แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั่วโมงสอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั่วโมงสอน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

1.สรุป ให้ออกรหัส นศ.ที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรฯ ขึ้นต้นด้วย G ไม่ใช่เลข 0, 2.ผู้รับจ้างเหมาบริการ มีสิทธิ์ลาได้ไหม, 3.การออกหนังสือรับรองแทนใบ รบ.หลักสูตร 30, 4.คนตรวจเอกสารบอกว่า ใบรับรองแพทย์แบบนี้ใช้ไม่ได้, 5.จังหวัดให้แก้รหัสประจำตัว นศ.ต่างด้าว, 6.สงสัย ครู กศน. ต้องมี ชม. สอน กี่ ชม. ต่อสัปดาห์, 7.วิชาทยอยหมดอายุ ถ้าลาออก สมัครใหม่ที่เดิม โอนวิชาที่ยังไม่หมดอายุเพื่อเรียนต่อ ได้ไหม


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศเรื่องการรับนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ลงวันที่ 19 ม.ค.61
             ต่อมา กอง/กลุ่มงาน ส่วนกลาง กศน. 3 กอง คือ กป. กผ. และ ศกพ. ต่างก็ส่งเรื่องนี้มาให้จังหวัด แต่บางฉบับมีแนวปฏิบัติที่ไม่ค่อยเหมือนกัน ดังนี้

             - ฉบับแรก ออกโดย กป. ( หนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.04/ว710 ) ลงวันที่ 7 ก.พ.61  ฉบับนี้แค่ส่งประกาศ ศธ.นี้ มาให้ถือปฏิบัติ
             - ฉบับต่อมา ออกโดย กผ. ( หนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.04/ว1183 ) ลงวันที่ 28 ก.พ.61  แจ้งการรับเด็กเข้าเรียนให้เป็นไปตามประกาศ ศธ.นี้ โดยให้สถานศึกษากำหนดรหัสประจำตัว นศ.ที่ไม่หลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ทางเว็บไซต์ระบบกลางกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียน ( รหัสขึ้นต้นด้วย G )
             - ฉบับที่สาม ออกโดย ศกพ. ( หนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมาก ที่ ศธ 0210.121/2350 ) ลงวันที่ 30 เม.ย.61  ส่งประกาศ ศธ.นี้ มาให้ถือปฏิบัติ แต่ระบุว่าการกำหนดรหัสประจำตัว สำนักงาน กศน.กำหนดเป็นเลข 0

             ( กผ.ให้กำหนดรหัสทางเว็บไซต์ ซึ่งขึ้นต้นด้วย G แต่ ศกพ.ให้กำหนดรหัสเป็นเลข 0 ตามโปรแกรมสำนักงาน กศน. )

             ปกติสถานศึกษาต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งฉบับล่าสุด คือฉบับของ ศกพ. แต่ผมสงสัยว่า ประกาศ ศธ.ฉบับเดียวกัน ทำไมแนวปฏิบัติไม่เหมือนกัน จึงถามเรื่องนี้กับ ศกพ. ( อ.ฐิตาพร ) เมื่อวันที่ 15 พ.ค.
             อ.ฐิตาพร ได้ไปคุยกับ กผ. และบอกผมในวันที่ 16 พ.ค. โดยสรุปว่า ให้ดำเนินการกำหนดรหัสประจำตัวของ นศ.ที่ไม่มีหลักฐานทางทะบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ( ที่ยังไม่มีเลขประจำตัว 13 หลัก เพราะยังไม่ไปขึ้นทะเบียนและจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวกับหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ) ทางเว็บไซต์ระบบกลางกำหนดรหัส ขึ้นต้นด้วย G ไม่ใช่เลข 0

             ดูหนังสือแจ้งฉบับของ กผ. ได้ที่  https://www.dropbox.com/s/2mp4qr6r8f7lepv/NoThaiStudent.pdf?dl=1 
             ซึ่งหนังสือฉบับนี้ ส่งคู่มือการใช้งานระบบกำหนดรหัสมาด้วย ( แต่ตอนนี้ เว็บไซต์ระบบกำหนดรหัส นศ. เปลี่ยนเป็น  http://www.gcode.moe.go.th  แล้วนะ ขอให้แก้ในคู่มือด้วย )






         2. เช้าวันที่ 17 พ.ค.61 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ลูกจ้างเหมา ด้วยวิธีพัสดุ มีสิทธิ์ลาได้ไหม เช่น ครู ศรช ปวช ครูผู้สอนคนพิการ

