แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาธารณูปโภค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาธารณูปโภค แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

1.ถ้าเปลี่ยนบุคลากร จะเปลี่ยนในระบบ DMIS อย่างไร, 2.ผอ.ให้พนักงานราชการลาคลอดแค่ 45 วัน ได้ไหม, 3.โครงสร้าง กศน.อ./ข., 4.ค่าสาธารณูปโภคห้องสมุดไม่พอ จะใช้งบอะไรได้อีก, 5.ขอระเบียบการแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง, 6.การเงินบอกว่าครู ศรช. เบิกค่าไปราชการจากงบอุดหนุนรายหัวไม่ได้, 7.ขอเอกสารการเปลี่ยนชื่อ ศบอ.เป็น กศน.อ.



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 6 มิ.ย.60 ผมเผยแพร่ข้อมูลจากกลุ่มงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กศน. ลงในเฟซบุ๊ก ว่า  กรณีที่มีการเปลี่ยนบุคลากร ซึ่งมีชื่อรับผิดชอบงานอยู่ในระบบ DMIS60 เช่นมีครู กศน.ตำบลลาออกหรือย้าย  ให้เข้าไปดำเนินการโอน/เปลี่ยน โดยเข้าโปรแกรมในระบบระดับอำเภอหรือจังหวัด ดังนี้

             1)  ถ้ามีคนใหม่มาทำงานแทน ให้เพิ่มบุคลากรคนใหม่เข้าในระบบ
             2)  เข้าที่เมนู โครงการนอกแผน
>> โอนงาน แล้วโอนงานของคนที่ย้ายหรือลาออก ให้กับคนใหม่ หรือคนเก่าคนอื่นที่มีชื่ออยู่ในระบบอยู่ก่อนแล้ว
             3) เปลี่ยนสถานะคนที่ย้ายหรือลาออก จากสถานะ ทำงาน เป็น ย้าย หรือ ลาออก

         2. ดึกวันที่ 12 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ขอโทษที่รบกวนถามตอนดึกนะคะ เพราะกลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี.. สิทธิ์ลาคลอดของพนักงานราชการลาได้ 90 วันใช่ไหมคะ? แต่พอดี ท่านหัวหน้าเขาให้ลาได้แค่ 45 วัน เรามีสิทธิ์ที่จะขอลาแบบเต็ม 90 วันได้ไหมคะ เพราะว่างานสอนกับงานโครงการที่ตำบลเราก็ต้องรับผิดชอบทำตามเป้าหมายอยู่แล้วค่ะ

             ผมตอบว่า  ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า รู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าลาเกิน 45 วัน อำเภอต้องแจ้งจังหวัดเพื่องดเบิกจ่ายค่าตอบแทนในส่วนที่เกิน 45 วัน

             เรื่องนี้ ถ้าตาม “ความคิดเห็น” ของแต่ละคน จะคิดต่างกัน 2 ฝ่าย
             ฝ่ายหนึ่งคิดว่า  พนักงานราชการส่วนใหญ่เขาก็ลากันแค่
45 วันนะ แม้แต่ข้าราชการซึ่งลาแล้วได้เงินเดือนเต็มหลายคนก็ลาแค่ 45 วัน เพราะเห็นแก่งาน  หัวหน้าบางคนบอกว่า “ตอนสมัยฉันลาคลอด แค่ครึ่งเดือนฉันก็มาทำงานแล้ว”
             อีกฝ่ายหนึ่งคิดว่า  ถ้าการลาดคลอด
90 วัน มันไม่เหมาะสม แล้วเขาจะกำหนดระเบียบนี้มาทำไม ?!?

