แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กีฬา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

1.คนต่างด้าว/ต่างชาติ เรียนการศึกษาต่อเนื่องได้ไหม, 2.จบเปรียญธรรม 5 ประโยค เทียบเพื่อเรียนต่อ กศน.ได้ไหม, 3.นศ.รับ รบ.ไปนานแล้ว ตอนนี้ต้องการใบประกาศนียบัตร ออกได้ไหมใครลงนาม, 4.มีภารกิจในวันสอบ N-NET ครูบอกว่าไม่ได้ ต้องสอบ, 5.รอสอบ E-Exam ครูคนนึงบอกจบเทอมหน้า อีกคนบอกจบเทอมนี้, 6.ตอนแรกครูบอกมีสิทธิ์สอบ N-NET ตอนหลังบอกไม่มีชื่อ, 7.โครงการแข่งกีฬา ซื้อน้ำมันมวยได้ไหม

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้


         1. วันที่ 17 ม.ค.63 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่อง การจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง...คนต่างด้าว/คนต่างชาติ สามารถเรียน กิจกรรมพัฒนาอาชีพ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชน ได้ไหม

             ผมตอบว่า   เรียนได้
             ( ตาม "ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานวันเดือนปีเกิดในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.2548" ให้ทุกคนที่อาศัยในประเทศสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัด ระดับ "ประเภท" หรือ พื้นที่การศึกษา )
             ถ้าที่ใดต้องการเลขประจำตัว 13 หลัก แล้วเขาไม่มี ก็ให้เขาไปขึ้นทะเบัยนกับฝ่ายทะเบียนท้องที่มาก่อน


             2. คืนวันที่ 16 ม.ค.63 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เรียนจบ ปธ. 5 ไม่มีประสบการณ์สอน ในทางสามัญ จะสามารถ ใช้ปธ5 เทียบเพื่อเรียนต่อ กศน. ได้มั๊ย

             ผมตอบว่า
             1)  ถ้าตอนเรียนเปรียญธรรม นั้น ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ
                  - เปรียญธรรม 3 ประโยค ( ป.ธ.3 ) จะเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนต้น ( ม.3 ) ให้สมัครเรียน ม.ปลาย (เปรียญธรรม 4-5 ประโยคก็เช่นกัน)
                  - เปรียญธรรม 5 ประโยค ( ป.ธ.5 ) + ได้รับแต่งตั้งให้สอนวิชาพระปริยัติธรรมในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่น้อยกว่า 1 ปี และทำการสอนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชั่วโมง จะเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ( ม.6 )
                  - เปรียญธรรม 6 ประโยค จะเทียบเท่า ม.6 โดยไม่ต้องมีประสบการณ์การสอน
             2)  ถ้าตอนเรียนเปรียญธรรมนั้น จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ( ที่ไม่ต่ำกว่า ป.6 ถ้าตอนที่เรียนเปรียญธรรมนั้นภาคบังคับเป็น ม.ต้น ก็ต้องจบ ม.ต้น )
                  เปรียญธรรม 3 ประโยค ( ป.ธ.3 ) จะเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ( ม.6 ) แม้จะไม่มีประสบการณ์การสอน

         3. วันที่ 24 ม.ค.63 มีผู้ถามในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  นศ.รับ รบ.ไปแล้วเมื่อปี 52 แต่ยังไม่ได้รับใบประกาศฯ เนื่องจากยังไม่ได้พิมพ์ แล้วพอมาถึงตอนนี้ นศ.ต้องการใบประกาศฯ สามารถออกให้ได้มั้ย ผอ.ที่ลงนาม เป็น ผอ.คนเดิม หรือ ผอ.ปัจจุบัน

             ผมตอบว่า   ออกให้ได้
             ปกติการออกใบประกาศนยบัตร และใบ รบ. ออกวันไหน ผอ.ที่ลงนามก็ต้องเป็น ผอ.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันนั้น ( ผอ.ปัจจุบัน )
             แต่ที่บางครั้งต้องใช้ ผอ.และนายทะเบียนคนเก่า เพราะ ต้องใช้ใบ รบ.นั้นเป็นหลักฐานการเรียนต่อไปก่อนนั้นแล้ว เช่น จบ ม.ต้น กศน.และเรียนต่อ ม.ปลาย กศน.ที่สถานศึกษาเดิม ก็ต้องออกใบ รบ.ม.ต้น ไม่เกินวันสุดท้ายของวันสมัครเรียน ม.ปลาย แต่บางแห่งให้เรียนต่อ ม.ปลายไปก่อนเลย แล้วจึงออกใบ รบ ม.ต้นในภายหลัง ซึ่งไม่ถูกต้อง กรณีนี้ต้องออกใบ รบ.ม.ต้นย้อนหลัง โดย ผอ.และนายทะเบียนที่ลงนามต้องเป็น ผอ.และนายทะเบียนย้อนหลังด้วย
             ( คำถามนี้มีคำตอบอยู่ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร 51 ฉบับปรับปรุง 55 ปกสีเลือดหมู หน้า 171 ข้อ 1.3 )

         4. คืนวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเราขาดสอบ n-net ไม่สามารถไปสอบได้จริงๆ จะสามารถเข้าสอบ E-Eaxm ได้ไหม ถามอาจารย์ที่ฉันเรียนเขาบอกไม่ได้ ต้องสอบไม่งั้นเขาไม่ส่งชื่อไปเปิดให้สอบ E-Eaxm   วันที่ 9 ฉันมีภารกิจไม่สามารถ ไปสอบได้จริงๆ