             ผมตอบว่า   คำถามนี้มีผู้ถามซ้ำให้ผมตอบเป็นระยะ ๆ
             “ผู้รับจ้าง”เหมาบริการตามระเบียบพัสดุ ถือเป็นบุคคลภายนอกหรือเอกชน ไม่ใช่ลูกจ้าง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว จึงไม่มีระเบียบให้ลา  ( ผู้บริหารบางท่านยังบอกว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราว ถ้าเป็นลูกจ้างชั่วคราวก็จะมีระเบียบการลาของลูกจ้างชั่วคราว แต่ผู้รับจ้างเหมาบริการไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว  ที่ถูกต้องในใบสั่งจ้าง/สัญญาจ้างต้องใช้คำว่า ผู้จ้าง/ผู้รับจ้าง ไม่ใช่ นายจ้าง/ลูกจ้าง )
             เมื่อไม่มีระเบียบให้ลาโดยได้รับค่าตอบแทน ก็ต้องให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา
             เรื่องนี้ สำนักฯ กศน. เคยซ้อมความเข้าใจแล้ว ตามหนังสือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0210.117/1150 ลงวันที่ 24 ก.พ.2548 เรื่องซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่ายในการจ้างเอกชนดำเนินงานของส่วนราชการ
             ในหนังสือนี้ ระบุในข้อ 3. ว่า "กรณีไม่มาทำงานอาจหาผู้อื่นมาทำงานแทนหรือบอกกล่าวล่วงหน้าหากเกิดความเสียหายแก่ทางราชการเนื่องจากการไม่มาทำงานนั้นอาจกำหนดค่าปรับสำหรับความเสียหายดังกล่าวได้ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่จัดส่งมาพร้อมหนังสือฉบับนี้"
             เมื่อเปิดไปอ่านหนังสือกรมบัญชีกลางที่แนบมา ระบุในข้อ 3. ว่า
             "เนื่องจากการจ้างเอกชนดำเนินงานของส่วนราชการมุ่งผลสำเร็จของงานที่ว่าจ้าง ...ผู้ว่าจ้างมีเพียงอำนาจในการตรวจตรางานและสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเมื่องานผิดพลาดบกพร่อง ... ผู้รับจ้างไม่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับอื่น ๆ เช่นการลาหยุด ... การลงลายมือชื่อในบัญชีลงเวลาปฏิบัติราชการ ... การปฏิบัติงานอาจใช้วิธีบันทึกเวลาการมาทำงานว่ามาทำงานตามที่ตกลงไว้ก็ได้ กรณีไม่มาทำงานอาจหาผู้อื่นมาทำงานแทนหรือบอกกล่าวล่วงหน้า หากเกิดความเสียหายแก่ทางราชการเนื่องจากการไม่มาทำงานนั้นอาจกำหนดค่าปรับสำหรับความเสียหายดังกล่าวได้ ..."
             ( ดูหนังสือนี้ ได้ในข้อ 3 ที่  http://www.gotoknow.org/blogs/posts/478002
               แต่ ในหนังสือ “สาระน่ารู้...คู่งานคลัง ปี 2551” ของกลุ่มงานคลัง กศน. บอกว่า กระทรวงการคลังได้นำข้อกำหนดในหนังสือนี้ ไปรวมไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ.2549 ข้อ 11 แล้ว )

             สรุป คือ ให้เป็นไปตามที่ตกลง โดยสามารถกำหนดไว้ในข้อตกลงหรือสัญญาจ้างหรือเอกสารแนบท้ายสัญญา เช่นกำหนดว่าให้มาทำงานสัปดาห์ละกี่วัน
             ซึ่ง ตามแบบฟอร์มสัญญาจ้างของเรา กำหนดไว้ในผนวก 3 เรื่องการปรับ ( หักค่าจ้างเหมาจ่ายรายวัน ) กรณีไม่มาทำงาน  ดูแบบฟอร์มสัญญจ้างนี้ได้ที่  https://www.dropbox.com/s/0yevos15vb5ixx6/teacherJang.pdf?dl=1

             ในทางปฏิบัติ เรามักจะเห็นใจ คือถ้าหยุดเพียงไม่กี่วันโดยบอกกล่าวล่วงหน้า ผู้จ้างและคณะกรรมการตรวจรับการจ้างเห็นว่าเดือนนั้นมีผลงานตามปกติ ไม่มีอะไรผิดพลาดบกพร่องเสียหาย ก็อาจเซ็นตรวจรับการจ้างให้เบิกค่าตอบแทนเต็มโดยไม่ต้องมีคนทำงานแทนก็ได้ ถ้าหยุดหลายวันจึงให้หาผู้อื่นมาทำงานแทน
             กรณีหยุดตลอดทั้งเดือน เช่นคลอดบุตร ปกติต้องงดเบิกค่าจ้าง  ผู้บริหารบางท่านอาจให้เขาหาคนมาทำงานแทน โดยอนุโลมเป็นการภายใน ถ้าไม่มีคนร้องก็คงไม่เป็นไร
             ซึ่งการอนุโลมให้หยุดทั้งเดือนโดยได้รับค่าตอบแทน เป็นการภายในนี้ จริง ๆ แล้วไม่ถูกระเบียบ อาจมีปัญหาตามในข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/04/altc.html

