แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครู กศน. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ครู กศน. แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2562

1.ออกใบ รบ.ภาษาอังกฤษ, 2.การพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ/เชี่ยวชาญ, 3.อัตราค่าการศึกษาบุตร, 4.นำชื่อ นศ.รหัส G เข้าระบบสอบ N-NET ไม่ได้, 5.ทวิศึกษา กศน.กับอาชีวศึกษา ยังมีอยู่ไหม, 6.ให้ครู กศน.ที่ไม่มีวุฒิครู เขียนใบลาออก, 7.ครูผู้ช่วย เข้าอบรมก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะด้วยไหม


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. เย็นวันที่ 6 มิ.ย.62 มีผู้ถามในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  ขอคำแนะนำในการออกใบรบ.ภาษาอังกฤษค่ะว่าใช้คำต่างๆ เช่น จบประถมศึกษา การใส่ชื่อ กศน.เป็นภาษาอังกฤษ ฯลฯ ขอคำแนะนำจากอ.เอกชัยและท่านอื่นๆด้วยค่ะ และเลขที่ชุดที่ กับ เลขที่ นก. เราจะใช้เลขที่ออกจากชุดใบรบ.ภาษาไทยได้มั้ยคะ

             ผมตอบว่า   ให้ดูที่ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ ในข้อ 2 (8) ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/11/ep.html
             ส่วน “เหตุที่ออก” คำภาษาอังกฤษของประโยคที่ว่า “จบระดับประถมศึกษา” ให้ดูคู่มือ “เอกสารการศึกษาฉบับภาษาอังกฤษ” ในหน้า 7 ที่ http://bit.ly/2XckGrm

         2. คืนวันที่ 6 มิ.ย.62 มี ผอ.กศน.อ. ถามผมทางไลน์ ว่า  อาจารย์พอมีข้อมูลเรื่องการจัดอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษาชำนาญการพิเศษ อีกเมื่อไหร่และที่ไหน มัวยุ่งอยู่กับการทำงานจนลืมดูทราบข่าวจากเพื่อนๆว่าการอบรมแต่ละครั้งจะมีผลแค่๓ปี ว่าจะส่งผลงานแต่ดูแล้วน่าจะส่งไม่ได้แล้ว

             ผมตอบว่า   ผมไม่ทราบว่า จะอบรมอีกเมื่อไร-ที่ไหน ( เดิม กจ.กศน.มักจะจัดอบรมเองปีละครั้ง เพราะจะมีคนเข้าอบรมมากเนื่องจากอบรมพร้อม ๆ กับ ขรก.ครูสายงานการสอน แต่ตอนนี้ครูสายงานการสอนมีระเบียบใหม่คงไม่ต้องอบรมแบบเดิมแล้ว เหลือแต่ผู้บริหาร คนน้อย กจ.อาจไม่จัดทุกปี

             หลังจากตอบแล้ว ผมนำคำถามนี้ไปถามต่อในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ปรากฏว่ามี ผอ.หลายท่านแนะนำให้ไปอบรมตามหน่วยฝึกอบรมต่าง ๆ เช่น ม.ราชภัฏหลายแห่งในทุกภาค
             โดยให้ผู้จะเข้าอบรม โหลดแบบฟอร์มขออนุญาตจากหน่วยฝึกอบรม แล้วทำแจ้งไปที่สำนักงาน กศน.จังหวัด ให้ สนง.กศน.จังหวัดเสนอต่อไปถึงทั้งที่หน่วยอบรม และส่วนกลาง กศน.( กจ.)
             เมื่อเข้าอบรมได้วุฒิบัตรแล้ว ต้องส่งวุฒิบัตรผ่าน สนง.กศน.จังหวัด ถึงส่วนกลาง กศน.เพื่อบันทึกในทะเบียนประวัติ
             และเมื่อเราส่งคำขอรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ก็ต้องแนบวุฒิบัตรนี้ไปในแบบคำขออีกด้วย
             ( เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประเมินใหม่ในเดือน ก.ค.62 รูปแบบการอบรมอาจมีการเปลี่ยน
                แม้จะเปลี่ยนเกณฑ์ แต่ปกติผลการอบรมตามเกณฑ์เก่าก็จะใช้ได้ เพียงแต่ ผลการอบรมจะใช้ได้ไม่เกิน 3 ปี ฉะนั้น ไม่ใช่อบรมก่อนค่อยเริ่มทำ เพราะอาจทำเสร็จช้า แต่ควรเริ่มทำก่อนแล้วค่อยอบรม )