             ผมตอบว่า   คงจะเป็นเพราะถ้ายอมให้คนหนึ่ง ก็จะมีคนตาม อ้างนั่นอ้างนี่ตามมาอีกเยอะ จนที่ผ่านมามีปัญหาห้องสอบ E-Exam ไม่เพียงพอ ส่วนกลางจึงออกแนวปฏิบัติมาแก้ไข เช่น

ถ้าวันสอบ N-NET เทอมนี้ใครติดภารกิจอื่นที่สำคัญมากกว่า สถานศึกษาก็ยังไม่ต้องส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ในเทอมนี้ พร้อมจะสอบในเทอมใดค่อยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET
             กรณีส่งชื่อเข้าสอบในเทอมใดไปแล้ว ถึงวันสอบเกิดอุบัติเหตุเข้าสอบไม่ได้ จะขอเข้าสอบ E-Exam แทนในเทอมนั้น นักศึกษาต้องเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเข้าสอบ E-Exam กรณีพิเศษ บอกเหตุผลความจำเป็นที่ส่งชื่อแล้วเข้าสอบ N-Net ไม่ได้ ผ่านสถานศึกษา ผ่านจังหวัด ไปให้สำนักงาน กศน.ส่วนกลางพิจารณานำชื่อเข้าสอบ E-Exam จึงจะเข้าสอบ E-Exam ในเทอมนั้นแทนได้ ซึ่งต้องยื่นคำร้องภายในวันที่กำหนด เช่น เทอม 2/62 ให้ยื่นคำร้องถึงสำนักงาน กศน.ส่วนกลางภายในวันที่ 10 มี.ค.63 โดยส่วนกลางจะกำหนดวันสอบ E-Exam กรณีพิเศษนี้ หลังวันที่ 10 มี.ค.63 อันจะทำให้จบช้า และถ้ายื่นคำร้องไม่ทันก็ยิ่งต้องรอไปสอบเทอมต่อไปอีก

         5. วันที่ 28 ม.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  หนูเทียบโอนเรียนมานะคะ ในใบวิชาเรียนเขียนจบเทอมนี้ แต่พอรายชื่อสอบ N-net มาไม่มีชื่อหนู ทีนี้ครูที่โรงเรียนเขาบอกเทียบช้า แต่ตอนไปเทียบเขาบอกว่าทัน แล้วตอนนี้คือหนูต้องรอสอบ e-exam แบบนี้หนูยังจะจบเทอมนี้หรือว่าต้องจบเทอมหน้าหรอคะ แต่ครูเขาบอกจบเทอมนี้ รอสอบ e-exam ก้จบเดือนพฤษภา หนูก็งงว่าสรุปหนูจบเทอมไหน สอบ e-exam เดือนมีนาครูบอกมาวี้อะค่ะ ครูคนนึงบอกหนูจบเทอมหน้า อีกคนบอกจบเทอมนี้

             ผมตอบว่า   ปกติถ้ายังไม่เคยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ได้ทัน จะยังเข้าสอบ E-Exam แทนไม่ได้ ต้องรอส่งชื่อเข้าสอบ N-NET เทอมหน้า แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นต้องรีบจบ ก็ยื่นคำร้องขอสอบ E-Exam กรณีพิเศษ ตามขั้นตอน/กำหนดการ ไม่ใช่ลงทะเบียนแค่จังหวัด ครูเขาเข้าใจหรือเปล่า
             ต้องถามครูให้เขาศึกษาชัด ๆ ( บางครั้งครูก็ไม่รู้รายละเอียด ) ถามว่าเขาหมายถึงการเข้าสอบ E-Exam กรณีปกติ หรือกรณีพิเศษ กรณีปกติจะสอบก่อน กรณีพิเศษจะสอบทีหลัง แต่ผมไม่แน่ใจว่ากรณีไม่เคยส่งชื่อเข้าสอบ N-NET จะลงทะเบียนเข้าสอบกรณีปกติได้ไหม ระวังครูเข้าใจผิดแล้วแก้ไขภายหลังไม่ทัน.. ถ้าเงื่อนไขการจบอื่น ๆ ครบแล้ว สอบ E-Exam เสร็จก็จบเลย แต่อาจจะจบช้ากว่าเพื่อนๆที่ไม่ต้องสอบ E-Exam ถ้าได้สอบ E-Exam ปลายเทอมนี้ ก็จบปลายเทอมนี้

         6. คืนวันที่ 29 ม.ค.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  แฟนฉันเรียน กศน ถึงเวลาที่จะสอบ nเน็ต ตอนไปเรียนอาจารย์บอกมีสิทสอบ แต่พอตอนส่งรายชื่อมาให้ดูที่นั่งและห้องสอบ กับไม่มีชื่อ แบบนี้ควรทำอย่างไร

