แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเมินคุณภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเมินคุณภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

1.กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ใหม่ ( ระบุชัดว่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ไม่นับเป็นชั่วโมง กพช.), 2.ตัวบ่งชี้ 1.3 “ค่าเฉลียคะแนนผลการสอบปลายภาคเรียนของกลุ่มทดสอบฯ” นั้น คืออะไร ดูได้จากไหน, 3.วิทยฐานะ, 4.รวม คู่มือ+หลักเกณฑ์ การประเมินวิทยฐานะ ว.21-22 ตำแหน่งครู, 5.ถามว่า ใบวุฒินี้ จบในระบบหรือนอกระบบ, 6.เรื่องที่บางคนยังเข้าใจผิด, 7.จัด กศน.ให้ได้ผลดี ยาก.. เพราะ..


สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ใหม่ ปี 61 ให้ใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/61 เป็นต้นไป ( ยกเลิกกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณผู้เรียนปี 58 )

             ดาวน์โหลดได้ที่  https://www.dropbox.com/s/ioqx8jxvmzw4ckq/fameqoalitystudent61.pdf?dl=0
             1)  เปลี่ยนกิจกรรม จาก 9 กิจกรรม เป็น 14 กิจกรรม โดยตัด กิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซี่ยน ออกไป และเพิ่มใหม่ 6 กิจกรรมคือ
                  - กิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้สู่ประชาคมโลก
                  - กิจกรรมจิตอาสา กศน. “เราทำความดีด้วยหัวใจ”
                  - กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและพัฒนาทักษะการเรียนรู้
                  - กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ
                  - กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม
                  - กิจกรรมการเรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน
                  ( ในส่วนของ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต เพิ่มตัวอย่างเรื่อง ภัยพิบัติ )
             2)  รูปแบบของกิจกรรม แบบศึกษาดูงาน ตัดคำว่า “ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือภายในจังหวัด/ภาคเดียวกัน” ออก แต่ยังคงให้พิจารณารูปแบบอื่น ๆ ก่อนดำเนินการรูปแบบศึกษาดูงาน
             3)  งบประมาณ ตัดคำว่า “ภายในวงเงินรายหัวผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในภาคเรียนนั้น ๆ – ไม่ให้สถานศึกษาเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้เรียนอีก” ออก
             4)  เงื่อนไขของการดำเนินงาน
                  - ในการจัดทำแผนการจัดกิจกรรมฯ ตัดคำว่า “ทำแผนเป็นรายภาค - ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ฯลฯ” ออก  เปลี่ยนเป็น ขอความเห็นชอบจาก สนง.กศน.จังหวัด/กทม. แต่ยังให้เบิกจ่ายเงินให้เสร็จภายในแต่ละภาคเรียน
                  - การนิเทศกิจกรรมฯของจังหวัด ตัดคำว่า “ให้ สนง.กศน.จังหวัด/กทม. รายงานการนิเทศตรวจสอบประเมินฯส่งสำนักงาน กศน.” ออก
                  - ที่สำคัญ ระบุชัดตอนท้าย ว่า กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ไม่นับเป็นชั่วโมง กพช.

         2. วันที่ 3 ก.ค.61 มีผู้ถามในกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ตัวบ่งชี้ที่ 1.3 การประเมินภายในฯ ปี 2561 ให้ใช้ “ค่าเฉลียคะแนนผลการสอบปลายภาคเรียนของกลุ่มทดสอบฯ” นั้น คืออะไร ดูได้จากไหน

             ผมตอบว่า   ช่วงหลังจากการสอบปลายภาค กลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบ จะออกตารางแจ้งค่า Y ( ค่าขีดจำกัดล่าง ) ซึ่งที่ผ่านมาการประเมินคุณภาพภายในใช้ค่า Y  แต่ ปีนี้ การประเมินคุณภาพภายใน เปลี่ยนจากใช้ค่า Y เป็นค่าเฉลี่ย ซึ่ง ในตารางค่า Y จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ด้วยแล้ว ฉะนั้น ก็ดูจากตารางค่า Y เดิมของกลุ่มพัฒนาระบบการทดสอบนั่นแหละ แต่แทนที่จะดูตรงค่า Y ก็ให้ดูที่ค่าเฉลี่ยแทน ซึ่ีงในตารางนี้มีทุกค่าอยู่แล้ว