         3. เช้าวันที่ 14 มิ.ย.62 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  พอจะทราบไหมคะว่าสวัสดิการค่าเล่าเรียนลูกมีเปลี่ยนแปลงอย่างไร ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้13มิย.เมื่อวานค่ะ เยิกได้ทั้งหมดที่เรียกเก็บแต่มีขมวดท้ายว่าเป็นไปตามที่กท.การคลังกำหนด ดูที่กำหนดจากไหนคะ มหาลัยปรับค่าเทอมปีที่ผ่านมาแพงขึ้นหลายเท่า กรณีเรียนแพทย์จาก 28000 เป็น50000 เยิกได้ทั้งปี 25000

             ผมตอบว่า   ใช้อัตราเดิม ( ตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค 0422.3/ว257 ลงวันที่ 28 มิ.ย.59 และที่ กค 0408.5/ว22 ลงวันที่ 12 ม.ค.61 ) ต่อไป จนกว่ากระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะปรับอัตราใหม่






         4. วันที่ 18 มิ.ย.62 มีผู้ถามในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  ถามวิธีการแก้ไข นำชื่อนักศึกษาขึ้นระบบ n-net มีปัญหาไม่สามารถนำนักศึกษารหัส G ขึ้นระบบได้

             เรื่องนี้  อ.ธานี กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ กศน. บอกว่า  นักศึกษาที่ขึ้นต้นด้วยรหัส G ให้กรอกข้อมูลรหัสนักศึกษา ดังนี้
             รหัสสถานศึกษา+เลขลำดับ(เริ่ม 001) จนครบ ตัวอย่างเช่น นักศึกษา กศน.อำเภอเมืองเพชรบุรี รหัสสถานศึกษา 1276010001 รหัสนักศึกษาที่กรอกจะเป็น 1276010001001
             คนต่อ ๆ ไปก็ลงท้าย 002 003 เรียงไปตามลำดับ ไม่ให้ซ้ำ

         5. วันที่ 18 มิ.ย.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  อาจารย์ค่ะ ตอนนี้หลักสูตรคู่ขนาน (ทวิภาคี) ระหว่าง กศน.กับอาชีวศึกษา ยังมีอยู่มั้ยค่ะ

             ผมตอบว่า   แบบนี้ไม่ได้เรียกว่า ทวิภาคี แต่เรียกว่า ทวิศึกษา ( ส่วนทวิภาคีคือการจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ เช่นหลักสูตร ปวช.จะให้เรียน-ฝึกในสถานประกอบการเอกชน )
             อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. บอกว่า ทวิศึกษา ถ้าเป็น นศ.เก่า ยังดำเนินการต่อไปจนกว่าจะเรียนจบ ส่วนผู้ที่จะสมัครเป็น นศ.ใหม่ต้องรอก่อนเพราะตอนนี้ สอศ.เปลี่ยนหลักสูตรจาก ปวช.56 เป็น ปวช.62 ก็ต้องรอเปลี่ยนหลักสูตรทวิศึกษาใหม่ด้วย

         6. คืนวันที่ 27 มิ.ย.62 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เรื่องของเรื่องคือ ทำเป็นครู กศน.อยู่จังหวัดชุมพร ผอ จังหวัดเข้าในที่ประชุมแล้วบอกว่า การประเมินพนักงานราชการครั้งต่อไป ใครไม่มีวุฒิครูให้เขียนใบลาออกเอง ถ้าไม่เขียนจะไม่ต่อสัญญาให้ เอาง่ายๆคือจะไล่ออกอย่างเดียว ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก ก็ให้เขียนใบลาออกเอง ฉันก็สมัครสอบเพื่อจะเรียน แต่ด้วย ป.บัณฑิตแต่ละปีเปิดไม่กี่มหาลัย สอบแต่ละครั้งคนสอบก็เยอะ สอบไม่ติดไม่ได้เรียน อยากถามว่ามันมีนโยบายแบบนี้ด้วยหรอ

