แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักสูตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลักสูตร แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

1.การวัดผลประเมินผลวิชาเลือกเสรี ไม่ได้ให้จังหวัดออกข้อสอบ, 2.ชื่อเต็ม สำนักงาน กศน.ที่เป็นภาษาอังกฤษ ทำไมมีคำไม่ครบตามชื่อเต็มภาษาไทย ?, 3.การกู้น่ะไม่ผิดหรอก แต่...., 4.อยากจะถามหลายเรื่อง แต่น้ำท่วมปากคะ, 5.หลักสูตรเถื่อน, 6.การจ้างตำรวจรักษาความปลอดภัยสนามสอบปลายภาค, 7.ขอระเบียบค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินการสอบ กศน.+ กรอกคะแนนรวมใน กศน.4 ใช้หมึกสีอะไร


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. วันที่ 4 มี.ค.62 Jittamas Chatwicha ผอ.กศน.อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  มีหนังสือสั่งการฉบับหนึ่ง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาที่ระบุว่าให้สถานศึกษาจัดทำข้อสอบและกำหนดตารางสอบรายวิชาเลือกเอง  อาจารย์มีหนังสือมั๊ยคะ เคยเห็นแต่ไม่ทราบเอาไว้ไหน พอดีย้ายที่ทำงานค่ะ

             ผมตอบว่า   มีนโยบาย 2 นโยบาย ที่ต่างกัน ดังนี้
             1)  นโยบายเดิม การจัดสอบปลายภาควิชาเลือก ให้อยู่ในความดูแลของจังหวัด โดยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด เช่น ถ้ามีวิชาเลือกวิชาเดียวกัน 2 อำเภอขึ้นไป ต้องสอบในเวลาและเครื่องมือเดียวกัน ( ถ้าวิชาเลือกใดมีเพียงอำเภอเดียวจึงอนุโลมให้อำเภอนั้นดำเนินการเอง )
             ดูหนังสือแจ้งได้ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 210 ( ย่อหน้าที่ 3 ของหนังสือที่ ศธ 0210.03/1164 ลว.26 มี.ค.53 )
             2)  นโยบายใหม่ ตั้งแต่มีโปรแกรมการเรียนรู้ มีวิชาเลือกเสรี ซึ่งอาจมีวิชาเลือกเสรีเป็นร้อยเป็นพันวิชาตามบริบทของแต่ละอำเภอ มีการแจ้งในที่ประชุมอบรมตั้งแต่สมัยท่านเลขาฯสุรพงษ์ ว่า การประเมินผลวิชาเลือกเสรีให้เป็นบทบาทหน้าที่ของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งบางวิชาอาจไม่ต้องสอบแต่ประเมินจากโครงงาน หรือสอบอัตนัยข้อเดียว ฯลฯ

             แต่ หลังจากผมตอบไปแล้ว ท่าน ผอ.กศน.อ.จัตุรัส ได้ส่งหนังสื่อแจ้งฉบับที่ว่า การวัดผลประเมินผลวิชาเลือกเสรีให้สถานศึกษาดำเนินการเอง ไม่ได้ให้จังหวัดออกข้อสอบ มาให้ผม ตามหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้
             ( กศน.อำเภอ อาจจะขอให้ กศน.จังหวัด ดูแลเรื่องออกข้อสอบวิชาเลือกเสรีในวิชาใดให้ด้วย ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของทุกฝ่าย )


 




         2. ชื่อเต็มของ สำนักงาน กศน. ที่เป็นชื่อเต็มภาษาไทย กับชื่อเต็มภาษาอังกฤษ จะแตกต่างกันโดย มีคำหนึ่งในชื่อเต็มภาษาไทย ที่ไม่มีในชื่อเต็มภาษาอังกฤษ
             ถามว่า  คำนี้คืออะไร และ ทำไมจึงไม่มีคำนี้ในชื่อภาษาอังกฤษ ?

             เฉลยคำตอบ..
             ท่าน ผชช.ปาริชาติ เย็นใจ ซึ่งเป็นผู้กำหนดชื่อเต็มสำนักงาน กศน.เป็นภาษาอังกฤษ บอกว่า
             ชื่อเต็มภาษาไทยมีคำว่า ส่งเสริม แต่เราทั้งจัด ส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้อื่นจัดด้วย
             เวลาใช้ชื่อภาษาอังกฤษ จึงตัดคำว่า ส่งเสริม (promotion) เพราะ กลัวฝรั่งจะสับสนว่าเราส่งเสริมอย่างเดียว ไม่ได้จัดเอง ต้องการเน้นสาระสำคัญของคำว่า Non-Formal และ Informal ( การส่งเสริม เป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการทำงาน ) โดยใช้ว่า Office of the Non-Formal and Informal Education
             และเปลี่ยนมาใช้อักษรย่อภาษาอังกฤษ เป็น ONIE ย่อจากชื่อเต็มภาษาอังกฤษ ตาม พรบ.กศน.51 แทนอักษรย่อ NFE เดิม

         3. วันที่ 5 มี.ค.62 มีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่า  รู้ยังท่านที่กู้เงินฌาปณกิจสงค์เคราะห์ครู ดอกเบี่ยมันสูงกว่าต้น เงินต้นล้านสอง ดอกเบี่ยหนึ่งล้านห้าแสนบวกค่าศพรายเดือนเฉลี่ยเดือนละห้าร้อยบาทส่งยาวสามสิบปีเราต้องจ่ายทั้งสิ้นสองล้านแปดแสนแปดหมื่นบาท ต้องมีอาชีพเสริมเพิ่มเพราะค่าครองชีพปัจุบันมันสูงมากน้ำมันก็แพงเงินเดือนครูใช้เดือนชนเดือนแทบจะติดลบ สู้ไปครับคุณครูสู้ๆผมคิดถูกที่ไม่กู้ครับสบายๆชิวๆ

