แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วุฒิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วุฒิ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

1.อนุญาตให้ใช้รถส่วนตัวไปราชการ ชนคนตาย หน่วยงานที่ให้ไปราชการเป็นผู้รับผิดชอบ, 2.ตัวอย่างเทคโนโลยีที่เหมาะสม, 3.วุฒิครู (กศน.อาจไม่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด), 4.การประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ (ว13/56), 5.หัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ กศน. สรุปเรื่องพนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ, 6.การปรับกรณีส่งหนังสือเรียนล่าช้า, 7.การย้ายช่วง 1-15 ก.พ. ให้ผู้บริหารขอย้ายด้วยหรือเปล่า



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. เย็นวันที่ 26 ม.ค.59 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  ข้าราชการครูไปราชการโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว ระหว่างเดินทางกลับเกิดอุบัติเหตุชนกับรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เสียชีวิต ในกรณีนี้สำนักงานจังหวัดจะมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลืออย่างไรกับข้าราชการครู ดังกล่าว

             เรื่องนี้  กลุ่มงานวินัยและนิติการ กจ.กศน. บอกว่า  ถ้าเป็นเรื่องความรับผิดชอบในกรณีทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือเสียชีวิต โดยข้าราชการครูได้รับอนุญาตให้ใช้รถส่วนตัวไปราชการ  ผู้รับผิดชอบคือ สนง.กศน.จังหวัด ที่อนุญาตให้ข้าราชการครูใช้รถส่วนตัวไปราชการ
             สนง.กศน.จังหวัดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ( เป็นคู่กรณีกับญาติผู้เสียหาย )  ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด สนง.กศน.จังหวัดต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายตามความผิดทางการละเมิด ( ใช้เงินกองกลางชดใช้ไปก่อน แล้วทำรายงานไปส่วนกลาง )  ส่วนข้าราชการครูที่ขับรถชนคนเสียชีวิตมีความผิดทางอาญา
             หลังจากนั้น สนง.กศน.จังหวัด จึงดำเนินการกับข้าราชการครูในความผิดทางการละเมิด เพื่อเรียกชดใช้คืนจากข้าราชการครูในภายหลัง  อาจจะเรียกค่าชดใช้ที่จ่ายไป คืนจากข้าราชการครูทั้งหมด หรือบางส่วน อยู่ที่ผลการพิจารณาทางการละเมิดว่า ข้าราชการครูประมาทเลินเล่อ หรือมีเหตุสุดวิสัยอย่างไรแค่ไหน

         2. คืนวันที่ 28 ม.ค.59 ผมตอบ กศน. ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง ที่ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  มีโครงการเรียนรู้เทคโนโลยีที่เหมาะสมพอเป็นตัวอย่าง แนวทางหรือป่าว

             ผมตอบว่า   ผมไม่มีตัวอย่างโครงการ

             การเรียนรู้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็นการศึกษาต่อเนื่องประเภทพัฒนาสังคมและชุมชน ( เกณฑ์การจัดสรรงบประมาณเหมือนกับการพัฒนาสังคมและชุมชน คือหัวละ 400 บาท ) ก็จัดโครงการลักษณะเดียวกับโครงการพัฒนาสังคมและชุมชนปีก่อน เพียงแต่เนื้อหาวิชาที่จัดเป็นเรื่องเทคโนโลยีที่เหมาะสม
             ผมเคยโพสต์ตัวอย่างเทคโนโลยีที่เหมาะสม ด้านการเกษตร เช่น
             - การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์โดยใช้เทคนิควิธีใหม่ที่ให้ผลผลิต/กำไรมากขึ้น เช่น การปลูกพืชไร่โดยใช้ระบบน้ำหยด
             - การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์พันธ์ใหม่ ๆ เช่น การเลี้ยงปลาหนังลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ ( ปลาสวายผสมปลาบึก ), การทำฟาร์มเห็ดนางฟ้าฮังการี เห็ดโคนญี่ปุ่น
             - ฯลฯ

         3. เย็นวันที่ 1 ก.พ.59 มีผู้ถามผมในอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ว่า  เป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล มีวุฒิคหกรรมศาสตร์บัณฑิต ( คหกรรมศาสตร์ศึกษา ) ซึ่งเป็นวุฒิครู และ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโดยไม่ต้องเรียน ป.บัณฑิต
             ไปสมัครสอบเพื่อจะเปลี่ยนตำแหน่งเป็นครูอาสา แต่ เขาไม่รับสมัคร บอกว่าไม่มีวุฒิครู ตกลงไม่ใช่วุฒิครูหรือ
             คุณสมบัติที่เขาต้องการ คือ
             1)  บุคคลทั่วไป  มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา ดังนี้ ครุศาสตรบัณฑิต การศึกษาบัณฑิต หรือศึกษาศาสตรบัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง
             2)  บุคคลที่เป็นลูกจ้างในสังกัดสำนักงาน กศน.มีวุฒิไม่ต่ำปริญญาตรี และจบการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู

             ผมตอบว่า   วุฒิคหกรรมศาสตร์บัณฑิต ( คหกรรมศาสตร์ศึกษา ) เป็นวุฒิครู  ( คำว่าวุฒิครู เป็นภาษาพูด คำจริงคือ ปริญญาทางการศึกษา )
             ปริญญาทางการศึกษา มีหลายสาขา คือ
             1)  การศึกษา...
             2)  ครุศาสตร....
             3)  ศึกษาศาสตร....
             4)  ครุศาสตรอุตสาหกรรม....
             5)  วิทยาศาสตร... (ศึกษาศาสตร...) หรือ (ศึกษาศาสตรการสอน...) หรือ (การสอน...)
             6)  ศิลปศาสตร... (ศึกษาศาสตร์...) หรือ (ศึกษาศาสตรการสอน...)
             7)  คหกรรมศาสตรบัณฑิต วิชาเอกคหกรรมศาสตรศึกษา / เกษตรศาสตรบัณฑิต วิชาเอกเกษตรศึกษา / บริหารธุรกิจบัณฑิต วิชาเอกธุรกิจศึกษา

             แต่ คุณสมบัติที่ กศน.กำหนดสำหรับพนักงานราชการตำแหน่งครู นั้น ไม่ได้กำหนดแค่ว่ามีวุฒิครูอย่างเดียว แต่กำหนดว่ามีวุฒิครูเฉพาะ 3 สาขาเท่านั้น
              ( ผมไม่ทราบว่าทำไม กศน.กำหนดแค่ 3 สาขา อาจเป็นเพราะสาขาอื่นไม่เหมาะจะเป็นครู กศน. หรือสาขาอื่นมีน้อย หรือลืมไปว่าวุฒิครูมีหลายสาขา หรือ กศน.อาจไม่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด  ควรถาม กศน.ผ่าน กจ.ว่าจะกรุณาแจ้งแก้ไขคุณสมบัติได้ไหม )
             ถ้ากำหนดแค่ 3 สาขา ก็สมัครได้แค่ 3 สาขา

             ผมเห็น กศน.จ.อุบลฯเขาเพิ่มเติมคุณสมบัติด้วยว่า “หรือมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”  ถ้ากำหนดแบบนี้คุณก็สมัครได้
              ( การที่แต่ละจังหวัดกำหนดคุณสมบัติแตกต่างเหลื่อมล้ำกัน ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือไม่  ท่าน ผอ.กจ.กศน.เคยบอกผมว่า ที่ไม่กำหนดเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพราะ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไม่ใช่วุฒิการศึกษา ส่วน ป.บัณฑิต เป็นวุฒิ ที่สูงกว่าปริญญาตรีต่ำกว่าปริญญาโท  ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้เช่นในข้อ 5 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2015/05/130-131.html )

         4. วันที่ 4 ก.พ.59 ผมนำสรุปสาระจากการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 1/59 วันที่ 27 ม.ค.59 เรื่อง การประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ (ว13/56 ชำนาญการพิเศษ-เชี่ยวชาญ) มาเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค ว่า

             - รางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป ที่ใช้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมิน มีจำนวน 281 รางวัล ( เดิม 206 รางวัล เพิ่มใหม่อีก 75 รางวัล )  ก.ค.ศ. จะมีหนังสือแจ้งรายชื่อรางวัลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ.
             - ชำนาญการพิเศษ ใช้รางวัลไม่น้อยกว่า 2 รางวัล/เรื่อง, เชี่ยวชาญ ไม่น้อยกว่า 3 รางวัล/เรื่อง
             - ต้องเป็นรางวัลจากผลงานดีเด่นฯ ระหว่าง วันที่ 1 พ.ค.56 – 30 เม.ย.59 (3 ปี)  และผลงานดีเด่นต้องตรงหรือสอดคล้องกับสาขาวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ขอรับการประเมิน
             - กำหนดให้ยื่นคำขอ พร้อมแบบรายงานและข้อเสนอในการพัฒนางานต่อผู้บังคับบัญชา ระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย.59
             - จากนั้น ให้เขตพื้นที่การศึกษา และส่วนราชการ พิจารณาคัดกรองคุณสมบัติในเบื้องต้น แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ภายในวันที่ 30 ก.ย.59  ( แต่ถ้าเป็นผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.59 ให้เสนอรายชื่อถึงสำนักงาน ก.ค.ศ. ภายในวันที่ 30 มิ.ย.59 )

             ผู้มีคุณสมบัติที่จะขอรับการประเมินต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับการประเมินทั้ง 3 ด้าน ดังนี้

             ด้านที่ 1  ด้านวินัย คุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ  ( พิจารณาจากการมีวินัย การประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี การดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ และความรับผิดชอบในวิชาชีพ )

             ด้านที่ 2  ด้านความรู้ความสามารถ  ( พิจารณาจากความสามารถในการจัดการเรียนการสอน / ความสามารถในการการบริหารจัดการสถานศึกษา / ความสามารถในการบริหารและการจัดการศึกษา / ความสามารถในการนิเทศการศึกษา และการพัฒนาตนเอง )