             ผมตอบว่า   เว็บ สทศ.เขาลงรายชื่อนักศึกษาที่ส่งเข้าสอบ ให้สถานศึกษาตรวจสอบตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.62 แล้วนะ คุณไม่ถาม/ไม่บอกว่าเหตุใดจึงไม่มีชื่อ แต่ละเหตุอาจมีวิธีแก้ต่างกัน เช่นถ้าเช็คดีๆแล้วพบว่าเคยมีการส่งชื่อเข้าสอบ N-NET แล้ว เทอมนี้ส่งอีกจะไม่มีชื่อ กรณีนี้เทอมนี้ก็ลงทะเบียนสอบ E-Exam ได้
             ปกติถ้ายังไม่เคยมีชื่อเข้าสอบ N-NET ทั้งๆที่เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้าย ต้องดำเนินการตามข้อ 3 ในแนวปฏิบัติฯ คือจะยังเข้าสอบ E-Exam แทนไม่ได้ ต้องรอส่งชื่อเข้าสอบ N-NET ในเทอมหน้า แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นต้องรีบจบ ก็ยื่นคำร้องขอสอบ E-Exam กรณีพิเศษ ตามขั้นตอน/กำหนดการ

             หลังจากผมตอบไปแล้วสักพัก ผู้ถาม ๆ อีก ว่า  อาจาร์ที่เรียนเค้าบอกว่าให้ทางแฟนฉันหาใบสมัครเรียนต่ออะเผื่อที่จะเอามาทำเรื่องสอบ E-Exam ใช่หรือป่าว คือฉันไม่เข้าใจว่าต้องไปสมัครเรียนเผื่อเอาใบมาทำเรื่องสอบได้ด้วยเหรอ ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยนะคุณครู ฉันงงมากเลย
             ผมตอบว่า  เขาคงให้หาหลักฐานอะไรที่จะแสดงได้ว่า "จำเป็นจะต้องจบในเทอมนี้" เพื่อนำมาประกอบคำร้องขอสอบ E-Exam กรณีพิเศษปลายเทอมนี้ เพราะถ้าไม่มีเหตุผลความจำเป็นเขาก็จะให้รอสอบ N-NET เทอมหน้า จบเทอมหน้า

         7. คืนวันที่ 3 ก.พ.63 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ฉันทำโครงการพานักศึกษาไปเข่งขันกีฬาที่อุบลแต่ผู้บริหารบอกว่าน้ำมันมวยและสเปลคลายกล้ามเนื้อไม่สามารถซื้อได้   มีระเบียไหนไม่ที่แจ้งว่าซื้อไม่ได้เผื่อฉันไม่เคยเห็นมาก่อน รบกวนหน่อย

             ผมตอบว่า   การเบิกจ่าย ไม่จำเป็นต้องมีระเบียบระบุว่าซื้อไม่ได้ แค่ไม่มีระเบียบรองรับว่าซื้อได้ ก็เบิกจ่ายไม่ได้
             ประเด็นนี้ ท่าน อ.สุนีย์ ฉัตรวัฒนานนท์ ผู้ตรวจสอบภายใน กศน.( รู้สึกว่าเกษียณปี 62 ) แนะนำว่า ให้นำไปเบิกจ่ายรวมอยู่ใน "ค่าวัสดุและเครื่องแต่งกายขบวนพาเหรด" ตามตารางแนบท้ายคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 669/61 ลว.20 มี.ค.61


วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

1.ขรก.ครู สายงานการสอน ต้องรู้..., 2.เป็นตำแหน่งครู 21 เม.ย.60 ทำวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เก่าได้ไหม, 3.ซื้ออุปกรณ์-เครื่องหมายลูกเสือได้ไหม, 4.นศ.จบภายใน 1 ภาคเรียนได้ไหม, 5.กพร.กีฬาพื้นบ้าน เบิกค่าอาหารนักกีฬาได้ไหม, 6.ได้รับบริจาคทรัพย์สิน ออกใบอนุโมทนาได้ไหม, 7.ห้ามจบก่อนวัยใช่ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. ขรก.ครู สายงานการสอน ต้องรู้... ( การพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มี/เลื่อน เป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ )

             สำนักงาน กศน. ได้ส่งหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ว 20-22/60 เรื่องเกี่ยวกับวิทยฐานะ มาให้ทุกจังหวัด ( ดูได้ที่  https://www.dropbox.com/s/9omswp328v3rckr/V20-22_60.pdf?dl=1 )
             โดยหนังสือ ว 22/60 เป็นเรื่องการพัฒนา ขรก.ครูสายงานการสอน

             แม้ครูเก่าจะยังเสนอขอวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เก่าได้ ซึ่งไม่ว่าจะทำวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เก่า ( ว17/52 ) หรือหลักเกณฑ์ใหม่ ( ว21/60 ) ทุกคนก็ต้องผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง  โดย ที่ผ่านมาก่อนมีหลักเกณฑ์ใหม่ กศน.เคยจัดการอบรมพัฒนาก่อนแต่งตั้งตาม ว3/54 ให้ประมาณปีละครั้ง แต่.. ปีนี้ กศน.จะไม่จัดอบรมพัฒนาแบบเดิมให้ ขรก.ครูสายงานการสอน ปีต่อไปก็ยังไม่แน่ว่าจะจัดหรือไม่ แต่ครูเข้าอบรมพัฒนาที่หน่วยงานอื่นจัดได้
             และแม้ครูเก่าจะเสนอขอวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เดิม ก็อบรมพัฒนาตาม ว 22/60 ได้

