แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประหยัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประหยัด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562

1.มาตรการประหยัดงบประมาณฉบับใหม่, 2.คำถามน่าคิด อยากให้ฝ่ายทะเบียน กศน.ขั้นพื้นฐาน และกลุ่มพัฒนา กศน.คิด, 3.ศาลตัดสินว่า จ้างเหมาฯแต่ให้ทำงานลักษณะลูกจ้างชั่วคราว ผิด, 4.วิชาเลือกบังคับ เรียนเกินได้, 5.เรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าฯซ้ำ รหัสวิชาต่างกัน จบได้ไหม, 6.ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ต้องส่งเอกสารหลักฐานไปที่คุรุสภาไหม, 7.มีวุฒิผู้กำกับลูกเสือ วิสามัญ แต่เป็นรองผู้กำกับลูกเสือ สามัญ จะแต่งกายตามวุฒิหรือตามตำแหน่ง


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้



         1. ออกฉบับใหม่แล้ว มาตรการประหยัดงบประมาณ ใช้แทนฉบับปี 2556 โดยให้ใช้ฉบับใหม่ ตามภาพประกอบโพสต์นี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค.62







         2. คืนวันที่ 11 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  สอบถามเรื่อง การออก รบ. และการอนุมัติจบหลักสูตร เนื่องจาก ปัจจุบัน ฉันก็เริ่มงง กับแนวปฏิบัติเรื่องการออก รบ. 100% กับการอนุมัติจบหลักสูตร เพราะมันเกี่ยวเนื่องกัน คือ
             การจะอนุมัติจบหลักสูตร ตามแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาฯ กศน.3 จะมีข้อมูล เลขระเบียน (เลขนก.) ปรากฎว่า หากนักศึกษาไม่ยื่นเอกสารใบคำร้องของหลักฐานทางการศึกษา งานทะเบียนจะไม่ระบุเลข นก.ในรบ.ให้ เมื่อไม่ระบุให้ก็ไม่สามารถ ส่งแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ทันตามกำหนดเวลา
             จึงกลายเป็นแนวปฏิบัติว่า หากไม่ยื่นเอกสารคำร้องหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด จะไม่อนุมัติจบ ให้ ซึ่งเป็นลักษณะนี้ มา 2ปีได้แล้ว แต่ฉันพึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งได้ 2 เทอม และพึ่งจะมาทราบว่า ไม่อนุมัติจบให้ หากนักศึกษาไม่มายื่นเอกสาร เมื่อภาคเรียนที่แล้ว
             และก็มีปัญหาเกิดขึ้นคือ
             นักศึกษาในตำบลที่ฉันรับผิดชอบ รายวิชาหมดอายุ เพราะไม่ได้อนุมัติจบหลักสูตร ในเทอมที่ฉันมาบรรจุ พอดี แต่นักศึกษาคนนี้ เรียนครบหลักสูตร ไปเมื่อหลายเทอมที่แล้ว ไม่มีการลงทะเบียน (ก็ไม่รู้จะลงทะเบียนอะไรให้เขา) จนวิชาหมดอายุ
             ฉันจึงเริ่มตรวจสอบหลักฐานของนักศึกษาทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มใช้แนวปฏิบัตินี้ ทำให้รู้เลยว่า ในภาคเรียนนี้จะมีนักศึกษาที่วิชาหมดอายุอีกหลายคนมาก
             ฉันจึงอยากทราบว่า แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษาฯ กศน.3 จำเป็นต้องมีเลขที่ นก. หรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องมี จะต้องทำอย่างไรกับกรณีที่นักศึกษาไม่มายื่นคำร้องของเอกสารจบ ว่าจะสามารถอนุมัติจบได้อย่างไร ฉันเข้าใจว่า การอนุมัติจบ กับ การออบรบ. มันเกี่ยวเนื่องกัน หรือฉันเข้าใจผิด เพราะฉันพึ่งบรรจุ ก็ไม่อยากจะเถียงเจ้าหน้าที่ทะเบียน กับท่าน ผอ.
             เพราะจากที่ลองถามและคุยกันหลายรอบแล้ว (แบบอ้อมๆ ) แนวปฏิบัตินี้เป็นเหมือนการ กระตุ้นให้ ครู ไปตามเอกสารกับนักศึกษาให้ได้ 100% เพื่อออก รบ. 100% และถ้านักศึกษาคนไหนไม่ให้ความร่วมมือซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ก็จะให้ไปจบในภาคเรียนหน้า และถ้าเทอมหน้าไม่ได้อีก ก็จะถัดไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เกิดปัญหา(หมดอายุ) อย่างที่ฉันกล่าวไป