             ด้านที่ 3  ด้านผลการปฏิบัติงาน  แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
                     - ส่วนที่ 1  ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน / ผลการพัฒนาคุณภาพในการบริหารและจัดการสถานศึกษา / ผลการพัฒนาคุณภาพในการบริหารและจัดการศึกษา / ผลการพัฒนาคุณภาพการนิเทศการศึกษา
                     - ส่วนที่ 2  ผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ( รางวัลระดับชาติขึ้นไป จำนวนรางวัลตามที่กำหนด )
                     - ส่วนที่ 3  ผลงานทางวิชาการ ผลการพัฒนางานตามข้อตกลง  ซึ่งการพัฒนางานตามข้อตกลงจะต้องต่อยอดจากผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

         5. เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ปี 2557 ผมถามสำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ( 02-1277000 ต่อ 4551 ) ได้รับคำตอบว่า พนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ โดยไม่ได้กำหนดจำกัดวงเงินไว้ อ้างอิงจาก ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 “ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 7 พ.ศ.2552” ข้อ 35 ( ดูได้ที่ home.kku.ac.th/praud…/law/01_assets/07_2552_assets_edit7.pdf )

             ระเบียบฉบับที่ 7 ปี 2552 นี้ กำหนดไว้ในข้อ 4 ว่า
              “ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 35 แห่งระเบียบปี 35  และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
               ข้อ 35 คณะกรรมการตามข้อ 34 แต่ละคณะ ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน ซึ่งแต่งตั้งจาก ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย หรือพนักงานของรัฐ โดยคำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นสำคัญ ...”

             ที่จริง ก่อนหน้าที่จะมีระเบียบฉบับที่ 7 ออกมาในปี 52 นี้  ก็มีหนังสือตอบข้อหารือก่อนแล้วว่า ให้พนักงานราชการเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุได้  ( ผมจำไม่ได้ว่าหนังสือตอบข้อหารือฉบับนั้น พูดถึงเฉพาะกรรมการ หรือเป็นประธานได้ด้วย และเฉพาะกรณีหน่วยงานไม่มีข้าราชการหรือเปล่า  เพราะเมื่อมีระเบียบฉบับที่ 7 ออกมาชัดเจนแล้ว ผมก็ทิ้งหนังสือตอบข้อหารือนั้นไป ไม่ต้องนำมาใช้อ้างอิงอีกแล้ว )
             ที่ระเบียบเดิม ปี 35 ไม่มีคำว่าพนักงานราชการไว้ เพราะ ปี 35 ประเทศไทยยังไม่มีพนักงานราชการ

             หลังจากนั้น เดือน ม.ค. ปี 58 ผมหารือเรื่องนี้กับกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. อีก ได้รับคำตอบว่า ถ้าหน่วยงานมีข้าราชการ ประธานกรรมการต้องเป็นข้าราชการ
             สรุปคือ ถ้าหน่วยงานไม่มีข้าราชการ ให้พนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุได้โดยไม่จำกัดวงเงิน แต่ถ้ามีข้าราชการต้องให้ข้าราชการเป็นประธานกรรมการ

             แต่.. ต่อมา ปลายปี 58 มีผู้บอกว่า ถ้าวงเงินเกินแสน ต้องให้ข้าราชการอำเภออื่นมาเป็นประธาน

             ปลายเดือน ม.ค.59 ผมจึงหารือกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. ในเรื่องนี้อีก ครั้งนี้ได้รับคำตอบใหม่ว่า
              “เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีผู้ถาม น้องที่กลุ่มงานพัสดุตอบตามระเบียบเดิมว่า ประธานกรรมการต้องเป็นข้าราชการเท่านั้น ผู้ถามอ้างระเบียบฉบับที่ 7 น้องที่ตอบจึงถามต่อไปที่กรมบัญชีกลาง ( ที่เดียวกับที่ผมถาม ) ได้รับคำตอบว่า จะให้พนักงานราชการใหญ่กว่าข้าราชการได้อย่างไร ประธานต้องเป็นข้าราชการ ส่วนพนักงานราชการเป็นกรรมการ”

             วันที่ 2 ก.พ.59 ผมจึงหารือสำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ( 02-1277000 ต่อ 4551 ) อีก เขาก็ยืนยันเหมือนเดิมว่าระเบียบฉบับที่ 7 ชัดเจนแล้ว ประธานกรรมการแต่งตั้งจากพนักงานราชการได้ โดยระเบียบไม่ได้ระบุจำกัดวงเงินไว้ ถ้าส่วนราชการใดจะกำหนด “นโยบาย” เป็นอย่างอื่น เช่นห้ามพนักงานราชการเป็นประธานกรณีวงเงินเกินแสน ก็คงกำหนดได้ แต่ควรกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร

             วันที่ 4 ก.พ.59 ผมหารือกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. อีกครั้ง
             ครั้งนี้ หัวหน้า กลุ่มงานพัสดุ ( อรอัญญาญ์ ธีรกรณ์พัฒน์ ) สรุปชัดเจนว่า
             ให้ยึดระเบียบฉบับที่ 7 ซึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรที่อ้างอิงได้ คือ
              “พนักงานราชการสามารถเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุได้โดยไม่จำกัดวงเงิน แต่ถ้าหน่วยงาน/สถานศึกษานั้นมีข้าราชการ ต้องให้ข้าราชการเป็นประธาน”