         3. สำนักงาน กศน. แจ้งหลักสูตรการพัฒนา ขรก.ครู สายการสอน ของ กศน. ( ส.สิริธร, กศน.ภาค, ศว., หน่วย ศน., กลุ่มพัฒนา กศน.) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา รวม 20 หลักสูตร
             ( สามารถเข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรอื่น ๆ ของหน่วยงานภายนอก ที่ ส.คุรุพัฒนารับรอง ได้ )
             ทั้งนี้ ขรก.ครูที่จะขอวิทยฐานะตาม ว 21/60 ต้องผ่านการพัฒนาในหลักสูตรที่ ส.คุรุพัฒนารับรอง ตาม ว 22/60 ปีละ 12-20 ชม. รวม 5 ปี 100 ชม.  ถ้าปีใดพัฒนาไม่ถึง 12 ชม. ปีต่อไปเริ่มนับ 1 ใหม่ ให้ครบ 5 ปี
             ดูรายละเอียดที่  https://www.dropbox.com/s/c6ybnitabjlzyph/V22NFE.pdf?dl=0

         4. รวม คู่มือ+หลักเกณฑ์ การประเมินวิทยฐานะ ว.21-22 ตำแหน่งครู
             ใครสนใจ ดูที่  https://logbook-teacher.otepc.go.th/

         5. วันที่ 19 ก.ค.61 มีผู้หนึ่งโพสต์ภาพใบวุฒิ ไปถามผมในไลน์ส่วนตัวและกลุ่มไลน์ ITw NFE ว่า  ฉันรับผิดชอบงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอรบกวนขอความรู้เกี่ยวกับวุฒิการศึกษาอ่ะ วุฒิการศึกษาที่ส่งมานี้ไม่ทราบว่า เป็นวุฒิการศึกษาในระบบหรือนอกระบบ (ฉันคิดว่าเป็นวุฒิการศึกษาในระบบแต่สาเหตุที่ออกจากโรงเรียน เป็นจบมัธยมศึกษาตอนต้น เลยไม่มั่นใจ)

             ผมตอบว่า   เป็นวุฒิของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันสังกัด สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ( เดิมสังกัดกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ )
             หลักสูตรนี้ก็ใช้คำว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เหมือนเรานะ ( ดูที่หัวกระดาษ )
             จะถามว่า ในระบบ หรือ นอกระบบ ไปเพื่ออะไรหรือ
             ถ้าจะให้สรุปว่าเป็นในหรือนอกระบบ ก็สรุปว่า นอกระบบ เหมือน กศน.

             ผู้ถาม บอกว่า  ถ้าในระบบเวลากรอกข้อมูลจะใช้ว่าจบม.3 แต่ถ้านอกระบบจะใช้ว่าจบม.ต้นอ่ะ เลนเป็นสาเหตุให้ถามว่าในระบบหรือนอกระบบ
             ผมตอบว่า  ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้แล้วว่า ที่มี ผอ.บางท่านบอกว่า ถ้าจบในระบบมา ให้พิมพ์วุฒิเดิมว่า ม.3 หมด ถ้าจบ กศน.ใช้คำว่า ม.ต้น หมด นั้น ไม่ถูกต้อง
             ที่ถูก ต้องดูตามใบระเบียนของเขา
             แต่ละสังกัดก็มีหลักสูตรหลายปี หลายยุคสมัย หลายหลักสูตร แต่ละหลักสูตรก็เรียกแต่ละระดับต่างกัน
             ( ผมเองจบในระบบ แต่หลักสูตรที่ผมจบ เรียกว่า ม.ศ.3 )

         6. จากการพูดคุยหลังการสอบครูผู้ช่วย กศน.ภาค ก ข ผมเห็นว่ามีบางคนยังเข้าใจผิด/เฉลยผิด
             ที่ถูกต้อง คือ

             การรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าเรียน กศน.
             ตามหนังสือสำนักงาน กศน. ที่ ศธ 0210.04/5719 เรื่องการรับนักเรียนในระบบเข้าศึกษาในสถานศึกษา กศน. ลงวันที่ 11 ธ.ค.51 ระบุว่า กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนภาคบังคับในสถานศึกษา กศน. ให้ สนง.เขตพื้นที่การศึกษา ส่งมา และต้องมาใช้เวลาเรียน กศน.ไม่น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนปกติ
             ( - คำว่า “ต้องมาใช้เวลาเรียน กศน.ไม่น้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน” นั้น ให้ยึดอายุเป็นหลัก ไม่ยึดจำนวนปีที่เรียน
                - ถ้าเป็นเด็กไร้สัญชาติ เด็กเร่ร่อน ที่ไม่มีทะเบียนบ้าน มาเรียน กศน.ได้โดยไม่ต้องผ่าน สพฐ. เพราะเขตพื้นที่ สพฐ.ดูแลเฉพาะเด็กตามทะเบียนบ้านในเขตเขา )
             ส่วนที่ว่า “รับสมัครเลย แล้วติดต่อเขตพื้นที่ให้ภายหลัง” นั้น เป็นหลักเกณฑ์เก่า เลิกใช้แล้ว