             ผมตอบว่า
             1) เชื่อหรือไม่ ตามหลักการในระเบียบหลักเกณฑ์นั้น นศ.มีเลขที่ใบ รบ. ตั้งแต่วันสมัครขึ้นทะเบียนรับรหัสประจำตัวนักศึกษา แล้ว!? โดย
                 ในคู่มือการดำเนินงานหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555 ปกสีเลือดหมู หน้า 166 คำอธิบายการออก รบ.
                 ข้อ 1 กำหนดว่า รบ.ใช้เป็นหลักฐานการเรียนของนักศึกษาทั้ง”เมื่อศึกษาอยู่”หรือออกจากสถานศึกษาแล้ว
                 ข้อ 5.8 การบันทึกผลการเรียนแต่ละภาคเรียนลงใน รบ. ต้องให้เป็นปัจจุบัน “ทุกภาคเรียน”
                 สองข้อนี้ หมายความว่า ให้บันทึกระเบียน ( รบ.) ไว้ตั้งแต่ได้เลขประจำตัวนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเรียนจบหรือไม่ และให้บันทึกผลการเรียนที่ได้ 1 ขึ้นไป ใน รบ.ฉบับต้นขั้ว ให้เป็นปัจจุบันทุกภาคเรียน
                 ข้อ 2.2 การกรอก รบ.ให้เขียนหรือพิมพ์ ถ้าเขียนก็เขียนทั้งแผ่น ถ้าพิมพ์ก็พิมพ์ทั้งแผ่น แต่ไม่จำเป็นว่าต้นขั้วกับคู่ฉบับจะต้องเขียนทั้งสองแผ่น หรือพิมพ์ทั้งสองแผ่น ต้นขั้วอาจเขียนแต่คู่ฉบับอาจพิมพ์ก็ได้ ต้นขั้วต้องกรอกข้อมูลเพิ่มทุกภาคเรียนคงต้องเขียน ส่วนคู่ฉบับกรอกตอนจบอาจพิมพ์
                 ทำไมเป็นอย่างนี้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะถ้าไม่นับโปรแกรม ITw แล้ว หลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐานจะมีระเบียนหรือทะเบียนอย่างเดียวคือ รบ. ฉะนั้นนักศึกษาทุกคนไม่ว่าจะจบหรือไม่ ต้องมีข้อมูลอยู่ในทะเบียน ( ต้นขั้ว รบ.)
                 พวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้หลักการตามระเบียบหลักเกณฑ์นี้ ส่วนน้อยรู้แต่ก็ไม่ทำตาม เพราะ จะสิ้นเปลือง รบ.มาก เนื่องจากมีผู้สมัครเรียน กศน.มากมาย แต่เรียนจบถึง 50% ไหม?
             2) ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ข้อใดระบุว่า ให้อนุมัติผลการจบต่อเมื่อ นศ.มาขอจบ แต่ ข้อ 5.9 ระบุว่า เมื่อ “เรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตร” ก็อนุมัติการจบ+ออก รบ.คู่ฉบับ
             3) ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ข้อใดระบุให้ นศ.ส่งหลักฐานขอจบ แต่ สถานศึกษาต้องตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันสมัครขึ้นทะเบียนรับรหัสประจำตัวนักศึกษาแล้ว ไม่ใช่ว่าเรียนไปแล้วมาตรวจสอบหลักฐานพบว่าคุณสมบัติไม่ครบที่จะเรียน
                 ถ้ามีการเปลี่ยนข้อมูลหลังสมัครเช่นเปลี่ยนชื่อ นักศึกษาต้องเป็นฝ่ายแจ้งเอง อาจทำความเข้าใจในช่วงปฐมนิเทศ และ/หรือ พิมพ์ข้อมูลผู้คาดว่าจะจบให้ นศ.ตรวจสอบ
                 จะมีก็แต่รูปถ่าย ถ้าใช้เวลาเรียนเกิน 6 เดือน จะใช้รูปเดิมตอนสมัครเรียนไม่ได้ ต้องใช้รูปปัจจุบันถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

             วิธีปรับ/แก้
             - ตรวจคุณสมบัติตามหลักฐานต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่ภาคเรียนแรก
             - เมื่อ “เรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตร” ก็อนุมัติการจบ+จองเลขที่ รบ.ไว้เลย ( ลงเลขที่ รบ.ในโปรแกรม ITw เมนู 1-1-6 )
                ถ้าเรียนครบตามโครงสร้างและเงื่อนไขการจบหลักสูตรแล้ว ไม่อนุมัติการจบ แต่ปล่อยให้วิชาหมดอายุ จะเป็นความผิดของสถานศึกษา
             - รายงานผู้สำเร็จการศึกษาภายใน 30 วัน นับจากวันอนุมัติการจบหลักสูตร