         3. วันที่ 21 พ.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  นศ. มาขอคัดสำเนารบ. หลักสูตร 30 จบปี 39 เพื่อศึกษาต่อ งานทะเบียนตรวจค้นมีรายชืี่อจบจริง ไม่พบต้นฉบับ มีแต่ขั้วเลขที่รบ. ได้ออกหนังสือรับรองการจบแล้วแต่ทางวิทยาลัยไม่ยอม ทางกศน. ต้องทำอย่างไรคะ ขอคำแนะนำหน่อยคะ

             ผมถามว่า  ออกหนังสือรับรองการจบแบบไหนให้เขา
             ผู้ถามบอกว่า  ใช้แบบหนังสือรับรองทั่วไปตามโปรแกรม it คะ

             ผมตอบว่า  ดูในคำตอบเก่า ๆ นะ ให้ออกหนังสือรับรองตามแบบฟอร์มที่เคยตอบ  ( เคยลงไว้ทั้งแบบฟอร์มหนังสือรับรอง และหนังสือแจ้งเรื่องนี้ )  ควรสำเนาหนังสือแจ้งเรื่องนี้แนบหนังสือรับรองให้เขาไปด้วย ถ้าทางวิทยาลัยไม่ยอมอีกเราก็ทำอะไรอีกไม่ได้ นศ.เราก็คงศึกษาต่อวิทยาลัยนี้ไม่ได้
             ดูคำตอบเก่า ๆ เช่นใน
             - https://www.gotoknow.org/posts/442192
             - ข้อ 2 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/535023
             - ข้อ 4 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/472755

         4. ถาม : ได้ใบรับรองแพทย์แบบนี้มาค่ะ ( ตามภาพประกอบ ) แต่ คนตรวจเอกสารบอกว่าไม่ใช่ รพ ออก

            ตอบ
            1)  คำว่าสถานพยาบาลของรัฐ ไม่ได้แปลว่าโรงพยาบาลของรัฐอย่างเดียว แต่หมายความรวมถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพสต.) และ “คลินิกในเครือข่ายประกันสังคมที่อยู่ในเครือข่ายโรงพยาบาลของรัฐ” ด้วย
            2)  ตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยโรค พ.ศ.2549 ไม่ได้กำหนดว่า แบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ต้องออกแบบโดยใคร อย่างไร ประเด็นอยู่ที่ ต้องไม่ป่วย 5 โรค
                 แบบฟอร์มนี้รับรองไว้ทั้ง 5 โรค โดยระบุเรื่อง ไม่ติดสุราเรื้อรัง กับ ไม่ติดยาเสพติด ไว้ใน 3 บรรทัดก่อนขึ้นชื่อโรคที่ 1
                 ฉะนั้นจึงใช้ได้ เพราะระบุครบทั้ง 5 โรค
            ที่จริงแบบฟอร์มนี้แหละเป็นแบบที่ถูกต้อง โดยแพทยสภากำหนดให้เปลี่ยนมาใช้แบบนี้ตั้งแต่ปี 2551 แล้ว แต่สถานพยาบาลทั่วประเทศยังรู้กันไม่ทั่วถึง ( คงคล้ายกับ กศน.เรา มีระเบียบหลักเกณฑ์ออกมาใหม่ก็รู้กันไม่ทั่วถึง บางคนรู้แต่เห็นว่าไม่สำคัญ แบบฟอร์มเก่ายังเหลืออยู่ )






         5. วันที่ 24 พ.ค.61 มีครูชำนาญการพิเศษ นายทะเบียน กศน.อำเภอ โทร.มาถามผม ว่า จังหวัดให้แก้รหัสประจำตัว นศ.ที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ให้ขึ้นต้นด้วย G โดยออกรหัสทางเว็บไซต์ระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียน ทั้ง ๆ ที่ นศ.รายนี้ มีเลขประจำตัว 13 หลักซึ่งได้จากการขึ้นทะเบียนที่หน่วยงานมหาดไทยมาแล้ว
             ถามว่า ต้องแก้ให้ขึ้นต้นด้วย G ทุกคนหรือ