             ( แม้แต่ลูกจ้างเอกชน ถ้านายจ้างไม่ให้ลาคลอดบุตร 90 วัน นายจ้างก็ผิดกฎหมายแรงงาน
               แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกจ้างร้องเรียนไปที่กรมแรงงาน ลูกจ้างก็มักจะถูกนายจ้างหาทางเลิกจ้างในภายหลัง )

             กรณีนี้ ถ้ายืนยันจะลาเกิน 45 วัน ยื่นเสนอใบลาไปแล้ว ผอ.เกษียณในใบลาว่าให้ลาเพียง 45 วัน ใบลานี้ก็จะเป็นหลักฐานให้ใช้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปได้
             แต่การร้องเรียน อาจจะทำให้การทำงานต่อไปไม่รุ่ง ( เพื่อนร่วมงานก็มี
2 แบบ บางคนถ้าได้รับผลกระทบต้องทำงานแทนเราเพียงส่วนหนึ่งก็ไม่พอใจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่งานใดจะไม่ทำงานเกิน 45 วันโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ เลย )

             ควรปรึกษาหารือดี ๆ กับ ผอ.  จะลาไม่เกิน 45 วันได้ไหม  ถ้ามีความจำเป็นต้องลาเกิน 45 วัน ก็ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นให้ ผอ.เข้าใจ
             
( ตามระเบียบ พนักงานราชการมีสิทธิลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ได้รับค่าตอบแทน 45 วัน เว้นแต่ผู้ลาประสงค์จะใช้สิทธิการลาคลอดบุตรน้อยกว่าสิทธิที่ตนมีอยู่ หรือขอถอนการลาบางส่วนภายหลัง  และไม่มีระเบียบให้ผู้บังคับบัญชาสามารถเรียกตัวกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลาคลอดบุตรได้แต่อย่างใด )

         3. วันที่ 14 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  อยากได้หนังสือการแบ่งโครงสร้าง กศน.อำเภอ... พอดีจังหวัดเค้าให้ทำโครงสร้างอำเภอ จึงต้องการโครงสร้าง กศน.อำเภอ มาประกอย

             ผมตอบว่า   ทั้งขนาดและโครงสร้าง มีกำหนดในกรอบอัตรากำลัง ตามหนังสือสำนักงาน กคศ. ที่ ศธ 0206.5/34 ลว. 25 ม.ค.53
             ซึ่งโครงสร้าง กศน.อ./ข. แบ่งเป็น
5 ขนาด แต่ละขนาดมีอัตรากำลังต่างกัน แต่ทุกขนาดกำหนดให้มี 3 กลุ่มเหมือนกัน คือ กลุ่มอำนวยการ-กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ-กลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ แต่ละแห่งกำหนดเอง

             ดาวน์โหลดโครงสร้างกรอบอัตรากำลัง ( ทั้งจังหวัด/อำเภอ ทุกขนาด ) ได้ที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/framework.pdf

 


         4. เช้าวันที่ 15 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  เงินค่าสาธารณูปโภคของห้องสมุดประชาชนหมดแล้ว สามารถใช้เงินส่วนไหนได้  แต่ก่อน กศน.อำเภออยู่กับห้องสมุด เดี่ยวนี้แยกกันอยู่เป็นเอกเทศ

             ผมตอบว่า   ใช้เงินค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอ ก็ได้ แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะ กศน.อำเภอต้องดูแลทั้งอำเภอ

             เมื่อผมตอบไปแล้ว ผู้ถามก็หมดปัญหาแล้ว แต่ ผมเองยังสงสัยต่อว่า ค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอ ส่วนใหญ่ก็ไม่พอด้วย ต้องเบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวอยู่แล้ว .. ผมจึงเรียนถาม อ.สกุลนา หน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ว่า เงินอุดหนุนรายหัว จะเบิกจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคห้องสมุดได้หรือไม่
             อ.สกุลนา บอกว่า ถ้ามิเตอร์สาธารณูปโภคเป็นชื่อห้องสมุด จะเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้ ถ้ามิเตอร์รวมกับ กศน.อำเภอและเป็นชื่อ กศน.อำเภอ ก็พอจะถูไถเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวไปได้
             กรณีแยกมิเตอร์นี้ ถ้าค่าสาธารณูปโภคงบบริหาร กศน.อำเภอก็ไม่พอด้วย ให้รายงานจังหวัด โดยให้จังหวัดสำรวจกรณีนี้ทุกอำเภอว่ารวมตลอดปีไม่พอเท่าไร แล้วเสนอของบค่าสาธารณูปโภคเพิ่ม ไปที่ส่วนกลาง