         3. วันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค.62 มี ผอ.กศน.อ. นำเรื่องที่ศาลพิพากษาว่าการจ้างเหมาบริการแต่ให้ทำงานในลักษณะลูกจ้างชั่วคราว ผิด มาถามผมทางไลน์ว่า ครู ศรช.ของ กศน.ก็เข้าข่ายตามคำพิพากษานี้ ใช่ไหม

             ผมตอบว่า   เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า ผมเคยโพสต์เรื่องนี้เมื่อสองปีก่อน ในข้อ 1 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2017/11/formnfestudent.html
             กรมบัญชีกลางเตือนแล้ว ถ้าเราถูกฟ้องเมื่อไรเราถึงจะแก้ แต่การแก้จะทำให้ทุกฝ่ายเดือดร้อนไปหมด คือ ต้องจ้างเป็นงาน ๆ ไม่จ้างต่อเนื่อง ( ตอนนี้ก็มีบางจังหวัดเริ่มจ้างเป็นงาน ๆ แล้ว เช่นจ้างเหมาตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จ้างเฉพาะช่วงบันทึกข้อมูลเท่านั้น เลิกจ้างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลร้องมาที่ผมก็มี )
             ถึงอย่างไรเราก็จ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้ เพราะ กศน.ไม่ได้รับอัตราจ้างลูกจ้างชั่วคราวจากกรมบัญชีกลางมานานแล้ว ( ปี 62 สพฐ.ยังมีบางตำแหน่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ )
             การจ้างคนเก่า แต่ดำเนินการตามระเบียบพัสดุใหม่ ก็อาจถือเป็นจ้างเหมาบริการได้มั้ง เราต้องไม่ทำตามระเบียบพัสดุแค่เป็นพิธีเท่านั้น แต่ทุกขั้นตอนต้องทำตามระเบียบพัสดุจริง ๆ เช่นการตรวจรับงานจ้างในแต่ละช่วง ถ้าจ้างลูกจ้างชั่วคราวจึงจะไม่ต้องทำตามระเบียบพัสดุ

             ต่อมามีผู้ถามผมทางกลุ่มไลน์ “ส.การศึกษาตลอดชีวิต อีก ว่า  แล้วอาจารย์ว่าควรปฏิบัติอย่างไร เพราะเคยอ่านคำตัดสินศาลปกครองแล้ว การจ้างแบบที่เราปฏิบัติคือจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ถูกต้อง / เคยมีคดีของกระทรวงพานิช
             ผมตอบว่า  ถ้ามีผู้ฟ้องศาลว่าเราจ้างเหมาบริการแต่ให้ทำงานในลักษณะลูกจ้างชั่วคราว โดยเราไม่สมทบเงินประกันสังคมส่วนของนายจ้าง ศาลก็อาจจะว่าเราจ้างผิดเป็นนิติกรรมอำพราง เราก็ต้องแก้ไข
             แต่เราไม่สามารถแก้ไขโดยเปลี่ยนการจ้างเป็นจ้างลูกจ้างชั่วคราวได้ เพราะ กศน.ไม่ได้อัตราลูกจ้างชั่วคราวจากกรมบัญชีกลางมานานแล้ว ( เมื่อก่อนมีเงิน บกศ. แต่แม้เราใช้เงิน บกศ.ของเราเองจ้างลูกจ้างชั่วคราวก็ยังต้องได้รับอนุมัติเลขที่อัตราจากกรมบัญชีกลาง )
             เมื่อเราแก้ไขโดยจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้ เราก็ต้องแก้ไขโดยจ้างให้เหมือนจ้างเหมาบริการมากขึ้น เช่น จ้างครู ศรช.เป็นงาน ๆ อาจจ้างเฉพาะช่วงพบกลุ่มครั้งละ 5 เดือน ปีละ 2 ครั้ง เป็นต้น ซึ่งจะเดือดร้อนกันไปทั่ว
             ( ผู้จะรับจ้างรายใดเสนอราคาจะรับค่าจ้างต่ำกว่าก็จ้างรายนั้น ลักษณะเดียวกับการจ้างพิมพ์หนังสือเรียน ดำเนินการตามระเบียบพัสดุใหม่ทุกภาคเรียนซึ่งไม่จำเป็นต้องจ้างได้รายเดิม )