             ผมตอบว่า   ให้แก้รหัสประจำตัว นศ.เฉพาะที่เราออกรหัสประชาชนเองด้วยโปรแกรม ITw  ( โปรแกรม ITw รุ่นก่อน 9 เม.ย.61 จะมีปุ่มรูปไม้กายสิทธิ์ อยู่ข้างที่กรอกรหัสประจำตัวประชาชน เมื่อเรากดปุ่มนี้ โปรแกรมจะออกรหัสประจำตัวให้คนต่างด้าวที่ยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน ขึ้นต้นด้วย 0 ) แต่โปรแกรมรุ่น 9 เม.ย.61 จะไม่มีปุ่มนี้แล้ว ห้ามออกรหัสเองด้วยโปรแกรม ITw แบบนี้แล้ว ถ้าใครออกรหัสเองแบบนี้ไปแล้วต้องแก้ใหม่ โดยใช้รหัสใหม่ที่ออกทางเว็บไซต์ระบบกลางกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ขึ้นต้นด้วย G
             แต่ถ้าคนต่างด้าวรายใดไปขึ้นทะเบียนได้รหัส 13 หลักมาจากหน่วยงานมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องใช้รหัสของเขา
             ถ้าอ่านในประกาศ ศธ.ตามภาพประกอบโพสตฺนี้ เรื่องนี้ จะเข้าใจ คือ
             1)  หากมีเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติของสถานศึกษา
                  หากไม่มี ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด ( G ) ไปจนกว่า นศ.จะได้เลขประจำตัว 13 หลักตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
             2)  เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา รหัส G แล้ว สถานศึกษาต้องประสานผู้เรียน/ผู้ปกครอง ให้เขาไปขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร เขาพักอาศัยอยู่ในท้องที่ใด ก็ไปขึ้นทะเบียนที่ฝ่ายทะเบียนของหน่วยงานมหาดไทยท้องที่นั้น
             3)  ถ้า นศ.ไปขึ้นทะเบียน ได้รับรหัสประจำตัว 13 หลัก จากหน่วยงานมหาดไทยมาแจ้งเราก่อนเรียนจบ เราต้องแก้รหัสประจำตัว 13 หลักในทะเบียน ตามรหัสของมหาดไทย แทนรหัสที่ขึ้นต้นด้วย G





         6. ค่ำวันเสาร์ที่ 26 พ.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  สงสัยว่า... ครู กศน. ต้องมี ชม. สอน กี่ ชม. ต่อสัปดา

             ผมตอบว่า   มันมีหลายเกณฑ์ เช่นเกณฑ์สำหรับข้าราชการครู กศน., เกณฑ์สำหรับผู้ที่จะมีสิทธิขอหนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ+เรียน ป.บัณฑิต ( อย่างน้อย 10 ชม.), เป็นต้น
             ส่วนเกณฑ์สำหรับครู กศน.ทั่วไป กำหนดเกณฑ์ด้วยจำนวน นศ. ไม่ได้กำหนดเกณฑ์จำนวน ชม.ต่อสัปดาห์
             แต่ เกณฑ์สำหรับ นักศึกษา กศ.ขั้นพื้นฐาน วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม ต้องมาพบกลุ่มสัปดาห์ละ 6 ชม. ฉะนั้น ถ้าครูคนใดมี นศ.แบบพบกลุ่ม เพียงระดับเดียว กลุ่มเดียว ก็สอนสัปดาห์ละเพียง 6 ชม.ได้ ( ถ้าไม่ขอหนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาฯ+เรียน ป.บัณฑิต, ไม่ทำวิทยฐานะ นะ )  ถ้าเขามี นศ. 2 กลุ่ม หรือ 2 ระดับ ก็ต้องเป็นสัปดาห์ 12 ชม., 3 ระดับ 18 ชม.

             ผู้ถาม ๆ ต่ออีกว่า กรต.อีก 3 ขม.?
             ผมตอบว่า  ที่รวม กรต.อีก 3 ชม. เป็น 9 ชม.นั้น คือสมัยท่านประเสริฐ บุญเรือง เป็น เลขาฯ ตอนนี้กลับไปเหลือ 6 ชม.แล้ว

         7. วันที่ 25 พ.ค.61 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  นศ.บางคน วิชาที่เรียนผ่านแล้ว ทยอยหมดอายุเป็นงูกินหาง ถ้าเขาใช้วิธีลาออก สมัครใหม่ที่เดิม แล้วโอนวิชาที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อเรียนต่อ ทำแบบนี้ถูกหรือผิด  วิธีนี้บางคนบอกว่าทำไม่ได้ ห้ามโอนในสถานศึกษาเดียวกัน

             เรื่องนี้  ผมไม่เห็นมีระเบียบหลักเกณฑ์ห้าม  โปรแกรม ITw ก็ทำได้  แต่เพื่อความแน่ใจผมจึงถามเรื่องนี้กับ อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน.
             อ.กิตติพงษ์ บอกว่า  ไม่ได้ห้าม


วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

1.ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแล้ว แต่เรายังจ้างไม่ถูกต้อง, 2.กำหนดจำนวนชั่วโมงสอนของ ขรก.ครู กศน., 3.ผอ.กศน.อำเภอ ย้ายครู กศน.ตำบล, 4.จังหวัดขอเปลี่ยนตำแหน่งครูอาสาฯที่ว่าง ไปเป็นนักจัดการงานทั่วไปที่จังหวัดได้หรอ, 5.เครื่องแบบ นศ.กศน. เอกชนเอาตรา กศน.ไปทำขายได้เหรอ, 6.งานบุคลากร กศน.อำเภอบ้านโพธิ์บอกว่าไม่มีสิทธิ์ลา, 7.คำถามซ้ำซากเรื่องครูอาสาฯ



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. หลังจากที่ผมโพสต์เรื่อง “อยากให้ปรับปรุงสิทธิของ ครู ศรช.” ปรากฏว่ามีผู้เขียนความคิดเห็นต่อท้ายโพสต์ของผม เช่น

             1)  เย็นวันที่ 10 พ.ย.60 มีผู้เขียนต่อท้ายโพสต์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  สัญญาจ้างเหมาบริการ เป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ เมื่อเป็นสัญญาจ้างแรงงาน นิติสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้างกับ ส่วนราชการ (ผู้ว่าจ้างตามสัญญา) จึงเป็น นิติสัมพันธ์ในฐานะลูกจ์างกับนายจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ดังนั้น การที่ส่วนราชการไม่ได้ขึ้นทะเบียนลูกจ์างเพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.๒๕๓๓ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ
                  
( คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๓๔๙/๒๕๕๖  http://www.admincourt.go.th/admincourt//upload//webcms//Academic//Academic_031017_091242.pdf )







                  ผมตอบว่า  เราทำผิด เราให้ทำงานเหมือนจ้างแรงงาน ( เหมือนจ้างลูกจ้างชั่วคราว ) ซึ่งศาลพิพากษาว่าถ้าจ้างให้ทำงานลักษณะนี้จะเป็นการจ้างแรงงาน ต้องได้สิทธิเหมือนลูกจ้างชั่วคราว
                  ซึ่งกระทรวงการคลังก็เคยย้ำมายังทุกส่วนราชการ ( ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนมาก ที่ กค
0406.4/ว67 ลงวันที่ 14 ก.ค.53 ) ว่า การจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุต้องไม่จ้างในลักษณะจ้างแรงงาน เช่น ต้องไม่จ้างต่อเนื่อง แต่ให้จ้างเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ ต้องมีการตรวจรับชิ้นงานที่จ้างจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีใบตรวจรับงานจ้างเป็นหลักฐาน แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจรับงานจ้าง
                  
( หนังสือกระทรวงการคลังฉบับนี้ สรุปได้ว่า
                     
" ปัจจุบัน ส่วนราชการหลายแห่งได้ดำเนินการจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกับการจ้างแรงงาน ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าเป็นบุคลากรของรัฐ และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมือนบุคลากรของรัฐ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาข้อโต้แย้ง จึงให้ส่วนราชการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด ดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ระเบียบลูกจ้าง
                        
- จ้างดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริมการปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติของส่วนราชการ ไม่จำเป็นต้องจ้างเต็มปีงบประมาณ และ มิให้ทำสัญญาจ้างในลักษณะต่อเนื่อง
                        
- อัตราค่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายตามวุฒิการศึกษา แต่ให้เป็นอัตราค่าจ้างปกติทั่วไปที่เป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมกับงานนั้น โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย
                        
- ไม่ถือเป็นบุคลากรของรัฐที่จะมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ จากทางราชการ แต่เป็น "ผู้รับจ้างทำของ" ผู้ว่าจ้างไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แต่ผู้รับจ้างสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ตามมาตรา 40 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ” )

                  ทั้งศาล และกระทรวงการคลัง สอดคล้องกัน ความผิดอยู่ที่เรา พฤตินัยของเราจ้างให้ทำงานเหมือนลูกจ้างชั่วคราว แต่นิตินัยทำหลักฐานว่าจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุ ซึ่งศาลบอกว่า เป็นสัญญาจ้างอำพราง ศาลให้พิจารณาจากพฤตินัยเป็นหลัก ถ้าให้ทำงานเป็น “ลูกจ้าง” ไม่ใช่ “ผู้รับจ้าง” ส่วนราชการก็ต้องให้สิทธิประโยชน์แบบลูกจ้าง