         7. ท่านนายกรัฐมนตรี พูดกับชาว กศน.เมื่อ 23 ก.ค.61 ว่า “กศน.เหรอ ฝึกอาชีพให้ชาวบ้าน ต้องให้เขาเป็นนะ”
             หมายความว่า ฝึกอาชีพให้ชาวบ้านต้องฝึกให้เขาสามารถนำไปประกอบอาชีพได้

             ระยะหลัง ๆ ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา การจัด กศน.เราเปลี่ยนไป จนมีคำพูดว่า “จัดแบบโปรยหว่าน” เน้น “ปริมาณ” ให้ได้กลุ่มเป้าหมายตามเป้า แล้วก็ “รายงานผลการดำเนินงานถ่ายภาพประกอบสวยงาม”
             เป็นอย่างนี้ทั้ง กศ.ขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย
             รายงานผลว่า ดี แต่ผลที่เกิดขึ้นจริง
             - คุณภาพของผู้จบ กศ.ขั้นพื้นฐาน เป็นอย่างไร
             - ฝึกอาชีพแล้ว มีผู้นำไปประกอบอาชีพถึง 20 % ไหม
             - ประชาชน รักการอ่าน อ่านหนังสือเพิ่มขึ้น แค่ไหน

             ปัญหาที่สำคัญมี 2 ประการ คือ
             1)  ประชาชนคนไทยปัจจุบัน ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้แล้ว มาเรียน/มาร่วมกิจกรรมเพราะถูกขอร้อง ต่างจากสมัยก่อนที่มาเรียนแม้ไม่ได้เรียนฟรี
                  ท่าน ผอ.สนง.กศน.จ.อุบลฯ ไป สปป.ลาวมา นำถุงยังชีพแซบอีหลีเด้อ และสิ่งของบริจาค ไปมอบผ่านรองเจ้าเมืองเซกอง และท่าน ผอ.ได้ไปเยี่ยมห้องเรียนวิชาชีพของ กศน.ลาวด้วย ( ภาพประกอบนี้ เป็นภาพที่ท่าน ผอ.เพิ่งนำมาโพสต์ ) ท่านบอกว่า
                  “กศน.ลาวปัจจุบัน เหมือน กศน.ไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว วันนี้มีเรียนหลักสูตรอาชีพระยะสั้น 3 เดือน นศ.เสียเงินเรียนคนละ 1,100 บาท เรียนวันละ 6 ชม.”
             เมื่อก่อน กศน.จังหวัดของไทย เปิดหลักสูตรอาชีพ ก็เป็นหลักสูตร 100-300 ชั่วโมง มีห้องเรียนมีอุปกรณ์ครุภัณฑ์พร้อม ผู้เรียนต้องชำระเงินค่าเรียน บางวิชามีผู้สนใจสมัครเรียนเกินโควตาต้องคอยคิวเรียนรุ่นต่อ ๆ ไป
             แต่สภาพสังคมไทยปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่อ่านหนังสือน้อยลง คนต้องการเรียน กศ.ขั้นพื้นฐานน้อยลง ต้องการฝึกอาชีพน้อยลง แม้แต่รัฐบาลจะบอกว่าคนยากจนที่ถือบัตรคนจน ถ้ายอมเข้าโครงการฝึกอาชีพจะได้เงินเข้าบัตรคนจนรายเดือนเพิ่มขึ้น ก็มีคนจนจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการเข้าโครงการฝึกอาชีพ !?
             2)  เราเน้นปริมาณ ชัดเจนกว่าเน้นคุณภาพ มีการให้สำรวจและติดตามทวงรายงานผลการดำเนินงานเชิงปริมาณอย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดเกณฑ์ให้บุคลากรแต่ละประเภทต้องมีกลุ่มเป้าหมาย ( ปริมาณ ) เท่านั้นเท่านี้
                  วิธีที่จะเพิ่มปริมาณในงบประมาณเท่าเดิม ได้งบแล้วต้องจัดให้หมด เช่น
                  - จากหลักสูตร 100 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 หลักสูตร ๆ ละ 30-40 ชม. เพื่อนับปริมาณผู้เรียนรวม 3 รอบ ( แม้แบ่งเป็นหลักสูตรสั้น ๆ แล้วก็ยังเรียนจริงไม่ครบ ผู้เรียนมาครบในวันแรก ๆ ยากที่จะนำไปประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้ทักษะมาก )
                  - นศ.ลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่าง ๆ ในภาคเรียนเดียวกันซ้ำซ้อน 2 สถานศึกษา เพื่อให้ครูแต่ละสถานศึกษามี นศ.ในภาคเรียนนั้นครบตามที่ผู้บริหารกำหนด
                  - ฯลฯ

             เราจึงพอใจที่
             - ผู้เรียนนำผลการเรียนวิชาชีพไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ก็ดีแล้ว จะให้นำไปประกอบอาชีพจริงมันยาก.. ต้องมีอีกหลายปัจจัย
             - ผู้เรียน กศน.เขามีอาชีพมีประสบการณ์ชีวิตมากแล้ว เป็นเจ้าของกิจการแล้ว ควรให้วุฒิ ม.ปลาย ป.ตรี ตั้งแต่วันสมัครเรียนแล้ว
             - ประชาสัมพันธ์/จัดกิจกรรม ให้มาก ๆ ถ่ายรูปรายงานผล ..
             จะแก้ปัญหา 2 ประการนี้กันได้ไหม ..