         5. วันที่ 15 มิ.ย.60 มีผู้ถามผมทางโทรศัพท์ ว่า  การออกคำสั่งแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง จะใช้ระเบียบหลักเกณฑ์ใด

             ผมตอบว่า   ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์การแต่งตั้งนายทะเบียน กศ.ต่อเนื่อง โดยตรง  ( ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาต่อเนื่อง พ.ศ.2554 ก็ไม่ระบุเรื่องการแต่งตั้งนายทะเบียน )
             ในการแต่งตั้งให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของหน่วยงาน/สถานศึกษา เป็นอำนาจหน้าที่ของ ผู้บริหาร/ผู้อำนวยการ อยู่แล้ว ตามกฏหมายหลัก เช่น ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการกำหนดอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษา
, พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546  จึงแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องมีระเบียบหลักเกณฑ์โดยตรงในบางเรื่อง คือสามารถออกคำสั่งแต่งตั้งในลักษณะเดียวกับ การออกคำสั่งแบ่งงาน/มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบทั่วไป



         6. วันเสาร์ที่ 17 มิ.ย.60 มี ผอ.กศน.อำเภอ ถามผมทางไลน์ ว่า  ปัจจุบัน ครู ศรช.เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ จากเงินอุดหนุนรายหัวได้ไหม  การเงินบอกว่าครู ศรช. เป็นการจ้างเหมาบริการ เบิกงบอุดหนุนรายหัวไม่ได้ ต้องเบิกงบดำเนินการ ( งบบริหาร กศน.อำเภอ ) งบนี้อำเภอได้น้อยมาก ไม่พอ ต้องเบิกอุดหนุนทุกปี  การเงินอยู่เหนือผู้บริหารจังหวัดอีก

             ผมตอบว่า   ที่ถูกต้อง ให้เบิกจ่ายจากงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไปราชการนั้น ถ้าไปราชการในเรื่องการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็เบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวได้ตามคำสั่ง สป.ศธ. เรื่องหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนฯ ที่ 605/59 ข้อ 10
            
( ส่วนงบบริหาร กศน.อำเภอ ก็ใช้ได้กับทุกงานของ กศน.อำเภอ  ถ้าไปราชการในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการจัด กศ.ขั้นพื้นฐานโดยตรง จะเบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวไม่ได้ และ โดยปกติเงินอุดหนุนรายหัวจะใช้จ่ายอะไรบ้าง ต้องทำแผนฯก่อน )
             การเบิกค่าไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ( ไปราชการ ) ของผู้รับจ้างเหมาบริการนี้ บางจังหวัดก็อนุโลมให้เบิกรวมไปกับบุคลากรอื่น บางจังหวัดให้ทำเป็นเรื่องจ้างตามระเบียบพัสดุต่างหาก แต่ถึงจะทำเป็นเรื่องจ้างฯก็เบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนรายหัวได้ถ้าไปราชการในเรื่องการจัด กศ.ขั้นพื้นฐาน

             ผอ.ผู้ถาม  บอกข้อมูลต่อ ว่า ไปอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย ตามที่สำนักงานแจ้ง แล้วมาจัดกิจกรรมขยายผล ซึ่งก็จัดกับ นศ. แผนก็เขียนไว้กว้างๆว่า เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของครู
             ผมตอบว่า  แผนฯเขียนไว้กว้าง ๆ ได้ ( จังหวัดควรอนุโลมให้เขียนแผนกว้าง ๆ ได้ในบางเรื่องที่ไม่สามารถรู้รายละเอียดล่วงหน้า )
             ถ้าตอนให้ไปราชการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ระบุว่า ไปอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อนำมาจัดกิจกรรมขยายผลกับ นศ. กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็เบิกเงินอุดหนุนรายหัวได้

         7. วันเดียวกัน ( เสาร์ที่ 17 มิ.ย.) มีผู้ถามผมทางอีเมล์ ว่า  ฉันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงิน ทำเรื่องไปขอเปลี่ยนลายมือชื่อเพื่อใช้ในการสั่งจ่ายเช็ค  ชื่อที่ใช้ในเช็คยังเป็น ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ เจ้าหน้าที่ธนาคารถามว่า ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาให้เป็นชื่อปัจจุบัน  เค้าให้แนบหนังสือที่เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจาก ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ เป็น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ... รบกวนขอหนังสือเรื่องนี้