             ผมร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า
             ครับคิดถูกที่ไม่กู้ ข้อมูลนี้ทุกคนรู้ก่อนกู้ ไม่มีใครบังคับให้กู้ ถ้ากู้เป็นล้านก็ต้องเป็นอย่างนี้เป็นปกติ
             เชื่อหรือไม่ เมื่อหลายปีก่อน ดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก ร้อยละ 5 ฝากประจำร้อยละ 8 ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 11-15 ครูคนไหนกู้สหกรณ์ครู 7-8 หมื่น ก็เป็นที่ฮือฮาแล้ว
             แต่สมัยนี้กู้กันคนละตั้ง 7-8 แสน แม้อัตราดอกเบี้ยจะต่ำลงมาก แต่เมื่อเงินต้นมากดอกเบี้ยก็มากเป็นปกติธรรมด๊าธรรมดา ยิ่งส่งเงินต้นน้อย ส่งยาวนาน ดอกเบี้ยก็ยาวเป็นปกติธรรมด๊าธรรมดา
             ทุกคนรู้ข้อมูลก่อนกู้แล้ว ไม่มีใครบังคับให้กู้ ไม่มีการแอบแก้สัญญาขึ้นดอกเบี้ยหลังกู้
             การกู้น่ะไม่ผิดหรอก โดยเฉพาะกู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าครูคนไหนกู้ได้เงินเข้ากระเป๋าแล้ว กู้มากเงินเดือนเหลือไม่พอ จึงบ่นว่าดอกเบี้ยแพง แบบนี้จะแย่มากนะคุณ "ครู" เอ๋ย
             สังคมควรส่งเสริมคนที่อยู่อย่างพอเพียง ดีกว่าช่วยเหลือคนที่ทำอะไรเกินตัว

         4. วันเดียวกัน ( 5 มี.ค.) มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า
             อยากจะถามหลายเรื่อง แต่น้ำท่วมปากคะ การจัดโครงการอาชีพระยะสั้น สามารถทำในช่วงนี้ผิดระเบียบมั้ยค่ะ แค่สงสัยค่ะ ถ้ามีการจัดโครงการต่างๆของโครงการกศน.ต้องมีการคืนงบใช่หรือไม่ อยากทราบระเบียบค่ะ ศึกษาไว้นะคะ ถ้ามีการจัดไม่ทันตามแผนที่วางไว้ที่เสนอไว้ต้นเทอม

             ผมตอบว่า   เรื่องที่ว่า "ต้องทำในช่วงไหน ถ้าจัดไม่ทันตามแผนต้องมีการคืนงบใช่หรือไม่" นั้น แล้วแต่นโยบายการบริหารของแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ ครับ
             สำหรับรัฐบาลและส่วนกลางนั้น เร่งรัดให้จัดและเร่งเบิกจ่ายเงิน แต่ถ้ายังไม่ถึงปลายปีงบประมาณก็ยังไม่ต้องส่งคืนส่วนกลาง ( แล้วแต่งบด้วย ถ้าเป็นงบลงทุนยิ่งเร่งรัดมาก )
             แต่การบริหารของบางจังหวัด ถ้าเห็นว่าอำเภอไหนจัดช้า ถ้าไม่เร่งแก้ไข ปลายปีอาจแก้ไม่ทัน เขาอาจจะนำเงินคืนจากอำเภอนั้นไปให้อำเภออื่นที่จะจัดได้ทัน เพื่อภาพรวมทั้งจังหวัดไม่เสียหาย ก็ได้

         5. หลักสูตรเกี่ยวกับการบริการสุขภาพ เช่น วิชานวดแผนไทย เป็นต้น ถ้า กศน.คิดหลักสูตรขึ้นมาเองแล้วเปิดสอนเลย จะเป็นหลักสูตรเถื่อน ( ตามหนังสือในภาพประกอบโพสต์นี้ ) ซึ่งเกิดปัญหาโดน รมว.ด่า มาแล้ว






         6. วันที่ 5 มี.ค.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ( ผมเพิ่งเห็นคำถามในวันถัดมา ) ว่า  อ.ค่ะ ขอความอนุเคราะห์ สอบถามเรื่องการจ้างตำรวจมารักษาความปลอดภัยของสนามสอบค่ะ

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ เป็นนโยบายสำนักงาน กศน.ให้มีมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณสนามสอบ ตามหนังสือแจ้งในภาพประกอบโพสต์นี้
             แต่ ไม่มีระเบียบรองรับให้ “จ้าง” จนท.รักษาความปลอดภัยสนามสอบ
             ในหนังสือสำนักงาน กศน.ก็ระบุให้ “ประสานขอความอนุเคราะห์” จากหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่อยู่ในพื้นที่
             ซึ่งก็มีหลายแห่ง “ประสานขอความอนุเคราะห์” ตามนโยบาย
             อย่างไรก็ตาม บางแห่ง ถ้าประสานขอความอนุเคราะห์โดยไม่ต้องจ้าง ไม่ได้ ก็แต่งตั้งให้ จนท.ตำรวจเป็นกรรมการดำเนินการสอบ และเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้ตามเกณฑ์กรรมการดำเนินการสอบได้
             บางแห่งแต่งตั้งเป็น "กรรมการกลาง" ( ถ้าจำนวนห้องสอบมาก จะแต่งตั้งกรรมการกลางได้มาก การแต่งตั้งตำรวจเป็นกรรมการกลางจึงไม่กระทบกับการแต่งตั้งคนอื่น )
             บางแห่งมีจำนวนห้องสอบน้อยตั้งกรรมการกลางได้น้อย ไม่เหมาะที่จะแต่งตั้งตำรวจร่วมเป็นกรรมการกลาง  เช่นตอนผม รก.ผอ.กศน.อ.ผักไห่ นายทะเบียนเขาคิด/ดำเนินการ เสนอแต่งตั้งตำรวจ 2 นาย มาเป็น "กรรมการคุมห้องสอบ" ผมก็เห็นว่าไม่ผิด
             กรรมการดำเนินการสอบปลายภาคต้องเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำ หรือพนักงานราชการ ที่ยังไม่เกษียณ ( สังกัดอื่นก็อนุโลมได้ )  ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ ต้องเป็น “ครู” ที่สังกัด กศน. ( ครู ศรช. ครู ปวช. ครูสอนคนพิการ-เด็กเร่ร่อน ฯลฯ ที่ชื่อตำแหน่งมีคำว่าครู ) แต่นโยบายเรา ไม่ให้ครู กศน.คุมสอบ นศ.“กลุ่มของตนเอง” นะ
             ( การตั้งกรรมการดำเนินการสอบมีเกณฑ์กำหนดจำนวนคนตามจำนวนห้องสอบ  รวมกรรมการดำเนินการสอบทั้งหมดต้องตั้งไม่เกินเกณฑ์ )