NFElaw-thaiB.jpg


วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

1.การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57, 2.การออกรหัสประจำตัวผู้เทียบระดับ กศ., 3.คลังหลักสูตรวิชาอาชีพ, 4.ตั้งพนักงานราชการเป็นประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ-ราคากลาง, 5.การเช่า, 6.อำเภอ/จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย, 7.ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 11 ธ.ค.57 Jongluk Budsadee ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  พอจะแนะนำไฟล์จำนวนผู้เรียนที่ได้คะแนนผลการทดสอบ (N-Net) มากกว่าขีดจำกัดล่างของค่าเฉลี่ย ปี 56-57 ได้ไหม

             ผมตอบว่า   การประเมินฯภายนอกรอบนี้ ยังไม่ใช้คะแนน N-NET ภาค 1-2/57
             ใครอยากรู้คะแนนตัวบ่งชี้ที่ 5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนการศึกษาพื้นฐาน ( ประเมินภายนอก ) เดี๋ยวนี้คำนวณง่าย ได้ผลคะแนนตรงกับการประเมินของ สมศ.

             เฉพาะตัวบ่งชี้ที่ 5.1 นี้ สมศ.ใช้คะแนน N-NET เพียง 2 ปีการศึกษาเท่านั้น ถ้าเข้าประเมินในปี กศ.57 ( ยังไม่สิ้นสุดภาคเรียนที่ 2/57 เช่นเข้าประเมินในเดือน ม.ค.58 ) จะใช้คะแนน N-NET ของปีการศึกษา 55 กับ 56

             คำนวณโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/OTHER/indicator5-1.xls
             โปรแกรมนี้ใช้ไม่ยาก เพียงแค่นำตัวเลข “จำนวนผู้เข้าสอบ” กับ “จำนวนผู้ที่ได้คะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง” ระดับละ 4 ตัว/สาระ ( ปีละ 2 ตัว ) ไปใส่ในช่องสีเขียวเท่านั้น ค่าคะแนนต่าง ๆ ของ ตบช.ที่ 5.1 ก็จะปรากฏขึ้นมา   โดย
             1)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูลปีปัจจุบัน” ให้นำจำนวนในปี กศ.2556 มากรอกในช่องจำนวนผู้เข้าสอบ ปีปัจจุบัน  ( จำนวนผู้เข้าสอบนี้ เป็นจำนวนเฉพาะอำเภอ ไม่ใช่จำนวนทั้งประเทศ )
             2)  “จำนวน” ที่จะกรอกในช่อง “ข้อมูล 1 ปีย้อนหลัง” ให้นำจำนวนในปี กศ.2555 มากรอก
             3)  “จำนวนผู้เรียนที่มีผลการทดสอบระดับดี” หมายถึง จำนวนผู้เรียนที่มีคะแนนมากกว่าขีดจำกัดล่าง
             เดี๋ยวนี้ มีตัวเลขที่ว่านี้ไว้ให้แล้วทุกอำเภอ ไม่ต้องนับเองไม่ต้องรวมเอง ทุกอำเภอดูตัวเลขเหล่านี้ได้ที่
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-1.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-2.pdf
             - ปี กศ.56 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/N-NETsms56-3.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ปลาย ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-plai.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ม.ต้น ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55M-ton.pdf
             - ปี กศ.55 ระดับ ประถม ดูที่  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/55Pratom.pdf
             ลองทำดูครับ ... จะเห็นว่าง่าย..

 
         2. วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.57 ผมเผยแพร่เรื่องรหัสประจำตัวผู้เข้ารับการเทียบระดับการศึกษาฯ  ( ถ้าสมัครในช่วงที่วันปฐมนิเทศอยู่ในช่วงปีการศึกษา/ภาคเรียนใดของ กศ.ขั้นพื้นฐาน ให้ใช้ปีการศึกษา/ภาคเรียนนั้นเป็นรหัสประจำตัว  เช่น สมัครในช่วง ต.ค.-พ.ย.57 ปฐมนิเทศ ธ.ค.57 รหัสประจำตัวคือ 572... ถึงแม้จะเป็นปีงบประมาณ 58 แล้วก็ตาม )  ว่า
             ด่วน..
ฝนทอง ทอสายศิลป์ ( อ.ณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ กลุ่มพัฒนา กศน. ) บอกว่า  ผู้เข้าเทียบระดับฯสูงสุดฯ รุ่น 4 ที่เพิ่งปิดรับสมัครไปนี้ ให้ออกรหัสประจำตัวเป็น 572...... ( ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2557 )  ไม่ใช่ 581......

