แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาคบังคับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาคบังคับ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562

1.เขตพื้นที่ฯ/ร.ร. ไม่ยอมส่งตัวมาเรียน กศน., 2.คำนำหน้าชื่อที่เป็นยศ ในโปรแกรม ITw ม.ต้น กับ ม.ปลาย ไม่เหมือนกัน ?!, 3.ใช้วุฒิ ป.6 จากต่างประเทศ มาสมัครเรียน ม.ต้น ทำอย่างไร, 4.เทียบวุฒิเปรียญธรรม 5 ประโยค ที่ไหน, 5.วุฒิเดิมสมัยก่อน เทียบระดับใด ดูในคู่มือหน้า 121, 6.เงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน ใช้จัดกิจกรรมค่ายลูกเสือยุวกาชาดได้ไหม, 7.โรงเรียนจะส่งเด็ก 10 ขวบ มาเรียน กศน.


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันหยุดชดเชย 20 พ.ค.62 มีผู้ถามผมทางอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เด็กอายุไม่ถึง 15 ปี ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ปกครอง เพื่อจะเข้ามาเรียน กศน.ใช่ไหม
             ผมตอบว่า   ตามหนังสือราชการที่แจ้งมา ใช้หนังสือรับรองจากผู้ปกครองไม่ได้ ถ้าอายุยังไม่เต็ม 15 ปีบริบูรณ์ และยังไม่จบ ม.ต้น ต้องมีหนังสือส่งตัวมาจากเขตพื้นที่การศึกษา  เขตพื้นที่ฯเขาจะพิจารณาเหตุผลความจำเป็นที่ต้องเรียน กศน.
             ผู้ถาม บอกต่อ ว่า  เขตไม่ยอมออกให้.. รร ก็ไม่ยอมทำหนังสือส่งตัวมาให้
             ผมตอบว่า  ถ้าผู้เรียน/ผู้ปกครอง มีเหตุผลที่ต้องเรียน กศน. ให้เขาหารือ กศจ. หรือรอจนกว่าจะอายุเต็ม 15 ปีบริบูรณ์ จะสามารถมาเรียน กศน.ได้โดยไม่ต้องมีหนังสือส่งตัวจากเขตพื้นที่ฯ
             ( ถึงแม้จะอายุ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ถ้าโรงเรียนเดิมไม่ออกใบวุฒิประถมให้ ก็ให้เขาแจ้ง กศจ. หรือมาเริ่มเรียน กศน.ใหม่ตั้งแต่ระดับประถม )

         2. วันที่ 17 พ.ค.62 มีผู้ถามผมในไลน์กลุ่ม ส.การศึกษาตลอดชีวิต ว่า  จนท.itกศน.อำเภอเขาปริ๊นท์กศน.2ตรงช่องชื่อบิดาปรากฎว่าของม.ต้นคนทีมียศดาบตำรวจ ใช้ ด.ต. ส่วนม.ปลาย เปีนนายดาบตำรวจ เขาถามว่าจะใช้อะไรกันแน่ ถ้าคำเต็มเป็นดาบตำรวจ ไม่มีคำว่านายใช่หรือไม่
             ผมตอบว่า   ยศ ด.ต.นั้น ช่วงก่อนที่ พ.ร.บ.ตำรวจ 2547 จะมีผลบังคับใช้ จะอ่านว่า "นายดาบตำรวจ" ( มีคำว่า "นาย" ) แต่พอ พ.ร.บ.นี้ประกาศใช้แล้วตัดคำว่า "นาย" ออกเหลือเพียงคำว่า "ดาบตำรวจ" เท่านั้น
             แต่ ปกติชื่อบิดามารดา เราจะยึดตามทะเบียนบ้านที่เขานำมาเป็นหลักฐานสมัครเรียน ไม่สนใจว่าชื่อในทะเบียนบ้านเขาจะผิดหรือถูก ถ้าไม่มีใบเปลี่ยนชื่อมาแนบด้วยก็ยึดตามทะเบียนบ้าน  ถ้าในทะเบียนบ้านไม่ใส่ยศ เราก็ไม่ใส่ ถ้าในทะเบียนบ้านมียศก็ใส่ให้เหมือนในทะเบียนบ้าน ถ้าเขาย่อก็ย่อตาม  ถ้าในตัวเลือกของโปรแกรม ITw ไม่มีเหมือนในทะเบียนบ้านก็พิมพ์ตัวเลือกเพิ่มเข้าไป หรือแก้ไขตัวเลือกในโปรแกรม ITw ได้