         7. หลังจากที่ผมเผยแพร่คำตอบเรื่องการจ้างตำรวจรักษาความปลอดภัยสนามสอบปลายภาค ไปในไลน์แล้ว มีผู้ถามผมในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. อีก 2 คำถาม คือ

             7.1  ขอระเบียบค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินการสอบ กศน.
                   ผมตอบว่า  ดูในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090

             7.2  ขอสอบถามระเบียบ การกรอกคะแนน ใน กศน.4 ค่ะ กำหนดไหมค่ะว่าช่องคะแนนรวมให้ใช้หมึกสีแดง คือเคยแต่ใช้หมึกแดงลง ขส. มส. 0
                   ผมตอบว่า  เรื่อง กศน.4 มีอธิบายในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรูง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 79-80 ข้อ 2.1 (2.1.1-2.1.3) ซึ่งไม่ได้กำหนดบังคับสีหมึกที่ใช้ในการกรอก

             ( กลุ่มไลน์สแควร์ กศน. รับสมาชิกกลุ่มเฉพาะบุคลากร กศน. ไม่รวมนักศึกษา ปัจจุบันมีสมาชิกพันกว่าคน สื่อสารถามตอบกันในเรื่องวงใน กศน.
               ใครสนใจจะเข้ากลุ่มนี้ ขอให้แจ้งขอเข้ากลุ่มโดยบอกทั้ง ตำแหน่ง และ สังกัด “ที่ชัดเจน” เช่น “ครูอาสาสมัคร กศน.อ.หนองหูลิง” ไปที่ผู้เป็นสมาชิกกลุ่มอยู่แล้ว หรือที่ "อินบ็อกซ์ กล่องข้อความ" ในเฟซบุ๊กของผมก็ได้ จะส่งลิ้งค์หรือ QR-code สำหรับเข้ากลุ่มให้ที่อินบ็อกซ์ แต่จะไม่แจ้งลิ้งค์หรือ QR-code ที่นี่ เพราะ นศ.และผู้ที่ไม่ได้สังกัด กศน.จะเห็นและเข้ากลุ่มไปได้ด้วย )


วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

1.ประเด็นที่น่าสนใจจากท่านรองฯและ กจ., 2.ผู้เทียบระดับฯ เข้าสัมมนาไม่ตลอดหลักสูตร, 3.โปรแกรม ITw (ปัญหาการแยกเครื่อง),4.อย่างไรจึงจะเป็น "หลักสูตร", 5.เพิ่งมายื่นขอจบหลังวันอนุมัติจบ-อนุมัติจบนานแล้ว ผอ.คนเก่าไม่ได้ออกใบ รบ., 6.ใบสมัคร นศ. เก็บกี่ปีจึงจะทำลายได้, 7.สอน กศน.ไม่ติดต่อกัน ใช้เป็นประสบการณ์การสอน 1 ปี เพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้
 

         1. วันที่ 2-3 มิ.ย.59 ผมฟังท่านรองฯกิตติศักดิ์ กับท่าน ผอ.สัจจา บรรยายใน "โครงการเสริมสร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้ผู้บริหารสถานศึกษาบริหารงานตาม หลักธรรมาภิบาล" แก่ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ/เขต ณ โรงแรมหรรษาเจบี หาดใหญ่ สงขลา ( ได้ฟังเพียงบางส่วน ไม่ได้ฟังตลอด )   มีประเด็นที่น่าสนใจ มาเล่าต่อ คือ

             1)  หนังสือเรียนวิชาเลือกบังคับ จะใช้วิธีซื้อไม่ได้ ต้องใช้วิธีจ้าง เพราะลิขสิทธิเนื้อหาเป็นของ กศน.  กำลังจะให้องค์การค้า สกสค. เป็นผู้พิมพ์จำหน่ายในภาคเรียนหน้า  ( รวมทั้งหนังสือเรียนวิชาเลือกที่สถานศึกษาพัฒนาเนื้อหาขึ้น ก็ต้องใช้วิธีจ้าง )
                  ส่วนหนังสือเรียนวิชาบังคับ จะใช้วิธีซื้อหรือจ้างก็ได้ โดยถ้าเอกชนเป็นผู้พัฒนาเนื้อหาก็ใช้วิธีซื้อ ถ้าพิมพ์ตามต้นฉบับของ กศน.ก็ใช้วิธีจ้าง