             ผมตอบว่า   เรื่องการเปลี่ยนชื่อ ศบอ.เป็น กศน.อ. นี้ ในเอกสารประวัติ กศน.อำเภอ ของหลายอำเภอ มักจะบอกว่า เปลี่ยนชื่อตาม พรบ.กศน.ปี 51 เมื่อ 4 มี.ค.51  ซึ่งไม่ค่อยถูกต้องชัดเจน 
             ที่ถูกต้องชัดเจนคือ เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่
25 มี.ค.51 โดย “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องบัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551” ลงวันที่ 10 มี.ค.51 แต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 ม.ค.51
             ดาวน์โหลดประกาศฉบับนี้ ได้ที่
            
https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/cheingeNFEd.pdf


วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

1.จะไม่ให้เข้าสอบมิติความรู้ความคิดถ้าไม่ผ่านมิติประสบการณ์ ได้ไหม, 2.จังหวัดให้ไปช่วยราชการ, 3.การสอบ e-Exam, 4.การสอบ ขรก.(บรรณารักษ์ นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานทั่วไป), 5.วันเงินเดือนออก, 6.คุมสอบ 8:30-13:30 เบิกครึ่งวันหรือเต็มวัน, 7.ค่าน้ำค่าไฟ กศน.ตำบล-ศรช.



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 19 ก.พ.58 คุณอ้อย กศน.อ.ลำลูกกา โทรศัพท์มาถามผมว่า  การเทียบระดับการศึกษาแบบเดิม บางอำเภอกำหนดเป็นข้อตกลงร่วมกับผู้เข้ารับการเทียบระดับ ว่า ถ้าไม่ส่งแฟ้มประมวลประสบการณ์ หรือไม่ผ่านมิติประสบการณ์ จะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบมิติความรู้ความคิด   กำหนดได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ไม่ถูกต้อง โดยตามคู่มือการดำเนินงานฯ  การประเมินมิติความรู้ความคิดไม่ได้ต่อเนื่องจากการประเมินมิติประสบการณ์  สามารถเข้าสอบมิติความรู้ความคิดโดยไม่ต้องผ่านมิติประสบการณ์ก่อน

         2. คืนวันที่ 19 ก.พ.58 ผอ.กศน.อำเภอแห่งหนึ่ง เขียนในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ขอข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบที่ยกเลิกคำสั่ง ผอ.จังหวัด ในการให้ข้าราชการไปช่วยราชการจังหวัด

             ผมตอบว่า   ดูในข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/01/n-net.html

             ผอ.บอกว่า  ขอระเบียบที่ ผอ.จังหวัดไม่มีอำนาจในการเอาครูไปช่วยราชการที่ สนง.จังหวัด ลงนามโดยเลขาการุณ มีไหม เพราะ กศน.อำเภอ... ... ผอ.จังหวัดเอาครูไปช่วยราชการไม่ยอมส่งครูกลับมา ไปเป็นปีแล้ว
             ผมตอบว่า  ก็ใช้คำสั่งฉบับนี้แหละ  ( ถ้าจังหวัดให้ครูไปช่วยราชการเกิน 30 วัน ยิ่งผิดมานานมากแล้ว เพราะปัจจุบันไม่มีระเบียบฉบับไหนให้อำนาจไว้  ผอ.จังหวัดหลายท่านไม่ให้ครูไปช่วยราชการแล้ว แต่บางท่านยังทำ  ผอ.จังหวัดบางท่านชอบทำอย่างนี้ พอย้ายไปจังหวัดใหม่ก็ไปทำที่จังหวัดใหม่อีก ส่วนจังหวัดเดิมผู้ที่ย้ายมาแทนท่านก็ส่งตัวครูกลับ เพราะอาจถูกร้องเรียน )   คำสั่งฉบับนี้ใช้คลุมหมด
             ถ้าไม่มีระเบียบมอบอำนาจ ก็คือ ไม่มีอำนาจ  ( ไม่มีระเบียบ/คำสั่งฉบับไหนที่บอกว่า "มอบให้ ผอ.ไม่มีอำนาจ" )   ผู้ที่ว่ามีอำนาจ จะต้องเป็นฝ่ายหาระเบียบคำสั่ง