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้ เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาก็มีคนถามผมลักษณะนี้ คงจะคนละจังหวัดกัน รู้สึกว่าคนนั้นตอนจะต่อสัญญาครึ่งปีหลังนี้เขาได้ออกไปแล้วจริง เพราะเขียนใบลาออกไว้ตั้งแต่ตอนทำสัญญาครั้งก่อน ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นครู กศน.มานาน และเพราะอายุไม่น้อยแล้วจึงไม่เรียน ป.บัณฑิต คิดว่าครูสอน กศน.ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิครู
             ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันส่วนกลางมีนโยบายนี้หรือไม่ ( ไม่น่าจะมีนะ ) ปัจจุบันวุฒิครูเป็นเงื่อนไขในการรับครู กศน.รุ่นหลัง ๆ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขในการต่อสัญญาจ้าง เพียงแต่ครู กศน.ที่ไม่มีวุฒิครูจะไม่มีสิทธิสอบเป็นข้าราชการครู ( ครูผู้ช่วย )
             ควรรีบหารือ กจ.กศน.ว่านโยบายเป็นอย่างไร เราควรทำอย่างไร ส่วนกลางควรทำความเข้าใจกับจังหวัดอย่างไรหรือไม่

             โดยเฉพาะ หลังจากที่ส่วนกลาง กศน. ทำหนังสือถึงคุรุสภา ขอให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน แต่ระบุคุณสมบัติของผู้ที่เป็นครูผู้สอนเด็กเร่ร่อน ว่า "จบ ป.ตรีที่ไม่จำเป็นต้อง ป.ตรีทางการศึกษา" ประกอบกับไม่ได้เน้นว่าครูผู้สอนเด็กเร่ร่อนต้องสอน กศ.ขั้นพื้นฐาน
             คุรุสภาจึงตอบกลับมาว่า ครู กศน.( ยกเว้นข้าราชการครู ) สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และต่อไปนี้ไม่ต้องมี/ไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" อีกแล้ว
             เมื่อ ต่อไปนี้ครู กศน.สอนได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และไม่ต้องขอ "หนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ครูที่ยังไม่มีหนังสืออนุญาตฯ หรือหนังสืออนุญาตหมดอายุ ก็ไม่มีสิทธิ์เรียน ป.บัณฑิต  ปัจจุบันถ้าไม่ได้เรียน ป.บัณฑิต และไม่ได้จบปริญญาทางการศึกษา ก็ไม่ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว
             ( คุณสรสิช ครู กศน.ตำบล กศน.อ.ชนแดน บอกผมทางไลน์ว่า “เมื่อต้นเดือน มี.ค.62 พาแฟนซึ่งเป็น ครู ศรช.ไปขอต่ออายุใบขออนุญาตสอนโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ที่คุรุสภา แต่เจ้าหน้าที่คุรุสภา ยื่นสำเนาเอกสารที่ตอบเรื่องครูผู้สอนเด็กเร่ร่อนให้ดู และบอกว่า ครู กศน.ไม่ต้องขอแล้ว เพราะสอนได้ไม่ผิด” )
             แล้วจะทำยังไงล่ะที่นี้ ถ้าหนังสืออนุญาตหมดอายุไปแล้วโดยยังไม่ได้เริ่มเรียน ป.บัณฑิต จะมีวุฒิครูได้ยังไง จะให้ลาออกหรือ !?



            ปัญหาที่ตามมา คือ
             - ครู กศน.ที่ไม่มีวุฒิครู(ปริญญาทางการศึกษา)และยังไม่ได้เรียน ป.บัณฑิต ไม่มีสิทธิสมัครสอบเป็นข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย)
               ซึ่งการจะสมัครเรียน ป.บัณฑิต หลักสูตรที่คุรุสภารับรอง ต้องมี "หนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ" ที่ยังไม่หมดอายุ
เมื่อคุรุสภาไม่ให้ขอ/ไม่ให้ต่ออายุ "หนังสืออนุญาตฯ" นี้แล้ว ผู้ที่ไม่มีวุฒิครูและยังไม่ได้เริ่มเรียน ป.บัณฑิต โดยยังไม่ได้ขอหนังสืออนุญาตนี้หรือเคยขอได้แต่หมดอายุแล้ว ก็หมดสิทธิสมัครเรียน ส่งผลให้หมดสิทธิสมัครสอบเป็นข้าราชการครู
             - การเรียน ป.บัณฑิต ช่วยให้มีความรู้ความสามารถในการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน เพิ่มขึ้น  เมื่อไม่มีสิทธิเรียนก็ขาดโอกาสนี้
               จริงๆแล้วเจตนารมณ์ของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ว่าไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น หมายถึงศูนย์การเรียนที่ไม่ได้จัด กศ.ขั้นพื้นฐาน (ไม่ได้ให้วุฒิประถม-ม.ปลาย)