         4. วันที่ 16 ต.ค.62 มีผู้แจ้งผมในไลน์โอเพนแช็ทกลุ่ม กศน. ว่า  วันนี้มาตรวจไขว้ที่ จว.เกี่ยวกับผู้จบ...แล้วทาง จนท.จว.แจ้งว่า วิชาเลือกบังคับลงได้ไม่เกิน 2 รายวิชา...หากลงเกินไม่นับหน่วยกิต....และไม่จบ...ทำให้เกิดปัญหาเพราะมีหลายอำเภอลงเลือกบังคับ 3 - 4 วิชา...ซึ่งฉันแย้งแล้ว..แต่ จนท.จว.เขาบอกว่าให้ยึดระเบียบที่ให้ลงวืชาเลือกบังคับได้ไม่เกิน 2 วิชา

             ผมตอบว่า
             - ขอดูตัวระเบียบที่ว่า ลงวิชาเลือกบังคับได้“ไม่เกิน” 2 วิชา"
             - ให้จังหวัด โทร.ถามกลุ่มพัฒนา กศน.ด้วย
             ( โปรแกรม ITw จะเซ็ตไว้ตามระเบียบ ถ้าผิดระเบียบโปรแกรมจะไม่ให้จบ )

             ต่อมา ผู้ถาม แจ้งว่า  จนท.จว.โทรถามกองพัฒน์..กองพัฒน์ตอบว่าลงได้และนับ นก.
             ผมตอบว่า  ใช่ ผมไม่เคยเห็นหนังสือแจ้งที่มีคำว่า "ไม่เกิน" เราไม่ควรพูดเติมกันตามอำเภอใจ จะมีปัญหามากกว่าที่คิด วิชาเลือกบังคับเป็นวิชาใหม่ ๆ ที่ทันสมัย มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันใน"ปัจจุบัน" ตรงตามนโยบาย จึงเป็นวิชาที่ควรส่งเสริมให้เรียน
             ( หน่วยกิตวิชาเลือกบังคับส่วนที่เกินก็นับเป็นหน่วยกิตวิชาเลือกเสรี จึงสามารถลดวิชาเลือกเสรีได้ หรือจะไม่ลดวิชาเลือกเสรีก็ได้ เพราะ วิชาเลือกเรียนเกินได้
               แต่อย่าลืมว่า ตารางสอบปลายภาค วิชาเลือกบังคับสอบในเวลาเดียวกันหลายวิชา ถ้า นศ.คนเดียว ลงวิชาเลือกบังคับในภาคเรียนเดียวหลายวิชา อาจมีปัญหาตอนสอบปลายภาค ต้องดูตารางสอบปลายภาคก่อนลงทะเบียน คือคนเดียวถ้าจะลงหลายวิชาก็ต้องทยอยแบ่งลงวิชาเลือกบังคับหลายเทอม )

         5. เย็นวันหยุดชดเชย 14 ต.ค.62 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  เจอว่านักศึกษาลงทะเบียน ซ้ำในรายวิชา การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ในระดับม.ต้น ชื่อวิชาเดียวกันแต่ต่างรหัสกัน คือ รหัส พว 02027 กับรหัส พว 22002สามารถจบหลักสูตรได้หีอไม่ พอดีเด็กจะขบด้วย

             เรื่องนี้  เพื่อความมั่นใจ ผมได้ถาม อ.กิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ซึ่ง อ.กิตติงพงษ์ตอบตรงกับที่ผมคิด คือ แม้ 2 วิชานี้รหัสจะต่างกัน ชื่อวิชาก็ต่างกันนิดหน่อย โดย พว22002 ชื่อการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (มีเลข 2 ต่อท้าย) แต่เนื้อหาเหมือนกันเกือบทั้งหมด จึงไม่ควรให้เรียนซ้ำ
             อย่างไรก็ตาม ถ้า นศ.เรียนซ้ำไปแล้ว ก็อนุโลมให้จบไปได้
             อ.กิตติพงษ์ฝากบอกครูให้ดูวิชาในแผนการเรียนกันให้ดี อย่าให้มีกรณีที่วิชาลักษณะนี้อยู่ในแผนการเรียนของ นศ.คนเดียวกันอีก

         6. เช้าวันที่ 22 ต.ค.62 มีผู้ถามในไลน์โอเพนแชทกลุ่ม กศน. ว่า  รบกวนอาจารย์เอกชัย ในการต่อใบประกอบวิชาชีพครูโดยใช้ระบบksp school เมื่อกรอกข้อมูลทั้งหมดตลอดจนจ่ายเงินแล้ว กล่าวคือดำเนินการทั้งหมดทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เอกสารและหลักฐานทั้งหมดต้องส่งไปที่คุรุสภาตามหลังด้วยใหม

             ผมตอบว่า  ไม่ต้องส่งเอกสารหลักฐานตัวจริงไปยังคุรุสภา
             ( ตั้งแต่ 1 ส.ค.62 ให้จัดส่งคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยสแกนเอกสารหลักฐานอัพโหลดเข้าระบบโปรแกรม Ksp-School )