         3. วันที่ 23 พ.ค.62 มีผู้ถามทางไลน์ ( ถามทางไลน์ส่วนตัวก่อน แล้วผมบอกให้ถามทางไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. จะได้แลกปลี่ยนพร้อมกันหลายคน ) ว่า  ถ้ามีนร.จบป.6จากต่างประเทศและจะเข้าเรียนกศน.ในระดับม.ต้น จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ (วุฒิเป็นวุฒิจากต่างประเทศ)ยังไม่ได้แปล
             ผมตอบว่า   ถ้าจะใช้วุฒิต่างประเทศเป็น “วุฒิเดิม” เพื่อสมัครเรียนระดับสูงขึ้น ( ไม่ใช่ใช้เทียบโอน ) นี้ เดิมต้องไปเทียบวุฒิที่ สพฐ.ก่อน แต่ ตอนนี้ สพฐ.ไม่รับเทียบวุฒิระดับประถมแล้ว จึงไม่ได้แล้ว
             ต้องเรียนระดับประถมใหม่ และให้เขานำใบจบ ป.6 จากต่างประเทศนั้นไปให้สถาบันการแปล แปลโดยประทับตราสถาบันรับรองมาด้วย นำมาให้คณะกรรมการเทียบโอนของสถานศึกษาพิจารณาเทียบโอนเป็นบางวิชาในระดับประถม เพื่อจะได้เรียนระดับประถมจบเร็วขึ้น

         4. วันที่ 23 พ.ค.62 มีผู้ถามต่อท้ายโพสต์ของผมในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า  เอาวุฒิ ปธ.๕ ไปเทียบ ม.ปลายได้ที่ไหน
             ผมตอบว่า   เดิมไปเทียบที่กรมวิชาการ แต่ปัจจุบันไม่มีกรมวิชาการแล้ว ให้ลองติดต่อที่ สพฐ.ส่วนกลาง ( ในกระทรวงศึกษาธิการ )

         5. วันที่ 27 พ.ค.62 มีผู้ถามผมในไลน์สแควร์ กศน. ที่ห้องแชต ข่าวสารครูเอกชัย ว่า  สอบไล่ได้ตามหลักสูตรประโยคประถมศึกษาตอนต้น จบปี พ.ศ.2520 เทียบได้กับวุฒิอะไร
             ผมตอบว่า   เรื่องแบบนี้ ควรถามในห้องแชต "กศน." เลยนะ จะได้แลกเปลี่ยนพร้อมกันหลายคน
             และผมตอบต่อ ว่า  ให้ดูในคู่มือการดำเนินงานฯ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2555 ปกสีเลือดหมู หน้า 121 จะเห็นว่า ประโยคประถมศึกษาตอนต้น (จบระหว่าง 2507-2524) คือ ป.4
             (ให้สมัครเรียนระดับประถม แล้วเทียบโอนได้ 24 หน่วยกิต)

         6. เย็นวันที่ 30 พ.ค.62 มีผู้ถามในไลน์สแควร์กลุ่ม กศน. ว่า  เราสามารถใช้ งบอุดหนุน ค่าจัดการเรียนการสอน จัดกิจกรรมค่ายลุกเสือหรืออาสายุวกาชาดได้ไหมคะ
             (มีผู้ตอบก่อนผม 2 คน ว่า ส่วนใหญ่ใช้งบกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผูเรียนนะครับ, ได้ค่ะ)
             ผมร่วมตอบ ว่า  เงินอุดหนุน เบิกจ่ายได้ 15 ข้อ ตามคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 605/59 ( เฉพาะข้อ 15 ต้องพิจารณาโดยส่วนกลาง )
             สถานศึกษาส่วนใหญ่ใช้ค่าจัดการเรียนการสอน ซื้อวัสดุอุปกรณ์/สื่อ ตามข้อ 11
             แต่สามารถใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เสริมหลักสูตรตามข้อ 8 ได้เช่นเดียวกับงบกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนซึ่งก็เป็นเงินอุดหนุนเช่นกันนี่แหละ
             โดยเฉพาะหลักสูตรสถานศึกษามีวิชาลูกเสือ การจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือสำหรับนักศึกษาก็ชัดเจนว่า เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสริมหลักสูตร

         7. คืนวันที่ 29 พ.ค.62 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์แฟนเพจเฟซบุ๊กผม ว่า  ขอปรึกษานะคะ วันนี้รับโทรศัพท์ ผอ โรงเรียนในระบบแ่่งหนี่งในจังหวัดจะให้เรารับเด็ก อายุแค่ 10 ขวบ มาเรียน กศน
             ผมตอบว่า  เขาบอกเหตุผลว่าอย่างไรหรือ ?
             อายุ 10 ขวบ อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับ ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นที่เรียนโรงเรียนในระบบไม่ได้ โรงเรียนควรแนะนำให้ผู้ปกครองไปติดต่อเขตพื้นที่การศึกษา ให้เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาทำหนังสือส่งตัวเด็กมาเรียน กศน.
             ผู้ถาม บอกว่า  เด็กสมาธิสั้น และเรียนซ้ำชั้นมาสองปีแล้วค่ะอาจารย์
             ผมตอบว่า  อืม.. ก็ควรให้ผู้ปกครองและเขตพื้นที่การศึกษาฯร่วมพิจารณาด้วยว่า เหตุผลนี้ควรแก้ปัญหาอย่างไร
             แล้วถ้าเขตพื้นที่การศึกษาฯส่งตัวมาสมัครเรียน กศน. เราจะจัดการศึกษาอย่างไร หรือว่าเราทำให้ดีที่สุดได้แค่ไหนเอาแค่นั้น
             ( ถ้าเขตพื้นที่การศึกษา+ผู้ปกครอง+โรงเรียน พิจารณาเห็นว่าในพื้นที่นั้นไม่มีที่อื่นดีกว่า กศน. แล้วทำหนังสือส่งตัวมาเรียน กศน. เราก็คงไม่รับไม่ได้
             ผมเข้าใจว่าสมาธิสั้น เข้าข่ายเป็นความพิการอย่างหนึ่ง ซึ่ง กศน.กำหนดว่า “คนพิการประเภทที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา-ทางการเรียนรู้-ทางการพูดและภาษา-ทางพฤติกรรมหรืออารมณ์-บุคคลออทิสติก-พิการซ้อน  จำนวนไม่ต่ำ 5 คน แต่ไม่เกิน 8 คน ให้ใช้เงินอุดหนุนจ้างครูผู้สอนคนพิการโดยเฉพาะได้ 1 คน )

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

1.ขอข้อมูลท้องที่ที่ประกาศการศึกษาภาคบังคับในแต่ละปี, 2.สมาชิก ชพค.เสียชีวิตเดือนละ 400-500 คน อีกไม่กี่ปีครูจะหมดละ, 3.นำบุคลากรไปศึกษาดูงาน ค่าที่พัก-ค่าอาหาร หัวละเท่าไร, 4.นำใบรับรองของศูนย์การเรียน กศน.ในต่างประเทศ มาเทียบโอน, 5.เกณฑ์วิทยฐานะใหม่, 6.ชำนาญการพิเศษ ย้ายไปตำแหน่งว่างที่เป็นชำนาญการ ได้ไหม, 7.ไม่ให้ จนท.การเงินเป็นกรรมการตรวจรับหรือ ?




สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 5 ก.ค.60 ปลัดอำเภอผักไห่ อยุธยา ประสานมายัง กศน.อ.ผักไห่ ขอเอกสารข้อมูลท้องที่ที่ประกาศการศึกษาภาคบังคับในแต่ละปี เพื่อจะใช้ประกอบการพิจารณารับสมัครผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งระเบียบกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครต้อง “มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ”

             เรื่องนี้  ผมเคยตอบในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2013/11/library.html ว่า
             การจะดูว่าผู้ใดจบการศึกษาภาคบังคับหรือไม่ ให้ดูจากปีที่จบการศึกษา ไม่ใช่ดูปีที่เกิด และ ถ้าจบตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 ระหว่างปี พ.ศ. 2506-2521 ยังต้องพิจารณาว่าจบในท้องที่ใดกำหนดการศึกษาภาคบังคับเป็นชั้นใดด้วย ซึ่ง
             1)  แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2479 ( ... - พ.ศ.2502) ประกาศใช้วันที่ 17 มี.ค.2479  การศึกษาภาคบังคับ คือ ป.4
             2)  แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 ( .... - พ.ศ.2519) ประกาศใช้วันที่ 20 ต.ค.03  การศึกษาภาคบังคับ คือ ป 7  แต่ ในระหว่างปี 2505-2521 ได้ทยอยประกาศให้แต่ละปี ท้องที่ใดภาคบังคับเป็น ป.7 ไม่ใช่ภาคบังคับเป็น ป.7 พร้อมกันทั่วประเทศ
             3)  แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2520 ประกาศใช้วันที่ 31 มี.ค.20  การศึกษาภาคบังคับ คือ ป.6
             4)  พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 ประกาศ ณ วันที่ 31 ธ.ค.45 บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.46  การศึกษาภาคบังคับ คือ ม.3