 

         6. เนื่องจากวันที่ 4 ก.พ.59 กศน.อ.ผักไห่ ยังได้รับหนังสือเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานที่จ้างพิมพ์ไม่ครบ ทั้งที่เกินกำหนดส่งแล้ว เวลาผ่านมาเกินกลางเทอมแล้ว ผู้รับจ้างทยอยนำหนังสือมาส่ง 3 ครั้งแล้ว วันนี้ ( 4 ก.พ.59 ) ก็ยังไม่ครบ  หนังสือบางรายการ ( ประถม ) ก็เป็นหนังสือที่พิมพ์ไว้ก่อนกลุ่มพัฒนา กศน.แก้ไขคำผิด

             ผมบอกว่าจะต้องปรับ ( คิดว่าที่ไหนปรับเขาจะรีบส่งก่อน ที่ไหนไม่ปรับเขาจะส่งช้า ) ผู้รับจ้างบอกว่าถ้าปรับก็ปรับเฉพาะส่วนที่ยังไม่ได้ส่ง  ส่วนรายการที่พิมพ์ไว้ก่อนแก้คำผิด จะพิมพ์มาให้ใหม่ แต่ยังไม่กำหนดว่าพิมพ์ใหม่จะส่งเมื่อไร เล่มเก่าที่นำมาส่งแล้ว(ที่ไม่ได้แก้คำผิด)ก็จะยกให้ด้วย ให้นำหนังสือที่ส่งแล้วทั้งหมดไปให้ นศ.ได้เลย
             แต่ต่อมา ผู้รับจ้างก็ทำหนังสือมาขอยกเว้นค่าปรับ ให้เหตุผลว่า เขาไม่ได้ใช้ใบแทรกแก้คำผิดมาประกอบหนังสือเก่าแล้วนำมาส่ง แต่เขาพิมพ์หนังสือขึ้นมาใหม่ จึงล่าช้า
             ผมจึงหารือเรื่องนี้กับหัวหน้ากลุ่มงานพัสดุ กลุ่มการคลัง กศน. เมื่อ
4 ก.พ.59 ได้รับคำตอบว่า
             1)  การจ้างพิมพ์หนังสือ ถ้ายังส่งมอบไม่ถูกต้อง/ครบถ้วน จะยังตรวจรับ/รับมอบ ไม่ได้
             2)  เมื่อยังตรวจรับ/รับมอบไม่ได้ การปรับก็ต้องปรับตามยอดเต็ม ปรับถึงวันที่ส่งมอบถูกต้องครบถ้วน ( ถึงวันที่นำหนังสือที่พิมพ์แก้ไขคำผิดใหม่มาส่งครบถ้วน )
             3)  เมื่อยังตรวจรับ/รับมอบเป็นของเราไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิจะนำหนังสือส่วนที่ได้รับแล้วไปให้ นศ.
             4)  ผู้รับจ้างสามารถทำหนังสือขอยกเว้นค่าปรับมาให้กรรมการตรวจรับฯพิจารณาได้ เหตุผลเช่น ผู้จ้างส่งมอบต้นฉบับให้ช้า เป็นความบกพร่องของผู้จ้าง จึงจะพิจารณายกเว้นค่าปรับได้  แต่เหตุผลที่ว่าเขาพิมพ์ใหม่ไม่ได้ใช้หนังสือเก่ามาแทรกใบแก้คำผิดจึงล่าช้า นั้น เป็นเหตุผลที่ไม่ถูกต้องเพราะต้นฉบับที่ใช้จ้างพิมพ์เป็นต้นฉบับที่แก้คำผิดแล้ว และเรามอบให้ตั้งแต่ทำสัญญาหรือสั่งจ้าง เขารู้ตั้งแต่รับจ้างแล้วว่าต้องพิมพ์เหมือนต้นฉบับ

 

         7. คืนวันที่ 8 ก.พ.59 มี ผอ.กศน.อ. ถามผมทางไลน์ ว่า  ย้ายข้าราชการครูและบุคลากรรอบนี้ 1-15 ก.พ. ผู้บริหารย้ายด้วยป่าว

             ผมตอบว่า   ตามหลักเกณฑ์ข้อ 3.1 ในหนังสือสำนักงาน กศน. กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาขอย้ายกรณีปกติปีละครั้งเดียว ในช่วง 1-15 ส.ค. ( ดูหนังสือนี้ได้ที่  https://db.tt/LbkfNeHq )

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

1.ทำงานลำบาก กศ.ต่อเนื่อง หลักสูตรระยะสั้น เบิกค่าอาหารไม่ได้, 2.ชื่อบ้านหนังสือ ?, 3.การอบรมบรรณารักษ์จ้างเหมาให้มีสิทธิสอบเป็นบรรณารักษ์ข้าราชการ, 4.ถ้าครู กศน.หมดสัญญา จะต่อสัญญาใหม่ต้องมีวุฒิ 3 สาขาหรือไม่-รับสมัครครูผู้ช่วย กศน.ครั้งต่อไป จะกำหนดวิชาเอก และรับบุคคลภายนอกด้วย, 5.สอบข้าราชการครู ต้องจบ 3 สาขานี้ไหม, 6.จะให้ใครเป็นหัวหน้า กศน.ตำบลใด แต่งตั้งโดย ผอ.จังหวัด-ถ้าผู้บริหารเอาจริง หน.กศน.ตำบลก็คงทุจริตไม่ได้, 7.ข้าราชการครูต้องสอนกี่ชั่วโมง