         7. เย็นวันที่ 22 ต.ค.62 ผมตอบคำถามที่มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์เก่าของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  ท่าผ่านอบรมมีวุฒิ ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญR.B.T.C แต่ฉันตอนนี้ร.ร.ให้ฉันเป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญS.B.T.C การแต่งกายต้องใส่ชุด แบบครูลูกเสือวิสามัญ หรือ ใส่ตามตำแหน่งที่โรงเรียนแต่งตั้งเป็นครูลูกเสือสามัญ

             ผมตอบว่า   แต่งกายตามวุฒิ แต่ติด "เข็มเครื่องหมายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ" ตามตำแหน่งที่เป็นทางการ (ใน ลส.13)
             แต่ตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ พ.ศ.2553 ข้อ 5 (7) (จ) กำหนดว่า "รองผู้กำกับลูกเสือสามัญ มีอายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์และต้องได้รับวุฒิบัตรการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือสามัญขั้นความรู้เบื้องต้น"
             ในเมื่อคุณไม่ได้รับวุฒิบัตรผู้กำกับลูกเสือสามัญ แล้วคุณได้รับตำแหน่งที่เป็นทางการ ( ใน ลส.13 ) เป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญด้วยหรือ
             ที่ว่า ร.ร.ให้เป็นรองผู้กำกับลูกเสือสามัญ นั้น ถ้าไม่ใช่แต่งตั้งตาม ลส.13 จะติดเข็มตำแหน่งไม่ได้ แม้จะมีวุฒิก็ตาม ( ต้องติดเข็มตาม ลส.13 ถ้ายังไม่มี ลส.13 ก็ยังติดเข็มตำแหน่งใด ๆ ไม่ได้ )


วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

1.มาตรการประหยัดงบประมาณ ยังใช้อยู่ไหม ใช้ฉบับของปีไหน, 2.ระดับประถมเริ่มสอบ N-NET ตั้งแต่ภาคเรียนใด, 3.ผมว่าเรื่องนี้สำคัญ แต่ละจังหวัดทำไมทำไม่เหมือนกัน, 4.หลักฐานการจบ ป.4 ไม่ระบุวิชาที่เรียน จะใช้เทียบโอนได้ไหม, 5.จ้างเหมาบริการมีสิทธิสอบครูผู้ช่วยไหม/ปกติจะไม่มีการขึ้นบัญชี, 6.หลักเกณฑ์การสอบ ผอ.+รอง ผอ.สนง.กศน.จังหวัด, 7.ขรก.ครูเรียนต่อไม่ตรงสาขาจะใช้ปรับวุฒิหรือใช้ลดเวลาทำชำนาญการไม่ได้



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 15 พ.ย.59 มี ผอ.กศน.ข. โทร.มาถามผม ว่า  ปัจจุบันยังใช้มาตรการประหยัดงบประมาณฉบับปี 56 อยู่หรือไม่

             เรื่องนี้  ผมเรียนถามหัวหน้ากลุ่มงานตรวจจ่าย กลุ่มการคลัง กศน. เมื่อวันที่ 16 พ.ย.59 ได้รับคำตอบว่า  ยังใช้มาตรการประหยัดงบประมาณของ สป.ศธ. ฉบับล่าสุด คือฉบับปี 56 อยู่ ( ดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/saveMeasure.pdf ) โดยให้ใช้ไปจนกว่าจะมีฉบับใหม่

         2. วันเดียวกัน ( 15 พ.ย.) TheJeab Ungkanawin ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  นศ.ประถมฯเริ่มสอบ N-Net ครั้งแรกตั้งแต่ภาคเรียนใด (มี นศ.ประถม รหัส 5321.. มาขอใบ รบ. ซึ่งระบุจบภาคเรียนที่ 1/55 แต่ไม่ได้บันทึกการสอบ N-Net พยายามหาข้อมูลการสอบแล้วแต่ไม่พบ)

             ผมตอบว่า   เกณฑ์การจบหลักสูตรข้อที่ว่า เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ นี้ เริ่มมีในหลักสูตร 51 ซึ่งทุกระดับรวมทั้งระดับประถม ต้องผ่านเกณฑ์นี้ตั้งแต่เริ่มใช้หลักสูตร 51 เหมือนกัน เพียงแต่ระยะแรก แบบทดสอบการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติระดับประถม จัดทำโดย กศน.เอง  โดยเปลี่ยนเป็นใช้แบบทดสอบที่จัดทำโดย สทศ. ( N-NET ) ตั้งแต่ภาค 2/55  แต่ก่อนหน้านั้นระดับประถมก็ต้องผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ( NT ) เช่นกัน