             อย่างไรก็ตาม คุรุสภาตอบว่า ตำแหน่งที่ กศน.ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีปริญญาทางการศึกษา ก็สอนได้โดยไม่ต้องขอ  ฉะนั้น ถ้าเป็นตำแหน่งที่ กศน.กำหนดว่าต้องมีปริญญาทางการศึกษา ก็อาจจะยังขอได้ )

 
             7. เช้าวันที่ 21 มิ.ย.62 มีผู้ถามในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  ครูผู้ช่วย เข้าอบรม(พัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ)ด้วย ไหมคะ

             ผมตอบว่า   ครูผู้ช่วย ให้พัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี ยังไม่ต้องอบรมพัฒนาก่อนมีวิทยฐานะ

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561

1-2.ผอ.กศน.อำเภอ/เขต มีอำนาจไหม ( 2 เคส ), 3.ผู้ไปซื้อแบบพิมพ์ทางการศึกษา ต้องเป็นข้าราชการหรือไม่, 4.การทำลายข้อสอบ ใช้ระเบียบสารบรรณหรือระเบียบพัสดุแน่, 5.“เงินที่ได้มา ผอ.ไม่ได้เอาไปไหน แต่ต้องเอาไว้ซื้อน้ำกับทำบุญ”, 6.ประกาศอำนาจหน้าที่ กศน.จังหวัด, 7.ครู กศน. แปลงร่าง..


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 28 ก.ย.61 คุณวงศ์ธวัช ครู กศน.ตำบล ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ผอ.กศน.เขต มีอำนาจในการส่งตัว ครู กศน.ตำบล ไปช่วยราชการ กศน.จ.มั้ย (พอดี มีปัญหากับ ผอ.เขต เรื่องผมไปตรวจสอบการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณ)

             ผมตอบว่า   ตามข้อ 2.1 ใน “แนวปฏิบัติของระบบพนักงานราชการสังกัดสำนักงาน กศน.” กำหนดไว้ว่า
             1)  การสั่งให้ไปปฏิบัติ งาน นอกเหนือจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ต้องมีระยะเวลาสิ้นสุดการไปปฏิบัติงานที่ชัดเจน ( จะต้องไม่เกิน 4 เดือน ในรอบปีงบประมาณ )
             2)  งาน ที่สั่งให้ไปปฏิบัติ ไม่ควรจะแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง ( จะต้องคำนึงถึงลักษณะงาน ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ ภาระงาน สภาพการปฏิบัติงาน คุณลักษณะและคุณสมบัติของพนักงานราชการ และเงื่อนไขอื่น ๆ )
             3)  เคสนี้ เมื่อ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต ประสานงานกับ ผอ.กศน.จังหวัด/กทม. แล้ว ผอ.กศน.จังหวัด/กทม. ต้องเป็นผู้สั่ง โดยระบุว่าให้ไปปฏิงานอะไร ตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร จากนั้น ผอ.กศน.อำเภอจึงทำหนังสือส่งตัวไป







         2. วันที่ 1 ต.ค.61 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  แฟนฉันเป็นหัวหน้ากศน.ตำบล ฉันเป็นครูกศน.ตำบล อยู่ตำบลเดียวกัน มีครู กศน.ตำบล 3 คน ผอ.จะให้แยกกันอยู่ ให้แฟนฉันไปเป็นลูกน้องตำบลใหม่ เลขที่ตำแหน่งอยู่ที่เดิม ถามว่า ถ้าไม่ย้ายได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้าย้ายแบบที่เจ้าตัวไม่ได้ยื่นขอย้ายเอง ต้องให้ไปปฏิบัติงานในลักษณะงานตามสัญญาจ้าง ปีงบประมาณละไม่เกิน 4 เดือน ระบุว่าให้ไปปฏิบัติงานอะไรและสิ้นสุดเมื่อใด ไว้ตั้งแต่วันให้ไป โดยเสนอให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้สั่ง
             ส่วนการตั้ง "หัวหน้า" กศน.ตำบล ก็ต้องเสนอให้ ผอ.จังหวัดเป็นผู้ตั้งเช่นกัน

         3. วันที่ 27 ก.ย.61 มีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  การจัดซื้อแบบพิมพ์ (ระเบียนฯ) ผู้ที่ไปซื้อ ต้องเป็นข้าราชการ หรือไม่

