 จ๊ะเอ๋ เพชรทอง ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  นักศึกษาที่เป็นทหารเกณฑ์อยู่สามจังหวัดชายแดนใต้ สามารถทำกิจกรรม กพช. โดยเอากิจกรรมที่เขาปฏิบัติ เช่น เป็นทหารที่คอยรับส่งครู พระ มาเขียนเป็นกิจกรรม. กพช.ได้หรือเปล่า มีหนังสือสั่งการโดยตรงหรือเปล่า

             ผมตอบว่า   ไม่มีหนังสือสั่งการเป็นรายกรณี แต่ให้พิจารณาจากกรอบการทำ กพช. ว่า กิจกรรมนั้น โยงเข้ากรอบการทำ กพช. ข้อใดได้หรือไม่
             ดูกรอบการทำ กพช. ได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/QualityOfLife.pdf
             เช่น การคุ้มครองครู-พระ ถ้าทำโดยสมัครทำ ( ไม่ใช่ทำเพราะเป็นบทบาทหน้าที่กำหนดโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ) ก็เป็น กพช. ประเภทกิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชน ตามกรอบ กพช. ข้อ 4.2 (2) ได้

         7. วันที่ 17 มี.ค.59 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  การเก็บประวัตินักศึกษา เก็บที่งานทะเบียนหรือเก็บที่คุณครู

             ผมตอบว่า   เก็บ ใบสมัคร+หลักฐานเอกสารประกอบ+ใบลงทะเบียน+ฯลฯ ที่งานทะเบียน


วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

1.พบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง, 2.เรื่องเครียด ( ครูลงทะเบียนให้ นศ.ซ้ำ แล้วไม่ให้ถอน จะฟ้อง สตง. !? ), 3.บ้านพักข้าราชการว่าง จะเบิกค่าเช่าบ้านได้กรณีใด, 4.ราคากลางหนังสือเรียน อาจไม่ใช้ราคาที่เคยซื้อต่ำสุด แต่ต้องมีเหตุผลเพียงพอ, 5.เกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท, 6.เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย, 7.ข้อ 1-9 ข้อไหนถูก ( การรักษาการในตำแหน่ง )



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. แจ้งใหม่ให้จัดการเรียนรู้แบบพบกลุ่ม สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น
             - จัดกระบวนการเรียนรู้ในรายวิชาที่ลงทะเบียน ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
             - จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน การคิดเป็น การอ่านการเขียน และทักษะการสื่อสารถ่ายทอดกระบวนการคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ 3 ชั่วโมง
             https://db.tt/RsGZG7SW

         2. มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ครูที่อำเภอ ... ... ถามหนูว่าจะเรียนที่ไหนแน่ทำไมลงทะเบียน 2 ที่  หนูบอกว่าเทอมนี้หนูไม่ได้ลงทะเบียนที่อำเภอ ... ... ครูให้หนูไปถอนการลงทะเบียน แต่ครูที่อำเภอ ... ... บอกว่าเขาไม่มีนโยบายให้ถอนการลงทะเบียน ส่วนครูที่อำเภอ ... ก็บอกว่าเรียน 2 แห่งไม่ได้   ทำไมครู 2 แห่งไม่คุยกันเองคะ หนูจะต้องฟ้องไปที่ ปปช. สตง. หรือที่ไหนคะ

             ผมตอบว่า   เรื่องที่ นศ.ไม่ได้ลงลายมือชื่อในใบลงทะเบียนด้วยตนเอง แต่สถานศึกษาไม่ยอมถอนใบลงทะเบียนนี้ออก ไม่น่าจะเกิดขึ้น หน่วยงานภายนอกคงไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าจะแจ้ง สตง. ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนะ   ควรเขียนจดหมายแจ้งไปที่หน่วยงานภายใน กศน. เช่น สนง.กศน.จังหวัดก่อน ถ้าไม่ได้ผลจึงแจ้งไปที่หน่วยงานภายนอก ( เพื่อเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานภายในเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริต ต่อไปครู 2 แห่งจะได้คุยกันเองได้ )

         3. เช้าวันที่ 1 ธ.ค.58 รอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด ท่านหนึ่ง ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  ระเบียบเกี่ยวกับบ้านพักข้าราชการ ยังแบ่งประเภทเหมือนเดิมหรือเปล่า เช่น บ้านพักข้าราชการระดับ 7-8 และ กศน. จังหวัดต่างๆที่มีบ้านพัก เป็นบ้านพักผู้อำนวยการ หรือบ้านพักข้าราชการ ระดับ 7-8