         3. คืนวันที่ 22 ก.พ.58 ผมประชาสมพันธ์ในเฟซบุ๊ค เรื่องการสอบแบบ e-Exam ของศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา ว่า
             จะทำการเปิดสอบเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สำหรับผู้ไม่ได้เข้าสอบ N-NET  โดยการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ระหว่างวันที่ 1 – 30 มีนาคม 2558 ( หยุดวันเสาร์ )
             สถานศึกษาใดที่ต้องการให้นักศึกษาเข้าสอบ e-Exam ที่ศูนย์ กศน.อำเภอพระนครศรีอยุธยา สามารถส่งรายชื่อนักศึกษาขอเข้าสอบได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 035 – 213385 อ.น้ำฝน และ อ.ชิษณุพงศ์)

             ส่วนกลางจะเปิดระบบการสอบในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของส่วนกลาง ระหว่าง 1-31 มี.ค.58  แต่จุดสอบบางแห่งอาจกำหนดรายละเอียดในการเปิดสอบต่างกันบ้าง เช่นบางแห่งอาจไม่เริ่มตั้งวันที่ 1  บางแห่งกำหนดวันหยุดต่างกัน  ต้องสอบถามแต่ละแห่งด้วย ( แต่จะไม่มีเริ่มก่อนวันที่ 1 มี.ค.)

         4. วันที่ 23 ก.พ.58 Anndear Natchanok Ninwong ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ข่าวว่าจะมีการสอบบรรจุบรรณารักษ์ ขอถามว่าสอบประเภททั่วไป กับประเภทประสบการณ์ ต่างกันอย่างไร เตรียมตัวอ่านอะไรบ้าง แล้วจะสอบเดือนไหน มีติวมั้ย

             เรื่องนี้  ท่าน ผอ.กจ.กศน. บอกว่า “สอบบรรจุข้าราชการประเภทบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งบรรณารักษ์ และตำแหน่งอื่น ๆ มีประเภทเดียว ไม่มีประเภทประสบการณ์   ตอนนี้ตำแหน่งบรรณารักษ์ว่างประมาณ 30-40 ตำแหน่ง ส่วนตำแหน่งนักวิชาการศึกษากับตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปมีตำแหน่งว่างไม่มาก  จะเปิดรับสมัครสอบประมาณปลายเดือนเมษายน 2558 โดยจะรับสมัครพร้อมกับตำแหน่งนักวิชาการศึกษา และนักจัดการงานทั่วไป”

             ส่วนกลางเป็นผู้ดำเนินการสอบ รับสมัครทั่วไป ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนใต้ สมัครผ่านจังหวัดได้ทุกจังหวัด แต่ไม่ได้สอบที่จังหวัด และอัตราว่างที่จะบรรจุผู้สอบได้มีไม่ครบทุกจังหวัด โดยในการประกาศรับสมัครจะระบุว่ามีตำแหน่งใดว่างที่ไหนเท่าไร   ผู้สมัครไม่ต้องมีอายุงาน ไม่ต้องเคยทำงาน กศน. ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู รับผู้มีคุณวุฒิตามที่กำหนด
             คุณวุฒิที่ใช้สมัครสอบในแต่ละตำแหน่ง คือ
             1)  ตำแหน่งบรรณารักษ์ปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาทางบรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์   ในแต่ละมหาวิทยาลัย อาจตั้งชื่อสาขาวิชาเอกแตกต่างกันบ้าง ปกติถ้าสงสัยจะใช้วิธีดูทรานสคริปท์ว่าเรียนวิชาบรรณารักษ์มาครบหน่วยกิตหรือไม่ ถ้าจังหวัดไหนสงสัยก็บอกให้เขาโทร.หารือ กจ.กศน.  ( ต้องจบ สาขาวิชาเอก ต่อไปนี้
                  - บรรณารักษศาสตร์
                  - บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
                  - บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
                  - สารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์
                  - สารสนเทศศึกษา หรือสารนิเทศศาสตร์ )