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.58 Sura Phong ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  งบพัฒนาสังคมฯเบิกอาหารไม่ได้ โดยมีเหตุผลว่า กศน.เป็นสถานศึกษามีหน้าที่จัดการเรียนการสอนอย่างเดียว .. จริงๆเบิกได้ไหม หรือแล้วแต่ดุลพินิจของผู้มีอำนาจ..มีหนังสือคำสั่งหรือระเบียบอะไรบ้าง..ทำงานลำบากจริงๆตอนนี้..

             ผมตอบว่า   การพัฒนาสังคมและชุมชน เป็น การศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) เบิกจ่ายค่าอาหารไม่ได้เพราะไม่ใช่การประชุมอบรมบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน แต่เป็นการจัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ลักษณะเดียวกับการสอนวิชาชีพ
             การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ( หลักสูตรระยะสั้น ) จ่ายได้เฉพาะตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55 เรื่องการเบิกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนหลักสูตรระยะสั้น  ( หนังสือฉบับนี้อยู่ในไฟล์ชื่อ costs_study.pdf ซึ่งรวมอยู่ในกลุ่มไฟล์คู่มือการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ดาวน์โหลดกลุ่มไฟล์นี้ได้ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/Compressrd/ContinuingEducationGuide.rar )
             และดูคำตอบเดิมอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ใน
             - ข้อ 3 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/491341
             - ข้อ 7 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/02/mba.html

         2. วันที่ 2 มี.ค.58 Phatsanan Rattanachotichairit ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  บ้านหนังสืออัจฉริยะ เปลี่ยนชื่อเป็น บ้านหนังสืออัจฉริยะสู่ชุมชน หรือ บ้านหนังสือสู่ชุมชน เห็นแต่ละจังหวัดใช้ไม่เหมือนกัน

             ผมตอบไปก่อนว่า  มีแต่ผู้ใหญ่พูดในที่ประชุมว่าจะเปลี่ยนเป็น “บ้านหนังสือชุมชน” แต่ยังไม่มีเรื่องเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ  ณ วันนี้ยังชื่อเดิม
             เพื่อความแน่ใจ ผมได้ถาม สพร.กศน.ด้วย  ได้รับคำตอบตรงตามที่ผมตอบไป


         3. วันเดียวกัน ( 2 มี.ค.) ผมถาม สพร. ถึงเรื่องการอบรมวิชาชีพบรรณารักษ์ สำหรับบรรณารักษ์จ้างเหมาบริการอายุงาน 3 ปี ที่ไม่มีปริญญาทางงบรรณารักษ์ เพื่อให้มีสิทธิสอบเป็นข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ ( ทำนองเดียวกับการอบรมวิชาชีพครู สำหรับผู้ที่ไม่มีวุฒิทางครู ให้มีสิทธิขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู )  ซึ่งเคยได้ข่าวว่า จะทำหลักสูตรอบรม 300 ชั่วโมง และฝึกงาน 100 ชั่วโมง เสนอให้ ก.พ.พิจารณา
             ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะล้มเลิกไปแล้ว เพราะเงียบไป  แต่ สพร.ตอบว่า ยังไม่ล้มเลิก เขียนหลักสูตรแล้ว กำลังถึงขั้นตอนจะเขียนคู่มือการอบรม  แต่ไม่ทันการสอบข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์ในปีนี้แน่ เพราะยังไม่รู้ว่าจะได้รับอนุมัติเมื่อไรหรือไม่อย่างไร  ถ้าได้รับอนุมัติก็ใช้เวลาอบรมนาน

         4. คืนวันที่ 4 มี.ค.58 สุวิมล เรืองขจร กศน.อ.นาดี ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ถ้าเป็นครู กศน.ตำบล ครู ศรช. อยู่แล้วแต่ไม่มีวุฒิ 3 สาขาที่กำหนด เมื่อสัญญจ้างหมดลงแล้ว ทาง กศน.อำเภอจะให้เซ็นสัญญจ้างต่อไปอีกมั้ย

             ผมตอบว่า   การต่อสัญญาโดยไม่ได้สมัครใหม่ จะไม่ได้ตรวจคุณสมบัติเรื่องคุณวุฒิใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องมีวุฒิ 3 สาขานี้  แต่จะต่อสัญญาจ้างหรือไม่ พิจารณาจากการประเมินผลการปฏิบัติงานและอื่นๆ  ( การต่อสัญญานี้ ไม่ใช่อำเภอให้เซ็นสัญญานะ เป็นอำนาจหน้าที่ของจังหวัด  และถ้าเป็นครู ศรช.ในจังหวัดทั่วไปที่ไม่ใช่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่ใช่พนักงานราชการ ถึงจะสมัครใหม่ก็ยังไม่ได้บังคับเรื่องคุณวุฒิ 3 สาขานี้ )