             ปัญหาอยู่ที่ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2503 ไม่ได้บังคับเต็มพื้นที่พร้อมกันทั่วประเทศ ในแต่ละปีบางท้องที่ภาคบังคับคือ ป.4 บางท้องที่ภาคบังคับคือ ป.7

             ดูปี และท้องที่ ที่ทยอยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างปี 2506-2521 จำนวน 25 จาก 27 ฉบับ ( 313 หน้า ) ที่เพิ่มการศึกษาภาคบังครับเป็น ป.7 ได้ที่
             https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/educationForce2503.pdf
              ( ไฟล์รวมนี้ ยังขาดอยู่ 2 ฉบับ ที่หาไม่พบ เพราะไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ
             - ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 14 เม.ย.13 ใช้ในท้องที่รวม 83 ตำบล
             - ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 มิ.ย.13 ใช้ในท้องที่รวม 35 ตำบล )

             ( ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  https://www.gotoknow.org/posts/329844 )



         2. คืนวันที่ 10 ก.ค.60 Nuttapol Marayart เขียนต่อท้ายโพสต์ผมบนไทม์ไลน์เฟซบุ๊ก ว่า· อ.ครับ ดูรายชื่อสมาชิก ชพค.ที่เสียชีวิต แต่ละเดือนเดือนละ 400-500 ท่าน อีกไม่กี่ปีครูจะหมดละ

             ผมตอบว่า   จะเสียชีวิตเดือนละกี่ร้อยกี่พัน ก็สอบบบรรจุคนใหม่แทนหมดครับ ( ถ้าออกก่อนเกษียณไม่ว่าจะออกเพราะเสียชีวิตหรือเหตุอื่น ๆ จะเกิดอัตราว่างที่สามารถบรรจุคนใหม่แทนได้ทันที่  ถ้าเกษียณ กระทรวงศึกษาฯจะได้อัตราข้าราชการครูเกษียณคืนภายหลังครบ 100 % )

             เพื่อเป็นข้อมูลช่วยให้คิดวิเคราะห์ได้ใกล้เคียง ผมขอนำเสนอสถิติจากการบรรยายของ รมว.ศธ. เมื่อ 27 ก.ค.59 ดังนี้
            
1)  แผนการบรรจุ ขรก.ครูใหม่ ระหว่างปี 2557-2562 เฉพาะ สพฐ.+สอศ. เฉลี่ย
                 
- สพฐ. 18,208 คน/ปี
                 
- สอศ. 305 คน/ปี
            
2)  จำนวนครูเกษียณ ระหว่างปี 2556-2570 = 7,566 - 28,246 คน/ปี เฉลี่ย 15 ปีนี้ เกษียณ 19,216 คน/ปี
            
3)  จำนวนอัตราข้าราชการครู ปี 59 เฉพาะที่มีอัตราเงินเดือน ( ถ้าอัตราตาม “กรอบอัตรา” จะมากกว่านี้ )
                 
- กศน. 770 คน
                 
- สอศ. 13,562 คน
                 
- สพฐ. 426,129 คน
            
 ( สถาบันการศึกษา รวมทุกแห่งผลิตครูเกินจำนวนครูที่ถึงแก่กรรม มาก  รวมทุกสถาบันเฉลี่ยผลิตครูปริญญาตรีปีละ 60,000 คน ยังไม่รวม ป.บัณฑิต อีกปีละ 7,000 คน )

             ส่วนสถิติ ข้อมูล ชพค. ชพส. ต่าง ๆ ( ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้ 3 ครั้งแล้ว ) สามารถดูทางเว็บไซต์ได้ที่  http://www.otep-cpks.go.th  เช่น
            