             ข้อกำหนดการพัฒนาตาม ว 22/60 เช่น
             - ต้องเข้ารับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยให้ประเมินตนเองตามแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนด พร้อมทั้งจัดทำแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปีตามแบบที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด
             - พัฒนาตามหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง แต่ละปีจำนวน 12-20 ชม. โดยภายใน 5 ปีต้องพัฒนา 100 ชม. ( ถ้ามีปีที่พัฒนาไม่ครบ 20 ชม. แต่ไม่น้อยกว่า 12 ชม. ให้นำ ชม.การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ฯ :
PLC ส่วนที่เกิน มานับรวมได้ )

             อนึ่ง ว 22/60 กำหนดการดำเนินการในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน สำหรับครูเก่าที่เสนอขอวิทยฐานะ ว่า
             - ถ้าเคยผ่านการอบรมพัฒนาแบบเดิมแล้วไม่เกิน 3 ปี ให้นำมาใช้ขอวิทยฐานะได้ 1 ครั้ง
             - ครูเก่าที่ดำรงตำแหน่งครู/วิทยฐานะมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ทั้งที่เคยผ่านการอบรมพัฒนาแบบเดิม แต่เกิน 3 ปี และที่ไม่เคยผ่านการอบรมพัฒนา สามารถเข้ารับการพัฒนาตาม ว 22/60 นี้โดยให้ผ่านการพัฒนาตามหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง จำนวนเพียง 20 ชม.ในการขอวิทยฐานะครั้งแรก 1 ครั้ง ( ถ้าขอ 1 ครั้งแล้วไม่ผ่าน การขอครั้งต่อ ๆ ไปจำนวน ชม.จะไม่ใช่เพียง 20 ชม. )

             อนึ่ง กองศูนย์ส่วนกลาง กศน. รวมทั้ง กศน.ภาค พิจารณาจัดทำหลักสูตรการพัฒนา เสนอให้สถาบันคุรุพัฒนารับรอง เพื่อนำมาให้ ขรก.ครูสายงานการสอนของ กศน.สมัครเข้าอบรมพัฒนาตามหลักเกณฑ์ ว22 ซึ่งไม่แน่ว่ากองศูนย์ใดจะจัดบ้าง  แต่ ขรก.ครู กศน.สามารถสมัครเข้าพัฒนาตามหลักสูตรของสังกัดอื่น เช่น สพฐ. ( ที่ผ่านการรับรองของสถาบันคุรุพัฒนา ) ได้ ตาม แนวปฏิบัติการให้บุคลากรไปอบรมที่หน่วยงานอื่นจัด ฉบับปี 60 ( ที่ ศธ 0210.118/5854 ลว.1 พ.ย.60  ดูได้ที่  https://www.dropbox.com/s/x6tjyo5wmar02uo/TrainOther60.pdf?dl=1 )






         2. เย็นวันที่ 11 ม.ค.61 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  จบ ป.โท ก่อนวันที่ 9 ธันวาคม 2559 บรรจุครูผู้ช่วยวันที่ 20 เมษายน 2558 แต่งตั้งตำแหน่งครู วันที่ 21 เมษายน 2560 ( แต่คำสั่งลงวันที่ 3 สิงหาคม 2560) คุณสมบัติยังสามารถทำ ว 17 ได้หรือเปล่า

             ผมตอบว่า   ได้.. เพราะดำรงตำแหน่งครู 21 เม.ย.60
             ผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู ก่อนวันที่ 5 ก.ค.60 และก่อนวันที่ 5 ก.ค.60 นี้คุณสมบัติยังไม่ครบที่จะขอมีวิทยฐานะตาม ว 17/52 สามารถรอให้ถึงวันที่คุณสมบัติครบ แล้วขอตาม ว 17/52 ได้ 1 ครั้ง โดยต้องขอภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คุณสมบัติครบตาม ว 17/52  ( ดูภาพประกอบ )







         3. วันที่ 12 ม.ค.61 มีผู้โทร.จาก กศน.อ.ใน อยุธยา มาถามผมว่า  อุปกรณ์-เครื่องหมายลูกเสือ เช่น ผ้าพันคอ วอคเกิ้ล เชือก เข็มขัด ซื้อได้ไหม

             ผมตอบว่า   ก็คงเหมือนกับชุดหรือเครื่องแบบลูกเสือ ( อุปกรณ์-เครื่องหมาย เป็นส่วนประกอบของชุดหรือเครื่องแบบลูกเสือ )  ซื้อไม่ได้ ไม่มีระเบียบรองรับ

             หลังจากตอบไปแล้ว เพื่อความมั่นใจ ผมได้เรียนถามท่าน อ.สุนีย์ หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ว่าผมตอบถูกต้องไหม  ท่านบอกว่า ถูกต้อง เพราะสำนักงาน กศน.ทำเรื่องหารือกรมบัญชีกลางไปนานแล้ว กรณี สตง.เรียกเงินคืนค่าชุดลูกเสือพร้อมอุปกรณ์ แต่กรมบัญชีกลางยังไม่ตอบ

         4. คืนวันเสาร์ วันเด็กที่ 13 ม.ค.61 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เด็กเทียบโอนแบบใหม่(ฉบับปรับปรุง2559) เด็กจบได้ภายใน1 ภาคเรียนได้ไหม