         3. บางจังหวัดให้ผู้จบ ป.4 สมัยก่อน เรียนต่อ ม.ต้นได้เลย  บางจังหวัดให้เรียนระดับประถมโดยเทียบโอนวุฒิ ป.4 เข้าระดับประถมได้ 24 หน่วยกิต
             - ถ้าไม่ต้องเรียนประถม แล้วจังหวัดที่ให้เรียนประถม ก็ทำให้เขาเสียเวลาเสียโอกาสเสียค่าใช้จ่าย ( แม้เรียนฟรี ก็มีค่าใช้จ่ายบางอย่าง )
             - ถ้ายังไม่มีสิทธิเรียน ม.ต้น แล้วบางจังหวัดให้เรียน ม.ต้น การเรียน ม.ต้น และระดับต่อจากนั้น จะเป็นโมฆะทั้งหมด เป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง

             เย็นวันที่ 16 พ.ย.59 เจี๊ยบ ลูก พ่อรุณฯ โพสต์บ่นในเฟซบุ๊คของตน ว่า  “ขอความชัดเจนแต่ทีแรกก็ไม่มีให้ มาวันนี้ดึงออกเกือบหมด บอกว่าคนที่จบ ป.4 สมัยเก่าแสดงว่าจบประถมแล้ว เอามาเรียนประถมไม่ได้ ให้เรียน ม.ต้นเลย จะบ้าตาย ชัยภูมิ ท่านดึงใบสมัครออกแล้ว”

             ผมจึงเข้าไปซักถาม และคุยกันต่อในอินบ็อกซ์ ได้ความว่า  ท่าน ผอ.จังหวัดชัยภูมิ บอกว่า จบ ป.4 ในสมัยก่อน ถือว่าเป็นชั้นสูงสุด ภาคบังคับสมัยนั้นแค่ ป.4 เทียบได้กับจบ ป.6 ให้นำวุฒิ ป.4 ที่ระบุว่าสอบไล่ชั้นสูงสุด มาสมัคร ม.ต้น จะลงเรียนประถมไม่ได้
              (นักศึกษากลุ่มนี้ เรียนประถมมาแล้ว 1 ภาคเรียน)
             คณะกรรมการตรวจเอกสาร ใช้วิธีเช็ค ใน จปฐ. ถ้า จปฐ.บอกว่าจบประถม ก็ให้เรียน ม.ต้น (นักศึกษาบางคนยืนยันว่ายังไม่จบประถม จบแค่ ป.4)

             ผมบอกว่า  จบ ป.4 ก่อน พ.ศ.2507 ตามแผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2494 ถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ แต่การจบการศึกษาภาคบังคับไม่ได้แปลว่าเทียบเท่าจบ ป.6 ในปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกัน
             การรับสมัครต้องดูจากใบวุฒิเดิมเป็นสำคัญ ส่วน จปฐ.ไม่สำคัญ ไม่เกี่ยว
             คุณสมบัติของผู้สมัครระดับ ม.ต้น ที่กำหนดไว้ในคู่มือฯ ไม่มีระบุว่า “จบการศึกษาภาคบังคับ” เลย แต่ระบุว่า สอบได้วุฒิหรือระดับชั้นอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
             - มัธยมปีที่ 3 (ม.3 เดิม) หรือ
             - ประถมศึกษาปีที่ 7 (ป.7) หรือ
             - ประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) หรือ
             - การศึกษาผู้ใหญ่ระดับที่ 3 หรือ
             - การศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จระดับที่ 3 หรือ
             - หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนระดับประถมศึกษา หรือ
             - นาฏศิลป์ขั้นต้นปีที่ 3 หรือ
             - วุฒิอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เทียบเท่าประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 หรือ
             - นักธรรมชั้นเอกหรือธรรมศึกษาเอก หรือ
             - ใบรับรองวุฒิการสอบเทียบความรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อสิทธิบางอย่าง หรือ
             - ใบรับรองวุฒิการสอบเทียบความรู้ประถมปีที่ 7 เพื่อสิทธิบางอย่าง หรือ
             - เป็นผู้ที่เคยศึกษาหลักสูตรต่างประเทศ ระดับชั้น(เกรด) การศึกษาปีที่ 7 หรือ
             - สอบได้ระดับชั้น(เกรด) การศึกษาอย่างน้อยปีที่ 7 หรือสอบตก ป.7 ปีการศึกษา 2550 ถือว่าได้ ป.6
             สำหรับพระภิกษุสามเณรจะต้องมีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นและต้องสอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท

         4. เช้าวันที่ 17 พ.ย.59 Gudapach Suwantemee ถามในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊คผม ว่า  มีนักศักษา ทำวุฒิ ป.4 หาย เขาไปขอ รร.เดิม แต่ทาง รร.ไม่มีวุฒิเดิมของเขาแล้ว จึงคัดทะเบียนผู้จบมาให้ แล้วลงตราประทับ รร. แต่ไม่มีรายวิชาที่เขาจบ ป.4 แต่ในนั้นลงว่าจบชั้น ป.4 เขาต้องเรียนประถม กศน.ใหม่ใช่ไหม หรือเทียบวิชา ป.4 ให้เขาได้ไหม

             ผมตอบว่า   ถ้าหลักฐานเชื่อถือได้ว่าจบ ป.4 แม้หลักฐานนั้นจะไม่มีชื่อวิชาที่เรียน ป.1-4 ก็เทียบวิชา ป.4 ให้เขาได้ 24 หน่วยกิต
              ( ตามแนวทางการเทียบโอนฯ ระบุว่า “การเทียบโอนผลการเรียนของผู้ที่จบระดับประถมศึกษาปีที่ 4 และได้ใบสุทธิที่มีผลการเรียนรวม ให้เทียบโอนระดับประถมศึกษาจำนวน 24 หน่วยกิต ให้ผลการเรียนเป็น ผ่าน ในรายวิชาต่อไปนี้ ... ...” )
             ถ้า เรายอมรับหนังสือรับรอง ( ของ กศน.เอง ถ้าเป็นหลักสูตรก่อนปี 44 ตอนนี้เราก็ออกเป็นหนังสือรับรองเช่นกัน แสดงว่าหนังสือรับรองก็ใช้ได้ )  ใบสุทธิก็ไม่ได้มีข้อมูลมากไปกว่า จึงย่อมเทียบโอนได้เช่นกัน
             การเทียบโอนจาก ป.4 ไม่ใช่การเทียบโอนจากวิชาต่อวิชา แต่เป็นการเทียบโอนจากหลักสูตรในภาพรวม ผลการเทียบโอนเป็น ผ่าน  ฉะนั้นในใบสุทธิหรือหนังสือรับรอง จะมีหรือไม่มีผลการเรียนแต่ละวิชา ก็เทียบโอนได้เลย ให้เทียบโอนได้ 24 หน่วยกิตเท่ากันหมดทุกคน
             ต่างจากการเทียบโอนจากระดับ ป.6 ม.3 ม.6 ที่เทียบโอนจากวิชาต่อวิชา ผลการเทียบโอนแต่ละวิชาจะเป็นเกรด จึงต้องมีผลการเรียนของแต่ละวิชาที่เรียนมา จึงจะเทียบโอนได้

         5. เช้าวันที่ 24 พ.ย.59 คน พืเศษ ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ที่ว่าทาง กศน.จะมีการเปิดสอบครูผู้ช่วยนั้น สอบในกรณีพิเศษหรือทั่วไป ลูกจ้างเหมาบริการมีสิทธิ์ที่จะสมัครสอบได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   จะสอบในกรณีพิเศษก่อน โดยสอบตามหลักเกณฑ์การสอบกรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ของ ก.ค.ศ.ข้อ 6 ( ดูได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/V12testTeacher.pdf ) ซึ่งระบุว่า
              “การบรรจุและแต่งตั้งครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ หรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ ครูสอนศาสนาอิสลาม ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างเหมาบริการ ซึ่งทุกตำแหน่งต้องได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนตามคำสั่งหรือสัญญาจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันรับสมัครคัดเลือกวันสุดท้าย”

จะเห็นว่า มีคำว่า พนักงานจ้างเหมาบริการอยู่ด้วย แต่ไม่มีข้าราชการ ฉะนั้น จ้างเหมาบริการมีสิทธิสมัครสอบ แต่ ขรก.เช่น ขรก.ตำแหน่งบรรณารักษ์จะสมัครสอบเพื่อเปลี่ยนเป็น ขรก.ครู ไม่ได้
             อย่างไรก็ตาม การสอบเป็น ขรก.ครู ต้องมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีก ดูในข้อ 7 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2015/04/etv.html
             อนึ่ง ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.นั้น ถ้าดูในหน้า 3 ข้อ 8 กำหนดว่าการสอบกรณีนี้ ให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกให้ครบตามจำนวนตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร “โดยไม่ขึ้นบัญชี”
             ฉะนั้น ถ้า กศน.จะเปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย จะต้องขอทำความตกลงกับ ก.ค.ศ.เพื่อขอขึ้นบัญชี 1 ปี ก่อน

         6. การประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/59 วันศุกร์ที่ 25 พ.ย.59 เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. และ ผอ. สนง.กศน.จังหวัด/กทม. ดังนี้