1)  จำนวนสมาชิก ชพค.บางเดือนลดลงบางเดือนเพิ่มขึ้น โดยเดือน มิ.ย.60 = 956,335 คน มากกว่า ธ.ค.53 ซึ่งมี 853,397 คน เพราะโดยเฉลี่ย สมาชิกเข้าใหม่ มากกว่า จำหน่ายออก ( จำหน่ายออกเพราะ ถึงแก่กรรม+ลาออก+ให้ออกเช่นเพราะขาดการชำระค่าสงเคราะห์รายศพเป็นเวลานาน )
                  ดูข้อมูลจำนวนสมาชิกเข้าใหม่-จำหน่าย ในแต่ละเดือน ได้ที่
                 
http://www.otep-cpks.go.th/otepcpks/cpk-member-8/

             2)  สมาชิก ช.พ.ค. ไม่ได้มีแต่ข้าราชการครู และไม่ได้มีแต่ผู้ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
                 
2.1  ผู้มีสิทธิสมัคร ช.พ.ค. จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาในสังกัดต่อไปนี้
                       
- กระทรวงศึกษาธิการ
                        
- องค์การมหาชน หรือองค์กรในกำกับ ของกระทรวงศึกษาธิการ
                       
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กทม., เทศบาล, เมืองพัทยา ฯลฯ)
                       
- กระทรวงอื่นที่โอนจากกระทรวงศึกษาธิการ
                       
- สหกรณ์ออมทรัพย์ครู
                 
2.2  ผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัคร และต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
                       
- ครู
                       
- คณาจารย์
                       
- ผู้บริหารสถานศึกษา
                       
- ผู้บริหารการศึกษา
                       
- บุคลากรทางการศึกษาอื่น
                       
- ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา  หรือ

                        - สมาชิกคุรุสภาสังกัดกระทรวงอื่น ที่เป็นสมาชิกก่อนวันที่ 12 มิ.ย.46


         3. ดึกวันที่ 10 ก.ค.60 Prapai Thongtip ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  กรณีนำบุคลากรในสถานศึกษาไปศึกษาดูงาน 4-5 วัน อัตราค่าที่พัก ค่าอาหาร หัวละเท่าใด หรือต้องดูระเบียบตัวไหน



             ผมตอบว่า   ผมเคยตอบเรื่องนี้แล้ว เช่น ในข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/09/51-55.html  เรื่องที่พัก-เบี้ยเลี้ยงนี้ มีระเบียบ 2 ฉบับ ที่แตกต่างกัน ( เราต้องรู้ว่าเป็นการเดินทางไปราชการ หรือ ไปฝึกอบรม )  คือ
             1)  พระราชกฤษฎีกา และ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ 
             2)  มาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2556 ประกอบกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ.2549 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ.2555 ( ดาวน์โหลดได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/moneytrain55-56.pdf )

             กรณีที่ถามนี้ เป็นการ “นำบุคลากรในสถานศึกษาไปศึกษาดูงาน” จะเป็น การฝึกอบรมฯ ต้องดูระเบียบตามข้อ 2) ครับ

              ( การฝึกอบรมฯ ค่าที่พักเหมาจ่ายไม่ได้ ต้องเบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง แนบใบเสร็จรับเงิน ) ไม่เกินอัตราที่กำหนด ถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าที่พักก็เบิกไม่ได้
             บุคลากรที่เป็นจ้างเหมาบริการ ถือเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมจะไม่เท่ากับการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ก. และตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ ข้อ
18.- 19. กำหนดว่า การจัดฝึกอบรมบุคคลภายนอก ผู้จัดอบรมจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าอาหาร-ที่พัก-พาหนะ ทั้งหมด  ในกรณีที่สถานศึกษาหรือ กศน.จังหวัด ไม่ได้เป็นผู้จัดอบรมเอง ผู้รับจ้างเหมาบริการจะเบิกจากต้นสังกัดไม่ได้




         4. วันที่ 13 ก.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  นักศึกษาจาก ซาอุดิอารเบีย เรียนที่ศูนย์การเรียน กศน.เจดดาห์ มาสมัครเรียนและนำผลการเรียนมาเทียบโอน แต่เอกสารที่ได้มา ( ตามภาพประกอบ ) คล้ายๆกับใบรับรอง ไม่ทราบว่าจะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างไรบ้าง

             เรื่องนี้  ผมเห็นว่าใบรับรองมีลักษณะแปลก ๆ จึงถามต่อไปที่คุณกิตติพงษ์ กลุ่มพัฒนา กศน. ได้รับคำตอบว่า
             ใบนี้เป็นเอกสารรับรองภายในของศูนย์การเรียนต่างประเทศ นำมาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ ต้องใช้ฉบับที่ ศกพ.กศน.ในไทย ( ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ) เป็นผู้ออกให้ จึงจะนำมาเป็นหลักฐานได้... ให้น้องเขาไปติดต่อ อ.กัญญา โทร 02-628-5329 ที่ ศกพ.กศน.