             ผมตอบว่า   ตามระเบียบของ กศน. ( ในคู่มือการดำเนินงานฯ ปกสีเลือดหมู หน้า 157 ) ระบุแต่เพียงว่า "การสั่งซื่อแบบพิมพ์ ให้ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด/กทม. เป็นผู้สั่งซื้อ”
             ในทางปฏิบัติ ถ้าไม่ได้สั่งซื้อทางไปรษณีย์ แต่ให้คนไปซื้อที่ร้านค้าของ สกสค. .. สนง.กศน.จังหวัด ต้องเป็นผู้ออกหนังสือสั่งซื้อเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุชื่อผู้ไปซื้อ ไว้ในหนังสือนี้ด้วย และผู้ไปซื้อต้องนำบัตรประจำตัวไปแสดงกับผู้ขายด้วย
             แต่ระเบียบของ องค์การค้า สกสค. กำหนดว่าผู้ไปซื้อต้องเป็น “ข้าราชการหรือบุคลากรทางการศึกษา”
             วันที่ 2 ต.ค.61 ผมถาม สกสค. ว่า คำว่าบุคลากรทางการศึกษา หมายถึงใครได้บ้าง
             ได้รับคำตอบว่า ใครก็ได้ที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษา/สถานศึกษานั้น เป็นลูกจ้างประจำก็ได้ เป็นพนักงานราชการก็ได้ ขอให้เป็นคนที่ระบุชื่อสกุลไว้ในหนังสือสั่งซื้อ

         4. เย็นวันที่ 1 ต.ค.61 มีผู้ถามผมในกลุ่มไลน์ กศน. ว่า  การทำลายข้อสอบ ที่ผ่านการสอบไปแล้ว ต้องดำเนินการขั้นตอนอย่างไร

             ผมตอบว่า   ที่ถูกต้อง การทำลายข้อสอบ ทั้งกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบ ทั้งข้อสอบที่มาจากส่วนกลางและข้อสอบวิชาเลือกเสรีของอำเภอเอง ใช้ระเบียบการทำลายหนังสือ ตามระเบียบสารบรรณ
             ซึ่งตามระเบียบสารบรรณกำหนดเรื่องการทำลายหนังสือให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรม แต่ของเราระดับอธิบดีกรมคือปลัดกระทรวง และปลัดกระทรวง ศธ.มอบอำนาจเรื่องนี้ให้ ผอ.กศน.จังหวัด ตามคำสั่งมอบอำนาจที่ 531/51 ข้อ 7 ซึ่ง ผอ.กศน.จังหวัดจะมอบอำนาจต่อไม่ได้ ต้องออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการเอง โดยถ้าจะทำลายหนังสือหรือข้อสอบที่อยู่ที่อำเภอ จังหวัดอาจแต่งตั้งบุคลากรของอำเภอเป็นคณะกรรมการ
             เรื่องการทำลายหนังสือนี้ จังหวัดควรเป็นผู้เริ่มดำเนินการ แต่หลายจังหวัดไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยทำเรื่องนี้ ลองคุยกับจังหวัดให้จังหวัดศึกษาดูซีครับ
             อนึ่งเรื่องการทำลายข้อสอบนี้ ในคู่มือของกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ ระบุว่าทำลายตามระเบียบพัสดุ ซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพื่อความแน่ใจ วันที่ 2 ต.ค.61 ผมถามอดีตหัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. ( เกษียณแล้ว ) ว่า
             การทำลายข้อสอบปลายภาค ที่สอบเสร็จแล้ว ( กระดาษคำถาม และ กระดาษคำตอบ ) ทำลายตามระเบียบสารบรรณ หรือ ระเบียบพัสดุ
             ท่านตอบว่า  ทำลายตามระเบียบสารบรรณ  ( แต่ในส่วนของ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเช่นค่าจ้างทำลาย ให้จ้างตามระเบียบพัสดุ )
             ในทางปฏิบัติ เคยมีหนังสือแจ้งเมื่อปี 2551 เรื่องการทำลายข้อสอบ ( ชุดคำถาม ) ให้จังหวัดเป็นผู้ทำลาย เมื่อสอบเสร็จต้องขนส่งไปจังหวัด ไม่ได้อยู่ที่อำเภอ โดยอาจทำลายด้วยการเผา หรือให้เอกชนทำการย่อยเป็นเส้น ๆ ให้ไม่สามารถอ่านได้ เมื่อย่อยแล้วก็ ให้ หรือ ขาย เอกชนไป ( แทนที่จะมีค่าใช้จ่าย กลับมีรายได้ถ้าใช้วิธีทำให้ไม่สามารถอ่านได้แล้วขาย ซึ่งปัจจุบันมักใช้วิธีนี้ เอกชนมีเครื่องมือทำลายต่อหน้ากรรมการ ส่วนการเผากระดาษจำนวนมากนั้นไม่ง่ายและการเผาทำลายสิ่งแวดล้อม )  ส่วนกระดาษคำตอบ ก็เป็นอำนาจของจังหวัดเหมือนกัน เพียงแต่เอกสารถ้าอยู่ที่อำเภอ จังหวัดมักจะออกคำสั่งแต่งตั้งคนอำเภอเป็นกรรมการทำลายอยู่ที่อำเภอ
             ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ( ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2560 กำหนดว่า “คณะกรรมการทำลายหนังสือประกอบด้วยประธานและกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน โดย ปกติ ให้แต่งตั้งจากข้าราชการ” 
             ถ้าอำเภอมีข้าราชการไม่ครบ 3 คน อาจให้ข้าราชการอำเภออื่นร่วมเป็นกรรมการ หรืออาจอนุโลมให้เป็นข้าราชการเฉพาะประธาน ส่วนกรรมการอาจเป็นลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการ

         5. “...ก็ให้ทำเหมือนอำเภอเพื่อนๆ เค้ามั่งนะ ทำอะไร ไม่ใช่ว่าแลอำเภอข้างเคียงก็ไม่แล ทำตามใจตัวเอง อยู่อำเภออื่นที่ผ่านมาเขาเข้าใจเรื่องนี้ว่าส่วนต่างที่ได้มานี่ ผอ.ไม่ได้เอาไปไหนนะ บอกทุกที่ ที่อยู่ ว่าส่วนต่างที่ได้มา พอเวลาทอดกฐิน ทอดผ้าป่าในปีงบประมาณหนึ่ง ประเทศไทยนั้นนะ ศาสนาพุทธมีเดือนไหนนะ เดือนตุลา เดือนพฤศจิกา เค้าต้องมีเรี่ยไรกันม่าย เค้าก็ต้องเรี่ยไรมา ถึงเค้ามาเรี่ยไรแล้วนั้นเราไม่ให้หรือ เราก็ต้องให้ ถึงให้ ให้ตามอัธยาศัย ให้ 10 บาท 20 บาท ต่ออำเภอนั้นมันก็ให้ได้ แต่คิดว่ามันเหมาะสมม่าย อำเภอเค้าให้สี่หลัก ไม่ใช่สามหลัก ห้าหลัก อำเภอใหญ่เค้าก็ให้มากตามงบประมาณที่ได้”

             “ตามความคิดผมนะ ผอ. ถ้าเหมือนแหลงถึงแล้ว ถ้าเหมือนว่ามันต่างกัน ก็มันไม่แตกต่างกับคอรัปชั่นหรือว่าโกง ในขณะที่เราสอนเด็กว่าอย่างงั้น แม้ว่าข้ออ้างไปทำบุญ ทำไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเบี้ยทำบุญ สมมุติว่าเบี้ยขายยาเสพติด นี่แหละไปทำบุญ มันอิได้บุญมั้ย ตรงนั้นผมว่าไม่เห็นด้วยตรงนั้นนะ นี้ส่วนตัวผม เพราะว่าเราไปสอนเด็กว่า อย่าโกงพันโน้นพันนี้ ประเทศไทยในขณะที่เราด่าคนรุ่นก่อน ประเทศไทยเป็นพันนี้เพราะว่าเราเป็นพันนั้น ถึงเราอีทำแบบนั้นต่อไปก็ไม่รู้ ผมว่ามันแลว่าเราแหลงไหรไม่กล้าสบตาคน แม้ว่าเรามีข้ออ้าง ที่ว่ามันแลดูดี ว่าซื้อน้ำไว้ทำบุญพันนี้แหละ แต่ถ้าเหมือนว่าของมันแพงขึ้น ผมว่าก็คือโกงนั่นแหละ”

             https://mgronline.com/south/detail/9610000100752 ( มีคลิปเสียงอยู่ท้ายเว็บ )