             ผมตอบว่า   นศ.จบได้ภายใน 1 ภาคเรียนมานานแล้ว ตั้งแต่หลักสูตร 2544  คือถ้าครบ 4 เงื่อนไขก็จบ เช่น กพช.ครบ 200 ชม. วิชาเลือกบังคับอย่างน้อย 2 วิชา  ( ถ้าเทียบโอนผลการเรียนได้มากจนเหลือวิชาเลือกที่ต้องเรียนเพิ่มไม่ถึง 4-6 นก. ก็ไม่ต้องเรียนวิชาเลือกบังคับ )

             ( การเทียบโอนรายวิชา ห้ามเทียบโอนเกิน 75 % ของจำนวนหน่วยกิตทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบโอนได้มากถึงหรือเกือบถึง 75 % ก็จะเหลือจำนวนหน่วยกิตที่สามารถลงทะเบียนเรียนได้หมดในภาคเรียนเดียว เช่น หน่วยกิตทั้งหมดของระดับประถมคือ 48 หน่วยกิต เทียบโอนได้ไม่เกิน 75 % ของ 48 คือเทียบโอนได้ไม่เกิน 36 หน่วยกิต ถ้าเทียบโอนได้ 31-36 หน่วยกิต ก็จะเหลือ 14-17 หน่วยกิต โดยระดับประถมให้ลงทะเบียนเรียนได้ภาคเรียนละไม่เกิน 14 หน่วยกิต และถ้ามีการเทียบโอนผลการเรียนหรือเคยสอบไม่ผ่านได้เกรด 0 ภาคเรียนสุดท้ายก็ยังสามารถเรียนมากกว่าที่กำหนดได้อีก 3 หน่วยกิต รวมเป็น 17 หน่วยกิต ซึ่งระดับประถมถ้าเทียบโอนในภาคเรียนแรกแล้วเหลือไม่เกิน 17 หน่วยกิต ก็ถือว่าภาคเรียนแรกนั้นเป็นภาคเรียนสุดท้ายด้วย สามารถลงทะเบียนเรียนได้ถึง 17 หน่วยกิต )

             เพียงแต่ปัญหาคือ ใน 1 ภาคเรียน กพช.มักจะไม่ครบ 200 ชม. แต่ นศ.ก็สามารถเสนอขอทำ กพช.แบบทำคนเดียว ให้ครบ 200 ชม.ได้นะ
             ( ดูคำตอบเดิม ในข้อ 6 ที่ 
https://www.gotoknow.org/posts/488007 )

         5. เช้าวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กิจกรรม กพร. กีฬาพื้นบ้าน เช่น ชักเย่อ วิ่งกระสอบ กินวิบาก ฯลฯ  นักกีฬาเบิกค่าอาหารในวันแข่งขันได้หรือเปล่า

             ผมตอบว่า   เบิกค่าอาหารนักกีฬาพื้นบ้านได้ตามข้อ 1.2 ในตารางที่  https://www.dropbox.com/s/24vx30wq37r7luz/Criteriamoney.pdf?dl=1
             ( ถ้าเป็นการละเล่นพื้นบ้าน เช่น งูกินหาง เป่ากบ จะไม่เข้าข่ายเป็น กีฬาพื้นบ้าน ๆ ต้องใช้กำลังพอสมควร การแข่งมีกติกาวางไว้แน่นอน และเป็นการกระทำที่สลับซับซ้อนมีกลวิธีการเล่น และผู้เล่นซึ่งเรียกว่านักกีฬาต้องได้รับการฝึกฝนมาก่อนพอสมควร ทั้งมีเทคนิคหรือกลวิธีการเล่นต่าง ๆ เพื่อให้ได้ชัยชนะ เช่น แย้ลงรู วิ่งสวมกระสอบ วิ่งเปี้ยว ชักคะเย่อ
             ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน กีฬา หมายถึง กิจกรรมหรือการเล่นเพื่อความสนุกเพลิดเพลินเพื่อความแข็งแรงของร่างกาย หรือเพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิต )

             ส่วน กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ( ดูได้ที่  https://www.dropbox.com/s/f66w9e4c1niy9a0/fameqoalitystudent58.doc?dl=1 ) กำหนดไว้ในข้อ 2.8 กิจกรรมด้านกีฬา และส่งเสริมสุขภาพ ว่า “เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้มีโอกาสออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี สร้างนิสัยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  เป็นการสร้างความรักความสามัคคีในหมู่คณะ ให้รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย และเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างนักศึกษา กศน. ครู กศน. บุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ ข้าราชการพลเรือน ครู และผู้บริหารหน่วยงาน/สถานศึกษา”
             กีฬาพื้นบ้านที่มีลักษณะตามนี้ ก็ถือเป็นกีฬาที่เบิกได้

         6. เย็นวันที่ 15 ม.ค.61 สืบพงษ์ ทับทาบ หัวหน้า กศน.ตำบลทองหลาง อ.ห้วยคต อุทัยธานี ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กศน.ตำบลที่ทำงานอยู่ ได้รับการสนับสนุนคอมพิวเตอร์จำนวน 2 เครื่อง ราคารวมประมาณ 12,000.- การบริจาคครั้งนี้มาจากบุคคลภายนอก เราสามารถออกใบอนุโมทนาบัตรให้เขาได้หรือไม่ และถ้าออกได้ พอมีรูปแบบไหม