         5. สรุปเกณฑ์วิทยฐานะใหม่

             เกณฑ์วิทยฐานะใหม่มี 5 ข้อ
             1)  มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ ในแต่ละระดับ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
             2)  มีผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง 5 ปีการศึกษา โดยต้องมีผลการประเมินที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 3 ปีการศึกษา ( ประเมินผลงานที่ทำเป็นปกติ เป็นประจำทุกปีการศึกษา เป็นการประเมินเพื่อพัฒนาโดยผู้อำนวยการสถานศึกษา )  ซึ่งจะมีการประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน และด้านการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ PLC ( Professional learning community : การมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้นำในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ )
                  - ชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ ไม่ต้องมีผลงานวิชาการ
                  - เชี่ยวชาญ/เชี่ยวชาญพิเศษ เพิ่ม ผลงานวิชาการอย่างน้อย 2 รายการ โดย เชี่ยวชาญ ให้มีผลงานวิจัยในชั้นเรียนอย่างน้อย 1 รายการ ส่วนเชี่ยวชาญพิเศษ ให้มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาอย่างน้อย 1 รายการ
             3)  มีชั่วโมงการปฏิบัติงานครูในแต่ละปี ไม่น้อยกว่า 800 ชั่วโมง สำหรับขอวิทยฐานะครูชำนาญการและวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ, ไม่น้อยกว่า 900 ชั่วโมง สำหรับขอวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ
                  โดยในชั่วโมงการปฏิบัติงานนี้ต้องมีชั่วโมง PLC ในแต่ละปีรวมอยู่ด้วยไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง
                  ทั้งนี้ ต้องมีชั่วโมงการปฏิบัติงานครูขั้นต่ำตามที่ ก.ค.ศ.กำหนดแต่ละสังกัด รวมแล้วต้องมีชั่วโมงปฏิบัติงานในหน้าที่ครูผู้สอนเท่ากับ 4,000 ชั่วโมง รวมกับรายงาน Logbook ย้อนหลัง 5 ปี
             4)  คุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพ ( ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยหรือจรรยาบรรณวิชาชีพในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ถ้าปีใดถูกลงโทษ ให้เริ่มนับ 1 ใหม่ )

             5)  ต้องผ่านการพัฒนาตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด คือ
                  5.1 การพัฒนาตนเอง
                       – เลือกอบรมหลักสูตรคูปองครู ที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง ตามความสนใจ โดย ผอ.อนุมัติให้อบรม ปีละไม่น้อยกว่า 12 ชม. แต่ไม่เกิน 20 ชม. ให้ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ คือ ความรู้ ทักษะ และความเป็นครู ( อบรมในวันเสาร์อาทิตย์หรือช่วงปิดเทอม พัฒนาวิชาชีพ PLC ระหว่างการปฏิงานในหน้าที่ครูผู้สอน ) ควรเลือกหลักสูตรที่มีการติดตามผลออนไลน์ที่ให้ชั่วโมง PLC ที่ตรงกับบทบาทหน้าที่ด้วย และเลือกให้ครอบคลุม 3 องค์ประกอบ
                       – มีชั่วโมงการพัฒนาใน 5 ปี ไม่น้อยกว่า 100 ชม. หากไม่ครบ 100 ชั่วโมง สามารถนำชั่วโมง PLC ส่วน ที่เกิน 50 ชั่วโมงในแต่ละปีมานับรวมได้
                  5.2 จัดสรรเงินคูปองครูให้เฉพาะครูที่ลงทะเบียนอบรมแล้ว คนละ 10,000 บาท/ปีงบประมาณ ถ้าใช้เกินให้จ่ายเองถือว่าพัฒนาตนเอง ถ้าใช้ไม่หมดไม่สะสมไปปีต่อไป
                   ( ถ้าได้รับการพัฒนาในแต่ละปีครบตามเงื่อนไขที่กำหนด ถือว่าผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งตามมาตรา 80 ด้วย ไม่ต้องอบรมก่อนแต่งตั้งอีก )