                  ปัญหาของเราคือ เราไม่ได้งบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราวเลย ( ถ้าได้งบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราว งบจะมาพร้อมเลขที่อัตราและเงินประกันสังคม+ค่าครองชีพตามเกณฑ์ )
                  เราจึงต้องใช้งบดำเนินงานและเงินอุดหนุนในการจ้าง ซึ่งงบนี้จะจ้างต่อเนื่องเป็นลูกจ้างและจ่ายค่าประกันสังคมไม่ได้ ต้องจ้างเหมาบริการตามระเบียบพัสดุเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ)

                  ถ้าไม่ได้งบบุคลากรและจะทำให้ถูก ก็ต้องเลิกจ้างต่อเนื่อง แต่ใช้งบดำเนินงานหรือเงินอุดหนุนจ้างเป็นเรื่อง ๆ/เป็นครั้ง ๆ/เป็นจ๊อบ ๆ ซึ่งจะเดือดร้อนกันทุกฝ่าย ข้าราชการและพนักงานราชการจะทำงานไม่ไหว เช่นต้องสอน/พบกลุ่มแทนครู ศรช.

                  สรุป  ถ้าจะทำให้ถูกต้อง คือ ใช้งบบุคลากรจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวซึ่งต้องทำประกันสังคมให้และมีค่าครองชีพชั่วคราวตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่ปัญหาของเราคือ ไม่ได้รับงบบุคลากรสำหรับจ้างลูกจ้างชั่วคราวเลย เมื่อนำงบดำเนินงานและเงินอุดหนุนมาจ้างแทน ก็ต้องจ้างแบบจ้างเหมาบริการและทำประกันสังคมไม่ได้
                  เราทำผิด ที่ จ้างต่อเนื่องให้ทำงานเหมือนลูกจ้าง ไม่จ้างเป็นจ๊อบ ๆ

             2)  วันเสาร์ที่ 11 พ.ย.60 มีผู้เขียนต่อท้ายโพสต์เรื่องเดียวกันของผมในเฟซบุ๊ก ว่า “พนักงานราชการทำงานในพิ้นที่ ข้าราชการรับงานอยู่ข้างบน แปลกนะพอปรับเงินเดือนต้องนึกถึงข้าราชการก่อนทุกครั้ง”

                  ผมตอบว่า  จริงหรือ... แต่ที่ผ่านมา เช่น ครั้งล่าสุด 1 ธ.ค.57 ปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ 4 % กฎหมายหลักฉบับเดียวกันครอบคลุมทั้งข้าราชการและพนักงานราชการ โดยพนักงานราชการได้ปรับ 4 % ทุกคน แต่ข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไปไม่ได้ปรับเลย
                  และ ข้าราชการครูระดับต่ำกว่าชำนาญการพิเศษได้ปรับช้ากว่าพนักงานราชการเกือบ
2 ปี เพราะข้าราชการครูต้องออกกฎหมายเงินเดือนตามหลังข้าราชการพลเรือนและต้องทยอยแก้ไขคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนก่อน ( ได้ปรับช้ากว่าก็ดีที่ได้ตกเบิกย้อนหลังเป็นเงินก้อน )
                  จะเขียนอะไรก็ขอให้ใช้ข้อมูล/ข้อเท็จจริงด้วย อย่าใช้แต่ความคิด/อารมณ์
                  พนักงานราชการวุฒิ ป.ตรี หลักสูตร
4 ปี บรรจุใหม่ได้เงินเดือน 18,000 บาท แต่ข้าราชการพลเรือนวุฒิ ป.ตรี หลักสูตร 4 ปี บรรจุใหม่ได้เงินเดือน 15,000 บาท

                  หลังจากที่ผมตอบไป ผู้เขียนมาเขียนต่ออีกว่า “สามปีแล้วคับ”

                  ผมตอบว่า  หลังจาก "ครั้งล่าสุด" แล้ว ก็ยังไม่มีการปรับเงินเดือนอีก ทั้งข้าราชการและพนักงานราชการ ( เข้าใจคำว่า ครั้งล่าสุด ไหม )
                  หรือว่าที่เขียนนี่หมายถึง "การเลื่อนเงินเดือนประจำปี" ถ้าเป็นการเลื่อนเงินเดือนประจำปี ข้าราชการยิ่งช้ากว่า เพราะข้าราชการต้องออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนโดยส่วนกลางซึ่งออกช้ากว่า และได้เงินตกเบิกช้ากว่าพนักงานราชการเป็นปกติ เช่นปีนี้ถึงวันนี้ (
12 พ.ย.60 ) ข้าราชการแต่ละคนยังไม่รู้เลยว่าคำสั่งเลื่อนเงินเดือนจะออกเมื่อไร จะได้เลื่อนเงินเดือนเท่าไร จะได้ตกเบิกย้อนหลังเมื่อไร แต่ก็ยังไม่มีใครถามเพราะช้าอย่างนี้เป็นปกติ ไม่ควรจะคิดถึงแต่เรื่องของตนเอง