             ถ้าอำเภอไหนขึ้นทะเบียน/ลงทะเบียนในโปรแกรม KSM ผิดไปแล้ว วิธีแก้ไข ต้องลงทะเบียนรายวิชาใหม่หมด
             แต่ ข้อมูลขึ้นทะเบียนประวัตินักศึกษาไม่ต้องลงใหม่ ให้ใช้เมนูเปลี่ยนรหัสประจำตัวผู้เข้าเทียบระดับทุกคน จาก 581...... เป็น 572......
             แล้วถอนการลงทะเบียนรายวิชาในภาค 1/58 ออก
             จากนั้นลงทะเบียนรายวิชาใหม่ในภาค 2/57

             ( เมื่อเราเพิ่ม "ครั้งที่" ใหม่ โปรแกรมจะขึ้นครั้งที่ 1 ไว้เป็นค่าเริ่มต้น เราแก้ให้เป็น 2 ปี 2557 ได้ ลักษณะเดียวกับการบันทึกประวัติ โปรแกรมจะขึ้นว่านับถือศาสนาพุทธไว้เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้ )

         3. วันที่ 15 ธ.ค.57 กศน.ตำบลวังไทร อำเภอคลองขลุง กำแพงเพชร ถามผมในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า  อยากได้หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกเบื้องต้น พอจะมีบ้างไหม
             ผมตอบว่า   ผมไม่มีเวลาหาให้ โปรดหาเอง เช่น ในคลังหลักสูตรวิชาอาชีพ ที่
http://www.4shared.com/rar/6AzIdRVIce/Jobcourses.html
             ( ใช้เวลาดาวน์โหลดนาน เพราะไฟล์ขนาดใหญ่ 32 MB )

         4. วันที่ 18 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  กรณี กศน.อำเภอที่มีข้าราชการเพียงคนเดียวคือ ผอ.กศน.อำเภอ ถ้าจะแต่งตั้ง จนท.สำหรับตรวจรับพัสดุ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ เป็นพนักงานราชการได้มั้ย หรือว่าต้องยืมข้าราชการจากอำเภอใกล้เคียง
             ผมตอบว่า   ดูในคำตอบที่เคยตอบ เช่น ในข้อ
4 ที่ http://nfeph.blogspot.com/2014/05/26.html

             ผู้ถาม ถามต่ออีกว่า  ทำไม จนท.พัสดุของสำนักงาน กศน.จังหวัดบอกว่า ไม่ได้ ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้นเป็นประธานกรรมการตรวจรับ
             อีกคำถามหนึ่ง ปัจจุบันการซื้อกระดาษถ่ายเอกสารยังต้องยึดราคากลางของกรมบัญชีกลางหรือป่าว เพราะแต่ก่อนเคยเบิกรีมละ 108 บาท ปัจจุบัน จนท.พัสดุของจังหวัดบอกว่าเบิกได้ตามที่ซื้อจริงในร้านค้า

             ผมตอบว่า
             1)  ลองปริ้นท์เอกสารที่ผมตอบ ให้เขาศึกษาดู ถ้าเขายังไม่เชื่อยังไม่ยอม และเราก็จำเป็นต้องให้เขายอมด้วย ก็ปรึกษาผู้บริหาร ให้ผู้บริหารหารือกลุ่มงานพัสดุ กลุ่มงานคลัง กศน. ดู
             2)  การกำหนดราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ กำหนดขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กย. 2530 ที่ให้สิทธิพิเศษในการจำหน่ายกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษแก่บริษัทโรงงานอุตสาหกรรมกระดาษบางปะอินจำกัด   แต่เนื่องจากปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกการให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทฯไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เมย.2550 ตามนัยมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 พค.2550  ดังนั้นราคากลางกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษจึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย   ในการจัดหาพัสดุของส่วนราชการให้ถือปฏิบัติตามนัยระเบียบสำนักยกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ คือ การซื้อจำนวนน้อยจะกำหนดราคากลางหรือไม่ก็ได้
             ( ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2556 เป็นต้นมา การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีวงเงินเกินกว่า 100,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐประกาศการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง และการคำนวณราคากลาง )