         6. ตามที่ผมเคยถามท่านผู้รู้ ว่า "กศน.จังหวัดต่าง ๆ นำอำนาจหน้าที่ของ กศน.จังหวัด 13 ข้อ มาจากไหน มาจากระเบียบกฎหมายหรือคำสั่ง/หนังสือสั่งการ/หนังสือแจ้งฉบับไหน" นั้น

             ท่าน ดร.ปาน กิมปี ได้กรุณานำเอกสารประกาศฯ มาลงให้ในกลุ่มไลน์
             สรุปว่า อำนาจหน้าที่ของ กศน.จังหวัด/กทม. 13 ข้อ กำหนดไว้ใน “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ...จังหวัดและ...กรุงเทพ...เป็นหน่วยงานการศึกษา...”
             ประกาศ ณ วันที่ 4 มี.ค.51 ( ชื่อประกาศยาว 3-4 บรรทัด ผมเลยย่อชื่อ )
             ขอบพระคุณท่าน ดร.ปาน กิมปี มากครับ






         7. วันที่ 11 ต.ค.61 สำนักงาน กศน.แจ้งเรื่อง การบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการ/จ้างเหมาบริการ จำกัดการจ้างเหมาบริการ ระบุว่างบประมาณค่าจ้างเหมาบริการของสำนักงาน กศน.ถูกตัดลดลง
             ( สวนทางกับ สพฐ.ที่ปีนี้จัดสรรอัตราให้ทุกโรงเรียนจ้าง จนท.ธุรการ )
             ดูหนังสือ กศน.นี้ได้ที่
             https://www.dropbox.com/s/aqj3iuvt3k9t4bd/JangMhao.pdf?dl=1

             ในเรื่องนี้ มีผู้โพสต์ในกลุ่มไลน์ ว่า
             “ปัญหาที่พบเห็นก็คือให้บรรณารักษ์ไปนั่งทำงานที่สถานศึกษา เช่นทำการเงินให้ ผอ. ทำพัสดุให้ ผอ. แม้บรรณารักษ์ที่เป็นข้าราชการก็ไม่เว้น หรือแม้แต่ครูตำบลแทนที่จะได้นั่งทำงานในพื้นที่กลับต้องนั่งในหน่วยงาน
               ประดางานที่ทำก็เลยกลายเป็นธุรการเสียส่วนใหญ่
               จะแก้ไขกันอย่างไร? ทีนี้ครูตำบลก็เลยกลายเป็นคนแปลกหน้าของตำบล ไปทีไรก็ใส่กุญแจปิด.เหลือแต่ป้าย ระวังชาวบ้านเขาจะส่งภาพมาเน้อ.
               เหตุที่เกิดคือไปพบน้องบรรณารักษ์ปรับทุกข์ให้ฟัง เขาต้องไปทำงานที่อำเภอด้วย”

             อีกท่านหนึ่ง ตอบว่า
             “บางทีก็ต้องคิดมุมกลับอีกนะ บางครั้งสำนักส่วนกลางมีหลายหน่วยงาน กองโน่นนี่นั่นจะเอาข้อมูลเรื่องนี้ด่วน อ้าวกพ.จะเอาเรื่องนี้ กองแผนให้ทำแผนและข้อมูลด่วนๆๆ กจ.อบรมครู ศกพ.อบรมครูพิการ เชิญชวนจัด กศน.คนพิการอีก นโยบายด่วนจากกระทรวงมาอีก ส่งเสริมการอ่านอีก มากมายเลย งานประจำก็มี จังหวัดจะอบรมอีก ศท.จะมาถ่ายทำวิดีโอกศน. กิจกรรมต่างๆมากมายหายใจไม่ทันเลย เลยเป็นอย่างที่ได้ยินมานะ ก็เลยต้องลุยและรู้ทุกงานยกเว้นงานในหน้าที่ โชคดีที่เป็นอดีต ศน.ที่ออกนิเทศก็เห็นใจทั้งหน่วยเหนือและหน่วยปฏิบัติ”