             ผมตอบว่า   ออกประกาศเกียรติคุณบัตรได้ โดยถ้ามูลค่าไม่ถึง 5 ล้านบาท ให้ ผอ.สถานศึกษา ( ผอ.กศน.อำเภอ ) เป็นผู้ตอบขอบคุณหรืออนุโมทนาและออกประกาศเกียรติคุณบัตร และถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ของใหม่ไม่ใช่มือสอง ให้ระบุราคา ( ราคาตลาด ) ต่อท้ายรายการทรัพย์สินในประกาศเกียรติคุณบัตรด้วย ผู้บริจาคจะได้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

             แต่เมื่อออก “หลักฐาน” การรับแบบนี้แล้ว กศน.อำเภอต้องลงทะเบียนพัสดุ และบันทึกลงระบบ GFMIS ด้วยนะ  ( ถ้ารับบริจาคเป็น เงิน กศน.อำเภอก็ต้องออกใบเสร็จรับเงิน และนำเงินเข้าระบบบัญชี เบิกจ่ายตามขั้นตอนระเบียบราชการ )
             ดูระเบียบต่าง ๆ พร้อมรูปแบบประกาศเกียรติคุณบัตร ได้ตามลิ้งค์ของคำตอบเดิมในข้อ
3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/11/bookoffice.html  

         7. ดึกวันที่ 17 ม.ค.61 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  อยากขอทราบรายละเอียดการรับเด็กอายุไม่ 15 ปีเข้าเรียนกศน. แล้วห้ามเด็กจบก่อนวัยใช่หรือไม่ และะมีวี๊การอย่างไร

             ผมตอบว่า   ดูในคำตอบเดิม ๆ เช่นในข้อ 7 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/11/youtube.html
            
( วันที่ 18 ม.ค.61 อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ว่า จะจบ ประถมต้องอายุ 12 ปี จะจบ ม.ต้นต้องอายุ 15 ปี )





วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

1.เอกสารการทำวิทยฐานะเชิงประจักษ์พร้อมรายชื่อผลงานระดับชาติ, 2.การต่อสัญญาจ้างพนักงานราชการ, 3.ไม่เคยส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET จะสอบ e-Exam ได้ไหม, 4.ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, 5.รอง ผอ.ขอสายสะพายไม่ได้, 6.ใครขอเข็มเชิดชูเกียรติได้ (สับสนกันทั้ง อำเภอ/จังหวัด กับ กป.), 7.สอบปลายภาค กับ แข่งกีฬา เบิกค่า จนท.รักษาความปลอดภัยได้ไหม



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เช้าวันที่ 11 ก.พ.59 ผมเผยแพร่เอกสารการทำวิทยฐานะเชิงประจักษ์ พร้อมรายชื่อผลงานระดับชาติขึ้นไป ในเฟซบุ๊ค

             - ไฟล์สกุล .rar  ที่ https://db.tt/2kvHnjmr  หรือ
             - ไฟล์สกุล .zip ที่  https://db.tt/PTuXZswN

         2. ดึกวันเดียวกัน ( 11 ก.พ.) Khachonpong Sirisom ถามผมบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊ค ว่า  อนาคตพนักงานราชการจะเป็นยังไงบ้าง แถวจังหวัดผู้บริหารเขาบอกว่าการต่อสัญญา ให้พนักงานราชการทุกคนสอบใหม่ จริงมั้ย

             ผมตอบว่า   พนักงานราชการ ต่อสัญญาทุก 4 ปี
             พนักงานราชการตำแหน่งต่าง ๆ ของ กศน.จะสิ้นสุดสัญญา 4 ปีเดิม ในวันที่ 30 ก.ย.59 นี้แล้ว กศน.จะต้องทำเรื่องถึง กพร. ขอต่อสัญญาอีก 4 ปี โดยระบุเหตุผลว่าโครงการต่าง ๆ ที่ต้องจ้างพนักงานราชการตำแหน่งต่าง ๆ นี้ โครงการยังไม่สิ้นสุด จำเป็นต้องจ้างต่อไป  ( การจ้างพนักงานราชการ ให้จ้างตามโครงการ ถ้าโครงการสิ้นสุดเมื่อไรก็ต้องเลิกจ้าง )
             ถ้า กพร.พิจารณาแล้วไม่เห็นด้วย เช่นพิจารณาเห็นว่าบางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องมีแล้ว ไม่ต้องทำบทบาทหน้าที่ที่เคยขออนุมัติ กพร.แล้ว  ก็อาจจะให้ยุบตำแหน่งนั้น ให้เลิกจ้างทุกคนที่ตำแหน่งนั้นหรือลดจำนวนคนก็ได้ ( เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับบางตำแหน่งในบางกระทรวง )

             แต่ถ้า กพร.พิจารณาให้จ้างต่ออีก 4 ปี ตามที่เราเสนอ  ก็จะให้จังหวัดประเมินผลการปฏิบัติงานของแต่ละคน ใครผ่านการประเมินก็ต่อสัญญาอีก 4 ปี  การประเมินก็ลักษณะเดียวกับการประเมินทุกครึ่งปีที่ผ่านมา  เพียงแต่อาจต้องพิจารณาจากคะแนนประเมินที่ผ่านมาถึง 2 ปี 4 ครั้ง ( พิจารณาจากคะแนนประเมินในปีงบประมาณ 2558-2559 รวม 4 ครั้ง เช่นคะแนนเฉลี่ย 4 ครั้ง ต้องอยู่ในระดับดีขึ้นไป )
             ถ้าจะให้พนักงานราชการทุกคนสอบใหม่เพื่อประกอบการประเมินฯ ก็อาจจะเป็นนโยบายเฉพาะจังหวัดนั้น มั้ง