                  ปัญหาคือ ถ้าสถานศึกษาจะแบ่งงบประมาณค่าหนังสือเรียนที่ได้รับ ออกเป็นสองส่วน เช่นจ้างพิมพ์วิชาเลือก และซื้อวิชาบังคับ จะถือเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างซึ่งจะทำไม่ได้ หรือไม่
                  ประเด็นนี้ ถ้า การแบ่งงบประมาณแล้วทำให้เปลี่ยนอำนาจผู้ซื้อจากจังหวัดเป็นอำเภอ และ/หรือ เปลี่ยนวิธีซื้อ/จ้าง จากวิธีสอบราคา/ประกวดราคา เป็นวิธีตกลงราคา ก็จะเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างที่ห้ามทำ
                  แต่ถ้าวงเงินทั้งหมดที่สถานศึกษาได้รับไม่เกินห้าแสนบาท สถานศึกษาซื้อเองโดยวิธีตกลงราคาอยู่แล้ว แม้จะแบ่งเป็นสองส่วน ซื้อบางส่วนจ้างบางส่วน ก็ยังซื้อ/จ้างโดยสถานศึกษา ด้วยวิธีตกลงราคาเช่นกัน สามารถทำได้ ไม่ถือเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง

             2)  หนังสือเรียนวิชาเลือกบังคับ จะเป็น "ชุดวิชา" คือ 1 วิชามีมากกว่า 1 เล่ม/รายการ ( หนังสือเรียน กับ สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ )
                  วิชาบังคับ ภาคเรียนต่อไปก็จะเปลี่ยนเป็นชุดวิชา
                  สามารถใช้งบที่จัดสรรเป็นค่าหนังสือเรียน จ้างได้ทั้ง 2 เล่ม/รายการ โดยภาคเรียนแรกอาจจ้างเท่ากันทั้ง 2 อย่าง ส่วนภาคเรียนต่อ ๆ ไป อาจจ้างพิมพ์สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่า หรือจ้างพิมพ์เฉพาะสมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้

             3)  จุดสำคัญในการพิจารณาใบเสนอราคา มี 3 อย่าง
                  - จำนวนเงินที่เสนอราคา  ( ตรวจสเป็คก่อน ถ้าสเป็คถูกต้อง และไม่ผิดเงื่อนไข จะต้องซื้อ/จ้างจากรายที่เสนอราคาต่ำสุด )
                  - ต้องมีลายมือชื่อผู้เสนอราคาที่มีอำนาจตามกฏหมาย
                  - ต้องมีกำหนดวันส่งมอบ

             4)  สัญญาซื้อ/จ้าง สามารถแก้ไขได้ถ้ามีเหตุผลความจำเป็น โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้จนถึงก่อนวันตรวจรับ
                  หลักประกันสัญญา เก็บในที่ปลอดภัย แต่ไม่ต้องเก็บในตู้เซฟ

             5)  การซื้อ/จ้าง หนังสือเรียน ถ้าส่งของไม่ครบถ้วน ให้คำนวณค่าปรับและจำนวนวันที่ปรับ เฉพาะส่วนที่ยังส่งไม่ครบเท่านั้น

             6)  ถ้าเราส่งมอบต้นฉบับ/ส่งมอบพื้นที่ ช้า กี่วัน ให้ขยายเวลาเท่านั้น

             7)  ใช้เงินอุดหนุน จ้างเหมาบริการในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง ไม่ได้ เช่นจ้างในตำแหน่ง จนท.การเงิน บัญชี แม่บ้าน ทำความสะอาด ไม่ได้

             8)  การเปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งต่อไป ( ยังไม่มีกำหนด ) เราถูกกำหนดให้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เช่นเดียวกับ สพฐ. คือกลุ่มที่รับเฉพาะคนในสังกัด กับกลุ่มที่รับบุคคลทั่วไป และ ต้องกำหนดวิชาเอก
                  เราจะแบ่งเป็นกลุ่มที่รับบุคคลทั่วไปน้อยกว่า อาจจะแบ่งรับคนทั่วไป 30 % และรับคนในสังกัด 70 %  ( สอบกลุ่มคนในให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงเปิดรับสมัครกลุ่มคนทั่วไป โดยคนในสังกัดก็สามารถสมัครในกลุ่มคนทั่วไปได้อีก )
                  ในส่วนของการกำหนดวิขาเอก ก็จะสำรวจจากวุฒิของพนักงานราชการที่เป็นคนในสังกัดว่าจบเอกอะไรกันมา แล้วกำหนดรับวิชาเอกตามนั้น

             9)  สิ่งที่เราทำผิด ตามที่หน่วยงานภายนอกที่มาตรวจสอบ ชี้มูล เรื่องหนึ่งคือ เราไม่ทำ "แผนการจัดซื้อจัดจ้าง/แผนการจัดซื้อจัดหาพัสดุ"  ( ประเด็นนี้ หน่วยงาน/สถานศึกษา ต้องแก้ไข )
                  การซื้อการจ้างราคาเกิน 100,000 บาท ต้องตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
                  ถ้าของบฯเพิ่มเติมได้ ก็ซื้อเกินราคากลางได้ แต่ไม่เกิน 10 %

         2. วันที่ 2 มิ.ย.59 ผมไปราชการที่หาดใหญ่ มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมเรื่อง ผู้เทียบระดับฯ เข้าสัมมนาวิชาการไม่ตลอดหลักสูตร จะผ่านหรือไม่

             เรื่องนี้   ที่หน้า 18 ข้อ 7.3.5 ในคู่มือดำเนินงานการประเมินเทียบระดับการศึกษา (แนวใหม่) ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555  ( ดูได้ที่ http://trang.nfe.go.th/UserFiles/Pdf/Operations.pdf )  กำหนดว่า
             ต้องเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาวิชาการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80  ( 24 ชม. จาก 30 ชั่วโมง )