         5. วันที่ 19 ธ.ค.57 มีผู้ถามในอินบ็อกซ์ผม ว่า  ถ้าศูนย์อำเภอเช่าเครื่องถ่ายเอกสารไว้ใช้ในสำนักงาน สามารถทำได้หรือปล่าว เพราะดำเนินการมาแล้ว 2 ปี แต่เปลี่ยนผู้บริหารจังหวัดใหม่ แล้วบอกว่าศูนย์อำเภอไม่มีอำนาจในการเช่า ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
             ผมตอบเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่
21 ธ.ค. ว่า   ตามคำสั่ง สป.ศธ. ที่ 489/51 เรื่องมอบอำนาจให้ ผอ.กศน.อำเภอ/เขต ปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ 21 เม.ย.51  ระบุการมอบอำนาจ “การเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเช่าทั้งหมด ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นๆที่เกี่ยวกับการเช่า ครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท หรือไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท” ไว้ในข้อ 4.2

         6. วันที่ 26 ธ.ค.57 มีผู้แจ้งในอินบ็อกซ์ผมว่า “... โดน ผอ.กศน.อำเภอ สั่งย้าย ให้เดินทาง 30 ธันวาคม 2557 นี้ โดยไม่เคยแจ้งหรือพูดจากับ...เลย ...ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เขาเรียกกรรมการตรวจรับพัสดุคนหนึ่งเข้าไปคุยในห้องทำงาน บอกว่าให้เซ็นตรวจรับพัสดุ บอกว่าเบื้องบนสั่งมา กรรมการคนนั้นถามกลับไปว่า เบื้องบนไหน..? ... ... ( ผอ.คนนี้คือคนที่เคยพูดว่า ใครจะกล้ามาตรวจสอบกู อยู่จังหวัดที่มีการซื้อหนังสือแบบเรียน แต่ยังไม่ทันได้เปิดซองสอบราคากันเลย แต่หนังสือแบบเรียนของบริษัทที่มายื่นซอง 1 บริษัท มาถึงเรียบร้อยแล้ว )”

             ผมตอบว่า   ทั้ง ผอ.กศน.อำเภอ และ ผอ.กศน.จังหวัด ไม่มีอำนาจสั่งย้าย
             ผอ.กศน.อ.ไม่มีอำนาจส่งครูไปทำงานอำเภออื่น  ถ้าครูทำความผิดก็ต้องดำเนินการทางวินัยไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งก็ไม่มีหลักเกณฑ์ให้ส่งครูไปไว้ที่อื่น
             เดิมมีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 270/51 ข้อ 13 มอบอำนาจให้ ผอ.สนง.กศน.จังหวัด/กทม. “ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัด ไปช่วยราชการภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เป็นการชั่วคราวครั้งละไม่เกิน 30 วัน”
             แต่ต่อมา ก็มีคำสั่ง สป.ศธ.ที่ 582/52 ยกเลิกการมอบอำนาจข้อ 13 นี้แล้ว โดยให้เหตุผลในการยกเลิกว่า “การมอบอำนาจกรณีดังกล่าวมีเจตนาจะให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างรวดเร็วและสั่งการโดยให้ยึดผลประโยชน์ของทางราชการเป็นที่ตั้ง แต่ ผู้รับมอบอำนาจได้นำไปใช้โดยไม่ถูกต้อง จึงยกเลิก"
             ตอนนี้ทั้งอำเภอและจังหวัดไม่มีอำนาจส่งไปช่วยราชการแล้ว
             ( ผมเคยโพสต์เรื่องนี้ในข้อ 5 ที่  https://www.gotoknow.org/posts/517220 )







         7. คืนวันที่ 5 ม.ค.58 ผมเผยแพร่ในเฟซบุ๊ค เรื่อง ยกเลิกค่าตอบแทนวิทยากรหลักสูตรระยะสั้น ว่า
             ประกาศ สป.ศธ.เรื่องหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนหลักสูตรระยะสั้น พ.ศ.
2554 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.54 ที่กำหนดว่าผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชม.ละ 50 บาท, 6-10 คน ชม.ละ 100 บาท, ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชม.ละ 200 บาท นี้ ยกเลิกแล้ว  ( เรื่องนี้ อ.กฤติพัฒน์ กป.กศน.ทราบดี ) โดย