             ผมตอบไปแล้ว แต่เพื่อความชัดเจน วันที่ 5 มี.ค.58 ผมได้ถาม จนท.กจ.กศน. และท่าน ผอ.กจ.  ได้คำตอบตรงตามที่ผมตอบไปแล้ว   นอกจากนี้ท่าน ผอ.กจ.ยังบอกข้อมูลที่น่าสนใจจากการที่ท่านไปประชุมรับข้อปฏิบัติมา เช่น
             - การสอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน. ครั้งต่อไป ต้องกำหนดวิชาเอก ห้ามรับ “เอกทั่วไป”
             - การสอบบรรจุครูผู้ช่วย กศน. ครั้งต่อไป คงต้องแบ่งอัตราไปรับสมัครสอบบุคคลภายนอกด้วย เช่นเดียวกับ สพฐ. ที่มีทั้งการรับสมัครสอบบุคคลภายนอก และรับสมัครสอบบุคคลภายใน
             - สำหรับครู ศรช.ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้เป็นพนักงานราชการ ท่านก็จะเสนอให้ต้องรับจากผู้มี วุฒิ 3 สาขานี้ด้วย ส่วน ครูประจำกลุ่ม ครู ปวช. ครูที่สอน กศ.ขั้นพื้นฐาน ก็ควรต้องลักษณะเดียวกัน แต่ส่วนกลางจะไม่กำหนดมา โดยจังหวัดควรพิจารณากำหนดครูอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากครูอาสาฯ ครู กศน.ตำบล ครู ศรช.นี้เอง


         5. คืนวันมาฆบูชา ( 4 มี.ค.58 ) ทั้ง ทศพร ช้าง ช้าง และ Sirin Sue  ถามประเด็นเดียวกัน ในอินบ็อกซ์ผม ว่า  กรณีมีใบประกอบวิชาชีพ แต่ไม่จบครูมา สามารถสอบข้าราชการครู สังกัด กศน. ได้ไหม, สอบครูผู้ช่วย กศน. จะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเช่นเดียวกับ ครูศรช. ครู กศน. ว่าจะต้องจบ ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ การศึกษา ไหม

             ผมตอบว่า   คุณสมบัติที่ใช้สอบข้าราชการครู คือ ( ต้องมีทั้ง 2 ข้อ )
             1)  ได้รับวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา “หรือวุฒิอื่น” ที่ ก.ค.ศ.รับรอง  ( ปัจจุบันคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรองแล้ว มีมากกว่า 19,000 คุณวุฒิ )  และ
             2)  มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครู ตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน
             จะเห็นว่าจบสาขาอื่นที่ ก.ค.ศ.รับรองก็ได้  คุณสมบัติแตกต่างจากผู้ที่จะสอบเป็นพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน. และข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการศึกษา


         6. วันที่ 5 มี.ค.58 มีครู ศรช.จากตำบลที่ ตำบลเดียวมีครู กศน.ตำบลหลายคน มีครู ศรช.หลายคน ( ภาคอิสาน ) ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ครู กศน.ตำบลทำโครงการ ทำทุกอย่างให้เงินเหลือเยอะเพื่อนำเงินที่เหลือไปใช้ ถือว่าทุจริตมั้ย แบบไหนที่ถือว่าทุจริต ทำโครงการเดียวแต่เปลี่ยนป้ายถ่ายภาพเบิกหลายโครงการ ที่ไหนทำกัน ครูกศน.ตำบลหลายคน ทุกคนคือหัวหน้า กศน.ตำบลเหมือนกันรึปล่าว เห็นเขาวางอำนาจ .. ผอ.อำเภอบอกว่า หน.ตำบลเปลี่ยนกันเป็นก็ได้ .. มีคำแนะนำสำหรับการป้องกันการทุจริตมั๊ย

             ผมตอบว่า
             1)  ถ้านำเงินหลวงไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือหรือกลุ่มตน ถือว่าทุจริต
             2)  เรื่องทำโครงการเดียวแต่เปลี่ยนป้ายถ่ายภาพเบิกหลายโครงการ มีที่อื่นทำอีก แต่เป็นส่วนน้อย เป็นการทุจริต ที่เราไม่น่าจะเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กเลย
             3)  ใน 1 ตำบล ถึงแม้จะมีครู กศน.ตำบลหลายคน ก็ให้มีหัวหน้า กศน.ตำบลเพียงคนเดียว สามารถเปลี่ยนหัวหน้า กศน.ตำบลได้ แต่เป็นพร้อมกัน 2 คนในตำบลเดียวไม่ได้  การเปลี่ยนก็ต้องแต่งตั้งใหม่โดยคำสั่ง ผอ.จังหวัด ไม่ใช่ ผอ.อำเภอ  ( ดูเรื่องการแต่งตั้งหัวหน้า กศน.ตำบล ในข้อ 4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/01/n-net.html )
             4)  ถ้าผู้บริหารเอาจริง หน.กศน.ตำบล ก็คงทุจริตไม่ได้