             โดยในเรื่องการสัมมนาวิชาการนี้ใช้ลักษณะและหลักเกณฑ์เดียวกันทั้งเทียบระดับฯแบบเดิมและเทียบระดับฯสูงสุดฯ
             ( ในคู่มือนี้ กำหนดการสัมมนาวิชาการว่า ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน  แต่ตอนหลังมีการกำหนดใหม่เป็น 3 วัน 2 คืน หรือ 30 ชั่วโมง )

         3. วันที่ 16 มิ.ย.59 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมเรื่องการแยกเครื่องคอมฯโปรแกรม ITw ( ถามในระหว่างการเป็นวิทยากรบรรยายของผม ) ว่า  การแยกเครื่องคอมฯให้แต่ละ กศน.ตำบลลงข้อมูลบางอย่างในโปรแกรมเอง อาจมีบางคนรู้วิธีหารหัสผ่านของนายทะเบียนและสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่นที่เราไม่ได้กำหนดสิทธิให้เข้าถึงข้อมูล ได้ เช่นแก้ผลการเรียนของภาคเรียนเก่า จะมีวิธีป้องกันหรือไม่

             เรื่องนี้   ผมได้ถามคุณสุขุม ศรีวิไลฤทธิ์ ผู้พัฒนาโปรแกรม ITw เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.59 คุณสุขุมบอกว่า จะปรับปรุงโปรแกรมให้เมื่อนายทะเบียนนำข้อมูลจากเครื่องคอมฯตำบล มาอิมพอร์ตนำเข้าเครื่องอำเภอ ให้สามารถเลือกได้ว่า นำเข้าเฉพาะข้อมูลใด ของตำบลใด ภาคเรียนใด ข้อมูลที่ไม่ได้ให้เขาบันทึกก็จะไม่มาลงในเครื่องอำเภอ

         4. เย็นวันเดียวกัน ( 16 มิ.ย. ) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  กำหนดการ การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ ซึ่งระบุ เช่น
             9.00-10.00  ประวัติของโรคเอดส์
             10.00-11.00  การใช้ถุงยางอนามัย
             11.00-12.00  การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยเอดส์ในสังคม
             แบบนี้ถือว่าเป็นหลักสูตรการอบรมได้ไหม
             เป็นที่ถกเถียงกัน  ผอ.บางท่านบอกได้ บางท่านบอกไม่ได

             ผมตอบว่า   อย่างนี้เรียกว่า กำหนดการ/ตารางการอบรม ไม่ใช่หลักสูตร
             หลักสูตร จะประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ เช่น
             - ชื่อหลักสูตร
             - ระบุ เรื่อง/หัวเรื่อง/หรือหัวข้อเนื้อหาย่อย ที่ระบุ จุดประสงค์การเรียนรู้(ตัวชี้วัด)/เนื้อหาย่อ/จำนวนชั่วโมง ของแต่ละเรื่อง
             - การวัดผลและประเมินผล

         5. วันที่ 17 มิ.ย.59 มีผู้โทร.มาถามผมว่า

             1)  ภาคเรียนที่ 2/58 อนุมัติการจบหลักสูตรไปแล้ว แต่มี นศ.บางคนเพิ่งจะมายื่นขอจบหลักสูตรตอนนี้  จะทำอย่างไร
                  ผมตอบว่า   ถ้าเขาจบ ( ครบเงื่อนไข 4 ข้อ ) ตั้งแต่ภาค 2/58 ก็อนุมัติการจบหลักสูตรย้อนหลังให้เขาได้ โดยภาคเรียนหนึ่ง ๆ อนุมัติการจบกี่ครั้งก็ได้ อนุมัติการจบย้อนหลังไปก่อนวันที่เขายื่นขอจบก็ได้ ( ไม่มีระเบียบให้อนุมัติจบหลังยื่นขอจบ  ปกติการอนุมัติจบแต่ละครั้งต้องอนุมัติให้ทุกคนที่ผ่านเงื่อนไขครบ 4 ข้อแล้ว แม้ยังไม่ยื่นขอจบก็ตาม )

             2)  นศ.เก่า อนุมัติจบไปนานแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกใบ รบ.   ในแนวทางการดำเนินงานระบุว่าให้ออกใบ รบ.ภายใน 30 วัน หลังวันอนุมัติจบ ตอนนี้เกินนานแล้ว เปลี่ยน ผอ.แล้ว  ผอ.คนใหม่บอกให้ยกเลิกการอนุมัติจบครั้งก่อน แล้วอนุมัติจบใหม่ เพื่อจะออกใบ รบ. จะทำได้ไหม
                  ผมตอบว่า   การจะยกเลิกการอนุมัติจบ ต้องมีเหตุผลเช่น อนุมัติจบไปแล้วพบภายหลังว่าไม่จบ  เมื่อยกเลิกแล้วก็ไม่อนุมัติจบให้รายนี้อีก  แต่กรณีนี้ยกเลิกการอนุมัติจบไม่ได้
                  ให้นายทะเบียนและ ผอ.คนใหม่ ออกใบ รบ.ให้ได้เลย แม้จะอนุมัติจบไว้นานแล้วก็ไม่เป็นไร  ( ที่ว่าคู่มือฯกำหนดให้ส่งภายใน 30 วัน นับจากวันอนุมัติการจบหลักสูตร นั้น คือ รายงานผู้สำเร็จการศึกษา ไม่ใช่ใบ รบ.)  ผอ.คนที่อนุมัติจบ เป็นคนละคนกับ ผอ.ที่ออกใบ รบ.ก็ไม่เป็นไร  วันที่อนุมัติจบใช้วันที่เดิม ส่วนวันที่ใต้ลายเซ็น ผอ.ในใบ รบ. เป็นวันที่ ผอ.คนปัจจุบันเซ็น