             ผมตอบว่า   ในการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการ จะแบ่งเพียง 2 ประเภท คือบ้านพัก ผอ. กับ บ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  โดยทั่วไป บ้านพักข้าราชการของ กศน.จังหวัด ที่มีหลายหลัง จะมี 1 หลังที่เป็นบ้านพัก ผอ.  หลังอื่น ๆ เป็นบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.  แต่ถ้า กศน.จังหวัดใดมีบ้านพักข้าราชการหลังเดียว ก็คงเป็นบ้านพัก ผอ.
             ผมถามกลับว่า  จะถามว่า ถ้ามีบ้านพักว่างอยู่ แต่เป็นบ้านพักคนละประเภท จะไม่อยู่ แต่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้ไหม ใช่หรือเปล่า
             ท่านรองฯ บอกว่า ใช่

             เรื่องนี้  ผมถามหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ได้รับคำตอบจาก อ.สกุลนา และ อ.สุณีย์ ว่า  ต้องมีรายละเอียดอื่น ๆ ประกอบการพิจารณา จึงจะตอบได้ถูกต้องเป็นกรณี ๆ ไป  แต่โดยทั่วไปคือ
             1)  ถ้าบ้านพัก ผอ.มีอยู่ ผอ.จังหวัดจะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ แม้แต่จะเคยเบิกค่าเช่าซื้ออยู่ก็ต้องหยุดเบิก
             2)  กรณีข้าราชการ กศน.จังหวัด ที่ไม่ใช่ ผอ. จะเบิกค่าเช่าบ้าน ( คำว่าข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.นี้ รวมถึง รอง ผอ.ด้วย โดยบ้านพัก ผอ. ไม่ใช่บ้านพักรอง ผอ. )  ให้ ผอ. หรือ “กรรมการจัดบ้านพัก” พิจารณากำหนดดังต่อไปนี้ ( ผอ.มีอำนาจในการพิจารณากำหนดตามหลักเกณฑ์ แต่ ผอ.จะตั้ง “กรรมการจัดบ้านพัก” ขึ้นมากำหนดแทนตนหรือไม่ก็ได้ )
                  - ถ้าบ้านพัก ผอ. ว่างอยู่ แต่ผู้ที่จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ใช่ ผอ. จะกำหนดให้ข้าราชการผู้นั้นเข้าอยู่บ้านพัก ผอ. หรือไม่ก็ได้ จะให้ข้าราชการเบิกค่าเช่าบ้านโดยปล่อยให้บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ก็ได้  แต่ถ้ากำหนดให้เข้าอยู่บ้านพัก ผอ. ข้าราชการอื่นนั้นก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้
                  - กรณีมีบ้านพักว่าง แต่ข้าราชการเคยเบิกค่าเช่าซื้อบ้านอยู่ก่อนย้ายมา สามารถกำหนดว่าไม่ต้องเข้าอยู่บ้านพัก แต่ให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้  แต่จะให้เบิกค่า “เช่าบ้าน” โดยมีบ้านพักข้าราชการที่ไม่ใช่ ผอ.ว่างอยู่ ไม่ได้  ( ถ้าเป็นตัว ผอ.จะเบิก แต่บ้านพัก ผอ.ว่างอยู่ แม้ ผอ.จะเคยเบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” อยู่ก่อน ก็ต้องหยุดเบิก จะกำหนดให้เบิกค่า “เช่าซื้อบ้าน” ต่อไปได้เฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ ผอ. )
                     กรณีบ้านพักไม่ว่างเพราะมีคนที่ไม่ตรงประเภทเข้าไปอยู่ เช่น ให้ลูกจ้างเข้าไปอยู่ ผู้มีสิทธิ์ก็จะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้เช่นกัน
                  - กรณีจะอ้างว่า บ้านพักชำรุด ต้องชำรุดมากจนอยู่ไม่ได้จริง


         4. วันที่ 3 ธ.ค.58 ผมเรียนถาม อ.พัฒน์ฌามนท์ กจ.กศน. ( จนท.เจ้าของเรื่อง “ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดหาหนังสือแบบเรียนหรือพัสดุอื่น” ) ว่า  ตามหนังสือซักซ้อมความเข้าใจดังกล่าว กำหนดให้การจัดหาหนังสือเรียน จะต้องกำหนดราคากลาง โดย สืบค้นจากราคาในท้องตลาด หรือ ราคาซื้อขายย้อนหลังสองปีงบประมาณ และให้นำราคาต่ำสุดมาเป็นราคา กลาง นั้น   เนื่องจาก ราคาที่บางอำเภอในจังหวัด และอีกหลายจังหวัด ซื้อในปีงบประมาณที่ผ่านมา ต่ำผิดปกติ เพราะ ผู้ขายต่อสู้เอาชนะกัน โดยนำหนังสือที่ค้างสต๊อกอยู่จำนวนมากมาขายให้ในราคาต่ำผิดปกติ เล่มละเพียง 7 บาท หรือน้อยกว่า  ถ้านำราคา 7 บาทนี้มาเป็นราคากลางจะมีปัญหา   ขอถามว่าจะไม่ใช้ราคาต่ำสุดที่เคยซื้อผิดปกตินี้มาเป็นราคากลางได้หรือไม่
             อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า  ถ้ามีเหตุผลเพียงพอว่าราคาต่ำกว่าต้นทุนผิดปกติจริง เพื่อไม่ให้เสียเวลาล่าช้าในการจัดหา ก็ไม่ใช้ราคาที่ต่ำสุดผิดปกตินี้เป็นราคากลางได้ แต่ใช้การสืบจากราคาในท้องตลาด จากผู้ขาย/ผู้พิมพ์แต่ละราย และนำราคาของรายต่ำสุด สเป็คเดียวกัน ( ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย ) มาเป็นราคากลางได้