         3. ส่วนกลางจะเปิดระบบการสอบในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของส่วนกลาง ให้สอบ e-Exam ระหว่าง 1-31 มี.ค.59  แต่จุดสอบบางแห่งอาจกำหนดรายละเอียดในการเปิดสอบต่างกันบ้าง เช่นบางแห่งอาจไม่เริ่มตั้งวันที่ 1 บางแห่งกำหนดวันหยุดต่างกัน  ต้องสอบถามแต่ละแห่งด้วย

             คืนวันที่ 14 ก.พ.59 แดง พัฒนสิน กศน.พิชัย ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  นักศึกษาที่คาดจะจบเทอมนี้แล้วรายชื่อตกหล่นสอบ N-NET..สามารถส่งรายชื่อสอบ Examได้ไหม..อ่านคำตอบของอาจารย์เคยตอบว่า ได้..ตอนนี้เปลี่ยนแปลงหรือเปล่า..ไม่สบายใจเลย..

             ผมตอบว่า
             - การสอบ e-Exam เปิดสำหรับ นักศึกษาที่พลาดการสอบ N-NET ( สอบเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ) ในทุกระดับการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้จบตามโครงสร้างที่หลักสูตรกำหนด  ส่วนนักศึกษาที่ยังไม่รีบเร่งในการจบ ถ้ายังไม่เคยส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET  ก็ให้ส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET ในภาคเรียนต่อไป
              ( แนวปฏิบัติในการสอบ e-Exam ให้สถานศึกษาเลือกจุดบริการสอบ e-Exam ที่สะดวก โดยให้ประสานงาน และทำหนังสือส่งตัวนักศึกษาพร้อมข้อมูล ไปยังสถานศึกษาที่มีจุด e-Exam จำนวน 17 จุดบริการ เพื่อขอให้นักศึกษา กศน. เข้ารับการประเมินฯ   ดูจุดบริการในข้อ 14.2.2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/10/blog-post_8783.html )

             - นศ.ต้องเข้าสอบ N-NET ทั้ง 2 ฉบับ ถ้าเข้าสอบฉบับเดียวจะยังไม่จบหลักสูตร ต้องไปสอบ e-Exam

             - ต้องส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET ก่อน ถ้าหลงลืมตกหล่นไม่ได้ส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET แต่ “มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจบการศึกษาในภาคเรียนนี้” ก็เข้าสอบ e-Exam ได้  เพียงแต่การไม่ส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET ก่อน ถ้าตั้งใจไม่ส่งรายชื่อถือเป็นความผิด  ถ้าไม่ส่งเพราะตกหล่นหลงลืมผิดพลาด ถือเป็นความบกพร่อง ต้องรอบคอบ   ( แม้จะจบการศึกษาในภาคเรียนนี้ได้ แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจบ ก็ให้ส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET ในภาคเรียนต่อไปถ้ายังไม่เคยส่งรายชื่อเข้าสอบ N-NET )

             ผมเคยตอบเรื่องนี้ในข้อ 2 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/499858

         4. ให้จังหวัดส่งเรื่องขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำปี 2559 ให้บุคลากร ( ข้าราชการ+ลูกจ้างประจำ+พนักงานราชการ ) ถึง สำนักงาน กศน. ภายใน 28 มี.ค.59
             พนักงานราชการกลุ่มงานบริหารทั่วไป ที่เป็นพนักงานราชการตำแหน่งปัจจุบันครบ 5 ปี ( นับถึงวันที่ 6 ต.ค.59 ) ให้เสนอขอ บ.ช. ( เบญจมาภรณ์ช้างเผือก )
             พนักงานราชการที่ได้ บ.ช. มาครบ 5 ปีแล้ว ( นับถึงวันที่ 5 ธ.ค.59 ) ให้เสนอขอ จ.ม. ( จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย )
             https://db.tt/WqVSfuWJ

 

         5. วันที่ 16 ก.พ.59 ระหว่างที่ผมไปร่วมประชุมรับนโยบาย ผวจ. ผมได้พูดคุยกับ ผอ.กศน.อำเภอต่าง ๆ ผอ.กศน.อ.บางซ้ายเล่าว่า รอง ผอ.บางท่าน สมัครเป็น ผอ.ศูนย์วิทย์ฯ เพราะต้องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย เนื่องจาก รอง ผอ. ไม่มีสิทธิขอเครื่องราชฯชั้นสายสะพาย

             เรื่องนี้  กจ.กศน. บอกว่า  เคยขอให้ รอง ผอ. เช่น รองนาถยา ผิวมั่นกิจ แต่ไม่ได้ เพราะคุณสมบัติกำหนดว่า ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่ได้เลื่อนเงินเดือนเป็นร้อยละ แต่เลื่อนเงินเดือนแบบขั้นเงินเดือน ถ้ามีวิทยฐานะเชี่ยวชาญจะขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ( ป.ม.) ได้  แต่ถ้าไม่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ในหนังสือแจ้งเรื่องการขอเครื่องราชฯ ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/Rach59.pdf  มีเรื่องนี้อยู่ในหน้าท้าย ( หน้า 12-13 ) สรุปในข้อ 5  ซึ่ง กจ.ก็ไม่เข้าใจชัดเจนในเหตุผล ไม่ทราบว่าเขาถือว่า รอง ไม่ใช่ ผอ.หรือเปล่า  โดยจะขอชั้นสายสะพายได้เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติครบ 3 ข้อต่อไปนี้