         6. เย็นวันที่ 16 มิ.ย.59 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามในระหว่างการเป็นวิทยากรบรรยายของผม ว่า  ใบสมัครของ นศ. ต้องเก็บไว้กี่ปีจึงจะทำลายได้

             เรื่องนี้   “หลักฐานการศึกษา” บางอย่างทำลายไม่ได้ สถานศึกษาต้องจัดเก็บไว้ตลอดไป ได้แก่
             1)  กศน. 1, 3-5 ( ระเบียนแสดงผลการเรียน รายงานผู้สำเร็จการศึกษา บันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รายงานสรุปผลการเรียน )
             2)  ทะเบียนคุมใบประกาศนียบัตร
             3)  สมุดทะเบียนนักศึกษา

             แต่  “เอกสารการศึกษา” สามารถทำลายได้ตามระเบียบงานสารบรรณ ได้แก่
             ใบสมัครขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ใบลงทะเบียนเรียน ใบลงทะเบียนกิจกรรม กพช. ใบลงทะเบียนรักษาสถานภาพฯ กระดาษคำตอบและใบลงลายมือชื่อผู้เข้าสอบ ใบลงทะเบียนเทียบโอน หลักฐานการเทียบโอน

             การทำลายหนังสือราชการ รวมทั้งเอกสารการศึกษานี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ซึ่งในระเบียบได้กำหนดวิธีการและแบบฟอร์มไว้แล้ว  โดยคำว่า “หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม” ในระเบียบนี้ สำหรับ กศน. ให้หมายถึง ผอ.สนง.กศน.จ./กทม. เพราะได้รับมอบอำนาจตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 531/2551 ลงวันที่ 29 เม.ย.51 ข้อ 7   ( กรณีเอกสารอยู่ที่อำเภอ ถ้าจังหวัดจะให้อำเภอทำลาย จังหวัดต้องเป็นผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งให้บุคลากรของอำเภอเป็นกรรมการทำลายฯ )
             ดูระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ ฉ.2 พ.ศ.2548 ได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00171494.PDF
             ระเบียบฉบับนี้ กำหนดไว้ว่า
             ข้อ 57 อายุการเก็บหนังสือ โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือดังต่อไปนี้
                    57.5  หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อดำเนินการ “แล้วเสร็จ” ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี

             อย่างไรก็ตาม แม้ใบสมัครจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่สำคัญ แต่ใบวุฒิเดิมที่ประกอบใบสมัครหรือประกอบการเทียบโอน มีความสำคัญ จึงควรเก็บใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบไว้จนกว่า นศ.จะเรียนจบหรือพ้นสภาพ และเก็บต่อไปอีก 1 ปี จึงค่อยดำเนินการทำลายตามขั้นตอนของระเบียบสารบรรณ

         7. เย็นวันที่ 20 มิ.ย.59 Pop Pariyakorn ถามในข้อความแฟนเพจเฟซบุ๊คผม ว่า  มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน (จากการเทียบโอน สอบ และอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูครบ 9 มาตรฐาน) แล้วมาเป็นครูอาสาสมัคร กศน.  จะใช้การสอนที่ กศน. เป็นประสบการณ์การสอน 1 ปีเพื่อประกอบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้หรือเปล่า โดยใน 1 ปี สอนไม่ติดต่อกัน มีเว้นช่วง

             ผมตอบว่า   ใช้การสอนที่ กศน.เป็นประสบการณ์สอน 1 ปี ประกอบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้
             ส่วนเรื่องการสอนเว้นช่วง เพื่อความมั่นใจผมเรียนถามท่าน อ.สมกมล คุรุสภา ได้รับคำตอบว่า เว้นช่วงได้ ขอให้สัญญาจ้างเป็นครูผู้สอน นับรวมกันได้ครบ 1 ปีเต็ม ( 365 วัน )


วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

1.การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57, 2.การออกรหัสประจำตัวผู้เทียบระดับ กศ., 3.คลังหลักสูตรวิชาอาชีพ, 4.ตั้งพนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ-ราคากลาง, 5.การเช่า, 6.อำเภอ/จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย, 7.ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 ธ.ค.57 Jongluk Budsadee ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  พอจะแนะนำไฟล์จำนวนผู้เรียนที่ได้คะแนนผลการทดสอบ (N-Net) มากกว่าขีดจำกัดล่างของค่าเฉลี่ย ปี 56-57 ได้ไหม

             ผมตอบว่า   การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57
             ใครอยากรู้คะแนนตัวบ่งชี้ที่ 5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนการศึกษาพื้นฐาน ( ประเมินภายนอก ) เดี๋ยวนี้คำนวณง่าย ได้ผลคะแนนตรงกับการประเมินของ สมศ.

             เฉพาะตัวบ่งชี้ที่ 5.1 นี้ สมศ.ใช้คะแนน N-NET เพียง 2 ปีการศึกษาเท่านั้น ถ้าเข้าประเมินในปี กศ.57 ( ยังไม่สิ้นสุดภาคเรียนที่ 2/57 เช่นเข้าประเมินในเดือน ม.ค.58 ) จะใช้คะแนน N-NET ของปีการศึกษา 55 กับ 56

             คำนวณโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/OTHER/indicator5-1.xls
             โปรแกรมนี้ใช้ไม่ยาก เพียงแค่นำตัวเลข “จำนวนผู้เข้าสอบ” กับ “จำนวนผู้ที่ได้คะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง” ระดับละ 4 ตัว/สาระ ( ปีละ 2 ตัว ) ไปใส่ในช่องสีเขียวเท่านั้น ค่าคะแนนต่าง ๆ ของ ตบช.ที่ 5.1 ก็จะปรากฏขึ้นมา   โดย
             1)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูลปีปัจจุบัน” ให้นำจำนวนในปี กศ.2556 มากรอกในช่องจำนวนผู้เข้าสอบ ปีปัจจุบัน  ( จำนวนผู้เข้าสอบนี้ เป็นจำนวนเฉพาะอำเภอ ไม่ใช่จำนวนทั้งประเทศ )
             2)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูล 1 ปีย้อนหลัง” ให้นำจำนวนในปี กศ.2555 มากรอก
             3)  “จำนวนผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับดี” หมายถึง จำนวนผู้เรียนที่มีคะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง
             เดี๋ยวนี้ มีตัวเลขที่ว่านี้ไว้ให้แล้วทุกอำเภอ ไม่ต้องนับเองไม่ต้องรวมเอง ทุกอำเภอดูตัวเลขเหล่านี้ได้ที่
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-1.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-2.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-3.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-plai.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-ton.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55Pratom.pdf
             ลองทำดูครับ ... จะเห็นว่าง่าย..

 
         2. วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.57 ผมเผยแพร่เรื่องรหัสประจำตัวผู้เข้ารับการเทียบระดับการศึกษาฯ  ( ถ้าสมัครในช่วงที่วันปฐมนิเทศอยู่ในช่วงปีการศึกษา/ภาคเรียนใดของ กศ.ขั้นพื้นฐาน ให้ใช้ปีการศึกษา/ภาคเรียนนั้นเป็นรหัสประจำตัว  เช่น สมัครในช่วง ต.ค.-พ.ย.57 ปฐมนิเทศ ธ.ค.57 รหัสประจำตัวคือ 572... ถึงแม้จะเป็นปีงบประมาณ 58 แล้วก็ตาม )  ว่า
             ด่วน..
ฝนทอง ทอสายศิลป์ ( อ.ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ กลุ่มพัฒนา กศน. ) บอกว่า  ผู้เข้าเทียบระดับฯสูงสุดฯ รุ่น 4 ที่เพิ่งปิดรับสมัครไปนี้ ให้ออกรหัสประจำตัวเป็น 572...... ( ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2557 )  ไม่ใช่ 581......

             ถ้าอำเภอไหนขึ้นทะเบียน/ลงทะเบียนในโปรแกรม KSM ผิดไปแล้ว วิธีแก้ไข ต้องลงทะเบียนรายวิชาใหม่หมด
             แต่ ข้อมูลขึ้นทะเบียนประวัตินักศึกษาไม่ต้องลงใหม่ ให้ใช้เมนูเปลี่ยนรหัสประจำตัวผู้เข้าเทียบระดับทุกคน จาก 581...... เป็น 572......
             แล้วถอนการลงทะเบียนรายวิชาในภาค 1/58 ออก
             จากนั้นลงทะเบียนรายวิชาใหม่ในภาค 2/57

             ( เมื่อเราเพิ่ม "ครั้งที่" ใหม่ โปรแกรมจะขึ้นครั้งที่ 1 ไว้เป็นค่าเริ่มต้น เราแก้ให้เป็น 2 ปี 2557 ได้ ลักษณะเดียวกับการบันทึกประวัติ โปรแกรมจะขึ้นว่านับถือศาสนาพุทธไว้เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้ )

         3. วันที่ 15 ธ.ค.57 กศน.ตำบลวังไทร อำเภอคลองขลุง กำแพงเพชร ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  อยากได้หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกเบื้องต้น พอจะมีบ้างไหม
             ผมตอบว่า   ผมไม่มีเวลาหาให้ โปรดหาเอง เช่น ในคลังหลักสูตรวิชาอาชีพ ที่
http://www.4shared.com/rar/6AzIdRVIce/Jobcourses.html
             ( ใช้เวลาดาวน์โหลดนาน เพราะไฟล์ขนาดใหญ่ 32 MB )

         4. วันที่ 18 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  กรณี กศน.อำเภอที่มีข้าราชการเพียงคนเดียวคือ ผอ.กศน.อำเภอ ถ้าจะแต่งตั้ง จนท.สำหรับตรวจรับพัสดุ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ เป็นพนักงานราชการได้มั้ย หรือว่าต้องยืมข้าราชการจากอำเภอใกล้เคียง
             ผมตอบว่า   ดูในคำตอบที่เคยตอบ เช่น ในข้อ
4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html

             ผู้ถาม ถามต่ออีกว่า  ทำไม จนท.พัสดุของสำนักงาน กศน.จังหวัดบอกว่า ไม่ได้ ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้นเป็นประธานกรรมการตรวจรับ
             อีกคำถามหนึ่ง ปัจจุบันการซื้อกระดาษถ่ายเอกสารยังต้องยึดราคากลางของกรมบัญชีกลางหรือป่าว เพราะแต่ก่อนเคยเบิกรีมละ 108 บาท ปัจจุบัน จนท.พัสดุของจังหวัดบอกว่าเบิกได้ตามที่ซื้อจริงในร้านค้า

             ผมตอบว่า
             1)  ลองปริ้นท์เอกสารที่ผมตอบ ให้เขาศึกษาดู ถ้าเขายังไม่เชื่อยังไม่ยอม และเราก็จำเป็นต้องให้เขายอมด้วย ก็ปรึกษาผู้บริหาร ให้ผู้บริหารหารือกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มงานคลัง กศน. ดู
             2)  การกำหนดราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กย. 2530 ที่ให้สิทธิพิเศษในการจำหน่ายกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษแก่บริษัทโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษบางปะอินจำกัด   แต่เนื่องจากปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกการให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทฯไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เมย.2550 ตามนัยมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 พค.2550  ดังนั้นราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย   ในการจัดหาพัสดุของส่วนราชการให้ถือปฏิบัติตามนัยระเบียบสำนักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ คือ การซื้อจำนวนน้อยจะกำหนดราคากลางหรือไม่ก็ได้
             ( ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2556 เป็นต้นมา การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีวงเงินเกินกว่า 100,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐประกาศการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง และการคำนวณราคากลาง )