         2. ก.ค.ศ.กำหนดจำนวนชั่วโมงสอนตามตารางสอน ของข้าราชการครู กศน.

             https://www.dropbox.com/s/drne27s7gc3jyk9/hourTeacherNFE.pdf?dl=1

         3. คืนวันที่ 13 พ.ย.60 มีบุคคลจาก กศน.อ.กร..... จ.สม..... ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า
             1)  ผอ.กศนอำเภอมีอำนาจย้ายครูกศนตำบลไปทำงานกศนจังหวัดได้มั้ย ในกรณีหาว่ากระดางกระเดื่อง
             2)  หัวหน้ากศนตำบลโดนผอให้ลดชั่นจากหัวหน้ามาเป็นทำงานสำนักงานกศนอำเภอเป็นหลัก ช่วยงานพัสดุและสารบัญ แล้วให้คนอื่นมาทำแทนตำแหน่งคนนั้นได้มั้ย

             ผมตอบว่า  ประเด็นเหล่านี้ผมตอบบ่อยแล้ว เสิร์ชหาอ่านรายละเอียดดูนะ เช่นใน
             - ข้อ 5 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/517220
             - ข้อ 4 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/01/n-net.html
             - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/04/60.html
             ตำแหน่ง “ครู กศน.ตำบล” กับตำแหน่ง “หัวหน้า กศน.ตำบล” นี้ เป็นคนละเรื่องกัน โดยตำแหน่งครู กศน.ตำบล เป็นพนักงานราชการตำแหน่งหนึ่ง ส่วนหัวหน้า กศน.ตำบล เป็นหัวหน้าทีมบุคลากรที่ดำเนินงาน กศน.ตำบล ซึ่งมีตำบลละ 1 คน
             หัวหน้า กศน.ตำบล ไม่จำเป็นต้องเป็นครู กศน.ตำบล เช่นในภาคกลาง ( ยกเว้น กทม.) ภาคตะวันออก ภาคใต้ ยังมีจำนวนครู กศน.ตำบล น้อยกว่าจำนวนตำบล จึงมีหลายตำบลที่ต้องแต่งตั้งบุคลากรอื่นเช่นครูอาสาฯเป็นหัวหน้า กศน.ตำบล
             ผู้แต่งตั้งหัวหน้า กศน.ตำบล คือ ผอ.กศน.จังหวัด ถ้า ผอ.กศน.อำเภอต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องเสนอให้จังหวัดออกคำสั่งเปลี่ยนแปลง

             ส่วนการเปลี่ยนพื้นที่ครู กศน.ตำบล ( พนักงานราชการ ) นั้น ส่วนกลางมอบให้จังหวัดเปลี่ยนพื้นที่ตามคำร้องขอ/ความจำนงของพนักงานราชการ ได้เฉพาะตอนเปลี่ยนสัญญาจ้าง
             โดยถ้าเป็นตำแหน่งครู กศน.ตำบล เลขที่ตำแหน่งจะระบุพื้นที่ถึงระดับตำบล ฉะนั้นการเปลี่ยนตำบลก็เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ จังหวัดเปลี่ยนได้เฉพาะตอนต่อสัญญาและต้องเป็นไปตามคำร้องขอ/ความจำนงของพนักงานราชการ
             การเปลี่ยนพื้นที่นี้ต้องเปลี่ยนไปยังที่ ๆ มีเลขอัตราว่างในตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งที่จังหวัดไม่มีอัตราตำแหน่งครู กศน.ตำบล เพราะไม่ใช่สถานศึกษา อำเภอและจังหวัดไม่มีอำนาจสั่งให้พนักงานราชการไปช่วยราชการที่อื่น ถ้าพนักงานราชการทำความผิดก็ต้องดำเนินการพิจารณาและลงโทษไปตามขั้นตอน/หลักเกณฑ์ ซึ่งไม่มีขั้นตอน/หลักเกณฑ์ให้ส่งไปช่วยราชการที่อื่น

         4. ดึกวันที่ 13 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน เมื่อว่างลงแล้ว สำนักงาน กศน.จังหวัดสามารถขอเปลี่ยนเป็นตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปที่ กจ. เพื่อเรียกมาบรรจุที่สำนักงาน กศน.จังหวัด ได้เหรอ

             ผมตอบว่า   การขอเปลี่ยนตำแหน่ง และ/หรือ เปลี่ยนพื้นที่ ของตำแหน่งว่าง ให้จังหวัดกับอำเภอหารือกัน แล้วเสนอเหตุผลความจำเป็นให้ส่วนกลางพิจารณาอนุมัติ