         6. เช้าวันเสาร์ที่ 15 ก.ค.60 มีผู้ถามผมทางไลน์ ว่า  ชำนาญการพิเศษ สามารถย้ายไปแทนตำแหน่งว่างชำนาญการได้มั้ย บางคนก็บอกได้บางคนก็ว่าไม่ได้

             ผมถามกลับว่า  ครู หรือ บรรณารักษ์ หรืออะไร  ผู้ถามบอกว่า ครู
             ผมตอบไปก่อนว่า  ครู ย้ายไปตำแหน่งวิทยฐานะที่ต่างกันได้
             หลังจากผมตอบไปแล้ว เพื่อความแน่ใจและมีรายละเอียด ผมจึงเรียนถามจากท่านสัจจา ผู้ทรงคุณวุฒิ กจ.กศน. อีกครั้ง ท่านบอกว่า
             การย้ายของ ขรก.ครู ไม่เกี่ยวกับวิทยฐานะ ย้ายไปได้
             แต่การย้ายของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) จะย้ายไปลงตำแหน่งที่วิทยฐานะต่างกลุ่มไม่ได้ ( ปฎิบัติการกับชำนาญการ ถือว่าอยู่ในกลุ่มอัตราเดียวกัน ปฏิบัติการย้ายไปลงตำแหน่งชำนาญการได้ ชำนาญการย้ายไปลงตำแหน่งปฏิบัติการได้  แต่ชำนาญการพิเศษเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ชำนาญการพิเศษจะย้ายไปลงตำแหน่งชำนาญการไม่ได้ และชำนาญการก็จะย้ายไปลงตำแหน่งชำนาญการพิเศษไม่ได้ )

         7. วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ค.60 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ว่า  ถ้าเป็นข้าราชการ และเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน.. ในการตรวจรับพัสดุ ถ้าวงเงินเกิน 10,000 บาทจะต้องเป็นประธานตรวจรับทุกรายการหรือไม่... หลายแห่งเขาไม่ให้เจ้าหน้าที่การเงินเป็นกรรมการตรวจรับ(เพราะป้องกันการส่อเจตนา) แต่บางแห่งก็ถือบังคับว่าถ้าเป็นข้าราชการ แม้เป็นเจ้าหน้าที่การเงินต้องตรวจรับพัสดุ พอจะมีแนวทางข้อเสนอแนะบ้างหรือไม่

             ผมตอบว่า  เคยตอบ 3-4 ครั้ง ว่า  แต่งตั้ง จนท.การเงิน เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุได้  มีเพียงบอกว่าวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าตั้งผู้ตรวจรับคนเดียว ไม่ให้แต่งตั้ง ผู้มีหน้าที่จัดซื้อ/จัดจ้าง เป็นผู้ตรวจรับ  และไม่ให้ตั้งคนเดียวกันเป็นกรรมการที่ทำหน้าที่ต่อเนื่องกัน
             โดยเฉพาะถ้าหน่วยงาน/สถานศึกษานั้นมีข้าราชการ ต้องให้ข้าราชการเป็นประธานกรรมการ ฉะนั้นถ้ามีข้าราชการคนเดียวและเป็น จนท.การเงิน ก็ต้องให้ จนท.การเงินเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุทุกครั้ง  ( ผู้ตรวจรับ ถือเป็น ผู้ตรวจสอบ เมื่อผู้ตรวจรับไม่ใช่ผู้จัดซื้อ/จัดจ้าง ก็ไม่ส่อเจตนาทุจริต )
             แต่ถ้ามีข้าราชการหลายคน จะตั้ง จนท.การเงินเป็นกรรมการหรือไม่ก็ได้
             ดูคำตอบเดิม เช่นใน
             - ข้อ 6 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/548337
             - ข้อ 1 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/547851
             - ข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2016/02/v13-5.html
             - ข้อ 6 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/01/stopday.html
              ( ตามระเบียบกำหนดว่า
                - ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา  หรือแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ
                - การซื้อหรือจ้างในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท จะแต่งตั้งข้าราชการหรือลูกจ้างประจำคนเดียว ซึ่งมิใช่ผู้จัดซื้อหรือจัดจ้าง เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ก็ได้ )