         5. วันที่ 19 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ถ้าศูนย์อำเภอเช่าเครื่องถ่ายเอกสารไว้ใช้ในสำนักงาน สามารถทำได้หรือปล่าว เพราะดำเนินการมาแล้ว 2 ปี แต่เปลี่ยนผู้บริหารจังหวัดใหม่ แล้วบอกว่าศูนย์อำเภอไม่มีอำนาจในการเช่า ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
             ผมตอบเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่
21 ธ.ค. ว่า   ตามคำสั่ง สป.ศธ. ที่ 489/51 เรื่องมอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต ปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ 21 เม.ย.51  ระบุการมอบอำนาจ “การเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเช่าทั้งหมด ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นๆที่เกี่ยวกับการเช่า ครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท หรือไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท” ไว้ในข้อ 4.2

         6. วันที่ 26 ธ.ค.57 มีผู้แจ้งในอินบ็อกซ์ผมว่า “... โดน ผอ.กศน.อำเภอ สั่งย้าย ให้เดินทาง 30 ธันวาคม 2557 นี้ โดยไม่เคยแจ้งหรือพูดจากับ...เลย ...ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เขาเรียกกรรมการตรวจรับพัสดุคนหนึ่งเข้าไปคุยในห้องทำงาน บอกว่าให้เซ็นตรวจรับพัสดุ บอกว่าเบื้องบนสั่งมา กรรมการคนนั้นถามกลับไปว่า เบื้องบนไหน..? ... ... ( ผอ.คนนี้คือคนที่เคยพูดว่า ใครจะกล้ามาตรวจสอบกู อยู่จังหวัดที่มีการซื้อหนังสือแบบเรียน แต่ยังไม่ทันได้เปิดซองสอบราคากันเลย แต่หนังสือแบบเรียนของบริษัทที่มายื่นซอง 1 บริษัท มาถึงเรียบร้อยแล้ว )”

             ผมตอบว่า   ทั้ง ผอ.กศน.อำเภอ และ ผอ.กศน.จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย
             ผอ.กศน.อ.ไม่มีอำนาจส่งครูไปทำงานอำเภออื่น  ถ้าครูทำความผิดก็ต้องดำเนินการทางวินัยไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งก็ไม่มีหลักเกณฑ์ให้ส่งครูไปไว้ที่อื่น
             เดิมมีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 270/51 ข้อ 13 มอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด/กทม. “ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ไปช่วยราชการภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 30 วัน”
             แต่ต่อมา ก็มีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 582/52 ยกเลิกการมอบอำนาจข้อ 13 นี้แล้ว โดยให้เหตุผลในการยกเลิกว่า “การมอบอำนาจกรณีดังกล่าวมีเจตนาจะให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างรวดเร็วและสั่งการโดยให้ยึดผลประโยชน์ของทางราชการเป็นที่ตั้ง แต่ ผู้รับมอบอำนาจได้นำไปใช้โดยไม่ถูกต้อง จึงยกเลิก"
             ตอนนี้ทั้งอำเภอและจังหวัดไม่มีอำนาจส่งไปช่วยราชการแล้ว
             ( ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ในข้อ 5 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/517220 )







         7. คืนวันที่ 5 ม.ค.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น ว่า
             ประกาศ สป.ศธ.เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนหลักสูตรระยะสั้น พ.ศ.
2554 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.54 ที่กำหนดว่าผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชม.ละ 50 บาท, 6-10 คน ชม.ละ 100 บาท, ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชม.ละ 200 บาท นี้ ยกเลิกแล้ว  ( เรื่องนี้ อ.กฤติพัฒน์ กป.กศน.ทราบดี ) โดย

             1)  ในประกาศฉบับนี้ มีการอ้างอิงหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ซึ่งให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาท
             2)  ต่อมา ปี 2554  ศน.ต้องการจะจ้างวิทยากรที่มีชื่อเสียงมาสอนในศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แบบให้เครื่องมือประกอบอาชีพแก่ผู้เรียนด้วย จึงทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือน ก.พ.- ก.ค.54 หลายฉบับ ขอปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่าย เช่น ผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชั่วโมงละ 200 บาท ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชั่วโมงละ 800 บาท  ค่าวัสดุหัวละ 600-1,500 บาท เป็นต้น
                  ในที่สุดกรมบัญชีกลางตอบกลับมา ตามหนังสือที่ กค 0406.6/35474 ลงวันที่ 14 พ.ย.54 ว่า ให้ยกเลิกหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ที่เราอ้างอิงในประกาศฉบับนี้  และให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น โดยไม่กำหนดจำนวนผู้เรียน  ( ไม่ได้ให้ตามที่เราเสนอไป )   ดูหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ ได้ที่ไฟล์  expense_study.pdf
             3)  สำนักงาน กศน. ได้ส่งหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ มาให้ทุกจังหวัด ตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55  ( ดูหนังสือสำนักงาน กศน.ฉบับนี้ ได้ที่ไฟล์ costs_study.pdf )   หนังสือฉบับนี้แหละเป็นฉบับที่เราต้องยึดถือปฏิบัติในปัจจุบัน คือ ไม่ว่าผู้เรียนจะกี่คนก็ตาม สามารถจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกินชั่วโมงละ 200 บาท ( ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ และได้จำนวนกลุ่มเป้าหมายไม่ต่ำกว่าเป้า )
             4)  หนังสือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีอยู่ใน  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/Compressrd/ContinuingEducationGuide.rar