             ผมถามต่อ ว่า  ถ้าจังหวัดเป็นผู้พิจารณากำหนดราคากลางตามเกณฑ์นี้ แล้วใช้เป็นราคากลางเท่ากันของทุกอำเภอในจังหวัด ได้หรือไม่   อ.พัฒน์ฌามนท์ ตอบว่า ถ้าคุยกันแล้วจังหวัดยอมทำให้ ก็ได้

         5. แนวปฏิบัติในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ และเกณฑ์สำหรับครูแต่ละประเภท ( ครู กศน.ตำบลต้องไม่เกิน 2 กลุ่ม ฯลฯ )
            
https://db.tt/hi6OAecR

         6. วันเสาร์ที่ 12 ธ.ค.58 ผมเผยแพร่เรื่องการแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ลงในเฟซบุ๊ค ว่า  เครื่องแบบสีกากี ไม่ต้องใส่ปลอกแขนดำ ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย

             การแต่งเครื่องแบบพิธีการไว้ทุกข์ ถ้าเป็นชุดปกติขาว หรือชุดครึ่งยศ เต็มยศ ( เสื้อขาว กางเกงประโปรงดำ ) ให้ใส่ปลอกแขนดำไว้ทุกข์ข้างซ้ายเหนือข้อศอก
             แต่ถ้าแต่งเครื่องแบบปกติสีกากี ก็แต่งตามปกติ สีกากีไม่มีปลอกแขน ถือเป็นการไว้ทุกข์โดยปริยาย
             เครื่องแบบองค์กรของแต่ละหน่วยงาน (
UNIFORM) ก็ถือเป็นการใส่ไว้ทุกข์ได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน
             กรณีแต่งเครื่องแบบไว้ทุกข์ ควรงดเครื่องหมายเฉลิมพระเกียรติงานมงคลพระมหากษัตริย์  ( ส่วนเข็มเครื่องหมายที่ประดับได้ เช่น เข็มที่ระลึกของสมเด็จพระสังฆราช
, เข็มที่ระลึกงานพระศพสมเด็จย่า, พระพี่นาง ฯลฯ )






         7. วันที่ 18 ธ.ค.58 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  คำว่า ปฏิบัติราชการแทน / รักษาราชการแทน / รักษาการในตำแหน่ง ตามตัวอย่างที่ส่งให้ดู ตั้งแต่ข้อที่ 1-9 ข้อใดถูกต้อง

             ผมตอบว่า
             1)  ถ้าผู้รักษาการ อยู่ในหน่วยงานที่รักษาการ ก็ไม่ต้องระบุหน่วยงานของผู้รักษาการ คือ ใช้คำว่า "รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"  ไม่ต้องใช้ว่า  "รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดหมื่นลี้"
             2)  คำว่า "รักษาราชการแทน" เป็นคำในกฏหมาย กพ. และมหาดไทย  ส่วน กศน.เราใช้ พรบ.ขรก.ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งให้ใช้คำว่า "รักษาการในตำแหน่ง" ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง
             3)  ส่วนการ
“ปฏิบัติราชการแทน” นั้น เป็นอีกกรณีหนึ่ง คือกรณีผู้มีอำนาจออกคำสั่งมอบอำนาจบางเรื่องให้ผู้รับมอบอำนาจปฏิบัติราชการแทน/พิจารณาอนุมัติแทน ในเรื่องนั้น ๆ  เป็นการกระจายอำนาจเพื่อความคล่องตัว  โดยให้ปฏิบัติราชการแทนแม้ผู้มอบอำนาจจะอยู่/ไม่ได้ไปไหน  เรื่องที่จะออกคำสั่งมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนได้นี้ ต้องเป็นเรื่องในอำนาจโดยตรงของผู้มอบ  ถ้าเป็นเรื่องที่ ผอ.รับมอบอำนาจมาจากปลัดกระทรวงฯ จะมามอบอำนาจต่อให้ผู้อื่นปฏิบัติราชการแทนอีกช่วงหนึ่งไม่ได้
             4)  สำหรับวิทยฐานะ เช่นคำว่า ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ของผู้รักษาการ นั้น ท่านวรวิทย์ หัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติการ กจ.กศน. บอกว่า จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ไม่ผิด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