             ผมร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า
             “อยู่ระดับอำเภอไม่มีใครทำงานหน้าเดียวหรอกครับ โดยเฉพาะครู กศน. ทำงานมากกว่า 8 หน้า
             เวลาเห็นใครปกป้องจะให้บางตำแหน่งทำงานหน้าเดียวแล้ว รู้สึกระทมขมขื่นแทนครู กศน. ( ใครดูแลงานใดก็ให้ความสำคัญแต่งานนั้น )
             หลายคนในส่วนกลางบอกว่า ครู กศน.ต้องอยู่ประจำตำบล ไม่ให้มาทำงานที่อำเภอ แล้วที่อำเภอมีตำแหน่ง จนท.ธุรการไหม มีตำแหน่ง จนท.พัสดุไหม มีตำแหน่ง จนท.การเงินไหม มีตำแหน่ง จนท.แผนฯไหม มีตำแหน่ง จนท.บัญชีไหม มีตำแหน่ง จนท.ฯลฯ ไหม  แม้แต่ตำแหน่ง จนท.ทะเบียนนักศึกษาก็ไม่มี
             บางอำเภอมี ขรก.คนเดียวคือ ผอ. อำเภอส่วนใหญ่มี ขรก.ครูอีก 1 คน ถ้าเป็น อ.ในเมืองจึงจะมี ขรก.ครู 2-3 คน  อำเภอ 99 % ไม่มีนักการฯ/คนงาน
             ( คนไม่พอทุกตำแหน่ง ทำให้ผลงานมีปัญหาทั้งห้องสมุดและ กศน.ตำบลหลายแห่ง บางกลุ่มงานในส่วนกลางมีอัตราจ้างเหมาบริการเป็น 10 )
             อำเภอในภาคกลาง(ยกเว้น กทม.)+ตะวันออก+ใต้ ส่วนใหญ่ ยังมีครู กศน.ตำบลไม่ครบทุกตำบล ที่ อ.ผักไห่ ช่วงที่ผมยังไม่เกษียณ ต้องใช้ครูอาสาฯ+ครู กศน.ตำบล+จ้างครู ศรช. จึงจะครบทุกตำบล ( เงินที่จ้างครู ศรช.ก็ได้ตามรายหัว นศ. บางตำบลมี นศ.น้อยเงินรายหัวน้อยไม่อยากจ้างก็ไม่ได้ เพราะไม่มีครูอาสา+ครู กศน.ตำบลเลย ก็ต้องจ้างครู ศรช.เพื่อให้มีคนอย่างน้อยตำบลละ 1 คน ตำบลไหนมีครูอาสาฯหรือครู กศน.ตำบลดูแลแล้วก็ไม่จ้างครู ศรช. จึงจะทำให้เงินอุดหนุนรายหัวเพียงพอ
             แต่หนังสือฉบับนี้ ก็ระบุว่าจะเกลี่ยครูอาสาฯให้เหลืออำเภอละคนเดียว อีกแล้ว
             คนส่วนกลางบางคน มีหน้าที่ดูแลงานห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อชาวตลาด ทำรายงานผลแต่ละเล่ม ใช้เวลาทำ/ตรวจปรู้ฟ เล่มละ 1 ปี อำเภอทำเอกสารเดือนละหลายเล่ม

             ครู กศน. แปลงร่าง..
             - เวลาจะสอน แปลงร่างเป็นครู
             - ไฟเจ๊ง ครู กศน.แปลงร่างเป็น ช่างไฟ
             - น้ำไม่ไหล ครูแปลงร่างเป็นช่างประปา
             - เจ้านายอยากได้อาคาร ครูแปลงร่างเป็นช่างปูน
             - เจ้านายอยากได้โปสเตอร์ ไวนิล ครูแปลงร่างเป็นช่างกราฟฟิค
             - เจ้านายอยากได้ป้ายผ้า ครู กศน.ก็แปลงร่างเป็นช่างศิลป
             - เจ้านายอยากได้รูปกิจกรรม ครูแปลงร่างเป็นช่างภาพ
             - มีของมาลงที่สำนักงาน ครูแปลงร่างเป็นกรรมกร
             - มีงานภาคเวที ครูแปลงร่างเป็นพิธีกร
             - รถ นศ. เจ๊ง ครูแปลงร่างเป็นช่างยนต์
             - ขยะเต็มสำนักงาน ครูแปลงร่างเป็นภารโรง
             - กลางคืนเกิดเหตุการณ์ไม่ค่อยสงบ ครูแปลงร่างเป็นยาม
             - เทศกาลกีฬา กศน. ครูแปลงร่างเป็นกองเชียร์ เป็นนักกีฬา
             - ในตำบลมีงานการกุศล ครูแปลงร่างเป็นเด็กโบกรถ
             - กำนันจัดงานแต่งลูกสาว ครูแปลงร่างเป็นเด็กเสิร์ฟ เด็กล้างจาน
             โดย Enrico Piaggio กศน.อ.มายอ จ.ปัตตานี