             5. วันที่ 14 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เคื่องแบบที่ขายในเพจต่างๆ (ตามภาพ) ออกมาจากกรมไหม ถูกระเบียบไหม มีในระเบียบกศน.ไหม อยากทราบข้อเท็จจริง

             ผมตอบว่า   เครื่องแบบนักศึกษาใช่ไหม ส่วนกลางไม่ได้กำหนดบังคับเรื่องเครื่องแบบนักศึกษา กศน. โดย นศ.จะใช้แบบที่เอกชนเขาทำขายกันเองก็ได้ แต่จะบังคับหรือกำหนดให้ นศ.ซื้อไม่ได้ เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
              ( ดูรายละเอียดในคำตอบเดิม เช่นในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2017/05/prgaccout.html )

             ผู้ถาม ถามต่อ ว่า  เอกชนเอาตราสัญลักษณ์กศน.มาใช้ในการพาณิชย์ได้เหรอ
             ผมตอบว่า  เครื่องแบบข้าราชการสังกัดต่าง ๆ เอกชนเขาก็ทำขายกันนะ เช่นตราเสมาธรรมจักร
             ตรา "เพื่อนเรียนรู้" นี้ ไม่ใช่ตราหน่วยงาน กศน. ตรานี้เราอาจไม่ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ แต่ถ้าเราจะฟ้องจริง ๆ ก็คงจะฟ้องได้ และคงชนะ ( ไม่ 100 % ) แต่จะคุ้มไหม
              ( ไม่ได้ทำให้เราเสียหาย ไม่ได้ทำขายแข่งกับเรา ไม่ได้ทำให้เราขายได้น้อยลง เพราะเราไม่ได้ทำขาย )






         6. วันที่ 15 พ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ในกรณีพนก.ยังทำงานไม่ครบ6 เดือนแล้วป่วยเข้ารพ.จะต้องทำยังงัยในเมื่องานบุคลากร กศน.อำเภอบ้านโพธิ์บอกว่าทำงานไม่ครบ 6 เดือนไม่มีสิทธิ์ลาป่วย

             ผมตอบว่า   ถ้า “พนก.” ของคุณ ย่อมาจากพนักงานราชการ ผมโพสต์ระเบียบการลาของพนักงานราชการประมาณ 10 ครั้งแล้ว ดูระเบียบฉบับเต็มกับฉบับปรับปรุงเฉพาะเรื่องการลาพักผ่อนได้ที่
             -
https://www.dropbox.com/s/45lvflyejrgfqp0/benefit54.pdf?dl=1
             -
https://www.dropbox.com/s/rpz0d2zxfjw532l/PRGrelaxP.pdf?dl=1
             การลาพักผ่อน  ปีแรกที่ได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการยังไม่ครบ 6 เดือน ไม่มีสิทธิลาพักผ่อน
             การลาอุปสมบท/ลาไปประกอบพิธีฮัจย์  ต้องปฏิบัติงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 4 ปีแล้วจึงจะมีสิทธิลา
             ส่วนการลาอื่น ๆ เช่นลาป่วย ลากิจ  มีสิทธิยื่นขอลาตั้งแต่วันแรกที่บรรจุ

         7. คืนวันเดียวกัน ( 15 พ.ย.) นันทินี แก้วใส ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ตำแหน่งครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนถ้าตำแหน่งว่างลง สามารถสอบทดแทนตำแหน่งที่ว่างได้ไหม เจ้านายตอบว่าครูอาสาโดนทำหมัน

             ผมตอบว่า   ผมโพสต์เรื่องนี้บ่อยแล้ว เช่นใน
             - ข้อ 2 ที่  
http://nfeph.blogspot.com/2014/05/70.html
             - ข้อ 5 ที่  
http://nfeph.blogspot.com/2014/11/2.html
             คือ  สอบ/เรียกบรรจุครูอาสาฯคนใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องแจ้งส่วนกลาง
             เพียงแต่ บทบาทหน้าที่ที่ถูกต้อง ตามที่ตกลงไว้กับ กพร.นั้น ครูอาสาฯต้องสอนเป็นหลัก ถ้าไม่สามารถทำให้ถูกต้องได้ เช่นจะสอนเป็นรอง ก็ควรเสนอขอเปลี่ยนตำแหน่งว่างเป็นตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่ง "ครู"
             ( ถ้าไม่สนใจกฎหมายระเบียบหลักเกณฑ์ จะเป็นสิ่งที่ผิดมากสำหรับหน่วยงานราชการและผู้จัดการศึกษา คล้ายกับหมอเมาแล้วขับเสียเอง จะสอนคนอื่นแบบไหน )