             1)  ในประกาศฉบับนี้ มีการอ้างอิงหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ซึ่งให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาท
             2)  ต่อมา ปี 2554  ศน.ต้องการจะจ้างวิทยากรที่มีชื่อเสียงมาสอนในศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน แบบให้เครื่องมือประกอบอาชีพแก่ผู้เรียนด้วย จึงทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ระหว่างเดือน ก.พ.- ก.ค.54 หลายฉบับ ขอปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่าย เช่น ผู้เรียนต่ำกว่า 6 คน ชั่วโมงละ 200 บาท ผู้เรียน 11 คนขึ้นไป ชั่วโมงละ 800 บาท  ค่าวัสดุหัวละ 600-1,500 บาท เป็นต้น
                  ในที่สุดกรมบัญชีกลางตอบกลับมา ตามหนังสือที่ กค 0406.6/35474 ลงวันที่ 14 พ.ย.54 ว่า ให้ยกเลิกหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0406.6/14726 ลงวันที่ 16 ก.ค.2552 ที่เราอ้างอิงในประกาศฉบับนี้  และให้จ่ายค่าตอบแทนชั่วโมงละไม่เกิน 200 บาทเท่านั้น โดยไม่กำหนดจำนวนผู้เรียน  ( ไม่ได้ให้ตามที่เราเสนอไป )   ดูหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ ได้ที่ไฟล์  expense_study.pdf
             3)  สำนักงาน กศน. ได้ส่งหนังสือกรมบัญชีกลางฉบับหลังนี้ มาให้ทุกจังหวัด ตามหนังสือสำนักงาน กศน.ที่ ศธ 0210.117/1255 ลงวันที่ 30 มี.ค.55  ( ดูหนังสือสำนักงาน กศน.ฉบับนี้ ได้ที่ไฟล์ costs_study.pdf )   หนังสือฉบับนี้แหละเป็นฉบับที่เราต้องยึดถือปฏิบัติในปัจจุบัน คือ ไม่ว่าผู้เรียนจะกี่คนก็ตาม สามารถจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกินชั่วโมงละ 200 บาท ( ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ และได้จำนวนกลุ่มเป้าหมายไม่ต่ำกว่าเป้า )
             4)  หนังสือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีอยู่ใน  https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/Compressrd/ContinuingEducationGuide.rar  


วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พนักงานราชการทำงานสัปดาห์ละกี่วัน, สนามกีฬาไกลจากพัทยาเท่าไร, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู, ผลการประเมินของ สมศ., เปิดสอน ป.บัณฑิต, อยากเปลี่ยนชื่อสกุลในใบ รบ., แนวการสอบครู กศน.ตำบล



สัปดาห์นี้มีเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ ขอเลือกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  7  เรื่อง ดังนี้

         1. วันที่ 8 ก.ค.57 มีผู้โทรศัพท์มาถามผม ว่า  พนักงานราชการทำงานสัปดาห์ละกี่วัน
             ผมตอบว่า   เรื่องกำหนดระยะเวลาการมาปฏิบัติหน้าที่นี้ มีอยู่ในเอกสารแนบท้ายสัญญาจ้าง ผนวก ข. ของสัญญาจ้างพนักงานราชการ  โดยระบุไว้ในข้อ 2. พนักงานราชการทั่วไป ( พนักงานราชการของ กศน. ในระดับอำเภอ/จังหวัด เป็นพนักงานราชการทั่วไปทั้งหมด ) ว่า “ปฏิบัติงานตามเวลาการปฏิบัติราชการปกติ”  ( ดูแบบฟอร์มสัญญาจ้างนี้ได้ที่ https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/PRG.pdf )  ซึ่ง เวลาการปฏิบัติราชการปกติก็คือ จันทร์-ศุกร์ 8:30-16:30 น. หรือ สัปดาห์ละ 5 วัน ๆ ละ 7 ชั่วโมง หรือ สัปดาห์ละ 35 ชั่วโมง

         2. วันเดียวกัน ( 8 ก.ค.57 ) Mee Sunmee ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  สนามกีฬาอยู่แถวไหน ไกลจากพัทยาไหม พอจะมีที่พักแนะนำบ้างไหม
             ผมตอบว่า   สนามที่ใช้ทำพิธีเปิด-ปิดกีฬา กศน.เกมส์ ครั้งที่ 4 คือ สนามกีฬาราชนาวีสัตหีบ กม.5 ถ.สุขุมวิท ( สัตหีบ-บ้านฉาง ) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี   จากพัทยาไปสัตหีบ 33 กม. ต่อไปสนามกีฬาอีก 5 กม. รวมเป็น 38 กม.   เรื่องที่พัก เขาแนะนำกันในกลุ่มครูนอกระบบเกือบเดือนแล้วว่า ที่พักแถวสัตหีบไม่มีโรงแรมใหญ่ มีโรงแรมเล็ก ๆ เช่นโรงแรมซีพาราไดร์ อยู่ห่างสนามกีฬาเกือบ 2 กม.  พักในค่ายทหารดีที่สุด ถูกด้วย สอบถามได้ที่ กศน.อำเภอสัตหีบ โทร.038-439076, 038-438985  ถ้าจะพักโรงแรม พักที่พัทยาดีกว่า  หรือพักที่หาดจอมเทียน ซึ่งอยู่พัทยากับสนามกีฬา ห่างจากพัทยาประมาณ 3 กม. ห่างจากสนามกีฬาประมาณ 30 กม. แต่อยู่ใกล้โรงละครไทยอลังการ ซึ่งเป็นสถานที่รับเข็มฯ
             -
ห้องพักที่สโมสรอู่ราชนาวีมหิดล ( อยู่ใกล้เรือจักรี ) สามารถมองเห็นทะเล ราคาไม่แพง
             - ที่
กิจการอาคารรับรอง ติดทะเลสัตหีบ อยู่ใกล้ๆกับที่ว่าการอำเภอ
             ตอนนี้ที่พักอาจเริ่มหายากขึ้นแล้ว  ลองติดต่อ อาคม จันตะนี 