             2)  ตำแหน่งนักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาทางการศึกษา ในสาขาดังนี้  (ถ้าจบสาขาอื่น ถึงแม้จะจบ ป.บัณฑิตด้วย ก็สมัครไม่ได้ )
                  - การศึกษา
                  - ครุศาสตร์
                  - ศึกษาศาสตร์
                  - ครุศาสตร์อุตสาหกรรม
                  - วิทยาศาสตร์ (ศึกษาศาสตร์...) หรือ (ศึกษาศาสตร์การสอน...) หรือ (การสอน...)
                  - ศิลปศาสตร์ (ศึกษาศาสตร์...) หรือ (ศึกษาศาสตร์การสอน...)
                  - คหกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิชาเอกคหกรรมศาสตร์ศึกษา)  เกษตรศาสตร์บัณฑิต (วิชาเอกเกษตรศึกษา)  บริหารธุรกิจบัณฑิต ( วิชาเอกธุรกิจศึกษา)

             3)  ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ = ได้รับปริญญาในทุกสาขาวิชา

             การสอบนี้ไม่ใช้ภาค ก. ของ ก.พ. เพราะเป็นข้าราชการสังกัด ก.ค.ศ. ไม่ใช่สังกัด ก.พ.  การสอบครั้งนี้จะสอบทั้งภาค ก. ภาค ข. ตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด ในวันเดียวกัน  โดยภาค ก. คือภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ( วิชาความสามารถด้านการคิดคำนวณ/ด้านเหตุผล, วิชาภาษาไทย )  ส่วนภาค ข. คือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ( ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ตามมาตรฐานตำแหน่ง )
             การติว ต้องรวมตัวกันจัดติวกันเอง

             ดูหลักสูตรการสอบข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์-นักวิชาการศึกษา-นักจัดการงานทั่วไป จากประกาศรับสมัครของ กศน.ครั้งที่แล้ว ได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/38k(2).pdf

         5. เช้าวันที่ 24 ก.พ.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องกำหนดวันเงินเดือนออก ว่า  กรมบัญชีกลางกำหนดให้โอนเงิน งบบุคลากร ที่กำหนดจ่ายสิ้นเดือน
             - เข้าบัญชีผู้รับบำนาญ ล่วงหน้า 5 วันทำการ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน

             - เข้าบัญชีข้าราชการและลูกจ้าง ล่วงหน้า 3 วันทำการ ก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือน ( ถ้านับเฉพาะวันทำการ ไม่นับวันหยุด ตั้งแต่วันเงินเดือนออก ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือน รวมเป็น 4 วัน )   ลูกจ้างในที่นี้คือลูกจ้างที่มีเลขที่อัตรา ( ถ้าจ้างเหมาบริการ จะไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็น ผู้รับจ้าง )






         6. วันตรุษจีน 19 ก.พ.58 สุนันทา สุขเคหา กศน.อ.บางปะหัน ถามผมทั้งทางอินบ็อกซ์ และทางโทรศัพท์ ว่า  จำนวนเจ้าหน้าที่และกรรมการดำเนินการสอบ ดูจากระเบียบเก่าปี 36 ใช่ไหม ค่าคุมสอบปัจจุบันเท่าไร และถ้าคุมสอบ 8:30 - 13:30 น. จะเบิกจ่ายค่าคุมสอบครึ่งวันหรือเต็มวัน
             ผมตอบไปแล้ว ว่า  จำนวนเจ้าหน้าที่และกรรมการดำเนินการสอบ ดูจากระเบียบปี 36 ถูกแล้ว  อ่านในข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/481090 
             ( หนังสือในลิ้งค์นี้ กำหนดไว้ในข้อ 1.3 ว่า "กรรมการควบคุมการสอบ ห้องสอบละไม่เกิน 2 คน" นั่นคือ ห้องสอบละ 1 คนได้ แต่ คงไม่เหมาะสม )