         7. เย็นวันเสาร์ที่ 7 มี.ค.58 บางอ้อ เทเลคอมแปด ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบบ ว่า  ข้าราชการครู กศน. ต้องสอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามที่กฎหมายกำหนด

             ผมร่วมตอบว่า   มีแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนด กับแบบที่สำนักงาน กศน.กำหนด คือ
             1)  ก.ค.ศ. กำหนด “ภาระงานสอน” ขั้นต่ำของ ขรก.ครู กศน. ว่า ไม่ต่ำกว่า 18 ชั่วโมง/สัปดาห์  ( ผู้ที่ทำผลงานวิชาการขอเลื่อนวิทยฐานะ ถ้าระบุภาระงานสอนต่ำกว่า 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะไม่ผ่าน )  แต่ภาระงานสอนนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็น “การสอน” อย่างเดียว แต่แบ่งเป็น 3 ส่วน ดูข้อมูลในข้อ 2 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/06/ep.html
             2)  สำนักงาน กศน. โดยท่านอดีตเลขาฯประเสริฐ ( ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลง ) แจ้ง ให้ข้าราชการครู “สอนเสริม” สัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง  ดูในข้อ 3 ที่  http://nfeph.blogspot.com/2014/04/6.html


วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

1.ผู้ช่วยเลขาฯกรรมการสถานศึกษา ต้องเป็น ขรก.หรือไม่, 2.วุฒิครูอาสา ครู กศน.ตำบล ครู ศรช., 3.บางจังหวัดจ้างครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. แบบจ้างครู ศรช. บางจังหวัดจ้างเหมาบริการ, 4.แบบประเมินพนักงานราชการ, 5.ใช้งบพัฒนาผู้เรียนจัดศูนย์การเรียน, 6.ทำไมจังหวัดนี้ไม่ให้ครู ศรช.กู้



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  6  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 24 ก.พ.58 “ลูกแม่ฟ้า คนแม่ฟ้า” ถามผมในอินบ็อกซ์ ว่า  ผู้ช่วยเลขานุกรรมการสถานศึกษาจำเป็นต้องข้าราชการหรือไม่ เป็นพนักงานราชการได้หรือไม่

             ผมตอบว่า   ตามประกาศฯ ข้อ 1 วรรคสอง ผู้ช่วยเลขานุการกรรมการสถานศึกษา ต้องเป็น "ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"  คำว่า "บุคลากรทางการศึกษา" ในที่นี้ หมายถึงข้าราชการ คือบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เช่นบรรณารักษ์ที่เป็นข้าราชการ

             ดูประกาศที่
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/754/original_gmg1.gif?1352988992  ( หน้า 1 )
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/755/original_gmg2.gif?1352989006  ( หน้า 2 )
             - http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/808/757/original_gmg3.gif?1352989007  ( หน้า 3 )

         2. วันที่ 25 ก.พ.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่องวุฒิพนักงานราชการ ว่า  ตั้งแต่บัดนี้ ( 24 ก.พ.58 ) เป็นต้นไป จังหวัดใดจะรับสมัครพนักงานราชการตำแหน่ง ครูอาสาสมัคร, ครู กศน.ตำบล และ ครู ศรช. ( ครู ศรช.ที่เป็นพนักงานราชการ มีเฉพาะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ )  ต้องกำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่า
             “มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาทางการศึกษา ดังนี้ ครุศาสตร์บัณฑิต การศึกษาบัณฑิต หรือ ศึกษาศาสตร์บัณฑิต ที่ ก.ค.ศ.รับรอง” ( สาขา/สถาบัน ที่ ก.ค.ศ.เพิ่งรับรองภายหลังจากเรียนจบมาแล้ว ก็ใช้ได้  แต่ถ้าไม่จบใน 3 สาขา ค. กศ. ศษ. นี้ ถึงแม้จะจบ ป.บัณฑิต มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็สมัครเป็นครูอาสาฯ+ครู กศน.ตำบลทั่วประเทศ และครู ศรช.ชายแดนใต้ ไม่ได้  เช่นเดียวกับการสอบเป็นข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการศึกษา )







         3. วันที่ 24 ก.พ.58 มีผูถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  บางจังหวัดจ้างครูสอนคนพิการแบบครู ศรช. แต่บางจังหวัดเช่นที่จังหวัดนี้จ้างแบบจ้างเหมาบริการ แล้วเรียน ป.บัณฑิตไม่ได้ ไม่มีใครเห็นความสำคัญของครูสอนคนพิการ ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้ ประกันสังคมต้องสมัครเองจ่ายเองหมด จะหมดสัญญาจ้างเดือนมีนาคมนี้แล้ว

             ผมตอบว่า ตามหนังสือส่วนกลางฉบับหนึ่ง เขาจัดครูผู้สอนคนพิการ กับครู ปวช. เป็นจ้างเหมาบริการ รวมกับตำแหน่งอื่นๆ 30-40 ตำแหน่ง จึงสับสน
             ที่จริงครูสอนคนพิการกับครู ปวช. เป็นลักษณะเดียวกับครู ศรช. ( ทำประกันสังคมได้โดยจัดสรรเงินสมทบประกันสังคมส่วนของนายจ้าง จากงบเงินอุดหนุน  แต่ถ้าจ้างเหมาบริการต้องไปสมัครประกันสังคมด้วยตนเอง )  ถ้าดูจากเอกสารแนวทางการจัดสรรงบประมาณ จะเห็นว่า ครูผู้สอนคนพิการ ครู ปวช. อยู่กลุ่มเดียวกับครู ศรช.