         3. เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค.57 พุทธคุณ พระเครื่องวัตถุมงคล ถามในเฟซบุ๊คกลุ่มครูนอกระบบ ว่า   จะสมัครสอบ ครู กศน.ตำบล, ครู ศรช. ผู้สมัครจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูหรือเปล่า ถ้าไม่มีสามารถสมัครได้ไหม
             ผมตอบว่า   ส่วนกลางยังไม่ได้กำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่บางจังหวัดกำหนดเพิ่มเติมให้ต้องมี ฉะนั้นต้องดูจากในประกาศรับสมัครของแต่ละจังหวัด
             ( ในอนาคตส่วนกลางอาจต้องกำหนดให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ถ้า คุรุสภาไม่ให้ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหลังวันที่ 18 ก.ย.56 เข้าเรียน ป.บัณฑิตอีกแล้ว ก็จะขอให้พวกนี้สอนโดยไม่มีใบอนุญาตได้เพียงระยะหนึ่ง หลังจากนั้นถ้ายังสอน กศ.ขั้นพื้นฐานอยู่ จะมีความผิดทั้งผู้สอนและสถานศึกษา )

         4. วันที่  22 ก.ค. 57 ผมถาม สมศ.ว่า  ผลการประเมินฯภายนอก ที่ประเมินไปตั้งแต่ ธ.ค.56 - ม.ค.57 เมื่อไรจะออก
             สมศ.บอกว่า  เริ่มทยอยออกและส่งให้สถานศึกษาบ้างแล้ว เดี๋ยวกลางเดือน ส.ค.จะออกเยอะ โดยคราวนี้เปลี่ยนใหม่ ยังไม่นำขึ้นเว็บ แต่จะส่งไปให้สถานศึกษาก่อน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ถ้าสถานศึกษาไม่ทักท้วงจึงจะนำขึ้นเว็บ

         5. วันเดียวกัน ( 22 ก.ค.) ผมถามคุรุสภา ว่า  ที่รับรองให้สถาบันการศึกษาเปิดสอน ป.บัณฑิต 42 แห่ง ( เดิม 21 แห่ง เพิ่มอีก 21 แห่ง ) นั้น จะมีเพิ่มอีกไหม
             คุรุสภาบอกว่า  คงมีเพิ่มอีก ถ้ารับรองแล้วแห่งไหนรับสมัคร-เปิดสอนไม่ทันในภาค 1/57 ก็ให้เปิดสอนในภาคต่อไป

         6. วันเสาร์ที่ 26 ก.ค.57 "Sa Thayika" ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  เรียนจบนานแล้ว ได้ใบ รบ.แล้ว แต่พึ่งเปลี่ยนชื่อมา  อยากเปลี่ยนชื่อในใบ รบ. สามารถทำได้ไหม
             ผมตอบว่า   ถ้าวันที่เปลี่ยนชื่อ ในใบเปลี่ยนชื่อ เป็นวันที่หลังวันอนุมัติจบหลักสูตรในใบ รบ.  สถานศึกษาจะเปลี่ยนชื่อในใบ รบ.ให้ไม่ได้  เวลานำไปใช้ที่ไหน ก็ใช้ใบ รบ.ควบคู่กับใบเปลี่ยนชื่อ

         7. วันเดียวกัน ( 26 ก.ค.) You Stay Hear ถามผมผ่านเฟซบุ๊ค ว่า  เป็น ครู ศรช. จะไปสมัครสอบพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล พอจะมีแนวข้อสอบบ้างหรือป่าว
             ผมตอบว่า   แต่ละจังหวัดออกข้อสอบกันเอง แนวข้อสอบคงไม่ตรง  ถ้าจะดูเอกสารสำหรับอ่านเตรียมสอบครู กศน.ตำบล ดูที่
             - http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php/topic,1296.0.html
             - https://dl.dropboxusercontent.com/u/109014048/PDF/manualtambon.pdf
             - http://www.bangphonua.com/index.php?lite=article&qid=556955