             และผมตอบด้วยความหนักใจเพราะกลัวคนคุมสอบจะไม่พอใจ ว่า ปกติถ้าคุมสอบไม่เต็มวัน จะเบิกเต็มวันไม่ได้ ตามหลักการเบิกจ่ายเงินของทางราชการนั้น เบิกเงินต่ำกว่าเกณฑ์ได้ แต่เบิกเกินเกณฑ์ไม่ได้ เช่น คุมสอบไม่เต็มวันเบิกเงินเต็มวันไม่ได้ แต่คุมสอบเกินครึ่งวันเบิกเงินแค่ครึ่งวันได้

             วันที่  24 ก.พ.58 ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ( อ.สุณีย์ ) ได้รับคำตอบว่า  เต็มวันคือเวลาสอบ 8:30-16:30 น.  แต่ถ้า 9:00-16:00 น. ก็อนุโลมให้เบิกเงินเต็มวันได้ เพราะถ้าจะเริ่มสอบ 9:00 น. ก็ต้องมาถึงสนามสอบตั้งแต่ 8:30 น. และเมื่อหมดเวลาสอบ 16:00 น. ก็อาจต้องจัดการเอกสารต่างๆต่อถึง 16:30 น.
             แต่กรณีสอบถึง 13:30 น.ตามที่ถามนี้  ( กรณีเริ่มสอบหลัง 9:00 น. หรือหมดเวลาสอบก่อน 16:00 น. )  จะอนุโลมให้เบิกเต็มวันไม่ได้ ต้องเบิกครึ่งวัน   ถ้าเวลาสอบไม่ถึงครึ่งวันจึงจะอนุโลมให้เบิกครึ่งวันได้
             ( กรณีนี้ ถ้าผู้คุมสอบจะไม่พอใจ ควรจัดให้บุคลากร กศน.เป็นผู้คุมสอบในห้องสอบนี้ )


         7. ตั้งแต่คืนวันที่ 11 พ.ย.57 Mickeymouse FC และ วีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  กศน.ตำบลที่ใช้อาคารสถานที่ของหน่วยงานภาครัฐต่างสังกัดหรือเอกชน เช่น โรงเรียน  จะเบิกค่าน้ำค่าไฟจากต้นสังกัดได้หรือไม่

             ผมตอบไปแล้ว ว่า  สามารถเบิกจ่ายค่าสาธารณูปโภค(ค่าน้ำค่าไฟ) จากเงินอุดหนุนได้ ถ้า.. มีเงินอุดหนุนรายหัวมากพอและผู้บริหารอนุญาต
             ( ต่างกับการใช้สถานที่หน่วยงานอื่นเป็นสนามสอบปลายภาค หรือใช้สอนการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งใช้เพียงครั้งคราว ให้จ่ายเป็นเงินทดแทนหรือเงินชดเชยการใช้สถานที่  แต่ กศน.ตำบล และ ศรช. ถ้าขอใช้สถานที่หน่วยงานอื่นตลอดปี เบิกจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคได้ )

             วันที่ 24 ก.พ.58 ผมได้เรียนถามประเด็นนี้กับหน่วยตรวจสอบภายใน กศน. ( อ.สุณีย์ ) อีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า  กรณีนี้เคยมี กศน.อ.หาดใหญ่หารือ กรมบัญชีกลางตอบว่าใช้ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคของหน่วยงานอื่นมาเบิกจ่ายได้  แต่ถ้าไม่แยกมิเตอร์จะมีปัญหาไม่มีระเบียบรองรับ ถ้าจะขอใช้อาคารสถานที่เขาเป็นเวลานาน ให้เขาแยกมิเตอร์สำหรับส่วนที่เราใช้โดยเฉพาะ และนำใบเสร็จรับเงินค่าสาธารณูปโภคสำหรับมิเตอร์นี้ ( ใบเสร็จฉบับจริง ) มาเบิกจากเราได้ ถึงแม้ชื่อหน่วยงานในใบเสร็จนั้นจะเป็นชื่อหน่วยงานอื่นไม่ใช่ชื่อหน่วยงาน กศน. ( ใช้บันทึกการขอใช้อาคารสถานที่ ประกอบ )