             1)  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
             2)  วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เงินเดือนถึง 58,390 บาท ตั้งแต่ “ก่อน” วันที่ 1 ต.ค.59  ( เฉพาะผู้ที่จะเกษียณปีนี้ ถ้าเงินเดือนจะถึง 58,390 บาท ในวันที่ 1 ต.ค.59 ก็ขอปีนี้ )
             3)  ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ท.ช.มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ 5 ธ.ค.59

 

         6. วันเดียวกัน ( 16 ก.พ.) Praparat Bupasiri ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  เข็มเชิดชูเกียรติครู กศน. มอบให้กับครู กศน.ที่ปฏิบัติงานมาแล้ว 10 15 20 ปีใช่ไม๊  กรณีหนูทำงานประมาณ ธค.47 มีสิทธิ์ได้รับหรือยัง

             เรื่อง ใครมีสิทธิ์ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ นี้ มีความสับสน แต่ละจังหวัดต่างกัน
             เจตนาที่ถูกต้องนั้น ผู้มีสิทธิ์ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ คือ เฉพาะ “พนักงานราชการ” ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการติดต่อกัน 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเดิมจะมี 3 ตำแหน่ง โดยในหนังสือแจ้งจากส่วนกลางจะใช้คำว่า
              “พนักงานราชการ ( ครูอาสาสมัคร กศน./ครู ศรช./ครู กศน.ตำบล )”
             เนื่องจากมีคำว่า ครู ศรช.ด้วย จึงทำให้ อำเภอ/จังหวัด เข้าใจผิด

             ที่จริงจะหมายถึงเฉพาะครู ศรช.ที่เป็นพนักงานราชการ ซึ่งมีอยู่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  แต่อำเภอ/จังหวัดไม่รู้ว่ามีพนักงานราชการตำแหน่งครู ศรช.อยู่ที่จังหวัดชายแดนใต้ จึงเข้าใจผิดว่าหมายถึงครู ศรช.ทั่วไป ซึ่งไม่ใช่พนักงานราชการ ก็สำรวจรายชื่อครู ศรช.ทั่วไปส่ง กป.ด้วย
             และต่อมา ปีหลัง ๆ มีพนักงานราชการตำแหน่งอื่น ๆ อีก ส่วนกลางก็จะให้พนักงานราชการตำแหน่งอื่น ๆ เช่น นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานทั่วไป ด้วย  ในแบบสำรวจจึงเพิ่มช่องตำแหน่งว่า “อื่น ๆ” ขึ้นมา
             อำเภอ/จังหวัด ก็ไม่เข้าใจว่าตำแหน่งอื่น ๆ นี้ ต้องเป็นพนักงานราชการ  บางจังหวัดสำรวจส่งหมดทั้ง ครู ปวช.ที่ไม่ใช่พนักงานราชการ ด้วย

             เมื่อส่งไปถึงส่วนกลาง กป.เองก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งใดเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งใดไม่ใช่พนักงานราชการ ถ้าผ่านการสำรวจของจังหวัดไปแล้ว กป.ก็ให้หมด
             จึงสรุปได้ว่า  ผู้มีสิทธิได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ คือ ผู้ที่อำเภอ/จังหวัดสำรวจส่งรายชื่อไป

              ( เมื่อเป็นอย่างนี้ ในหนังสือส่วนกลางน่าจะเอาคำว่า “พนักงานราชการ” ออกได้แล้ว )
             ดูหนังสือแจ้งของส่วนกลาง ปี 58 ที่ https://db.tt/PUySRMbY

              ( - เข็มทองแดง = ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ราชการ 10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 15 ปี
                - เข็มเงิน = ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ราชการ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 20 ปี
                - เข็มทอง = ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ราชการ 20 ปีขึ้นไป
                รวมระยะเวลาทุกตำแหน่งในสังกัด กศน. ที่ต่อเนื่องกัน  ถ้าเว้นช่วงแล้วเข้ามาใหม่ให้เริ่มต้นนับใหม่  ครบปีนี้ รับปีหน้า คือนับเวลาถึงวันที่ 30 ก.ย.ของปีที่ผ่านมา )

 

         7. วันที่ 17 ก.พ.59 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  การจัดสอบปลายภาค และ จัดแข่งขันกีฬา กศน. มีระเบียบการเบิกค่า จนท.รักษาความปลอดภัยไหม

             ผมตอบว่า
             1)  การจัดสอบปลายภาค ไม่มีระเบียบการเบิกค่า จนท.รักษาความปลอดภัย  ( อ่านในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090 )
             2)  การจัดการแข่งขันกีฬา มีแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ในข้อ 6 ของรายละเอียดแนบหนังสือกรมบัญชีกลาง
                  - อ่านรายละเอียดทั้งหมดในข้อ 7 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/539646  และ
                  - ข้อ 1 กับข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/03/5000.html