             1)  ให้ อ.ก.ค.ศ. สป.ศธ. เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก โดยกำหนดวันเวลาในการดำเนินการคัดเลือก และจำนวนตำแหน่งว่างเพื่อใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรก
             2)  ให้ อ.ก.ค.ศ. สป.ศธ. ประกาศรับสมัครคัดเลือก ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันรับสมัคร
             3)  ให้สำนักงาน กศน. รับสมัครคัดเลือกไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ โดยยื่นสมัครตามแบบหรือวิธีการที่ อ.ก.ค.ศ. สป.ศธ.กำหนด

             4)  ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือก ตำแหน่งรอง ผอ.สนง. กศน.จังหวัด/กทม.
                  - เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงาน กศน.
                  - มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งรอง ผอ.สนง. กศน.จังหวัด/กทม.
                  - ดำรงตำแหน่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้  ดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารอง ผอ.ชำนาญการพิเศษ หรือ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.ชำนาญการพิเศษ หรือ ดำรงตำแหน่ง ศน. ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ศน.เชียวชาญ หรือ ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำว่าหัวหน้ากลุ่มหรือผู้อำนวยการกลุ่ม มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอันดับ คศ.3 หรือไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ
                  - มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
                  - ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

             5)  ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือก ตำแหน่ง ผอ.สนง. กศน.จังหวัด/กทม.
                  - เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงาน กศน.
                  - มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนด เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ผอ.สนง. กศน.จังหวัด/กทม.
                  - ดำรงตำแหน่งรอง ผอ.สนง. กศน. จังหวัด/กทม. มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของอันดับ คศ.4 หรือดำรงตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า ผอ.เชี่ยวชาญ
                  - มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
                  - ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

             6)  ดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมิน 2 ภาค คือ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และภาค ข ความเหมาะสมกับตำแหน่ง  ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องได้คะแนนภาค ก และภาค ข แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60  โดยเรียงลำดับจากผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจากมากไปหาน้อย
             7)  บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก ให้มีอายุบัญชีไม่เกิน 1 ปี
             8)  ในกรณีผู้ได้รับการคัดเลือกรายใดถึงลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้ได้รับการคัดเลือกรายนั้นไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้งตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด หรือไม่สมัครใจที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือมารายงานตัวแต่ไม่เลือกหน่วยงานการศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง หรือแจ้งสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง กรณีใดกรณีหนึ่ง  ให้เรียกตัวผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปมารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้ง แทน

         7.
ก.ค.ศ. กำหนดใหม่ ให้ ขรก.ครูที่เรียนต่อสาขาวิชาที่
            1)  ไม่ใช่สาขาวิชาที่เรียนจบ ป.ตรี และหรือ ป.โท  หรือ
            2)  ไม่ตรงกับสาขาวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่สอนหรือเคยสอน  หรือ
            3)  ไม่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ ตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ.
            เมื่อเรียนจบ จะใช้วุฒินั้นขอปรับเพิ่มเงินเดือนตามวุฒิ หรือใช้เป็นคุณสมบัติในการลดเวลาทำชำนาญการ ไม่ได้

            เรื่องขอปรับเพิ่มเงินเดือนตามวุฒิไม่ได้นั้น ไม่ค่อยเป็นไร เพราะปัจจุบันเมื่อครูผู้ช่วยบรรจุครบ 2 ปี เป็น คศ.1 เงินเดือนขั้นต้นของ คศ.1 ก็ไม่น้อยกว่าเงินเดือนวุฒิ ป.โท อยู่แล้ว
            แต่ในส่วนของลดเวลาทำชำนาญการไม่ได้ จะมีผลกระทบมากกว่า
            เช่น เรียนจบ ป.ตรี ในสาขาวิชาเอกวิทยาศาสตร์ แล้วมาสอบบรรจุเป็นครู และเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์กับวิชาภาษาไทย แต่ ศึกษาต่อ ป.โท สาขาบริหารการศึกษา หรือสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาไทย และไม่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน/ส่งเสริมการเรียนรู้  จะลดเวลาทำชำนาญการไม่ได้
            ( ให้ สป.ศธ.เสนอรายชื่อวุฒิ ป.โท และ ป.เอก ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน/ส่งเสริมการเรียนรู้ ตามข้อ 3. ให้ ก.ค.ศ.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ภายในวันที่ 16 ม.ค.60 )

            หลักเกณฑ์นี้ มีผลกับเฉพาะผู้ที่เริ่มเรียนตั้งแต่ 9 ธ.ค.59 เป็นต้นไปเท่านั้น ไม่มีผลบังคับกับผู้ที่จบ หรือขออนุญาตลาศึกษาต่อก่อนวันที่ 9 ธ.ค.59