             คงต้องไปขอพบขอคุยกับท่าน ผอ.กศน.จังหวัด ขอความอนุเคราะห์ท่าน เปลี่ยนวิธีการจ้างในการต่อสัญญาครั้งต่อไป






         4. เย็นวันที่ 26 ก.พ.58 Jutaporn Airny ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  มีแบบฟอร์มประเมินพนักงานราชการ ครูอาสาสมัคร และครู กศน.ตำบล ไหม

             ผมตอบว่า   แบบประเมินพนักงานราชการเป็นลักษณะเดียวกัน แต่มีความยืดหยุ่นให้ปรับรายละเอียดตามบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงได้  ฉะนั้นรายละเอียดในแบบประเมินของครูอาสาฯกับครู กศน.ตำบลจึงต่างกันได้ ( แต่นโยบายท่านเลขาธิการ กศน.คนเดิม ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง คือให้ครูอาสาฯ และครู กศน.ตำบล ทำงานเหมือนกัน และถ้าบอกว่าปัจจุบันครูอาสาฯไม่ต้องสอนแล้ว ก็จะผิดบทบาทหน้าที่ที่ตกลงไว้กับ กพร. อาจส่งผลให้ กพร.ยุบพนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาฯ )
             บางจังหวัดใช้แบบประเมินเหมือนกันทั้งครูอาสาฯและครู กศน.ตำบล แต่บางจังหวัดก็ปรับแบบประเมินไม่เหมือนกัน  ฉะนั้น อยู่จังหวัดไหนจึงต้องใช้แบบของจังหวัดนั้น
             1)  ตัวอย่างแบบประเมินครู กศน.ตำบล
                  - http://202.143.132.210/plk/UserFiles/File/01-Document/2556/FormTambon.pdf
                  - http://chainat.nfe.go.th/UserFiles/Word/wordchainat/aa13.doc
             2)  ตัวอย่างแบบประเมินครูอาสาสมัครฯ
                  - http://lopburi.nfe.go.th/lopburi2555/images/2557/feb/2.doc
                  - http://chainat.nfe.go.th/UserFiles/Word/wordchainat/aa14.doc

 

         5. คืนวันที่ 26 ก.พ.58 วรวรรณ จิตรนิยม กศน.อ.สามร้อยยอด ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ตามที่เอกสาร “แนวทางการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ.2558 งบเงินอุดหนุน” ระบุว่า  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนกลุ่มทหารประจำการ ให้มีการจัดศูนย์เรียนรู้ในหน่วยทหาร เพื่อให้ผู้เรียนสนใจใฝ่เรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง นั้น  จะจัดซื้อโต๊ะเก้าอี้ หรือสื่อต่าง ๆ ไว้ค้นคว้าได้ไหม

             ผมตอบว่า   เงินอุดหนุนใช้ซื้อครุภัณฑ์ไม่ได้ ต้องทำเป็นโครงการจัดศูนย์การเรียน โดยในโครงการนั้นมีค่าวัสดุด้วยได้ ( มีค่าครุภัณฑ์ไม่ได้ )

คุณวรวรรณถามต่อว่า  เป็นวัสดุครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ ได้ไหม
             ผมตอบว่า  ต่ำกว่าเกณฑ์ แปลว่าอะไร   พัสดุที่ไม่มีชื่ออยู่ในรายการครุภัณฑ์ และราคาไม่เกิน 5,000 บาท ถือว่าเป็นวัสดุ ไม่ใช่ครุภัณฑ์ แม้จะเป็นพัสดุถาวรก็ตาม







         6.
คืนวันเดียวกัน ( 26 ก.พ.) มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  อยากทราบว่า การกู้เงิน ชพค. ของครู ศรช. แต่ละจังหวัดมีข้อห้ามเหมือนกันไหม ทำไม กศน. จังหวัด ... ... ถึงออกกฎห้ามไม่ให้ครู ศรช. กู้เงิน ชพค. ทั้งๆที่ก็เป็นสวัสดิการที่ครูควรจะได้พัฒนาชีวิตตนเองให้ดีขึ้น

             ผมถามกลับว่า  ครู ศรช.สมัครเป็นสมาชิก ชพค. ได้หรือเปล่า
             ผู้ถามบอกว่า  เดิมสมัครได้หมด แต่ในปัจจุบันถ้าสัญญาจ้างแค่ 6 เดือน ไม่สามารถสมัครได้

             ผมตอบว่า  อาจเป็นเพราะมีครู ศรช.ลาออกบ่อย บางคนกู้แล้วลาออกจากครู ศรช. ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ผู้อื่นและหน่วยงานต้องรับผิดชอบ เขาเลยป้องกันปัญหาโดยไม่ผ่านเรื่องให้ครู ศรช.กู้